'*^-+...ไม่มีอะไรงดงาม เท่าความสงบสุข...+-^*'

บทความที่ยังไม่มีตอนจบ

ยามบ่ายเย็นของวันธรรมดาวันหนึ่ง ขณะรถรากำลังคับคั่งและเนืองแน่นเนื่องจากผู้คนเริ่มเดินทางกลับบ้าน สำหรับวันนี้ ฉันพอมีเวลาว่างอยู่ช่วงหนึ่งก่อนจะกลับไปดำเนินกิจวัตรประจำวันตามปกติเช่นเดิม จึงเบี่ยงเบนเส้นทางเดินรถที่คุ้นเคย มุ่งหน้าไปยังบ้านราชวิถีซึ่งฉันได้รับอุปการะเด็กเอาไว้ โดยมีข้อตกลงหลักกับทางมูลนิธิว่าจะโอนเงินเข้าธนาคารเดือนละครั้งแล้วแต่กำลังความสามารถ และแวะมาเยี่ยมเยียนเด็กที่รับอุปการะไว้บ่อยเท่าไหร่ก็ได้

ซึ่งเป็นเวลาประมาณ 5 เดือนกว่าแล้ว ที่ฉันเริ่มต้นมองเห็นคุณค่าของเงินไม่กี่ร้อยบาทต่อเดือนมากขึ้นกว่าการใช้จ่ายหมดไปกับสิ่งล่อลวงประจำวันที่ไร้ค่า แต่ครั้งนี้เป็นเพียงครั้งที่ 3 เท่านั้นที่ฉันเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้เพื่อเยี่ยมเยียนน้องมิ้นท์และน้องด๊องแด๊งที่รับอุปการะเอาไว้ ...

ด้วยเหตุที่ไม่ได้ตระหนักเลยสักนิดว่าเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ นั้นจะสนใจหรือใส่ใจกับการที่มีคนแปลกหน้าแวะมาหาเป็นครั้งคราว ฉันจึงละเลยการไปพบปะให้บ่อยครั้งที่สุดเท่าที่จะทำได้ และก็ไม่ได้คิดว่าเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ นั้นจะมีความทรงจำเกี่ยวกับตัวฉันถึงขั้นผูกพันกันได้ แต่ความจริงแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่

เมื่อไปถึงก็จัดการติดต่อกับเจ้าหน้าที่เช่นเคย แต่น้องมิ้นท์ มณีกานต์ที่ฉันรับอุปการะยังไม่มา ก็มาแต่น้องด๊องแด๊งที่น้องชายฉันรับอุปการะเอาไว้ซึ่งยังเล็กมากและจำพวกเราไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ฉันก็ยังคงรับรู้ได้ถึงความสดใสร่าเริง กระปรี้กระเปร่าที่มากกว่าปกติธรรมดาที่เธอเป็น และแน่นอนว่าไม่ใช่เพราะขนมถุงโตที่หอบไปให้แค่เพียงเท่านั้น




ในครั้งนี้ก็ยังคงเป็นเหมือนเช่นทุกครั้ง ที่จะมีเด็กหญิงคนอื่น ๆ ตัวเล็กบ้างโตบ้างมารุมล้อมห้อมหน้าห้อมหลังตลอดเวลา ... บางคนก็มาเพราะขนมถุงใหญ่ที่บรรจุลูกกวาดหลากหลายไว้ในนั้น แต่บางคนกลับอยากมาทำความรู้จักคนแปลกใหม่ที่ดูอบอุ่นและสัมผัสได้จริง ๆ มากกว่าการอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ๆ และมีแม่บ้านคอยดุด่า ... เผื่อว่าพวกคนแปลกหน้าเหล่านั้นจะสามารถทำความหวังเล็ก ๆ ที่จะได้ออกจากที่นี่ให้เป็นจริงขึ้นมาสักวัน


หนึ่งในเด็กหญิงเหล่านั้น ถามฉันขึ้นมาว่า “พี่เป็นพี่สาวของด๊องแด๊งเหรอคะ?”... ฉันกับด๊องแด๊งตอบรับออกมาเกือบจะพร้อมกัน แต่ในแววน้ำเสียงของเด็กหญิงเล็ก ๆ ที่จูงมือฉันอยู่ พอจะรับรู้ได้ถึงความภูมิใจนิด ๆ ตามประสาเด็กตัวน้อยที่คอยเฝ้าหวงแหนของของตน...

