update [ 28*07*2014 ] ในกรุ๊ปบล็อก talkative เรื่อง "facebook งานภาพประกอบของเรา"
Group Blog
 
All blogs
 
2555 มีนาคม

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::













** ได้คุยงานกับฝรั่งเป็นครั้งแรกในชีวิต
ฟังเค้ารู้เรื่อง แต่พูดสื่อสารได้น้อยหน่อย
เค้าถามเราด้วยภาษาอังกฤษว่าภาษาอังกฤษของเราเป็นยังไงบ้าง
เราบอกว่า not good not bad
เค้าตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษว่านั่นถือว่าดีกว่าเค้ามาก
เพราะภาษาไทยของเค้าแย่มาก
การสนทนาเลยผ่อนคลายตั้งแต่แรกจนจบ
และโชคดีที่มีล่ามคนไทยที่เราต้องคุยงานด้วยคอยสื่อสารเพิ่มเติมให้
การสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษเพื่อทำงานภาพประกอบในครั้งนี้
จึงผ่านไปได้ด้วยดี โชคดีที่เราไม่ตื่นเต้นตกใจ
พยายามนึกถึงภาษาอังกฤษที่เคยร่ำเรียนมาตลอดชีวิต
ฝรั่งท่านที่ว่าพูดชัด ฟังชัด เลยฟังออกเยอะหน่อย
เป็นประสบการณ์แปลกใหม่อีกครั้งในชีวิต **

** เดือนนี้เป็นเดือนแห่งความเจ็บป่วย
แรกเริ่มเป็นลมพิษ ขึ้นตั้งแต่คอไปถึงข้อเท้า
เริ่มจากขึ้นเป็นจุดเล็กๆ แล้วบวมๆๆ ขยายจนเป็นแผ่นใหญ่กว่าฝ่ามือ
ที่สำคัญมันขึ้นเพียบ ไม่ใช่แค่จุดเดียว พอมันลามได้ที่ ทั้งตัวเหมือนแผนที่โลก
กินยาแก้แพ้ ลมพิษที่ขึ้นก็หาย พอหมดฤทธิ์ยา ลมพิษก็ขึ้นอีก
จากแถวท้อง เปลี่ยนไปเป็นที่ขา จากขาเปลี่ยนไปเป็นที่แขน
ต้องกินยาแก้แพ้ไปสามครั้ง ลมพิษถึงจะหายหมดไม่เหลือ
งานการไม่ได้ทำเลย เพราะกินยาแก้แพ้แล้วง่วง เปลี้ย
ตอนแรกยังไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร แพ้อะไรกันแน่
หนต่อมาผ่านไปแค่หกวัน เราไปกินลาบ
ตอนกินอร่อยมาก ซดน้ำหมดเกลี้ยง
ปรากฏว่าผ่านไปแค่สองชั่วโมง ลมพิษขึ้นอีก
หนก่อนเราไปกินต้มแซ่บ ซดน้ำจนเกือบจะหมดชาม
คราวนี้เลยแน่ใจว่า เราแพ้ผงชูรสชัวร์
ก่อนหน้านี้ก็แพ้ผงชูรส แต่อาการไม่มากขนาดนี้
มากสุดคือชาแถวหัว คอ หลัง (ซึ่งก็นับว่ามากเอาการ)
หนนี้กินยาแก้แพ้เหมือนคราวก่อน กินสามครั้งกว่าจะหาย
พอหายดี พี่เราก็หวังดี ซื้ออาหารตามสั่งมาให้
แถมบอกด้วยว่า ตอนซื้อสั่งแม่ค้าแล้วว่าไม่ใส่ผงชูรส
เราก็ตายใจ กินเข้าไปอย่างเอร็ดอร่อย กินเสร็จปุ๊บ
เริ่มคันตามแขนตามขา ลมพิษขึ้นอีกแล้ว พระเจ้าช่วย
ต้องรีบกินน้ำเข้าไปเยอะๆ ตามด้วยยาแก้แพ้ **

