DJ ไม่ใช่แค่..คนเปิดเพลง



ย้อนตำนานคลับดีเจเมืองไทย

ดีเจตุ๋ย-อภิชาติ ชัยแก้ว เจ้าของร้านคาเฟ่เดอมอค
พื้นที่ซึ่งเปิดโอกาสให้ดีเจรุ่นน้อง
รุ่นพี่เข้ามาโชว์ความสามารถเปิดแผ่นเล่าว่า
คลับดีเจมาจากนิวยอร์ก ยุคหลังสงครามเวียดนาม
ทหารอเมริกันเข้ามาเมืองไทยเยอะ คลับต่างๆ ผุดขึ้น
เมื่อก่อนวัยรุ่นบ้านเราจึงมีพื้นฐานร็อก พังก์ โซล
คลับยุคแรกๆเปิดแผ่นสลับกับวงดนตรี
สีลมถือเป็นย่านดังมาก ถัดมาเป็นคลับแถวสุขุมวิท
ยุคนั้นยังไม่ใช้เทิร์นเทเบิลเหมือนทุกวันนี้


ต้นศตวรรษ 1980 เรียกว่ายุคกีตาร์ฮีโร่
ไปไหนเด็กวัยรุ่นต้องมีกีตาร์เป็นของตัวเอง
พร้อมกันนั้นเริ่มมีดีเจอาชีพในบาร์
สมัยนั้นถือเป็นยุครุ่งเรืองของเพลงเต้นรำ
การกระจายตัวของอาชีพนี้เยอะ ตามลานสเกต
และดิสโก้เธก แม้แต่ในอำเภอเล็กๆ
ขึ้นไปแม่ฮ่องสอนในป่ายังมีเทิร์นเทเบิล
กระทั่งมีซีดีเข้ามา คนจึงหันไปเล่นซีดีแทน
เนื่องจากหาง่ายและราคาถูก


ดีเจวิทยุ-คลับดีเจ ความต่างบนฐานของชื่อคล้ายกัน

โชคชัย เจี่ยเจริญ ผู้บริหารเจน เอ็กซ์ อคาเดมี่
หนึ่งในสถาบันซึ่งเปิดสอนหลักสูตรคลับดีเจ
ผู้ซึ่งเคยผ่านอาชีพดีเจบนหน้าปัดวิทยุและการเป็นดีเจ
เปิดแผ่นเล่าถึงความต่างของทั้งสองว่าคลับดีเจ
ต้องเลือกเพลงมาเปิดให้ต่อเนื่องไม่สะดุด
คนที่อยู่ในฟลอร์ไม่เช็กบิลกลับบ้าน
เป็นอาชีพที่มองเห็นกลุ่มเป้าหมายเต้นตรงหน้า
พอมาจัดรายการวิทยุ เรื่องของเวลา
ธรรมชาติของอาชีพเปลี่ยน
ในหนึ่งชั่วโมงของการจัดรายการแบ่งเป็นช่วงต่างๆ
ทั้งข่าว จิงเกิ้ล เล่นเกมสลับกับการพูด
ซึ่งคลับดีเจไม่มี มองไม่เห็นกลุ่มเป้าหมายคนฟัง
ใช้จินตนาการเอาว่าคนฟังกำลังทำอะไรบ้าง
ซึ่งคนเหล่านี้ไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตาเพื่อฟังผู้จัดตลอด
สไตล์ที่เปลี่ยนจากการเปิดโดยไม่เน้นการพูด
ต้องชงเพลง จะหยิบเพลงอะไรมาสักเพลงต้องแนะนำกัน
เพื่อให้มีอรรถรสมากขึ้น


คนเปิดเพลงในบาร์เหล้า

ขณะที่ต่างประเทศให้ความสำคัญกับอาชีพนี้
เหมือนกับอาชีพทั่วๆไป ทว่าในสังคมไทยแล้ว
แม้อุปกรณ์เครื่องเล่น ค่าเล่าเรียนจะแพง
แต่เมื่อเป็นงานกลางคืนแล้วทำให้ถูกมองในด้านลบ
และเป็นอาชีพที่ไร้เกียรติยศ บางคนมองว่าเป็นเพียง
คนเปิดเพลงในร้านเหล้า ซ้ำยังโยงเข้าไปพัวพัน
กับเรื่องของยาเสพติด ยิ่งทำให้สถานภาพของอาชีพคลับดีเจ
ยังไม่เป็นที่ยอมรับกันมากนักสำหรับคนทั่วไป


