update [ 28*07*2014 ] ในกรุ๊ปบล็อก talkative เรื่อง "facebook งานภาพประกอบของเรา"
Group Blog
 
All blogs
 

2555 ตุลาคม

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////
























** พระเจ้าช่วย เอ็กเทอร์น็อลฮาร์ดดิสก์พัง ดึงข้อมูลในนั้นออกมาไม่ได้เลย
รูปถ่ายที่ขยันไปเก็บภาพตามที่ต่างๆทั้งหมด อยู่ในนั้นหมดเลย อยากจะน้ำตาไหล
คอมพิวเตอร์มันให้เราฟอร์แม็ตใหม่ท่าเดียว คงต้องพึ่งร้านคอมฯแถวบ้านว่าช่วยได้ไหม
กล้องดีขนาดไหน ก็ไม่เกี่ยวกับการที่ข้อมูลเอากลับมาไม่ได้ รูปถ่ายสัพเพเหระไม่เป็นไร
เสียดายรูปถ่ายไปเที่ยว รูปญาติพี่น้อง คนรู้จักทั้งหมด
เดชะบุญ ยังโชคดีอยู่บ้าง รูปถ่ายบางส่วนเราเคยไรท์ลงแผ่นดีวีดีไว้
แต่มีไม่ครบทั้งหมด แต่ก็ยังดี ดีกว่าไม่เหลืออะไรเลย เฮ้อ เศร้าและเจ็บจี๊ดในใจ
บทเรียนคราวนี้สอนเราว่า ถ้าไม่อยากเสียใจ ก็ควรรอบคอบมากกว่านี้ **

** ได้กล้องตัวใหม่มา Nikon D5100 ไปดูอยู่หลายรอบ หาข้อมูลในเน็ต
รวมทั้งสอบถามถึงการทำงานที่ร้าน จนในที่สุดก็ไปเจอตัวที่ลดราคาถูกกว่าที่อื่น
กล้องตัวก่อนด้วยความใจร้อน ไม่ได้ศึกษาเลยว่า ดีไม่ดี มีข้อดี ข้อเสีย
ในเน็ตเค้าติชมกันยังไง แต่ตัวนี้มั่นใจแล้วว่าโอเค ในหนังสือกล้องก็แนะนำตัวนี้
(แนะนำเมื่อเทียบกับกล้องในรุ่นที่มีราคาใกล้เคียงกัน ทั้งยี่ห้อเดียวกัน และยี่ห้ออื่นๆ)
ถูกใจกับสีสัน และลูกเล่นที่มีอยู่ในกล้อง เอาออกไปทดสอบให้คุ้นมือ
รวมทั้งกระเตงไปอินเดียด้วย **

** มีนกเป็ดน้ำหลงฝูงมาป้วนเปี้ยนวนเวียนอยู่แถวบ้าน มีตัวเดียวโดดๆ
มันชอบไปเกาะเสาตรงโป๊ะท่าน้ำหน้าบ้าน ตัวดำเกือบทั้งตัว
ยกเว้นตรงหัวที่มีสีแดงกับขาวแซมอยู่นิดหน่อย แปลกดีนานๆจะได้เห็น
เจ้าตาลหมาบ้านเราชอบไปเห่ามัน มันคงสงสัยว่าตัวอะไร
ทั้งดำ ทั้งแปลกหน้า เรียกความสนใจจากมันได้ตลอด
เดินไปใกล้ๆจะถ่ายรูป มันก็บินลงน้ำ ค่อยๆว่ายห่างออกจากเรา
เลยได้รูปมันในมุมจากด้านหลัง ไม่ยอมให้เห็นหน้าเห็นตาชัดๆกันเลย **

