ย้ายประเทศกันเถอะ #สหรัฐอเมริกา



ช่วงนี้ # ความต้องการย้ายประเทศกันเถอะสุดฮอต ชาวเน็ตเเห่รวมตัวหาข้อมูลเตรียมย้ายประเทศจริงๆ กลายเป็นกระเเสส่งต่อกันในโลกโซเชี่ยล เพียงไม่กี่วัน มันสะท้อนให้เห็นอะไรหลายๆอย่าง จนถึงขั้นมีการตั้งกลุ่มขึ้นเพื่อเเบ่งปันขั้นตอนวิธีการย้ายไปอยู่ประเทศอื่น รวมทั้งการให้คำปรึกษาทางด้านต่างๆ

ตัวเราเองเมื่อเรียนจบปริญญาตรี สอบเข้าทำงานเป็นพนักงานต้อนรับของสายการบินคูเวต  อยู่ทำ11ปี  ซึ่งต้องเดินทางไปอยู่ประจำที่ประเทศคูเวต จนกระทั่งลาออกจากงาน ปัจจุบันเพื่อนๆ น้องๆคนไทยที่ยังทำงานอยู่กับสายการบินนี้ ต่างลาออกเเละเดินทางกลับไทยกันหมดเเล้ว เนื่องจากการเเพร่ระบาดของเชื้อโควิด - 19 ทำให้สายการบินปิดทำการเเบบไม่มีกำหนด

หลังจากที่เราลาออกเเล้ว ได้เดินทางไปอยู่สหรัฐอเมริกา ปีนี้ย่างเข้าปีที่17 เเล้ว รวมระยะเวลาทั้งหมดที่อยู่ต่างประเทศ 28 ปีเต็ม เรามีสถานะเป็นซิงเกิ้ลมัม เลี้ยงลูกคนเดียวในต่างแดน มันเหนื่อย ท้อเเท้ เเละลำบากโคตรๆ

วันนี้บังเอิญเหลือเกิน ที่มีโอกาศเข้าไปอ่านข้อความของคุณเเบ้งค์ สายชิว นายธนาคารจากรัฐเเคริฟอร์เนีย เขียนโพสไว้ในอินเตอร์เนตจากประสบการณ์ตรง เกี่ยวกับการย้ายประเทศไปอยู่สหรัฐอเมริกา ให้เเง่คิดเเละคำเตือนที่เราเห็นว่าเป็นประโยชน์ เลยขออนุญาตินำมาเล่าต่อ คุณเเบงค์เขียนเอาใว้เป็นข้อๆ ถึง 13 ข้อดังนี้

ปล. รูปภาพไม่เกี่ยวกับเรื่อง มันคือรูปเราเอง



1. อย่าทำผิดกฏหมายเลย คือเข้าตามตรอกออกตามประตูทำอะไรๆตรงไปตรงมาดีที่สุด แต่ถ้าเห็นเพื่อนคุณทำผิดกฎหมายแล้วเค้ายังอยู่ดีกินดีก็นะ คุณโตแล้วคุณต้องตัดสินใจเอง เปิดใจและเปิดสมอง คือคนไทย 90% คิดว่าไปเมกาแล้วจะโดดวีซ่ามาตายเอาดาบหน้า หรือต้องแต่งงานอย่างเดียว เพราะน่าจะเป็นหนทางที่ง่ายที่สุด จะพูดไปมันก็จริง แต่มันมีทางอื่นคือคุณสามารถเปลี่ยนแปลง visa ได้, หรือเรียนต่อแล้วได้ work permit, เปลี่ยนเป็น visa นักลงทุน, หรือเจอเจ้านายดีเค้าสมัคร work permit ให้ หรือ บางคนก็สมัคร Green card ให้เลย หรือ บางคนยอมแต่งงานด้วยเพราะความรักหรือความสงสาร # ประเด็นคือ ให้ดูทุก options และหาข้อมูลให้เยอะก่อนตัดสินใจ # รักนะถึงเตือน

