update [ 28*07*2014 ] ในกรุ๊ปบล็อก talkative เรื่อง "facebook งานภาพประกอบของเรา"
Group Blog
 
All blogs
 

2554 กุมภาพันธ์

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

1 กุมภาพันธ์ 2554




** สำหรับคนจีนวันนี้เป็นวันจ่าย จับจ่ายซื้อของเพื่อไหว้เจ้า
ไหว้บรรพบุรุษในวันพรุ่งนี้ แต่เราดันใช้วันนี้เป็นวันเที่ยวซะงั้น
เที่ยวล่วงหน้าก่อนวันเที่ยวจริง อย่างนั้นวันเที่ยวก็คงหมดสิทธิ์แหง๋ๆ
ออกไปเดินในที่ๆคุ้นเคย ใช้เวลากับตัวเองไปเรื่อยๆ
ว่ากันว่าคนที่ชอบใช้ชีวิตหมดเปลืองไปกับที่ๆมีผู้คนมากมาย
ถือได้ว่าเป็นคนขี้เหงามากกกกก อันนี้ไม่รู้เท็จจริงเป็นยังไงกันแน่
นอกจากออกเที่ยวแล้วยังไปหาอาหารญี่ปุ่นซึ่งไม่ใช่อาหารจีนกิน
สุดท้ายตกลงใจที่ปลาดิบทั้งหลาย ปริมาณอาหารเยอะมากเมื่อเทียบกับราคา
เป็นครั้งแรกที่กินอาหารญี่ปุ่นแล้วกินไม่หมด
น้ำตาซึมและหลับตาเพราะวาซาบิไปหลายรอบ
ปกติกินอาหารญี่ปุ่นใส่วาซาบิอย่างมากก็แค่ประมาณเท่าลูกตะขบลูกนึง
แต่วันนี้ใส่ไปเท่ากับลูกตะขบสามลูก เลยได้แอ๊พพลิชิเอทกับวาซาบิไปหลายรอบ

** และแล้วหนังสือของพี่ฝน หรือ silly นามแฝงในบล็อกแก็งค์แห่งนี้
ก็ได้ปรากฏตัวสู่ท้องตลาดแล้วในวันนี้ เห็นพี่ฝนว่าจะออกตั้งแต่ปลายปี 53 แล้ว
เราคอยไปเมียงมองตามร้านหนังสือเรื่อยๆเป็นระยะ เพราะอยากอ่านมาก
“โตเกียวจิน ความสุขรายวันของคนคลานช้า” เป็นผลงานผ่านเข้ารอบสุดท้าย
รางวัลนายอินทร์อะวอร์ด ประเภทสารคดี ประจำปี 2553
แม้ไม่ได้รางวัลแต่ก็ดีพอที่ทางสำนักพิมพ์จะนำมาตีพิมพ์ให้ได้อ่านกันถ้วนทั่ว
เห็นปุ๊บ ซื้อปั๊บ อยากอ่านโดยไว หวังว่าคงได้รู้จักพี่ฝนมากขึ้นอีกหน่อย
(ตอนนี้อ่านไปได้ 50 หน้าแล้ว กำลังเริ่มอ่านเรื่อง “ช้าง” อยู่)

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

2 กุมภาพันธ์ 2554




** ว่าจะรีบกลับบ้าน แต่แล้วข้าวของเก่าๆที่ซุกไว้ในกล่องกระดาษ
ก็เหมือนส่งเสียงเรียกให้มาจัดการปัดฝุ่น หยิบ จับ ขึ้นมาดู
ไม่น่าเลยเรา ของแต่ละชิ้นเหมือนพยายามบอกเล่าที่มาที่ไป
รวมทั้งประวัติของมัน แค่นี้ ก็เล่นเอาหมดเวลาได้นานโข
ถ้วยเซรามิคสองใบที่ทำสมัยเรียนปอตรี ภาพถ่ายส่งในวิชาเรียนโฟโต้
ฟิล์มเก่าๆสมัยเรียน ถ่ายไว้ทั้งตอนไปเที่ยว ถ่ายส่งอาจารย์ ถ่ายผลงานเก็บไว้
ไม้เกาหลัง แปรงทาสี แว่นตาเก่าๆที่เคยใช้สองอัน นกไม้ที่เคยซื้อไว้เมื่อราวยี่สิบปีก่อน
กล่องสังกะสีใส่ฟิล์มสไลด์ กล่องกระดาษที่ว่างเปล่า สีน้ำพลาสติก
กรอบรูป ของเล่นกระจุกกระจิก ที่เหลาดินสอรูปลูกโลก จระเข้ไขลาน
นามบัตรเก่าๆ ลวดดัดเป็นรูปปลาที่เราทำเอง เทปคาสเซ็ตเพลงที่ฟังสมัยมหาลัย
สมุดเฟรนชิพสมัยมัธยม และของเล็กของน้อยอีกหลายรายการ
แม้จะเสียเวลาแต่เป็นการเสียเวลาที่มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
เหมือนภาพวันเก่าๆในช่วงเวลาที่สิ่งของเหล่านั้นมาอยู่ในมือ
มันผุดขึ้นมาเอง (ยกเว้นบางอย่างที่จำที่มาที่ไปไม่ได้จริงๆ)
ท้ายสุดของที่เราผูกพันบางอย่างก็ทิ้งไม่ลง บางอย่างก็ต้องทิ้ง
บางอย่างแยกเตรียมบริจาคต่อไป
การได้จัดการข้าวของที่มีอยู่ ทั้งเก็บ ทิ้ง บริจาค มันทำให้สบายใจยังไงก็ไม่รู้

** นอกจาก “โตเกียวจินฯ” ที่อ่านอยู่ ตอนนี้อ่านหนังสือ “จะเล่าให้คุณฟัง” ไปด้วย
เป็นการอ่านซ้อนแบบอยากอ่านทั้งสองเล่มไปพร้อมๆกัน
หลังจากกลับบ้านแล้วก็กินอาหารไหว้บรรพบุรุษทั้งหลาย
อาหารฝีมือแม่ อร่อยเหมือนเดิม คอนเฟิร์ม

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

3 กุมภาพันธ์ 2554





** ออกไปตลาดด้วยหลายจุดประสงค์
ทั้งไปธุระและไปเที่ยว ไปเดินเที่ยวงานสารทจีนตรงหน้าวัดเพชร
ได้เสื้อโปโลมาสามตัว ซักเสร็จหดไปสองตัว อีกตัวหดน้อยหน่อย ยังพอใส่ได้
ว่าจะเอาไปคืนก่อนหมดงานสารทจีน แต่คิดไปคิดมา
เอาเสื้อสองตัวให้หลานไปแล้วกัน นอกจากได้แต๊ะเอียแล้วมีแถมเสื้อให้ด้วย
เดินไปเรื่อย แดดร้อนเปรี้ยง ไปหยุดยืนถ่ายรูปม้าหมุนอยู่นานสองนาน
จนได้รูปอย่างที่พอใจนั่นแหละจึงเดินไปตามทางรถไฟ ตรงตลาดร่มหุบ
เพื่อเอารูปที่เคยถ่ายคุณยายขายผลไม้ ไปให้ เลยขอยายถ่ายรูปคู่กับรูปที่เอามาให้
คุณยายไม่รู้จะขอบคุณยังไงก็เลยให้กล้วยไข่มาหวีนึง
บอกยายไม่เป็นไร แค่อยากเอารูปมาให้ แต่ยายก็ยังยืนยันที่จะให้
ท้ายสุดแพ้น้ำใจคุณยายเลยต้องรับไว้
นั่งเรือหางยาวลุงยะกลับบ้าน แกเลิกขับหางยาวไปพักนึง เพิ่งกลับมาขับได้ไม่นาน
เห็นหน้ากันต่างก็ยิ้มเ ป็นที่รู้กันว่าสตาร์ทเรือรอได้เลย
ถึงบ้านไม่วายเดินต่อ เดินถ่ายรูปไปเรื่อยเปื่อยเป็นกิจวัตรปกติ
เอารูปเก่าๆกลับมาเทียบ เห็นเลยว่าอะไรๆมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ
ไม่มากก็น้อย ตรงนั้นหน่อย ตรงนี้นิด

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

4 กุมภาพันธ์ 2554



** วันนี้แดดดี ออกไปเตร็ดเตร่ เร่ร่อน เอ้อระเหย
ได้กินสปาเก็ตตี้หอยเชลล์ รสชาติแบบไทยๆ อร่อยซู๊ดๆไปเลย
หอมโหระพากับเนยที่เข้ากั๊นเข้ากัน คนทำเขาเก่งจริงๆ
เจอน้องหมา หน้าตาเหมือนเจ้าขนุน หมาเคยเลี้ยงที่ส่งต่อให้ข้างบ้าน
เห็นแล้วคิดถึงเจ้าขนุน สงสัยจะเป็นแฝดพี่แฝดน้องที่พลัดพรากจากกันไป
ตอนกลางคืนจบวันด้วยข้าวต้มรวม หลังจากอิ่มไม่นานนัก ก็ง่วงและหลับยาว
(ควรกินอาหารก่อนนอนสี่ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย
พฤติกรรมที่กล่าวมาผู้ปกครองควรให้คำแนะนำ อิอิ)

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

7-15 กุมภาพันธ์ 2554




** จัดการสางงานให้ลุล่วง
ก่อนเริ่มทำงานอย่างจริงจัง ต้องย้อมใจตัวเองด้วยกาแฟรสเข้มก่อน
จะได้พอตะล่อมให้ขยันทำงานได้ต่อเนื่องยาวนาน ได้หลายๆวัน
ไอ้เราก็เป็นประเภท ทำแล้วเที่ยว เที่ยวแล้วกลับมาทำ แก้ไม่หาย
แถมชอบเอามาบ่นซ้ำไปซ้ำมาเรื่อยๆ (ใครอ่านบ่อยๆคงรู้ดี)
พอเห็นควรแก่เวลา ก็เริ่มสเก็ตช์งานของสถาพรบุ๊คส์ต่อ
สเก็ตช์ทั้งเล่ม 32 หน้า เป็นงานเล่มที่สอง จากทั้งหมดสามเล่ม
ต้องใช้พลังงาน สติ และความตั้งใจรวมกันอย่างหนักหน่วง
ในท้ายที่สุดทุกอย่างก็ลุล่วงไปได้ด้วยดี

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

16 กุมภาพันธ์ 2554



** ทำงานเรียลพาเร็นติ้งต่อ
เกือบลืมไปว่ายังเหลืออีกรูปนึงที่ต้องจัดการให้เสร็จเสียที
มัวแต่ชะล่าใจ จนเวลาล่วงเลยไปเป็นสิบวัน
แถมน้องที่กองบรรณาธิการโทรมาตามงานอีก
555 สงสารน้องที่ต้องตามงานกันแบบนี้จริงๆ
ทำไปทำมา เราว่าเราทำงานดิจิต็อลคอลลาจได้น่าพอใจทีเดียว
แต่พอเป็นสีน้ำ เริ่มไม่ค่อยมั่นใจกับมันมากขึ้นเรื่อยๆ
เหมือนต้องกลับไปทดลอง และรู้สึกกับมันในวิธีใหม่ๆแทน
ไม่รู้จะได้เริ่ม และสำเร็จเมื่อไหร่เหมือนกัน

