If you love someone, do not think of what she or he does for you. But think of 'Have you done anything for him or her yet?'...
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2553
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
6 พฤษภาคม 2553
 
All Blogs
 
เที่ยวอังกฤษ - เวลส์ - สก๊อตแลนด์ (วันที่ 4)

วันอังคาร ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2553


วันที่ 4 Old Trafford Stadium (Manchester) – Windermere / Lake District – Edinburgh


วันนี้ก็ออกเดินทางจากโรงแรม 8 โมงเช้า ตามเวลามาตรฐานของกลุ่มเรา ตอนเช้าพวกเราก็ทยอยยกกระเป๋าลงมาวางด้านหน้าโรงแรม แล้วคุณพี่ John ก็ทยอยขนกระเป๋าใส่รถ พอพวกเราขึ้นบนรถเรียบร้อย ก็นั่งรอว่าเมื่อไหร่รถจะออกเดินทางเสียที หลายนาทีผ่านไปก็แล้ว คนขับไปไหนหว่า ... สักพักพี่ไกด์ก็บอกเราว่า คุณ John เธอบอกว่ายังไม่ 8 โมงตรง ออกรถไม่ได้ เพราะยังไม่ถึงเวลา

ตรงนี้เนี่ยพี่ไกด์เค้าก็อธิบายให้พวกเราฟังว่า คนขับรถของที่นี่เค้าจะขับได้ไม่เกิน 12 ชั่วโมง มิฉะนั้นจะโดนจับ ในรถเค้าจะมีคล้ายๆ มิเตอร์ ที่สามารถพิมพ์ใบรายงานการใช้รถออกมาได้ว่า เริ่มตั้งสตาร์ทเครื่อง จนถึงสุดท้ายว่าใช้รถไปกี่ชั่วโมงแล้ว พวกเราก็เริ่มใช้รถตั้งแต่ 8 โมงเช้า ไปจบที่ 2 ทุ่ม ก็ 12 ชั่วโมงพอดีเป๊ะ แล้วอีกอย่างนึงที่คนขับรถจะค่อนข้างเข้มงวดกับพวกเรามากก็คือ รถจะไม่ออกเดินทาง ถ้าพวกเราไม่นั่งให้เรียบร้อย คือถ้ามีคนยืน หรือเดินไปเดินมา เค้าก็จะไม่ยอมออกรถ เนื่องจากว่า ถ้าเกิดอุบัติเหตุคนใดคนนึงเกิดพลาดล้มลง คนขับรถจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด

พอถึงเวลา 8 โมงเป๊ะ พี่จอห์นแกก็รีบวิ่งตุ๊บตั๊บมาประจำหน้าที่พลขับให้พวกเรา พอรถวิ่งออกไปได้สักพักนึง ประมาณ 30 นาทีได้นะถ้าจำไม่ผิด พี่ไกด์ก็ทำหน้าตกใจ บอกพวกเราว่าเค้าลืมกระเป๋าสะพายประจำตัวไว้ตรง Lobby ในนั้นก็มีหนังสือเดินทาง เอกสารทุกอย่างหมดเลย พี่ไกด์เราก็เริ่มปาดเหงื่อแร๊ะ แล้วพี่ท่านก็เริ่มโทรศัพท์ไปคุยกับเจ้าหน้าโรงแรมให้ช่วยไปเช็คว่ากระเป๋าเค้ายังอยู่หรือเปล่า (เนื่องจากว่าโรงแรม Crowne Plaza ที่นี่จะมี 2 ชั้น ชั้นล่างสุดจะเป็นที่ที่ให้รถเข้ามาส่งผู้โดยสาร แล้วก็มีเก้าอี้นั่งอยู่ 2-3 ชุด แล้วต้องขึ้นไปอีกชั้นนึง (ชั้น 2) เพื่อไปชั้นที่มีพนักงานให้บริการอยู่หน้าเคาน์เตอร์ เพราฉะนั้นที่ชั้น 1 จะไม่มีพนักงานอยู่เลย และพี่ไกด์เราก็ลืมกระเป๋าไว้ที่ชั้น 1 นี่ละ พี่ไกด์เราก็เลยกังวลมากเป็นพิเศษ เพราะกลัวว่าใครจะเดินเข้ามาแล้วก็หยิบไป) จนสุดท้ายก็เจอกระเป๋า พี่ไกด์ก็เลยให้พนักงานโรงแรมช่วยติดต่อให้เอารถ Taxi ขับเอากระเป๋ามาส่งให้ที่สนามกีฬา Old Trafford ที่พวกเรากำลังมุ่งหน้าไป พี่ไกด์ก็ต้องเสียค่า Taxi รอบนี้ไป 150 ปอนด์ เกือบหายแล้วมั้ยล่ะ ถ้ากระเป๋าหาย หนังสือเดินทางหาย คงต้องเสียเงินมากกว่านี้แน่นอน