“สถานภาพทางสังคมยังถูกปิดกั้น
มองเป็นอาชีพเต้นกินรำกิน เป็นดีเจเปิดเพลงตามบาร์เหล้า
เมื่อเค้าพูดอธิบายมาอย่างนี้คือภาพที่แย่แล้ว”
ดีเจซี้ด-นรเศรษฐ หมัดคง คลับดีเจชื่อดังเผย


เมื่อพัวพันกับยาเสพติด โชคชัยบอกว่าด้านสว่าง
ที่มีอยู่เยอะเลยกลายเป็นมุมมืด หน้าที่ของดีเจจึงควรทำ
ให้คลับดีเจหรือการเต้นในที่สาธารณะเป็นเรื่องสะอาด
คลับดีเจหญิงทั่วโลกที่มีน้อยจนนับหัวได้
เมืองไทยแทบไม่มี เพราะอันตรายที่จะต้องไปเปิดแผ่นทุกคืน
กลับบ้านดึกๆดื่นๆ จะทำให้หญิงสาวที่สนใจกล้าเข้ามาเยอะขึ้น


ผู้ใหญ่มองว่าเป็นงานกลางคืน แต่กลับได้รับความนิยม
จากกลุ่มวัยรุ่น หลายคนซื้อมาหัดเล่นที่บ้าน

“แพร่ไปในกลุ่มวัยรุ่น มีสถาบันเปิดสอนอย่างจริงจัง
ในความรู้สึกคิดว่าวิชาคลับดีเจน่าจะเป็นคณะหนึ่งใน
สถาบันการศึกษา เพราะเมืองนอกสอนเป็นเรื่องเป็นราว”

ดีเจซี้ดเล่าถึงความสำคัญของอาชีพคลับดีเจ
พร้อมมองไปข้างหน้าว่าจะได้รับการยอมรับหากรายได้งาม

“สมัยนี้โลกแคบด้วยอินเทอร์เน็ต เงิน เทคโนโลยีสูงสุด
ใครที่เอาตัวรอดได้ ต่อให้ในตัวอาชีพนั้นจะสกปรกอย่างไร
เค้าไม่แคร์กันแล้ว คำว่าคุณธรรม ศาสนา วัฒนธรรม
ถอยห่างออกไปจากผู้คนทุกที อาชีพกลางคืนก็เช่นกัน
อยู่ที่ทำเงินได้มากแค่ไหน ดีเจสมัยนี้มิกซ์เพลงขาย
สร้างมูลค่าให้ตัวเอง แฟตบอยสลิมเปิดแผ่นทีได้ 5 ล้าน
ถ้าดีเจเมืองไทยสามารถเปิดแสดงรอบละ 4 แสน
ถึงตอนนั้นคงไม่มีพ่อแม่คนไหนไม่อยากให้ลูกเป็นดีเจ”

“ตอนนี้พ่อแม่หลายคนกล้าให้เงินลูกมาเรียน
ทั้งที่อุปกรณ์แพง ชุดหนึ่งเป็นแสน จำกัดเฉพาะคนรวย
แต่ก็เปิดกว้างมากขึ้น ถ้าจะให้เต็มที่เหมือนสิงคโปร์
ฮ่องกง ญี่ปุ่น รออีกสักสิบปี”

ก้าวข้ามงานกลางคืน

จากอาชีพคลับดีเจเปิดแผ่นในคลับ
สถานเริงรมย์ยามค่ำคืน เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีอันทันสมัย
พื้นที่ทางสังคมจะกว้างขึ้นจากเฉพาะแสดงในคลับกลางคืน
เดี๋ยวนี้มีงานดีเจเดย์ที่พัทยา เปิดให้ดีเจทั้งในและนอกโชว์ฝีมือ
เปิดแผ่นริมหาด

คลับดีเจหลายคนก้าวไปสู่อาชีพอื่นในแวดวงดนตรี
มิกซ์เพลงทำอัลบั้มของตัวเองขาย
ขยับอยู่เบื้องหลังเป็นโปรดิวเซอร์ รีมิกเซอร์ให้ศิลปินชื่อดัง
ทำเพลงประกอบโฆษณา หนังวีซีดี ทำหน้าที่เกสต์ดีเจ(guest dj)
ตามงานปาร์ตี้ เปิดตัวสินค้า โฆษณา เดินแบบฯลฯ บางคนกรองประสบการณ์เขียนหนังสือ บ้างรับสอนให้ผู้ที่สนใจ

