วัดคำประมง จ.สกลนคร



ผมไปตั้งแต่เดือน ก.ย.ปีที่แล้วครับ ไม่เคยไปเลยสกลนคร ข้อมูลก็ไม่มี เพิ่งจะไปครั้งแรก จะรอดไหมเนี้ย





ออกเดินทางเช้าวันอาทิตย์ ขึ้นที่ดอนเมือง มื้อเช้าอาศัยที่สนามบินในดอนเมืองนั้นแหละ

แพงไม่ว่าแต่หาความอร่อยไม่เจอ เห้อๆ










เราบินกับนกแอร์













มาถึงสนามบิน จ.สกลนครประมาณ 10.00 น.











ขอศึกษาเส้นทางหน่อยครับ หลังจากศึกษาเส้นทางเสร็จ ก็เช่ารถที่สนามบินนั้นแหละครับ





ประมาณเกือบห้าโมงเช้า ก็ออกเดินทาง จากสนามบินเลี้ยวซ้าย ขับตรงไปจะเจอสี่แยกไฟแดง แล้วเลี้ยวขวา (ถ้าเลี้ยวซ้ายจะเข้าตัวเมืองสกล) พอเลี้ยวขวาให้ขับตามเส้นทาง 22 





ระหว่างทางเจอร้านก๋วยเตี๋ยวเรือรังสิต แวะหน่อย อยู่นนท์ แต่ไปกินเตี๋ยวเรือรังสิต ที่สกล 555











จากสนามบินประมาณยี่สิบกว่ากิโล ก็จะมีป้ายบอกทางเลี้ยวซ้ายเข้าวัดคำปะมง เลี้ยวซ้ายมาได้ต้องขับเข้าไปวัดอีกประมาณห้ากิโล ได้มั่ง (ไม่แน่ใจครับ แต่มีป้ายบอกตลอดทาง)





ขับไปเรื่อยๆครับ ถ้าเจอป้ายนี้ ให้เลี้ยวซ้าย




แล้วก็มาถึงวัดคำปะมงแล้วครับ






ผมขับเข้าไปเรื่อยๆ จะเจอโบสถ์ก่อนครับ 














ด้านซ้ายจะเป็นบ่อน้ำขนาดใหญ่













ขับตรงเข้าไปก็จะถึง มูลนิธิ อภิญญาณ อโรคยาศาล

อโรคยศาล หมายถึง สถานอภิบาลพักฟื้นผู้ป่วยด้วยสมุนไพรตามธรรมชาติไปจนกว่าอาการของผู้ป่วยจะทุเลาเบาบางลงไป หรือหมดไปสิ้นไปด้วยวิถีแห่งธรรมะและธรรมชาติบำบัดและหรือการแพทย์แบบองค์รวม

อโรคยศาล วัดคำประมง ตำบลสว่าง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร หมายถึง สถานที่ทำการบำบัดรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งแบบองค์รวม คือผสมผสานระหว่างการแพทย์แผนไทย(สมุนไพร), การแพทย์แบบแผน, การแพทย์แผนจีน(การฝังเข็ม), สมาธิบำบัด, ดนตรีบำบัด, ธรรมะบำบัด, มนตราบำบัด, และอาหารเพื่อสุขภาพ เป็นต้น
ข้อมูลจากเวป //khampramong.org/arokhayasarn.html







หาที่จอดรถได้ผมก็เข้าไปหาข้อมูลที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ครับ








