ใช้ชีวิตให้ง่ายๆ แบบที่เราเป็น...อย่าไปดัดจริต..ทำชีวิตให้มันยุ่งยากเลยค่ะ......
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2556
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
4 สิงหาคม 2556
 
All Blogs
 
อาเจ้ฯ มีวันนี้ได้...ก็เพราะแม่...




ไม่มีคนคนไหนที่ยิ่งนานไป
เราจะยิ่งรักเค้าเพิ่มขึ้นเหมือนแม่เลย
คุณแม่ของอาเจ้ฯ เป็นหญิงที่ตลก..
ชอบเล่าเรื่องโจ๊ก..เป็นที่ขบขันเสมอๆ







ในหมู่เพื่อนฝูงและญาติๆ
คุณแม่จะเป็นสาวเปรี้ยวที่มีสีสันของทุกๆ คน
งานไหนไม่มีคุณแม่...
งานนั้นจะกร่อยไปเลย








คุณแม่ยังเป็นหญิงช่างแต่งตัว
เรื่องความงาม..เธอไม่เคยบกพร่องแม้แต่น้อย
แม้จนกระทั่งบัดนี้..อายุมากแล้ว
ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งความสวยของเธอได้






อาเจ้ฯ กับคุณแม่ชอบมีวีรกรรมความงามร่วมกันเสมอ
อดข้าวด้วยกัน....เก็บเงินไว้ไปซื้อเครื่องสำอางค์
พอคุณพ่อกลับมา...ก็บอกว่าทานแล้ว
พอคุณพ่อเผลอ..
ก็หนีคุณพ่อไปซื้อเครื่องสำอางค์ด้วยกัน..







อาเจ้ฯ เป็นลูกรักของคุณแม่
ไปไหนเราก็จะไปด้วยกันเสมอ
เพราะเจ้ฯ เป็นเด็กสอพลอไง..
แม่เลยรัก...ฮี่..ฮี่...





อาเจ้ฯ เล่าให้คุณแม่ฟังได้ทุกเรื่อง
ไม่ว่าจะเรื่องความงาม
เรื่องวิชาการ
ยันเรื่องผู้ชาย...
คุณแม่เหมือนเพื่อนมากกว่าจะเป็นแม่...







อย่างเช่น...ตอนนั้น
มีหนุ่มน้อยนักบินขยันโทรมาหาอาเจ้ฯ จั๊ง
โทรมาทุกวัน...วันละหลายๆ รอบ
บังเอิญว่า..ตอนหนุ่มน้อยนี่เริ่มโทรมา
อาเจ้ฯ กลับไปบ้านที่พิดโลกพอดี...





คุณแม่ก็เห็นคุยโทรศัพท์กุ๊งกิ๊งๆ ...
She ก็เม้นท์ว่า...
ชั้นว่า...เจ้านี่..มันมาจีบแกแน่เลยว่ะ
อาเจ้ฯ ยังเถียงคุณแม่อีก...ว่า...
ไม่ใช่หรอกแม่...เค้าแค่โทรมาถามเรื่องนั้นเรื่องนี้...
แค่นั้นเอง







ไม่เท่าไหร่หรอก...
น้องนี่..ก็มาเปิดใจว่าลองคบกันดูไม๊...
พอไปเล่าให้คุณแม่ฟัง...
แม่ตบเข่าดังฉาดเลย...
น่านนนนน ... ไง แม่บอกแล้วววววว
เค้ามาจีบเราแน่นอน.....






อาเจ้ฯ ก็เลยขออนุญาติคุณแม่ลองคบดู...จะได้ไม๊
เพราะน้องคนนี้อายุน้อยกว่าตั้ง 6 ปี
อาเจ้ฯ กลัวคำครหา...







คุณแม่แสนเปรี้ยวของดิชั้นบอกว่า
ไม่เห็นเป็นไรเลย....เค้าเป็นคนดีออกลูก
พ่อกับแม่รับได้นะ
ไม่ต้องไปสนใจคำพูดของคนอื่นหรอก.....
พ่อแม่เข้าใจก็พอแล้ว....
ลองคบดู..แล้วเราจะได้รู้ด้วยลูก
ว่าเราไปด้วยกันได้หรือไม่ได้
จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลัง
ว่าทำไมวันนั้นไม่ลองคบเค้าดู
อาเจ้ฯ ก็เลยตัดสินใจลองคบดู









ในโอกาสวันแม่ที่จะถึงนี้
อาเจ้ฯ ก็อยากจะมาเล่าความประทับใจในตัวคุณแม่ให้ฟังนะคะ
ว่าตลอดชีวิตของเจ้ฯ
จนถึงปัจจุบันนี้
คุณแม่สร้างความประทับใจอะไรในตัวเค้ากับอาเจ้ฯ บ้าง








