พฤษภาคม 2555

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
26
27
28
29
30
31
 
 
25 พฤษภาคม 2555
อนุมูลอิสระ


อนุมูลอิสระ (Free Radicals)อนุมูลอิสระนั้นเกิดขึ้นในร่างกายของเราตลอดเวลา และออกซิเจนก็เป็นต้นเหตุของปัญหานี้ เราทุกคนจึงหนีไม่พ้น อนุมูลอิสระ เนื่องจากธรรมชาติออกแบบมาให้เราหายใจโดยใช้ออกซิเจน เพราะเซลล์จะต้องนำเอาออกซิเจนไปร่วมปฎิกิริยาเคมีในเซลล์ เพื่อให้เกิดเป็นพลังงงานออกมา (Aerobic metabolism) และจะมีผลผลิตข้างเคียง (By product ) ออกมาด้วยนั่นก็คือ Reactive Oxygen Species , ROS ภาษาไทยคงเรียกว่า “สารพันธุ์ออกซิเจนที่มีปฎิกิริยา” --ออกซิเจนที่มีอนุมูลอิสระ-- ประกอบกับร่างกายของคนเรานั้นประกอบไปด้วยเซลล์ต่างๆกว่า 60 ล้านล้านเซลล์ ในแต่ละเซลล์นั้นเกิดปฎิกิริยาเคมีขึ้นประมาณ 6 ล้านล้านครั้งต่อวินาที ดังนั้นพี่น้องก็ลองคิดกันดูเถอะว่า ในแต่ละวินาทีร่างกายของเรานั้นจะเกิดออกซิเจนที่มีอนุมูลอิสระ (ROS) ขึ้นมากเพียงใดออกซิเจนที่มีอนุมูลอิสระนั้นอันตราย โดยมันจะมีปฎิกิริยาเป็นลูกโซ่ ที่เป็นอย่างนี้เนื่องจากอิเล็คตรอนที่อยู่วงนอกสุดนั้น ไม่มีคู่จับ (unpaired electron) โดยปกติแล้ว อะตอมของธาตุใดๆจะประกอบไปด้วย โปรตอนและนิวตรอน รวมกันเป็นนิวเคลียส มีอิเล็คตรอนเป็นคู่ๆ โคจรอยู่รอบๆ เมื่ออิเล็คตรอนไม่มีคู่ มันไม่ชอบ มันต้องหาอิเล็คตรอนอีกตัวมาอยู่ด้วยให้ครบคู่ ถึงจะสงบ มันจึงไปขโมยอิเล็คตรอนหรืออะตอมของไฮโดรเจนทั้งหมดที่อยู่ข้างเคียง ทำให้อะตอมของโมเลกุลที่อยู่รอบข้างนั้นเสียสมดุลไปลุกลามจนทำให้เยื้อหุ้มเซลล์เป็นรู ทำให้ออกซิเจนที่มีอนุมูลอิสระเข้าไปในเซลล์ แล้วไปก่อความเสียหายให้กับเยื้อหุ้มเซลล์ของไมโตคอนเดรีย ทำให้การผลิตพลังงานให้เซลล์นั้นหยุดไป (ไมโตคอนเดรียทำหน้าที่เป็นโรงงานไฟฟ้าของเซลล์) และ เข้าไปทำลายนิวเคลียส ทำให้เยื้อหุ้มนิวเคลียสแตกออก ส่งผลให้ DNA กระจุยกระจายออกจากนิวเคลียส ทำให้เซลล์ทั้งเซลล์ตายไป แต่ผลนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในเซลล์เดียวแต่จะเป็นอย่างนี้กับเซลล์รอบข้างไปเรื่อยๆ เป็นลูกโซ่ ครับชนิดของสายพันธุ์ออกซิเจนที่มีปฎิกิริยา (ROS) และสารต้าน ROS




รูป

1. ซุปเปอร์ออกไซด์ (Superoxide O2- )เกิดขึ้นจากออกซิเจนในภาวะปกติ ได้รับอิเล็คตรอนเพิ่มขึ้น 1 ตัว ทำให้มันกลายเป็นออกซิเจนที่มีอนุมูลอิสระ นั่นเอง ซุปเปอร์ออกไซด์เป็นอนุมูลอิสระที่พบได้มากที่สุด ปกติแล้วมันจะถูกจับกิน (Scavenger) โดยซุปเปอร์ออกไซด์ดิสมิวเตส (SOD) อย่างรวดเร็ว แต่ถ้า SOD มีไม่มากพอ ซุปเปอร์ออกไซด์จะพยายามจับอิเล็คตรอนใกล้เคียง เป้าหมายที่ใกล้ที่สุดคือเยื้อหุ้มเซลล์ ถัดมาคือไมโตคอนเดรีย และโครโมโซม นอกจากมันจะเป็นตัวฆ่าเซลล์แล้ว มันยังทำให้เซลล์กลายพันธุ์เป็นมะเร็งได้ด้วย ** SOD ต้องการ ทองแดง สังกะสี และแมกนีเซียม เพื่อผลิตและทำหน้าที่ในที่นี้ขอเปรียบได้กับสงครามเงียบ คือสงครามที่ดูเหมือนสงบในแต่ละวัน แต่จริงๆแล้วได้เกิดสงครามระดับโมเลกุลขึ้นมาแล้วศัตรู : อนุมูลอิสระที่ทำให้เกิด Oxidative Stress (OS) พันธมิตร : สารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซี ดี ซีลีเนียมหน่วยสนับสนุน : วิตามินบี 1,2,6,12 และเกลือแร่ กองกำลังสนับสนุนศัตรู : มลพิษในอากาศ อาหาร น้ำ สารก่อมะเร็ง ความเครียดจากการออกำลังกายที่ไม่เหมาะสมหน่วยเสนารักษ์ : เป็นหน่วยรักษาการบาดเจ็บที่เกิดจากอนุมูลอิสระ เช่น เม็ดเลือดขาว คอเลสเตอรอล2. ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen peroxide , H2O2)ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ เป็นผลผลิตจากการที่ SOD จับ อนุมูลซุปเปอร์ออกไซด์ กิน H2O2 นั้นไม่รุนแรงเท่ากับอนุมูลซุปเปอร์ออกไซด์ โดย H2O2 จะถูกทำลายโดยเอนไซม์คะตะเลส หรือ กลูตาไธโอนเปอร์ออกไซด์ โดยที่คะตะเลสจะทำปฎิกิริยาในน้ำ ส่วน กลูตาไธโอนเปอร์ออกไซด์จะทำปฎิกิริยาในไขมัน เมื่อทำปฎิกิริยาเสร็จแล้ว H2O2 จะถูกเปลี่ยนเป็นน้ำและออกซิเจน2H2O2 ⇒ 2H2O + O2H2O2 สามารถทำลาย DNA เมื่อ DNA ถูกทำลายจึงก่อให้เกิดการกลายพันธุ์ (mutation) ทำให้มีโอกาสเกิดมะเร็งได้ แต่หาก H2O2 เกิดปฎิกิริยากับไขมันจะเกิดอันตรายมากคับ ดังนั้นในการต่อสู้กับ H2O2 ต้องอาศัยกลูตาไธโอน ซึ่งมี ซีลีเนียม , N-Acetyl Cysteine , B2 , Niacin เป็นสารตั้งต้นและเสริมสภาพกลูตาไธโอน3. อนุมูลไฮดรอกซิล (Hydroxyl radicals , OH)อนุมูลชนิดนี้เกิดจากในร่างกายมีกลูตาไธโอนไม่เพียงพอ ทำให้ H2O2 ไม่ถูกเปลี่ยนเป็นน้ำและออกซิเจน อนุมูลไฮดรอกซิลเป็นอนุมูลที่มีพิษมากที่สุดและมีปฎิกิริยาสูงมาก มันจะไปขโมยอะตอมของไฮโดรเจนที่อยู่ใกล้ที่สุด แม้จะเป็นปฎิกิริยาที่สั้นมากเพียง 1 ใน 1000 วินาที แต่กลับเป็นอันตรายต่อเซลล์มากที่สุด เนื่องจากไม่มีเซลล์ใดที่สูญเสียไฮโดรเจนได้ เมื่อเกิดขึ้นแล้วเซลล์จึงดับสูญ และมันไม่ได้เกิดแค่โมเลกุลเดียวนะคับ แต่เป็นล้านๆโมเลกุล ก็ลองคิดดูว่าจะอันตรายแค่ใหนงานวิจัยได้พบสารต้านอนุมูลอิสระชนิดนี้แล้ว นั่นก็คือ Methionine reductase , Amygdalin หรือ Vitamin B-17 –laetrile และ Proanthocyanidins ที่สกัดได้จามเมล็ดองุ่นและเปลือกสน จะเห็นได้ว่า ROS จะเกิดเรียงกันจาก ซุปเปอร์ออกไซด์ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ และอนุมูลไฮดรอกซิล4. ซิงเกลทออกซิเจน (Singlet oxygen , 