เมษายน 2549
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
22 เมษายน 2549

คนไข้จิตเวช


มีใครเคยสงสัยมั้ยว่าคนที่มีอาการทางจิต แล้วถูกส่งไปรักษาอยู่ในโรงพยาบาล สภาพความเป็นอยู่จะเป็นยังไง ตอนฝึกงานมีช่วงที่เข้าไปอยู่ในจิตเวชซึ่งเป็น locked unit คือการผ่านเข้าออกกั้นประตูแบบใช้คีย์การ์ดหรือกดเปิดปิดควบคุมจาก station หลายชั้นมาก

คนไข้มีทั้งที่เต็มใจมาอยู่หรือโดนคำสั่งศาลบังคับให้มา แรก ๆ ที่เข้าไปยอมรับเลยว่ากลัว เพราะบางคนก็จ้องเราตาขวาง โรงพยาบาลที่ไปฝึกงานเป็นโรงพยาบาลเดียวในรัฐที่มีห้องให้สูบบุหรี่ได้ แต่มีเวลาจำกัดแล้วก็อนุญาตให้สูบบุหรี่ได้คนละไม่เกิน 2 มวนต่อครั้ง โดยบุหรี่ต้องมาเบิกจากพยาบาลที่ station ไม่ได้ฟรีนะคะ ของใครของมันคือต้องพกเข้ามาเอง ซึ่งพอมาถึง unit แล้ว ข้าวของทุกอย่างที่ดูท่าว่าจะก่อให้เกิดอันตรายจะถูกเอามาเก็บไว้กับพยาบาล แล้วคนไข้ต้องเบิกเอา การสูบบุหรี่เปิดให้สูบเป็นรอบ(เหมือนดูหนังเลยแหะ)รอบแรกเริ่มตอน 8 โมงเช้า ประมาณว่าใครอยากสูบก็จงตื่นขึ้นมา



คนไข้มีหลายกรณีต่างกันไป มีทั้งหญิงสาวที่ถูกข่มขืนจากเพื่อนและคนแปลกหน้า(ต่างกรรมต่างวาระ) จนทำให้ประสาทหลอน คนไข้คนนี้น่าสงสาร บางทีคุยกับเขาอยู่ดี ๆ เขาก็กลัวจนร้องไห้ออกมา
หรือรายคนไข้ชายชาวลาวที่พยายามฆ่าตัวตายหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ จนสุดท้ายใช้มีดดาบไล่ฟันตำรวจ เพื่อให้ถูกยิงตาย ก็ถูกยิงจริง ๆ เข้าจุดสำคัญหลายแห่งแต่ก็ไม่ตาย คนไข้คนนี้ชอบฟังเพลง เห็นแกนั่งเงียบอยู่มุมห้องแล้วพกวิทยุติดตัวตลอด อยากรู้ว่าฟังเพลงอะไรเลยไปขอยืม CD เขามาฟัง ครั้งแรกที่ได้ยินขนลุก เป็นเพลงบรรเลงที่ฟังแล้วหดหู่บอกไม่ถูก หรือรายคนไข้ชายที่หมดเนื้อหมดตัว แล้วโดนภรรยาขอหย่าพร้อมเอาหมาสุดที่รักของแกไปด้วย

การรักษามีทั้งกินยาไม่ว่าจะสมัครใจหรือไม่สมัครใจ(หรือถ้าให้กินแล้วไม่กินมีการอมยา ก็จะโดนจับกรอกโดยมีการ์ดร่างยักษ์หลายคนมารุมทับ)ECT ออกกำลังกายในห้องฟิตเนต ตีปิงปอง (อันนี้ก็ได้ตีกับคนไข้จนลิ้นห้อยเลย คือคนไข้ไม่ยอมเลิก) หรือการเปิดใจให้คนไข้เข้ากลุ่มมาเปิดใจพูดว่าแต่ละคนคิดอะไรอยู่

ตอนที่ไปฝึกงาน อาจารย์ให้ประกบติดคนไข้ ไม่ว่าคนไข้จะทำอะไรให้ทำด้วย คนไข้ระบายสีเราก็ระบายสีตามไปด้วย ก็เลยได้รูปอย่างที่เห็นนี่แหล่ะค่ะ ไม่มีหัวทางศิลปะหรอกนะคะ เพราะต้องระบายสีไป พร้อมกับสังเกตคนไข้ทำกิจกรรมไปด้วย ไม่ว่าเขาจะพูดหรือทำอะไรสังเกตเข้าไป




คนไข้ส่วนใหญ่น่าสงสาร เพราะเขาบอกว่าญาติพี่น้องไม่เข้าใจคิดแต่ว่ากินยาหรือรักษาแล้วต้องหาย คนที่มีอาการทางจิตค่อนข้างใช้เวลาในการรักษาและต้องการคนเข้าใจ ใจเย็นกับพวกเขาสักนิดแล้วจะรู้ว่าบางคนก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เราคิด




 

Create Date : 22 เมษายน 2549
1 comments
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2550 20:33:49 น.
Counter : 967 Pageviews.

 

ตั้งกะเข้ามาอ่านแวดวงสีขาวนี่ รู้สึกว่าจะพลาดอันนี้ไปอ่ะ

พอดีเพิ่งไปตรวจสุขภาพสำหรับแบบฟอร์ม I-693 มา แล้วเจอพยาบาลถามประมาณว่า คุณเคยมีอาการป่วยทางจิตหรือเปล่าทำนองเนี้ย ก็เข้าใจนะ ว่ามันเป็นข้อกำหนดที่เขาต้องถาม แต่ถ้าสมมติว่าผู้ป่วยโกหกอ่ะ แบบว่าเป็นไซโคลึกๆอ่ะ พยาบาลจะรู้ไม๊ว๊า

โอ้ว ขอเม้าอีกเรื่องฮ่ะ พยาบาลที่ฉีดวัคซีนให้อิชั้นเป็นชายร่างกำยำ (เป็นคนดำด้วย) กล้ามงี้ล่ำเชียว เห็นแล้วอยากเป็นลมนึกในใจว่ามือมันจะหนักมากไม๊ว๊า คุยไปคุยมาเขาก็ว่าเขาเคยอยู่หน่วยนาวีมาก่อน เราก็ว่าเออคุณคงฉีดมาเยอะแล้วเนอะ (แต่นึกในใจว่า ที่โดนฉีดมันปู้ชายทั้งนั้นนี่หว่า มันก็ทนได้น่ะเซ่) แต่ผลลัพธ์คือ มือเบามั่กๆ เบากว่าที่คิดไว้หลายสิบเท่า รอดตายล่ะก๊า

 

โดย: Uchiara 21 มิถุนายน 2550 4:42:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


ชมพู่แก้มแหม่มของแม่ตุ๊กตา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add ชมพู่แก้มแหม่มของแม่ตุ๊กตา's blog to your web]