แต่เด็กหญิงคนเดิมยังคงถามต่อไป “เคยพาด๊องแด๊งไปที่บ้านมั้ย? พาหนูกลับไปด้วยสิคะ” เป็นคำถามที่เหมือนไม่ต้องการคำตอบ จะด้วยเพราะใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนพูดไปเรื่อยเปื่อยหรืออย่างไรก็มิทราบได้ แต่กลับทำให้ฉันรับรู้ได้ถึงความเดียวดายของพวกเธอ ... ส่วนเด็กหญิงด๊องแด๊งก็ตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมาว่า ไม่เคยไป เพราะว่าบ้านของพี่สาวอยู่ไกล ซึ่งฉันจำได้ว่านั่นเป็นคำตอบที่ฉันตอบเธอในครั้งแรกที่มาหาด้วยเพราะต้องการปัดรำคาญการรบเร้า แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะยังคงอยู่ในใจเธอและหลุดออกมาให้ฉันได้ฟังในวันนี้

ฉันยังคงนั่งอยู่ที่ศาลาเยี่ยมเด็กแปดเหลี่ยมตัวเดิม นั่งมองไปที่สนามหญ้ากว้างใหญ่ มีเด็กหญิงวิ่งไปวิ่งมา และลมพัดเย็นดังเช่นเคย ค่อย ๆ ปลดปล่อยความคิดที่ติดตรึงเมื่อสักครู่นี้ออกมาเป็นความรู้สึกจาง ๆ เพื่อรอการก่อตัวให้เป็นรูปร่างอย่างชัดเจน ... ด๊องแด๊งยังคงนั่งนิ่ง ๆ บนตักฉัน เด็กหญิงคนอื่นก็ยังคงรุมล้อม ทุกคนตั้งตาคอยน้องมิ้นท์ช่างเจรจาว่าเมื่อไหร่จะวิ่งมาพร้อมกับเสียงใสดังเช่นทุกที




ฉันใช้เวลาค่อนข้างนานในการรอคอย จนเกือบจะลุกออกเดินจากไปแล้ว แต่ร่างเล็ก ๆ ก็วิ่งเข้ามาปะทะด้านหลังเข้าพอดี ฉันหันกลับไปก็พบใบหน้ากับรอยยิ้มสดใสที่คุ้นเคย เธอฉีกยิ้มกว้างให้ฉันพร้อมยกมือน้อย ๆ ขึ้นสวัสดี และร้องทักด้วยเสียงดังกังวานซึ่งเหมือนจะดังกว่าทุกที

“หนูไปเล่นอยู่ด้านนู้นก็เลยมาช้า ไม่คิดว่าวันนี้พี่สาวจะมาหา เพราะหนูรออยู่นาน วันนั้นก็ทีวันนี้ก็ที พี่สาวก็ยังไม่มา หนูก็เลยไปวิ่งเล่นกับเพื่อนเพราะไม่คิดว่าจะมาวันนี้” เธอพูดเสียงสดใส และมั่นใจตามฉบับเธอ พร้อมความหอบเหนื่อยจากการวิ่งตัดสนามบอลใหญ่ทำให้จับใจความได้บ้างไม่ได้บ้าง ฉันได้แต่ยิ้มให้หนึ่งที และเงียบลงกับคำพูดและรอยยิ้มกว้างที่พร่ำระดมไม่หยุด ... ปราศจากข้อแก้ตัวใด ๆ ทั้งสิ้น ฉันจึงต้องเฉไฉไปเรื่องขนมและลูกกวาดถุงใหญ่ที่เตรียมไว้ซึ่งเธอเป็นคนระบุชนิดเอง โดยอ้างความดีความชอบว่ายังไม่ลืมสัญญา