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

18 กุมภาพันธ์ 2554




** งานเรียลพาเร็นติ้งที่ทำไว้เมื่อสองวันก่อน ดันทำผิด พลาดไปประมาณนึง
มิต้องให้ใครมาเร่งเลย รีบแก้อย่างเร่งร้อน จะได้ปิดจ๊อบแวดล้อมให้หมดไป
จะเริ่มลงสีงานสถาพรบุ๊คส์ในเร็ววัน
และแล้ววิทยุ Tivoli ที่เล็งไว้เป็นปี ก็ได้เข้ามาอยู่ในครอบครองของเรา
เห็นว่ามันลดสิบเปอร์เซ็นต์ ไหนๆก็ไหนๆ เลยหยิบตระกร้อมาสอยซะหน่อย
ช่วงบ่ายๆออกไป tcdc ไปดูงาน “สร้างเศรษฐกิจไทยด้วยความคิดสร้างสรรค์”
สาธุ ขอให้หน่วยงานของรัฐสนับสนุนจริงจัง ต่อเนื่องยาวนานด้วยเถิด
คนไทยที่เก่งๆจะได้มีหนทางมากขึ้นกว่าเดิม

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

19 กุมภาพันธ์ 2554




** หมุนไปหมุนมา ต้องทำปกของสถาพร สองปก
ทางสำนักพิมพ์ต้องเอาปกเล่มสองกับเล่มสามไปใช้ก่อน
มิฉะนั้นเล่มแรกที่ทำส่งไปแล้วก็จะยังพิมพ์ไม่ได้

** ซื้อนมจากฮอกไกโดยี่ห้อ “ฮอกไกโด” มากิน อร่อยดี
มีหลายรส ทั้งรสกาแฟ รสชาเขียว รสช็อคโกแลต รสกล้วยหอม
ชิมไปสองรส วันหลังจะไปลองรสอื่นๆให้ครบถ้วน
ตามมาด้วย ลูก “apple lemon” ซื้อมากินด้วยความอยากรู้
ว่ารสชาติจะเป็นยังไง อร่อยมากน้อยขนาดไหน
ตอนแรกนึกว่าจะเหมือนแอปเปิ้ลเขียว มีรสเปรี้ยวหน่อยทำนองนั้น
พอลองกินดู ลงความเห็นแล้ว ได้ความว่า
มันเหมือนแคนตาลูปหอมๆในผลแอปเปิ้ลนั่นเอง หอมหวาน อร่อยใช้ได้เลย

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

20-28 กุมภาพันธ์ 2554





** ลงสีงานสถาพรอย่างขะมักเขม้น ราวกับลิงที่โหนกิ่งไม้น้อยใหญ่ไปมาแสนคึกคัก
(จะเปรียบเทียบให้ได้อะไรขึ้นมาเนี่ย หืม อิอิ)
ช่วงที่โหมงานอย่างต่อเนื่อง ต้องหาช่องว่างให้ตัวเองลอดออกไปสู่โลกภายนอก
ไปหาของอร่อยกิน ให้รางวัลตัวเองด้วยการกินให้อิ่มหนำ
ไปโผล่ตัว และกินอย่างหิวโซที่โออิชิบุฟเฟ่ต์ กินซะเบื่ออาหารญี่ปุ่นไปหลายวัน
กินทุกขนาน ทั้งของคาว ของปิ้งย่าง ทอด ชาบู ของหวาน กาแฟ เค้ก ขนม
ตกลงมีบุญได้กินของอร่อย หรือว่ามีกรรมที่ต้องกินอย่างสุดงกไม่สงสารกระเพาะเลย
วันท้ายๆเกือบเสร็จงาน ไปโผล่ที่จตุจักร
วันนี้เจอตราประทับเก่าๆ ที่แม่ของคนขายสะสมเอาไว้
มีทั้งหน่วยงานราชการ โรงเรียน หรือแม้แต่ตราอะไรก็ไม่รู้ไม่รู้จัก
เห็นว่าเป็นของแปลกเลยรับมาเป็นของตัวเองหนึ่งอัน
ต่อด้วยป้ายเหล็กที่ทหารฝรั่งเขาจะสลักชื่อแซ่เอาติดตัวไปรบด้วย
อะโห ฝรั่งมีแซ่ซะด้วย (กัดตัวเองก็ได้อีก เอาเข้าไป)
เราเลยสลักชื่อ และอาชีพไว้เป็นที่ระลึกหนึ่งอัน ไม่นึกว่าจะเจอของแบบนี้ที่จตุจักร
ถามคนขายว่าเครื่องสลักป้ายเหล็กอย่างที่เห็นตัวเท่าไหร่
คนขายบอกว่า ถ้าจะขาย ก็ขายที่ตัวละสองแสน โหแพงอย่างแรงนิ
หลังจากผลุบๆโผล่ๆเดี๋ยวทำงาน เดี๋ยวแว่บไปเที่ยว
ในท้ายที่สุด วันสุดท้ายของเดือนงานก็เสร็จพร้อมนำส่งสำนักพิมพ์ในวันรุ่งขึ้น

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::




 

Create Date : 02 กุมภาพันธ์ 2554    
Last Update : 3 มีนาคม 2554 21:26:50 น.
Counter : 1051 Pageviews.  

2554 มกราคม

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

1 มกราคม 2554




** วันนี้พ่อแม่ พี่น้อง พี่เขย น้องเขย พี่สะใภ้ และหลานๆมาถึงบ้านกันครบหน้าครบตา
(ขาดไปหนึ่งหน่อ น้องโฟล์ค หลานคนแรกในบรรดาหลานทั้งห้า)
หลานๆจากในรูป ไล่จากซ้ายมาขวา ได้แก่ เฌอ ปอง เตย และ ปัน
มารวมตัวล้อมวงปิ้งย่าง และกินปลาทู หมึก หอยเชลล์ เบคอน เป็ดย่าง และสุกี้
เพื่อวันใหม่ ปีใหม่ อะไรใหม่ๆ และการพูดคุย เฮฮากันอย่างพร้อมหน้า
น้องสาวเราทำเค้กนมสดสตรอเบอร์รี่กับซอฟท์คุ้กกี้มาให้ที่บ้านกิน อร่อยมั่กๆ
แว่วๆว่าเริ่มๆทำขายกับคนรู้จักอยู่ ในอนาคตไม่แน่ อาจได้ทำเป็นอาชีพ (ใครจะรู้)
ทุกคนพร้อมใจซื้อขนมกลับมาบ้านเพื่อการเฉลิมฉลอง
เลยมีช็อคโกแลตที่ซื้อมาชนกันหลายกล่อง (เราเองก็ซื้อช็อคโกแลตมาด้วย)
การกินเป็นไปอย่างเฮฮา มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
ได้อยู่กันพร้อมหน้า ถ่ายรูปบรรยากาศ ภาพหมู่ ภาพเด็กๆวิ่งไปวิ่งมา
หลานๆเล่นลอยกระทง กับวิ่งหนีผีจากพี่ปัน
เจ้าเตยอ้วนจนแก้มยุ้ยอย่างเห็นได้ชัด ฟันหน้าหลออีกต่างหาก
เจ้าปองชอบเอาลูกโป่งบังหน้าตอนถ่ายรูป แถมชอบใช้เสียงแสดงอารมณ์
ส่วนน้องเล็ก น้องเฌอยิ้มตาหยี อารมณ์ดี ไม่งอแง
ปลาทูกับเบคอนอร่อยมาก ส่วนสุกี้เรากินไปนิดหน่อย เพราะมัวแต่ถ่ายรูป
น้องหมา เจ้าหม่ำกับเจ้าเป๊ปซี่ กินกระดูกหมูกับไก่จนเบื่อไปเลย
อากาศดี ฟ้าโปร่ง วันดี วันปีใหม่ กับหัวใจที่แจ่มใส
เราว่าคงเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ที่ดีที่สุดสำหรับทุกคนในครอบครัวแล้วหล่ะ

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

2 มกราคม 2554



** เริ่มทยอยกลับกรุงเทพกันหมด ตอนเย็นๆ บ้านเงียบสงบเหมือนปกติ
จากสิบแปดคน เหลืออยู่แค่สาม เวลาแห่งความสุขผ่านไปไวเช่นนี้แล
เหลือแต่ความรู้สึกดีๆที่ยังลอยเป็นควันจางๆ อวลไปทั่วบ้าน
ก่อนเด็กๆหลานๆจะกลับเราแจกนิทานเป็นของขวัญวันปีใหม่กับวันเด็กที่จะมาถึง
ส่วนเราเข้าสู่โหมด สำนึกผิดและกลับไปเริ่มทำงานอย่างจริงจัง
แต่ก่อนจะเริ่มทำงานก็อู้ อืด เอื่อย ด้วยการเดินถ่ายรูปรอบบ้าน
เจ้าหม่ำตาไปโดนอะไรมาไม่รู้ บวมๆแถมมีเลือดออกด้วย
ข่าวดีสำหรับเรา ตอนกลางคืนทำงานไปได้เยอะเลย
อาการโคม่าจากการทำงานไม่ทัน เริ่มอาการดีขึ้นแล้ว อิอิ

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

3 มกราคม 2554



** ว่าจะเข้ากรุงเทพวันนี้ แต่เห็นว่ารถคงติด คนคงทยอยกลับเข้าเมืองกรุงกันหนาแน่น
อย่ากระนั้นเลย วันนี้ จึงเรื่อยๆ เนิบๆอยู่ที่บ้านนี่แหละ
เหมือนเคย ถ่ายรูปดอกไม้รอบๆบ้านไว้ ฝึกฝีมือในการถ่ายรูปไปด้วย
ตอนบ่ายๆ เลยเรื่อยไปถึงเย็นย่ำ ค่ำ มืด นั่งสเก็ตช์งานต่อ
เห็นงานเป็นชิ้นเป็นอันมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว ชื่นใจจริงๆ

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

7 มกราคม 2554



** ไปรับเช็คค่าทำภาพประกอบปฏิทินของเบทาโกร
แล้วก็รับปฏิทิน สมุดบันทึก และสมุดวางแผนประจำปี อย่างละเล่มมาด้วย
เห็นผลงานแล้วดีใจ เพราะพิมพ์ดี จัดอาร์ตสวย
เป็นผลงานที่เอาไปให้ที่ไหนๆดูได้แบบสบายๆเลย
มีหลายๆคนที่อยากได้ ทั้งที่บ้าน ทั้งในบล็อกนี้
แจ้งให้ทราบตรงนี้เลยแล้วกันว่า เราได้มาชุดเดียวเท่านั้น
แต่ก็ขอน้องที่ทำงานด้วยกันไว้แล้วว่า ถ้าสามารถขอเพิ่มได้ ฝากขอให้ด้วย
อยากทำงานดีๆแบบนี้อีก คนดีๆ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ส่งมาให้หน่อย

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

8 มกราคม 2554



** วันนี้เป็นวันเด็ก ผู้ใหญ่หัวใจเด็กอย่างเราเลยต้องออกไปตะลอนทัวร์ข้างนอก
ไปจตุจักร เพราะอยากได้นิทานดีๆหลายๆเล่ม อยากได้โหลไข่
อยากไปเดินตลาดที่อยู่เยื้องๆตลาด อตก. (ที่เก่าของรถไฟ)
แต่เราดันไปเร็วเกิน ร้านรวงยังตั้งไม่กี่ร้านเอง
รอแล้วรออีก รอจนเกือบทุ่มนึง ร้านก็ยังตั้งไม่เยอะ เลยกลับก่อน
โอกาสหน้าคงได้มาใหม่ สรุปว่าวันนี้ได้นิทานมาเล่มนึง
กับสมุดจดรายเดือนของปี 1971 บางคนเห็นว่าเป็นขยะ
แต่เราเอามาใช้งานได้ จะแสกนเก็บไว้ใช้กับภาพประกอบที่ทำๆอยู่
เดี๋ยวนี้กลายเป็นสะสมกระดาษทั้งเก่า ทั้งใหม่ไปเรื่อยๆ
ยิ่งได้เอามาใช้กับงานเยอะมากเท่าไหร่ ยิ่งสะสมหนักขึ้นเรื่อยๆ
เอาเป็นว่า ใช้งานได้ก็โอเค