และแล้วพวกเราก็ถึงสนามกีฬา Old Trafford เสียที หลังจากนั่งรถมาเกือบ 2 ชั่วโมง ระยะทางกว่า 75 กิโลเมตร

เนื่องจากพี่ไกด์เราไม่มีเอกสารยืนยันการจองจาก Trafalgar เพราะเอกสารทุกอย่างอยู่ในกระเป๋าที่ลืมไว้ที่โรงแรม พี่ไกด์เราก็เลยต้องใช้ความสามารถบวกกับประสบการณ์ เจรจากับเจ้าหน้าที่ จนพวกเราเข้าไปชมในสนามได้ เรียบร้อย


ป้ายด้านหน้า





ภายในสนามกีฬา





เก้าอี้ว่างเปล่า รอฤดูการแข่งขันที่กำลังจะมา





ร้านขายของที่ระลึก








พวกเราได้รับของชำร่วยติดไม้ติดมือจากสนามกีฬามา 2 ชิ้น ก็มีป้ายห้อยคอ มีบอกราคาค่าเข้าชมเป็นกลุ่มไว้ด้วยอยู่ที่ 11 ปอนด์ ป้ายนี้เค้าให้พวกเราห้อยคอไว้ตลอดการเข้าชม แล้วก็แจก Certificate ยืนยันว่าเราได้เข้าชมสนามกีฬา แล้วอีกคนละใบ






พี่ไกด์ปล่อยพวกเราให้อยู่ที่นี่กันนานทีเดียว นานจนเรารู้สึกเบื่อมาก เพราะเป็นคนไม่ชอบดูบอล ก็ได้แต่เดินไปเดินมาในร้านขายของที่ระลึกอยู่หลายรอบ แต่ก็ไม่ได้ซื้ออะไรติดมือกลับมานะ เดินไปเดินมาสักพักก็เบื่อ ก็เปลี่ยนบรรยากาศไปเดินข้างนอกบ้าง รอจนพี่ไกด์เรียกขึ้นรถนั่นล่ะ



หลังจากนั้นพี่ไกด์ก็พาพวกเราเดินทางไปเมืองวินเดอร์เมียร์ (Windermere) เมื่องนี้เป็นเมืองแห่งเขตเลคดิสทริค (Lake District) อยู่ทางฝั่งตะวันตกของเกาะอังกฤษ เป็นดินแดนที่เชื่อมต่อกันด้วยทะเลสาบและแม่น้ำ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า หรือประมาณ 135 กิโลเมตร

พอเดินทางถึงเมือง Windermere พี่ไกด์พาพวกเราไปทานอาหารที่ ภัตตาคารในโรงแรม Low Wood เป็นภัตตาคารที่สวย และบรรยากาศดีมาก ที่นี่เค้าจะเสิร์ฟอาหารเป็นคอร์ส แต่ของพวกเราก็จะเสิร์ฟเป็นคอร์สเล็กๆ จานแรกเค้าจะเสริฟ์ เนื้อปลา จานที่สองก็จะเป็นสเต็กหมู จานที่สามก็จะเป็นของหวาน