1O2) เป็นออกซิเจนในรูปที่มีอันตรายมาก ซึ่งส่งผลต่อการอักเสบของข้อ (arthritis) มีอันตรายมากต่อดวงตา เช่น การเกิดต้อกระจก และทำให้เกิดจอภาพเสื่อมสภาพสารต้านอนุมูลอิสระที่ทำลาย ซิงเกลทออกซิเจน ก็คือ แคโรทีนอยด์ เช่น เบตา-แคโรทีน และไลโคปีน นอกจากนี้ วิตามินอี อี และแม้แต่คอลเลสเตอรอลก็สามารถกำจัดซิงเกลทออกซิเจนได้ความเสียหายจากออกซิเดชัน (Oxdative Stress) โรคที่เกิดจากการเสื่อมสภาพส่วนใหญ่นั้น สัมพันธ์กับความเสียหายของเซลล์จากอนุมูลอิสระ เช่น โรคข้อเสื่อม ต้อกระจก เบาหวาน หลอดเลือดแข็ง โรคสมองเสื่อม มะเร็งเกือบทุกชนิด และรวมถึงทำให้เกิดการแก่ชราด้วยอนุมูลอิสระทำร้ายส่วนต่างๆ ของเซลล์ เช่น1. เยื้อหุ้มเซลล์ (Cell membrane) ปกติเยื้อหุ้มเซลล์จะมีลักษณะอ่อนนุ่ม มีลักษณะกึ่งแข็งกึ่งเหลว ไหลได้บ้างเล็กน้อย มีสมบัติยอมให้สารบางชนิดผ่านเข้าออกได้ (Semi-permeable membrane) แต่หากเยื้อหุ้มเซลล์ได้รับอันตรายจากสารอนุมูลอิสระแล้วก็จะทำให้เยื้อหุ้มเซลล์แข็ง สารอาหารผ่านเข้าออกก็ยากลำบาก ไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้เซลล์ขาดพลังงาน และตายก่อนเวลาอันควร2. DNA หากอนุมูลอิสระเข้าไปภายในเซลล์ แล้วเข้าสู่นิวเคลียสแล้ว มักจะชอบไปทำลาย DNA ซึ่งเป็นหน่วยเก็บข้อมูล และควบคุมทางพันธุกรรม โดยปกติแล้วหากเซลล์ตายไปแล้วมันก็สามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้ตลอดเวลา แต่หากอนุมูลอิสระไปทำให้ข้อมูลในยีนสับสน ทำให้ไม่สามารถสร้างขึ้นมาใหม่ให้เหมือนเดิมได้ เกิดการกลายพันธุ์ ปัจจุบันเชื่อว่าเป็นกลไกสำคัญของการเกิดมะเร็ง3. ไขมันในเลือดและในเนื้อเยื้อ (Blood and tissue lipids) หากไขมันในเลือดและในเนื้อเยื้อทำปฎิกิริยากับไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ หรือ เปอร์ออกซีไนเตรท เช่น LDL ในเลือด เมื่อเกิดออกซิเดชันกับอนุมูลอิสระ ก็เป็นจุดเริ่มของขบวนการเกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัว (Artherosclerosis) ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหัวใจและสโตรค4. ไมโตคอนเดรีย (Mitochondria) ไมโตคอนเดรียเป็นหน่วยของเซลล์ที่ผลิตพลังงาน (โรงงานไฟฟ้าของเซลล์) อนุมูลอิสระทำให้ปฎิกิริยาของมันถูกขัดขวาง เซลล์จึงขาดพลังงาน เมื่อเซลล์มีพลังงานต่ำทั่วร่างกาย ก็จะทำให้อ่อนเพลียตลอดเวลา และต้านทานโรคได้ไม่ดี หากเกิดขึ้นมากๆ ก็จะทำให้เซลล์ขาดพลังงานจนตายไปก่อให้เกิดความชราตามมา5. ไลโซโซม (Lysosome) ไลโซโซมเป็นหน่วยของเซลล์ มีลักษณะเป็นถุง ภายในถุงผลิตเอนไซม์ย่อย ซึ่งย่อยได้ทุกสิ่ง ยกเว้นเยื้อหุ้มตัวมันเอง หากมันถูกทำให้เสียหายด้วยอนุมูลอิสระ ก็จะทำให้เยื้อหุ้มเซลล์ของมันแตก