แต่ขนมสาหร่ายกับลูกอมเพียงไม่กี่เม็ดคงยังไม่พอให้เธอพูดจาย้ำเตือนเรื่องเดิม ๆ ออกมา ... “นี่เป็นครั้งที่ 3 แล้วนะคะที่พี่มาหาหนู ทำไมไม่มาบ่อย ๆ ล่ะคะ? มารับหนูกลับบ้านเหมือนแม่คนอื่น ๆ ที่มารับกลับตอนปิดเทอมก็ได้ ตอนนั้นหนูก็รอว่าจะมีใครมาหรือเปล่า พอไม่มีหนูก็แอบไปร้องไห้อยู่ตรงนู้น” เธอพูดจบพลางชี้โบ้ชี้เบ้พร้อมหันหน้ามายิ้มสดใสให้อีกทีทั้งที่ขนมยังเต็มปาก ... เธอคงไม่รู้หรอกว่าเจ้ารอยยิ้มที่แสนเบิกบานนั่น ยิ่งช่วยทำให้เหล่าคำพูดที่เธอเอ่ยออกมามันบีบคั้นอารมณ์คนฟังสักแค่ไหน ฉันได้แต่สบตาผู้ร่วมเดินทางมาด้วยพร้อมกระแสธารแห่งความคิดที่ดูเหมือนจะมาบรรจบกันและแสดงออกถึงความหดหู่ผ่านทางแววตา

แม้ว่าจะมีขนมกองโตกว่านี้เท่าไหร่ ของเล่นอีกนับหลายชิ้นมามอบให้มันก็ไม่มีทางเพียงพอสำหรับเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่พร่ำพูดนู่นนี่ต่อไปแต่หากใจเธอว่างเปล่าคนนี้ได้เลย ... “พี่ต้องมาหาหนูบ่อย ๆ นะคะ วันเสาร์อาทิตย์ก็ได้ มาได้ทุกวัน วันไหนก็ได้ ขออย่างเดียว...” เธอหยุดนิดหนึ่ง “อย่ามาช้านะคะ” เธอหัวเราะร่ากับคำพูดเด็ด ๆ ประโยคนั้น ส่วนฉันก็ได้แต่หัวเราะกลั้ว ๆ ตามไป ทั้งที่ในใจกลับจมดิ่งลงไปเรื่อย ๆ




ในขณะแรกที่ฉันตัดสินใจมาอุปการะเด็กสักคนหนึ่งก็คิดเพียงแค่ว่าจะเอาเงินที่เป็นส่วนการใช้ฟุ่มเฟือยในแต่ละเดือนมาให้น้อง ๆ เป็นการหัดจัดสรรการใช้เงิน ... ไม่คิดเลยสักนิดเดียวว่าฉันได้มาหย่อนความสัมพันธ์เอาไว้ ฉันจากไปโดยไม่คิดจะแวะเวียนกลับมาอย่างบ่อยครั้ง เพราะคิดว่าเธอคงไม่สนใจไยดี ในขณะที่ตลอดเวลามีเด็กหญิงคนหนึ่งตั้งหน้าตั้งตาคอยพี่สาวของเธอให้กลับมาหาอีกครั้ง

เธอทำให้ฉันคิดว่าตลอดเวลา 4 เดือนที่ผ่านมา ฉันใช้ชีวิตอย่างผิดพลาด ที่ลืมเด็กตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งให้อยู่กับความหวังที่ฉันสามารถบันดาลให้เธอได้ แต่ฉันไม่ได้ทำ
ถึงแม้เธอจะจำไม่ได้แม้แต่ชื่อฉัน แต่ในความทรงจำของเธอก็ยังคงมีพี่สาวคนหนึ่งที่สัญญาว่าจะมาหาบ่อย ๆ ... ถึงแม้ขนมและตุ๊กตาที่เอามาฝากเธอจะทำให้เธอมีดวงตาวูบเป็นประกาย แต่ก็เทียบไม่ได้เลยกับความอิ่มเอมใจที่เห็นพี่สาวของเธอนั่งรอตรงศาลาแปดเหลี่ยมตัวเดิม ... ถึงแม้จะเป็นเวลาเพียงช่วงสั้น ๆ 2 วันเท่านั้นที่เคยเจอกัน แต่ก็กลับทำให้ชีวิตของเด็กคนหนึ่งรอคอยช่วงเวลานั้นจะกลับมาอีกครั้ง...