** ไปเดินถ่ายรูปเล่นที่งานวัด วัดเพชรสมุทรวรวิหาร เดินเพลินๆไปเรื่อย ถ่ายรูปไปด้วย
กำลังจะเดินออกจากร้านยีนส์ เจ้าของร้านเดินมาพร้อมสีหน้าไม่พอใจ
พร้อมบอกว่าของในร้านเป็นของลิขสิทธิ์นะ ถ่ายรูปไม่ได้ จะเอารูปไปทำอะไร
เราเลยบอกว่าเราชอบถ่ายรูป ถ่ายทั่วไป ไม่ได้เกี่ยวกับองค์กรอะไรเพื่อจับผิดใครทั้งนั้น
แถมเราก็เป็นคนพื้นที่ พี่เจ้าของร้านดูยังไม่พอใจเหมือนเดิม เราเลยเปิดกล้อง
ลบรูปให้เห็นกันจะๆ พร้อมขอโทษที่ไมได้ขออนุญาติพี่เค้าก่อน
จริงๆเราถ่ายรูปจักรยานของพี่เค้า เห็นว่าสวยดี อยากได้แบบนี้เหมือนกัน
พอลบรูปแล้วพี่เค้าดูพอใจ สีหน้าดีขึ้น เราเลยขอโทษและรีบเดินออกมา
เพราะไม่อยากยุ่งยาก มีเรื่องวุ่นวายแบบที่เราไม่ได้ตั้งใจ รีบจบเรื่องโดยไว
อากาศก็ร้อน แถมเจอเรื่องที่ทำให้หงุดหงิดอีก เซ็งเล็กๆ
แต่ก็ยอมรับโดยดีว่าเราก็ผิดด้วยที่ไม่ได้ขออนุญาติเจ้าของร้านก่อน **

** พี่ชายคนโตของเรา อยู่ดีๆก็เดินไม่ได้ ไม่มีแรง ไปทำงานไม่ได้
ไปหาหมอ ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว เกิดจากกระดูกทับเส้น
หลังจากหมอได้สอบถามพูดคุยถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันแล้ว
หมอสันนิษฐานว่าเกิดจาก การนั่งทำคอมฯนานๆ การกึ่งนั่งกึ่งนอน
ทำบ่อยๆนานๆจะส่งผลต่อเส้นประสาท การปวด เมื่อย รวมถึงกระดูกทับเส้น
ตรงกับหนังสือ “หมอบุณย์ปากหมา” ที่เราเคยอ่าน หมอบุณย์เขียนไว้เลยว่า
พฤติกรรมที่ทำบ่อยๆ เป็นเวลานานๆ สะสมไปเรื่อยๆ วันนึงมันจะทำให้เป็นโรค
เช่น กึ่งนั่งกึ่งนอนดูทีวี หมอแกบอกว่าควรนั่งหรือนอนไปเลยอย่างใดอย่างหนึ่ง
ไม่ใช่ทั้งสองอย่างรวมกัน การนอนหมอนสูงมากๆจะทำให้หลังงอ เหมือนคนหลังค่อม
การนอนพื้นปูนเย็นๆก็ไม่ดี ควรมีผ้าหรือที่นอนที่หนาพอรองไว้
เพราะไม่เหมาะกับอุณหภูมิในร่างกายที่ต้องการความอบอุ่น
รวมทั้งเก้าอี้ ที่นอน ก็ไม่ควรนิ่มเกินไปเพราะจะทำให้ปวดเมื่อยได้ง่าย
ตอนนี้พี่เราแข็งแรงเป็นปกติ ไปทำงานได้เรียบร้อยแล้ว **

** ได้แต่ภาวนาให้บ้านเมือง รอดพ้นจากคนคิดเลว ทำเลว
สามสี่ปีมานี้ เวลาไปทำบุญ ยกธูปขึ้นอธิษฐาน จะอธิษฐานเหมือนเดิมตลอด
“ขอให้คนดีมีกำลังใจ คนเลวพ่ายแพ้ ลดน้อยและหมดไปในที่สุด
ขอให้บ้านเมืองกลับมาเป็นเหมือนในอดีตก่อนสิบปีที่ผ่านมา ขอให้คนคิดดี ทำดี
ขอให้คนรอบตัว ครอบครัวและตัวข้าพเจ้ามีความสุข และข้าพเจ้าจะตั้งใจทำสิ่งดีๆด้วย” **

