Eric Satie 120 ปี Three Gymnopedies




Eric Satie คีตกวีหรือศิลปินชาวฝรั่งเศส มีชีวิตอยู่ระหว่างช่วงปี พ.ศ.๒๔๐๙ – ๒๔๖๘ เขาสร้างผลงานดนตรีที่งดงามไว้จากความจริงใจ ที่ผู้ฟังอาจจับต้องได้ไม่ยาก

ความละเอียดละออ ความเรียบง่าย ไม่โฉ่งฉ่าง ทำให้ดนตรีของเขาสมบูรณ์แบบและลึกซึ้ง และแน่นอนว่าเมื่อพูดถึงงานประพันธ์ดนตรีของซาตี้ คงไม่มีใครที่เป็นแฟนคลับของเค้าจะไม่รู้จักผลงานสามชิ้นอันยิ่งใหญ่ ที่อยู่ในชุด Trois Gymnopedies
และรวมทั้ง Gnosiennes ด้วย
มันเป็นงานดนตรีที่สมควรสะสมเอาไว้ฟังจริงๆ เพราะมันคือเสียงแห่งความเยือกเย็น สงบนิ่ง ที่แสนงดงาม

เชื่อกันว่าซาตี้ได้รับแรงบันดาลใจในการประพันธ์ Tree Gymnopedies มาจากการร่ายรำในสมัยกรีกโบราณ ที่เด็กหนุ่มชาวกรีกจะออกมาเปลือยกายและเต้นระบำรำฟ้อนกัน เมื่อถึงเทศกาลงานประจำปีที่จะมีขึ้นเมื่อฤดูร้อนเดินทางมาถึง

มันก็เป็นการหาอะไรทำเพื่อให้บันเทิงเริงใจนั่นเอง

แต่งานประเพณีนี้ของชาวกรีก แม้แต่เพลโตนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ก็ชื่นชมเอามากๆ เพราะเพลโตเห็นว่ามันเป็นทั้งการออกกำลังกาย และเป็นการแสดงเพื่อบันเทิงอยู่ในตัวของมันเอง
ซึ่งนี่คือความสมบูรณ์แบบในสายตาของเพลโต เมื่อชาวกรีกทั่วๆไปล้วนฝังใจอยู่กับเรื่องสองเรื่องที่พวกเขาถือกันว่าสำคัญสูงสุดในชีวิต....

หนึ่งคือ ฝึกฝนวิทยายุทธ์กันตั้งแต่เด็กๆ เรื่องที่ฝึกก็ไม่พ้นการเป็นนักรบ
และสองคือฝึกฝนในเรื่องดนตรี

เพลโตได้เคยพูดไว้ว่า
“การศึกษาควรมีความสมดุลย์ระหว่างดนตรีและพลศึกษา เพราะดนตรีเป็นวิชาที่ทำให้มีจิตใจอ่อนโยน และพลศึกษาเป็นวิชาที่ทำให้ร่างกายแข็งแรง”

อาจเพราะเชื่อเช่นนี้มานมนาน ไม่ว่ายุคสมัยไหนก็ดูเหมือนชาวกรีก จะไม่เคยขาดไร้ศิลปินที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานอันยิ่งใหญ่ฝากไว้กับโลก
และงานประเพณีนี้ในยุคของกรีกโบราณ มันคือการอุทิศเพื่อมอบแด่เทพอพอลโล(Apollo) ด้วย
ในภาษาชาวกรีกโบราณ คำว่าGymnos หมายถึงการเปลือยกาย และ pedie มีที่มาจากคำว่า เด็กๆ

ซาตี้เขียนเพลงนี้จบลงเมื่อปี ค.ศ. ๑๘๘๘ เพลงนี้จึงมีอายุเพียงแค่ ๑๒๐ ปีเท่านั้นเองเมื่อถึงวันนี้
เรียกว่ายังไม่แก่สักเท่าไหร่
แต่ จขบ. หินทิเบตฯเชื่อว่าต่อไปอีกร้อยปี มันก็จะยังน่าฟัง และโลกคงไม่อาจทิ้งขว้างบทเพลงนี้ได้ลง

ซาตี้เป็นคนที่ทำงานได้ช้ามาก ไม่ว่าดนตรีที่ต้องใช้หูฟัง หรือแม้แต่การออกแบบท่าเต้นสำหรับบัลเล่ต์ ที่ในช่วงหลังของชีวิตซาตี้เริ่มหันมาสนใจในศิลปะบัลเล่ต์ เพราะเขาเห็นว่ามันเต็มไปด้วยศิลปะหลายแขนงร่วมกัน

