ดื่มด่ำชากลิ่นดอกบัว ตำรับฮ่องเต้จีน

เรื่องของชากลิ่นดอกบัว เป็นเรื่องที่น่าบันทึก ไม่มีอะไรสลับซับซ้อนเลยสักนิด เปิดเผยโจ่งแจ้ง แต่ใครเล่าจะเปี่ยมความสามารถ และทำชากลิ่นดอกบัวได้จริงจัง
มันเป็นผลิตผลจากธรรมชาติที่เหมาะเจาะกับหัตถาจากสวรรค์เท่านั้นเอง



ทุกวันนี้แม้คุณไม่ใช่ฮ่องเต้หรือมีเชื้อสายในราชวงศ์ แต่ก็สามารถดื่มลิ้มชิมรสชากลิ่นดอกบัวได้ เป็นกลิ่นที่มาจากธรรมชาติแท้จริง จากดอกบัวจริงๆ ไม่ใช่กลิ่นสังเคราะห์ที่วางขายกันเกลื่อน
มันเป็นมรดกพกห่อ เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น จากสระน้ำนิ่งสงบกลางแสงแดดแผดกล้าของชาวเวียดนาม ซึ่งยังดำรงอยู่และตกทอดมาจนถึงทุกวันนี้ หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ต่อฉัน ไม่ต่างจากอ่าวฮาลอง เบย์ หรือเมืองฮอยอัน แม้ว่ายูเนสโกจะไม่เคยประกาศยกย่องในฐานะของมรดกโลกทางธรรมชาติ หรือมรดกโลกทางวัฒนธรรม

ไม่ต้องใช้อุปกรณ์หรือเครื่องไม้เครื่องมืออะไรมากนัก เมื่อจะทำชากลิ่นดอกบัว เพียงตระเตรียมสิ่งต่อไปนี้ให้พร้อม

เรือพายหนึ่งลำ
ใบชา
สระบัว ที่ดอกบัวหลวงกำลังบานสะพรั่ง( ดอกบัวต้องปลอดจากสารเคมี )

บัวหลวงจะบานเต็มที่ในตอนกลางวัน ระหว่างที่แสงแดดยังแผดกล้า
และจะเบ่งบานเต็มที่อยู่เพียงวันหรือสองวันเท่านั้นเอง เมื่อย่างเข้าวันที่สามหรือที่สี่ดอกบัวก็จะเริ่มโรยรา
พายเรือออกไปกลางสระบัวในยามสายหรือบ่ายๆ และควรรีบพายเรือไปหาดอกบัวตั้งแต่วันแรกบานจะดีที่สุด นำเอาใบชาที่เลือกสรรแล้วติดไปด้วย จะมากหรือน้อยก็แล้วแต่ความต้องการของเรา และจำนวนดอกบัวบานที่อยู่ในสระ ค่อยๆ บรรจงวางใบชาลงไปในดอกบัว แล้วพายเรือจากมา
ยามเย็นเมื่อแสงแดดจางหายไปดอกบัวจะค่อยๆหุบกลีบ แต่ใบชายังคงอยู่ในดอกบัว ท่ามกลางท้องฟ้าสีน้ำเงินและสายลมเย็นยามดึกดื่น ใบชาจะดูดซับกลิ่นหอมจากดอกบัวเอาไว้ตลอดทั้งคืน
วันต่อมาก็พายเรือกลับไปเมื่อดอกบัวบานอีกครั้ง และเก็บเอาใบชาออกมาจากดอกบัว จะได้ชากลิ่นดอกบัวหอมกรุ่นไว้ชงดื่ม

นี่ไม่ใช่กรรมวิธีใหม่ของยุคสมัยนี้ แต่ภูมิปัญญานี้มีมาเนิ่นนานแล้วตั้งแต่ยุคของลูวอี้ ปรามาจารย์ชาวจีนผู้บันทึกเรื่องราวการดื่มชาของฮ่องเต้เอาไว้ ฉันเขียนเล่าจากสิ่งที่ลูวอี้ได้บันทึกเอาไว้ เพื่อเป็นแนวทางแก่บางคนที่อยากดื่มด่ำชากลิ่นดอกบัว

การทำชากลิ่นดอกบัวที่วิเศษสุดต้องเรียนรู้ถึงหัวใจของมันด้วย หนึ่งคือใบชา ต้อง เลือกชนิดของใบชา และใบชาจะต้องสะอาดและแห้ง ก่อนที่จะนำไปใส่ในดอกบัว
สอง เลือกดอกบัว แน่ล่ะว่าต้องเป็นบัวหลวง ถ้าเป็นดอกใหญ่ กลีบจะเยอะ กลิ่นหอมก็จะยิ่งมากขึ้นไปอีก
ด้วยกรรมวิธีเช่นนี้เราไม่อาจผลิตมันได้มากนัก เพราะต้องเป็นไปตามฤดูกาล จะให้ได้ชาหนึ่งกิโลกรัม อาจต้องใช้ดอกบัวถึงหนึ่งพันสามร้อยดอกขึ้นไป จนถึงหนึ่งพันห้าร้อยดอกเลยทีเดียว
อาหารดอกไม้ก็ไม่ต่าง หัวใจของการกินดอกไม้เป็นอาหารคือตามฤดูกาล ตามธรรมชาติ ไม่ต้องเร่งรัดตามใจอยากของมนุษย์ โดยพากันใช้สารเคมีเร่งดอกเร่งใบเร่งผล
พรุ่งนี้ยังไม่สาย คุณอาจมีชากลิ่นดอกบัวไว้ดื่มได้ แม้ว่าจะไม่มีสระบัวหลวงขนาดใหญ่อย่างในวัดหรือในวัง ฉันเองก็เลี้ยงบัวหลวงอยู่บ้าง แต่ไม่มากนัก ปลูกเอาไว้ในกระถาง เมื่อดอกบัวผลิบานก็เอาใบชาใส่ลงไป และรอคอยสักคืนหนึ่ง

ข้อควรระวัง คืออย่าใส่ใบชามากเกินไปในดอกบัว เพราะจะทำให้กลีบดอกบัวหุบไม่ลง


จากหนังสือมหัศจรรย์ดอกไม้กินได้ ผู้เขียน...อันยา โพธิวัฒน์





Create Date : 28 มิถุนายน 2554
Last Update : 11 กรกฎาคม 2554 17:35:39 น.
Counter : 1966 Pageviews.

4 comments
  
ขอบคุณเนื้อหาดีๆ ที่แบ่งปันจ้า
โดย: Junenaka1 วันที่: 28 มิถุนายน 2554 เวลา:11:08:23 น.
  
ขอบคุณจ้า สำหรับเนื้อหาดีๆ
โดย: junaerk วันที่: 28 มิถุนายน 2554 เวลา:13:03:43 น.
  
เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจมากค่ะ ไม่เคยรู้เลยนะคะ ว่าดอกบัวมีกลิ่นด้วย
โดย: SASSY_PIM วันที่: 28 มิถุนายน 2554 เวลา:23:03:54 น.
  
ขอบคุณครับ สำหรับเรื่องราวดีๆ ที่นำมาแบ่งปัน
โดย: SP-white jpb IP: 58.8.252.63 วันที่: 2 ตุลาคม 2554 เวลา:7:21:04 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

last_tibetstone
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เหนือกว่ารัก เงินตรา หรือชื่อเสียง... มอบความจริงใจให้แก่กันจะดีกว่า...
มิถุนายน 2554

 
 
 
1
2
3
4
5
6
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
29
30