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

11 มกราคม 2554



** ดราฟท์งานสเก็ตช์ลายเส้นของสถาพรบุ๊คส์ กว่าจะดราฟท์เสร็จ เมื่อยแขนไปหมด
ใช้เวลาดราฟท์งานเป็นวันๆ พรุ่งนี้ต้องเริ่มลงสีน้ำให้งานคืบหน้าได้แล้ว
ต่อด้วยงานภาพประกอบของบริษัทแห่งหนึ่ง
เป็นงาน pitch หรืองานเสนอแข่งกับบริษัทอื่น ใจจริงไม่ชอบงานลักษณะนี้เลย
แต่บริษัทที่จ้างเรา ให้งานดีๆเรามาทำ เราเลยยินดีทำด้วยความเต็มใจ
ได้โมเด็ลคิวพีในร่างของหนูผีจากการ์ตูนเครื่องคิทาโร่มาหนึ่งตัว
ใจจริงอยากได้คิวพีในร่างของคิทาโร่ ตัวเอกของการ์ตูนเรื่องที่ว่า
แต่มันหมด ไม่เหลือ เหลือแต่ตัวอื่นๆ เลยซื้อเก็บไว้เป็นที่ระลึกเล็กน้อย

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

12 มกราคม 2554




** เริ่มลงสีน้ำงานของสถาพรบุ๊คส์
เป็นการลงสีแบบยาวเหยียดหลายวันติด อย่างน้อยๆก็สิบวันอัพ
เลยต้องตุนอาหารการกินไว้เยอะหน่อย อยากกินอะไรก็ซื้อ
จะได้กินของที่ชอบและอารมณ์ดีก่อนทำงาน (มั้ง)
พยายามปรับเรื่องวิธีลงสี สีที่เลือกใช้ ให้ดูดีขึ้นจากที่เคยๆทำมา
แม้จะไม่มีอะไรใหม่ หรือแทบดูไม่ออกว่ามีพัฒนาการใหม่ๆในงาน
แต่เรารู้ดีทุกขั้นตอน แม้จะเล็กๆน้อยๆ แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ
ที่น่าจะส่งผลดีกับงานของเราในระยะยาวต่อไป

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

13-23 มกราคม 2554




** ทำงานสถาพรต่อแบบยาวววววเหยียดดดดดดด
เร่งมือทำอย่างตั้งใจและใช้สติบอกตัวเอง ให้ใช้เวลาให้เต็มที่
จะได้ไม่เร่งซะจนลืมว่าต้องทำให้งานออกมาสวยที่สุด
ในระหว่างนั้นมีออกไปคลายเครียดที่อื่นบ้าง ไม่งั้นผลงานต้องออกมาแย่แน่ๆ
ตรงดิ่งหาของชอบกิน ถ่ายรูปเล่น แต่ใช้เวลาประมาณนึงแล้วก็รีบกลับมาทำงานต่อ
ได้สีน้ำแบบก้อนติดมาหนึ่งกล่อง ชอบสียี่ห้อนี้ สีสวยดี ยังไม่ได้เอามาลองเลย
ว่างๆแล้วค่อยว่ากันอีกที
ในระหว่างลงสีก็กินชาไปด้วย จะได้สุนทรีย์นิดนึง อิอิ
วันที่23 นั่งรถตู้เข้ากรุงเทพ เจอเพื่อนประถมในรถตู้คนนึง
เจอเพื่อนสมัยมัธยมปลายอีกคน พอมาถึงกรุงเทพ เจอเพื่อนตอนปอโทอีกคน
ขำดี เหมือนวันรวมญาติแบบงงๆ อยู่ดีๆก็เจอเพื่อนสามคนติดๆพร้อมๆกัน

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

25-26 มกราคม 2554



** เมื่อวานวันที่ 24 ไปส่งงานที่สถาพรบุ๊คส์ เรียบร้อยดี ผ่านฉลุย
ด้วยไม่ชินกับแถวนั้น (ลาดปลาเค้า) ทั้งขาไปและขากลับเลยใช้บริการแท็กซี่
ขาไปเจอพี่แท็กซี่คุยเก่งมาก ชวนคุยทุกเรื่อง แถมก่อนคุยยังขึ้นต้นด้วย
ขอโทษนะครับไม่ได้ว่าใคร ไม่ได้เจตนาไม่ดีอะไร (ทั้งๆที่คุยกันเรื่องทั่วไป)
สงสัยว่าต้องเจอลูกค้าจากหลายฝ่าย เวลาพูดอะไรเลยต้องเริ่มประโยคแบบนี้
ส่วนวันที่ 25 กับ 26 นั่งทำงานเรียลพาเร็นติ้งไปสามรูป เป็นงานของเดือนมีนา
เหลือของเดือนเมษาอีกรูป ต้องเร่งทำให้เสร็จ จะได้ไปเริ่มงานของสถาพรเล่มสองต่อ
รวมทั้งงานที่ค้างมาจากปีที่แล้วอีกหนึ่ง (ขออภัยพี่ที่รองานอยู่ด้วยนะคร้าบ อิอิ)

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

28 มกราคม 2554



** ได้หนังสือมือสองของญี่ปุ่นมาหนึ่งเล่ม
แม้จะเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่หนังสือเล่มนี้เป็นผลงานของฝรั่งเค้า
เปิดๆดูสภาพหนังสือใหม่เอี่ยม ถ้าไม่บอกนึกว่าหนังสือมือหนึ่ง
โชคดีที่ได้มาแบบสภาพดีราคาถูก (อย่างน้อยก็ถูกกว่าในร้านหนังสือมือหนึ่ง)
เจอรถขายสติ๊กเกอร์และออมสินปูนปาสเตอร์สีฉูดฉาด
เลยอดที่จะเก็บภาพไว้ไม่ได้ ออมสินแม้จะดูเชย
แต่สำหรับเรา เราว่ามันเป็นข้าวของในยุคของเราและคนที่อายุเยอะกว่าเรา
เพราะมันจัดอยู่ในหมวดข้าวของคลาสสิคไปแล้ว
ทำงานเรียลพาเร็นติ้งต่อ ตอนแรกนึกว่าเหลือแค่รูปเดียว
ปรากฏว่าต้องทำสองรูป สำเร็จไปหนึ่งรูป จะได้เริ่มงานที่ค้างๆอยู่ซะที
จะหมดเดือนอีกแล้ว เวลาของผู้ใหญ่ช่างผ่านไปไวจริงๆ

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

31 มกราคม 2554



** ทำความสะอาดห้องครั้งใหญ่ ปัด กวาด เช็ด ถู ซัก ทาสี
เก็บ จัด ซุก ย้าย ให้ห้องดูรกตาน้อยลง ห้องกว้างขึ้น
ติดโคมพลาสติกต้อนรับตรุษจีน (ซื้อไว้หลายปีแล้ว ใช้ได้ทุกปี)
เวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน กว่าจะเสร็จทุกสิ่งดั่งใจคิด
หมดเวลาไปเจ็ดชั่วโมง ถึงกับเปลี้ย เพลีย อ่อนแรง ไปเลย
หลายสิ่งหลายอย่างโทรมไปตามกาลเวลา
เดี๋ยวว่างๆต้องจัดการข้าวของที่มี คัด แยก ทิ้ง เก็บ บริจาคต่อไป

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::




 

Create Date : 10 มกราคม 2554    
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2554 0:04:33 น.
Counter : 1030 Pageviews.  

2553 ธันวาคม

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

1 ธันวาคม 2553



** ทำงานแบบเรียนภาษาจีนบทที่สองของโรงเรียนจิตรลดาเสร็จเรียบร้อย
กว่าจะเข็นให้ตัวเองทำงานจนสำเร็จก็ยากเข็ญเอาการ
ก็ใจมันไม่ค่อยอยากทำงานแล้ว อยากแต่จะเฉลิมฉลองรื่นเริงบันเทิงใจกันไป
ปีนี้มีโครงการไปเที่ยวเป็นโบนัสพิเศษให้ตัวเองเรียบร้อยแล้ว
นับวันถอยหลังไปสู่การเที่ยวในวันที่สิบ วันรัฐธรรมนูญ
ซื้อรองเท้ายางมาใส่ ซื้อในราคาเซลล์สุดขีดจากหลักพันเหลือหลักร้อย
แต่พอใส่ไปเดินนู่นนี่นั่น รองเท้ามันกัดพอประมาณ แย่จริง
ต้องไปซื้อพลาสเตอร์ยามาแปะ เห็นแก่ของเซลล์แท้ๆเลยเรา
ซื้อพวงกุญแจรูปสัตว์น้อยใหญ่ พอดึงหัวออกจะกลายเป็นปากกา
เตรียมไว้แจกหลานๆ และเด็กๆรอบๆตัวเป็นของขวัญปีใหม่

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

4 ธันวาคม 2553



** วันนี้ไปสั่งข้าวกิน เป็นข้าวราดแกงกับข้าวสองอย่าง
ระหว่างที่กำลังกินอยู่เพลินๆอย่างเอร็ดอร่อย
มีเด็กผู้หญิงอายุประมาณสิบขวบมาขอทาน
ตอนที่เด็กพูด พูดแบบไม่มองแม้แต่หน้าเรา มองขึ้นไปสูงๆ
เราก็ส่ายหน้าเป็นการส่งสัญญาณว่าไม่ให้ (นะ)
คงเป็นเรื่องยากลำบากใจเกินไปสำหรับเด็ก
ที่ต้องออกมาขอเงิน แล้วถูกปฏิเสธบ้าง ได้รับเงินบ้าง
ไม่รู้ว่ายากจนมากน้อยขนาดไหน คงต้องลำบากพอดูหล่ะ
ไม่งั้นคงไม่มาขอทานแบบนี้หรอก ไม่ว่าเด็กจะอยากหรือไม่อยากทำ
แต่ก็คงถูกบังคับและสถานะทางครอบครัวไม่อำนวย
ถ้าเป็นเราหล่ะ ถ้าเราเป็นเด็กคนนี้ เราจะเป็นยังไง ชีวิตมันจะหนักหนายังไง
คิดได้แค่นั้นก็เริ่มเศร้าใจขึ้นมาในทันที
โลกมันก็เป็นอย่างนี้ เราคิดอย่างนั้น มื้อนี้เลยจบลงแบบเศร้า เศร้า

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

5 ธันวาคม 2553



** วันดีของเราชาวไทยวันนี้
ขอให้ในหลวงอันเป็นที่รักของพสกนิกรชาวไทย
ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน

** เข้าไปร่วมอวยพรในหลวงได้ที่เว็บไซต์ //www.9forking.com

** ตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ ตอนตีห้า เพื่อไปงานหมั้น
ไปถึงงานหกโมงครึ่ง ตาเหมือนจะปิดให้ได้ พื้นรองเท้าหลุดอีกแย่จริง
เลยดึงให้หลุดทั้งสองข้างจะได้เดินได้เสมอและสะดวกเหมือนกัน
ไม่รู้จะทำอะไร เลยกินนู่นนั่นโน่นไปหลายอย่าง
ทั้งกาแฟ น้ำกระเจี๊ยบ น้ำตะไคร้ โรตี น้ำเต้าหู้
ไอติม ก๋วยเตี๋ยวปลา กาละแมร์ ขนมไทยทั้งหลาย
ไม่ได้กินพร้อมๆกันหรอกนะ กินทีละนิดละหน่อยจนกลับนั่นแหละ
(มิได้กินต่อๆกันตลอดเวลา ถ้าเป็นอย่างนั้น ท้องแตกกันพอดี)

