มีนาคม 2555

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
31
 
กาแพทย์ชีวโมเลกุล

การแพทย์ชีวโมเลกุล

Smiley หลักของการแพทย์ชีวโมเลกุล (Biomolecular medicine) คือ เซลล์ของสัตว์ สามารถไปซ่อมเซลล์ของมนุษย์ตรงตามอวัยวะเดียวกันได้ เช่น เซลล์ตับไปซ่อมตับ เซลล์สมองไปซ่อมสมอง เซลล์หัวใจไปซ่อมหัวใจ เป็นต้น (มีการพิสูจน์โดยใช้เซลล์อาบรังสี (Labeled cell) ในสัตว์ทดลอง เป็นที่ยอมรับทางวิชาการ) โดยพบว่าสัตว์ที่ยังไม่เกิด คือภาวะที่ยังคงอยู่ในท้อง (unborned fetus) จะยังไม่ก่อปฏิกิริยาภูมิแพ้ อีกทั้งมีการสลายแยกนิวเคลียส และเยื้อหุ้มเซลล์ ซึ่งอาจกระตุ้นภูมิคุ้มกันออกไปได้ ทำให้ไซโตพลาสซึมส่วนที่เหลือ เป็นเพียงส่วนของเซลล์ในรูป “xenogenic peptide” ซึ่งยังมี mRNA ที่สามารถจดจำอวัยวะของตนได้ 

Smiley เมื่อร่างกายได้รับชีวโมเลกุล (xenogenic peptide) ของอวัยวะใดไม่ว่าฉีดหรือกิน ก็จะมีการซ่อมแซม เฉพาะอวัยวะนั้น ซึ่งอาจใช้เวลา 1 – 3 เดือน แต่จะพบผลตอบรับเบื้องต้น ที่รู้สึกได้ว่าดีขึ้น ภายใน 1 – 2 สัปดาห์ ดังนั้นหากใช้เซลล์องค์รวมคือ หลายอวัยวะรวมกัน ก็เป็นการบำรุง ซ่อมแซมเซลล์ทั่วร่างกาย เหมาะกับการบำรุงสุขภาพเป็นพื้นฐาน จากนั้นหากมีอวัยวะใดบกพร่อง เกิดโรคเฉพาะ ก็เพิ่มเซลล์ของอวัยวะนั้นเป็นพิเศษ

Smiley ขบวนการเซลล์ซ่อมเซลล์นี้ เป็นขบวนการทางชีวภาพที่ปราศจากสารเคมี จึงมีความปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียงไม่เคยพบอาการแพ้เป็นการรักษาโรคที่ต้นเหตุ คืออวัยวะที่เสื่อมกลับฟื้นสภาพแข็งแรง ผลคือหายจากอาการผิดปกติ ทำให้ชีวิตยืนยาวอย่างสดชื่นสมบูรณ์ การแพทย์ชีวโมเลกุลจึงเป็นหลักสุขภาพพื้นฐานที่สำคัญยิ่ง เซลล์ที่ได้รับการซ่อมบำรุง จะกลับสู่สภาพเซลล์ใหม่ที่สมบูรณ์แข็งแรง โดยสามารถแบ่งซ่อมตัวเองได้อีก 10 – 15 รอบ (วงจรชีวิตรอบละ 2 ปี หากได้อาหารสมบูรณ์ ปราศจากสารพิษทำลาย หรือถูกทำร้ายด้วยอุบัติภัยภายนอก) แปลว่าผู้เป็นโรคทุกอวัยวะ สามารถซ่อมได้ ไม่ว่าสมองเสื่อม พาร์กินสัน อัลไซเมอร์ โรคข้อ กระดูก เนื้อเยื่อ เซลล์กล้ามเนื้อ คอลลาเจน โรคตับ ไต ม้ามหัวใจ ฯลฯ ด้วยหลักคิดง่ายๆ ในเบื้องต้นว่า ใช้เซลล์องค์รวมบวกอวัยวะที่ป่วยอยู่ และในกรณีชะลอวัยนั้น การซ่อมบำรุงตั้งแต่อายุ 25 ย่อมคงความเป็นหนุ่มสาวสดใส ได้ยืนยาวกว่า ชัดเจนกว่าการใช้เมื่ออายุมากเกิน 