ความสมบูรณ์สุดยอดคือหัวใจในการทำงานของซาตี้

ไม่ใช่แค่ในการแต่งเพลง เพราะแม้แต่จะเขียนจดหมายถึงเพื่อนฝูง เขาอาจใช้เวลาเกือบยี่สิบนาทีที่จะเขียนโพสการ์ดได้เพียง 6 บันทัดเท่านั้น แต่จะช้ากว่านี้อีก ถ้ามีแชมเปญสักขวดหนึ่งวางอยู่ตรงหน้า
ด้วยเวลาครึ่งชั่วโมง เขาจะเขียนได้แต่เพียงที่อยู่ของเพื่อนเท่านั้น
ซาตี้ชอบเดิน เขาจะเดิน ๆๆ ไปทั่วเมืองปารีส แต่พวกกวีและนักแต่งเพลงหลายคนก็ชอบเดินๆๆ
พวกนี้มักคิดอะไรดีๆได้ในขณะก้าวขาเดิน
จะว่าไปมันเป็นพฤติกรรมทางร่างกายที่มีส่วนสัมพันธ์ยิ่ง กับการเต้นของหัวใจและจักรวาล บางคนเชื่อเช่นนี้
ซาตี้ค่อนข้างเกลียดกลัวแสงแดด ถ้าเขามีนัดในตอนกลางวันหรือบ่ายๆ เขาจะรีบทำธุระปะปังให้จบลงเร็วที่สุด และรีบกลับบ้าน แต่ทว่าสภาพอากาศที่ไม่ค่อยดีกลับมีผลในทางบวกกับซาตี้
มันช่วยกระตุ้นให้เขาเขียนเพลงได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุด




แทบทุกวันประมาณสิบเอ็ดโมงเช้า เขาจะเดินไปถึงร้านเจ้าประจำของเขา ร้านนั้นมีชื่อว่า Chez Tulard
ซาตี้จะดื่มเบียร์ สูบซิการ์ และพูดคุยกับลูกค้าบางคนที่เป็นแขกขาประจำ จนกลายมาเป็นเพื่อนกันในที่สุด จากนั้นเขาอาจล้วงสมุดโน้ตเล็กๆออกมาจากกระเป๋าเสื้อ และเขียนโน้ตดนตรี ไม่ว่าเพื่อนๆจะพูดอะไรเขาจะไม่โต้ตอบสักแอะ แต่กลับทำเหมือนไม่ได้ยินซะอย่างนั้น
แต่พอวันรุ่งขึ้นเมื่อเจอกันอีก เค้าจะขอโทษที่เสียมรรยาทไปเมื่อวันวานที่ผ่านมา
มีร้านไวน์ช็อปแห่งหนึ่งซึ่งซาตี้ชอบไปสถิตย์อยู่ สามีผู้เป็นเจ้าของร้านจะพูดกับภรรยาของเขาในวันที่สภาพอากาศไม่ดีว่า
“เธอคอยดูเถอะ วันนี้สภาพอากาศแย่ๆ ฝนฟ้าจะตกตลอดทั้งวันแน่ และที่แน่ๆนะ คุณซาตี้ก็จะมาร้านเราเวลาอากาศไม่ค่อยดีอย่างนี้แหละ”
และซาตี้ก็กางร่มมาจริงๆ

“ ตอนเด็กๆ พวกผู้ใหญ่บอกผมว่า คอยดูเถอะ นายจะเข้าใจ ตอนที่นายอายุสักห้าสิบ แล้วไง วันนี้ผมก็ห้าสิบแล้ว ยังไม่เข้าใจอะไรเลย ” Eric Satie พูด....

อนิจจา Eric Satie ตอนที่มีชีวิตอยู่ก็ประกาศตัวชัดเจน ว่าไม่สนใจเรื่องการค้าเพลง ทำงานตามเสียงเรียกของหัวใจที่ร่ำร้องเท่านั้น ซาตี้จึงไม่สนใจเลยที่จะให้เพลงดังหรือโดดเด่น
พูดง่ายๆในสายตาของคนทำงานดนตรี ส่วนมากก็ย่อมอยากให้เพลงของตัวโด่งดัง สะดุดหูผู้ฟัง แต่ไม่ใช่สำหรับศิลปินคนนี้
เพลงของซาตี้จึงเป็น background music อย่างที่เขาอยากให้เป็นเท่านั้น