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

7 ธันวาคม 2553



** ไปคุยงานที่สำนักพิมพ์ สถาพรบุ๊คส์
นั่งแท็กซี่ไป เบื่อแท็กซี่ พยายามจะพาอ้อมไปให้ไกลและช้ากว่าเดิม
ทำไมไม่วิ่งไปตามทางที่ควรจะวิ่ง ดันมาถามว่าถ้าไปทางนี้จะอ้อมไหม
อ้าว แล้วเคยไปไหม ก็เคยไป จะอ้อมทำไม แย่จัง เบื่อแท็กซี่ก็เพราะแบบนี้แหละ
การคุยงานเป็นไปด้วยดีในเวลาอันรวดเร็ว
หลังจากกลับจากเที่ยวจีนต้องรีบสางงานให้คืบหน้าพอควร จะได้เริ่มปีหน้า
ด้วยความสดใสซาบซ่า และการงานที่ค้างจากปีนี้ไม่มากมายนัก
เก็บของเตรียมตัวไปเที่ยวจีน อีกแค่สามวันก็ได้ไปแล้วดีใจจริงๆเลย
ช่วงนี้เป็นช่วงจัดเก็บข้าวของที่เกะกะ รกหูรกตาให้หมดไป
อะไรคัดไปบริจาคได้ก็แยกไว้ อะไรไม่ได้ใช้ก็เตรียมให้คนที่เขาน่าจะใช้ได้

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

10-14 ธันวาคม 2553




** ไปเที่ยวจีนมา ไปเที่ยวเมือง กุ้ยหลิน หยางซั่ว และ หลงเซิ่น
ได้นั่งเครื่องบินทั้งขาไปและขากลับ 4 เที่ยว
เคี้ยวหมากฝรั่งทุกเที่ยวบินก็ยังหูอื้อไปหมด
ฝนตกตั้งแต่เหยียบถึงจีนในเที่ยวบินแรก หลังจากนั้นฝนตกตลอด
โชคยังดี ที่ฝนไม่ตกมากมายอะไร ตกเรื่อยๆ ตกไม่หนัก
พอวันกลับฝนกลับไม่ตก 555 มันอะไรกันนี่
แต่ถึงอย่างนั้นการเที่ยวครั้งนี้ก็ยังสนุกมากมายหลายสิ่งอย่างอยู่ดี
แล้วจะเก็บบรรยากาศไปแปะในกรุ๊ปบล็อก go around อีกที
อย่าลืมมาติดตามอ่านกันได้ในภายหน้า (ไม่รู้ว่าในเร็ววันหรือในช้าวัน)
เนื่องจากงานมารออยู่เพียบ ต้องสางงานให้ลุล่วงเป็นที่พึงพอใจที่สุดก่อน

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

15 ธันวาคม 2553



** ควันหลงจากการไปเที่ยวจีน
เหลือเงินหยวนติดกระเป๋ากลับมา 3.5 หยวน เป็นเงินไทยประมาณ 17.5 บาท
จัดการกับกระเป๋าเดินทาง ข้าวของที่ซื้อติดมือกลับมา
กระจายข้าวของให้กลับไปอยู่ในที่ในทางของมัน
ที่สำคัญคิดถึงอาหารไทยมากกกกกกกกกกกกก
คิดถึงแสงแดด เพราะตอนไปอยู่ที่กุ้ยหลิน ฝนตกตลอด
ที่ไหนจะสุขใจเท่าบ้านเรา จริงไหม

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

17 ธันวาคม 2553



** ไปหาอาหารแซ่บๆกิน สุดท้ายไปลงตัวที่ขนมจีนน้ำเงี้ยว
สมใจอยากกันไป ให้เวลาตัวเองเอ้อระเหยได้แป๊บนึงเพราะต้องทำงาน
มีงานค้างอยู่พอควร แม้ใจจริงจะอยากพักยาวไปจนถึงต้นปีหน้า
แต่คงไม่ดีเป็นแน่แท้ เย็นๆนั่งปั่นงานต่อ

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

19 ธันวาคม 2553



** นั่งเปิดดูบล็อกตัวเองไปเรื่อยๆ นานๆย้อนมาดูก็เพลินดี
อยากจะปรับปรุงบล็อกตัวเอง แต่ก็นึกไม่ออกว่าจะปรับอะไรดี
ปล่อยไว้ก่อนแล้วกัน ส่วนเฟซบุ๊คก็ขี้เกียจเล่นมากๆ
ตอนแรกเฟซบุ๊คก็ติดดี ตอนนี้นานๆเข้าไปเล่นที ก็ดีเหมือนกัน ไม่ติด
จะได้เอาเวลาไปหมดเปลืองกับเรื่องอื่นๆแทน อิอิ

** หนังสือในชุดหนังสือภาพชั้นดีระดับโลก ในโครงการ
“นำหนังสือดีสู่เด็กไทย” ของมูลนิธิซิเมนต์ไทยคลอดออกมาแล้ว
โครงการนี้มีหนังสือคลอดออกมาตั้งแต่ปี 2551 ออกมาปีละ 5 เล่ม
ของปีนี้ประกอบไปด้วยเรื่อง
“คุณยายหมาป่า”, “ในป่าใหญ่” , “คุณตา” , “วันแสนสุข” และ “ปลา ก็คือ ปลา”
เราซื้อสามเล่มหลังมาอ่าน ชอบทุกเล่มเลย สมกับเป็นนิทานที่ได้รับการยอมรับ
อย่างต่อเนื่องยาวนานมาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน และยังคงได้รับการตีพิมพ์อยู่เนืองๆ
เรามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่อง “ปลา ก็คือ ปลา” นิดหน่อย
นิดหน่อยในที่นี้คือ มีส่วนเอี่ยวอยู่สองชั่วโมง อิอิ
หรือจะเรียกว่าไม่มีเอี่ยวก็คงจะได้ ยิ่งเขียนยิ่งงง
เอาเป็นว่า อย่าลืมอุดหนุนไปให้ลูกๆหลานๆอ่านกันเยอะๆ
โครงการดีๆอยากให้อยู่ไปอีกนานเท่านานเลย

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

21-23 ธันวาคม 2553




** สะสางงานเล็กงานน้อยให้เสร็จสิ้นจนเสร็จสรรพ
ทำไปสามรูป พอจะทำรูปสุดท้ายรูปที่สี่ คอมดันเปิดไม่ได้อีก
เอาอีกแล้ว สงสัยจะต้องมีอุปสรรคก่อนเจอความสำเร็จ
งัดคอม เปิดฝาออกมาดู ขยับฮาร์ดแวร์ต่างๆ ลองเปิด ใช้การได้
นึกว่าจะเดี้ยงเสียตังค์อีกรอบ

วันที่ 22 ตื่นขึ้นเพราะเสียงหมาเห่า เห่าดัง และยาวนาน
เลยลงมาดู มันกำลังเห่าตัวเงินตัวทอง
ตัวใหญ่เท่าจระเข้ขนาดย่อมๆเลยทีเดียว
มันมาอยู่ใกล้ๆรั้ว เลยชักภาพเก็บไว้ได้สะดวก
มันพองคอและท้องไว้ขู่หมาของเรา แถมมีเสียงดัง ฟู่ฟู่ ฟ่อฟ่อด้วย

วันที่ 23 น้ำท่วมอีกแล้ว รู้สึกว่าจะเยอะกว่าปีก่อนๆ
มันคงสูงขึ้นเรื่อยๆทุกปีแน่ๆเลย ทำไงดีหล่ะนี่ ได้แต่รำพึงรำพัน
ไปเดินห้าง บรรยากาศแห่งความอยากเสียตังค์ท้ายปี กลับมาอีกรอบ
อะไรที่ยังไม่จำเป็นก็อยากเสียตังค์ บรรยากาศมันพาไปจริงๆ อิอิ

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

25 ธันวาคม 2553



** วันนี้วันคริสต์มาส แม้ไม่ได้เฉลิมฉลองอะไรอย่างฝรั่งเขา
แต่เราก็ได้ออกเดินทางไปเที่ยว จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ตั้งแต่เช้าตรู่
มีคนมาเที่ยวเยอะพอควร ปีนี้เปิดให้เข้าชมแค่ยี่สิบสามวัน
ตั้งแต่วันที่ 18 ธันวา 2553 - 9 มกรา 2554 ค่าเข้าท่านละ 80 บาท
มีโซนให้เดินเที่ยวถ่ายรูปและสูดโอโซนด้วยกันสี่โซน
โซนแรกเป็นโซนทุ่งปอเทืองและสวนลอยฟ้า
โซนสองเป็นโซนทุ่งทานตะวันและลานฟักทอง
โซนสามเป็นโซนหมู่บ้านอีสานและหมู่บ้านศิลปิน
โซนสี่เป็นโซนสวนดอกไม้และตลาด จิม ทอมป์สัน
เราชอบโซนหมู่บ้านอีสานสุด เพราะมีบ้านไม้ใต้ถุนสูงทรงสวยๆ
ให้ดูชมหลายเรือน นอกจากต้นไม้ที่สวยงาม การถ่ายรูปที่หนุกหนานแล้ว
เราชอบห้องน้ำในทุกจุดมากที่สุด เป็นห้องน้ำปูนเปลือยผสมไม้
เรียบง่ายแต่สวยงามน่าเอาไอเดียไปทำห้องน้ำบ้าง
สนใจแวะไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
//www.jimthompsonfarm.com

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

28 ธันวาคม 2553



** ทำงานแบบเรื่อยเปื่อย เดี๋ยวต้องเร่งมือแล้ว
ใกล้กำหนดส่งสเก็ตช์ทั้งเล่มใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
ออกไปนู่นนี่นั่น เจอน้องหมาน่ารักดี เป็นหมาพุดเดิล ตัดขนอย่างดี
เห็นแล้วอยากได้แบบนี้มาเลี้ยงบ้าง
เอาเข้าจริงก็ไม่มีเวลาดูแลมันอยู่ดี สงสารมัน
ได้แต่เอ็นดูหมาของคนอื่นไปเรื่อย
สิ้นปีปีนี้อะไรๆดูเงียบๆ เหงาๆ ไม่ค่อยคึกคักเท่าไหร่ (สำหรับเรา)
คงต้องออกไปทำให้ตัวเองสดชื่นซะหน่อย
ปีนี้นับว่าดวงเป็นไปในทางที่ดี (มากพอควร)
ปีหน้าค่อยไปว่ากันใหม่ สุขสันต์ปีใหม่กันนะคร้าบ
หวังอะไรก็ขอให้สมดังหวังบ้าง ได้เป็นบางเรื่องบางข้อ ก็นับว่าโอเคแล๊วววว

** น้องหมาพุดเดิ้ล "น้ำหวาน" ตายไปอย่างสงบในวันนี้
ตอนนี้น้องหมาที่บ้านเหลือสองตัว ตัวนึงก็แก่มาก อีกตัวยังวัยรุ่นอยู่
อะไรๆก็เป็นเช่นนี้ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป
สิ่งเหล่านี้เตือนเราให้อยู่อย่างไม่ประมาท (แม้จะระลึกถึงมันไม่บ่อยก็ตาม)

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

30-31 ธันวาคม 2553



** วันก่อนวันสุดท้ายของปี ไปรับหนังสือโมเอะเช่นเคย
ก็ว่าจะทำงาน แต่ท้ายที่สุด เราก็ปล่อยให้ตัวเองได้ตามใจตัวเอง
ไปเที่ยวเล่น (ซึ่งก็ทำเป็นปกติอยู่แล้ว อิอิ)
ไม่รู้ว่าคนอื่นรู้สึกยังไงกับช่วงจะปีใหม่ แต่เราไม่เป็นอันทำงานทำการเลย
อยากจะเสียตังค์ อยากจะไหลไปกับบรรยากาศแบบเรื่อยเปื่อย
ตามใจตัวเองเต็มที่ ก่อนจะต้องไปเร่งงานกันตั้งแต่วันแรกๆของปีหน้า
นั่งนึกย้อนเรื่องราวทั้งปี ปีนี้เป็นปีเกิด ถือว่าการงานดีมาก
ได้งานดีๆ (เงินดีมาก) พี่ที่รู้จักส่งงานมาให้ ขอบคุณทุกสิ่งอย่าง
ที่ทำให้เราได้รับงานดีๆในปีนี้