Smiley ดูเหมือนเรื่องเหลือเชื่อ ลวงโลก แต่เป็นสิ่งที่ถูกค้นพบมา 70 ปีแล้ว ในหลักการพื้นฐาน แล้วพัฒนาการ ต่อยอด เทคนิคความปลอดภัย จนได้สิ่งที่นำมากล่าว ตลอดจนจดทะเบียนสิทธิบัตรไว้แล้ว หลายท่านไม่กลัวตาย ไม่อยากอายุยืน แต่สิ่งที่ทุกคนไม่อยากพบคือ การที่ต้องมีชีวิตอยู่อย่างพิกลพิการ ประสาทเสื่อม เดินเหินไม่ได้เจ็บโน่นปวดนี่ แต่ก็ไม่ตายสักที เป็นภาระเดือดร้อนแก่ลูกหลานผู้ใกล้ชิด ดังนั้นเป้าหมายสูงสุดคือ ให้เซลล์ตายแบบ Apoptosis (คือ ตายแบบดับสวิทซ์ โดย gene ได้ตั้งโปรแกรมไว้แล้วเมื่อถึงเวลา เป็นการสิ้นอายุขัยของทุกอวัยวะลงพร้อมกัน จึงไม่ทนทุกข์ทรมาน ไม่ต่อสู้ดิ้นรน ทุรนทุราย หรือเป็นการละสังขารในผู้มีบุญนั่นเอง) ซึ่งน่าจะเป็นวิธีตายในอุดมคติ

Smiley ประวัติของชีวโมเลกุล เริ่มเมื่อปี ค.ศ.1931 ศ.นพ.พอล นีฮาน ศัลยแพทย์ชาวสวิส ได้นำน้ำที่ได้จากการบดเซลล์ต่อมพาราไทรอยด์จากสัตว์ ฉีดเข้าผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อกระตุกเกร็ง จนเข้าสู่ภาวะวิกฤติของชีวิต เนื่องจากถูกตัดต่อมพาราไทรอยด์ทิ้งไปโดยบังเอิญ จากการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ครั้งก่อน ผลปรากฏว่าผู้ป่วยหายขาดจากโรคชักเกร็งได้ เขาเรียกการรักษาชนิดนี้ว่า Live cell therapy หลังจากนั้นการแพทย์ในยุโรปโดยเฉพาะเยอรมัน ก็ได้พัฒนา และพิสูจน์ได้ว่าน้ำที่ได้จากการบดเซลล์หนึ่งจะไปซ่อมแซมเซลล์ชนิดเดียวกัน เช่น เซลล์ตับก็จะไปซ่อมแซมตับ ทฤษฎีนี้เรียกใหม่ว่า Cell Heal Cell กลายเป็นที่ฮือฮาในบุคคลชั้นสูง ว่าแพทย์ประสบผลสำเร็จในการรักษาโรคที่สิ้นหวังแล้ว และขยายผล มีการพัฒนาการต่อยอดความรู้ ด้านเทคโนโลยีการเตรียมผลิตภัณฑ์ตลอดมา แต่ยังไม่ถึงบุคคลทั่วไป เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการรักษา แพงมหาศาล (มาถึงณ เวลานี้ ที่จัดว่าถูกลงมากแล้ว ก็ยังต้องอ้าปากค้างในผู้คนส่วนใหญ่) ชื่อเสียงของ Live cell therapy ในระยะเริ่มแรก โด่งดังเมื่อ นพ.พอล นีฮาน ตัดสินใจรับรักษาองค์สันตะปาปา Pius ที่ 2 ซึ่งป่วยหนักหมดหนทางรักษาโดยแพทย์หลวงทั้งหลาย เมื่อได้วิธีเซลล์ซ่อมเซลล์ ก็พลิกฟื้นคืนสภาพได้

Smiley  ชาลีแชปปลิ้น, ประธานาธิบดีคอนราด อาดีนาว แห่งเยอรมัน, วินสตันเชอร์ชิล แห่งอังกฤษ, นายพลชาลส์ เดอโกล แห่งฝรั่งเศส, ดไวท์ไอเซนฮาว แห่งอเมริกา,องค์จักรพรรดิฮิโรฮิโต แห่งญี่ปุ่น, กษัตริย์มอรอคโค, กษัตริย์ซาอุดิอาราเบีย, กษัตริย์เยเมน ล้วนเป็นบุคคลที่เข้ารับการรักษาด้วยในเยอรมันมาแล้วทั้งสิ้น 

Smiley การแพทย์ชีวโมเลกุล ยิ่งทวีความน่าเชื่อถือขึ้นอีกเมื่อ ดร.โบลเบล ได้รับรางวัลโนเบล ด้านการแพทย์เกี่ยวกับ Peptide ในค.ศ.1999 (2542) แม้แต่ประเทศโรมาเนีย ต้นตำรับศาสตร์ชะลอวัย ก็เปลี่ยนมาใช้ชีวโมเลกุลเซลล์ซ่อมเซลล์ ในปัจจุบันนี้ นายแพทย์เฉก ธนะศิริ ประธานมูลนิธิฟื้นฟูส่งเสริมการแพทย์ไทย และ “ชมรมอยู่ร้อยปี ชีวีเป็นสุข” ได้เขียนคำนิยม ยอมรับในความมหัศจรรย์ ตลอดจนผลการรักษา พญ.วิลิศ ภริยา ที่ต้องนั่งรถเข็น เป็นเดินเหินได้ ดร.นัยพินิจ คชภักดี ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองและประสาท ม.มหิดล กล่าวว่า การใช้ยานั้นล้าสมัยเสียแล้ว โลกกำลังหันมาใช้เซลล์รักษาโรค  

