ตุลาคม 2561

 
6
7
13
14
15
20
21
23
27
28
31
 
 
All Blog
ฮวงจุ้ยมาจากไหน



thaihome01

ฮวงจุ้ยบ้าน เป็นศาสตร์ที่สั่งสมมานานกว่าสามพันปีในประเทศจีน จึงยากที่จะบอกถึงที่มาอย่างแน่ชัดแต่พอสรุปคร่าวๆโดยแบ่งเป็นยุคต่าง ๆ ได้ดังนี้
ยุคแรก : ฮวงจุ้ยได้เริ่มสั่งสมภูมิปัญญาซึ่งเกิดขึ้นในจีนตอนใต้ ยุคนี้ฮวงจุ้ยมีไว้วิเคราะห์ภูเขาและสายน้ำ เพื่อหาทำเลที่เหมาะสมสำหรับการตั้งถิ่นฐาน เพราะชาวจีนในยุคนั้นยังเร่ร่อนและย้ายถิ่นอยู่บ่อยครั้ง

ยุคที่สอง : เป็นยุคที่ฮวงจุ้ยเริ่มผนวกเข้ากับโหราศาสตร์ จึงมีการคิดคำนวณเพิ่มมากขึ้น โดยใช้ดาวอีก 9 ดวงร่วมด้วย ถือเป็นยุคที่ฮวงจุ้ยมีลักษณะค่อนไปทางความเชื่อมากกว่าเดิม ยุคนี้เริ่มมีการลงหลักปักฐานสร้างเมืองใหญ่ ศาสตร์ฮวงจุ้ยจึงเพิ่มเติมในด้านการสร้างความรุ่งเรืองและเสริมโชคลาภมากกว่าเดิม

ยุคที่สาม : ยุคนี้ได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาพุทธแบบทิเบต มีการนำสิ่งมงคลมาผนวกเข้ากับเรื่องทิศทาง ที่ตั้ง รูปทรง และการแก้ปัญหาด้วยของขลัง ทำให้เกิดสิ่งศักดิ์สิทธิ์และความเชื่อใหม่ๆ อีกมากมาย

ยุคปัจจุบัน : ความรู้ความเข้าใจเรื่องเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมทำให้เกิดการหลอมรวม และทำความเข้าใจถึงศาสตร์ดั้งเดิมของโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นตำราอายุรเวท ตำราพรหมชาติของไทย หรือแม้แต่ฮวงจุ้ย ด้วยเหตุนี้จึงมีการตีความคติความเชื่อต่างๆในศาสตร์ฮวงจุ้ยโดยมีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์รองรับ เพื่อความเข้าใจและปรับใช้ในวงกว้างอันนำไปสู่ความเป็นสากลมากขึ้น

คำแนะนำจากซินแส…มีเหตุผลหรือเป็นเพียงความเชื่อ
ซินแส คือ ผู้ชำนาญการและมีบทบาทในการพิจารณาลักษณะต่าง ๆ ทางฮวงจุ้ย เราได้ลองหยั่งเสียงในแฟนเพจของนิตยสารบ้านและสวนเป็นเวลาสองสัปดาห์ เพื่อลองดูว่าคุณผู้อ่านเคยได้รับคำแนะนำอะไรบ้างจากผู้ประกอบวิชาชีพซินแส เราจึงรวบรวมมาลองขบคิดถึงเหตุผลเบื้องหลังคำแนะนำเหล่านั้น หลายท่านเชื่อและยอมทำตาม หลายท่านสงสัยแต่ก็ลองทำดู และมีบางท่านที่ไม่ต้องการทำตามเพราะผู้แนะนำไม่มีเหตุผลรองรับในทางที่เข้าใจได้ คำแนะนำที่ว่ามีอะไรกันบ้าง ลองดูกันดีกว่า

เกี่ยวกับการสื่อสาร
ใช้ภาษาในการอธิบายโดยอ้างอิงจากในตำราโบราณ ทำให้เจ้าของบ้านหรือสถาปนิกไม่เข้าใจว่าหมายความว่าอย่างไร
ฮวงจุ้ยต่างสำนัก ให้ความเห็นไม่ตรงกัน

