มีนาคม 2555

 
 
 
 
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
อาหารเสริมกับการลดความอ้วน part 1





การลดความอ้วน
                ที่มาของโรคอ้วน เกิดจากวัฒนธรรมการกินที่มากเกินความต้องการของร่างกาย ขาดการออกกำลังกาย จนเกิดการสะสมของไขมัน และ เกิดสภาวะมีน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรัง ซึ่งโรคที่ติดตามมาหลังจากอ้วน คือ เบาหวาน และความดันสูง นำไปสู่ โรคหัวใจและหลอดเลือด เกิดแผลเรื้อรัง อัมพาต จนถึงมะเร็ง

เคล็ดลับในการลดความอ้วน
1. Set Attitude 
คือ ตั้งใจมุ่งมั่น มุ่งเป้าหมายที่จะเอาชนะโรคอ้วนให้ได้   เหตุผลที่พี่น้องต้องลดความอ้วนให้จงได้ ที่สำคัญที่สุดที่พี่น้องต้องตระหนักก็คือ การลดความอ้วนเป็นการป้องกันโรคที่ติดตามจากผลของความอ้วนเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด ข้ออักเสบเสื่อมสภาพ ซึ่งจะตามมาด้วยโรคไต สมองเสื่อม อัมพฤกษ์ อัมพาต การสูญเสียอวัยวะจากการติดเชื้ออักเสบเรื้อรัง ต้องล้างไต ตลอดจนเป็นที่มาของมะเร็งลำใส้ มะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งรังไข่ ฯลฯ แทนที่จะมาลดความอ้วนเพราะ อยากจะให้ดูดี อยากให้มีคนรัก อยากสวมเสื้อผ้าตามปกติได้ หรือเพื่อออกงานสังคมเป็นครั้งคราว ซึ่งเป็นเหตุผลที่ไม่ควรคิด ผมถือเป็นผลพลอยได้มากกว่า Smiley

2. Low carb and less calories ตรงส่วนนี้เป็นส่วนสำคัญมากๆสำหรับการลดความอ้วน

2.1  Low carb menu
                จำกัดอาหารที่มี คาร์โบไฮเดรต เป็นส่วนประกอบหลัก ให้กินให้น้อยที่สุด กล่าวคือ อะไรที่มีแป้ง หรือน้ำตาลมาก ก็ให้งด หรือ ลด โดยกินผักผลไม้หวานน้อยแทน ย้ำว่าหวานน้อย ไม่ใช่ เล่นกินทุเรียนเป็นลูกๆ ก็ไม่ไหว หรือ มะม่วงสุกแสนอร่อย ก็คงต้องคิดกันหนัก อาหารพวกแป้งที่เจอกันในชีวิตประจำวันที่ควรลดหรืองด ก็เช่น ข้าวเหนียว ข้าวมัน ข้าวหมาก ข้าวแช่ ข้าวเกรียบ ข้าวตัง ขนมปังสังขยา ปาท่องโก๋ ก๋วยเตี๋ยว โรตี บะหมี่ คุกกี้ โดนัท มันฝรั่ง กาแฟ ชานม น้ำอัดลม ขนมขบเคี้ยว ผลไม้หวาน ขนมหวาน หวานเย็น ไอศกรีม ฯลฯ

2.2  Less calories
                ลดปริมาณอาหารในแต่ละมื้อลงซัก 10% อย่าลดลงมาไปกว่านี้ เพราะร่างกายอาจแปลความหมายผิดไป คือ

Smiley ร่างกายจะคิดว่า เห้ย!!! เจ้านายเกิดภาวะ อดอยาก แล้ววว….  ที่เป็นเช่นนี้เพราะร่างกายรู้สึกได้ถึงความหิว อันเนื่องมาจากการขาดแคลนอาหารในแต่ละมื้อ มันจะสั่งสมองทันที่ว่า ให้ร่างกาย หาโอกาสกิน ชดเชยบ่อยๆ หรือ มากขึ้น (มันกลัวเจ้านายมันจะตาย) ซึ่งหากยังมีกิจกรรมปกติ ไม่ว่าจะเป็นการกิน การทำงาน การออกกำลังกาย อะไรทำไม ผลก็คือ อ้วนขึ้น (Yo-Yo dieting) 

Smiley 5 จำศีล ถ้าอดอาหารแบบอดมื้อกินมื้อ ทำให้ร่างกายรู้สึกว่าเจ้านายของมันขาดแคลนอาหารในแต่ละมื้อ ประกอบกับมีการออกกำลังกายน้อยด้วย สมองจะสั่งลงมาที่ร่างกายทันทีให้ร่างการปรับเข้าสู่โหมด “จำศีล” เช่นเดียวกับพวก กบ หรือ หมีขั้วโลก (ที่พวกมันจะอยู่ในรูได้หลายเดือนหรือเกือบปีโดยที่ไม่ต้องกินอะไรเลย หรือ กินน้อยมากๆๆ ) พอร่างกายปรับเข้าสู่ภาวะจำศีลแล้ว เซลล์ในร่างกายทั้งหมด จะลดอัตราการเผาผลาญอาหาร (Matabolism rate) ลดกิจกรรมของเซลล์ ลดอัตราการหายใจ  ผลลัพธ์ก็คือ ไม่มีการใช้ไขมัน (อัตราการเผาผลาญลดลง) เอื่อย เฉื่อยชา (อัตราการหายใจลดลง) งง โง่ สับสน ว้าวุ่นใจ (เซลล์สมองปรับตัวให้ทำงานลดลง) พอพ้นระยะอด ร่างกายจะสั่งให้กินมากๆ ทดแทนที่ไม่ได้กินมานาน เหมือนพวกหมีขั้วโลก เวลามันออกมาจากการจำศีล มันจะกินเยอะมากๆ กินตลอดวัน สรุปผลสุดท้ายก็คือ อ้วนขึ้น (อาจจะอ้วนยิ่งกว่าเดิมก็ได้)