Smiley เซลล์ซ่อมเซลล์นี้ ในอเมริกาเพิ่งฮือฮาเรื่อง สเตมเซลล์ ซึ่งยังอยู่ห่างไกลความสำเร็จ ในขณะที่เยอรมันซุ่มวิจัยเงียบๆ มา 70 กว่าปี รัสเซียก็เริ่มหลังเยอรมันประมาณ 30 ปีความล้ำหน้าที่ผู้วิจัยในเยอรมันพัฒนาผลิตภัณฑ์ ให้ใช้ได้ผลโดยไม่มีการแพ้ คือ เทคโนโลยี การลอกเอาเยื่อบุเซลล์ และนิวเคลียส ออกหมดจนเหลือแต่ไซโตพลาสซึมที่เป็น peptide และวิธีเลี้ยงสัตว์ในเขตปราศจากมลพิษอย่างพิถีพิถัน อีกทั้งเป็นแห่งเดียวที่รับประกันผลิตภัณฑ์ว่าปลอดเชื้อวัวบ้าสมญาที่ผลิตภัณฑ์นี้ ได้รับคือ “เป็น Hope for the Hopeless”  

Smiley ผลิตภัณฑ์ทำนองนี้เปรียบเสมือน พ่อครัวปรุงอาหารพิเศษ จึงเป็นเรื่องของต้นทุนทางธุรกิจ คือ อันตรายต่อกระเป๋าเงิน อยู่ที่ว่าคุ้มค่าต่อการแก้ปัญหาไหม! แพ้หรือไม่นั้นไม่น่าเป็นเพราะมีการใช้เทคโนโลยีการผลิตเอานิวเคลียส และเยื่อหุ้มเซลล์ ซึ่งเป็นตัวที่อาจก่ออาการแพ้ออกไปการเลี้ยงสัตว์ในสถานที่พิเศษ ทำให้ปลอดจากเชื้อวัวบ้า หากเปรียบไปก็เหมือนกินเนื้อเปื่อย หรือเครื่องใน ไม่มีผลกระทบ หรือไปขัดขวางการทำงานของยาอื่น ไม่มีผลส่งเสริมเซลล์มะเร็ง เพราะมิใช่อาหารหลักของเซลล์มะเร็ง ตรงข้าม กลับไปเสริมความแข็งแรงให้เซลล์ปกติมีภูมิต้านทานเพิ่มขึ้น อาจมีข้อห้ามในผู้ป่วยโรคชัก ว่าห้ามให้เซลล์ต่อมใต้สมอง เพราะอาจไปกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทที่เกี่ยวข้องได้ 

Smiley ดูเหมือนเราได้ก้าวข้ามปัญหาความปลอดภัย จากพิษหรือผลข้างเคียง แทรกซ้อนจากผลิตภัณฑ์ไปแล้ว หากไม่นับเรื่องเป็นผลิตภัณฑ์จากลูกวัว อันต้องห้ามในมังสวิรัตขั้นเทพแล้ว ก็คงเหลือความเสี่ยงอยู่ประการเดียว…เสียเงินแล้วได้ผลตามคำคุยหรือไม่ ! สิ่งที่จะลดความเสี่ยง คือ ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับสรีรวิทยา ชีวเคมีทางการแพทย์ เพื่อเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เซลล์ใดไปซ่อมอวัยวะใดได้ตรงประเด็น หรือโรคที่เป็นอยู่ น่าจะเป็นความเสื่อมหรือผิดปกติของเซลล์แห่งอวัยวะใด หรือก็คือ ต้องแม่นว่าอวัยวะใดมีกลไกบทบาทหน้าที่ หลั่งสารเคมี ฮอร์โมน ไปกระทบผู้ใด ขาดแล้วเกิดผลประการใด เช่น 

Smiley ตับอ่อน เป็นผู้ผลิตอินซูลิน และน้ำย่อยไขมันในลำไส้ ดังนั้นผู้ป่วยเบาหวานจึงต้องเน้นการซ่อมตับอ่อน ด้วยเซลล์สารสกัดจากตับอ่อน รวมถึงผู้ป่วยเก๊าท์ กรดไหลย้อน ขาดน้ำย่อยไขมัน 

Smiley หากมีปัญหาของไตเสื่อมสมรรถนะ ปัสสาวะมีน้ำตาล โปรตีนไข่ขาว กรองสิ่งที่เป็นประโยชน์กลับคืนร่างกายไม่ได้ ก็ต้องซ่อมแซมไตด้วยเซลล์สารสกัดจากไต โดยเฉพาะภาวะที่ต้องล้างไตเป็นประจำ ชีวโมเลกุลก็เป็นความหวังของทางรอด หรือยกระดับคุณภาพของไต โดยคาดหวังว่า ยังพอมีเนื้อไตหลงเหลืออยู่พอให้ซ่อม แล้วกลับมาทำหน้าที่ได้ 