โดดเด่น ท้าทาย เสน่ห์เย้ายวนเข้าวงการดีเจ

ในความมืดสลัวเสียงเพลงดังกระหึ่ม
จากมุมเล็กๆดีเจยืนโดดเด่นเลือกแผ่นกระตุ้นหนุ่มสาว
หลายคนโยกย้ายสะโพกสะบัดไปมาตามจังหวะอย่างเมามัน

“โดดเด่นที่สุดในคลับ ยืนตรงนั้นใช้ไอเดียล้วนๆ
นำคนกว่าร้อย ยากต้องใช้เวลา ประสบการณ์ จิตวิทยาดึงคนให้สนุก
แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเปิดเป็นชั่วโมงคนไม่เต้น
ต้องทำทุกวิถีทาง หอบกระเป๋าสามใบ มี300แผ่น
หมุนได้ 360 องศา แต่ละคืนคนเปลี่ยนหน้า ขาประจำก็เปลี่ยน
” ดีเจซี้ดเล่าด้วยความภูมิใจ

ส่วนดีเจตุ๋ยมองเสน่ห์ของอาชีพนี้ว่าได้คลุกคลีเพลงที่ชอบ
เผยแพร่ให้คนอื่น ด้วยวิธีการที่แตกต่างกัน

หัวใจหลักของการเป็นคลับดีเจ

คลับดีเจหลายคนลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า
สิ่งสำคัญที่จะทำให้ดำเนินอาชีพนี้ได้ผลดีคือ
การทำความรู้จักดนตรีให้มากที่สุด

“เดี๋ยวนี้คนหันมาเล่นทรานซ์ ฟรีสไตล์เยอะ
ผสมผสานยุคต่างๆไล่เลียงต้องถูก ไม่งั้นฟีลลิ่งไม่ได้
จะเป็นดีเจต้องมีทักษะการฟังเพลง
ศึกษาค้นหาทำความเข้าใจเรื่องของดนตรี
ตีความเข้าใจเพลงสไตล์ต่างๆฟังมากๆสามารถสร้างเสียง
สไตล์ของตัวเอง ไม่ใช่ฟังเพลงแล้วชอบ (music lover)
เท่านั้น ดีเจที่ดีไม่ได้อยู่ที่รวย มิกซ์เก่ง อุปกรณ์พร้อม
อยู่ที่มีพื้นฐานทางดนตรีมากขนาดไหน
เพลงดนตรีที่ออกใหม่ มีส่วนผสมบีตต่างๆมากมาย
ถ้าไม่รู้เรื่องดนตรี เวลาซื้อแผ่นบอกแนวเพลงไม่ได้
ได้แต่แผ่นเรดบีทที่มีเกลื่อน”


ได้ไม่คุ้มค่าอุปกรณ์

รายได้ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับฝีไม้ลายมือ
ความโชกโชนของแต่ละดีเจ หากเป็นดีเจซี้ด
ผู้คร่ำหวอดในอาชีพนี้มานาน
“สิบปีก่อนค่าตัวคืนละร้อย เดี๋ยวนี้ถ้าอดทน
รายได้คุ้มพอเลี้ยงตัวเองและซื้อแผ่น
ตกเดือนละหมื่นกว่าบาท อย่างต่ำเลวร้ายสุดเดือนละห้าพัน
ดีเจเพิ่งเริ่มต้นคืนละห้าร้อย”


ด้านดีเจตุ๋ยอธิบายว่าคนที่เริ่มหัดเล่นไม่มีชื่อเสียง
รายได้ไม่คุ้มค่าใช้จ่าย ได้เพียงความสนุก
โอกาสเติบโตมากหากมีแรง หัวค่ำเปิดที่นี่
ดึกเปิดอีกแห่ง สถานบันเทิงปิดตี 2 อย่างน้อยเปิดได้ 2 แห่ง
คืนละ 20,000


ประสบการณ์ดีเจอาชีพมา 20 กว่าปี
ดีเจตุ๋ยแนะนำไปถึงผู้ที่คิดจะก้าวเข้ามาอาชีพนี้ว่า
บ้านเราวันนี้ยึดถือเป็นอาชีพไม่ได้
อยากให้เล่นเป็นอาชีพรองหรือฮอบบี้มากกว่า
เงินตอบแทนไม่สูงตามค่าใช้จ่าย
รายได้ดีสำหรับบางคน อาจต้องรอให้ภาพลักษณ์
การเต้นรำกลางคืนบ้านเราดีขึ้นกว่านี้ จึงจะยึดเป็นอาชีพได้

