พฤษภาคม 2555

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
REVIEW ALA part 1




กรดแอลฟาไลโปอิค (ALA)

กรดแอลฟาไลไปอิค (Alpha Lipoic Acid) หรือ กรดไทออกติค (Thioctic Acid) หรือ เมตาวิตามิน (Meta Vitamin) เป็นกรดไขมันที่มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ ที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นได้เองตามธรรมชาติ แต่เมื่ออายุมากขึ้นหรือภาวะที่ร่างกายอ่อนแอ จะทำให้การสร้างลดน้อยถอยลงกรดแอลฟาไลโปอิค เป็นสารคล้ายวิตามินที่มีความสำคัญในการเป็นโคเอนไซม์ (Co-enzyme) เหรือเป็นตัวช่วยเอนไซม์ ในการให้พลังงาน และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในตัวของมันเอง กรดอัลฟาไลโปอิค ได้ชื่อว่า สารต้านอนุมูลอิสระครอบจักรวาล” เพราะมันละลายได้ทั้งในไขมันและในน้ำ สามารถผ่านเข้าสู่เนื้อสมองได้ และทำหน้าที่ป้องกันทุกๆองค์ประกอบของเซลล์จาอนุมูลอิสระ กรดแอลฟาไลโปอิค ยังทำหน้าที่เสริมกันกับวิตามินซีและวิตามินอี หากขาดกรดแอลฟาไลโปอิคแล้ว สารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆ ก็จะทำหน้าที่ได้ไม่ดี

ประโยชน์ที่จะได้รับจาก ALA


1. ALA มีขนาดโมเลกุลและภาวะแขนคู่ ที่เคลื่อนที่ได้คล่อง และพร้อมให้อิเล็คตรอนง่าย ทำให้ละลายได้ทั้งในน้ำและน้ำมัน มีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระสูง ทั้งช่วยส่งเสริม หรือ ซ่อมแซมสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆ เช่น วิตามินซี วิตามินอี กลูตาไธโอน โคคิวเทน ให้กลับมาใช้งานซ้ำได้ หรือเป็นสารทดแทนกรณีที่สารต้านอนุมูลอิสระใดขาดแคลนไป อีกทั้งยังมีบทบาทได้ทั้งภายในเซลล์และที่เยื้อหุ้มเซลล์

2. ALA ทำงานส่งเสริมอินซูลิน ในการช่วยเก็บกวาดน้ำตาล หรือ นำน้ำตาลมาใช้ หรือ เก็บกักน้ำตาลในเลือด มีการศึกษาที่แสดงว่า Oxidative Stress มีผลในการเกิดอาการดื้อต่ออินซูลิน ที่เซลล์กล้ามเนื้อ แต่เมื่อเซลล์ได้รับ ALA จะได้รับการปกป้องจากอนุมูลอิสระได้ ดังนั้น ALA จึงช่วยผู้ป่วยเบาหวานให้มีการตอบสนองต่ออินซูลิน

3. Diabetic neuropathy คือ การที่ประสาทถูกทำลายเนื่องจากเบาหวาน จากน้ำตาลในเลือดสูง หรือ Oxidative Stress ต่อเส้นประสาทนั้น วิตามินบี 12 ช่วยอะไรไม่ได้มากนัก แต่ ALA ใช้ได้ผลดีกว่า จากการที่ ALA มีส่วนร่วมในเมตาบอลิซึมของพลังงานช่วยในการไหลเวียนเลือดตามหลอดเลือดเล็กๆ (เช่นเส้นที่ไปเลี้ยงเส้นประสาท) ดีขึ้นแล้วยังช่วยในการใช้น้ำตาลในเลือดดีขึ้นด้วย คุณสมบัติเหล่านี้ นอกจากจะพบใน ALA แล้ว ยังพบใน วิตามินอี และ Capsaicin ที่ได้จากพริก มีการศึกษาแนะนำให้กิน 1800 mg x 3 สำหรับกรณีที่รุนแรงเช่นนี้