Smiley โรคประสาทเบื่ออาหาร (Anorexia nervosa) เกิดขึ้นจากการกินปกติ แล้วก็ล้วงคอให้อ้วก หรือ กินยาถ่าย พร้อมกับทำกิจกรรมปกติ ออกกำลังกายปกติ ผลก็คือ ร่างกายจะแปลความหมายผิด สมองเกิดอาการสับสน กล่าวคือ ร่างกายจะไม่เข้าใจว่า เห้ย!!! เมื่อกี้ยังรู้สึกว่ามีอาหารในท้องอยู่เลย พอปล่อยน้ำย่อยออกมา ปล่อยฮอร์โมนต่างๆออกมา เลือดเริ่มมาออที่กระเพาะและลำใส้เพื่อเตรียมดูดสารอาหารไปให้ร่างกายได้ใช้ พอจะดูด พอจะย่อย ร่างกายก็พบว่า เห้ย!!! หายไปใหนหมดอาหารที่รู้สึกว่ามีเต็มท้องเมื่อกี้ อาหารที่รู้สึกว่ารสชาติมันอร่อยเด็ด เพิ่งผ่านปากลงมาเบื้องล่างเมื่อกี้ หายไปใหนหมด ร่างกายจะสับสน ทำอะไรไม่ถูก สมองจะงง ผลก็คือ สมองก็สั่งใหม่ว่า เอ้า ร่างกาย กินเข้าไปใหม่ๆ ผลก็คือตอนแรกๆจะกินเยอะขึ้นกว่าเดิม พอเรากินเข้าไปอีกๆ แล้วก็ล้วงก็ควัก ก็ถ่ายออกมาอีก สมองก็เริ่มปรับตัวไม่ถูกเป็นรอบที่สอง หากทำไปเรื่อยๆ สมองจะเริ่มปรับตัวให้เข้าสู่ใหมด “เมินเฉย” เหมือนกับว่า พอกูรู้สึกว่ามีอาหารเข้ามา กูก็ปล่อยให้กลไกการย่อยอาหารเป็นไปตามธรรมชาติ แต่พอจะย่อยจะดูดซึมมัน สิ่งที่มันคิดว่ามีอยู่ มันหายไปหมด หลายๆครั้งเข้า พอมีอาหารเข้ามา สมองมันจะคิดว่า “ เราคงคิดไปเองมั้ง เพราะเวลาเรารู้สึกว่ามีอาหารอยู่ แต่พอจะดูดซึม จะย่อย กลับพบว่าว่างเปล่า ดังนั้นหากเรารู้สึกว่ามีอาหารเข้ามา จริงๆแล้วมันไม่มีหรอก เราคิดไปเอง” ผลก็คือ สมองจะไม่ตอบสนองต่ออาหารที่กินลงไปนั่นเอง ถึงแม้จะมีอาหารก็ไม่ตอบสนองต่ออาหารนั้น
เช่น ไม่ดูดซึม ไม่ย่อย ไม่นำอาหารนั้นไปใช้งาน ---> เข้าสู่โรคประสาทเบื่ออาหาร(Anorexia nervosa) ---> ตาย

เทคนิคการอดอาหารที่ถูกต้อง คือ ให้กินน้อยลง ให้รู้สึกเกือบอิ่ม (อิ่ม 80%) กินให้ครบมื้อ อย่าอดมื้อใดมื้อหนึ่ง โดยเฉพาะมื้อเช้า ต้องกินให้มาก พร้อมกับทำกิจกรรมปกติ ร่างกายจะตอบรับโดยนำพลังงาน(ไขมัน)ส่วนเกิน ที่สะสมไว้ออกมาใช้ ยามขาดแคลน (เพียงแต่ถึงเวลากิน เราไม่นำสารอาหารเข้ามากจนเกิดการสะสมของไขมันเพิ่ม)

3. Exercise เป็นปัจจัยสำคัญในการนำพลังงานส่วนเกินไปใช้ หลักการออกกำลังกาย คือ 60% MHR

Smiley หมายเหตุ MHR (Maximum Heart Rate) คือ อัตราสูงสุด ที่หัวใจเต้นได้ใน 1 นาที ของแต่ละคน 

การคำนวณ   MHR = 220 - อายุ (ปี) ของผู้นั้น


ยกตัวอย่างเช่น คนอายุ 60 ปี จะมี MHR = 220 – 60 = 160 

แปลว่า ผู้ที่มีอายุ 60 ปี หากทำอะไรก็ตามที่เหนื่อย จนหัวใจเต้นเกิน 160 ครั้งต่อนาที หัวใจจะทนไม่ไหว (= หัวใจวาย ----> ตาย) 