** คิดถึงยายสมพรของเรา คิดถึงฝีมือทำห่อหมก ทำขนมกล้วย
เวลาเจอขนมกล้วยจะซื้อมาลองกิน แต่รสสู้ยายเราไม่ได้เลย ไม่เข้มข้น รสไม่ใช่
ส่วนหนึ่งคงเพราะเราติดรสขนมกล้วยของยาย เลยรู้สึกว่า ถ้าอร่อยรสต้องเหมือนของยาย
ขนมกล้วยของยายเราอร่อยจริงๆนะ (555) เพราะนั่นเป็นอาชีพของยาย ทำขนมขายในเรือ
ขายตั้งแต่สาวจนแก่ พายขายที่ดำเนินสะดวกบ้านเกิดของยายเรา **

** กระแสกังนัมสไตล์ยังไม่จาง นอกจากเพลงที่ฮิตติดลมบนไปหลายระลอกแล้ว
App ที่มีให้โหลดฟรี มีเกมกังนัมของพี่ซายเค้าด้วย รวมทั้งตามตลาดนัด
ยังไม่วายมีเสื้อยืดลายพี่ซายทำปากจู๋ ทำท่าควบม้าสุดฮิตให้เห็นหนาตามากขึ้นเรื่อยๆ
ต้องยอมรับว่าเกาหลีเค้าเก่งจริงๆ ที่สามารถส่งออกวัฒนธรรมบันเทิงไปตีตลาดโลกได้
ขึ้นมายืนเทียบเคียงกับญี่ปุ่นได้อย่างสูสี และน่าลุ้นต่อไปว่าจะแซงญี่ปุ่นหรือเปล่า
ดูง่ายๆ คนไทยหันไปเที่ยวเกาหลีกันเยอะมากขึ้น และมากขึ้นทุกที **

** หลานเตยปิดเทอม เลยมาวิ่งเล่น วิ่งไปวิ่งมา
เล่นโน่น เล่นนี่ พลอยทำให้เราได้สดชื่น วันธรรมดาเลยกลายเป็นวันพิเศษ
ยอมรับว่าติดหลานเตยพอควร เจอกันทีก็ดีใจ๊ ดีใจ แต่พอเลี้ยงนานๆ
ก็เล่นเอาเหนื่อยอยู่เหมือนกัน เราถ่ายรูปหลานเตยไว้เยอะแยะ
จนหลานเตยเริ่มบ่นว่าจะถ่ายรูปไปทำไมนี่ แหม อธิบายไปก็คงไม่เข้าใจ
เราคิดว่าตอนหลานเตยโตแล้ว แล้วได้เห็นรูปพวกนี้ คงดีใจมากๆ
ที่มีภาพตัวเองให้ดูว่าตอนเด็กๆเล่นซนอะไรยังไงบ้าง แถมมีให้ดูเพียบเลย **

** ช่วงปลายเดือนเราไปเที่ยวอินเดียมา
ประสบการณ์ห้าหกวันที่นั่นเป็นอะไรที่เรียกได้เลยว่า เปิดหู เปิดตา อย่างแท้จริง
ถ้าใครถามว่าประเทศอินเดียเป็นยังไงบ้าง คำตอบที่ได้คือ
สนุกมาก ตื่นเต้นมาก วุ่นวายมาก สวยมาก ถ่ายรูปเพลินมาก คนอินเดียน่ารักมาก
ขยะเยอะมาก สีสันบ้านเมืองสวยมาก อากาศหนาวมาก คุ้มเงินมาก
คนอินเดียขับรถน่ากลัวมาก มีความสุขมาก อะเมซซิ่งมาก ฯลฯ
และอีกมากมายที่บอกได้แค่ว่าประสบการณ์แบบนี้ต้องไปเจอเอง ถึงจะเข้าใจ
คนที่นั่นมีหน้าตาทั้งแบบแขกอย่างที่เราเห็น รวมทั้งหน้าตาแบบตี๋หมวยปนๆกันไป
เราถูกคนที่นั่นถามหลายครั้งหลายหน ว่ามาจากประเทศอะไร ชอบอินเดียยังไงบ้าง
คำตอบเหมือนด้านบนนั่น เพียงแต่ตอบแค่ว่า สนุกมาก ตื่นเต้นมาก สวยมากเท่านั้น
ด้านไม่ดี เก็บไว้ในใจ เพราะไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรสำหรับการเที่ยวทริปนี้
คนอินเดียน่ารักมากกกกก ตลอดทริป ไม่มีใครปฏิเสธการถ่ายรูปจากคำขอของเราเลย
แถมบางแห่งยังยืนให้ถ่ายรูป เรียกญาติพี่น้องมายืนถ่าย ส่งยิ้มให้ใคร
อย่างน้อยๆ เก้าในสิบต้องยิ้มตอบ แถมบางคนยังโบกมือให้โดยไม่ต้องรอ ประทับใจมาก
ว่างเมื่อไหร่จะเอาอินเดียมาอัพให้อ่านกันแบบเต็มๆ จุใจที่กรุ๊ปบล็อก go around
ปล. ที่อินเดียมีหมาให้เห็นทั่วไป แต่แมวน้อย ทั้งทริปเรานับแมวที่เห็นได้สี่ตัวเอง **