2. เรื่องภาษาสำคัญที่สุด คือถ้ามาอยู่เมกา ห้ามดูหนังไทย, ฟังเพลงไทย, อ่านข่าวไทย คือทำทุกอย่างให้ใช้ภาษาอังกฤษให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ คือเจอมาเยอะ ไปอยู่อเมริกา แต่ภาษาไม่เเข็งเเรงเลย ถีบตัวเองขึ้นมา ต้องขยันกว่าและอึดกว่าคนอื่น 3-4 เท่า เรารับประกันประเทศอเมริกาให้โอกาศกับคุณมาก# น้องจิมมี่เคยบอกว่า "เมกาเงินอยู่ในอากาศ" อยู่ที่ใครจะไขว่คว้า  

3. มาเมกาแล้วกะมาโดด Visa มาเป็น Robinhood อันนี้ไม่แนะนำ แต่ถ้าใครจะทำเราก็เคารพการติดสินใจของคุณ เพราะสถานการณ์ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนโดด Visa ดีก็ดีไป ถ้าโชคร้ายก็โดนนายจ้างกดขี่ข่มเหง, โดนลวนลาม, นายจ้างขู่ว่าจะเเจ้งให้คนมาจับบ้างละ, โดนยึด passport บ้างละ เงินที่ได้ตอนคุณโดด Visa ก็ไม่เท่ากับคนอื่นเค้า, โดนกดค่าแรง, คุณลองหลับตา นึกถึงคนต่างด้าวที่มาทำงานแลกเงินที่เมืองไทยดู ที่เค้าต้องอยู่หลบๆซ่อนๆ ต้องถามตัวคุณเองว่าคุณรับได้ไหม ถ้ารับได้ก็ต้องยอมรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาด้วย



4. ถ้าคุณมี work permit / Green card หรือ Robinhood คุณควรทำงานที่ใช้ภาษาเยอะๆ ในการพัฒนาตัวเอง ตัวอย่างคุณเเบงค์เล่าเรื่องนี้ว่า "ตอนที่มาเมกาใหม่ๆ รู้จักคนไทยที่เป็นพ่อครัวอยู่ร้านอาหาร พูดภาษาอังกฤษแทบไม่ได้เลย อ่านไม่ได้ เราขอไม่ตัดสินใครนะว่าดีไง หรือไม่ดียังไง แต่จะบอกว่า คุณพลาดโอกาสไปประมาณ 70% ของประเทศมหาอำนาจ USA ที่เค้าพร้อมที่จะมอบให้กับพลเมืองของเมกาที่อ่านออกเขียนได้ และสื่อสารได้อย่างดี คุณต้องขยัน3-4เท่า คุณทำได้แน่"

5. มีเพื่อนที่ดีเยอะๆ อย่าคิดว่าจะมาขุดทองอย่างเดียว กัลยาณมิตรจะพาทองและโชคลาภมาประเคนถึงหน้าตักคุณเลย พ่อคุณเเบงค์สอนไว้ว่า มีเพื่อนดีก็เหมือนแม่น้ำที่ดีเเละลึก ตัวเราก็เหมือนกับเรือใบ ถ้ามีน้ำคอยพยุงก็จะทำให้เรือใบล่องไปถึงจุดหมายปลายทางได้ ถ้าไม่มีเพื่อนที่ดีเลย ก็เหมือนกับสายน้ำที่แห้ง เรือใบก็จะไปถึงฝั่งลำบากครับ #คุณอาจจะสงสัยแล้ว /นู๋จะไปหาเพื่อนที่ไหน ก็ถ้าเป็นคนเปิดตัวก็ดีนะ ไปเข้าร่วมสมาคม Rotary, Lion Club, Chamber of commerce, วัด, โบสถ์, เล่นกีฬา บราๆๆ ต้องลงทุนเวลาเข้าสังคมบ้าง^^

6. ควรดูแลเรื่องสุขภาพทางกาย ดูเรื่องประกันสุขภาพ ดูว่ารัฐบาลจะให้สิทธิอะไรเราบ้าง แต่ละรัฐมันไม่เหมือนกัน ค่ารักษาพยาบาลที่เมกาโหดมาก !!



