If you love someone, do not think of what she or he does for you. But think of 'Have you done anything for him or her yet?'...
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2553
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
18 มิถุนายน 2553
 
All Blogs
 
เที่ยวอังกฤษ - เวลส์ - สก๊อตแลนด์ (วันที่ 8)

วันเสาร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2553



วันที่ 8 พระราชวังวินเซอร์ (Windsor Palace) กับหมายกำหนดการบินกลับกรุงเทพในช่วงบ่าย .... แต่สนามบินยังปิดอยู่นี่สิ



ตามกำหนดการ เช้านี้พวกเราจะไปเที่ยวพระราชวังวินเซอร์กัน จากโรงแรมที่พักขับไปเส้นทางเดียวกับที่จะไปสนามบินฮีทโทรล์ แต่พระราชวังจะอยู่ไกลไปอีกสักพักนึง ทริปเช้านี้ก็ออกเดินทางอย่างไม่ค่อยมีความสุขนัก เพราะพวกเรากังวลใจกันอยู่ว่าสนามบินปิด แล้วพวกเราจะต้องทำยังงัยบ่ายนี้ พี่ไกด์เองก็ไม่มีคำตอบแน่ชัดให้กับพวกเรา ก็เข้าใจนะว่า ณ สถานการณ์แบบนี้อาจจะยากนิดนึง คือพี่ไกด์ก็บอกประมาณว่าบ่ายนี้พวกเราอาจจะต้องเก็บของ กระเป๋า และออกเดินทางไปสนามบิน ทั้งๆ ที่สนามบินปิด เพื่อไปคอยอะไรประมาณนั้น ซึ่งเราไม่เห็นด้วยเลย เพราะตอนนั้นดูจากสถานการณ์แล้ว ไม่มีทางเลยที่เราจะบินได้ในวันนั้น อยู่ต่ออีกหลายวันก็ไม่เป็นไรนะ แต่ไม่อยากไปคอยแบบไร้จุดหมายที่สนามบิน ซึ่งลูกทัวร์หลายๆ คนในกลุ่มก็เห็นด้วย ว่าไม่ควรจะตรงไปสนามบินบ่ายนี้ หากว่าสนามบินยังไม่เปิด

แต่หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีข่าวจากสนามบินแจ้งว่า ไม่ให้ผู้โดยสารเดินทางไปคอยที่สนามบิน ให้รอจนกว่าสนามบินเปิดทำการปกติ และทางสายการบินของเราคอนเฟิร์มเที่ยวบินก่อน แล้วจึงเดินทางไปได้ ก็เลยโล่งอกไปรอบนึง



พวกเราเดินทางถึงพระราชวังวินเซอร์ ประมาณ 10 โมงเช้า ก็ไปยืนรอต่อคิวสักพักนึง ก็ได้เข้าไปชมข้างใน แต่ก็เล็งไว้ว่าจะต้องออกมาเดินเล่นร้านขายของที่อยู่ละแวกรอบนอกพระราชวังให้ได้ เพราะมันมีหลายร้านมาก เหมือนเป็น shopping village ดีๆ เลย

ในพระราชวังวินเซอร์ เค้าจะเปิดให้เราเดินชมอยู่ประมาณ 2 ชั้น ถ้าจำไม่ผิดนะ ก็เดินวนไปวนมาเป็นวงกลมไปเรื่อยๆ ทั่วๆ ไปก็ไม่มีอะไรที่เราชอบเป็นพิเศษ ยกเว้นพวกรูปภาพเขียนสีน้ำมัน ภาพใหญ่ๆ เยอะมาก สวยมากด้วย สักพักนึงก็เดินออกไปเดินเล่นข้างนอกที่มีร้านขายของเยอะ (นั่นล่ะ เป้าหมายหลักของเรา)









ที่นี่เราก็ไม่ได้ซื้ออะไรนะ ได้แค่กรอบ Iphone ของคุณแฟน 1 อัน ราคาก็ไม่ได้ว่าถูกกว่าเมืองไทยเลย พอๆ กันล่ะ แต่ก็ไม่เป็นไร มาถึงทั้งทีก็ซื้อซะหน่อย (แถมเอามาใส่กะ Iphone ที่เมืองไทย ดันใส่ไม่พอดีอีก หลวมไปจี๊ดส์นึง แล้วก็เดินชมร้านไปเรื่อยๆ มีหลายร้านน่าสนใจแต่ก็ดูเฉยๆ เพราะยังไม่มีอารมณ์จะซื้อของเท่าไหร่