Smiley ไทมัส เป็นอวัยวะสำคัญเกี่ยวกับการสร้างภูมิคุ้มกัน เม็ดเลือดขาว หากถูกโจมตีจากสารพิษจนผิดเพี้ยนไปก็อาจสร้างภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติ เช่น ทึกทัก เนื้อเยื่อปกติเป็นสิ่งแปลกปลอม เกิดเป็นภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (ภูมิเพี้ยน) เช่น โรคของไมแอสทีเนีย แกรวิส สะเก็ดเงิน เอสแอลอี (โรคพุ่มพวง) รูมาตอยด์ไธรอยด์ อ่อนเพลียรุนแรงเรื้อรัง (fibromyalgia) ผู้ที่เจ็บป่วยออดแอด เป็นหวัดง่าย ภูมิแพ้ทั้งหลาย ก็สันนิษฐานว่า อาจมีไทมัสบกพร่อง

Smiley ผิวหนังและกล้ามเนื้อ ที่เหี่ยวย่น หย่อนคล้อย เกิดริ้วรอย จุดด่างดำ เซลลูไลท์ไขมันสะสม ขาดมวลกล้ามเนื้อ ก็ต้องการเซลล์ผิวเนื้อ ร่วมกับโกร์ทฮอร์โมน จากต่อมใต้สมอง และเอสโตรเจนจากรังไข่ไปบำรุง 

Smiley ม้าม เป็นแหล่งผลิตและทำลายเม็ดเลือดแดงที่หมดอายุ ตลอดจนของเสีย สารพิษของร่างกาย มักเสื่อมไปตามอายุ ก็ต้องการการทะนุบำรุง 

Smiley ตับ เป็นสุดยอดอวัยวะที่คงความสมดุลของกระบวนการชีวเคมีแลเอนไซม์ทั้งหลาย การกำจัดของเสีย การขจัดไขมัน โดยสร้างเป็นโคเลสเตอรอล ส่งไปใช้งานสร้างฮอร์โมนเพศ, บำรุงสมอง สร้างน้ำดีย่อยไขมันในลำไส้ เอนไซม์ที่มากผิดปกติในโรคเก๊าท์, ฝ้าเรื้อรัง จุดด่างดำ ล้วนเกิดจากความบกพร่องของ ตับ ตลอดจนอัตราเผาผลาญ สร้างพลังงาน ลดไขมัน ขจัดไขมันเลว โคเลสเตอรอลสูง…ล้วนอยู่ในกระบวนการทำงานของตับ 

Smiley อัณฑะ เป็นแหล่งผลิตฮอร์โมนเทสโตสเตอโรน และอสุจิ …แน่นอนว่า หากบกพร่องไป ย่อมก่อปัญหาหย่อนสมรรถภาพ เชื้ออสุจิลดจำนวน

Smiley ต่อมหมวกไต เป็นแหล่งผลิตฮอร์โมนตอบรับหรือ ต่อต้านความเครียดทั้งหลาย ดูเหมือนการเกิดภาวะเครียด ซึมเศร้า บ่งบอกความบกพร่องของต่อมหมวกไต อวัยวะนี้จึงเกี่ยวข้องครอบคลุมกับหลายๆ ปัญหาตั้งแต่ ไมเกรน ปวดท้องเมนส์ ภูมิเพี้ยน ความดัน เก๊าท์ นอนไม่หลับ กระดูกพรุน ฯลฯ 

Smiley สมอง เป็นอวัยวะสั่งการ จดจำข้อมูลต่างๆ เมื่อเสื่อมไป ย่อมเกิดผลตามมา เช่นขาดความรู้สึกทางเพศ (หย่อนสมรรถภาพ) ความจำเสื่อม พาร์กินสันอัมพฤกษ์ อัมพาต การซ่อมเซลล์สมอง จึงเป็นคำตอบ 

Smiley ต่อมไพเนียล เป็นผู้ผลิตซีโรโทนิน อันเป็นสารตั้งต้นของเมลาโทนิน ช่วยในการนอนหลับ ซีโรโทนินยังเป็นสารแห่งความสุข ความคิดสร้างสรรค์ ไพเนียลที่ขาดตกบกพร่องเสื่อมสภาพไป น่าจะเป็นบ่อเกิดโรคซึมเศร้า นอนไม่หลับอีกด้วย 

Smiley ต่อมใต้สมอง เป็นผู้หลั่งฮอร์โมนหลายชนิดที่ไปกระตุ้น รังไข่ ไธรอยด์ อัณฑะให้สร้างฮอร์โมนเพศ กระตุ้นต่อมหมวกไต ให้สร้างสารสเตียรอยด์ฮอร์โมนต้านความเครียด โกร์ทฮอร์โมน…ฮอร์โมนแห่งความหนุ่มสาว จึงเกี่ยวข้องมากมายกับหลายปัญหาที่ต่อมใต้สมองเสื่อม หลั่งฮอร์โมนขาดตกบกพร่องไป เช่น ระดับผิดปกติไม่สม่ำเสมอ ของฮอร์โมนเอสโตรเจนจากรังไข่ ทำให้เกิดภาวะเก๊าท์ เซลลูไลท์ วัยทอง กระดูกพรุน ต่อมน้ำนมไม่เจริญเท่าที่ควร (อกเล็ก) ประจำเดือนมาผิดปกติ ปวดท้องเมนส์ ไมเกรน 