** วันสุดท้ายของปี กลับบ้านแม่กลอง
เพื่อไปเฉลิมฉลองล้อมวงกินอาหารปิ้งย่าง และอื่นๆให้พร้อมหน้าพร้อมตา
คืนวันสุดท้ายของปี นั่งวัดและตัดกระดาษเพื่อสเก็ตช์งานนิทานให้แล้วเสร็จ
แค่วัดและตัดกระดาษอย่างเดียวก็แย่แล้ว หมดไปสามชั่วโมง
ตัดกระดาษเสร็จก็เลยวันสุดท้ายของปีไปสู่วันใหม่ของปี 2554 แล้ว
ได้ยินเสียงพลุตอนข้ามปี รู้สึกจิตใจสงบนิ่ง ไม่ฟุ้งซ่าน
พรุ่งนี้วันใหม่คงอิ่มน่าดู แค่วันนี้กลับมา กินของหวาน เค้ก ช็อคโกแลต
ไปแล้วล่วงหน้าแบบไม่ยั้ง ตามใจตัวเองเรื่องกินอีกแล้ว เหอๆๆๆ
สรุปว่าตามใจตัวเองทุกเรื่อง
ปีหน้าฟ้าใหม่ ขอให้สดใส ใจสว่าง กายแข็งแรง
มีทุกสิ่งอย่างที่ปรารถนา และได้มาด้วยความตั้งใจ ขยัน และอดทน
พอดี พอใจ พอเพียง เพี้ยง :-)

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::




 

Create Date : 09 ธันวาคม 2553    
Last Update : 17 ธันวาคม 2554 13:37:53 น.
Counter : 683 Pageviews.  

2553 พฤศจิกายน

------------------------------------------------------------------------------------------

3 พฤศจิกายน 2553




** มีงานรออยู่ แต่ขี้เกียจอีกแล้ว เป็นวัฒนธรรมปนสันดอนส่วนตัวไปแล้ว
ตอนนี้ใจมันเตลิดไปกับการถ่ายรูป ถ่ายด้วย ipod กำลังเห่อสุดๆ
จะไม่เห่อขนาดนี้หรอก ถ้ามันทำได้แค่ดูหนังฟังเพลงเล่นเน็ต แล้วจบ
แต่มันถ่ายรูปได้ แถมไปโหลด app (application) เกี่ยวกับกล้อง
เกี่ยวกับการถ่ายภาพแบบต่างๆมาใช้ ที่ชอบมากๆ คือถ่ายแล้วออกมา
เหมือนกล้องโลโม่ก็มี เหมือนแบบโพราลอยด์ก็มี
มีหมดเลย ทั้งแบบพาโนราม่า แบบตาปลา แบบสี่เลนส์ สะใจ
ถ่ายรูปทุกอย่างที่คิดว่าน่าจะสวยอย่างเมาส์มันส์
แถมแบบโพลารอยด์ยังทำเก๋ด้วยการคงอารมณ์แบบดั้งเดิมไว้ คือ
พอถ่ายเสร็จ ต้องรอให้ภาพค่อยๆขึ้นมาแบบฟิล์มจริง สนุกซู๊ดๆไปเลย
ที่ว่ามาทั้งหมดเป็น app ที่โหลดฟรี 555 ยิ่งสะใจคนสุดงกอย่างเราเข้าไปอีก
แต่ความละเอียดรูปมันก็ได้แค่ประมาณ 100-150 kb ต่อรูปเท่านั้นเอง
ยกเว้นถ่ายแบบโพราลอยด์ความละเอียดจะอยู่ที่ประมาณ 500 kb ต่อรูป
สำหรับคนที่ชอบฟิล์มจริง ถ่ายจริง ไม่รู้ว่าจะคิดยังไงกับ app นี้

------------------------------------------------------------------------------------------

4 พฤศจิกายน 2553



** โพราลอยด์ฟีเวอร์อย่างต่อเนื่อง
ความเห่อยังคงสถิตอยู่ ไม่รู้ว่าจะหายเห่อเมื่อไหร่
ตอนนี้ก็เลยเดินไปทางนั้นที ทางโน้นที สอดส่ายสายตาถ่ายโพราลอยด์
เก็บภาพอย่างสนุกสนาน มันดีก็ตรงที่ไม่ต้องใช้ฟิล์มจริงนี่แหละ
แถม ณ ปัจจุบันนี้ ฟิล์มโพราลอยด์เขาก็เลิกผลิตไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ราคาฟิล์มสำหรับโพราลอยด์ก็เลยยิ่งแพงขึ้นไปอีก
จะเหลือก็แต่โพราลอยด์แบบ instax ของฟูจิที่ยังผลิตอยู่
เท่าที่อ่านๆในเน็ตคนรักโพราลอยด์เขาทำเว็บไซต์ในการอนุรักษ์โพราลอยด์กันเลย
สู้ต่อไปโพราลอยด์

------------------------------------------------------------------------------------------

5 พฤศจิกายน 2553



** กินแต่ก๋วยเตี๋ยว ก๋วยเตี๋ยวเยอะแยะไปหมด
ทั้งก๋วยเตี๋ยวหมู ก๋วยเตี๋ยวรวมมิตร ก๋วยเตี๋ยวเรือ เกาเหลา
ชอบพวงเครื่องปรุง ถ่ายรูปออกมาแล้วสีสวยมากๆ
เคยได้ยินว่าแม้แต่ก๋วยเตี๋ยวเมืองจีนยังอร่อยสู้ก๋วยเตี๋ยวบ้านเราไม่ได้
บ้านเราเป็นพวกลิ้นรับรสดี ดูจากเครื่องปรุง หรือเวลาปรุงก๋วยเตี๋ยวสิ
ครบเครื่องทุกรส เค็ม หวาน เปรี้ยว เผ็ด
บ้านเรา เมืองเรา คงเป็นครัวของโลกจริงๆ

------------------------------------------------------------------------------------------

7 พฤศจิกายน 2553



** ไปเที่ยวตลาดดอนหวาย นครปฐม
โชคดีน้ำเกือบๆท่วม น้ำเยอะกว่าปรกติ เลยได้เที่ยวแบบไม่ทุลักทุเลมาก
ทริปนี้นั่งล่องเรือ ชมวิว กินกิน ถ่ายรูป เม้าท์ระเบิด
กินไวน์(เพื่อนเอามาด้วยหนึ่งขวด)
สนุกสนานเป็นยิ่งนัก เพื่อนบางคนไม่ได้เจอหน้ากันมาน่าจะห้าปี
บางคนเจอกันเป็นระยะ แม้อากาศจะมัวๆ ไม่มีแดด
แต่การถ่ายรูปก็ดำเนินไปอย่างคึกคักมากกก
แถมยังได้นิทานเล่มโตที่ฝากเพื่อนซื้อจากเมืองนอก
นึกว่าเล่มเล็กๆ ปรากฏว่าเล่มขนาด a3 ถึงว่าทำไมแพงนัก

------------------------------------------------------------------------------------------

9 พฤศจิกายน 2553



** ตื่นขึ้นมารับโทรศัพท์แปลกๆตอนสาย
เราก็ดันพูดคุยโต้ตอบไปเรื่อย ไม่ได้นึกว่ากำลังโดนหลอกอยู่
ยังดีที่ไม่ได้บอกเลขบัตรประชาชนกับเลขบัญชีธนาคารไป
สองหนก่อนเราตัดสายทิ้งเลย เพราะรู้ว่ามาแนวหลอกต้มตุ๋นแน่นอน
แต่แปลกคราวนี้เราคุยด้วยจนจบกระบวนการหลอกลวง
เหลือแค่ขั้นตอนที่เราต้องไปเบิกตังค์ออกจากบัญชี
แต่ยังดีที่เรายังมีบุญอยู่บ้างเลยมีสติไม่ได้เบิกเงินออกมา
คิดทวนไปทวนมา โดนหลอกนี่หว่า
ได้แต่คิดว่าสงสัยจะเพิ่งตื่นนอน ไม่พร้อมกับการจะนึกว่าโดนหลอกอยู่
เย็นวันนี้พอเราโดนหลอก ก็มีข่าวว่าแก็งค์ที่ต้มตุ๋นในลักษณะนี้โดนจับ
เป็นแก็งค์จากไต้หวัน โดยอาศัยคนไทยเป็นคนโทรมาหลอกอีกที
เย็นนี้เลยฉลองความปวดเศียรเวียนเกล้าในยามสาย
ด้วยการเล่นเฟซบุ๊คอย่างเมามันส์เป็นเวลาหลายชั่วโมง

------------------------------------------------------------------------------------------

10 พฤศจิกายน 2553




** ออกไปตลาด เพื่อไปตัดผม โดยมากเราจะตัดผมเดือนละครั้ง
ร้านที่ตัดประจำกำลังย้ายร้านไปอยู่ทำเลใหม่
สมัยยังละอ่อน การหาร้านตัดผมที่ตัดผมได้ถูกใจ ช่างลำบากลำบน
เป็นเวลาทดสอบหาร้านที่ถูกใจไปเรื่อย สุดท้ายก็ได้ร้านนี้นี่แหละ
ที่ตัดผมเสร็จแล้วไม่รู้สึกว่าหน้าตาเราเด๋อๆด๋าๆจากทรงผมที่เราเลือกเอง
ก่อนและหลังตัดผม เดินเล่นไปรอบๆเพื่อถ่ายรูปเล่นเป็นที่เพลิดเพลิน
ไปตรงตลาดร่มหุบ ไปวัดเพชร (วัดเพชรสมุทรวรวิหาร)
พอได้เวลาก็กลับบ้าน ไปตัดขนน้ำหวาน ขนยาวได้ที่
แต่ตัดไม่เยอะมาก ตัดออกประมาณนึง เพราะช่วงนี้อากาศเดี๋ยวเย็นเดี๋ยวร้อน
เอาแน่เอานอนไม่ได้ เลยตัดขนเผื่อไว้สำหรับวันที่หนาวๆด้วย
หลานเตยมาบ้าน ได้เล่นกันราวๆชั่วโมงนึง
วิ่งไปวิ่งมา เจ้าเตยเล่นเป็นเกษตรกร ผลิตปุ๋ย หาปลา หาหอยในอ่างบัว
ขุดดิน พรวนดิน แถมยังเจอเต่าตัวนึงในบ่อน้ำข้างบ้าน
สุดท้ายก็เหมือนเดิมเปิดศึกเขวี้ยงฝักต้นคูนใส่กัน
วิ่งหนีกันไปมาอย่างสนุกสนาน พร้อมกับการเก็บภาพยามเย็นไปด้วย

------------------------------------------------------------------------------------------