ในกรณี  60% MHR   =  60/100×MHR

                             =  60/100×(220-60)

                             =  96 ครั้งต่อนาที

Smiley ดูเหมือนว่า การออกกำลังกายหลังมื้ออาหารยังทำให้เลือดไปเลี้ยงกระเพาะอาหารลดลง ก่อให้กระเพาะอาหารบีบตัวลดลง ทำให้อาหารเคลื่อนที่ผ่านกระเพาะอาหารช้าลง ทำให้กลูโคสผ่านเข้าลำใส้เล็กช้าลง จึงเกิดการดูดซึมกลูโคสเข้าสู่กระแสเลือดอย่างช้าๆ (ค่อยเป็นค่อยไป) ทำให้กลูโคสถูกใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและหมดเกลี้ยง

Smiley 18 การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอยังมีผลให้อัตราการเผาผลาญอาหารของร่างกาย(ทั้งในยามหลับและยามตื่น) ทรงตัวอยู่ในระดับสูงตลอดเวลา อีกทั้งการออกกำลังกายจะเป็นการเพิ่มขนาดของมัดกล้ามเนื้อ (เซลล์กล้ามเนื้อกับเซลล์ไขมันเป็นอริคู่อาฆาตกันคับ) ซึ่งเซลล์กล้ามเนื้อจะเผาผลาญเซลล์ไขมันเพื่อใช้เป็นพลังงาน ด้วยเหตุนี้การสร้างและการรักษากล้ามเนื้อจึงเป็นกุญแจสำคัญในการสลายไขมันและสลักเสลารูปร่างให้เพียวลม กล้ามเนื้อช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญ ช่วยให้พี่น้อง burn แคลอรี่ ได้ทั้งวันทั้งคืน แถมยังชะลอความแก่อีกต่างหาก แต่หากพี่น้องมีไขมันมากโดยมีกล้ามเนื้อน้อย อันนี้เป็นเรื่องน่าเศร้านะครับ เนื่องจาก เซลล์ไขมันเป็นพวกขี้เหงาครับ มันไม่ยอมมาเยี่ยมพี่น้องแบบเงียบๆแล้วก็จากไปง่ายๆหรอกครับ แต่มันจะคอยหาเพื่อนฝูงมาสุมหัวแก้เหงาไม่หยุดหย่อน ยิ่งพี่น้องอ้าแขนรับไขมันมากเท่าไร โอกาสที่จะมีแขกไม่ได้รับเชิญตามมาด้วยก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น 

Smiley อัตราการเผาผลาญอาหารของพี่น้อง จะสูงหรือจะต่ำขึ้นอยู่กับ เพศ อายุ ความสูง พันธุกรรม (มีผลมาก) และอัตราส่วนของไขมันต่อกล้ามเนื้อในร่างกาย ซึ่ง เจ้าไขมันเนี๊ยจะชะลอการเผาผลาญ เนื่องจากมันเป็นตัวขี้เกียจที่แทบจะไม่ยอม burn แคลอรีให้กับพี่น้องเลยสักแอะ ในแต่ละวันร่างกายจะเผาผลาญพลังงาน 2 แคลอรี เพื่อใช้ในการรักษาไขมัน 450 กรัม ในขณะที่การรักษากล้ามเนื้อจำนวนเท่ากันจะเผาผลาญไขมันมากกว่าถึง 3 เท่า ด้วยเหตุนี้ไขมันจึงเกลียดกล้ามเนื้อเข้าไส้ เพราะกล้ามเนื้อทำให้มันต้องเสียเพื่อนไปเยอะน่ะสิ

Smiley แล้วไขมันมีหรือจะยอมอยู่เฉยๆ มันจึงตอบโต้ด้วยการกัดกร่อนกล้ามเนื้อ พบว่า หัวโจกตัวแสบของกองทัพไขมัน ก็คือ ไขมันในช่องท้องที่ซ่อนอยู่หลังกล้ามเนื้อหน้าท้องและห่อหุ้มอวัยวะภายในของพี่น้องเอาไว้ นั่นเอง เพราะมันจะปล่อยสารหลายอย่างที่รียกรวมกันว่า อะดิโพไคน์ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะความดันเลือดสูง เบาหวาน หลอดเลือดแดงอักเสบ และน้ำตาลในเลือดสูง ไม่แค่นั้นนะคับ ไขมันในช่องท้องยังไประรานฮอร์โมนตัวสำคัญ ที่ชื่อว่า อะดิโพเนคติน ซึ่งควบคุมการเผาผลาญ ยิ่งพี่น้องมีไขมันในช่องท้องมากขึ้นเท่าไหร่ ร่างกายจะหลั่งอะดิโพเนคตินออกมาน้อยเท่านั้น และการเผาผลาญจะช้าลง ผมจึงบอกว่า ไขมันจะเป็นตัวเก็บกักไขมันให้มีมากขึ้น ผลการศึกษาฉบับหนึ่ง ใน Journal of Applied Physiology  ระบุว่า ไขมันช่องท้องจะปล่อยโมเลกุลที่มีการทำงานทางชีววิทยาซึ่งจะไปลดคุณภาพของกล้ามเนื้อและทำให้เกิดการสะสมไขมันมากยิ่งขึ้น