@ วันนี้ Eric Satie ได้จากโลกอันสับสนวุ่นวายและปลิ้นปล้อนนี้ไปเนิ่นนานแล้ว และใครต่อใครก็นำงานดนตรีของเค้ามาใช้ แต่สุดแสนประหลาดตรงที่ซาตี้เกลียดชังการตลาดและการค้ากำไรอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่พวกนี้กลับนำเอางานดนตรีของเขามาใช้อย่างฟุ่มเฟือยในงานโฆษณา ประชาสัมพันธ์สินค้าของตน
องค์กรที่มักนำเอางานเพลงของซาตี้มาใช้ กลับเป็นพวกองค์กรที่มีเงินทุนมหาศาล และเป็นทุนนิยมสุดโต่ง ซึ่งก็คือ
หนึ่ง พวกธนาคาร
สอง บริษัทประกันภัย
สาม บริษัทที่ขายโทรศัพท์มือถือ
นี่แค่สามตัวอย่างใหญ่ๆ เมื่อเดือนที่แล้ว จขบ.หินทิเบตฯ ยังได้ยินผลงานของเขาประกอบโฆษณาเครื่องสำอางชื่อดังตัวหนึ่งทางทีวีไทย ก็เลยออกจะคิดถึงซาตี้เป็นที่สุด จนทำให้อยากเขียนถึงเค้าขึ้นมา
และงานเพลงที่ถูกบรรดาโฆษณาประชาสัมพันธ์ นำเอาไปใช้มากที่สุด คือ Gymnopedies นี่เอง



ถ้าถามว่า มันเพราะอะไรเล่า ที่ทำให้พวกองค์กรขนาดใหญ่ ใช้เงินทุนสูง และต้องการผลกำไรสูงเหล่านี้ จึงพากันหันมาใช้บทเพลง Gymnopedies ของ Eric Satie
คำตอบน่าจะเป็นว่า ก็เพราะต้องการความรู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจ
ต้องการความเชื่อมั่นในเรื่องความซื่อสัตย์
ต้องการความไว้วางใจจากลูกค้าอย่างสูงสุดเท่านั้นเอง
และการได้ยินเพลงของซาตี้ ก็ทำให้รู้สึกได้ถึงความไว้วางใจ น่าเชื่อถือ

เปรียบเปรยว่าถ้าเป็นอาหาร เพลงนี้ของซาตี้ เมื่อได้ชิมแล้ว คนชิมอาหารจานนี้จะรู้สึกถึงความผ่อนคลาย และรู้สึกเชื่อใจ วางใจและ ลงเอยที่ ไว้ใจได้ ว่าไม่มีพิษภัยแน่ๆ
และ บริษัทที่ขายโทรศัพท์มือถือ บริษัทขายประกันชีวิต อีกทั้งพวกธนาคารต่างๆ ล้วนต้องการความรู้สึกนี้จากคนทั้งโลก เพื่อให้มาเลือกใช้สินค้าของตน





Create Date : 02 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 2 พฤศจิกายน 2551 23:10:33 น.
Counter : 837 Pageviews.

11 comments
  
ไม่รู้จักคนนี้เลยค่ะ แต่ตอนนี้รู้จักบ้างแล้วหลักจากที่อ่าน

ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่มีประโยชน์ค่ะ
โดย: วินนี่ย์หมีพูห์ วันที่: 4 พฤศจิกายน 2551 เวลา:15:49:10 น.
  
ขอบคุณมากเลยครับพี่ คตีกวีนี้เป็นคนที่ผมไม่รู้จักเอาเสียเลยเคยฟังเพลงฮิตของเขาเพลงเดียวเท่านั้น ก็คือเพลงที่บริษัทใหญ่ๆ เอาทำนองมาประกอบโฆษณาแหละครับ เพลงดี ๆ เสียมาเยอะก็โฆษณานี่แหละ
โดย: Johann sebastian Bach วันที่: 5 พฤศจิกายน 2551 เวลา:15:09:38 น.
  
" แต่พวกกวีและนักแต่งเพลงหลายคนก็ชอบเดินๆๆ
พวกนี้มักคิดอะไรดีๆได้ในขณะก้าวขาเดิน
จะว่าไปมันเป็นพฤติกรรมทางร่างกายที่มีส่วนสัมพันธ์ยิ่ง กับการเต้นของหัวใจและจักรวาล บางคนเชื่อเช่นนี้"

ไม่รู้ว่าจะเข้าข่ายกับเขาด้วยหรือไม่ เพราะชอบเดินเป็นชีวิตจิตใจ ออฟฟิตของฉันเมื่อก่อนก้คือห้างสรรพสินค้าเดินไปเดินมาเพื่อหาไอเดีย..ตอนนี้ก็เดิน..เดินทาง...เดินทางพื่อหาประสบการณ์กลับมาจากจีนแล้วกำลังเล็งเมืองต่อไป..ดูไบ-กานา....คงเร็วๆนี้..แล้วจะเอาเรื่องและรูปมาฝาก
โดย: ผู้หญิงที่มาจากโลกสีคราม (girl from sea ) วันที่: 10 พฤศจิกายน 2551 เวลา:1:36:31 น.
  