** ก่อนไปเที่ยวอินเดีย เราสางงานทั้งหมดให้เสร็จลุล่วง จะได้ไปเที่ยวแบบสบายใจ
ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง แม้จะเร่งรีบทำงาน แต่ได้งานที่ถูกใจเรา (อย่างน้อยก็ต้องถูกใจคนทำก่อน)
หลังจากกลับจากอินเดีย กลับมาทำงานเล็กๆอีกนิดหน่อย ตอนนี้ยังคิดถึงอินเดียไม่หาย **

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////




 

Create Date : 01 พฤศจิกายน 2555    
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2555 23:36:05 น.
Counter : 812 Pageviews.  

2555 กันยายน

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////





















เดือนนี้ดูรูปอย่างเดียวไปก่อน
เดือนหน้าค่อยว่ากันอีกที หวังว่าเดือนหน้าจะมีอะไรให้อ่าน :-)

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////




 

Create Date : 14 ตุลาคม 2555    
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2555 21:45:35 น.
Counter : 705 Pageviews.  

2555 สิงหาคม

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////




















** เดือนนี้เป็นเดือนที่ 36 ของกรุ๊ปบล็อกนี้ พูดให้ง่ายเข้าก็คือ
เขียนไดอะรี่ (แบบย่อๆ) ครบสามปีแล้วนั่นเอง ไม่น่าเชื่อ วันเวลาผ่านไปไวเหมือนละเมอ
555 จะบอกว่าเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก ก็ธรรมดาไปนิด อิอิ **

** ไปเจอนิทานเล่มนึงที่ห้องสมุดประชาชนสมุทรสงคราม
เปิดดูภาพด้วยความรู้สึกว่า ภาพไม่สวยเลย ออกจะชุ่ยด้วยซ้ำ ไปหาใครมาทำกันนี่
เปิดดูเครดิตท้ายเล่ม ตายห่า (ขออภัย) ทำไม ชื่อคนวาดภาพประกอบ
เป็นชื่อและนามสกุลของเราหล่ะ เราไม่ได้ทำหนังสือเล่มนี้แน่ๆ มั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์
โทรไปสอบถามต้นสังกัดของหนังสือ เขาให้ทิ้งชื่อหนังสือ ชื่อเรา และเบอร์โทรกลับ
เราบอกเขาไปว่า เกิดความผิดพลาด หรือใครจงใจใช้ชื่อเราทำมาหากินหรือเปล่า
ผ่านไปสองวัน ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ได้แต่งงว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ได้ความว่ายังไง จะเอามาเล่าสู่กันฟังในเดือนหน้า
หวังว่าจะได้คำตอบที่มากกว่าแค่บอกว่า “ไม่ทราบ” ได้แต่หวังไว้อย่างนั้น **