Smiley 18 แล้วจะแก้อย่างไรดีล่ะ พี่น้องก็ต้องสร้างกล้ามเนื้อให้ใหญ่ขึ้น นอกจากมันจะเพิ่มอัตราการเผาผลาญแล้ว มวลกล้ามเนื้อก็มีบทบาทสำคัญในการป้องกันโรคที่พบได้บ่อย เช่น โรคเกี่ยวกับหลอดเลือดหัวใจ และ เบาหวาน ผลสำรวจของบทความเชิงวิทยาศาสตร์ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Circulation พบว่า การสูญเสียกล้ามเนื้อมีความสำพันธ์กับการดื้ออนิซูลิน (ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สำคัญของภาวะ เบาหวาน ชนิดที่ 2) ระดับไขมันในเลือดสูง และไขมันร่างกายเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะไขมันช่องท้อง ครับ

4. Nutrition
อาหารเสริมหรือสมุนไพรบางชนิดก็เป็นสิ่งสำคัญในกระบวนการข่มความหิว หรือ ลดปริมาณที่อยากอาหาร หรือ สกัดกั้น(Block) การแปลงกลูโคสให้กลายเป็นไขมัน หรือ เพิ่มการนำกลูโคสเข้าสู่เซลล์ หรือ เสริมประสิทธิภาพการเผาผลาญของวงจรพลังงานในเซลล์ หรือ การดึงไขมันไปใช้เป็นพลังงาน ตลอดจน การช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย
                เส้นทางปกติของอาหาร ก็คือ เข้าสู่ปาก ย่อยที่กระเพาะ สำใส้ดูดซึมเข้ากระแสเลือด นำพาไปสู่เซลล์ร่างกาย ส่วนหนึ่งจะไปสะสมไว้ที่ตับและกล้ามเนื้อในรูปของไกลโคเจนซึ่งพร้อมใช้งาน อีกส่วนหนึ่งซึ่งเป็นส่วนเกิน จะถูกอินซูลินเปลี่ยนเป็นเซลล์ไขมันและสะสมในร่างกายต่อไป เมื่อเกิดภาวะอด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนกลูคากอนออกมา เพื่อเปลี่ยน ไกลโคเจนที่สะสมในกล้ามเนื้อและตับออกมาให้ร่างกายได้ใช้ ในรูปของกลูโคส จนกระทั่ง ไกลโคนเจนไม่เพียงพอ กลูคากอนถึงจะเล็งไปที่ไขมัน มันจะเปลี่ยนไขมันให้กลายเป็นกลูโคส เพื่อให้ร่างกายได้ใช้ต่อไป (กว่าจะได้ใช้ไขมันที่สะสมนี่ มันช่างยากเย็นแสนเข็น ต้องรอคิวนานทีเดียว การลดความอ้วนก็เลยประสบผลสำเร็จยาก ต้องใช้เวลาพอสมควร)

เราสามารถแบ่งกลุ่มสารอาหารเพื่อลดความอ้วนได้ ดังนี้

4.1 การกินสิ่งที่ไปสกัดกั้น(Block) การนำกลูโคสเข้าร่างกาย แบ่งออกเป็น
Smiley การกินสิ่งที่ไป Block ความรู้สึกอยากน้ำตาล หรือ ช่วยข่มความหิว ได้แก่ ถั่วเหลือง (มี PhenylalanineSmileyช่วยข่มความหิว) เป็นต้น สารเหล่านี้จะไปช่วยลดความหิวของพี่น้อง ผลก็คือไม่ต้องกินมาก น้ำหนักจึงลดลง [Smiley 1ป้องกัน]

Smiley การกินสิ่งที่ทำให้เราอิ่มเร็ว ด้วยการรับประทานผลไม้ (ที่ไม่หวาน เคี้ยวให้แหลก)  หรือ สารกากใย หรือ น้ำลูกสำรอง ลงไปจับจองพื้นที่ในกระเพาะอาหาร ก่อนกินอาหารหนัก จะทำให้อิ่มเร็วขึ้น ผลก็คือ ไม่ต้องกินมาก จึงทำให้น้ำหนักลดลงได้ [Smiley 1ป้องกัน]

Smiley การกินสิ่งที่ไป Block กระบวนการเปลี่ยนแป้งไปเป็นกลูโคส เช่น สารสกัดจากถั่วขาว (Phaseolamin from white kidney bean) ถั่วแดงหลวงก็มีสารนี้ ซึ่งมันจะไปยับยั้ง เอนไซม์แอลฟาอะไมเลส หรือ สารสกัดจากถั่วเหลือง (Soy bean extract) ซึ่งมันจะไปยับยั้งเอนไซม์แอลฟากลูโคซิเดส ในกระบวนการย่อยแป้งให้เป็นกลูโคส ผลก็คือ แป้งไม่ถูกย่อยนั่นเอง[Smiley 1ป้องกัน]

Smiley การกินสิ่งที่ทำให้อาหารผ่านกระเพาะช้าลง เช่น อบเชย หรือการออกกำลังกาย ช่วยลดการบีบตัวของกระเพาะอาหาร ทำให้อาหารเคลื่อนที่ผ่านกระเพาะอาหารช้าลง ทำให้กลูโคสผ่านเข้าลำใส้เล็กช้าลง จึงเกิดการดูดซึมกลูโคสเข้าสู่กระแสเลือดอย่างช้าๆ (ค่อยเป็นค่อยไป)[Smiley 1ป้องกัน]