คัดย่อบางส่วน จากความเป็นมาของวัดคำประมง

พระปพนพัชร์ (พัลลภ) กล่าวว่า “เริ่มต้นตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๒๙ ช่วงนั้น หลวงตาไปภาวนาที่ถ้ำขาม ช่วงเดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๒๙ มาวันหนึ่งได้ทราบข่าวหลังจากไปวิเวกได้ลงมาข้างล่างที่วัดสันติฆาราม บ้านบัว ตำบลสว่าง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ผู้ใหญ่บ้านสมัยนั้นชื่อนายเสริม มีจิตศรัทธาที่จะถวายที่ดินให้หลวงตาในนามของหลวงปู่สิม พุทธาจาโร หลวงตาก็บอกนายเสริมว่า ให้นายเสริมพาไปดูที่ พอไปดูที่แล้วมันไม่เหมาะสมที่จะสร้างวัด มันอยู่ใกล้บ้านเลยถามผู้ใหญ่เสริมว่ามีที่ใหม่อีกไหม คือตอนแรกจะยกที่ตรงนี้ให้หลวงปู่สิม หลวงตาก็บอกว่ามันไม่เหมาะสม เพราะที่มันไม่ใช่ทำเลที่ตั้งวัด นายเสริมก็ว่า “มีครับมันอยู่ที่ดอนขาม” ก็เลยพาหลวงตาไปดู ต้องเดินลัดเลาะป่าเข้าไป ไม่ได้เป็นทางอย่างที่เห็นปัจจุบันนี้ หลวงตาทำมาหมดแล้ว ถนนหนทาง ไฟฟ้า ประปา หลวงตามทำทั้งหมด เดินลัดทุ่งลัดรอยเกวียนเข้าไปจนถึงดอนขาม ติดแม่น้ำอูน เป็นป่าที่ไม่ได้พัฒนา เป็นป่าเสื่อมโทรมแล้ว หลวงตาก็ว่า “อย่างนี้แหละใช่เหมาะจะสร้างวัด” แกก็เริ่มถวายที่ดิน ครั้งแรก ๔๘ ไร่ เป็น นส. ๓ ก ให้หลวงตาสร้างวัด ก็ไม่มีอะไรเลยเป็นป่าโปร่งๆ ป่าโล่งๆ ที่ทำมาหากินไม่ได้ เป็นที่เข็ดที่ขามของชาวบ้าน มันจะมีจอมปลวกใหญ่ที่เรียกว่าดอนขาม สูงใหญ่มาก จะมีลานที่เขาปักหลักไม้ไว้ และเขียนเป็นอักษรธรรมไม่รู้ความหมายว่า คืออะไร มีความเป็นมาอย่างไร แต่ว่าตอนที่หลวงตาไป ปลวกกินไปแล้ว ไฟไหม้หมดแล้วจึงเหลือแต่ดอนขามปัจจุบัน จอมปลวกนั้นก็ยังอยู่ หลวงตาก็ไปปักกรด ภาวนาอยู่คนเดียว แบกกรดสะพายบาตรพอลงจากถ้ำขาม อำเภอพรรณานิคม ที่หลวงปู่มั่นท่านไปจำพรรษา มันไม่มีอะไรสักอย่าง มีเขียงนาร้างๆ เสาก็ร้าง หลังคาก็ร้าง ผู้ใหญ่เสริมก็ไปทำนาได้บ้างไม่ได้บ้าง ถ้าดีเขาคงไม่ให้ มันใช้อะไรไม่ได้เลย ก็เราชอบที่อย่างนี้ พอเดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๒๙ ผู้ใหญ่เสริมก็มากล่าวคำถวายที่ดิน หลวงตาก็นิมนต์พระมารับที่ดินตรงนี้หลายท่านหลายองค์ เป็นสักขีพยานว่าผู้ใหญ่แกถวายที่ดินตรงนี้แล้วนะ ให้กับหลวงตา หลวงปู่สิม ตอนนั้นหลวงปู่สิมอยู่ที่ถ้ำผาปล่อง ไม่ได้ลงมา หลวงตาก็จัดการรับเรียบร้อย”

ข้อมูลจากเวป //khampramong.org/khampramong.html
















ผมถามเจ้าหน้าที่ ได้ความว่าวันนี้จะมี จิตอาสา มาช่วยดูแล ผู้ป่วยให้ด้วย ที่สำคัญวันนี้หลวงพ่อจะทำพิธีต้มยาให้กับผู้ป่วยด้วยครับ

ประมาณบ่ายโมง ผู้ป่วยรวมทั้งญาติและจิตอาสา จะมารวมตัวกันที่ อาคาร มูลนิธิ ครับ







จะมีหลวงพ่อปพนพัชร์ มานั่งเป็นประธาน แล้วพูดคุย ถามถึงปัญหา การรักษาผู้ป่วย

พระปพนพัชร์ ท่านใจดีมากเลยครับ









จิตอาสา ก็มาเล่นดนตรี ให้ฟัง ส่วนมากจะทำงานที่ จ.สกล เป็นหมอก็มี ได้คุยกับท่าน บอกว่าถ้ามีเวลาว่างก็จะมาเป็น จิตอาสาให้





พี่คนนี้ (ขอโทษด้วยครับ จำชื่อพี่เค้าไม่ได้แล้ว) เป็นมะเร็งระยะสุดท้ายครับ แต่ดูอาการแล้ว ช่วยเหลือตัวเองได้หมด แข็งแรงมาก ได้คุยกันด้วย พี่เค้าบอกว่า อยู่ที่นี่มาหลายปีแล้ว ก็กินยา ปฏิบัติธรรม ทำใจให้สงบ ร่าเริง ไม่ต้องคิดถึงเรื่องอื่น แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว 