มาฟังกันค่ะ






ตอนเรายังเด็กกว่านี้เราก็จะสนใจเพื่อน
สนใจแฟน ซะจนลืมเลือนที่จะใส่ใจกับความรักที่คนในครอบครัวเรามีให้
โดยเฉพาะความรักที่คุณแม่มีให้เรา
ตัวอาเจ้ฯ เองมีความประทับใจที่เกิดจากความรักของคุณแม่หลายวาระและหลายโอกาสด้วยกันค่ะ














เรื่องแรกเกิดขึ้นเมื่อตอนอาเจ้ฯ อยู่ชั้นประถม
จำได้ว่าครอบครัวฐานะปานกลาง
เพราะคุณพ่อรับราชการ
แต่ครอบครัวเรามีลูกถึง 3 คน
ที่เป็นวัยกำลังกินกำลังนอนและกำลังศึกษาทั้ง 3 คน
และก็กำลังใช้เงินทั้งนั้น





คุณแม่ช่วยคุณพ่อทำงาน
เพื่อส่งพวกเราให้ได้เรียนหนังสือทั้ง 3 คน
อาเจ้ฯ เป็นเรียนหนังสือเก่งมาตั้งแต่เด็ก
แต่เป็นเด็กเกเร...
มีเรื่องทะเลาะกับเพื่อนตลอด







จิตใจอาจหาญ.....รุกรบ..
ไม่เคยกลัวใคร...มาแต่ไหนแต่ไร
ตอนประถมต่อยกับเพื่อนผู้ชาย
จนมันปากแตก
แม่ต้องเข้ามาเคลียร์ให้






ไม่มีใครเอาเจ้ฯ อยู่
นอกจากแม่คนเดียวเท่านั้น
คำเดียวของแม่...
เล่นเอาเจ้ฯ หยุดกึ๊ก...
ทันที.....









สิ่งที่จำได้ไม่ลืม... คือ
ตอนใกล้จะเปิดเทอม
อาเจ้ฯ ตื่นนอนมาเข้าห้องน้ำตอนตี 3
ภาพที่เห็น ..คือ
คุณแม่ยังคงนั่งเย็บผ้าอยู่ที่จักรเย็บผ้า
เย็บชุดนักเรียนให้อาเจ้ฯ
สำหรับใส่เปิดเทอมนี้...








เป็นภาพที่อาเจ้ฯ เห็นคุณแม่นั่งแบบนั้น
มาตั้งแต่ก่อนอาเจ้ฯ เข้านอน
จนตอนนี้ตี 3 แล้ว คุณแม่ก็ยังเย็บผ้าอยู่
เสียงฝีจักรยังเดินสม่ำเสมอ
จนถึงเกือบเช้าที่อาเจ้ฯ ตื่นมาอาบน้ำไปโรงเรียน








นั่นทำให้อาเจ้ฯ ระลึกถึงความเสียสละ
และทำงานหนักของคุณแม่
เพื่อให้พวกเราได้เรียนหนังสือสูงๆ






จนกระทั่งตอนนี้อาเจ้ฯ เรียนถึงระดับปริญญาเอกแล้ว
แม่ก็ยังมีส่วนในการสนับสนุนเรื่องการศึกษาของอาเจ้ฯ เสมอมา
ค่าเทอมของปริญญาเอกแพงมาก..
เทอมนั้นอาเจ้ฯ ต้องจ่ายค่าเทอมประมาณสองแสน
อาเจ้ฯ ทำงานเก็บเงินค่าเทอมไม่ทันจ่าย
เพราะเรียนหนักจนหมอรองกระดูกอักเสบ
เลยไม่ได้รับทำงานพิเศษทำ...เพื่อมาเป็นค่าเทอมของเทอมนั้น





อาเจ้ฯ ก็ไปบอกแม่ว่า..
แม่..เทอมนี้หนูจะดร็อปนะ..
ไว้หนูเก็บเงินค่าเทอมได้ครบ
หนูจะกลับไปลงทะเบียนเรียนอีกที...นะแม่นะ








คุณแม่หันขวับมาเลยทันที
แล้วบอกว่า
"ไม่ต้อง...ไปลงทะเบียนนั่นแหล่ะ...เดี๋ยวแม่จัดการให้'
สุดท้ายอาเจ้ฯ ก็มาทราบว่า
คุณแม่ไปขายที่..ที่คุณแม่ได้จากมรดกของคุณยาย
ให้อาเจ้ฯ เอาเงินไปลงทะเบียน
อาเจ้ฯ น้ำตาร่วงเลย
เดินเข้าไปกราบขอบคุณแม่ที่อก







คุณแม่เอามือลูบหัว....
แล้วพูดกับเจ้ฯ ด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว...ว่า
"ตั้งใจเรียนนะลูก..และก็เป็นคนดีของสังคม...
ให้สมกับที่แม่ส่งเสริมเรา..ให้ได้เรียนสูงๆ แบบนี้"
พอได้ฟังคุณแม่พูดแบบนี้
อาเจ้ฯ ยิ่งร้องไห้หนักขึ้นไปอีก












เรื่องที่สอง
เกิดขึ้น เมื่อตอนอาเจ้ฯ เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
เป็นช่วงสับสนของเด็กวัยรุ่นทุกคน
ในการจะเลือกเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย
ว่าจะเรียนอะไรดี...