Smiley การกินสิ่งที่ไป Block การดูดซึมสารอาหารในลำใส้ ได้แก่ สารกากใย แต่หากกินเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้ขาดสารอาหาร และทำให้หิว -----> Yo-Yo Effect ได้ ดังนั้นพี่น้องควรกิน วิตามินแร่ธาตุรวมแบบเข้มข้น รวมถึง ไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย เพิ่มอีก[Smiley 1ป้องกัน]

Smiley การกินสิ่งที่ไป Block กระบวนการเปลี่ยนน้ำตาลกลูโคสให้กลายเป็นไขมันสะสม เช่น สารสกัดจากส้มแขก (HCA – Hydroxy citric acid)[Smiley 1ป้องกัน]

4.2 การกินสิ่งที่ไปช่วยเร่งการเผาผลาญ (Burn) แบ่งออกเป็น
Smiley กินสิ่งที่ร่วม สร้าง หลั่ง และใช้ ฮอร์โมนอินซูลิน ให้ครบวงจร เนื่องจากฮอร์โมนอินซูลิน เป็นฮอร์โมนหลักในการเผาผลาญ น้ำตาลกลูโคส หากฮอร์โมนชนิดนี้มีประสิทธิภาพดี ก็จะช่วยให้การเผาผลาญน้ำตาลกลูโคส เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ยังผลให้เกิดการลดลงของไขมันในร่างกายได้ ตัวที่เสริมประสิทธิภาพการหลั่งอินซูลิน ได้แก่ สังกะสี [Smileyแก้ไข]

Smiley กินสิ่งที่ช่วยอินซูลิน นำกลูโคสไปสู่เซลล์ ได้แก่ สังกะสี  โครเมียมSmiley  ขมิ้นชัน ถ้ากลูโคสสามารถเข้าสู่เซลล์ได้เร็ว มันก็จะถูกไมโตคอนเดรียเผาให้เป็นพลังงานได้ ซึ่งไม่โตคอนเดรียจะเปลี่ยน กลูโคส ---> พลังงาน จึงไม่เหลือเป็นไกลโคเจน หรือ ไขมัน สะสมอีกต่อไป [Smileyแก้ไข]


Smiley กินสิ่งที่ทำให้เยื้อหุ้มเซลล์ซึ่งมีสมบัติเป็นไขมัน อ่อนนุ่มขึ้น เช่น น้ำมันปลา ซึ่งจะช่วยให้เยื้อหุ้มเซลล์และเยื้อหุ้มไมโตคอนเดรียอ่อนนุ่ม ทำให้อินซูลินนำกลูโคสผ่านเข้าออกได้สะดวก [Smileyแก้ไข]

Smiley กินสิ่งที่ทำให้กลูโคสถูกเผาในไมโตคอนเดรียได้เร็ว ได้แก่ ไพรูเวท เลซิติน งา (งามีเลซิตินเป็นส่วนประกอบ) พริก อบเชย กระเทียม [Smileyแก้ไข]

Smiley กินสิ่งที่เร่งการเปลี่ยนไขมันให้เป็นน้ำตาล หรือ เร่งขนไขมันในร่างกายไปเผาในไมโตคอนเดรีย ได้แก่ เแอล-คาร์นิทีนSmiley เแอล-กลูตามีนSmiley ชาเขียว CLA โดยที่ไขมันในส่วนต่างๆของร่างกายที่ไม่สามารถกำจัดออกโดยการออกกำลังกาย เช่น ไขมันในช่องท้อง ไขมันที่พอกตามอวัยวะภายใน โดยเฉพาะที่ตับ และ ไขมันที่แทรกตามใยกล้ามเนื้อ ไขมันตามจุดต่างๆเหล่านี้จะถูกสารข้างต้นดึงมันออกมาเผาได้ [Smileyแก้ไข]

4.3 Natural cellular burn คือ การกินสิ่งที่ไปส่งเสริมการทำงานของไมโตคอนเดรียภายในเซลล์ ทำให้การเผาผลาญกลูโคสภายในเซลล์ มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลสูง



Smiley เพิ่มเติม ภายในเซลล์เองก็ยังมีอวัยวะของเซลล์ เรียกว่า organelle ถ้าจะเปรียบเทียบแล้ว organelle ของเซลล์ ก็เหมือนกับ ตับ ไต หัวใจ ของร่างกายเรา อะไรทำนองนั้นแหละ ซึ่งภายในเซลล์เองก็จะมีไมโตคอนเดรีย ซึ่งทำหน้าที่เป็น โรงงานไฟฟ้าของเซลล์ ซึ่งมันจะเผาผลาญน้ำตาลกลูโคสที่เข้าสู่เซลล์เพื่อให้กลายมาเป็นพลังงาน เพื่อส่งออกนอกเซลล์หรือใช้ภายในเซลล์เอง แต่ถ้าหากเกิดการขาดแคลนสารอาหารบางอย่าง ก็จะเป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้ไมโตคอนเดรียทำงานติดขัด หรือบกพร่องไป ส่งผลให้การผลิตพลังงานหยุดชะงักลง  ----->เซลล์จะตาย ----> แก่ หรือ การผลิตพลังงานลดน้อยลง -----> การเผาผลาญกลูโคสน้อยลง -----> เกิดกลูโคสส่วนเกิน -----> เกิดไขมันสะสม หรือ ก่อให้เกิดโรคต่างๆมากมาย ปัจจัยทางด้านอาหารที่มีผลส่งเสริมการทำงานของไมโตคอนเดรีย ได้แก่ โคคิวเทน แมกนีเซียม วิตามินบีรวม วิตามินซี วิตามินอี กรดไลโปอิค และกลูตาไธโอน (ซึ่งเป็นผู้นำเอา วิตามินซี อี และโคคิวเทน กลับมาใช้ใหม่) [Smileyแก้ไข]