** ไปอัมพวา เดินไปเดินมา แวะไปกินกาแฟ น้องในร้านขอความช่วยเหลือ
ให้พูดกับนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสที่มาเที่ยวไทยกันทั้งครอบครัว
นักท่องเที่ยวครอบครัวนี้ต้องการจะเดินทางไปอยุธยา โดยไม่ต้องนั่งรถเข้ากรุงเทพ
เราต้องพยายามสื่อสารว่า มันไม่มีรถไปอยุธยาโดยตรง ต้องเหมารถไป
พอสอบถามราคารถตู้เหมาไปอยุธยา มันก็แพงเกิน ฝรั่งต้องการประหยัด
เราเลยบอกให้นั่งรถตู้ไปต่อที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แล้วต่อรถตู้ไปอยุธยา
เสียเวลาหน่อย แต่ก็ประหยัดกว่ากันเยอะ คุยกันอยู่นานเหมือนกัน
การเป็นล่ามนี่เหนื่อยเอาเรื่อง โชคดีที่ฝรั่งชาวฝรั่งเศสสื่อสารภาษาอังกฤษได้พอควร
เป็นล่ามเสร็จ น้องในร้านยกไม้ยกมือไหว้ขอบคุณเราหลายรอบ
ตอนแยกจากฝรั่งครอบครัวนี้ ลูกสาวคนโตยกมือไหว้เราด้วย
เราก็ได้แต่ยิ้ม และงงเล็กๆ แต่ก็รู้สึกภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดี
นึกถึงใจเขาใจเรา ถ้าเราไปบ้านเขาและต้องการความช่วยเหลือ
ถ้ามีคนมาช่วยเหลือ เราคงดีใจมากๆ **

** เดือนนี้ได้ดูหนังหลายเรื่อง หนึ่งในนั้นคือ เรื่อง The Hunger Games
หนังว่าด้วยการคัดเด็กๆยากจนจากหมู่บ้านในต่างจังหวัดไปฆ่ากันเองให้คนรวยดู
เป็นการฆ่ากันในรูปแบบรายการเรียลลิตี้โชว์ มีการเปิดตัวผู้ถูกคัดเลือก
การนำไปฝึกการฆ่าด้วยอาวุธในรูปแบบต่างๆ การทำเนื้อทำตัวให้สปอนเซอร์ชอบ
การจับไปแต่งหน้า ทำผม หาเสื้อผ้าดีๆให้ใส่ พร้อมเทรนเนอร์สำหรับแต่ละหมู่บ้าน
พอเข้าป่า (ไม่ใช่เข้าบ้าน) มีการสร้างสถานการณ์ให้ผู้เข้าแข่งต้องหนีเอาตัวรอด
เรียกได้ว่าหนังเรื่องนี้ประชด จิกกัด และด่าทอเรียลลิตี้ได้อย่างเจ็บแสบ
ตัวหนังไม่ได้เน้นการฆ่าแบบเลือดสาด แต่เน้นเรื่องการเอาตัวรอด
และที่สำคัญ คือ เรื่องความเป็นมนุษย์ เราดูไปน้ำตาคลอไป
เอาใจช่วยตัวเอกของเรื่องให้อยู่รอดปลอดภัยจนจบเกม
แม้ไม่ใช่หนังห้าดาวเต็ม แต่ก็ดีและมีประเด็นมากพอสำหรับคอหนังทั้งหลาย **

** พี่สาวเราเอานกที่ตกจากรังมาเลี้ยง ตั้งชื่อซะลืมสัญชาติมันไปเลย
มันชื่อว่า “เควิน” ตกจากรังตั้งแต่ยังเล็ก ตอนนี้มันโตจนบินได้แล้ว
หลานปองก็ชอบเล่นกับมันมากๆ เล่นจนมันรำคาญ
และเตือนหลานปองว่าไม่ไหวแว้ว ด้วยการจิกมือหลานปองประท้วง
ไม่ว่าเควินจะไปปรากฏตัวที่ไหน มักเรียกความสนใจจากเด็กๆได้อย่างมหาศาล
วันที่มันมาเที่ยวที่บ้านแม่กลอง เราจับมันมาถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก
จับไปจับมา มันบินมาเกาะที่หัวเรา แต่เราถ่ายรูปไว้ไม่ทัน
มันบินไปอยู่บนหัวหลานปอง เลยถ่ายรูปไว้ได้
ให้นึกถึงภาพนกบนหัวเด็กที่เราชอบวาด
เสียดายที่เราไม่ได้ภาพตัวเองกับเจ้าเควินบนหัว **