 7. ดูสุขภาพทางกายแล้ว หันมาดูสุขภาพทางการเงินด้วย คุณไม่มีหมายเลข social คุณก็เปิดบัญชีธนาคารได้ ขอบัตรเครดิตได้ อันนี้แล้วแต่เเบงค์นะ แต่เป็นไปได้ สร้างเครดิตตั้งแต่เนิ่นๆจะได้เตรียมตัวซื้อบ้าน, ซื้อรถ, เช่าApartment, ซื้อมือถือ หรือ แม้กระทั่งสมัครงาน เค้าก็เช็กเครดิต 

8. เมกามีบ่อนการพนันเยอะ ถ้าคุณติดการพนัน มีเท่าไหร่คุณก็หมด เวลาชีวิตคุณมีค่า ใช้สอยอย่างประหยัด 

9. มาเมกาควรทำงานเก็บเงินสัก 20%-50% ของเงินเดือน ถ้าทำได้จะดีต่อตัวคุณเองและคนที่คุณรัก คือคุณทำเพื่อนอนาคตของคุณเอง ผมเจอมาเยอะ คุณเเบงค์เล่าต่อว่า "ผมทำงานแบงค์มาเกือบ 20 ปี คนที่จะ retire หลายคนที่เมกา เรียกว่าเป็นแสนเป็นล้าน ไม่มีเงินเก็บ ไม่มีบ้านอยู่  บอกเลย เงินที่รัฐบาลให้ คือเงินที่คุณใส่ไปตอนคุณทำงาน มันไม่พอสำหรับค่าครองชีพที่เมกา สรุปคือ ต้องเก็บเงิน อย่าหลงระเริงกับแสงสีเสียงกินเที่ยวใช้ของหรูจนทำลายความมั่นคงทางการเงินในอนาคตของคุณ"

10. คุณมาอยู่ประเทศเมกา คุณต้องเข้าใจระบบระเบียบกฎเกณฑ์ของประเทศนี้นะ ว่าทำงานหรือประกอบธุรกิจอะไรจะเสียภาษีน้อยที่สุด, รัฐบาลมี benefits อะไรให้เราบ้าง, สิทธิเราคืออะไรบ้าง, รู้จักสถานกงสุลและสถานทูตไทยไว้ คือมองเสียว่ามาใช้ชีวิตในเมกา เหมือนคุณกำลังเล่นเกมส์ ถ้าคุณไม่เข้าใจกฎกติกาของเกมส์ที่เล่น ว่าเล่นยังไงถึงจะชนะ เล่นยังไงถึงแพ้ แล้วคุณจะชนะเกมส์ของชีวิตคุณได้ยังไง?



11.ค่าครองชีพบอกเลยแต่ละรัฐไม่เหมือนกัน New York, Hawaii, California จะแพงสุด คุณเเบงค์เล่าว่า "ผมเรียนปอตรีที่ Hawaii อยู่ที่ Hawaii 5 ปี ค่าครองชีพเเพงนะ ปัจจุบันพักอาศัย/ทำงานอยู่ California ค่าครองชีพก็แพง #แต่!!!! คุณก็จะได้ค่าแรง/เงินเดือนที่สูงขึ้นด้วย ยกตัวอย่าง ผมทำกับข้าวทานเองที่บ้าน สมมุติไปจ่ายตลาด $100(3,000บาท) ทานได้ 2-3 วันครับ ถูกกว่าทานสุกี้ MK ที่เมืองไทยอีก ฮ่าๆๆๆ ผมกลับเมืองไทยครั้งก่อน ทานสุกี้ จ่ายไป 1,500 บาท ทาน 2 คนเอง"