4.4 การกินสิ่งที่ช่วยขับน้ำออก จริงๆแล้วน้ำไม่ใช่สารพิษ และน้ำก็ไม่ได้ทำให้อ้วนด้วย เพราะน้ำไม่มีพลังงาน แต่ทำไมต้องกินสิ่งที่ขับช่วยขับน้ำออกด้วย คำตอบก็คือ หากร่างกายเกิดการบวมน้ำ หรือ มีสารพิษในร่างกายมาก เราต้องใช้สารที่ช่วยขับน้ำออก เนื่องจากน้ำจะช่วยพาเอาสารพิษออกจากร่างกายได้ส่วนหนึ่ง สารที่ใช้ในการขับน้ำออกจากร่างกายที่ไม่มีอันตราย ได้แก่ อัลฟัลฟ่า วิตามินบี6 ผักสด ขึ้นฉ่าย หน่อไม้ฝรั่ง [Smileyแก้ไข]

สรุปว่า สารอาหารที่ช่วยให้พี่น้องลดความอ้วนได้มีอยู่ด้วยกัน 4 กลุ่มหลัก อันได้แก่
1. สารที่ไปสกัดกั้น(Block) การนำกลูโคสเข้าร่างกาย ได้แก่ ถั่วขาว ถั่วเหลือง ( PhenylalanineSmiley ) อบเชย และ สารสกัดส้มแขก 

2. สารที่ช่วยเร่งการเผาผลาญ (Burn) ได้แก่ สังกะสี โครเมียมSmiley ขมิ้นชัน น้ำมันปลา ไพรูเวท เลซิทิน พริก อบเชย กระเทียม เแอล-คาร์นิทีนSmiley และชาเขียว โดยบางตัวมีคุณสมบัติทั้งช่วย Block และ Burn 

3. สารที่ไปช่วยเสริมประสิทธิภาพของไมโตคอนเดรีย ได้แก่ โคคิวเทน แมกนีเซียมSmiley วิตามินบีรวม วิตามินซีSmiley วิตามินอี กรดไลโปอิค และกลูตาไธโอน

4. สารที่ช่วยในการขับน้ำเมื่อร่างกายเกิด ภาวะบวมน้ำ หรือ มีสารพิษสะสมอยู่มาก ได้แก่ อัลฟัลฟ่า วิตามินบี6 ผักสด ขึ้นฉ่าย หน่อไม้ฝรั่ง

5. Detoxification
                ในลำไส้มีแบคทีเรียฝ่ายดีและฝ่ายร้าย  ฝ่ายดีมีประมาณ 15% เช่น Bifidobacteria , Lacobacillus ส่วนฝ่ายร้ายนั้นมีประมาณ 85% เช่น E. coli , clostridium

                เมื่อเรากินอาหารพวก เนื้อ นม ไข่ แป้ง น้ำตาล อาหารที่มีกากใยน้อย จะเป็นการเพิ่มกลุ่มแบคทีเรียตัวร้าย เนื่องจากว่ามัน ชอบสภาวะที่เป็นกรด เมื่ออัตราส่วนของแบคทีเรียตัวร้ายเกินสัดส่วนกับแบคทีเรียตัวดี มากเกินไป กลุ่มร้ายจะผลิตสารเคมีมาก -----> เกิดแก๊สในระบบทางเดินอาหารมาก -----> ผายลมมาก เรอมาก มีกลิ่นปาก ท้องเสียเรื้อรัง ท้องอืด ท้องเดินสลับกับท้องผูก  อุจจาระเหม็นมาก ลำใส้ใหญ่อักเสบ ปวดมวนท้อง -----> มะเร็งระบบทางเดินอาหาร 

                กรณีเช่นนี้แก้ได้โดยการกินผักจำนวนมากๆ ซึ่งมักจะไปสร้างภาวะด่างและชักพาแบคทีเรียร้ายออกไป โดยใช้ผักผลไม้ที่มีน้ำตาลต่ำประมาณ 800 กรัม/วัน พร้อมกับการงดกินเนื้อสัตว์ จะช่วยขับสารพิษ ลดปริมาณแบคทีเรียชนิดเลวลงไปได้และจะเพิ่มกลุ่มแบคทีเรียดีขึ้นมา