** หลังจากหายป่วยจากแพ้ผงชูรสดีแล้ว ไม่กี่วันต่อมา
เราก็เริ่มเจ็บคอ ตามมาด้วยตัวร้อน และกลายเป็นหวัดในที่สุด
สองสามวันอาการตัวร้อนก็หาย แต่เจ็บคอกับไอ ไม่ยอมหายซะที
ผ่านไปสิบวัน อาการไอกับเจ็บคอลดน้อยลง แต่ก็ยังไม่หาย
ข้อสรุปที่เราได้จากพี่เราคือ ร่างกายมันบอกตัวเราเองว่า เราแก่แล้ว
เจ็บไข้ได้ป่วยก็จะหายช้า แถมไม่ได้ออกกำลังกายเลย
ร่างกายมันยิ่งอ่อนแอมากกว่าปกติ **

** ผลพวงจากอาการแพ้ผงชูรส คือการหาอาหารที่ไม่ใส่ผงชูรสกิน
ลำบากมาก เพราะรู้ๆอยู่ว่าประเทศเรากินผงชูรสกันจนเป็นเรื่องปกติ
แรกๆไม่รู้จะทำไง ซื้อผลไม้กับขนมปังมากิน
กินข้าวต้มกับไข่ต้ม หมูทอด ไข่เจียว ไข่ดาว
หลังๆอาหารแบบที่เคยกินก็อดไม่ไหว (ลาบ น้ำตก ก๋วยเตี๋ยว)
เลยต้องใช้มาตรการ “ถามตอบร้อยแปดคำถามสารพันบอกเล่า”
มาตรการแรก “ถาม” ร้านที่จะกินว่า อาหารใส่ผงชูรสไหม
ถ้าไม่ใส่ ใส่ผงปรุงรสหรือเปล่า
(เพราะผงปรุงรสพวกนี้ใส่ผงชูรสราว 30% ของส่วนผสมทั้งหมด)
แล้วก็ไม่ลืมมาตรการ “บอกเล่า” ว่า แพ้ผงชูรสมาก แพ้แบบลมพิษขึ้นทั้งตัว
เพราะบางร้านขนาดสั่งว่าไม่เอา ยังใส่มาให้
คนทำอาหารจะได้ระวังให้มากยิ่งขึ้น บางครั้งต้องย้ำสองครั้งสามครั้ง
แต่ตอนนี้มีมาตรการใหม่ คือ ยืนหรือนั่งมองเลยว่าใส่ผงชูรสหรือเปล่า
มาตรการต่อมาคือการชิมคำแรก ชิมแล้วก็รู้ว่าใส่หรือไม่ใส่ผงชูรส
เราทดสอบมาแล้ว ร้านก๋วยเตี๋ยวที่เรากินบ่อยๆ ทุกร้าน พอไม่ใส่ผงชูรส
รสชาติใส่กับไม่ใส่ต่างกันมาก พอไม่ใส่ผงชูรส
ก๋วยเตี๋ยวไม่อร่อยเอาเสียเลย แต่ไม่เป็นไร เราต้องชินกับมันให้ได้
ส่วนอาหารตามสั่ง กับพวกกับข้าวสำเร็จ ข้าวแกง เลิกกินไปเลย
ตอนนี้จะซื้ออะไรที่ผลิตแบบอุตสาหกรรม ต้องพลิกหลังซองดู
แม้แต่ผักดองกระป๋องที่ใช้กินกับข้าวต้มก็ใส่ผงชูรส
ขนมปังแม้จะไม่มีผงชูรส แต่ก็หนีไม่พ้นสารกันบูดอีก
เอาเป็นว่า เลี่ยงได้เลี่ยง กินได้กิน เพื่อร่างกายของเราเอง
ตอนนี้ไปไหนมาไหน ต้องพกยาแก้แพ้ ยารางจืด ยาแก้อักเสบไปด้วยเสมอ **