พี่ไกด์ก็พาพวกเราไปทานอาหารจีนกันที่ร้านแถวๆ พระราชวังวินเซอร์ หลังจากทานเสร็จพี่ไกด์ก็บอกพวกเราว่า ให้เดินเล่นที่นี่ได้อีกเกือบ 2 ชั่วโมง เพราะมีลูกทัวร์บางคนอยากเดินต่อ แต่เราก็งงว่าทำไมต้องเดินอีกเพราะที่ให้เวลาก่อนทานข้าวก็เดินมาจนแทบจะทุกร้านอยู่แล้ว โชคดีมีพี่ในกลุ่มคนนึงเค้าเป็นทนาย แล้วเสียงเค้าค่อนข้างดังกว่าปกติ เค้าก็ค้านอย่างที่ใจเราคิดอยู่ สุดท้ายพี่ไกด์ก็บอกว่า เอายังงี้แล้วกัน เดี๋ยวจะพาทุกคนกลับเข้าโรงแรมก่อน เอาของไปเก็บ แล้วจะพาไปเที่ยวห้าง Harrods เราก็แอบยิ้ม เย้ ดีใจจัง แต่ว่าพวกเราก็จะต้องนั่งรถไฟใต้ดินไปกันเองเพราะพี่จอห์นจะกลับทันทีที่ส่งพวกเราถึงโรงแรม


พอเดินทางถึงโรงแรม ปรากฎว่า Key card ของพวกเราใช้ไม่ได้ ขึ้นลิฟท์ก็ไม่ได้ เข้าห้องก็ไม่ได้ เพราะทางโรงแรมยกเลิก card ของพวกเราหมดเลย เพราะว่าพวกเราอยู่ครบกำหนดตามโปรแกรมทัวร์แล้ว แต่ก็แอบงงอีกแร๊ะ ก็เห็นเมื่อวานพี่ไกด์บอกว่าไปคุยกับโรงแรมให้แล้วนี่นาว่าจะพักต่ออีกคืนนึง โดยขอเรทห้องพักตามที่บริษัททัวร์จ่ายให้ ก็คือ 90 ปอนด์ต่อคืนต่อห้อง แต่ปรากฏว่าวันนี้ทางโรงแรมไม่ยอม เค้าบอกว่าถ้าจะค้างอีกคืนนึง เรทห้องพักจะต้องเป็น 220 ปอนด์ ต่อคืนต่อห้องเท่านั้น พี่ไกด์และพวกเราก็ยืนต่อรองราคากับผู้จัดการโรงแรมตั้งนาน เพื่อขอเรทที่ 160 ปอนด์ต่อคืน เค้าก็ไม่ยอมให้ เค้าบอกว่าให้ได้ที่ 190 ปอนด์ถ้วน เอาล่ะสิ



สรุปพี่ไกด์ก็เลยขอเวลาตัดสินใจ โทรกลับไปหาบริษัททัวร์ที่เมืองไทย เพื่อให้ทางเมืองไทยคุยกับ Tarfangar ที่ UK เพื่อให้ช่วยต่อรองราคาห้องพักกับโรงแรมให้ หรือหาที่พักใหม่ให้ จนผ่านไปเกือบชั่วโมงสรุปก็คือ ทาง Tarfangar ให้พวกเรา check out ออกจากโรงแรมนี้ แล้วไปพักที่โรงแรมใหม่ที่ชื่อ thistle ซึ่งเค้าบอกว่าได้ติดต่อทางโรงแรมให้แล้ว ได้เรทห้องพักที่ 90 ปอนด์ต่อคืน ซึ่งพวกเราก็โอเค ก็เลยรีบขึ้นไปเก็บของลงกระเป๋า เก็บของวันนี้ก็ไม่ยุ่งมากนัก เพราะพวกเราก็เตรียมตัวเก็บของกระเป๋าบ้างแล้วตั้งแต่เมื่อคืน