                หากยังมีอาการพิษมาก หรือ ต้องการลดเร่งด่วน สมควรทำการสวนลำใส้ใหญ่ด้วยกาแฟ

Smiley ทำไมต้องทำ Detoxification ด้วยล่ะ เหตุผลหนึ่งก็อย่างที่ผมบรรยายไปข้างต้น และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ คนเราในตอนนี้กินอาหารทอดมันกันเยอะเหลือเกิน ไม่ว่าอาหารชนิดใหนก็มักจะปรุงขึ้นจากการทอดแทบทั้งสิ้น และสิ่งที่ใช้ทอดก็คือน้ำมัน ถ้าเป็นน้ำมันที่ประกอบด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวมากๆ ก็ดีไป ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนลา น้ำมันรำข้าว ฯลฯ แต่ความจริงมันปวดร้าว น้ำมันที่ใช้ประกอบอาหารส่วนใหญ่ในตอนนี้ก็คือ น้ำมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวในสัดส่วนที่ต่ำ เช่น น้ำมันปาล์ม เนื่องจากว่าน้ำมันชนิดนี้เวลาใช้ทอดไก่ ทอดมัน แล้ว ทำให้ “กรอบ” น่ากิน และมีราคาถูก นั่นเอง ไม่เหมือนกับน้ำมันชนิดแรกที่แพงกว่าน้ำมันปาล์มหลายเท่าตัว อีกทั้งชีวิตส่วนใหญ่ของคนในปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่นอกบ้าน อาหารการกินก็ซื้อกินเอาโดยเฉพาะ Fast food 

น้ำมันปาล์มเป็นน้ำมันที่ไม่ควรบริโภค ไม่ว่าจะเหตุผลใดๆก็ตาม มันก็เหมือนกับน้ำมันเบนซินนั่นแหละที่กินไม่ได้ แต่ประเด็นหลักก็คือ น้ำมันชนิดนี้เมื่อกินเข้าไปแล้วมันจะไปเคลือบลำใส้ของเราไว้ แล้วมันก็หนาขึ้นเรื่อยๆ เพราะร่างกายกำจัดยาก กำจัดออกไปไม่หมด จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี จากฉาบไว้บางๆก็กลายเป็นหนาขึ้นๆ ทำให้พี่น้องที่กินวิตามินดีๆเอย กินอาหารดีๆเอย สารอาหารที่พี่น้องคิดว่าจะให้มันไปบำรุงร่างกายก็ไม่ถูกดูดซึม (เนื่องจากสารอาหารส่วนใหญ่จะดูดซึมบริเวณลำไส้เล็ก) เหมือนเอาของดีๆมีประโยชน์ไปทิ้งขยะนั่นเอง มันจะสกปรกขนาดใหน พี่น้องลองคิดดูว่าเราไม่ได้อาบน้ำแค่วันเดียว ตัวเรามีสภาพอย่างไร แต่ข้างในลำไส้ตั้งแต่เกิดมาจนถึงขณะอ่านอยู่นี่เราได้ทำความสะอาดมันมั๊ย แล้วมันจะหมักหมม เหม็นเน่าแค่ใหนก็ลองนึกดู สิ่งเหล่านี้แหละทำให้เกิดเป็นบ่อเกิดของโรคมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภูมิแพ้ ไข้หวัด สิว ผดผื่น กลากเกลื้อน ไซนัส กระดูกและข้อเสื่อม  อวัยวะภายในเสื่อม จนไปถึง มะเร็งลำใส้ใหญ่ ที่พี่น้องเคยได้ยินกันมา สิ่งเดียวที่จะช่วยทำความสะอาดมันได้ก็คือ แบคทีเรียฝ่ายดี + กากใยที่ละลายน้ำ + กากใยที่ไม่ละลายน้ำ  นั่นเองครับ 


Smiley ดังนั้น ก่อนจะกินอาหารเสริมเพื่อเสริมสร้างร่างกายหรือเพื่อลดความอ้วนต้องทำความสะอาดลำไส้กันก่อนนะครับ 


6. Extra drinking water
Smiley ดื่มน้ำปริมาณมาก มากกว่า 8 แก้ว (250 ซีซี ต่อ แก้ว) โดยดื่มหลังจากกินอาหารไปแล้ว 1 ชั่วโมง (งดดื่มน้ำมากๆในมื้ออาหาร เพราะน้ำจะไปเจือจางน้ำย่อย ทำให้อาหารเน่าคาลำไส้เล็ก)

Smiley 20 การแบ่งดื่มน้ำครั้งละแก้ว ทุกชั่วโมงดีกว่าดื่มคราวเดียวทีละมากๆ

Smiley 20 น้ำไปช่วยในทุกกระบวนการทางเคมี ตั้งแต่ผลิตพลังงาน นำสารในเลือดขนส่งไปสู่จุดหมาย สลายไขมัน การสร้างเซลล์และเนื้อเยื่อ การขับถ่ายของเสีย

Smiley 20 Note น้ำไม่ทำให้อ้วนเพราะไม่มีแคลอรี่

7. Respiration
Smiley หายใจลึกๆบ่อยๆ โดยสูดลมหายใจเข้าปอดเต็มที่ กลั้นไว้นานๆ แล้วปล่อยลมหายใจออกที่ สุดท้ายแขม่วท้องแล้วทำซ้ำอีก พยายามทำวันละหลายๆครั้ง

Smiley 17 การหายใจลึกขยายหน้าท้อง เป็นการช่วยให้กลีบปอดล่างทั้ง 2 ข้าง ขยายตัวเต็มที่ ทำให้ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายเพิ่มขึ้น เท่ากับเพิ่มกระบวนการเผาผลาญสารอาหาร