** และแล้วนิทาน “นกเอี้ยงเลี้ยงควาย” ที่รอตีพิมพ์มาถึงหนึ่งปี
ก็ตีพิมพ์และวางจำหน่ายในท้องตลาดเรียบร้อย
แม้จะผ่านไปนาน แต่พอเห็นงานที่พิมพ์แล้วสีเป็นอย่างที่ตั้งใจไว้
เรียกได้ว่า ดีใจ พอใจ และไม่ต้องเสียใจเหมือนหนังสือบางเล่ม
ทำงานนิทานมาก็นาน เวลาเห็นหนังสือตีพิมพ์เสร็จแล้ว ยังตื่นเต้น
ดีใจ ตกใจ เหมือนเดิม (แล้วแต่ว่าพิมพ์ออกมาดีหรือตรงกันข้าม) **

** นิทานเฉลิมพระเกียรติพระอัจฉริยภาพของในหลวง
สำเร็จลงแล้วเมื่อตอนต้นเดือน เหลือแค่รายละเอียดบางอย่างนิดหน่อย
อยากเห็นตอนพิมพ์เสร็จแล้ว ว่าหน้าตาในขนาดหนังสือจริงๆ
จะออกมาเป็นยังไง เป็นผลงานที่ภูมิใจมากๆ

** เดือนนี้เป็นเดือนแห่งวันแม่ ไม่ได้ทำอะไรให้แม่เป็นพิเศษ
นอกจากซื้อปูหลนสุดอร่อยจากร้านอาหารที่อัมพวามาฝากแม่
อยากให้แม่ได้กินของอร่อย (แม้แม่จะกินของอร่อยบ่อยๆอยู่แล้วก็ตาม) **

** เดือนนี้ลองนั่งเรือหางยาวที่อัมพวาไปไหว้พระห้าวัด
จดๆจ้องๆมาหลายหน วันนี้ (หลังจากเดินอัมพวาหลายหน) ไม่รู้จะทำอะไร
เลยนั่งเรือไปไหว้พระนี่แหละ เหมาะสุด นั่งหนเดียว ภายในชั่วโมงครึ่ง แวะห้าวัด
เพลินดี ชอบอยู่แล้วนั่งเรือชมวิว ยิ่งเป็นวิวริมน้ำ ยิ่งชอบเป็นทวีคูณ
ได้ไปวัดบางกุ้งอย่างที่ตั้งใจ และสมใจ เพราะไม่เคยมาเลย
ได้มาดูหนึ่งในอะเมซซิ่งไทยแลนด์ก็วันนี้ แม้จะต้องรีบๆ
เพราะแต่ละวัดมีเวลาประมาณ 15-20 นาที วัดสุดท้ายที่ไปฝนเริ่มตก ดีที่เสร็จภารกิจพอดี
ขึ้นฝั่งหาที่หลบฝน หาของกิน แล้วก็ได้เวลากลับบ้าน **

//////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////




 

Create Date : 31 สิงหาคม 2555    
Last Update : 14 ตุลาคม 2555 22:54:20 น.
Counter : 832 Pageviews.  

2555 กรกฎาคม

///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////






















** ไปพูดเรื่องงานหนังสือเด็กที่ทำ ที่งานสัปดาห์หนังสือ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
พูดกันหลายคน คนละสิบนาที คนฟังมีพอประมาณไม่มากไม่น้อย
แต่ที่สำคัญ คือเราเตรียมตัวสำหรับการขึ้นไปพูดราวสามสัปดาห์
เตรียมใจสามอาทิตย์ เตรียมตัวพูดหนึ่งอาทิตย์ ที่ต้องเตรียมใจกันขนาดนั้น
เพราะเราประหม่ามากเวลาต้องพูดต่อหน้าคนเยอะๆ
เราเลยต้องท่องสิ่งที่จะพูด ลองจับเวลาดู เอามาฟังว่าพูดรู้เรื่องหรือเปล่า
สุดท้ายพอเวลาพูดจริงมาถึง เราไม่ประหม่า มีสติ และรู้ตัวว่าพูดรู้เรื่อง
สุดท้ายการพูดสิบนาทีครั้งนี้ผ่านไปด้วยดี เหมือนที่เราขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์เอาไว้
(แม้จะพูดไม่ครบตามที่เตรียมไว้ก็ตาม) **