พี่เค้าอารมณ์ดีจริงๆครับ แต่งเพลงเอง แล้วขึ้นมาร้องเพลงแจมกับจิตอาสาด้วย เห็นแล้วมีความสุขไปด้วย







ผู้ป่วยที่อาการหนัก มาที่อาคารไม่ไหว ก็จะมีเสียงไปตามสาย ออกไปยังที่พักผู้ป่วยที่เรือน

หลังจากพูดคุย ไต่ถามอาการ บ่ายสามก็ได้เวลา ทำพิธีต้มยา ครับ หลวงพ่อจะเป็นคนทำพิธีเอง









ที่ต้มยาอยู่คนละที่กับอาคารครับ ลักษณะจะเป็นเพิงหลังคามุงด้วยหญ้าแฝก พื้นดิน ต้องเดินจากอาหารไปสถานที่ต้มยาไม่ไกลกันครับ





พอทำพิธีสวดมนต์เสร็จ ญาติผู้ป่วยก็จะเอายาไปต้ม หม้อใครหม้อมันครับ







สมุนไพรต่างๆ ที่หลวงพ่อต้มเสร็จแล้ว เอาไว้ให้มาตอนรับแขกครับ

ผมโดนไปแก้วนึงครับ ฮึ่ม นะ...













หลังจากเสร็จพิธี ผมก็มาคุยกับหลวงพ่อที่อาคารต่อครับ ท่านเมตตาให้คำแนะนำ ให้ความรู้กับผมเยอะเลย ตอนแรกผมตั้งใจจะนอนค้างที่วัด เป็นจิตอาสากับเค้าสักวัน แต่พอดีวันนี้ที่วัดไม่สะดวก ผมก็เลยไม่ได้นอน คุยเสร็จผมก็ลาหลวงพ่อ ไปนอนในตัวเมืองสกล ก่อนไปผมก็เดินสำรวจภายในวัด ดูอาคารสถานที่ครับ

ภายในกุฏิจะมีห้องพยาบาลขยาดเล็ก











สำรวจภายนอกบริเวณวัด



























































ภายในวัดเรียบง่ายครับ อยู่แบบธรรมชาติ ร่มรื่น เงียบสงบดี ห้าโมงเย็นก็ได้เวลาไปนอนในตัวเมืองสกลโชคดีที่เช่ารถได้ ไม่งั้นไม่รู้ผมจะไปยังไงต่อ 

คันนี้แหละครับ







ออกจากวัดได้ประมาณสี่สิบนาทีก็มาถึง สกลแล้วครับ







เมืองสกล ใหญ่กว่าที่ผมคิดไว้เยอะเลยครับ อย่างนี้ต้องขับหลงในเมืองซะหน่อย ขับหลงจนเริ่มจะจำได้ ที่พักก็ยังไม่มี ก็ขับวนๆเอา ไปเจอโรงแรมนี้ครับ ทำเลดี อยู่หน้าตลาดสด รอดตายแล้ว พักมันที่นี่แหละ อิอิ







มื้อเย็น ที่ฝั่งตรงข้ามโรงแรม (ตรงที่ผมยื่นถ่ายรูปข้างบนนั้นแหละ) ขายสารพัดปากหม้อ ชื่อร้านน้องพลอยครับ







หน้ามืด หิวจัด สั่งแหลก

สั่งไปห้าอย่าง จำไม่ได้ว่าอะไรเป็นอะไร รู้แต่ว่ากินไม่หมด แค่อยากชิม

















อิ่มเสร็จก็ขับรถยืดเส้นยืดสายในเมือง หลงบ้างพอเป็นพิธี ก็ได้เวลาเข้านอน 

หกโมงเช้า ผมตื่นมาเดินตลาดสดหน้าโรงแรม เดินดูแม่ค้าขายของ ได้ชิมอาหารนิดหน่อยก็กลับเข้าโรงแรม แปดโมงเช้าผมก็ออกจากโรงแรม ขับรถไปกินไข่กระทะ ที่ผมเหล่ไว้ตอนที่ผมขับหลงตั้งแต่เมื่อวาน (ผมไม่เคยกินไข่กระทะมาก่อนเลย ตั้งใจว่ายังไงก็ต้องมากินไข่กระทะให้ได้)

ร้านนี้เลยครับ







เมนูเด็ด ไข่กระทะกับแซนวิชขนมปัง ไม่ผิดหวังที่ขับรถหลงมาเจอร้านนี้ 555









เช้านี้ไม่วู่วาม สั่งไปไม่กี่อย่าง มีไข่กระทะ ขนมปังแซนวิช เส้นเปียกแล้วก็ข้าวต้ม กำลังดีครับ