​​​​"ถ้าคุณไปอยู่รัฐที่ไม่ป๊อปปูล่า ราคาบ้าน ราคาน้ำมัน ราคาของต่างๆจะถูก คุณควรทำการบ้านด้วยว่าจะไปอยู่รัฐไหน สภาพภูมิอากาศและสภาพสังคมในรัฐนั้นเป็นอย่างไร เลือกให้เหมาะกับคุณ ถ้าถามผมสำหรับคนไทย ผมเลือก California ครับ คืออาหารการกินพร้อมไม่อด ปลูกอะไรก็ขึ้น มีหลายชนชาติ จะทำงานก็มีคน Asians เยอะ เวลาได้เลื่อนต่ำแหน่งก็จะมีโอกาสก้าวหน้ามากกว่า นี้จากประสบการณ์ผมนะ " คุณเเบงค์กล่าวใว้



12. #เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ พูดตรงๆนะ สมัยที่คุณเเบงค์มาเมกาใหม่ๆ ถ้าบ้านไม่รวยอย่าโลกสวย (แต่ทุกอย่างมันเป็นไปได้และจะค่อยๆดีขึ้นตามเวลาของมัน) สมัยก่อนคุณเเบงค์ทำงาน Citibank 5ปี เป็น License Banker ที่ La Jolla เมืองคนรวยที่ San Diego ทีมคุณเเบงค์ได้ อันดับ1ของ California ตอนนั้นคุณเเบงค์ ขับรถไปกลับวันละ 120 กิโล เป็นเวลา 5 ปี 

คุณเเบงค์เล่าต่อไปว่า "บ้านผมจน ไม่ได้รวยอะไร พอมีโอกาสซื้อบ้านด้วยลำเเข็งของตัวเอง ก็หนักเอาเบาสู้ คนไม่เคยมีบ้านอะนะ จะขับไกลเท่าไหร่ก็ยอม เป็น5 ปีที่สนุก แต่ตอนนี้มองกลับไปคิดกับตัวเองว่ากรูทำไปได้ไงว่ะ ฮ่าๆๆ คือบางครั้งชีวิตคนเรามันไม่ได้มี opportunity ที่ดีที่สุดมากมายขนาดนั้นเข้ามาในชีวิต แต่ผมเลือกจะทำให้ดีที่สุดเมื่อได้โอกาสนั้นมาก็แค่นั้น" 



 #คุณต้องฉีดวัคซีนหลายเข็มก่อนเข้าเมกานะ "คุณเเบ้งค์บอก" # เข็มแรก วัคซีนแห่งความอึด # เข็ม2 วัคซีนของการคิดบวก # อันนี้ฉีดหลายๆเข็มเลย ฮ่าๆๆๆ บอกเลยตอนผมมาเมกาใหม่โคตรท้อ ประมาณมากูมาเมกาต้องทำงานหนัก ต้องหาเงินค่าเช่าห้อง อยู่เมืองไทยไม่ต้องลำบากขนาดนี้  ไปอยู่เมกาไม่ทำงานก็ไม่มีข้าวกิน, ไม่มีเงินค่าเทอม

# ช่วงหนึ่งตอนเรียนที่ Hawaii # ผมแดร๊กมาม่าารัวๆๆๆเลย บางทีซื้อขนมปังมา1แถว ซื้อเเยมมา 1 กระปุก กินแบบนั้นเกือบอาทิตย์ รองเท้าผ้าใบนี้ตรงพื้นนี้ขาดจนถุงเท้าทะลุรองเท้ามาเลย  เเต่ผมมีเป้าหมายที่ชัดเจน เลยสู้จนชนะ # เข็มที่ 3 วัคซีนของการมีเป้าหมาย /goal ที่ชัดเจน



13. #จริงไหม ต้องจบ Top University คุณถึงจะได้งานดีๆ

#ตอบเลยไม่จำคุณไม่จำเป็นที่ต้องจบ University ดังๆ หรือจบตัวTop ถึงจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน

# คุณเเบงค์เล่าว่า "ผมจบมหาวิทยาลัยกลางๆ แต่เงินเดือนผมเยอะกว่าเพื่อนร่วมงานที่จบมหาลัยที่ดังกว่าหลายเท่านะครับ จบมหาวิทยาลัยดังก็ดีครับ แต่ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของความสำเร็จเวลาคุณทำงาน จริงๆแล้ววัดที่ความสามารถ และประสบการณ์ เค้าดูหลายๆอย่าง อาทิเช่น คุณ likable ไหม, nice ไหม, honest ไหม, team player ไหมสิ่งพวกนี้สำคัญมาก ในการทำงานกับ corporate America คือผมพูดจากประสบการณ์นะครับผมทำงาน Corporate America มาตลอดตั้งแต่จบปอตรีที่ BYU-Hawaii, เริ่มทำตั้งแต่Prudential Financial, Citibank/Citigroup, Wells Fargo #และปัจจุบันผมทำงานที่ Bank of America/Merrill Lynch ต่ำแหน่ง VP ที่ปรึกษาการเงินและการลุงทุน"



คุณเเบ้งค์เล่าต่อว่า "ลูกค้าผมบางคนตั้งบริษัทฉีดยาฆ่ามดค่าแมลงไม่ได้จบอะไรมา แต่รวยมาก บางคนไม่เรียนมหาวิทยาลัยแต่สอบ license เป็นนายหน้าขายบ้านใช่เวลาเรียน 3-4 เดือน ถ้าเก่งๆรายได้มากกว่าหมอ,วิศวะ,เภสัชกรอีก อาชีพที่เกี่ยวกับการขายถ้าคุณเก่ง และดูแลลูกค้าดีๆรายได้จะดีมาก มีหลายอาชีพที่ได้เงินเยอะ เช่น รับเหมาก่อสร้าง ช่างซ่อมรถ ช่างไฟ, ช่างซ่อมรถ ช่างประปา และมีอาชีพต่างๆอีกมากมายที่ไม่ต้องใช้ college degree แต่เค้าเป็นเจ้าของ business ถ้าทำประสบความสำเร็จก็จะมีอิสระทางการเงินมากกว่าคนทำงาน office ทั่วไปคับ"

จากนั้นคุณเเบ้งค์ทิ้งท้ายใว้ว่า "นี่คือสิ่งที่คุณควรคิด และไตร่ตรองก่อนมาเมกา จริงๆแล้วมีอีกเยอะ แต่ตอนนี้ผมนึกออกเเค่นี้ แต่อย่างไรก็ตามขอให้นักล่าฝันทุกคนโชคดี และสำเร็จในสิ่งที่ตั้งใจ #นักล่าฝัน # ทีมอเมริกา

ขอบคุณคุณเเบงค์ที่มาเล่าเรื่องเเละให้เเง่คิดดีๆ ซึ่งเราเห็นด้วยกับคุณเเบ้งค์ทุกข้อ 100 เปอร์เซ็นต์เลยค่ะ


Create Date : 11 พฤษภาคม 2564
Last Update : 11 พฤษภาคม 2564 20:59:15 น. 1 comments
Counter : 483 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
ฮืออออ น่าอยู่จัง อยากย้ายเหมือนกันนะคะ แต่ถ้าเลือกได้จริงๆมอลลี่คงถูกโฉลกกะฝั่งญี่ปุ่นมากกว่า คิดถึงที่นั่นค่ะ


โดย: คนใจแข็งที่แกล้งอ่อนไหว (npsr_gb ) วันที่: 12 พฤษภาคม 2564 เวลา:0:25:10 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สมาชิกหมายเลข 3661152
Location :
ชิคาโก United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




เรื่องราวของ"ซิงเกิ้ลมัม"ลูก2 อพยบไปอยู่สหรัฐอเมริกา
ปี 2003 อยู่เมือง Rex รัฐจอร์เจีย
ปี 2010 ย้ายไปอยู่เมือง Elon รัฐนอร์ทแคโรไลนา
ปี 2012 ย้ายไปอยู่เมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ จนถึงปัจจุบัน
ปี 2020 เขียนไดอารี่ออนไลน์ bloggang



Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2564
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
11 พฤษภาคม 2564
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข 3661152's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.