แพ้คลับดีเจเทศแค่เทคโนโลยี

ต่างประเทศให้การยอมรับอาชีพดีเจเปิดแผ่น
หลังการแสดงทุกครั้ง หากแสดงดีผู้ฟังชื่นชมยินดี
เข้ามาจับไม้จับมือราวกับศิลปินคนหนึ่ง
ทำเอาคลับดีเจบ้านเราที่มีโอกาสไปแสดงโชว์
เมืองนอกหลายคนภูมิใจ เล่าว่าในส่วนของฝีมือนั้น
ดีเจไทยไม่แพ้เมืองนอก ขึ้นอยู่กับว่าใครซ้อมมากซ้อมน้อย

“ทักษะอาจแพ้อยู่นิด ด้วยเป็นเพลงพวกเค้า
เหมือนเราเปิดเพลงไทยเป็นเพลงพวกเรา
เพราะฉะนั้นเค้าเหนือกว่าสเตปหนึ่งอยู่แล้ว
อย่างอื่นในแง่คลับ อุปกรณ์ คนดูเราสู้ไม่ได้
ยังห่างชั้นอีกเยอะ”

“เปิดต่างประเทศไม่ปรับอะไร เพลงทันสมัยอยู่แล้ว
แค่เครดิตชื่อเสียงไม่ได้สร้างความตื่นตระหนก
อย่างมากมองว่าเปิดเพลงตามอย่างเค้า แต่พอขึ้น
ไปเห็นฝีมือเก่งยอมรับ ถ้าไม่ได้เรื่องโห่เลยก็มี”

“เมืองนอกแสดงจบมาแสดงความยินดีจับไม้จับมือ
บ้านเราจบคือจบ มาเพื่อจีบหญิง เพื่อเมา
เป็นอย่างนี้เสียมาก การเป็นดีเจที่นี้ ยังไม่สามารถภาคภูมิใจ
ได้เต็มที่ ถ้าไปที่นู่นภูมิใจเหมือนศิลปินคนหนึ่ง” ดีเจซี้ดกล่าว

เมืองนอกดีเจมีเยอะพอๆกับศิลปินบ้านเรา
ดีเจไทยโกอินเตอร์ ขึ้นไปเป็นแถวหน้าค่อนข้างลำบาก
ต้องมีใบอนุญาตเข้าทำงาน หากตรวจจับลามไปถึง
เจ้าของสถานที่โดนปิดไปด้วย เป็นได้แค่ดีเจรับเชิญ

(เคล็ด)ลับเฉพาะคลับดีเจ

สไตล์ของคลับดีเจแต่ละรายแตกต่างกัน
บางคนเน้นเล่นสไตล์เดียวตลอดคืน
ส่วนใหญ่มีแฟนประจำตามมาเชียร์ทุกคืนที่เปิดแสดง
บางรายเปิดฟรีสไตล์รวมทุกแนวเอาใจคนดู
หลายๆคนใช้วิธีกดอารมณ์คนให้เครียด ไม่สนุก
เสร็จแล้วจึงปล่อยอะไรที่สนุกขึ้นมาตูมเดียว
เมื่อคนมาเที่ยวสนุก คราวนี้จะนำเสนออะไรก็ได้


ปี 2000 เป็นต้นมา หลายคนที่พิสมัยสีสันยามค่ำคืน
คงคุ้นชื่อของดีเจซี้ด-นรเศรษฐ์ หมัดคง ผู้นำอาชีพดีเจ
ให้กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง
“ทำมาหลายสิบปี หยุดไปกลับมาทำอีกครั้งที่
บางกอกบาร์เป็นช่วงที่พี่พีกที่สุด ดังที่สุด
แล้วก็เป็นจุดที่ทุกคนหันมาบ้าดีเจกันใหญ่โตมโหฬาร
ทุกคนอยากเรียนอยากเป็นคลับดีเจ”