แอบกระซิบ ร้านนี้อร่อยกว่าร้านเมื่อวานอีก









อิ่มเสร็จแล้วเวลาเหลือนิดหน่อย ขากลับผมมีเวลาแวะกราบพระอาจารย์มั่น ดีใจมากที่ได้มีโอกาสมากราบท่าน





















สี่โมงเช้าก็ได้เวลาเอารถมาคืนที่สนามบิน ห้าโมงได้เวลาบินกลับบ้านแล้วครับ











อยากบอกว่าประทับใจ และรู้สึกอิ่มใจยังไงไม่รู้ ผมมาสกลครั้งนี้ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก แค่ต้องการมาดูวัดคำปะมง มากราบหลวงพ่อ เท่านั้น

แต่พอได้มาสัมผัสเมืองสกลแล้ว ยังมีอะไรหลายอย่างที่ผมยังไม่รู้ ยังมีอีกหลายที่ที่ผมยังไม่ได้ไปสัมผัส สกลนครมีอะไรมากกว่าที่ผมคิดเยอะ ผมสัญญาแล้วผมจะกลับมาเยี่ยมใหม่ครับ



Create Date : 24 กรกฎาคม 2554
Last Update : 22 พฤษภาคม 2559 20:39:33 น. 20 comments
Counter : 11880 Pageviews.

 
เห็นแล้วปลื้มใจมากๆค่ะพอดีเป็นคนสกลค่ะ


โดย: กระเป๋าน้อย IP: 27.130.167.225 วันที่: 24 กรกฎาคม 2554 เวลา:22:00:52 น.  

 
อิจฉาคนได้เที่ยวบ่อยๆจริงจริ๊ง
เปิ้ลก็ยังไม่เคยไปสกลนครเลยค่ะ
เห็นยาต้มแล้วดูขมปากไงไม่รู้นะคะ
รสมันเป็นยังไงบ้างอ่ะค่ะ ได้ชิมมารึเปล่า?


โดย: fondakelly วันที่: 24 กรกฎาคม 2554 เวลา:22:10:54 น.  

 
แวะมาชม ครับ


โดย: Kavanich96 วันที่: 25 กรกฎาคม 2554 เวลา:8:52:20 น.  

 
ไม่เคยไปเที่ยวที่สกลนครเช่นกันค่ะ
เคยได้ยินว่าที่นั่นมีวัดที่น่าสนใจอยู่
หลายวัด อยากไปบ้างเหมือนกันค่ะ
แต่นกแอร์ ไม่มีที่สุวรรณภูมิบ้านเราอยู่
ใกล้สุวรรณภูมิมกกว่าค่ะ
อยากให้มีนกแอร์ที่นี่บ้างจัง
โปร 999บาทน่าสนใจดีเนาะ


โดย: hellojaae (hellojaae ) วันที่: 25 กรกฎาคม 2554 เวลา:13:46:01 น.  

 
เห็นรายการอาหารที่คุณ nongmalakor สั่งมากินแล้ว รู้สึกอยากกินขึ้นมาทันที

ดูจากรายการอาหารที่สั่งก็น่ากินทั้งนั้น แต่ที่น่าสนใจมากที่สุดก็คือไข่กะทะ

ว่างๆผมจะลองไปหารัปทานให้ได้สักครั้งหนึ่ง


โดย: เกลอแก้ว วันที่: 25 กรกฎาคม 2554 เวลา:19:15:10 น.  

 
สวัสดีค่ะ
วันนี้กว่าจะตรวจคนไข้เสร็จ ทานข้าวเที่ยงตอนบ่ายสองแล้วค่ะ
หิวมั่กๆๆ


โดย: fondakelly วันที่: 25 กรกฎาคม 2554 เวลา:21:11:37 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่ต้อง ก่อนอื่่นต้องบอกว่าคิดถึงมาก ๆ คะ รวดเร็วจริง ๆ เนอะเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจริง ๆ ไว้ว่าง ๆ กันเมื่อไรนัดเจอ นัดเที่ยวกันอีกนะค่ะ ก่อนพี่จิบกลับอินโดพี่ต้องได้เจอกับพี่จิบอีกไหมคะ

จังหวัดทางภาคอีสานมีที่เที่ยวอีกมากมายให้เที่ยว แต่ทำไมคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวทางนั้นเท่าไรเลย ไว้มีโอกาสก็จะไปเที่ยวทางนั้นบ้างดีกว่า


โดย: paerid วันที่: 25 กรกฎาคม 2554 เวลา:21:40:31 น.  