สิ่งที่ฉันรับรู้ได้จากเด็กหญิงที่บ้านราชวิถีทุกครั้งและยิ่งตอกย้ำมันให้ชัดขึ้นในวันนี้ ก็คือ ความหวังและการรอคอย เธอเหล่านั้นใช้ชีวิตที่ผ่านมาเพื่อวิ่งตามหาและผิดหวังกับมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกที แต่สิ่งที่ฉันทำให้เธอได้ตอนนี้ ก็เพียงแค่ซื้อขนมและแวะเวียนไปหาเธอบ่อยขึ้นเพื่อพยายามเติมเต็มช่องว่างที่แสนยิ่งใหญ่ไม่ให้มันดูว่างเปล่ามากไปกว่านี้




ฉันร่ำลาพวกเธอและขับรถจากมา เดินทางกลับบ้านพร้อมกลิ่นไอแห่งความสิ้นหวัง บรรดาคำพูดเหล่านั้นคอยแต่จะวิ่งกลับมาจู่โจมฉันอยู่เรื่อย ๆ โดยที่เจ้าของต้นเหตุไม่ได้รับรู้เลยแม้สักนิดว่าเธอได้ทำอะไรไว้ ... แม้สิ่งที่ฉันทำจะไม่สามารถเติมเต็มสิ่งที่เธอขาดและโหยหา แม้สิ่งที่ฉันให้จะเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่เธอต้องการและสมควรได้รับมาตลอด แม้สิ่งที่ฉันตั้งใจจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรในสังคมได้มากกว่าที่เป็นอยู่... แต่ฉันก็ยังคงจะทำมันต่อไป ถ้ามันได้สร้างความสุขใจเล็ก ๆ แก่ผู้รับและผู้ให้

แต่สิ่งที่ยังคงติดค้างในเบื้องลึกแห่งความคิดของฉันซึ่งไม่อาจมีใครตอบมันได้ คือ ชีวิตของคนคนหนึ่ง สมควรแล้วหรือที่จะต้องใช้มันหมดไปกับการรอคอยและผิดหวังอย่างเช่นพวกเธอ? ...


*เขียนไว้เมื่อ กรกฏาคม 2549








Create Date : 06 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 3 เมษายน 2551 6:15:53 น. 0 comments
Counter : 573 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

นางสาวดุ่บดั่บ
Location :
Vichy France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]




\\\ดุ่บดั่บๆ///
ดุ่บดั่บ คือ การเคลื่อนตัวของหนอน
หนอนตัวน้อย ๆ ที่สามารถไปไหนก็ได้ตามใจต้องการ
ฉันเองก็อยากเป็นหนอนตัวน้อย
จะได้ทำอะไรก็ได้ และไปที่ไหนก็ได้ตามที่ใจฉันฝัน
...ดุ่บดั่บ ๆ ๆ...





>>>คลิก ๆ...สารบัญและสมุดเยี่ยมค่ะ<<<




อ่านบลอคเก่า ๆ ก็ได้นะ

<<การปรับตัว-Acclimatisation>>
::สวนสาธารณะวันหม่น::
ภาพ: ดอกมูเก้
โดยสวัสดิภาพ-Bon Voyage(2)
โดยสวัสดิภาพ-Bon Voyage(1)



















Status: ขาวดำ



Group Blog
 
 
พฤศจิกายน 2550
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
6 พฤศจิกายน 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add นางสาวดุ่บดั่บ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.