11 พฤศจิกายน 2553




ไปตลาดอีกวัน วันนี้ตั้งใจจะเดินถ่ายรูปรอบๆแม่กลองแบบสบายๆ
เริ่มต้นด้วยการไปไหว้พระในวัดเพชร หรือวัดบ้านแหลมที่เรียกกันติดปาก
เหมือนทุกครั้ง หลังอธิษฐานไหว้พระให้เกิดสิ่งดีๆกับเรา ครอบครัวและโลกแล้ว
(ฟังดูเป็นคนดีที่เดียว) ก็เดินปิดทอง แล้วเก็เสี่ยงเซียมซี
วันนี้ได้เลขหก อ่านดูแล้วดีไปหมดทุกสิ่งอย่าง
รู้สึกดีทีเดียว แม้ว่า ชีวิตจริงอาจจะไม่สามารถตรงกับคำทำนายทายทัก
แต่ก็ถือว่าได้อ่านว่าชีวิตจะดีก็นับว่าดีแก่ตัวเราไปก็แล้วกัน
จากนั้นก็เดินออกมาตรงลานวัด เห็นรถกระบะคันนึงจอดอยู่
มีน้องหมาถูกผูกไว้ที่กระบะหลังสองตัว เลยเข้าไปทำความคุ้นเคย แล้วก็ถ่ายรูปไว้
ซักพักเจ้าของหมาก็เดินมาคุยด้วย เลยได้ความว่า ชื่อน้ำหวานกะน้ำตาล
เลี้ยงน้ำหวานไว้ก่อน เอามาเลี้ยงเพราะโดนรถชนมา สะบักสบอมมาก
แต่ตอนนี้สภาพดูไม่ออกว่าเคยโดนรถชน ส่วนน้ำตาลเจ้าของอุ้มมาขาย
ผอมโกรก แถมเจ้าของเวลากินเหล้าก็ชอบเอาเหล้าให้เจ้าน้ำหวานกิน
พอสองตัวนี้มาเจอกัน มันก็ดูแลกันเหมือนพี่น้อง (เป็นตัวเมียทั้งคู่)
เวลาเห็นอะไรท่าทางไม่น่าไว้ใจ หรือมีหมาเดินผ่านบ้าน
เจ้าน้ำตาล (ที่เห็นในรูป) จะรีบงับหูเจ้าน้ำหวานแล้วลากเข้าบ้าน
ทำให้เรานึกถึงข่าว ข่าวนึงเมื่อหลายปีก่อน ประเทศอะไรจำไม่ได้แล้ว
เป็นปลาทองในตู้มีหลายตัว มีปลาทองตัวนึงมันป่วย ว่ายขึ้นมากินอาหารเม็ดเองไม่ค่อยได้
เจ้าเพื่อนปลาทองในตู้ตัวนึง มันก็จะคอยดันเจ้าปลาทองป่วยตัวนี้ให้ขึ้นไปกินอาหาร
ทั้งเรื่องหมาและปลาทองเป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจมากๆสำหรับวันนี้
เดินไปทางตลาดร่มหุบ คุณยายที่ขายผลไม้อยู่เรียกให้ช่วยซื้อผลไม้
เราเลยอุดหนุนกล้วยหอมมาหวีนึง คุณยายเล่าว่าไม่นานนี้มีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น
มาเที่ยวและถ่ายรูปยายไว้ ไม่นานนักในวันเดียวกันนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นก็กลับมา
พร้อมกับเอารูปที่ถ่ายยายมาให้ ได้ความว่าไปอัดรูปจากร้านแถวๆนี้มาให้ยาย
ช่างใส่ใจ และคิดถึงใจคนอื่นจริงๆ ประทับใจอีกเรื่องนึงแล้ว
ตกเย็นกลับมาทำงานต่อวาดลายเส้น และสแกนเสร็จสรรพ
แต่จู่ๆคอมก็ดับเดี้ยงไปเฉยๆ เปิดเท่าไหร่ก็เปิดไม่ขึ้น
จนเราแน่ใจว่าเจ๊ง เลยไม่พยายามเปิดมันต่อ ไม่เป็นไรพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน

------------------------------------------------------------------------------------------

12 พฤศจิกายน 2553




** ยกคอมไปซ่อมที่ทวีกิจ เสียตังค์ไปอีกสามพันเจ็ด เซ็งสุดๆ
เปลี่ยนเมนบอร์ดกับแรม
ตอนแรกแค่ตั้งใจให้ร้านฟอร์แม็ทเครื่องและลงโปรแกรมให้ใหม่
ที่ร้านบอกสองชั่วโมงก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว
ก็เลยไปเดินเที่ยวรอบๆแม่กลอง ถ่ายรูป กิน เที่ยวหนุกหนานมากๆ
เดินไปศุลกากรตรงริมน้ำ มีน้องหมามายืนเคียงเรา ชิดมากๆ
ยืนห่างกันสองเซนติเมตร ด้วยความเอ็นดูมันในใจ เลยยกไอติมที่กินค้างอยู่
ให้มันกิน ดูมันดีอกดีใจมากๆ แต่ตอนเราจะเดินออกมาเพื่อไปทางอื่น
มันมองตาละห้อยเลย ความผูกพันเล็กๆสงผลต่อความรู้สึกได้เหมือนกัน
เดินจากมาด้วยความรู้สึกว่าอยากเอามันกลับมาเลี้ยงที่บ้านจริงๆ ผูกพันกันไปเรียบร้อย
คิดในใจว่า วันหลังจะเดินไปหามัน แล้วเอาขนมไปให้มันกินใหม่
จนถึงตอนนี้คอมก็ยังไม่ได้ ไม่เสร็จ ต้องเปลี่ยนฮาร์ดแวร์บางตัว
ประกอบกับเดินไปทั่วจนไม่รู้จะเดินยังไงตรงไหนแล้ว
เลยเริ่มเซ็ง ต้องจัดการเซ็ง
ที่นึกออกคือหาอะไรกิน เลยไปกินน้ำตกร้านที่เดินผ่านบ่อยๆแต่ยังไม่เคยชิม
อิ่ม อร่อยดีแล้วก็ได้เวลาเดินกลับไปที่ร้าน
สุดท้ายต้องทิ้งคอมไว้บวกกับจ่ายมัดจำเอาไว้ก่อน แล้วค่อยมารับวันหลัง
กลับบ้านมาอาบน้ำ และโรยแป้งไล่หมัดให้น้ำหวาน กวาดและถูห้อง
อดดูพิธีเปิดเอเชี่ยนเกมส์ที่กวางโจว ประเทศจีน เซ็งอีกรอบ

------------------------------------------------------------------------------------------

13 พฤศจิกายน 2553



** จัดการงานที่ค้างอยู่ จนสำเร็จเสร็จสิ้นจนได้ หลังจากมีอุปสรรคหลายประการเกิดขึ้น
ช่วงดึกๆไปหาเพลงจากหนัง eat pray love ฟัง
หาไปหามาดันไปเจอเพลงของ Jason mraz
เลยโหลดเพลง Jason mraz มาฟัง เพราะจัง เพราะจริง ฟังแล้วคุ้นหูมาก
เพลงมันคงดังมานานพอดู เราถึงได้คุ้นๆหูทีเดียวเชียว

------------------------------------------------------------------------------------------

15 พฤศจิกายน 2553



** อ่านอีท เพรย์เลิฟ ชอบตรงที่บอกว่า
“เบล ฟาร์ นีเอนเต” (ภาษาอิตาลี) หมายถึง “ความงามของการอยู่ว่าง”
ความงามของการอยู่ว่าง เป็นเป้าหมายของการงานทั้งปวง
ความสำเร็จสุดท้ายที่คุณต้องเฉลิมฉลองให้มากที่สุด
ยิ่งการอยู่ว่างของคุณประณีตและน่ายินดีเพียงใด
ก็เท่ากับชีวิตคุณประสบความสำเร็จมากเท่านั้น
ที่ชอบเพราะมันดูเป็นตัวเรามากๆ
ไม่ใช่ว่าจะไม่ทำมาหากินหรืออยู่ไปวันๆแต่อย่างใด
เพียงแค่ทำงานตามปกติ แต่เมื่อมีเวลาว่างหลังจากเสร็จงาน
ก็ควรจะใช้เวลาเหล่านั้นทำให้เรามีความสุข สำราญใจให้มากๆ
คงจะตรงกับอุดมคติในใจเรา เลยชอบประโยคนี้ของอิตาลีเขา

------------------------------------------------------------------------------------------

21 พฤศจิกายน 2553





** มีเรื่องอยากบ่นอยากตำหนิคนอยู่หลายเรื่อง
เรื่องเกี่ยวกับความไร้ความคิด ไร้มารยาทของคนที่เราไม่รู้จัก
แต่สื่อสารมาถึงเราในรูปแบบที่ไม่คิดว่าจะเจอ
พิมพ์เรื่องราวทิ้งไว้ในเวิร์ดเรียบร้อยแล้ว
แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจว่าไม่ลงดีกว่า ไม่ใช่เรื่องที่ดีที่ต้องเอามาเผยแพร่
และเป็นเรื่องส่วนตัวเกินกว่าที่จะต้องประจานกัน

** วันนี้เป็นวันดี วันลอยกระทง
แม้จะไม่ได้ลอยกระทงมานาน แต่บรรยากาศก็ชวนให้รื่นเริงพอควร
ลองนึกย้อนไปว่าเราเลิกลอยกระทงไปตั้งแต่เมื่อไหร่
ได้ความว่าเลิกไปเมื่อตอนเรียนมัธยมปลายนู่นเลย
บางครั้งก็ไปกินบรรยากาศกับคนอื่น กับหลานๆที่บ้านแทน
ตอนเย็นๆนั่งสเก็ตช์งานเสนอสำนักพิมพ์
ยังไม่ได้เสนอราคาเลย แต่สเก็ตช์ให้ดูซะแล้ว
จริงๆตามขั้นตอนควรเสนอราคาให้ผ่านก่อน แล้วสเก็ตช์ให้ดู
แต่ไม่เป็นไร อะไรๆก็มีข้อยกเว้นได้เสมอ

------------------------------------------------------------------------------------------

24 พฤศจิกายน 2553



** ไปดูแฮร์รี่ พอตเตอร์มา สนุกพอประมาณ ภาคเจ็ดตอนที่หนึ่งแล้ว
หนังสือสนุกว่าเยอะ แต่ก็อดตามมาดูหนังไม่ได้ทุกที
ซื้อหนังสือ “Urbanista guide to town” มาอ่าน
อ่านแล้วอยากเที่ยวหลายๆที่ตามที่หนังสือแนะนำไว้
เล็งไว้แล้วว่าจะไปที่ไหนบ้าง บางทีการอยู่ในเมือง
ก็ไม่ได้หมายความว่าเรารู้จักเมืองที่เราอยู่ดีพอ
ฉะนั้น อะไรที่คนอื่นไปซอกแซกหามาให้ก็น่าสนใจไม่ใช่น้อย

------------------------------------------------------------------------------------------

27 พฤศจิกายน 2553



** บางทีการอยู่เฉยๆ นั่งนิ่งๆ รออะไรบางอย่าง
ทำให้เราได้มีเวลามากพอที่จะนึก คิด ไตร่ตรองในบางเรื่อง
ปล่อยสมองไปเรื่อยเปื่อย คิดฟุ้งไปต่างๆนานา
เวลาเหลือมากพอ พอที่จะกินกาแฟ ไอติม และเผือกทอดหนึ่งถุง
555 เหมือนจะสุนทรีย์ สุดท้ายก็ไปจบที่เรื่องกินจนได้
สองชั่วโมงผ่านไป การรอคอยก็ผ่านไปเช่นกัน

------------------------------------------------------------------------------------------

29 พฤศจิกายน 2553



ทำงาน ทำงาน ทำงาน ทำงาน อย่างเร่งด่วน
ตอนมีเวลาก็ไม่ทำ พอเวลาน้อยๆก็เริ่มจะไฟลนก้น
เคยอยากจะแก้นิสัยแบบนี้ให้หมดไป
แต่สุดท้ายก็ยอมรับโดยดีว่านี่แหละเรา ถ้าทำอย่างอื่นก็คงไม่ใช่เรา
เรียกง่ายๆว่ายอมแพ้ไปโดยปริยาย นับได้ว่าแม้จะทำงานเชื่องช้า
แต่ท้ายที่สุดพอเครื่องติด งานก็เดินหน้าแบบเรือด่วนเลยทีเดียว
เพ้อเจ้อจริงเลยเรา 5555

------------------------------------------------------------------------------------------




 

Create Date : 04 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 17 ธันวาคม 2554 13:38:23 น.
Counter : 791 Pageviews.  