Smiley รังไข่ เป็นแหล่งผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน โดยทำงานตอบรับต่อมใต้สมอง ปัญหาผิวบางใน เซลลูไลท์ อก(ไม่)อึ๋ม ประจำเดือนผิดปกติ มีบุตรยาก กระดูกพรุน วัยทอง ล้วนต้องพึ่งพารังไข่เป็นองค์ประกอบ ร่วมกับอวัยวะเป้าหมาย รังไข่กับต่อมใต้สมอง เป็นอาวุธสำคัญของการชะลอชราทั้งหลาย เหนือกว่าการฉีดโกร์ทฮอร์โมน หรือทาฮอร์โมนจากรกสัตว์อีกทั้งปราศจากอันตรายจากสารก่อมะเร็ง ไม่เกิดการเสพติดเหมือนการฉีด เนื่องจากเป็นการผลิตฮอร์โมนจากแหล่งผลิตธรรมชาติ ไม่เกิดอาการขาดยาแล้วเหี่ยวย่นทันตาเห็น ทำให้สถาบันชะลอชราทั้งหลายเปลี่ยนจากการฉีดยาฮอร์โมน มาใช้เทคนิคเซลล์ซ่อมเซลล์กันถ้วนหน้า แม้แต่โรมาเนีย ประเทศต้นตำรับชุบชีวิตชีวาอาศรม 

Smiley หัวใจ นั้นเป็นแหล่งรวมของระบบหลอดเลือด กล้ามเนื้อเรียบของหลอดเลือด โรคของหัวใจหลอดเลือด ความดันเลือดสูง ไมเกรน ตลอดจนริดสีดวงทวารก็น่าจะพิจารณาซ่อมหลอดเลือดหัวใจ 

Smiley เคยเห็นคนที่เคยฉีดสารให้สดใส แต่พอหยุดใช้ เหี่ยวไปมากจนน่ากลัวมั๊ย เป็นผลของการฉีดฮอร์โมนหนุ่มสาว (growth hornone) ซึ่งมีฤทธิ์ทำให้ร่างกายผิวพรรณคล้ายอยู่ในภาวะหนุ่มสาวชั่วคราว แต่เมื่อฉีดซ้ำบ่อยๆ ย่อมมีผลไปกดการทำงานปกติของต่อมใต้สมอง ทำให้ไม่ต้องทำงานผลิตฮอร์โมนนี้ ต่อมใต้สมองจึงอาจฝ่อลีบไป ดังนั้นเมื่อหยุดฉีดหรือ ระงับฮอร์โมนจากภายนอกกระทันหัน ร่างกายจึงกลับสู่สภาพขาดฮอร์โมน เกิดการทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว แต่วิทยาการเซลล์ซ่อมเซลล์ เป็นการบำรุงต่อมใต้สมอง ให้แข็งแรงสมบูรณ์ พร้อมสร้างฮอร์โมนได้เอง จึงเป็นการบำรุงแก้ไขที่ต้นเหตุ ไม่เกิดภาวะการถอนยา สาระคือไปช่วยให้อวัยวะ สร้างฮอร์โมนได้ตามปกติ แต่มิใช่การใส่ฮอร์โมนเข้าไปโดยตรง เมื่อเซลล์ซ่อมเซลล์ไม่ใช่ฮอร์โมน แต่เป็นอาหารให้อวัยวะที่สร้างฮอร์โมน จึงไม่ขัดข้องในการได้รับขณะมีเมนส์ และไม่มีผลต่อการหยุดกระทันหัน หรือมาไม่หยุดของประจำเดือนอีกด้วย 

Smiley จะวัดผลว่าดีขึ้นได้อย่างไร ? จากหลักของเซลล์ซ่อมเซลล์ เมื่อมีการซ่อมอวัยวะที่เกี่ยวข้อง เช่น สมอง กล้ามเนื้อ และอวัยวะรวม จึงน่าจะมีสิ่งเปลี่ยนแปลงที่สังเกตได้ในเบื้องต้น เช่น 

1. ลองใช้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ คีบจับเส้นผมกระจุกหนึ่ง ค่อยๆ ดึงขึ้นมา ปกติจะหลุด 1 – 5 เส้น หากมากกว่านี้ ประกอบกับมีปมรากผมหลุดออกมากับเส้นผม น่าจะเข้าภาวะเสื่อมถอย (ชราภาพ) หลังจากใช้เซลล์ซ่อมเซลล์ไป 7 – 10 วัน ลองจับดึงดูใหม่ หากน้อยลงอย่างเป็นนัยยะสำคัญ ก็น่าจะพอบ่งชี้ภาวะที่ดีขึ้นของร่างกายได้ 