ด้านหน้า ทางเข้า




บรรยากาศในภัตตาคาร





พอทานอาหารกลางวันเสร็จสรรพ พี่ไกด์ก็พาขึ้นรถต่อไปยังท่าเรือ เพื่อจะให้พวกเรานั่งเรือล่องทะเลสาบ ชมบรรยากาศของหมู่บ้านริมทะเลสาบ ประมาณ 45 นาที เพื่อไปลงอีกท่าเรือนึง แล้วรถบัสก็จะไปจอดรอรับพวกเราที่นั่น


ท่าเทียบเรือ ที่กำลังจะเดินไปขึ้นเรือ




บรรยากาศในเรือ




บ้านริมทะเลสาบ ถ่ายจากในเรือ






ใกล้จะถึงอีกท่าเรือนึงแล้วล่ะ




หลังจากนั้นพี่ไกด์ก็พาพวกเรานั่งรถบัสต่อไปอีก ประมาณ 220 กิโลเมตร ก็ประมาณ 4 ชั่วโมงเห็นจะได้ เพื่อไปยังเมืองเอดินบะระ (Edinburgh) เมืองหลวงของประเทศสก๊อตแลนด์

เมืองเอดินบะระ เป็นเมืองท่าภาคตะวันออกของประเทศสก๊อตแลนด์ หรือที่เค้าเรียกกันว่า เมืองเอเธนส์แห่งยุโรปเหนือ เป็นเมืองหลวงแห่งแรกที่กษัตริย์ชาวสก๊อตสร้างขึ้น และยังเคยเป็นเมืองหลวงของประเทศอังกฤษในอดีต

โปรแกรมทัวร์รอบนี้พวกเรานั่งรถกันยาวนานมาก เพราะนั่งตั้งแต่ท้ายเกาะ ขึ้นไปยังเกือบด้านบนสุดของเกาะ แล้วก็ลงมาเกือบใต้สุดของเกาะอีกรอบ วิวทิวทัศน์ของประเทศอังกฤษก็จะเป็นทุ่งหญ้าเสียส่วนใหญ่ แทบจะไม่เห็นป่าเลย ไม่ว่าจะเป็นบนภูเขา ก็จะเหมือนภูเขาหัวโล้น มีแต่ทุ่งหญ้า แล้วก็มีการปลูกต้นไม้ให้เป็นแนวยาวเพื่อใช้เป็นรั้วธรรมชาติเตี้ยๆ กั้นเขตแดนที่ดินของแต่ละบ้าน ถ้าไม่เป็นทุ่งหญ้าเพื่อเอาไว้เลี้ยงแกะ ก็จะปลูกมันฝรั่งแทน จะไม่ค่อยเห็นอะไรที่ต่างไปจากนี้เท่าไหร่ ทิวทัศน์มันก็เลยค่อนข้างน่าเบื่อเพราะจะเห็นแต่ทุ่งหญ้ากว้างสุดตา ทุกวัน ช่วงหลังๆ เราก็เลยจะหลับซะเป็นส่วนใหญ่ แต่พอพวกเราเริ่มเข้าเขตประเทศสก๊อตแลนด์ จากที่เห็นเป็นรั้วธรรมชาติใช้ต้นไม้ ก็จะเปลี่ยนเป็นรั้วที่ทำจากก้อนหิน เอามากองๆ ทำเป็นรั้วเตี้ยๆ กั้นเขตแดนแทน แล้วก็จะเห็นแต่ภูเขาเตียนโล่ง ปลูกหญ้า อย่างเดียว อดคิดไม่ได้ว่าถ้าฝนตกมีน้ำป่าไหลหลากนี่คงท่วมอย่างรวดเร็วแน่ๆ