** ไปคุยงานนิทานเฉลิมพระเกียรติพระอัจริยภาพของในหลวงที่บ้านครูชีวัน
นิทานชุดนี้มี 9 เล่ม แต่ละเล่มพูดถึงพระอัจฉริยภาพของในหลวงในด้านต่างๆกัน
แต่ละคนเอาความคืบหน้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยน เพื่อปรับปรุง แก้ไขเพิ่มเติม
ที่บ้านครูชีวันเลี้ยงนกพิราบที่ตกลงมาจากรัง ครูเลี้ยงตั้งแต่มันยังเล็กๆ
จนตอนนี้มันโตเป็นหนุ่ม แถมทำหน้าที่เฝ้าบ้าน คอยสังเกตคนที่มาบ้าน
รอเวลาบินลงมาจิกผู้โชคดี มันเลยกลายเป็นดาวเด่นในวันนั้นไปเลย
(เสียดายลืมชื่อมันไปซะเฉยๆ จำได้แค่ว่า ชื่อประมาณ ปีเตอร์ โรเบิร์ต ทำนองนั้น) **

** เดือนนี้ไปเที่ยวอัมพวาสองครั้งสองหน
หลังจากกลับมาอยู่บ้านมากขึ้น ใช้ชีวิตที่กรุงเทพน้อยลง
พอมีเวลาว่างเลยหาที่เที่ยวใกล้บ้าน และอัมพวาดูจะเหมาะเหม็งที่สุด
ใกล้ เดินทางไปมาสะดวก บรรยากาศการเดินเที่ยวสนุก คึกคักดี
มีจุดให้ถ่ายรูปเยอะ ของกินมีตลอดสองข้างทาง
คงจะไปเก็บภาพบรรยากาศเรื่อยๆเท่าที่เวลาจะอำนวย **

** เอาขนมปังไปเลี้ยงหมาที่วัดพวงมาลัยสองหน
เป็นหมาตัวเดิม แม้จะพยายามตีซี๊ แต่มันก็ยังคงรักษาระยะห่างไว้เท่าเดิม
พอเราเข้าใกล้มันจะถอยห่าง พอเราเดินออกมามันจะเดินตามมาใกล้ๆ
พอเราเดินหาย มันจะเดินหา พอมันร้อนมันก็เดินลงไปแช่น้ำในแม่น้ำ
เย็นสบายดีแล้วมันก็จะเดินกลับขึ้นมานั่งๆนอนๆที่จุดเดิม
พอจะกลับมันก็จะมอง ไปอยู่ใกล้ๆมันครั้งนึงประมาณครึ่งชั่วโมง
เป็นความผูกพันแบบไม่ผูกพัน นับว่าดีไปอีกแบบ **

** เดือนนี้เจอแมวเยอะ จากหลายๆที่ โดยเฉพาะตลาดแถวบ้าน
ดูไปดูมาหมากับแมวน่าจะมีจำนวนพอๆกัน ไม่มากไม่น้อยไปกว่ากัน
เคยคิดเล่นๆว่า น่าจะทำแผนที่ จุดที่มีแมวและสามารถมาถ่ายรูปแมวได้
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการถ่ายรูปแมวโดยเฉพาะ
หรือแม้แต่แผนที่ห้องน้ำรอบๆเมืองว่าอยู่ตรงไหน
(เราเองเป็นคนธาตุอ่อน ต้องหาห้องน้ำเข้าแบบฉุกเฉินอยู่บ่อยๆ
เลยเข้าใจคนหัวอกเดียวกัน ที่ท้องไส้ไม่ค่อยจะปกตินัก)
เวลาถ่ายรูปเรามักจะร้องเสียงแมว แบบแมวร้องจริงๆ
เพื่อเรียกร้องความสนใจจากแมวตรงหน้า ให้หันมามองกล้องให้ได้
มีบางครั้งที่แมวจะไม่สนใจมองเลย บางส่วนก็จะเป็นมิตรมาก
กำลังจะลั่นชัตเตอร์มันก็เดินมาอยู่ตรงขาเรียบร้อย ก็ต้องหยุดถ่าย
แมวบางตัวจะมองแบบไม่วางตา จ้องตาไม่กะพริบ
บางครั้งคนที่อยู่ใกล้ๆก็ฝากแมวเอาไปเลี้ยงที่บ้าน
หรือบอกว่าระวังนะ มันดุ เพื่อนเราบางคนแปลกใจที่เราชอบแมว
ก็คงเพราะไม่รู้ว่าที่บ้านเรามีแมวมีหมามาตั้งแต่เรายังเด็กๆ
คุ้น และเคยชินกับสัตว์เหล่านี้มาตลอด
ถ้าเลือกเลี้ยงได้ระหว่างแมวกับหมา เราเลือกเลี้ยงแมว
และถ้าเป็นไปได้ อยากเลี้ยงทั้งแมวและหมา :-) **