4. ประโยชน์หลักของ ALA คือ ช้รักษาอาการปวดและชาตามนิ้วมือนิ้วเท้า จากการที่ระบบประสาทถูกทำลาย ซึ่งอาจจะเกิดจากอนุมูลอิสระทำลายเซลล์ประสาทจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ หรือ เกิดจากการเติมออกซิเจน (Oxigenation) รวมทั้งอาการประสาทเสื่อมจากเบาหวาน และยังช่วยต้านการอักเสบอีกด้วย

5. จับตัวกับโลหะหนักที่เป็นพิษต่อร่างกาย เช่น ตะกั่ว แคดเมียม สารหนู ปรอท และขับออกจากร่างกาย (Chelation) อีกทั้งคุณสมบัติที่ซึมผ่านแนวกันสมองได้ ทำให้เชื่อว่า ALA น่าจะมีบทบาทช่วยนำโลหะหนักจากสมองออกมาทิ้ง ผ่านตับหรือไตได้

6. ALA ช่วยเพิ่มระดับกลูตาไธโอนในตับ ช่วยให้ตับขับล้างสารพิษตกค้าง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งช่วยบำรุงตับให้แข็งแรง

7. ALA ทำงานร่วมกับเอนไซม์ในร่างกาย เพื่อเร่งกระบวนการสร้างพลังงาน และจัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระฤทธิ์แรง ช่วยให้อนุภาคที่ไม่เสถียรและเป้นผลร้ายต่อร่างกาย มีสภาพเป็นกลาง

8. ALA ช่วยควบคุมระดับของธาตุเหล็ก และ ทองแดง ซึ่งเป็นแร่ธาตุจำเป็นของร่างกายให้อยู่ในระดับที่พอดี

9. ALA ช่วยป้องกันตับมิให้ถูกอนุมูลอิสระทำลาย ช่วยกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย มีการใช้สารนี้รักษาตับอักเสบ ตับแข็ง และโรคตับอื่นๆ รวมทั้งขับสารพิษจากตะกั่ว หรือ โลหะหนักอื่นๆ และสารเคมีจากอุสาหกรรม เช่น Carbon tetrachloride

10. ในสัตว์ทดลองยังพบประโยชน์ของ ALA ช่วยยับยั้งต้อกระจก เพิ่มความจำ และป้องกันเซลล์สมองจากการขาดเลือด

11. มีวิจัยบางฉบับรายงานว่า ALA ช่วยยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัสจากคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ เสริมภูมิคุ้มกัน และการทำงานของตับ ช่วยชะลอการเกิดหลอดเลือดแข็งตัว ซึ่งมักพบในผู้ป่วยเบาหวาน

12. มีการศึกษาผลของ ALA ในอัลไซเมอร์ และพาร์คินสัน บ่งชี้ว่า ALA น่าจะมีประโยชน์

13. ช่วยในเรื่องอ่อนเพลียเรื้อรัง สะเก็ดเงิน ซึ่งต้องเป็นอาการมากจากอนุมูลอิสระ

14. พบว่า ALA ช่วยป้องกันการกระตุ้นอองโคยีน (Oncogene) ซึ่งเป็นยีนควบคุมการเกิดมะเร็ง จากอนุมูลอิสระ และสารก่อมะเร็ง