Smiley 17 นอกจากนี้ช่วงหายใจยาวและลึกยังเป็นช่วง “จิตว่าง” ดังนั้นจึงเป็นการเพิ่มพลังสมาธิไปในตัว ทำให้ผ่อนคลายความเครียดอีกด้วย

8. Fruits before
Smileyทานผลไม้ (น้ำตาลต่ำ ) ก่อนมื้ออาหาร แทนที่จะใช้วิธีทานหลังอาหาร เพื่อช่วยให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น นอกจากนี้ สารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีในผลไม้ ก็ยังได้โอกาสถูกดูดซึมได้เต็มที่ เข้าไปพร้อมกับสารอาหารที่ได้จากอาหารด้วย

Smiley 14มีงานวิจัยพบว่า ผู้ที่ดื่มน้ำผลไม้คั้นกับผู้ที่กินผลไม้ทั้งผล เมื่อ 2 – 3 ชั่วโมงผ่านไป พบว่า ระดับน้ำตาลในเลือดของคนที่กินผลไม้ทั้งผลเข้าสู่ระดับปกติ แต่คนที่ดื่มน้ำผลไม้ กลับพบว่าระดับน้ำตาลในเลือด ลดต่ำลงกว่าปกติ

การที่ระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำลงกว่าปกติ -----> หิว -----> กินเพิ่มขึ้น -----> อ้วน

Smiley 14สรุปก็คือ กินผลไม้ทั้งผลดีกว่ากินน้ำผลไม้คั้น โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องการลดความอ้วน

9. Asleep นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
ในช่วงหลับลึก ร่างกายจะใช้เป็นโอกาสซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เช่น ระบบน้ำดี และระบบการทำงานของตับ

Smiley Growth Hormone (GH) เป็นฮอร์โมนที่ช่วยให้ไม่แก่เร็ว (หากขาดสารนี้จะมี ผิวหน้าที่เหี่ยวย่น ตกกระ หน้าตาไม่สดใส หลังค่อม กระดูกพรุน ถ้าขาดในเด็กก็ทำให้เกิดภาวะ เตี๊ยแคระ ฯลฯ) จะหลั่งในช่วงเที่ยงคืน ถึง ตี 3 เฉพาะเมื่อมีการหลับลึกเกิน 2 ชั่วโมงขึ้นไปแล้วเท่านั้น หมายความว่า หากต้องการ GH ตามธรรมชาติที่ร่างกายผลิตขึ้นมาเอง จะต้องเข้านอนก่อน 4 ทุ่ม และต้องหลับสนิทในช่วง เที่ยงคืน ถึง ตี 3 เท่านั้น (ถือว่าเป็นนาทีทอง ที่หาโอกาสได้ยากมาก ในชีวิตจริง โดยเฉพาะผู้สูงวัย และ วัยทำงาน) 

Smiley นอกเหนือจากการกินจุกกินจิกและการเพิ่มมื้ออาหารเพื่อประทังความหิว แล้ว การอดนอนหรือการหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ยังทำให้อัตราการเผาผลาญลดลงด้วย

Smiley 4 หากไม่หลับขอแนะนำสาร กรดอะมิโนทริปโตแฟน ซึ่งได้จาก สาหร่ายสไปรูลิน่า 4-10 เม็ดกินพร้อมนมถั่วเหลืองไม่ใส่น้ำตาลอุ่นๆ 1 แก้ว ก่อนนอน หรือ กิน กรดอะมิโนทริปโตแฟน ที่สกัดแยกออกมาเดี่ยวๆ ก็มี หรือ กินเมลาโทนินแบบแตกตัวช้าก่อนนอน หรือ ทำสมาธิคลายเครียด ฯลฯ

10. Sit Up
                ท่าบริหารแบบง่ายๆ เพียงนอนหงาย กอดอก แล้วเกร็งหน้าท้องช่วย เป็นการออกกำลังกายที่ไม่มีใครปฎิเสธได้ว่าไม่มีเวลา ใช้ข้ออ้างว่าการวิ่งทำร้ายข้อเข่า จะเข้าโรงยิมก็อยู่ไกล จะไปฟิตเนส ก็ไม่มีเงิน จะไปสระว่ายน้ำก็ไม่มี อยู่ดีๆจะให้ขึ้นลงบันไดก็ใช่ที่
                เพียงท่าซิทอัพก็ขับไขมันหน้าท้อง เพิ่มมัดกล้ามไว้ให้ไกลโคเจนสะสมพร้อมใช้ ได้เป็นกล้ามเนื้อปริมาณมากขึ้น โอกาสที่น้ำตาลต้องถูกนำไปเป็นไขมันก็น้อยลง ถ้าหากไม่มีที่นอนในที่ทำงาน ท่านั่งก็ยังทำได้



Create Date : 17 มีนาคม 2555
Last Update : 21 มีนาคม 2555 11:27:15 น.
Counter : 4695 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ultramaths
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 59 คน [?]



ผม..เฟยเฟย รายงานตัวค้าบ
ultramaths ขอสงวนลิขสิทธิ์ข้อความทั้งหมดในblogนี้ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
All rights reserved.