เกี่ยวกับทิศทาง
บ้านควรเปิดรับแสง 60 เปอร์เซ็นต์ของผนัง
–เหตุผล น่าจะเพื่อให้แสงสว่างส่องเข้ามาในบ้านได้ สร้างความกระปรี้กระเปร่าให้ผู้อยู่อาศัย

หน้าบ้านควรจะหันหาน้ำ หลังบ้านควรพิงภูเขา จึงจะเหมาะสม
–เหตุผล หน้าบ้านหันหาน้ำ จะทำให้ลมที่พัดเข้าบ้านเป็นลมเย็นสดชื่น และหากด้านหลังเป็นภูเขา จะปิดพื้นที่หลังบ้านให้เป็นส่วนตัว มีความปลอดภัย

บานประตู ตรงกัน ขบกัน ไม่ดี คนในบ้านจะทะเลาะกัน
–เหตุผล หากประตูเปิดเจอตรงกันหรือขบกัน คงมีเหตุการณ์เดินชนเดินหลบกันบ่อย ๆ นานไปจะเกิดเป็นการทะเลาะกันได้ หากเลี่ยงได้ก็ควรจะเลี่ยงคือเปิดห่างกันอีกนิดการสัญจรจะสะดวกขึ้น

ห้ามเคาะ เจาะ ตัด ในทิศที่ไม่เป็นมงคล แต่สามารถเจาะตัดจากมุมอื่นมาได้ เช่น ตัดหญ้า สามารถเริ่มตัดจากทิศอื่นจนมาถึงทิศที่ห้ามไว้ได้
–เหตุผล น่าจะเป็นกุโศลบายให้ทำความสะอาดหรือทำเรื่องใด ๆ ให้รอบบ้านไม่เฉพาะเจาะจงแต่เพียงทางทิศที่ทำได้สะดวก บ้านจะได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง

หลังคาต้องเชิดขึ้นทางทิศใต้
–เหตุผล เพื่อดักลมทิศใต้ที่จะวิ่งเข้าสู่ตัวบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากใกล้ตัวบ้านมีอาคารรูปทรงเรียวแหลม ให้ปลูกต้นไม้กันไว้ หรือก่อกำแพงบดบังรูปทรงแหลมเหล่านั้น
–เหตุผล รูปทรงเรียวแหลมจะก่อให้เกิดความระแวง คนในบ้านจะเสียสมาธิทั้งในการทำงานและอยู่ไม่สบาย จึงบังมุมไม่ให้เห็นรูปทรงเหล่านั้นเสีย เช่น เสาส่งโทรทัศน์ ก็จะแก้ปัญหาดังกล่าวได้

รางน้ำทิ้งควรไหลออกจากตัวบ้านในทิศที่ห่างจากประตูบ้านที่สุด ห้ามปล่อยให้น้ำไหลสะเปะสะปะ
–เหตุผล เพื่อให้น้ำทิ้งไหลออกจากตัวบ้านอย่างเป็นระบบระเบียบ ไม่เลอะเทอะอาจก่ออันตรายลื่นล้มได้ อีกทั้งยังดูไม่สวยงามในระยะยาวเป็นคราบน้ำ

บ่อน้ำล้นหน้าต้องหันทิศน้ำเข้าสู่ตัวบ้าน
–เหตุผล เพราะบ้านคือพื้นที่ส่วนบุคคลของเรา ถ้าหันออกแล้วเกิดลามออกไปนอกพื้นที่ส่วนบุคคลของเราอาจไม่เหมาะสม

ขอบคุณข้อมูลจาก : baanlaesuan.com

ดูบทความดีๆได้ที่ : //www.thaihomeonline.com หรือ LINE@ : @thaihomeonline  ครบเครื่องเรื่องบ้าน คอนโด การลงทุน

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :  Thaihomeonline.com หรือ Line@ : thaihomeonline - ครบเครื่องเรื่องบ้าน คอนโด การลงทุน 

คลิกเลย : https://www.thaihomeonline.com




Create Date : 02 ตุลาคม 2561
Last Update : 2 ตุลาคม 2561 16:00:22 น.
Counter : 58 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

สมาชิกหมายเลข 3757202
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]