ดีเจซี้ดเล่าต่อไปถึงแนวดีเจแบบฟรีสไตล์เฮาส์
เป็นการเรียงร้อยเพลงตั้งแต่ยุค 1980
ถึงปัจจุบันทุกบีททุกสไตล์ให้มิกซ์ติดต่อกัน
เปลี่ยนฟีลอารมณ์ตามกลุ่มที่ชอบ
“เฮาส์อย่างเดียวก็เล่นมาแล้ว ฮิปฮอปก็เล่นมาแล้ว
ฟังเพลงแนวเดียว ฮิตอย่างเดียว 3 ชั่วโมงน่าเบื่อ
ลองเอาเพลงยุค1980 สักเพลงมาเปิด คนเฮ
ดีใจไม่ได้ฟังนาน”


เหตุที่เลือกเพราะสามารถถอยกลับไปที่จุดเริ่มต้นได้
พร้อมกับพัฒนาไปสู่จุดที่สูงสุด “เฮาส์กลับไปสู่ฟังก์ดิสโก้
กลับไปสู่โซลฟังก์กลับไปสู่ฟังก์กี้ ตัวบีทของฟังก์คือตัวบีท
ของฮิปฮอปในปัจจุบันนี้และเมื่อถึงเวลาเมื่อเปิดเฮาส์
กลับไปที่ดิสโก้ ฟังก์กี้ แหกไปที่ฮิปฮอป ตามแผนผังของมัน
จากเฮาส์กว่าจะกลับไปฮิปฮอปได้ต้องผ่านพวกนี้ไปก่อน
พอมาถึงเฮาส์เสร็จเลยไปที่สเตทเฮ้าส์ เทคโน
โปรเกรสสีฟเฮ้าส์ ทรานซ์ ค่อยๆไต่ขึ้นไป”


“การมิกซ์เพลงต่างยุค ต่างสมัย สไตล์
กลิ่นอายการมิกซ์โปรดักชันคนละทาง ยากต้องเข้าใจ
เพลงที่เปิดอยู่ได้รับอิทธิพลจากยุคไหนก่อน
แล้วเวลาเอาเพลงยุคเก่ามาต่อต้องให้ลิงก์กันได้
ใช้การฝึกฝนผสมประสบการณ์ เหมือนศิลปะนำมา
แปะๆติดต่อกัน ถึงที่สุดมองเป็นภาพกว้าง”


“ใช้จิตวิทยาดูฟีลลิ่งของคนไม่ใช่สักแต่จะเปิด
เป็นดีเจธรรมดาที่ใครก็เป็นได้ เราถือว่าเราคือดีเจอาชีพ
คนที่มาเที่ยว แบ่งเป็นคนมาเที่ยวกับมาดูเรา
อย่างแรกต้องรู้ว่าคืนนี้ไปเปิดที่ไหน แขกที่นั่นเป็นอย่างไร
สถานที่ บรรยากาศ คอนเซ็ปต์ หากเคยไปเปิดศึกษา
พฤติกรรมแขกที่มาเที่ยว เพื่อการเตรียมแผ่นไปเปิด
ให้ตรงใจคนฟัง”


สแครตซ์ ถูๆ เกาๆ วัฒนธรรมของฮิปฮอป

สแครตซ์เป็นการเติมลูกเล่นเข้าไปขณะเปิดแผ่น
ทำหน้าที่เหมือนเสียงดนตรี กีตาร์หรือเบส
อยู่ที่ว่าจะกดขยี้ เลือกเสียงแหลม
เสียงหนาในแผ่นเสียงซึ่งมีเป็นพันๆแทร็ก
ฮิปฮอปคือกลุ่มที่ใช้เทคนิคสแครตซ์มากสุด


“ดนตรีฮิปฮอปมีบีทเป็นโครงสร้างดนตรี “ตึง โป๊ะ”
มีเสียงเอ็มซี และดีเจ ดีเจทำหน้าที่ปล่อยบีต
อีกข้างเป็นดนตรี ซึ่งก็คือเสียงสแครตซ์ใส่เข้าไป
เหมือนการร้องจบท่อนแล้วโซโลกีตาร์”

ต้นตอมาจากดนตรีแรพยุคแรก ประมาณ 1970
กว่าๆมาจากคนดำ เมื่อถึงจังหวะหนึ่งมีคนให้จังหวะเรียกว่าบีตบ็อก
สแครตซ์กับปาก เหมือนการเคาะหม้อไหบ้านเรา
ดิสโก้มาจากการdiscover การค้นพบนำเทิร์น 2 ตัวมาต่อกัน
จากนั้นหันมาใช้บีทจากเทิร์นเทเบิลแทนบีตบ็อก
เปิดแผ่นไปมีสแครตซ์เป็นจังหวะจนถึงทุกวันนี้