ปล. ตอนนี้พี่จอห์นคนขับรถกะรถไม่อยู่แล้วนะคะ ไปแล้ว ... Gone ... เอาล่ะสิ จะไปกันยังงัยเนี่ย พี่ไกด์ก็รีบโทรตามพี่จอห์นให้กลับมาก่อน มารับพวกเราไปส่งที่โรงแรมใหม่ก่อน เพราะคนเยอะ กระเป๋าเยอะ เราไปกันเองไม่ได้ พี่จอห์นก็ไม่ยอมกลับมา เค้าบอกว่าหมดหน้าที่แล้ว จนพี่ไกด์ต้องโทรกลับไปหา Agent ที่เมืองไทย ให้ติดต่อ Tarfangar ให้สั่งพี่จอห์นให้กลับมารับก่อน เพราะยังเหลือเวลาอีกชั่วโมงกว่าที่จะหมดเวลาของเค้าจริงๆ


สักพักนึง พี่จอห์นก็กลับมารับพวกเรา (เพราะ Tarfangar สั่งให้กลับมานะเนี่ย)


พอพวกเราลงมาข้างล่างพร้อมกระเป๋าเตรียมตัวขนขึ้นรถบัส ทางผู้จัดการโรงแรมก็เดินมาบอกว่า ตกลงเค้าให้เรทห้องพักตามที่เราขอนะ คือที่ 160 ปอนด์ต่อคืน แต่ไม่รวมอาหารเช้า ทายสิว่าพวกเราจะโอเคกันหรือเปล่า อิอิ ส่ายหน้ากันเป็นแถว (ม่ายเอาแล้วเฟ้ย)


ปัญหาก็ตามมาอีก คือตอนนั้นมันใกล้บ่าย 3 แล้วก็ใกล้เวลาที่จะต้องคืนรถจริงๆ ซึ่งพี่จอห์นก็ค่อนข้างเริ่มงอแงอยากจะกลับแล้ว เพราะเค้าจะต้องขับรถคันนี้กลับไอร์แลนด์เย็นนั้นเลย แล้วอีกอย่างโรงแรม thistle ที่พวกเราจะไปกัน ก็ไม่มีใครรู้จัก พี่จอห์นเองก็เปิด Navigator หาโรงแรมนี้แต่ไม่แน่ใจว่าจะใช่หรือเปล่า เพราะโรงแรมชื่อนี้มีหลายแห่งอยู่นา แล้วพี่จอห์นก็ขับรถพาพวกเราไปทางด้านเหนือๆ ของ London Town ไปจอดอยู่ ณ มุมตึกมุมนึง ซึ่งเราดูบ้านเรือนละแวกแถวนั้นแล้ว ไม่ชวนให้น่าอยู่เสียเลย ที่สำคัญไกลจากรถไฟใต้ดินมาก แล้วพวกเราก็ส่งตัวแทนลงไปเจรจาที่โรงแรมว่ามีห้องพักพอกับจำนวนสมาชิกทัวร์ของเราหรือเปล่า แล้วที่เหลือก็รอในรถ ซึ่งก็ใช้เวลานานทีเดียว พี่จอห์นเองก็อยากให้พวกเราขนของลง แล้วเค้าก็จะได้ไปเสียที


สรุปก็คือ พวกเรามาผิดที่ ต้องไปอีกที่นึง ซื้อต้องผ่านเมืองลอนดอนลงไปทางใต้ พอไปถึงโรงแรม พวกเราก็ส่งตัวแทนลงไปสำรวจก่อน โดยที่พวกเราส่วนใหญ่ก็ยังไม่ยอมลงจากรถ พี่จอห์นเองก็กระสับกระส่าย บ่นใหญ่เลยว่าทำไมพวกเราไม่ลงจากรถ (อ้าวว.. ถ้าพวกเราลงจากรถแล้วขนของลงมาหมด ถ้าเกิดไม่ใช่โรงแรมที่เราได้ล่ะ จะทำยังงัย ใช่ป่ะ) สุดท้าย ก็เป็นโรงแรมที่ใช่จริงๆ พวกเราก็ลงจากรถพี่จอห์นก็รีบมาช่วยยกกระเป๋าพวกเราลงแล้วก็รีบขับรถออกไปแบบไม่ให้พวกเราทันโบกมือลาเลย ... รีบเลยนะจอห์น


โรงแรมดูดีทีเดียว อยู่บนถนน Buckingham และอยู่ในละแวกที่น่าอยู่ด้วยสิ ใกล้สถานีรถไฟ Victoria แล้วก็เดินประมาณ 15 นาทีก็ถึงห้าง Harrods ชอบมากเลยที่นี่