15. ลดอาการปวดแสบปวดร้อนในช่องปาก เหมือนกินพริก เข้าใจว่าต้นเหตุอาจจะเกิดมาจาก อารมณ์แปรปรวนในวัยทอง การลดลงของฮอร์โมน หรือมีโรคของระบบประสาท หนึ่งในสามเกิดหลังทำฟัน การติดเชื้อยีสต์ (Candida albicans) การขาดวิตามินบีต่างๆ และสังกะสี ซึ่ง ALA ออกฤทธิ์ช้าๆ ช่วยลดอาการได้ โดยเข้าใจว่า ALA จะไปทำลายอนุมูลอิสระที่กดดันประสาท และเพิ่มความเร็วของสัญญาณประสาทเคยใช้ ALA กับ sciatic pain (การเจ็บ ปวด ร้าว ของเส้นประสาท ไซอาติค) ได้ผล จึงนำมาใช้กับอาการแสบร้อนในปากมีการทดลองให้ ALA เทียบกับยาหลอก พบว่า 97% อาการดีขึ้น74% ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด13% หายขาด10% ดีขึ้นเพียงเล็กน้อยในขณะที่กลุ่มยาหลอกมีอาการดีขึ้นเพียงเล็กน้อย 40%จากนั้นติดตามผล 1 ปีให้หลัดง พบว่า กลุ่มที่ได้ ALA 3 ใน 4 มีอาการดีขึ้นในระดับที่ดี ส่วนกลุ่มยาหลอกกลับมาอาการแย่ลง

16. ALA ช่วยลดน้ำหนัก เนื่องจากมีงานวิจัยว่า ALA มีผลอย่างไรกับเอนไซม์ APK (Acivated Protein Kinase Enzyme) ซึ่งพบในสมองส่วนไฮโปทาลามัส น่าจะมีหน้าที่สำคัญต่อความอยากอาหาร APK จะเพิ่มขึ้นเมื่อเซลล์ต้องการพลังงานมากขึ้น ซึ่งอาจจะไปเพิ่มความอยากอาหารคนอ้วนส่วนใหญ่ไม่ตอบสนองต่อ Leptin ซึ่งนำมาใช้เป็นฮอร์โมนต่อต้านความอ้วน แต่ ALA พอที่จะให้ความหวังได้ โดยสัตว์ทดลองมีอัตราเผาผลาญสูงขึ้นด้วย กลูโคสและไขมันถูกเผาผลาญมากขึ้น ในกรณีเบาหวาน ที่ดื้ออินซูลิน ย่อมดีขึ้น โดย ALA จะไปลดการสะสมของไขมันที่กล้ามเนื้อ และเซลล์ไขมันไมโตคอนเดรีย เป็นตำแหน่งที่ ALA ทำงานในฐานะปัจจัยร่วม (Co factor) ในการย่อยกลูโคสและไขมันALA เป็นตัวช่วยวิตามินทุกชนิด เช่น ไทอะมีน ไรโบฟลาวิน กรดแพนโธทีนิค และไนอาซิน ในการเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันจากอาหารให้กลายเป็นพลังงานALA เป็นปัจจัยสำคัญใน internal cellular burn หรือ การเผาผลาญภายในไมโตคอนเดรีย จึงช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญของเซลล์ เพิ่มพลังงาน และ เพิ่มความสามารถในการซ่อมแซมตัวเองของเซลล์

17. โรคประสาที่ไม่ได้มาจากโรคเบาหวาน ALA ก็น่าจะมีบทบาทจากการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระตัวยง อีกทั้งไปเพิ่มระดับกลูตาไธโอนภายในเซลล์ทำให้ช่วยซ่อมเซลล์ประสาทที่ถูกทำลายเสียหาย ให้ฟื้นกลับมาใหม่

18. การไม่เป็นพิษของ ALA จึงน่าจะผสมผสานเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมโภชนาการ ร่วมกับวิตามินบีรวม แมกนีเซียม และกรดไขมันจำเป็น

19. มีวิจัยบางฉบับแนะนำให้ใช้ ALA ในโรค muliple sclerosis อาการพิษจากโลหะหนัก ต้อกระจก และต้อหิน โรคตับจากพิษสุรา

20. ช่วยป้องกันการเกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัวโดยช่วยป้องกันออกซิเดชันของ LDL กรดแอลฟาไลโปอิคจะถูกนำไปใน LDL พร้อมกับวิตามินอี เพื่อช่วยทำหน้าที่นี้ และยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลด้วย