ดีเจตุ๋ยเล่าว่าในเมืองนอกมีมานานตั้งแต่ยุค 1970
แรกๆเรียก “คลับมิกซ์ สแครตซ์” เล่นผสมกับวง
เหมือนเป็นนักกีตาร์ มือกลอง ศักดิ์ศรีสูง
ใช้เวลาฝึกซ้อมตลอดเวลา เมืองไทยเพิ่งจริงๆจังๆ
เมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมา เรียกว่า “นักเทิร์นเทเบิลลิสต์”

สไปเดอร์มังกี้ ดีเจยุคแรกของการสแครตซ์

แรกๆบ้านเรามีเพียงดนตรีพวกเฮาส์ เทคโน
ดนตรีฮิปฮอปยังไม่เป็นที่นิยมเท่าไหร่
ดีเจสไปเดอร์มังกี้กลับมาจากเมืองนอก
นำเทคนิคดีเจสแครตซ์ของการเล่นฮิปฮอปเข้ามา

เมธี ขวัญบุญจัน หรือสไปเดอร์มังกี้ สแครตซ์มิวสิก
เล่าว่าเริ่มสนใจการสแครตซ์ตั้งแต่อายุ 18-19
ขณะศึกษาต่อที่อเมริกา “เจอสนใจเห็นว่ามันดี
เพื่อนๆคอยบอก ซ้อมด้วยกันบอกแนะนำมีเทคนิคใหม่ๆขึ้นมา
ไม่ได้ไปเรียน ของอย่างนี้พื้นฐานเรียนได้
แต่สไตล์ค้นหาเอาเองใช้เวลา 4 เดือนฝึกหัดขึ้นเวทีในคลับครั้งแรก”


“สแครตซ์เน้นลีลาดีเจ เสน่ห์อยู่ที่ความสด
มิกซ์ไม่ดีคนเปิดฟังที่บ้านก็ได้ การสแครตซ์ต้อง
ใช้การฝึกฝนจนเคยชินไม่ฝึกสองวันเริ่มแย่
การซ้อมที่บ่อยขึ้นทำให้เล่นชัดขึ้น
ยากนำเอาเพลงสองแผ่นมารวมกัน หากสแครตซ์มากเกินไป
มันจะรก เรื่องท่าทางหากเข้าใจ การสื่ออารมณ์จะออกมาเอง
ไม่จำเป็นต้องมีเป็นท่าๆ”
“สแครซท์เหมือนดนตรีแจ๊ซ หนึ่งคืนเปิดสองชั่วโมง
เริ่มตั้งแต่วอร์มอัพแบบไหน แรงขึ้นเรื่อยๆ อาจมีช่วงดรอป
ก่อนจะพีกขึ้นไป ขึ้นอยู่กับอารมณ์ ถ้าอารมณ์มันๆจะเป็นแบบเร็ว
ถ้าอารมณ์เรื่อยๆเฟสไปเรื่อยๆ”


เทคนิคใช้มือเป็นสำคัญ ทุกอย่างจะฟ้องมากับเสียง
อารมณ์สะดุดนิดบอกได้หมด

************

โรงเรียนดีเจ

สมัยก่อนหากใครสนใจการเปิดแผ่น
อยากเป็นคลับดีเจ ไม่มีโรงเรียนเปิดสอน
อาศัยลองผิดลองถูกจากหนังสือ ครูพักลักจำจากดีเจอาชีพ
ดีเจตามลานสเกต ฝึกดูว่าเพลงนี้ต่อกับเพลงนี้
เลือกบีตใกล้เคียงกัน อุปกรณ์คือเทปไม่มีเทิร์นเทเบิล
แบบเดี๋ยวนี้ จึงยากในการต่อเพลง ต้องหมุนเทปกลับไป
ให้ตรงหัวพอดีจึงเปิด