 

ขอบคุณที่อวยพรวันเกิดให้อุ้มนะคะ
ซาบซึ้งค่ะ
แวะมาไหว้พระที่จ.สกลนครด้วยคนนะคะ
แหล่มค่ะแหล่ม


โดย: อุ้มสี วันที่: 25 กรกฎาคม 2554 เวลา:22:43:24 น.  

 
ก็สะดวกอย่างที่ว่าแหละค่ะ
แต่บางจังหวัดไม่มีไง
เลยแบบอยากได้ทุกสายการบินใกล้ๆ
บ้านไงคะ อิ อิ แบบเห็นแก่ตัวไงคะ


โดย: hellojaae (hellojaae ) วันที่: 26 กรกฎาคม 2554 เวลา:12:46:58 น.  

 
สวัสดียามบ่ายๆค่ะ

ขอตามมาไหว้พระทำบุญ วัดคำประมง จ.สกลนคร ด้วยคนค่ะ

ขอบคุณที่แวะไปทักทายกันค่ะ

ขอให้มีความสุขนะคะ


โดย: iamorange วันที่: 26 กรกฎาคม 2554 เวลา:16:12:08 น.  

 
เราเปนคนสกลนคร
อาหารที่นี่อร่อย
มาคราวหน้าไปนมัสการหลวงพ่อองค์แสน
และองค์พระธาตุเชิงชุม ด้วยนะคับ
เปนวัดประจำจังหวัดที่สวยงามมาก


โดย: jr IP: 27.55.221.17 วันที่: 13 สิงหาคม 2557 เวลา:22:45:20 น.  

 
ขอบคุณคุณ jr มากเลยครับ สำหรับข้อมูลพระธาตุเชิงชุมกับหลวงพ่อองค์แสน คราวหน้าถ้ามีโอกาสไปรับรองไม่พลาดแน่ครับ


โดย: nongmalakor วันที่: 14 สิงหาคม 2557 เวลา:8:42:09 น.  

 
ผมมีโอกาศได้ดื่มน้ำสาบานที่ทางวัดคำประมงมาออกงานที่งานสมุนไพร2557 ที่เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 7 ก.ย นี่เองครับ น้ำยามีรสชาดขมนิดหน่อยแต่กลับรู้สึกว่าหายปวดเมื่อยจากที่เคยเป็นอยู่ (ไม่รู้ว่าอุปทานหรือปล่าว) มีคนที่บูธของวัดคำประมงเยอะมากๆ ได้ทานแล้วติดใจอยากทานเป็นประจำ แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่มีขายอยากได้ต้องตามไปดื่มที่สกลนคร โอยผมว่าน่าจะมีสมุนไพรขายให้กับผู้ที่สนใจนำมาต้มเองนะครับ ท่านใดเคยติดต่อกับทางวัดและได้สมุนไพรมาช่วยแนะนำวิธีการด้วยครับจะขอบคุณมาก


โดย: Karoon IP: 171.98.136.208 วันที่: 8 กันยายน 2557 เวลา:9:59:44 น.  

 
คุณ Karoon จำได้ลางๆว่าทางวัดเค้าไม่ขายให้ครับ ต้องพาผู้ป่วยเป็นมะเร็งเข้าไปรักษา เค้าจะให้ยาสมุนไพรไปทำพิธีต้มแล้วอยู่รักษาที่นั้นเลย ปัจจุบันไม่ทราบว่านโยบายของหลวงพ่อหรือทางวัดเปลี่ยนไปยังครับ



โดย: nongmalakor วันที่: 8 กันยายน 2557 เวลา:18:02:11 น.  

 
จะไปเป็นจิตอาสาช่วงปีใหม่ค่ะ..แต่ไม่ทราบว่าถ้าลงเครื่องที่สกลแล้วจากสนามบินมีรถรับจ้างไปที่วัดคำประมงไหมคะ..และค่าใช้จ่ายเท่าไหร่คะ..เดินทางคนเดียวค่ะและยังไม่เคยไปสกลเลยค่ะ..รบกวนผู้รู้ช่วยตอบด้วยค่ะ..ขอบคุณค่ะ


โดย: ชล IP: 110.168.186.101 วันที่: 6 ตุลาคม 2557 เวลา:12:54:24 น.  