2. ลองสังเกตหรือถ่ายรูป ถุงใต้ตา ก่อนใช้ แล้วดูซ้ำหลังจากทานชีวโมเลกุลไป 10 วัน ดูว่าลดลงได้เพียงใด การลดเพียงเล็กน้อย (โดยปัจจัยร่วมอื่นๆ ปกติ) ก็น่าจะเป็นสิ่งบ่งชี้ถึงพัฒนาการได้ 

3. สังเกตระดับหรือระยะเวลาการหลับ เช่น มักตื่นกลางดึก รู้สึกหลับไม่ลึก นอนตื่นแล้วก็ยังไม่สดชื่น หากใช้แล้วอาการดีขึ้น ก็เป็นนัยยะได้ว่า เกิดภาวะการซ่อมเซลล์สมอง หรือต่อมไพเนียลเป้าหมายได้ อย่างน้อยๆ ก็มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 

4. ในกรณีของอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ให้สังเกตอาการของนกเขา ก่อนใช้กับหลังใช้สารชีวโมเลกุลไป 7 – 10 วัน โดยเฉพาะช่วงตอนตื่นนอน ว่าเจ้าหนูลุกขึ้นแข็งตัวได้หรือไม่ หากอ่อนปวกเปียกปลุกเท่าไรก็ไม่ตื่น ก็อย่าเพิ่งออกศึกให้หน้าแตก หากพอปลุกขึ้น ก็แสดงว่าในส่วนสภาพร่างกาย มีความพร้อมใช้งานได้ระดับหนึ่ง เหลือเพียงการปรับสภาพจิต และกำลังใจ 

5. ในกรณีสูตรอกอึ๋ม ลองสังเกตทรวงอกที่แน่นเนื้อ คัดตึงขึ้น ควรวัดรอบอกก่อนใช้กับหลังใช้ไป 5 – 10 วัน ขนาดที่ขยายขึ้น 1 – 2 นิ้ว ถือเป็นสิ่งปกติ แต่จะหวังผลให้ใหญ่โต เหมือนการทำศัลยกรรม คงเป็นไปไม่ได้ เพราะเป็นก้อนเนื้อธรรมชาติของร่างกาย อยู่ได้อีกนานโดยไม่ก่ออาการแพ้ 

6. ในกรณีแก้ปัญหากระดูกพรุน ก็ลองตรวจวัด ความหนาแน่นของมวลกระดูกก่อนใช้ แล้วตรวจซ้ำที่จุดเดิมหลังจากใช้ไป 10 – 30 วัน เป็นการเปรียบเทียบ เป็นต้น 

7. ในกรณีเช่น โรคสะเก็ดเงิน ซึ่งดีขึ้นโดยมิต้องทายาสเตียรอยด์ แม้จะไม่ทุกรายเต็มร้อย แต่ก็คุ้มค่าต่อการพิสูจน์ทราบ ! 

Smiley ทางเลือกหรือทางหลัก ! เซลล์ซ่อมเซลล์ มิใช่ทางเลือกของอาหารเสริม แต่เป็นสารหลัก ที่ไปเสริมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั้งหลาย ให้ทำงานเข้าเป้าหมาย อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากได้แต่สารเสริมอาหารกลุ่มวิตามินแร่ธาตุ ต้านอนุมูลอิสระ แต่เซลล์เจ้าเรือนหมดอายุขัย หรือมีเซลล์เหลืออยู่น้อย ก็อับจนหนทาง ทำนองเดียวกัน แม้ได้อาหารประเภทเซลล์เข้าไปซ่อมเซลล์ ก็เพียงได้เซลล์ใหม่ที่แข็งแรงในเบื้องแรก แต่หากขาดซึ่งอาหารดีๆ ขาดการต่อต้านมลพิษทั้งหลาย เซลล์ใหม่ก็เสื่อมสภาพไปอยู่ดี จึงเป็นอาหารเซลล์ที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน ตลอดจนภูมิชีวิตหลัก คือ จิตใจสงบ ไม่พบความเครียด และออกกำลังกายพอเหมาะ ชีวโมเลกุลเซลล์ซ่อมเซลล์ จึงน่าจะเป็นหัวหอกทรงประสิทธิภาพ คุ้มค่าน่าใช้ในการซ่อมสุขภาพโดยเฉพาะโรคแห่งความเสื่อมของอวัยวะทั้งหลาย เมื่อหายในระดับที่น่าพอใจก็เลิกใช้ได้โดยไม่เกิดการติดยา แล้วจึงบำรุงรักษาสุขภาพด้วยอาหารหลัก เช่น น้ำมันปลา แร่ธาตุ แมกนีเซียม ฮอร์โมนพืชจากถั่วเหลือง ตลอดจนทีมสารต้านอนุมูลอิสระ หากไม่สามารถเสาะหาผักผลไม้ ปลอดสารพิษได้เพียงพอตลอดทุกฤดูกาล 

