Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2555
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
12 กรกฏาคม 2555
 
All Blogs
 
เสน่ห์กรุงเก่าอยุธยา

ช่วงนี้ชอบย้อนรอยอดีตค่ะ  นึกสงสัยว่าทำไมตอนเป็นเด็กเราไม่อินกับประวัติศาสตร์เอาซะเลย  ออกจะน่าเบื่อด้วยซ้ำในตอนนั้น แต่ตอนนี้กลับชอบนัก....Smiley อยุธยาไปแล้วไปอีกไม่มีเบื่อ เมืองเก่าที่มีอะไรให้เรียนรู้ประวัติศาสตร์มากมาย เมื่อ ปี 2510 กรมศิลปากรประกาศให้จังหวัดอยุธยาเป็น  อุทยานประวัติศาสตร์ และในปี  พ.ศ  2534  องค์การโยเนสโกประกาศให้เป็น มรดกโลกทางวัฒนธรรม  ....น่าปลาบปลื้มมั้ยล่ะ  

เราใช้เส้นทางบางปะิอินค่ะ  ขับรถลัดเลาะไปเรื่อยๆไปที่วัดพนัญเชิง  จุดที่น่าสนใจที่นี่คือ  สร้างเมื่อ พ.ศ 1867  บวกลบคูณหาร ณ ตอนนี้ก็ปาเข้าไป 688 ปีมาแล้วค่ะ  ด้านในวัดเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่มาก เรามองดูก็รู้สึกทึ่งกับช่างสมัยก่อนเขาสร้างอย่างไรได้ใหญ่โตสวยงามขนาดนี้



ต่อด้วยวัดใหญ่ชัยมงคลค่ะ.. มองเห็นเจดีย์ชัยมงคลห่มผ้าเหลืองโดดเด่น  เจดีย์ชัยมงคลเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในอยุธยา  เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าอู่ทองซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกที่เป็นผู่สถาปณากรุงศรีอยธยา นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดที่นี่  เพราะเป็นวัดที่สวยงามมากกกกกกกกกก 




เป็นภาพบริเวณรอบๆวัดค่ะ  ว่ากันว่าเมื่อครั้งที่สมเด็จพระนเรศวรท่านทรงยุทธหัตถีแล้วติดในวงล้อมข้าศึกและเหล่าทหารตามไม่ทัน  ตามกฏต้องประหารชีวิต  แต่ท่านทรงเปลี่ยนโทษกลายเป็นสร้างบุญโดยการสร้า
เจดีย์ชัยมงคลขึ้นเพื่อประกาศชัยชนะต่อพม่าและความมีน้ำพระทัยอภัยโทษต่อเหล่าทหาร  และทรงสร้างให้ใหญ่โตกว่าเจดีย์ที่วัดภูเขาทองที่สร้างโดยพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองสร้างไว้เป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะที่มีต่ออยุธยาเมื่อคราวทึ่เสียกรุงครั้งที่ 1 

เรานึกสงสัยว่า  เจดีย์วัดภูเขาทอง  เป็นอย่างไร....คงต้องตามไปดู






















***************************
เราเดินลัดเลาะไปเรื่อยๆต่อที่วัดพระรามค่ะ   
มองโบราณสถานเป็นภาพสท้อนในบึงพระราม  สวยดี






วัดพระรามสร้างโดยพระราเมศวร  สมัยอยุธยาตอนต้นๆ  ได้ทรงสร้างตรงที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพของ สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง ซึ่งเป็นพระราชบิดา ในปี พ.ศ.2912 ...ก็สามร้อยกว่าปีแล้วนะคะ



ของเดิมๆน่าจะเป็นเช่นนี้  





สภาพโบราณสถานที่ยังหลงเหลืออยู่






อิฐเริ่มเอียงๆแล้วค่ะ



*****************



เดิมข้ามฟากไปอีกฝั่ง  เป็นวัดมงคลบพิตร
สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยสมเด็จพระไชยราชา ราว พ.ศ  2081  เกือบห้าร้อยปีแล้วน้อ
เมื่อครั้งกรุงแตกครั้งที่ 2  ที่นี่เสียหายมาก  ภาพที่เราเห็นในปัจจุบันได้รับการบูรณะแล้วค่ะ



อันนี้เป็นภาพเก่าๆวัดมงคลบพิตรก่อนการบูรณะค่ะ



ใกล้ๆกันเป็นวัดพระศรีสรรเพชญ์
เป็นวัดหลวงในพระราชวังโบราณ อยุธยา  สร้างสมัยพระเจ้าอู่ทอง เป็นวัดส่วนพระองค์ของพระมหากษัตริย์  จึงไม่มีพระสงฆ์จำพรรษาในวัด ซึ่งเป็นต้นแบบของ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม(วัดพระแก้ว)กรุงเทพมหานคร