สวัสดียามเช้าค่ะ

ได้รู้จักคีตกวีเพิ่มอีกคนก้อจากบ้านนี้ล่ะค่ะ

Have a nice day na ka.
โดย: nLatte วันที่: 10 พฤศจิกายน 2551 เวลา:9:36:20 น.
  
สวัสดีวันจันทร์ค่ะ

มาทักทายค่ะ สบายดีนะคะ
โดย: วินนี่ย์หมีพูห์ วันที่: 10 พฤศจิกายน 2551 เวลา:12:18:49 น.
  
สวัสดีค่ะพี่หิน

เพิ่งกลับมาจากเชียงดาวค่ะ ไปบ้านเพื่อน ๆ มาเกือบครบทุกคนค่ะ ทัวร์บ้านเพื่อน แสนสุขสบายค่ะ ไปบ้านมะขามป้อมก่อนค่ะได้เจอน้องโฟกัส นางเอกแฟนฉัน ตอนนี้เริ่มโตแล้วค่ะ หลังจากนั้นก็ไปทำบุญจุลกฐินที่วัด ยามค่ำไปบ้านดูดาว ยามเช้ากินกาแฟกับผาแดง เย็น ๆนั่งมองดอยหลวงที่บ้านฝนกับโต้ง ก่อนมืดเดินเล่นสวนเจี๊ยบ

วันที่ 12 นี้ข่าวว่ามีงาน ที่สายหมอก แล้วพบกันนะพี่หิน
โดย: ยาย IP: 222.123.208.183 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2551 เวลา:19:47:41 น.
  

ได้รู้จักนักคีตกวี เพิ่มขึ้นอีกคน ซึ่งวาไม่ค่อยรู้มากเท่าไหร่ ขอบคุณนะคะ

ชื่อEric ตอนแรกนึกว่าชาวสวีเดนค่ะ

เสียดายจังค่ะ ที่อ่าน เขียนภาษาฝรั่งเศสไม่ได้เลย
แล้วก็ไม่ค่อยโปรดงานแปลค่ะ มีงานแปลไม่กี่เรื่องที่อ่าน
เพราะไม่รู้ภาษาแต่อยากรู้เรื่องนั้นจริงๆ

Photobucket


โดย: Sweety-around-the-world วันที่: 10 พฤศจิกายน 2551 เวลา:22:48:21 น.
  
สวัสดีครับ พี่ไม่ได้อัพเด็ตเลยหรือครับ หวังว่าคงสบายดีช่วงนี้ทำอะไรอยู่หรือเปล่า
โดย: Johann sebastian Bach วันที่: 12 พฤศจิกายน 2551 เวลา:15:38:47 น.
  
ขอบคุณทุกคนที่แวะมาเยี่ยมค่ะ
ช่วงนี้กำลังเตรียมตัวไปอินเดีย เลยยุ่งมากๆค่ะ เพราะไม่ได้ไปกับทัวร์ ต้องทำทุกอย่างเอง

และที่ๆจะไปก็เป็น restricted area อีกด้วย

คงต้องลาบล็อกชั่วคราวล่ะค่ะ กำลัง count down ค่ะ
โดย: last_tibetstone วันที่: 14 พฤศจิกายน 2551 เวลา:14:19:44 น.
  
ขอให้พี่เดินทางโดยสวัสดิภาพนะครับ อย่าลืมเอารูปสวยๆ มาฝากกันนะครับ จะรอ
โดย: Johann sebastian Bach วันที่: 15 พฤศจิกายน 2551 เวลา:7:29:15 น.
  
สวัสดีค่ะ และขอบคุณที่แวะไปทักทายกัน ช่วงนี้ก็กำลังยุ่งเหมือนกันเลย คงเป็นเพราะใกล้จะสิ้นปี เพราะเห็นหลายๆคนก็บ่นยุ่งเหมือนกัน อีกแป๊บเดียวก็จะได้ฉลองปีใหม่กันอีกแล้ว วันเวลาผ่านไปเร็วจังเลย
สวนก็ไม่รู้จะนานไหมกว่าดอกไม้จะโตเพราะที่นี่อากาศหนาวต้นไม้ก็โตช้า ตอนนี้ก็ทำไปเเรื่อยๆแต่หน้าหนาวก็ทำอะไรไม่ได้มาก
โดย: ปลา (Scorpionfish) IP: 79.87.231.200 วันที่: 16 พฤศจิกายน 2551 เวลา:23:53:05 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

last_tibetstone
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



เหนือกว่ารัก เงินตรา หรือชื่อเสียง... มอบความจริงใจให้แก่กันจะดีกว่า...
พฤศจิกายน 2551

 
 
 
 
 
 
1
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
2 พฤศจิกายน 2551