เอนไซม์ข้างในถุงก็จะหลั่งออกมาย่อยเซลล์ ทำให้เซลล์ตายไปเรื่อยๆเป็นลูกโซ่ปัจจัยที่ทำให้อนุมูลอิสระในร่างกายเพิ่มขึ้น1. ความเครียด ความเครียดทางอารมณ์หรือทางกาย ทำให้อนุมูลอิสระเพิ่มขึ้น ความเครียดมากส่งผลให้มีการตอบสนองต่ออารมณ์มาก หรือ ทำให้เกิดการเผาผลาญพลังงงานมาก อนุมูลอิสระจึงมากตามไปด้วย2. มลพิษในอากาศ เป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้มากในปัจจุบัน มลภาวะในอากาศประกอบไปด้วย ไนโตรเจนไดออกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ โอโซน สารประกอบไฮโดรคาร์บอนต่างๆ ควัน เขม่า ฝุ่นละเดียด คาร์มอนอคไซด์ ฯลฯ ทั้งหมดนี้ล้วนก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ3. ควันบุหรี่ เราอาจคิดว่ามลพิษในอากาศที่กล่าวมาแล้วนั้นอันตรายมาก แต่สำหรับผู้สูบบุหรี่แล้วควันบุหรี่นั้นอันตรายยิ่งกว่า ดังที่รู้กันว่า การสูบบุหรี่ทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพอง มะเร็งปอด สารพิษที่มากับควันบุหรี่ คือ นิโคติน น้ำมันดิน และสารปนเปื้อนอื่นๆ สารเคมีต่างๆ โลหะหนัก นอกจากนี้ ผู้ที่ไม่ได้สูบเอง แต่อยู่ในบริเวณที่มีผู้สูบบุหรี่ หรือห้องอับ ก็จะได้รับผลกระทบเช่นกัน เรียกกันว่า ผู้สูบมือสอง สารที่อยู่ในควันบุหรี่เหล่านั้น ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ และเป็นพิษอีกด้วย การงดสูบบุหรี่จึงเป็นหนทางที่ดีที่สุด แต่หากผู้ที่ยังเลิกสูบไม่ได้ การกินผักผลไม้มากๆ และกินวิตามินซีในปริมาณสูล 1000=4000 mgต่อวัน และกินสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆก็พอจะช่วยได้สูบบุหรี่แต่ละมวนทำให้อายุสั้นลง 8 นาทีสูบบุหรี่วันละซองทำให้อายุสั้นลงปีละ 1 เดือนสูบบุหรี่ 2 ซองต่อวัน ทำให้อายุสั้นลง 12 -15 ปี4. น้ำและสารปนเปื้อน การพัฒนาประเทศสู่อุสาหกรรม และการเกษตรที่ใช้สารเคมี อย่างมาก สารเคมีต่างๆ ที่ใช้จะปนเปื้อนแทรกซึมลงสู่แหล่งน้ำ ทั้งบนดินและใต้ดิน แม้แต่น้ำฝนก็ปนเปื้อนสารเคมีตามไปด้วย เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าน้ำที่เราดื่มนั้นสะอาดแค่ใหน หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีสารเคมีผลิตขึ้นมากว่า 60000 ชนิด ปีละประมาณ1000 ชนิด เช่น สารกำจัดวัชพืช สารกำจัดแมลง สารกำจัดเชื้อรา เป็นต้น สารเคมีเหล่านี้รวมทั้งโลหะหนัก เมื่อกินเข้าไปก็จะก่อให้เกิด OS เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก สารเคมีเหล่านี้ช่วยให้อุสาหกรรมการผลิตอาหาร ผลิตอาหารได้เป็นจำนวนมหาศาลแต่ต้องแลกด้วยสุขภาพของประชาชน สำหรับอาหารประเภทเนื้อที่ปรุงด้วยการปิ้ง ทอด เผา ทำให้บางส่วนอาจไหม้เกรียม