Smiley วิธีใช้ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบบกิน อมใต้ลิ้น หรือพ่นละออง ก็ได้ผลพอๆ กับแบบฉีด เพียงออกฤทธิ์ช้ากว่าเล็กน้อย แต่วิธีใช้ที่ผิด เช่น เอาแบบอมไปกลืนลงท้อง ก็ถูกน้ำย่อยกระเพาะทำลายฤทธิ์ไป ส่วนชนิดกลืนนั้นได้เคลือบฟิล์มให้ผ่านกระเพาะไปดูดซึมในลำไส้ได้ เวลาที่เหมาะสมบริโภคก็ได้ตลอดเวลา ดูเหมือนว่า ก่อนหรือหลังอาหารสักสองชั่วโมง หรือขณะท้องว่าง, ตื่นนอนตอนเช้าก็เหมาะสมดี

Smiley เซลล์ซ่อมเซลล์ ด้วยชีวโมเลกุล (Biomolecular medicine) มิใช่ผลิตภัณฑ์ที่ทำได้ง่ายๆ ต้องใช้เทคโนโลยีเฉพาะ อีกทั้งเป็นสิทธิบัตรระดับโลก เงินที่สูญเสียจึงควรคุ้มค่ากับความหวัง นอกจากตรา, เลขทะเบียนอย.แล้ว ยังต้องระวังของปลอมหรือเลียนแบบแอบอ้าง สารพัด 

Smiley สรุปข้อดีของการรักษาด้วยชีวโมเลกุล (xenogenic peptide)

1. เป็น “Hope for the Hopeless” ในโรคที่สิ้นหวังใช้วิธีอื่นๆ ไม่ได้ผล

2. เป็นการรักษาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่รักษาตามอาการ เช่น เบาหวานใช้สารชีวโมเลกุลเข้าไปซ่อมแซมตับอ่อนโดยตรง

3. ใช้ร่วมกับยาตัวอื่นได้ โดยไม่เป็นอันตราย

4. ไม่เกิดอาการแพ้ การสะสม หรือผลแทรกซ้อนใดๆ ไม่ว่าในเด็กทารกหรือผู้ชรา

5. เป็นการฟื้นฟูร่างกายทั้งระบบ เพราะความเจ็บป่วยของอวัยวะ มักเชื่อมโยงกัน ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น แม้จะรู้ว่าสุดท้ายก็ต้องตายแต่การได้ตายแบบ Apoptosis คือ ละสังขารอย่างสงบน่าจะเป็นสุดยอดปรารถนา 

Reference : ชีวโมเลกุลทางการแพทย์ของศูนย์ชีวโมเลกุลเอเซีย /stem cell ศ.ดร.นพ.สมศักดิ์ วรคามิน ISBN 978-974-03-2283-2 /เซลล์ชีววิทยาทางการแพทย์ 1-2 ภาควิชาชีวเคมี คณะแพทยศาสตร์ จุฬา /สรีรวิทยา1 คณาจารย์ภาควิชาสรีรวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล 2551 ISBN 974-7762-41-2/หมอมวลชน ISBN 978-974-350-398-6




Create Date : 30 มีนาคม 2555
Last Update : 5 เมษายน 2555 23:03:08 น.
Counter : 5773 Pageviews.

7 comments
  
เป็นการรักษาที่ดีมากจะเข้าไปรักษา
โดย: ทัศนีย์ IP: 111.84.2.184 วันที่: 27 ตุลาคม 2556 เวลา:10:06:07 น.
  
ดิฉันเป็นผู้พิการทางอัมพฤตครึ่งซีกซ้าย โรคเบาหวานด้วยมีภูมิแพ้ร่วมตอนที่เป็นอัมพฤตแล้วเปฦ้นแผลรักษาหายยากมากค่ะ อยากได้รับการทดลองรักษาค่ะ ตอนนี้มือข้างซ้ายยังไม่สามรถใช้ได้ค่ะเพราะเกิดอาการเกร็งค่ะรักษายาหลายชนิดมากเลยค่ะก็อเห็นในทีวีทางช่องห้าก้อเลยอยากจะเป็นคนที่ทดลองอยากรักษามากค่ะ
โดย: ศรีโสภา มีรอด IP: 171.4.118.191 วันที่: 31 มีนาคม 2557 เวลา:21:55:59 น.
  
ช่วยตอบหน่อยนะค่ะไตเสื่อมสามารถซ่อมได้ไหมขอทราบคนไข้ที่ทำการรักษาด้วยค่ะ
โดย: ทิพย์ IP: 115.67.135.173 วันที่: 19 พฤษภาคม 2557 เวลา:7:53:52 น.
  