“ยุคนั้นเมืองไทยไม่มีที่เรียน อาศัยขึ้นไปเป็น
ลูกมือของดีเจอยู่บนบู้ต ยุคนั้นบ้านเรารับดนตรีจากสาย
อังกฤษ 99 เปอร์เซ็นต์ของนักดนตรีจึงมีเชื้อสายอังกฤษ
วันนี้มีโรงเรียนสอนมากมาย เรียนไม่ได้เป็นอาชีพถือ
เป็นงานอดิเรก ความพยายามจึงไม่เหมือนกัน
เบื่อๆก็หยุด ต่างจากยุคผม เบื่อไม่ได้เพราะเป็นอาชีพ”
ดีเจปุ๋ยกล่าว


หลักสูตรต่างๆที่เปิดสอน มีทั้งเป็นชั่วโมง
ตั้งแต่ 10 ชั่วโมงไปถึง 30 ชั่วโมง หรือรายปี
สอนรวมเป็นห้อง บางแห่งสอนตัวต่อตัว

เจนเอ็กซ์อคาเดมี่ เป็นอีกแห่งหนึ่งที่เปิดสอน
หลักสูตรคลับดีเจ โชคชัย เจียเจริญเล่าถึงความจำเป็น
ของหลักสูตรว่าการอาศัยครูพักลักจำอย่างเดียวไม่เพียงพอ
ควรจะได้ครูช่วยสรุปความคิด ประสบการณ์ ทฤษฎี
เทคโนโลยีต่างๆรวมสอนเป็นขั้นเป็นตอน


หลักสูตรเริ่มจากเรียนฟังเพลง มิวสิก แอพริเอชัน
ดนตรีนิยมสำหรับคลับดีเจ เรียนรู้ทำความเข้าใจเรื่องของดนตรี
ตั้งแต่ประวัติของดนตรีเต้นรำพัฒนาจนถึงทุกวันนี้
มีถึง 50 สไตล์ ศึกษารากสไตล์
การแตกแขนงไปเป็นแนวเพลงอื่น
แนะว่าเดี๋ยวนี้บาร์แบ่งอย่างชัดเจน
หากชอบแนวนี้สามารถไปเปิดที่ไหน ให้ใครฟัง
จากนั้นเข้าสู่หลักสูตรการมิกซ์ ฝึกหัดกับเทิร์นเทเบิล
ซีดี ยิ่งฝึกมากยิ่งได้อะไรมาก พอถึงเวลาทำเดโมบันทึกเสียง
เขียนลงซีดี


“แต่ก่อนสอนจบก็จบ ไปๆมาๆคิดว่าอาชีพนี้
น่าจะมีการฝึกงานซึ่งไม่ยาก เพราะดีเจเป็นที่ต้องการของผับต่างๆ
ฝึกอยู่ 10 วัน 30 ชั่วโมง ตรงนี้เป็นข้อดีหากเจ้าของผับ
แห่งหน่วยก้านดี อาจจะจ้างทำงานต่อทันที”

ส่วนใหญ่ผู้ที่มาเรียนเป็นเด็กในระดับอุดมศึกษา
และผู้ที่สำเร็จการศึกษาแล้วมาเรียน อายุ 20 ขึ้นไป
อัตราค่าเล่าเรียนนั้น บางแห่งตกอยู่ที่ 12 ชั่วโมง
3,000 บาท บ้างคิดเป็นรายบุคคลคนละ19,000บาท

------

กฏกติกา-มารยาทนักเที่ยว

สถานที่พักผ่อนหย่อนใจยามราตรีที่มีบริการ
เปิดแผ่นหลายแห่งติดป้ายห้ามขอเพลง
เนื่องจากคนในอาชีพคลับดีเจมองว่าการเดินมาขอเพลง
เป็นการดูถูกดีเจ ดีเจก็เหมือนกับนักร้องทำการแสดงมีสคริปต์
พวกเขาไม่ใช่ตู้เพลง ไม่ใช่เฮ้าส์แบรนด์
หรือวงที่เล่นประจำ สามารถขอได้ทุกเพลง

ดีเจรุ่นเดอะอย่างซี้ดมองว่าวัฒนธรรมการเป็นดีเจที่คน
ไทยรับมาจับเพลงเปิดต่อให้คนเต้น ถึงเวลาก็เลิก

“ในยุโรปมองดีเจเป็นอาชีพจ้างมาเล่นตามหน้าที่
ถ้าเราเป็นศิลปินแสดงคืนต่อคืน เตรียมมาก่อนล่วงหน้า
ดังนั้นต้องยอมรับว่าคืนนี้ดีเจคนนี้เล่น ถ้าไม่ชอบเดินออก
ไปคลับที่ขอเพลงได้ เจ้าของผับบางแห่งเข้าใจ
ติดป้ายไว้ด้านหลังห้ามขอเพลง
แต่บางแห่งเลือกตามใจลูกค้ามาก่อน”