2553 ตุลาคม

------------------------------------------------------------------------------------------

1-5 ตุลาคม 2553





** ปฏิทินนกรอบแรกก่อนให้ลูกค้าดูเสร็จสิ้นไปแล้ว
รอแก้ไขและคอมเม็นท์กลับจากลูกค้า แล้วแก้ไขอีกรอบ
ส่วนงานปฏิทินแนวตัดปะใกล้เวลาส่งงานแล้วเช่นกัน
ช่วงนี้ทำแต่งานๆๆๆๆๆๆ เหนื่อย แต่ก็หนุก เวลางานเดินหน้าไป
แถมเป็นชิ้นเป็นอันทุกวัน บางวันก็ทุกครึ่งวัน
เลยหนุกหนานแบบมึนๆนิดนึง ก็เพราะนอนน้อย กินกาแฟเยอะ
ยิ่งงานเยอะ เด็ดไลน์ใกล้เข้ามา ยิ่งซัดกาแฟเข้าไปหลายถ้วยต่อวัน
แล้วงานในรอบแรกรวมทั้งแก้ไขปรับบางรูปก็เสร็จสิ้นในวันที่ห้า
แถมในระหว่างนั้นยังมีเวลาทำงานให้กับเรียลพาเร็นติ้งได้อีก
ความสมดุลในชีวิตช่างไม่มีจริงๆ
บางช่วงก็ว่างซะจนอ่านหนังสือจบไปได้หลายเล่ม
บางช่วงอยากอ่านหนังสืออยากเล่นเน็ตก็ไม่มีเวลาเอาซะเลย

------------------------------------------------------------------------------------------

6 ตุลาคม 2553



** เมื่องานใหญ่ๆสองงานใกล้เคียงเสร็จสิ้นในเร็ววัน
ได้เวลาเคลียร์งานย่อยๆที่ค้างอยู่บนหน้าตัก
รีบจัดการด้วยความเกรงใจ เพราะขอเลื่อนงานมาแล้วสองหน
ทั้งสเก็ตช์และทำสีจริงให้ลุล่วง ชอบตอนสเก็ตช์เป็นลายเส้น
ดูไหลลื่นและทำได้รวดเร็วกว่าที่คิด โชคดีไป
ในบางโอกาสวาดไม่ออก มือฝืดอย่างแรง วาดยังไงก็ไม่เวิร์ค
ต้องหนีไปทำอย่างอื่นแล้วกลับมาทำใหม่
บางเวลาไหลลื่น อะไรๆก็ง่ายและผ่านฉลุย

------------------------------------------------------------------------------------------

7 ตุลาคม 2553




** ตื่นตั้งแต่แปดโมงครึ่ง นับว่าเช้ามากสำหรับคนนอนดึกอย่างเรา
ต้องไปนั่งแก้งานที่ออฟฟิศลูกค้า งานปฏิทินปะติดแปะนั่นเอง
หลังจากจัดการแก้ไขงานเสร็จ ได้โอกาส ออกเที่ยวให้หนำใจ
ไปเดินเซ็นทรัลเวิล์ดซึ่งเปิดบางส่วนได้แล้วอย่างเป็นทางการ
ชะตาช่างเล่นตลก หนังสือที่อยากได้เพื่อเอามาใช้กับงานปฏิทิน
ที่เพิ่งไปนั่งแก้มา ซึ่งเราเล็งไว้ก่อนเริ่มงาน แต่พอเริ่มงานจะไปซื้อมันก็ดันหมด
พองานนี้สำเร็จเสร็จสรรพ เราก็เจอกับหนังสือเล่มนี้อีกครั้ง
ไม่เป็นไร ซื้อเก็บไว้ ยังไงก็ได้ใช้กับงานอื่นๆอีกแน่นอน
แล้วก็เดินไปพาราก็อน กำลังมีเทศกาลการ์ตูนญี่ปุ่นพอดี
แต่ไม่ค่อยมีการ์ตูนที่เราโปรดปรานเท่าไหร่ โชคดีไปไม่ต้องเสียตังค์

** กลางคืนกลับมานั่งวาดสีน้ำให้เรียลพาเร็นติ้งต่อ
งานที่มีทำเสร็จเกือบหมดแล้ว ไชโย จะได้ไปเริ่มงานใหม่ๆต่อในเร็ววัน

------------------------------------------------------------------------------------------

8 ตุลาคม 2553



** ออกไปคุยเรื่องแก้ไขงานปฏิทินนก รวมทั้งเรื่องงานโครงการใหม่ๆด้วย
ก่อนไปกังวลมาก ไม่ใช่เรื่องงาน แต่เป็นเรื่องการเดินทาง
เพราะเราหลงทาง หลงทิศบ่อยๆ เวลาจะไปที่ๆไม่ค่อยคุ้นเคย
ต้องดูแผนที่ให้ขึ้นใจ กันพลาด ถ้าหลงไปนอกทิศก็เสียเวลาอีก
เนื้องานที่ต้องแก้ไม่มีอะไรหนักหนา แต่รู้สึกง่วงและเหนื่อยอย่างรุนแรง
ว่าจะเดินเที่ยวห้างแถวนั้นต่อ แต่หมดสภาพ ร่างกายส่งสัญญาณเตือน
ให้กลับไปนอนหลับพักผ่อนได้แล้ว
เลยกลับ แต่พอกลับมา เห็นข้าวของที่กระจายเกลื่อน เพราะไม่มีเวลา
เลยจัดการข้าวของให้เข้าที่เข้าทาง ในระหว่างนั้น
น้องที่ดูแลงานปฎิทินอีกงานก็โทรมาให้ช่วยแก้งานนิดนึง
สรุปเลยไม่ได้นอน แต่ได้นั่งนิ่งๆ อัพบล็อก ค่อยยังชั่วหน่อย
แต่เดี๋ยวต้องเริ่มแก้งานที่ไปคุยมาวันนี้แล้ว

------------------------------------------------------------------------------------------

9-10 ตุลาคม 2553



** แก้งานปฏิทินนกอยู่สองวัน
กังวลอีกแล้ว ไม่แน่ใจนักว่าแก้แล้วจะใช่อย่างที่คุยกับลูกค้าหรือเปล่า
เอาเป็นว่าเบื้องต้นงานเสร็จเรียบร้อยตามที่ลูกค้าสั่งแก้มา
ไปลุ้นอีกทีว่าผลจะเป็นยังไง

** ช่วงนี้กินเจกันแล้ว
ปีนี้ตั้งใจว่าจะกินเจให้ได้เยอะกว่าปีที่แล้ว แต่พอไปเจอไก่ย่างก็ซื้อกิน
สรุปว่า กินทั้งอาหารที่ไร้เนื้อสัตว์ และอาหารที่มีเนื้อสัตว์ควบคู่กันไป
ช่างไร้กฎเกณฑ์จริงๆเลยเรา วันอื่นๆที่เหลือของการกินเจ
จะพยายามเข้มงวดกับตัวเองให้มากกว่านี้

** เห็นข่าวคนไปช่วยลากดึงควายที่ติดอยู่ในบ่อโคลน
เจ้าของบอกว่าติดอยู่ในโคลนมาสองวันแล้ว พูดไปเสียงสั่น น้ำตาคลอ
แล้วน้ำตาก็ไหล แถมเป็นควายที่ซื้อไว้เพราะมันจะถูกฆ่าเมื่อยี่สิบปีก่อน
ถ้าเป็นเราคงน้ำตาไหลเหมือนกัน ว่าแล้วก็นึกถึง "โอเลี้ยง"
น้องหมาพุดเดิ้ลของเราที่ตายไปแล้ว เสียใจที่ก่อนมันตาย ไม่ได้ดูแลมันเลย
อ้อ เกือบลืม สุดท้าย ควายตัวที่ว่าก็ได้รับการช่วยเหลือและปลอดภัยดี

------------------------------------------------------------------------------------------

11 ตุลาคม 2553



** ต่อเนื่องอย่างไม่หยุดยั้ง เอาให้เหนื่อยกันไปแบบติดๆ
จะได้หายใจปลอดโปร่ง รู้สึกโล่งจากอาการโปร่งงาน 555
จริงๆก็มีงานรออยู่อีก แต่ดีใจเสมอเวลาเคลียร์งานออกไปได้เพียบ
จัดการงานออกไปได้เป็นกอบเป็นกำ เป็นเรื่องเป็นราว
จัดการงานโกมินิ ของนานมีต่อ พรุ่งนี้ก็น่าจะเสร็จเรียบร้อย
โทรไปถามน้องเรื่องงานปฏิทินคอลลาจ
น้องบอกว่าลูกค้ากำลังดูอยู่ โดยรวมพอใจงานทั้งหมด
นับว่าเป็นข่าวดีในเบื้องต้น ไปลุ้นต่อว่าจะต้องแก้ไขอะไรยังไงต่อไป

------------------------------------------------------------------------------------------

12 ตุลาคม 2553



** จัดการงานสุดท้ายที่คั่งค้างได้สำเร็จลุล่วง
ทำทั้งหมดสามสิบรูป พอใกล้จะเสร็จก็เริ่มนับรูป
ว่าเหลืออีกกี่รูปจะหมดหรือยัง ใจมันรอเวลางานเสร็จ มานานร่วมเดือน
ฟังดูตลกเหมือนกัน งานหมดแล้ว เหมือนตกงาน แต่กลับดีใจ อิอิ
ส่วนงานปฏิทินคอลลาจได้รับข่าวดีจากน้องที่ทำงานด้วย
ว่าไม่มีปัญหาอะไรแล้วผ่านโลด เหลือแค่ทำอะไรเล็กๆน้อยๆ
เพื่อเอาไปประกอบกับปฏิทินอีกนิดหน่อย ไชโย โห่ฮิ๊ว

------------------------------------------------------------------------------------------

13 ตุลาคม 2553



** อากาศพักนี้สลัวมัวๆ ฟ้าเป็นสีเทาบ่อยๆ เมฆลอยเอื่อยเต็มฟ้าไปหมด
จะเรียกว่าฟ้าได้ยังไง ท้องฟ้าเทาออกอย่างนี้ หรือจะเรียกท้องเทาดี
ความคิดมันฟุ้งไปเรื่อยเปื่อย เห็นเมฆก้อนนึงเหมือนน้องหมี
จัดการใส่ตา ปาก จมูกให้ซะหน่อย ใช่เลย หมีน้อยกำลังออกเที่ยวด้วยก้อนเมฆ

** แม้อากาศจะไม่เป็นใจ แต่ใจมันวิ่งออกไปเที่ยวเล่นก่อนกาย
อยากเที่ยวแบบน้องหมีบนก้อนเมฆ ก้อนนั้นบ้าง
งานเคลียร์หมด ต้องรีบให้รางวัลแก่ตัวเอง ไปหาอาหารญี่ปุ่นกิน
เลือกสเต็กแซลม่อนมากิน รสชาติออกจะจืดชืดอย่างแรง ผิดหวัง
ไม่ถูกลิ้นเราเลย แม้ตาจะหยี แต่ความเป็นไทยในอาหารที่เราคุ้น
มันต้องรสชัด จัดจ้าน แซ่บ คงมากินผิดร้าน ต้องไปกินร้านส้มตำแทน
ก่อนกินก็รู้สึกผิดเล็กๆ ที่ตั้งใจกินเจ แต่สุดท้ายก็กินอาหารชอจนได้
ไม่เป็นไร เดี๋ยวชดเชย และขยายเวลากินเจออกไป ทดแทนมื้อที่มีเนื้อสัตว์
คิดหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองได้ดังนั้น ก็สบายใจขึ้นนิดนึง