หน้าตาภูเขาที่เห็นส่วนใหญ่ก็จะเป็นแบบนี้เลย ทั้งในอังกฤษ และสก๊อตแลนด์ มีการแบ่งพื้นที่บนภูเขาเป็นสัดส่วนชัดเจน




พวกเราเดินทางถึงเมืองเอดินบะระ ก็เย็นย่ำแล้ว พี่ไกด์ก็พาไปทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารจีน (อีกตามเคย) แล้วก็พาพวกเราเข้าพักที่โรงแรม Marriott Edinburgh
โรงแรมนี้ค่อนข้างดีทีเดียว ในห้องจะเป็นเตียง Queen Size สองเตียงสำหรับห้อง Twin ห้องกว้างขวาง ไม่อึดอัด ที่นี่พวกเราเจอกรุ๊ปทัวร์ไทยเยอะมาก พี่ไกด์บอกว่ามีกรุ๊ปทัวร์ไทยมาพักคืนนี้ประมาณ 7-8 กรุ๊ปเห็นจะได้ เพราะฉะนั้นเนี่ย ตอนเช้าควรจะรีบลงมาทานอาหารเช้าเร็วหน่อย ไม่งั้นจะรอโต๊ะว่างนาน


รอบนี้เราไม่ได้ถ่ายรูปโรงแรม กะห้องพักที่อังกฤษมาเลย ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่ปกติเราก็ชอบถ่ายรูปเก็บไว้ดูเล่นๆ นะ สงสัยว่ารอบนี้ขี้เกียจแน่ๆ



***********************************************

ติดตาม วันที่ 5 เอดินบะระ - The Royal Mile - Edinburgh Castle - Scoth Whisky Heritage Center - York





Create Date : 06 พฤษภาคม 2553
Last Update : 6 พฤษภาคม 2553 14:08:55 น. 6 comments
Counter : 1153 Pageviews.

 
มารำลึกความหลัง หลายอย่างเปลี่ยนไปเยอะ
ขอบคุณที่พากลับไป



โดย: nulaw.m วันที่: 6 พฤษภาคม 2553 เวลา:14:37:31 น.  

 
มารำลึกความหลังเหมือนกันค่ะ

เคยไปข้อเท้าพลิก หน้าOld Trafford

บ้านเมืองเขายังสวยงามนะคะ


โดย: @NBC วันที่: 6 พฤษภาคม 2553 เวลา:15:25:09 น.  

 
สนาม Old Trafford สโมสรแมนยู
เป็นสโมสรในฝันที่อยากไปอังกฤษเพราะอยากไปดูบอลที่นี่สักนัดอ่ะค่ะ อยากไป อยากไป


โดย: mamminnie วันที่: 6 พฤษภาคม 2553 เวลา:15:36:43 น.  

 
บ้านริมทะเลสาบสวยงามมากจริง ๆๆค่ะ

สนามฟุตบอลระดับโลกอยากไปดูสักครั้งจัง


โดย: หนูริวจัง วันที่: 6 พฤษภาคม 2553 เวลา:21:46:44 น.  

 
ชอบตอนล่องเรือค่ะ วิวสวยมาก


โดย: The Best of Me วันที่: 6 พฤษภาคม 2553 เวลา:23:46:45 น.  

 
ทรหดมากเดินทางเที่ยวกันสุดๆเลย
ความจริงที่วินเดอเมียร์นี่สวยมากเลย
เห็นแล้วระลึกถึงความหลัง


โดย: June IP: 124.122.117.200 วันที่: 18 มิถุนายน 2553 เวลา:17:30:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Bigcrab
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 160 คน [?]




Time is a companion that goes with us on a journey. It reminds us to cherish each moment, because it will never come again. What we leave behind is not as important as how we have lived.
blog counter
blog counter
Profile Visitor Map - Click to view visits
Create your own visitor map
Friends' blogs
[Add Bigcrab's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.