“บ้านเราคนที่มาฟังเพลงล้วนมีเพลงประจำใจ
เพลงไทยครึ่งหนึ่ง เพลงฮอตตามหน้าปัดวิทยุครึ่งหนึ่ง
มาเต้นก็อยากได้เพลงที่ชอบ มีคนมาขอเพลงตลาด
ไม่ใช่เพลงเต้นรำทุกคืน ยากและเหนื่อยมากสำหรับ
การเป็นดีเจในเมืองไทย ทำมาสิบปีเจอทุกคืน
แม้คลับที่เปิดเฉพาะแนวนี้ คนเข้าใจก็ยังไม่พ้น
จะมีเข้ามาขอเพลง
คนที่ไม่มีชั่วโมงบินถึงกับเสียสมาธิไปเลยก็มี”


บ้านเรามีคนหลากหลาย มาคลับไม่ใช่เพื่อดูดีเจ
มาเพื่อเต้น พอเพลงที่เปิดไม่ชอบ เดินไปขอ
แต่ที่เมืองนอกไม่มี มาเพื่อดูดีเจ พอดีเจคนนี้คนเดียว
ขึ้นเปิดอะไรก็เอาหมด เพราะเชื่อมั่นในฝีมือเสริมสร้าง
ความมั่นใจให้กับดีเจ ทำให้กล้าที่จะทำเหมือนดีเจยุโรป
เปิดอย่างไรเปิดอย่างนั้น ไม่ต้องเอาเพลงเก่ามาผสม


ประสบการณ์การเป็นดีเจเมืองนอกมา 8 ปี
และเมืองไทยอีก 4 ปี ดีเจspydamonkee
มองว่าดีเจเมืองไทยเปิดเพลงให้คนเต้น
คนที่มาไม่ได้มาฟังเพลง ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับเพลง
เที่ยวเพื่อจุดประสงค์อื่นมากกว่าพักผ่อนฟังเพลง
เมืองนอก ทุกคนมีสไตล์การฟังของตน
ไปตามสถานที่ดีเจเปิดตามสไตล์นั้น
ไม่มีว่ามาถึงแล้วขอเพลงหน่อย คนไทยฟังเป็นแฟชั่นมากกว่า
ดังนั้นดีเจในเมืองไทยดูไม่มีคุณค่าเท่าไหร่
เป็นคนเปิดเพลงให้โดนใจ


****อ้างอิงจาก ผู้จัดการรายวัน****


ค่ะเห็นมั้ยคะว่า การที่จะเป็น ดีเจนั้นมันไม่ยากนักหรอก
แต่การเป็นดีเจที่ดีนั้น มันยากมากกว่าอีกค่ะ
แต่เมวิกา เอง ก็ยังมั่นใจในตัวเองเสมอว่า
นี่แหละคือสิ่งที่หัวใจค้นหามานาน
มันเข้าสู่กระแสเลือดไปแล้วค่ะ
วันไหนไม่ได้เปิดเพลง
วันนั้นช่างเป็นวันที่เศร้าซะเหลือเกิน.........................




Create Date : 10 กันยายน 2552
Last Update : 10 กันยายน 2552 12:07:13 น. 3 comments
Counter : 3653 Pageviews.

 
รู้อยู่อย่างว่า "ดีเจ" สามารถทำให้คนขยับแข้งขยับขาได้ทั้งที่เป็นขาของใครของมันค่ะ...55555....ฝันดีค่ะ


โดย: deeplove วันที่: 11 กันยายน 2552 เวลา:23:40:25 น.  

 
อยากพี่..มิกซ์เพลงหั้ยหน่อยค่ะ
เพลงบทสวดธิเบต


โดย: จูน IP: 180.183.90.210 วันที่: 14 กันยายน 2554 เวลา:19:12:38 น.  

 
" teearm "


โดย: teearm IP: 58.11.251.56 วันที่: 6 เมษายน 2555 เวลา:20:29:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ดีเจ..เมวิกา หน้าหวาน
Location :
พระนครศรีอยุธยา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]














center>เข้าสู่เวปหลัก


Group Blog
 
<<
กันยายน 2552
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
10 กันยายน 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ดีเจ..เมวิกา หน้าหวาน's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.