วันนั้นอาเจ้ฯ กำลังจะเลือกคณะ
เพื่อกรอกลงไปในใบสมัครเข้ามหาวิทยาลัยว่าจะเลือกคณะอะไรดี
เพื่อนอาเจ้ฯ แต่ละคน...จะโดนพ่อแม่บังคับให้เลือกคณะนั้น คณะนี้
แต่ครอบครัวอาเจ้ฯ ไม่ใช่








คุณพ่อต้องทำงานประจำที่ต่างจังหวัด
และกลับมาบ้านเดือนละครั้ง
ครอบครัวเราจึงมีแม่
ที่ทำหน้าที่เป็นทั้งพ่อและแม่ให้กับลูกๆ









เมื่อตอนที่จะเลือกคณะฯ
กลางดึกคืนนั้น ....
อาเจ้ฯ เดินถือใบสมัครเข้ามหาวิทยาลัยลงไปหาคุณแม่ข้างล่าง
เพื่อไปถามคุณแม่ว่า
แม่..หนูจะเลือกคณะอะไรดีอ่ะ.....







คำตอบที่ได้รับจากคุณแม่
ทำให้อาเจ้ฯ เดินร้องไห้กลับขึ้นห้องมา
เพราะรู้สึกอึ้งกับคำตอบที่คุณแม่พูดว่า
“หนูอยากจะเรียนอะไร ให้หนูเลือกตามใจหนูเถอะลูก แม่เรียนมาน้อย แม่ให้คำแนะนำลูกไม่ได้หรอก เลือกที่เราอยากเรียน แล้วเรามีความสุขในการเรียน”








นั่นคือสิ่งที่หญิงผู้นี้ทำให้อาเจ้ฯ อึ้ง
กับความรักของเค้าที่มีให้อาเจ้ฯ
ไม่เคยกดดันอะไรกับลูกให้ลูกได้ทำในสิ่งที่ปรารถนาอยากจะทำ สนับสนุนทุกเรื่องที่เจ้ฯ ขอ














เรื่องทีสามเกิดขึ้น
เมื่อเรามีความรัก
เราก็มักลืมครอบครัว
ลืมพ่อลืมแม่ไปชั่วขณะ








จนกระทั่งวันที่อาเจ้ฯ เลิกกับแฟนคนแรก ....
นอนร้องไห้จนน้ำตาแทบเป็นสายเลือดกับความสูญเสียที่เผชิญ
มันอ้างว้างซะจนทำตัวไม่ถูก
ไม่อยากอยู่คนเดียว
และก็ไม่รู้จะไปไหน
อาเจ้ฯ ก็เลยกลับบ้าน









ท่าทางของอาเจ้ฯ มันคงหมดอาลัยตายอยากซะจน...แม่จับได้
เพราะอาเจ้ฯ ไม่ได้บอกคนในครอบครัวว่าเลิกกับแฟนแล้ว
แต่แม่อาเจ้ฯ รู้จักเจ้ฯ ดี...
มีรึจะดูลูกตัวเองไม่ออก









คุณแม่คงพินิจพิจารณาดูท่าแล้วลูกสาวคงจะเสียศูนย์ในชีวิตเป็นแน่แท้
ก่อนจะกลับจากบ้านที่พิดโลกในครั้งนั้น
แม่ได้เข้ามากอดอาเจ้ฯ
แล้วกระซิบบอกเหมือนรู้ว่าเราเลิกกับแฟนว่า
“ใครไม่รัก แม่รักเองนะลูก”








อาเจ้ฯ ถึงกับอึ้ง
หันกลับไปมองคุณแม่แบบแปลกใจว่าแม่รู้ได้ยังไง
คุณแม่เค้าก็ทำหน้าเฉยๆ ไม่รู้ไม่ชี้
เพราะเค้าไม่อยากให้คนอื่นรู้
แล้วก็มาซักไซร้ในเวลาที่อาเจ้ฯ ยังไม่พร้อมที่จะเล่าแบบนี้








หลังจากกลับมาจากบ้านในครั้งนั้นก็ทำให้อาเจ้ฯ คิดได้หลายสิ่ง
หันกลับมาดูแลครอบครัวมากขึ้น
ทุกๆ ปีต้องพาครอบครัวไปเที่ยวพร้อมหน้าพร้อมตากัน