หรือเกิดควันติดค้างไปกับอาหารหรือการทอดน้ำมันซ้ำหลายๆครั้ง เหล่านี้ก่อให้เกิดสารก่อมะเร็ง เมื่อกินเข้าไปก็ย่อมเป็นอันตราย การดื่มน้ำสะอาดจึงจำเป็นอย่างยิ่ง ผักก็ต้องล้างให้ดีก่อนกิน ล้างในน้ำด่างทับทิมหรือในน้ำยาล้างก็ไม่เลว5. ยาและรังสี ปัจจุบันทั่วโลกมีการใช้ยามากอย่างมหาศาล ยาทุกชนิดที่เรากินเข้าไปส่วนใหญ่มักเป็นสารเคมี และเป็นสารแปลกปลอม ซึ่งร่างกายต้องย่อยสลายและขจัดมันออกไป ทำให้เกิดอันตรายต่อขบวนการย่อยสลายที่ตับและส่วนอื่นๆของร่างกายได้ เป็นการไปเพิ่ม OS เพิ่มอนุมูลอิสระ รังสีที่ใช้ในการักษาโรคมะเร็งนั้นมีสมบัติทำให้มีการแตกตัวของไอออนของธาตุที่เป็นองค์ประกอบของเซลล์ มีอันตรายต่อเซลล์มะเร็งและเซลล์ปกติที่อยู่ใกล้เคียงด้วย ซึ่งเป็นการทำให้เกิด OS ต่อเซลล์ นอกจากนี้เรายังใช้เอกซ์เรย์และสารกัมมันตรังสีในการวินิจฉัยโรคและรักษาโรค จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องป้องกันร่างกายเราให้ดี และไม่ใช้เกินความจำเป็น6. รังสีอุลตร้าไวโอเลตจากแสงแดด แสงของดวงอาทิตย์มีประโยชน์มหาศาล เราต้องการแสงอาทิตย์เพื่อกระตุ้นวิตามินดี ซึ่งจำเป็นในการทำให้กระดูกและฟันมีสุขภาพที่ดี และช่วยป้องกันมะเร็ง แต่ถ้าได้รับมากจนเกินไป ก็จะเป็นอันตราย โดยเฉพาะคนขาว สำหรับคนผิวสี เช่น คนไทย เม็ดสีในผิวหนัง เมลานินช่วยป้องกันได้บ้าง เนื่องจากบรรยากาศระดับสูงมี โอโซน ช่วยกั้นและลดปริมาณรังสีอุลตร้าไวโอเลต ซึ่งถ้ามีปริมาณมากจะมีอันตรายเพราะไปลดภูมิคุ้มกันของเซลลล์ลง ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นว่าชั้นโอโซนนั้น โหว่ และ เบาบางลงมาก ทั้งนี้เนื่องจากการใช้สาร CFC ในผลิตภัณฑ์พวก สเปรย์ และใช้ในการทำความเย็น เช่น ฟรีออน รั่วซึมออกมาลอยไปสู่ชั้นบรรยากาศ แล้วไปทำลายชั้นโอโซน ทำให้รังสีอุลตร้าไวโอเลต เข้ามาสู่โลกได้ง่ายขึ้นและมากขึ้น รังสีอุลตร้าไวโอเลตก่อให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนังมากขึ้นทุกๆปี สำนักงานป้องกันสิ่งแวดล้อมสหรัฐอเมริกา ประมาณว่า ชั้นโอโซน จะลดลง 40% ในปี 2075 ส่งผลให้มีผู้ป่วยโรคมะเร็งผิวหนังเพิ่มขึ้น 154 ล้านคน และเสียชีวิต 3.4 ล้านคนทั่วโลก นอกจากนี้แล้วแสงของดวงอาทิตย์ยังเป็นสาเหตุสำคัญของโรคต้อกระจก โดยรังสีอุลตร้าไวโอเลตบี (UVB) เป็นตัวการสำคัญ และ UVA ก็มีส่วนด้วย รวมทั้งแถบแสงสีน้ำเงินที่มองเห็น (Visible blue light) ที่ได้รับในปริมาณสูงทำให้อัตราการเกิดต้อกระจกเพิ่มขึ้น 60% (ในปัจจุบันมีคนเป็นต้อกระจกทั่วโลก 20 ล้านคน) ต้อกระจกเป็นสาเหตุของการตาบอดครึ่งหนึ่งของคนตาบอดทั้งหมด นอกจากนี้แสง UV ยังทำอันตรายต่อประสาทรับภาพที่เรตินาอีกด้วย ฉะนั้น ควรหลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดจัดนานๆ แต่ควรได้รับแสงช่วงเช้า เป็นเวลาสั้นๆเนื่องจากเป็นแสงที่ไม่ร้อนมาก นอกจากนี้ควรป้องกันตัวเองด้วยร่มกันแดด แว่นตากันแดด ใช้ครีมกันแดด และที่สำคัญที่สุดคือการกินสารต้านอนุมูลอิสระที่หลากหลาย จะสามารถป้องกันผลกระทบจาก UV ได้7. โลหะเป็นพิษ (Toxic metals) สารโลหะหนักนั้นปนเปื้อนมากับดินและน้ำ เนื่องจากการพัฒนาประเทศไปเป็นประเทศอุสาหกรรม ในประเทศไทยยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดว่ามีสารอะไร มากน้อยแค่ใหน บริเวณใหนบ้าง แต่ก็น่าจะคล้ายกับประเทศอื่นๆ ที่พบปริมาณโลหะหนักอยู่ตามดินและน้ำ เช่น ตะกั่ว ทองแดง โคบอลต์ ปรอท อลูมิเนียม แคดเมียม ฯลฯ สารเหล่านี้ยังพบได้ในเครื่องสำอาง อุปกรณ์ทำครัว น้ำยาซักผ้านุ่ม สีบางชนิด พลาสติก ยาขัดมัน สารละลายและสารอุดฟัน(รุ่นเก่า) สารเหล่านี้มีพิษมากเพราะมันสะสมตกค้างอยุ่ในร่างกาย และยึดติดกับอวัยหรือเนื้อเยื่อต่างๆ เช่น ปรอท จะเข้าไปยึดกับเซลล์ประสาทส่วนกลาง อลูมิเนียมจะเข้าไปยึดที่เซลล์สมอง และอาจเป็นสาเหตุของโรคอัลไซเมอร์ ตะกั่วทำลายสมองทำให้สติปัญญาต่ำ แคดเมียมจะไปแทนที่สังกะสีซึ่งมีประโยชน์และเก็บไว้ในร่างกายที่ตับและไต ทำให้ปริมาณสังกะสีลดลง และส่งผลให้ไปกดภูมิคุ้มกัน แคดเมียมพบได้ในควันบุหรี่ ปนเปื้อนในข้าว กาแฟ ชา เครื่องดื่มหลายชนิด สารกำจัดแมลง ในพลาสติก ดินและน้ำดื่ม เพื่อสุขภาพที่ดีจึงควรระมัดระวังหลีกเลี่ยงไม่ให้ได้สารเหล่านี้ และกินสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยต้านสารโลหะได้ ซึ่งถือว่าเป็นการป้องกันก็ได้ ผมของนำเสนอสารต้านอนุมูลอิสระที่ทำหน้าที่ขจัดโลหะหนักแต่ละชนิดดังนี้ ซิสเตอีน (Cysteine) จะไปรวมกับทองแดงในเลือด และดึงโลหะหนักออกจากอวัยวะต่างๆซีลีเนียม กลูตาไธโอน และเมไธโอนนีน ช่วยสลายพิษจากโลหะ วิตามินอี ช่วยเสริมฤทธิ์ซีลีเนียมในการสลายพิษจากโลหะกระเทียม จะจับตัวกับโลหะพิษเพื่อขจัดออกนอกร่างกายแคลเซียม ช่วยป้องกันการจับตัวของตะกั่วในร่างกายและกันการดูดซึมของอะลูมิเนียมวิตามินซี ในปริมาณสูงช่วยขจัดพิษและขับออกจากร่างกายสังกะสี ช่วยป้องกันการเพิ่มของแคดเมียม8. การละเมิดกฎธรรมชาติ




















Create Date : 25 พฤษภาคม 2555
Last Update : 25 พฤษภาคม 2555 14:15:37 น.
Counter : 3192 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ultramaths
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 59 คน [?]



ผม..เฟยเฟย รายงานตัวค้าบ
ultramaths ขอสงวนลิขสิทธิ์ข้อความทั้งหมดในblogนี้ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
All rights reserved.