ลูกชายอายุ 5เดือน ป่วยเป็นโรค SMA : Spinal Muscular Atrophy type I (found in axon 7, not found in axon 8)สามารถรักษาได้ไม๊คะ
โดย: นรารัตน์ IP: 61.19.78.5 วันที่: 13 มิถุนายน 2557 เวลา:20:28:09 น.
  
คุณพ่อเป็นโรคไตเสื่อม 2.5 รักษาโดยวิธี เซลล์ซ่อมเซลล์ ได้ไหมค่ะ
รบกวนตอบหน่อยค่ะ
japan_jan@hotmail.com
โดย: Jan IP: 183.89.143.170 วันที่: 21 มิถุนายน 2557 เวลา:19:37:58 น.
  
ลูกชายเป็นตาขี้เกียจชนิดตั้งแต่แรกเกิด ตอนนี้อายุ 9 ขวบ 7 เดือน รักษาด้วยการบำบัดมาสองปีแล้วที่รัตนิน ตอนนี้ตาเหมือนจะชลอการพัฒนาพอจะมีทางรักษาด้วยชีวโมเลกุลไหมครับ
โดย: เชษฐ์ IP: 27.55.81.171 วันที่: 22 กรกฎาคม 2557 เวลา:11:37:25 น.
  
คือเท่าที่รู้มันน่าจะได้สำหรับไตเสือมเพราะมันเป็นการบำรุงเซลล์ให้ดีขึ้นถ้าไม่โรคที่ติดเชื่อก็สามารถรักษาได้วันนี้เลยเอาข้อมูลมาให้อ่านส่วน คุณเชษฐ์ ก็ลองอ่านข้อมูลนะคับ
การรักษาด้วยกำเนิดใหม่ ในประเทศเยอรมนี (Regenerative Medicine in Germany)
โครงสร้างงานวิจัยหลัก
นักวิจัยในประเทศเยอรมนี กำลังทำการวิจัยสำคัญๆในเรื่อง Regenerative Medicine อยู่ในมหาวิทยาลัยต่าง กว่า 100 มหาวิทยาลัย และอีก 180 มหาวิทยาลัย กำลังทำการวิจัยเรื่อง applied sciences นอกจากนั้นสถาบันวิจัยต่างๆ ที่มิได้เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัย เช่น Max Planck Society, Gottfried Wilhelm Leibnez Scientific Association, Helmholtz Association of German Research Centers, Fraunhofer Society เป็นต้น ทั่วประเทศเยอรมนี ก็กำลังทำการวิจัยเรื่องต่างๆ อยู่ และยังเป็นฐานอันเข้มแข็งให้กับงานวิจัยด้าน Regenerative Medicine ให้กับประเทศ
ด้านเนื้อหา งานวิจัยด้าน Regenerative Medicine ใน ประเทศเยอรมนี ครอบคลุม ทั้งด้านเทคโนโลยี และทฤษฎีทางวิชาการ เป็นงานวิจัยที่ไม่ได้ทำเฉพาะกับผู้ใหญ่ ตัวอ่อนในครรภ์ ในเซลล์ต้นแบบ (Pluripotent stem cells) และในเซลล์ที่มีการแบ่งตัวเป็นอวัยวะต่างๆแล้ว (cellular differentiation) วิศวกรรมเนื้อเยื่อ (tissue engineering) วัตถุชีวภาพ (biomaterial) โมเลกุลชีวภาพ (bioactive molecules) การผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะและการถ่ายเลือด แต่ยังเป็นการศึกษาวิจัยในกระบวนการที่เกี่ยวข้องในแง่มุมต่างๆ เช่น การแยกเซลล์ (cell isolation) การเลี้ยงเซลล์ (cell cultures) และ ปฏิกิริยาทางชีวภาพ (bioreactors) ต่างๆ ด้วย
งานวิจัยของเยอรมัน ครอบคลุมฐานงานวิจัยที่กว้างขวาง ซึ่งรวมถึงการนำ Regenerative Medicine ไปปรับใช้ (application of regenerative medicine) อย่างครอบคลุมในสิ่งที่อาจเกิดขึ้น เช่น
• ผิวหนัง (skin)
• ระบบโครงสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อ (musculoskeletal system)
• ระบบเลือดและหัวใจ (cardiovascular system)
• ระบบประสาท (nervous system)
• ระบบเซลล์ (cellular system)
• ระบบทางเดินอาหาร (gastro-intestinal system)
• ระบบฟันและเหงือก (dental and periodontal system)
• ระบบทางเดินหายใจ (respiratory tract)
• ระบบต่อมไร้ท่อและการเผาผลาญ (endocrinology and metabolism)
ส่วนโรค SME ต้องหาข้อมูลเพิ่มเติม
โดย: ใจหวาน IP: 115.87.206.156 วันที่: 24 กันยายน 2557 เวลา:12:35:28 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ultramaths
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 59 คน [?]



ผม..เฟยเฟย รายงานตัวค้าบ
ultramaths ขอสงวนลิขสิทธิ์ข้อความทั้งหมดในblogนี้ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
All rights reserved.