อาเจ้ฯ ได้เห็นความสุขที่ไม่มีอะไรแอบแฝงจากคนในครอบครัว
อันประกอบไปด้วย คุณพ่อ คุณแม่ พี่สาว
พอถึงช่วงที่อาเจ้ฯ มีเวลาว่าง
ก็จะพากันไปท่องเที่ยวตามสถานที่ยอดนิยมต่างๆ







พาคุณพ่อ คุณแม่ไปไหว้พระ
ได้เห็นภาพตอนที่ทุกคนมีความสุขเวลาได้ไปในที่ที่พวกเค้าไม่เคยไป
ถึงแม้ว่าอาเจ้ฯ จะเหนื่อยมากจากการขับรถเพราะไม่มีใครเปลี่ยนขับรถได้เลย
เพราะมีอาเจ้ฯ ขับรถเป็นอยู่คนเดียว
แต่นั่นเป็นความสุขของการได้เป็นผู้ให้ของอาเจ้ฯ บ้าง เช่นกัน











ผู้หญิงคนสำคัญของครอบครัวคนนี้
ไม่ได้มีความสำคัญสำหรับอาเจ้ฯ คนเดียวเท่านั้น
เธอยังมีความสำคัญกับทุกๆ คน
และคนที่จะขาดไม่ได้ ก็คือ คุณพ่อ







ยามที่คุณพ่อเผชิญปัญหาทุกข์หนักในชีวิต
สิ่งที่อาเจ้ฯ ได้เห็น..ก็คือ
เค้าทั้งสองคนนอนคุยกัน








ปรึกษาหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน
ทั้งคุณพ่อและพวกเราได้เห็นแววตาที่เด็ดเดี่ยว
ภายใต้ใบหน้าที่แฝงความใจดีและมีอารมณ์ขันของคุณแม่เสมอมา
นับว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนสำคัญที่ทำให้ครอบครัวของเรายั่งยืนอยู่ได้เป็นครอบครัวอย่างมีความสุขจริงๆ ค่ะ







คุณแม่ของอาเจ้ฯ ในปัจจุบัน
ท่านมีความสุขตามอัตภาพและวิถีชีวิตที่ท่านชอบ
คุณแม่กับคุณพ่อ..ชวนกันไปปฏิบัติธรรมสม่ำเสมอ







รวมถึงทั้งสองท่านได้ชักชวนให้อาเจ้ฯ ปฏิบัติธรรม
และสอนให้อาเจ้ฯ เป็นคนดี
สอนให้เราให้โอกาสคนอื่น
และทำความดีต่อบุคคลอื่นอย่างสม่ำเสมอ







จนกระทั่ง...ทำให้อาเจ้ฯ
เป็นอาเจ้ฯ แบบที่เห็นในปัจจุบันนี้...
ก็เพราะผู้หญิงคนนี้คนเดียวเท่านั้น...
"คุณแม่..."













ไม่ว่ายังไง แม่จ๋า....
"หนูโชคดีที่เกิดมาเป็นลูกแม่นะ...เค้ารักตัวเองนะยาย..จุ๊บ..จุ๊บ.."






Create Date : 04 สิงหาคม 2556
Last Update : 29 สิงหาคม 2556 11:51:36 น. 3 comments
Counter : 751 Pageviews.

 
อ่านแล้วซึ้งไปด้วยเลย


โดย: แฟนlinKinPark วันที่: 6 สิงหาคม 2556 เวลา:20:00:32 น.  

 
เป็นครอบครัวที่น่ารักที่สุดเลยค่ะ
ซึ้งใจไปด้วย


โดย: PrettyNovember วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:12:06:13 น.  

 
อาเจ้ฯ
คุณแม่น่ารัก และเปรี้ยวมาก

ได้อ่านแล้วตื้นตัน
เพราะคุณแม่ใหญ่เหนือคณานับจิงๆๆค่ะ










โดย: WonOccNU วันที่: 9 สิงหาคม 2556 เวลา:12:49:10 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

อาเจ้ของน้องๆ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 36 คน [?]




ไป..ไป..มา..มา..ระหว่างกรุงเทพฯ-เชียงใหม่
เป็นหญิงสาวแสนซน.. แก่นเซี้ยว... เปรี้ยวซ่า... อารมณ์ดี... มีการศึกษาสูง.. ชอบชีวิตโสด.. ไม่แคร์สื่อ... เป็นอาเจ้ฯ เพราะชอบดูแลน้องๆ ใช้ชื่อนี้ไม่มีไรมากหรอกค่ะ เพราะ..น้องมันเรียก
New Comments
Friends' blogs
[Add อาเจ้ของน้องๆ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.