21. ช่วยต่อต้านการอักเสบ ทำหน้าที่ร่วมกันกับ Anti-oxidant อื่นๆ เช่น วิตามินอี วิตามินซี เพื่อประโยชน์ในการบำบัดรอยเหี่ยวย่นของผิวหนัง


โทษที่ได้รับจาก ALA

1. การใช้ในปริมาณมากในทันที อาจจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ จนเกิดอาการหน้ามืด เวียนศีรษะ ท้องไส้ปั่นป่วน หรือเกิดผื่นแดงตามผิวหนัง ได้บ้าง หากมีอาการก็ควรลดขนาดหรือหยุดใช้ได้

2. ยังไม่เคยมีการทดสอบในหญิงตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร การใช้ในปริมาณสูงจึงควรระมัดระวัง

3. อาจเสริมฤทธิ์ของกรด แกมมา-ไลโนเลนิค (GLA) และ/หรือ Acetyl-L-carnitine ให้ผล ดีมากขึ้น ลดน้ำตาลในเลือดได้มากขึ้น ทำให้อาจจต้องลดขนาดยาที่ใช้ด้วย

4. อาจจะออกฤทธิ์ร่วมกับ T4 ไปชะลอการเปลี่ยนเป็น T3 จึงควรทานห่างกันหลายๆชั่วโมง


ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับ ALA

1. ALA พบในสิ่งมีชีวิตทุกชนิด มีปริมาณเล็กน้อย สามารถกำจัดอนุมูลอิสระได้สูง และช่วยซ่อมสร้างวิตามินอี และ วิตามินซี ตลอดจนโปรตีนที่ถูกออกซิไดซ์ได้ด้วย

2. ALA นั้นมีคุณสมบัติพิเศษ คือ สามารถละลายได้ทั้งในน้ำและในน้ำมัน จึงสามารถดูดซึมแทรกซึมเข้าสู่เซลล์ทั่วร่างกาย ตลอดจนผ่านแนวกั้นในสมอง (Blood Brain Barrier) ได้ดี จึงพูดได้ว่า ALA นั้นเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ไปทุกที่ในร่างกายจริง

3. พบ ALA ได้ในมันฝรั่ง เนื้อแดง เครื่องใน ยีสต์ ผักโขม บลอคโคลี ฝักปวยเล้ง และ ตับ แต่อาจจะไม่เพียงพอต่อการคาดหวังเพื่อการรักษา บางคนจึงต้องกินเสริมจากภายนอก ในการบำบัดโรคต่างๆ


 ALA ที่ควรเลือกซื้อ

1. การใช้ในปริมาณเพียงเล็กน้อย คือ 20 mg – 150 mg มักไม่มีผลข้างเคียงใดๆ และใช้ขนาดนี้เพื่อการป้องกัน

2. ขนาดที่ใช้แก้ปัญหา หรือ รักษา คือ 100 mg – 200 mg x 3 ครั้งต่อวัน แต่ควรค่อยๆเพิ่มจากน้อยไปหามาก การใช้ในปริมาณมากในทันที อาจจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ จนเกิดอาการหน้ามืด เวียนศีรษะ ท้องไส้ปั่นป่วน หรือเกิดผื่นแดงตามผิวหนัง ได้บ้าง หากมีอาการก็ควรลดขนาดหรือหยุดใช้ได้ แต่อาการเหล่านั้นก็เป็นตัวบ่งชี้ที่ดี ว่าร่างกายตอบสนองต่อการรักษา

3. แพทย์ผู้รักษาที่เชี่ยวชาญอาจจะใช้ขนาดสูงได้ถึงวันละ 1800 mg



Create Date : 18 พฤษภาคม 2555
Last Update : 7 มิถุนายน 2555 23:28:43 น.
Counter : 7902 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ultramaths
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 59 คน [?]



ผม..เฟยเฟย รายงานตัวค้าบ
ultramaths ขอสงวนลิขสิทธิ์ข้อความทั้งหมดในblogนี้ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
All rights reserved.