** หลานเตย ตอนนี้อายุเจ็ดขวบกว่าๆ
เล่นเกมเป็น ทั้งเกมในคอม และเกมในเฟซบุ๊ค
เวลาอยากดูการ์ตูนหรือรายการที่ชอบ ทั้งสกูปี้ดู บาร์บี้ ชิงร้อยชิงล้าน
ก็ดูจากในยูทูบ อยากเล่นเกมออนไลน์ก็หาจากในกูเกิ้ล
เวลาไม่มีคอมก็ยืมไอพ็อดเราไปเล่นเกมทั้งหลาย
ส่วนเจ้าเฌอหลานคนเล็กสุด เล่นไอโฟนของพ่อแม่อย่างคล่องแคล่ว
ที่อยากจะพูดก็คือ ยุคสมัยเปลี่ยน เทคโนโลยีก้าวหน้า
เด็กยุคนี้ต่างก็โตจากสภาพแวดล้อมอีกแบบนึง
เด็กรุ่นเราโตมากับโทรทัศน์ซะเยอะ
เราเลยพยายามสมดุลหลานเตยด้วยการให้เล่นกับดินกับหญ้า
อยู่กับต้นไม้เยอะๆ ทำกิจกรรมศิลปะ ไม่รู้ว่าจะสมดุลกันได้ไหม
เคยนึกว่าถ้าเราได้เป็นครู เราจะสั่งให้เด็กๆเขียนรายงานมาส่ง
ห้ามก็อปปี้ เพสท์จากอินเตอร์เน็ตแล้วพริ้นท์มาส่ง 555 ดูโหดมากๆ **

** จตุจักรกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน
เราได้แต่ภาวนาว่า จตุจักรที่เรารักจะยังคงอยู่ และไม่เปลี่ยนไปในทางที่แย่ลง
นอกจากจตุจักรแล้ว โรงหนังลิโด้ กับสกาล่า
ใกล้หมดสัญญากับทางจุฬาฯ แว่วว่าจะแปรเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นไม่ใช่โรงหนัง
ได้แต่เสียดาย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
วันเวลากับสถานที่ๆคุ้นเคยช่างหนีไม่พ้นการเปลี่ยนแปลง
จะเปลี่ยนแล้วดีหรือแย่กว่าเดิม ต้องลุ้นกันต่อไป **

** โชคดีที่ความเจ็บป่วยไม่ส่งผลต่องานที่มีอยู่ในมือ
ไม่ใช่งานที่ต้องหักโหมทำแบบมีเด็ดไลน์ในเวลาอันใกล้
เป็นงานแบบทำวันละนิดละหน่อยได้
งานบางงานก็หลุดไปอย่างถูกจังหวะ
ความเจ็บป่วยเลยไม่ส่งผลกระทบต่องานเท่าไหร่ **

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::


Create Date : 10 เมษายน 2555
Last Update : 8 พฤษภาคม 2555 20:41:48 น. 2 comments
Counter : 807 Pageviews.

 
หลานสองคนน่ารักจังเลยค่ะ
ยังไงก็รักษาสุขภาพนะคะ เวลาป่วยนี่นอกจากร่างกายแย่แล้ว ใจเรายังแย่ตามไปด้วยเสมอเลย


โดย: หนีแม่มาอาร์ซีเอ วันที่: 11 เมษายน 2555 เวลา:1:34:53 น.  

 
ตอนนี้ต้องระวังเรื่องการกินอย่างแรง
แต่ก็ดีเหมือนกัน
จะได้หันกลับมาดูแลสุขภาพอย่างจริงจังเสียที :-)


โดย: ถ่านหินจำศีล IP: 125.27.189.102 วันที่: 17 เมษายน 2555 เวลา:21:44:41 น.  

ถ่านหินจำศีล
Location :
สมุทรสงคราม Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 63 คน [?]




///////////////////////////////////////////////

© ถ่านหินจำศีล
ผันตัวจากอาชีพอาร์ตไดเร็คเตอร์
มาเป็นนักเขียนและนักวาดภาพประกอบนิทาน
เมื่อราวๆเดือนมีนาคม 2545
ทำงานและใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่แม่กลอง

บล็อกแห่งนี้ถือกำเนิดเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2550
มี 11 กรุ๊ปบล็อก รวมบล็อกได้ 354 บล็อก
มีอายุบล็อกนับถึง 16 ก.พ. 2557 ครบ 7 ปีแล้ว
-------------------------------------------------------
https://www.trytobeillustrator.bloggang.com
ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายลิขสิทธิ์ปี 2537
© ถ่านหินจำศีล
-------------------------------------------------------

Find more artworks/photos like this on PORTFOLIOS*NET
Friends' blogs
[Add ถ่านหินจำศีล's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.