พระเจดีย์ใหญ่สามองค์ภายในวัด  เป็นสัญญลักษณ์ของวัดพระศรีสรรเพชญ  เจดีย์ทั้งสามองค์มีประวัติน่าสนใจมากค่ะ  ตามlinkนี้เลยนะคะ








จินตนาการดูว่ากรุงศรีอยุธยาในอดีตบริเวณนี้คงจะสวยงามมากๆ
แต่เมื่อครั้งเสียกรุงที่นีถูกทำลายพังยับเยิน  ดูจากสภาพซากปรักหักพังของโบราณสถานแห่งนี้  ชวนให้คิดว่าช่วงนั้นบ้านเมืองคงลุกเป็นไฟผู้คนคงระส่ำระสายหนีตายกันอลหม่าน  



โบราณสถานแห่งนี้ยังโดนอุทกภัยตั้งหลายครั้ง  ดีใจที่หลายๆหน่วยงานช่วยกันบูรณะปฏิสังขรและป้องกันไม่ให้โบราณสถานพังทลายมากกว่าเดิม

*******************************

ต่อมาเราเดินทางไปวัดภูเขาทอง  เรามองเห็นเจดีย์อยู่กลางทุ่ง  ดูเงียบๆเหงาๆ  ไม่ค่อยมีทัวร์ลง  ในภาพเจดีย์เอียงๆเห็นได้ชัดเลยนะคะ  



เจดีย์ภูเขาทองนี่ไงค่ะที่พระเจ้าบุเรงนองเมืองหงสาวดีหรือที่รู้ๆกันว่าผู้ชนะสิบทิศ    สร้างขึ้นเมื่อตีกรุงศรีอยุธยาสำเร็จ เมื่อปี พ.ศ 2112  หลังจากนั้นที่นี่ได้รับการบูรณะหลายครั้งค่ะ  แต่คงสภาพแบบรามัญ คือส่วนฐานค่ะ



รู้สึกทึ่งกับพม่านะคะ  ใกลๆก็ใกลมาได้ไงก็ไม่รู้  แล้วมาตีอยุธยาแตกตั้ง 2 ครั้ง
แล้วเราก็นึกในใจอีกแล้วว่าไทยเราไปตีพม่าแตกบ้างมั้ย  แล้วเราได้สร้างอนุสรณ์แบบนี้ที่บ้านเมืองเค้าไว้บ้างมั้ยนะ  ถ้ามีจะตามไปดู  คงต้องไปย้อนอ่านประวัติศาสตร์อีกแล้วล่ะ 



ด้านหลังของเจดีย์คือ  วัดภูเขาทองค่ะ



สูงเอาเรื่องเหมือนกันค่ะ  แต่ไม่ชันเหมือนวัดอรุณ
ไปต่อกันที่ทุ่งมะขามหย่องดีกว่านะคะ  ขับรถต่อจากนี้ไปไม่ใกลเลย



ทุ่งมะขามหย่อง สมรภูมิรบสำคัญในสมัยอยุธยา ที่ถูกจารึกลงในประวัติศาสตร์ ถึงการเสียสละครั้งยิ่งใหญ่ของวีรสตรีไทย "สมเด็จพระศรีสุริโยทัย" ที่ทรงสละชีพเพื่อปกป้องแผ่นดินไทยในการรบกับพม่าเมื่อปี พ.ศ.2091  นอกจากนี้ยังเป็นที่ดินส่วนพระองค์ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้พื้นที่ดังกล่าวตามแนวพระราชดำริ เป็นพื้นที่แก้มลิง เพื่อรองรับและป้องกันน้ำท่วม



ถ่ายรูปบริเวณ  "พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีสุริโยทัย"



แค่ไม่กี่แห่ง  เราก็สามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์อยุธยาได้มากมาย  แดดร้อนค่ะแต่สนุกมาก  คงต้องหาโอกาสมาเที่ยวอีกครั้ง  มีโบราณสถานอีกหลายแห่งที่เรายังไม่ได้ไป  .....  แล้วเจอกันอีกนะคะ





Create Date : 12 กรกฎาคม 2555
Last Update : 2 พฤศจิกายน 2557 21:49:47 น. 2 comments
Counter : 2101 Pageviews.

 


สวัสดียามสาย ๆ ค่ะ...^^"



โดย: Lika ka วันที่: 19 กรกฎาคม 2555 เวลา:9:12:16 น.  

 
หวัดดีครับ แวะมาเที่ยวด้วย เพิ่งรู้ว่า ทหารที่ตาม
ไม่ทันเป็นคนสร้างวัด


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 19 กรกฎาคม 2555 เวลา:15:07:41 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
สาวขี้ลืม
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]






เป็นคนขี้หลงขี้ลืม...
ก็เลยอยากจะบันทึกความทรงจำไว้ที่นี่


welcome...
I'm forgetful if I don't write things down,
so i write and post fotos about my life .
when I'm old,i hope i can look back
and read all with smile...



Hits Since July 16, 2011!

Free Hit Counter by Pliner.Net
New Comments
Friends' blogs
[Add สาวขี้ลืม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.