 
คุณชล... ก่อนอื่นขออนุโมทนาบุญด้วยครับ ที่เสียสละไปเป็นจิตอาสา ส่วนเรื่องเดินทาง ในสนามบินมีรถรับจ้างครับ เหมาเป็นวันหรือเหมาเป็นเที่ยวแล้วแต่เราจะต่อรองราคา จะมีรถอยู่หน้าสนามบินเลย แต่ผมจำไม่ได้ว่าราคาเท่าไหร พอดีช่วงนั้นผมไม่สะดวกเรื่องเหมารถ (แต่คิดว่าราคาพอสมควรอยู่นะ เลยเพิ่มตังค์อีกหน่อยดีกว่า) ผมแนะนำคุณชล ลองโทรไปถามที่วัดดีกว่าครับ ว่าเราจะไปเป็นอาสาสมัคร จะเดินทางจากสนามบินไปวัดยังไง เผื่อโชคดีเจอจิตอาสาจะได้แวะรับไปด้วยกัน ขอให้โชคดี เดินทางปลอดภัยตลอดทริปครับ


โดย: nongmalakor วันที่: 6 ตุลาคม 2557 เวลา:17:57:19 น.  

 
เอาที่ติดต่อวัดคำประมงมาให้ครับ

ที่อยู่วัดคำประมง 95 ม.4 ต.สว่าง อ.พรรณานิคม
จ.สกลนคร 47130 THAILAND

โทรศัพท์ : 042-704-880

โทรสาร : 042-704-973

มือถือ : 081-601-6960, 081-111-7107


เมล์จิตอาสา ppparokhaya@gmail.com

ติดต่อวัดคำประมง คลิ๊กเลย


โดย: nongmalakor วันที่: 6 ตุลาคม 2557 เวลา:18:08:03 น.  

 
จิตอาสา

โครงการ “ มาเป็นจิตอาสากันเถอะ เพียงปีละ ๑ วัน”(หรือมากกว่า)

หลักการและเหตุผล:

ปัญหาที่ซับซ้อนของสังคม ทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา สิ่งแวดล้อม ความเสื่อมทางวัฒนธรรม เป็นปัจจัยภายนอกที่มีผลกระทบกับจิตใจของคน ทำให้คนมีปัญหาเรื่องเป้าหมายชีวิตเน้นด้านวัตถุมากเกินไป มีการใช้เวลาส่วนมากไปในทางที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจ เหลือเวลาน้อยมากในการประกอบคุณงามความดีซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายสำคัญของทุกศาสนา ความซับซ้อนของปัญหาทำให้เกิดการแตกแยกเป็นปัจเจกบุคคล ต่างคนต่างอยู่ ขาดการรวมตัวกันเป็นกลุ่มเพื่อทำความดีที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างต่อเนื่อง ยั่งยืน แต่ความมีน้ำใจของคนในสังคมไทยไม่เคยเหือดแห้ง จางหายไป และคนไทยก็มีความรู้ความสามารถมาแพ้ชาวต่างประเทศในทุกๆด้าน อีกทั้งทรัพยากรในประเทศก็มีมากมายเป็นที่ได้เปรียบกว่าชาติอื่น เช่นเรามีพระมหากษัตริย์ที่เป็นผู้นำด้านจิตอาสาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด มีผู้นำในการทำสาธารณประโยชน์มากมายทุกพื้นที่ เงินงบประมาณแผ่นดินจากการจัดเก็บภาษีก็มีมาก เพียงแต่ยังขาดการประสานเรียงร้อยการทำงานให้มีพลังมากพอที่จะเกิดผลกระทบเป็นวงกว้างในสังคมไทย
คนส่วนใหญ่อยากทำความดี แต่คนๆหนึ่งจะลงมือทำความดีเป็นเรื่องที่ยาก ถ้ามีปัญหาอุปสรรคมากก็เกิดความท้อใจเลิกทำความดีได้ง่าย และความดีเป็นเรื่องที่สัมผัสได้เฉพาะตน ทำแทนกันไม่ได้

ดังนั้นถ้ามีการเปิดเวทีในการทำความดีที่ทำได้ง่ายก่อนและอาศัยความต่อเนื่องของการทำความดีจากหลายๆคนเชื่อมเรียงร้อยกันก็จะเป็นกระแสของความดีที่ยิ่งใหญ่ขึ้น ก็จะดึงดูดให้คนอื่นมาร่วมกันทำความดีได้มากขึ้นไปอีก

วัตถุประสงค์:

1.ต้องการเปิดเวทีให้คนเป็นจิตอาสา ทำความดีเพื่อผู้อื่นที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน

2.ปรับปรุงสังคมให้น่าอยู่ มีน้ำใจต่อกัน เห็นใจกัน ลดความอิจฉาริษยากัน

3.ยกระดับจิตใจของคนในสังคมให้สูงขึ้นด้วยการบริการผู้อื่นโดยไม่มีสิ่งตอบแทน

4.ใช้หลักธรรมในการสื่อความหมาย

รูปแบบการปฏิบัติ:

1.เปิดอโรคยศาลวัดคำประมง สถานที่บำบัดผู้ป่วยโรคมะเร็ง ด้วยสมาธิ ธรรมชาติบำบัด และแพทย์ทุกแผน ให้ประชาชนทุกคนทุกสายอาชีพทั่วโลก มาเป็นอาสาสมัครในการช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งทุกๆด้าน ตามแต่ที่ตนถนัดและช่วยเหลือได้ เพียงคนละ ๑ วัน ต่อปี หรืออาจจะมามากกว่านั้นก็ได้ เช่น ท่านที่จะมาเที่ยวสกลนคร นครพนมมีโปรแกรมเที่ยว ๗ วันก็มาแวะที่ อโรคยศาล ๑ วันเพื่อเป็นจิตอาสา แพทย์ พยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ตามโรงพยาบาลต่างๆ โดยถือว่ามาออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ๑ วัน,ในการทำบุญวันเกิดให้ตัวเอง,หรือในวันสำคัญต่างๆตามแต่กรณี

2.ผู้ต้องการเป็นอาสาสมัครแจ้งความจำนงล่วงหน้ามาที่อโรคยศาล ผ่านทาง

2.1 website ; //www.khampramong.org หัวข้อ “ติดต่อวัดคำประมง” ตรงมุมซ้ายล่าง

2.2 e-mail มาที่ ppparokhaya@gmail.com

2.3 โทรศัพท์หรือโทรสาร มาที่วัดคำประมง เบอร์โทรศัพท์-โทรสาร ๐๔๒- ๗๗๙-๒๗๖ มือถือ ๐๘๑-๖๐๑-๖๙๖๐,๐๘๑-๑๑๑-๗๑๐๗

2.4 ส่งจดหมายหรือไปรษณียบัตรมาที่ หลวงตาปพนพัชร์ ฯ อโรคยศาล วัดคำ ประมง เลขที่ ๒๐ ม.๔ ต.สว่าง อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ๔๗๑๓๐ หรือเดินทาง มาที่อโรคยศาลโดยตรง (ไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าก็ได้)

3.หน้าที่ซึ่งต้องการความช่วยเหลือพอเป็นสังเขป ของ จิตอาสา

1.แพทย์ แผนไทย-ตะวันตก-จีนที่ศรัทธาในการแพทย์แบบองค์รวมหรือการแพทย์ทางเลือก

2.ผู้ช่วยพยาบาล ช่วยการพยาบาลทั่วไป ทำแผล เปลี่ยนสายสวน ฉีดยา แนะนำผู้ป่วย
ทางด้านจิตเวช ทำกลุ่มบำบัด

3.แพทย์หรือเทคนิคการแพทย์ ช่วยดูกล้องจุลทรรศน์ Dark field

4.แพทย์แผนไทย แพทย์ทางเลือก ช่วยปรับปรุงการดูแลสมดุลร่างกาย

5.อาหารบำบัด ต้องการผู้มีประสบการณ์อาหารบำบัดตามแนว Gerson หรือ Macrobiotics

6.งานวิจัยผลการรักษา อายุขัยผู้ป่วย ทำสถิติ ติดตามผลการรักษาทางโทรศัพท์และลงพื้นที่ถ้าจำเป็น

7. การผลิตสมุนไพร ผู้มีความรู้เรื่องการเกษตรไร้สารพิษ ไม่จำกัดเวลา แต่ต่อเนื่อง จนพัฒนาเป็นพื้นที่ปลูกสมุนไพร ผลิตออกมาใช้ได้

8. เภสัชกร ช่วยจ่ายยา จ่ายสมุนไพร มาช่วยจ่ายยา แนะนำยา จัดหมวดหมู่ยา

9.การอบสมุนไพร

10.การล้างพิษ ช่วยแนะนำ และช่วยทำ detoxfication

11.ผู้ป่วยมะเร็งเก่า ผู้มีประสบการณ์ในการช่วยดูแลผู้ป่วย

12.การให้ความรู้การปฏิบัติตัวผู้ป่วย

13.การฝังเข็ม แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญในการฝังเข็ม

14.งานเอกสาร จัดบอร์ด ทำแผ่นพับ ประชาสัมพันธ์

15.ด้านพิธีกรรมต้มสมุนไพร สวดมนต์ สมาธิบำบัด ตามฤกษ์ที่เหมาะสม

16.การออกกำลังกาย ลมปราณบำบัด (ชี่ไดนามิกส์ ชี่กง) หารเดินจงกรม

17.การหัวเราะบำบัด ดนตรีบำบัด ศิลปะบำบัด


สำหรับบุคคลทั่วไป:

1.การเยี่ยมให้กำลังใจผู้ป่วย

2..การทำความสะอาดอาคารสถานที่

3.การจัดหนังสือ ห้องสมุด

4.การลงทะเบียนผู้เป็นอาสาสมัคร

5.การปลูกผักไร้สารพิษ ทำแปลงผัก รดน้ำต้นไม้

6.รับโทรศัพท์ ,การช่วยงานวิจัยในการโทรศัพท์ติดตามผู้ป่วย

7.ช่วยโรงครัวทำอาหาร

8.ช่วยกิจกรรม เช่น บริจาคโลหิต ตามเทศกาล

9.งานเอกสาร ธุรการ และงานอื่นๆ

การปฏิบัติตัว:

1.ปฏิบัติงานด้วยความสบายใจ ไม่เคร่งเครียด ไม่ทะเลาะกับใคร ช่วยเหลือและให้อภัยกันถ้ามีเรื่องกระทบ สำรวมกาย วาจา ใจ ปฏิบัติแบบสุภาพชน ใช้หลัก สัปปุริสธรรม 7 คือรู้จักเหตุ ผล ตน ประมาณ กาล บุคคล ชุมชน

2.รบกวนผู้อื่นน้อยที่สุด การกินอยู่อย่างง่าย ช่วยเหลือตัวเองมากที่สุด

3.ไม่มีการให้ค่าตอบแทนใดๆทั้งสิ้น ค่าใช้จ่ายในการเดินทางต้องออกเอง

4.มีปัญหาปรึกษาหลวงตา หรือ ปรึกษาในหมู่คณะ

5.สิ่งใดทำแล้วไม่มีโทษ มีประโยชน์ต่อคนไข้ และไม่รบกวนต่อโครงสร้างอโรคยศาลโดยรวมสามารถทำได้เลย


การเดินทางมาอโรคยศาล:

1.ทางรถยนต์ มาตามทางหลวงสาย 22 ถึง กม.ที่23 บ้านสามแยกสูงเนิน(สกล-อากาศ) เลี้ยวไปทางอำเภออากาศอำนวยเส้นทางหมายเลข 2355 ประมาณ 12 กม.ถึงบ้านบัว(น้อย) แล้วเลี้ยวขวาเดินทางไปอีก 5 กม.มีป้ายบอกทุกระยะ

2.นั่งรถทัวร์จากหมอชิตมาลงสกลนคร มีรถออกตอนกลางคืน 19.00 ,20.00, 20.30, และ 21.00น. ถึงสกลนครตั้งแต่ 05.00 ถึง 06.00 น.เช่ารถโดยสารมาที่วัดคำประมง ระยะทางประมาณ 40 กม.

3.ขึ้นเครื่องบิน PB Air มาลงสนามบินสกลนคร เช่ารถโดยสารมาที่วัดคำประมง ระยะทางประมาณ 37 กม. ขึ้นเครื่องบินมาลงสนามบินนครพนม เช่ารถโดยสารมาที่วัดคำประมง ระยะทางประมาณ 120 กม ขึ้นเครื่องบินมาลงสนามบินอุดรธานี เช่ารถโดยสารมาที่วัดคำประมง ระยะทางประมาณ 160 กม งบประมาณ ;- -

หมายเหตุ:
การเป็นจิตอาสา ไม่ติดที่รูปแบบ อาศัยเห็นเป้าหมายร่วมกัน นำความรู้ความสามารถมาลงมือปฏิบัติเลย ประเมินผลที่ความสุขของผู้เป็นจิตอาสา ความสุขของผู้ป่วย

น.พ.ศิริโรจน์ กิตติสารพงษ์ ผู้ร่างโครงการ

ข้อมูลจาก ทีมงานจิตอาสา คลิ๊กเลย

เวปนี้ก็เขียนน่าสนใจครับ คลิ๊กเลย


โดย: nongmalakor วันที่: 6 ตุลาคม 2557 เวลา:18:24:40 น.  

 
ค่าเครื่องบินประมาณเท่าไหรได้แต่ละคน


โดย: ฉันทิกา คงชำนาญ IP: 49.230.154.120 วันที่: 17 กรกฎาคม 2558 เวลา:14:53:26 น.  

 
ชื่นชม ยินดี ร่วมกับเจ้าของกระทู้นี้นะคะ
อยากไปวัดคำประมงเช่นกันค่ะ


โดย: ตาข่าย IP: 49.230.215.18 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา:19:09:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

nongmalakor
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 120 คน [?]




ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง
Google
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2554
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
24 กรกฏาคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add nongmalakor's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.