หน้าตาห้องพักที่ thistle เราชอบบรรยากาศห้องพักแบบนี้มากเลย ดูเป็นโรงแรม Local ดี ได้บรรยากาศเก่าๆ




ทีวีจอเล็กๆ กำลังออกข่าวเรื่องภูเขาไฟระเบิดพอดีเลย



กว่าพวกเราขนกระเป๋าขึ้นห้องพักเรียบร้อย ก็เกือบ 5 โมงเย็นแล้ว ทางสมาชิกทัวร์กับพี่ไกด์ก็ชวนกันไปกันอาหารจีนที่ย่าน Soho ซึ่งก็ต้องนั่ง Taxi ไป แต่พวกเราก็ไม่ได้ไปด้วยเพราะเบื่ออาหารจีน แล้วก็ไม่อยากนั่งรถไปกินไกลๆ อยากทำอะไรสบาย เดินเล่นแถวโรงแรม หาอะไรทานง่ายๆ ดีกว่า

ก่อนออกสำรวจเมือง ก็ต้องไปถามไถ่เจ้าหน้าโรงแรมขอคำแนะนำก่อนว่าควรเดินไปทางไหน อะไรยังงัย แล้วก็ออกเดินทาง เดินไปนิดนึงก็เห็นร้าน Mark and Spencer ร้านนี้เป็นร้านที่ท่านแม่เห็นไม่ได้เลย ต้องเข้าไปอุดหนุนตลอด วันนี้ก็เช่นกัน เดินกันจนถึงห้างปิด 1 ทุ่มพอดิบพอดี แล้วก็ค่อยไปเดินหาร้านอาหารทานกัน สุดท้ายก็ไม่รู้จะทานอะไรดี นี่เลย McDonald ง่ายสุด คนละชุดก็อิ่มล่ะ



*****************************************



วันที่ 9 โปรแกรมทัวร์จัดเอง - Harrods - แล้วก็ไปไหนอีกน๊า เดี๋ยวนึกก่อน


Create Date : 18 มิถุนายน 2553
Last Update : 18 มิถุนายน 2553 9:31:00 น. 4 comments
Counter : 628 Pageviews.

 
อยากไปมั่ง


โดย: มิสเตอร์ฮอง วันที่: 18 มิถุนายน 2553 เวลา:11:35:42 น.  

 
กรณีแบบนี้ (บินกลับไม่ได้) เราต้องออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมดรึปล่าวคะ เผอิญบินกลับมาถึงก่อนที่ภูเขาไฟจะระเบิดค่ะ คิดเสียดายอยู่เลยน่าจะติดอยู่บ้างยังอยากเที่ยวต่ออยู่เลยค่ะ


โดย: apple.007 วันที่: 18 มิถุนายน 2553 เวลา:22:17:48 น.  

 
ตามไปเที่ยวด้วยคนค่ะ


โดย: The Best of Me วันที่: 18 มิถุนายน 2553 เวลา:23:30:23 น.  

 
ตอบคุณ apple นะคะ ค่าใช้จ่ายกินอยู่ทั่วๆไป เราต้องออกเองค่ะ รวมถึงค่ารถ taxi ตอนขาไปสนามบินอีกประมาณ 4,000 กว่าบาทด้วย แต่เผอิญเราไปสายการบิน Singpore Airline ทางสายการบินบอกว่าจะช่วย support ตรงค่าที่พักให้ แต่ไม่รู้ว่าจะช่วยเท่าไหร่ ตอนนี้เราก็ส่งบิลค่าโรงแรมไปที่สายการบิน เค้าก็รับเรื่องแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้เงินคืนค่ะ

ปล เรามีความสุขมากเลยค่ะ ที่บินกลับไม่ได้ ได้ไปเที่ยวต่ออีกตั้งหลายที่แน่ะ พอดีว่าไปกับท่านพ่อท่านแม่ ก็เลยไม่ต้องกังวลเรื่องค่ากินอยู่ (ไม่งั้นเครียด เพราะค่ากินค่ารถก็เยอะอยู่)


โดย: Bigcrab วันที่: 19 มิถุนายน 2553 เวลา:17:30:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Bigcrab
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 160 คน [?]




Time is a companion that goes with us on a journey. It reminds us to cherish each moment, because it will never come again. What we leave behind is not as important as how we have lived.
blog counter
blog counter
Profile Visitor Map - Click to view visits
Create your own visitor map
Friends' blogs
[Add Bigcrab's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.