** เนื่องด้วยน้ำหนักตัวที่เกินแบบไม่พึงประสงค์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา
เราจึงย้อนกลับมาสังเกตพฤติกรรมการกินของตัวเอง
มีเหตุผลเยอะแยะอยู่ที่ทำให้เราอืด อึดอัดได้แบบทุกวันนี้
เลยมีนโยบายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการกินบางอย่าง
ที่เริ่มไปแล้วอย่างแรกเลย คือ เปลี่ยนจากซื้อขนมปัง ขนมเค้ก
มาเป็นซื้อผลไม้มากินทดแทน เวลาหิวๆ เบื้องต้นซื้อผลไม้ที่กินง่าย
และเราชอบ อย่าง กล้วยหอม แอ๊ปเปิ้ล ข้าวโพด แคนตาลูป
ไม่รู้จะแน่วแน่ทำไปได้นานขนาดไหน ต้องลองดูซักตั้ง

------------------------------------------------------------------------------------------

14 ตุลาคม 2553



** ฟ้ามืดๆไม่น่าไว้ใจเลย
ไม่น่าไว้ใจเพราะจะออกไปเตร็ดเตร่ข้างนอก เกรงว่าฝนจะตก
เลยต้องพกร่มไปด้วย กันไว้ดีกว่าแก้
ไปแถวเยาวราช หัวถนนทั้งสองฝั่งมีร้านอาหารเจต้อนรับผู้มาเยือนเพียบ
เลยเดินไปเล็งไปว่าจะกินๆ ชิมๆอะไรดี สุดท้ายไปลงเอยที่ก๋วยเตี๋ยวหลอดเจ
อร่อยดี แต่เส้นน้อยไปหน่อย เลยไม่ค่อยอิ่ม
ไปเดินดูพวกตุ๊กตุ่น ตุ๊กตา โมเด็ลของสะสมต่างๆ
ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่
สุดท้ายเลยเดินไปหาอะไรกินต่อ เพื่อให้อิ่มจุใจกันไป
เจอก๋วยเตี๋ยวเป็ดเจ เลยตกลงปลงใจลองกินดู อร่อยดี แต่ชามนี้ให้เส้นเยอะ
ตอนนี้เลยอิ่มเกินพอดี

------------------------------------------------------------------------------------------

15 ตุลาคม 2553



** มีเวลาเยอะแยะมากมาย งานแก้ไขที่รออยู่ก็ยังไม่ได้ความคืบหน้า
หมุนไปหมุนมาบนเก้าอี้ เลยหยิบข้าวของที่ประดับบนโต๊ะมาปัดฝุ่น
ว่าแล้วก็เลยปรับเปลี่ยนข้าวของซะหน่อย สุดท้ายเลยเรื่อยเปื่อยเรื่อยลาม
ไปถึงข้าวของอื่นๆ กล้อง holga ที่ถ่ายรูปค้างไว้ เหลือฟิล์มอีกสองรูป
หยิบขึ้นมาถ่ายให้หมดม้วน จะได้เอาไปล้างให้เสร็จๆจบๆกันไป
วันนี้ฝนตกตั้งแต่บ่าย จนหลับไปแล้วตื่นขึ้นมาก็ยังตกอยู่
ดีที่ฟ้ายังปราณีอยู่บ้าง ตกเรื่อยๆไม่หนัก ถ้าตกหนัก น้ำท่วม
ออกไปไหนต่อไหนไม่ได้แหง๋ๆ

------------------------------------------------------------------------------------------

16 ตุลาคม 2553



** ฝนยังคงตกอยู่และไม่มีท่าทีว่าจะหยุด
ไหนๆก็ไหนๆแล้ว อยากไปจตุจักรตั้งแต่อาทิตย์ก่อน แต่งานกักตัวเราไว้
อาทิตย์นี้ฝนตกแต่ต้องไปให้ได้ จตุจักรวันนี้เลยไม่ร้อนออกจะเย็นสบาย
แถมคนก็ยังเยอะไม่ต่างจากวันที่อากาศดี แดดแรง
แต่ขาเขอ รองเท้าแตะ เลอะเทอะ เละเทะไปหมด
ตรงดิ่งไปคุ้ยหนังสือมือสองเก่าๆ ยิ่งเป็นปกแข็งหุ้มผ้า กระดาษข้างในเหลืองๆ
มีภาพประกอบ พิมพ์แบบตัวเรียงพิมพ์จะยิ่งคลั่งไคล้อย่างแรง
แต่หนนี้ไม่เจอเล่มที่ชอบ หรือเล่มที่เอามาใช้งานต่อได้ เลยต้องผ่าน
ที่เหลือเป็นการเตร็ดเตร่ ถ่ายรูปเหมือนเคย
วายฟาย สำหรับเล่นเน็ต เจ๊งตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้ก็ยังคงเจ๊งอีก
ไม่รู้เป็นเพราะอะไร เลยยิ่งว่างหนักเข้าไปอีก

------------------------------------------------------------------------------------------

17 ตุลาคม 2553



** เวลานึกอะไรไม่ออก ไม่รู้จะกินอะไร ก็มักจะเลี้ยวไปกินฮะจิบังราเม็น
อร่อยดี เมนูที่สั่งบ่อยๆ คือ "ทงโคะซึ ทันตัมเมน" อร่อยแซ่บ
เพราะใส่น้ำพริกเผาญี่ปุ่น แทบจะไม่เคยสั่งเมนูอื่นมากินเลย
แต่วันนี้ลองเปลี่ยนเป็นแบบอื่นดูบ้าง จะได้ไม่จำเจจนเกินไป

** ตอนค่ำๆ เนื่องจากยังว่างๆอยู่ เลยหยิบสีน้ำมาทำทดสอบสี
ทำแบบเป็นทางการจริงจัง สีนึงก็ทำเป็นสามระดับ
คือแบบผสมน้ำน้อย ผสมน้ำปานกลาง และผสมน้ำมาก
เก็บเอาไว้ดูสี เวลาใช้งานจริง ว่าจะทดสอบสีทั้งหมดที่มี
เอาเข้าจริงทำไปได้แค่ครึ่งก็ได้เวลานอนซะแล้ว ที่เหลือค่อยว่ากันอีกที

------------------------------------------------------------------------------------------

19 ตุลาคม 2553



** แก้งานปฏิทินนก เป็นครั้งสุดท้าย
หนนี้น่าจะเรียบร้อย เสร็จสิ้น ปิดจ็อบได้ รอพิมพ์ และรอรับทรัพย์ต่อไป
ลุ้นๆๆๆๆ ว่าสีที่พิมพ์ออกมาจะเป็นยังไง
ปีนี้ มีปฏิทินตั้งโต๊ะฝีมือเราสองอันเลย แถมด้วยสมุดบันทึกรายปีอีกสอง
ดีจริงที่งานแตกแขนงออกไปมากกว่าที่เคยเป็นมา

** ตบะหายไปไหน ตบะจงกลับมา
ตบะแตก ไปถอย ipod touch4 มา ตอนแรกก็ว่าจะซื้อรุ่นเล็กๆ
ทำไปทำมากิเลสมันไม่ยอม เพราะคิดว่าซื้อเป็นของขวัญให้ตัวเอง
หลังจากทำงานอย่างมึนมันส์มาช่วงใหญ่ๆ (บวกกับอารมณ์ไม่ค่อยดี)
โมโหอะไรอยู่ก็ไม่รู้จำไม่ได้แล้ว เลยหาเรื่องเสียตังค์
พอเสียตังค์ผ่านทางบัตรเครดิตดีแล้ว ก็อารมณ์ดีขึ้นทันใด
แถมตอนซื้อก็ไม่รู้ด้วยว่ามันมีรุ่นหนึ่ง สอง สาม และสี่
ซื้อแบบไร้ความรู้ เพียงแค่เล็งๆอยากมีอุปกรณ์ฟังเพลงแบบดีๆมานานแล้ว
อย่างนี้จะเรียก shopaholic ได้ไหมนี่ อิอิ

------------------------------------------------------------------------------------------

21 ตุลาคม 2553



** หลานเตยแวะมาที่บ้าน เป็นช่วงปิดเทอม
เลยได้แปลงร่างเป็นเด็กอีกแล้วเรา มีความสุขไปกับหลานตลอดเวลา
ต้องอยู่ไม่สุข วิ่งไปวิ่งมา เล่นนู่นเล่นนี้ พับเครื่องบินกระดาษปาไปปามา
หลานเตยชวนเล่นโยนข้าวของแข่งกันว่าใครจะฝีมือแม่นยำกว่ากัน
ความสุขมันอยู่ตรงนี้นี่เอง ปล่อยและเปิดใจ ทำตัวให้เป็นเด็ก
อย่าคิดมาก ความสุขก็ไหลมาหาได้เอง จริงๆ

------------------------------------------------------------------------------------------

24-28 ตุลาคม 2553





** เป็นช่วงใช้เวลากับสิ่งที่อยากทำไปเรื่อยๆ
นอน ดูหนัง หาของอร่อยกิน อ่านหนังสือ เที่ยวเล่น
จากนั้นก็ทำงานต่อ ทำงานเรียลพาเร็นติ้ง
สเก็ตช์ครั้งแรก มือฝืดมากกกกกก วาดไปหงุดหงิดไป
โมโหตัวเอง ไม่ได้ดั่งใจ วาดเท่าไหร่ก็วาดไม่เวิร์ค
วาดไปเป็นสิบรูป ใช้เวลาเจ็ดแปดชั่วโมง สุดท้ายเป็นรูปที่ใช้ได้แค่สองรูป
เครียด แต่ไม่เป็นไร ยังมีเวลาพอควร เลยเก็บไว้ก่อน ขยับไปทำวันอื่นต่อ
พอวันที่สองความไหลลื่นในการสเก็ตช์ก็กลับมา ทุกอย่างเข้าที่
งานเดินหน้าอย่างไม่ต้องเครียด และเสียเวลาอีก
สุดท้ายก็สำเร็จลงด้วยดี และพอใจพอควร

** อยากอัพเรื่องราวและใส่รูปให้มากกว่านี้
แต่ดันลืมเอาสายที่ต่อจากกล้องกับคอมติดมาด้วย
เลยใช้รูปจากใน ipod แก้ขัดแทนไปก่อน เดือนหน้าค่อยว่ากัน

------------------------------------------------------------------------------------------




 

Create Date : 08 ตุลาคม 2553    
Last Update : 17 ธันวาคม 2554 13:38:54 น.
Counter : 1943 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  

ถ่านหินจำศีล
Location :
สมุทรสงคราม Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 63 คน [?]




///////////////////////////////////////////////

© ถ่านหินจำศีล
ผันตัวจากอาชีพอาร์ตไดเร็คเตอร์
มาเป็นนักเขียนและนักวาดภาพประกอบนิทาน
เมื่อราวๆเดือนมีนาคม 2545
ทำงานและใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่แม่กลอง

บล็อกแห่งนี้ถือกำเนิดเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2550
มี 11 กรุ๊ปบล็อก รวมบล็อกได้ 354 บล็อก
มีอายุบล็อกนับถึง 16 ก.พ. 2557 ครบ 7 ปีแล้ว
-------------------------------------------------------
https://www.trytobeillustrator.bloggang.com
ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายลิขสิทธิ์ปี 2537
© ถ่านหินจำศีล
-------------------------------------------------------

Find more artworks/photos like this on PORTFOLIOS*NET
Friends' blogs
[Add ถ่านหินจำศีล's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.