** ตลาดร่มหุบเป็นแหล่งถ่ายรูปที่ดีและสนุกมากๆ
ถ่ายตลาดที่อยู่ชิดรางรถไฟ ถ่ายอาหารที่มีขายสารพัด
(ล่าสุดเจอปลาฉลามตัวยาวประมาณฟุตครึ่งขายอยู่ แต่ไม่ได้ดูราคา)
ผู้คนที่มาเดินซื้อของ นักท่องเที่ยวที่ผลุบๆโผล่ๆถ่ายรูป
ตอนที่รถไฟวิ่งเข้าหรือวิ่งออกจากสถานี ยิ่งนานวัน
นักท่องเที่ยวยิ่งเยอะ เห็นแล้วก็เสียวแทน เพราะจุดที่ยืนดู
หรือยืนถ่ายรูป มันชิดกับแนวรถไฟวิ่งผ่านมาก
กลัวว่าจะมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นถ้าไม่มีมาตรการอะไรมารองรับ
เราชอบไปยืนดูปฏิกิริยาและความสนอกสนใจของนักท่องเที่ยว สนุกดี **

** ได้กล้องใหม่ สั่งซื้อจากในเน็ต กลัวจะโดนหลอกอยู่เหมือนกัน
แต่สุดท้ายก็ได้ของในสภาพที่ตรงกับภาพในเน็ต กล้องที่ว่าคือ Zenit EM
เป็นกล้องรัสเซียอายุประมาณสี่สิบปี เลนส์จากกล้องตัวนี้
เอามาใช้กับกล้องดิจิต็อลที่เรามีอยู่ได้ เลยสนุกกับการเอาเลนส์มาใช้มากๆ
เดือนนี้เลยเหมือนเป็นเดือนทดลองเลนส์ Helios 44/2
เป็นเลนส์ที่ใช้กับกล้องดิจิต็อลแล้วโฟกัสให้ชัดยากเหลือเกิน
ต้องอดทนและหมุนเลนส์จนได้จุดโฟกัสที่ชัดที่สุด
ซึ่งบ่อยครั้งนึกว่าภาพชัดแล้ว แต่ได้ภาพเบลอแทน
แต่พอปรับจนเริ่มชิน ภาพที่ได้น่าประทับใจมาก
ระยะชัดตื้นสวยงาม โบเก้ที่ได้นับว่ายอด ถูกใจซู๊ดๆ **

** เดือนนี้เร่งงานนิทานเฉลิมพระเกียรติพระอัจริยภาพของในหลวง
ดีใจที่ทั้งเขียนเรื่องและวาดภาพเอง ตั้งใจกับงานชิ้นนี้มาก
อยากให้ออกมาดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
เวลาน้อยแต่ต้องเร่งทำให้เสร็จสมบูรณ์ ป่วยไปทำงานไป
เหนื่อยก็ออกไปเที่ยวหรือเดินเล่น เวลาที่กะเกณฑ์ไว้ เลยล่าช้าไปกว่าเดิม
งานเสร็จสมบูรณ์ตอนต้นเดือนสิงหา อยากเห็นเป็นเล่มจริงตอนพิมพ์เสร็จแล้ว **

** หลังจากงานน้อยลงแล้ว เราตั้งใจว่า
จะนอนเร็วขึ้น จากตีสี่เป็นตีสอง และออกกำลังกายให้มากขึ้น
ก็เพราะสามสี่เดือนมานี้มีปัญหาเรื่องแพ้ผงชูรส และป่วยเป็นๆหายๆบ่อยๆ
เราเข้าใจว่า ร่างกายคงส่งสัญญาณเตือนแบบเบื้องต้นให้เรารับรู้
คิดง่ายๆว่าถ้าป่วยจะทำงานอย่างเต็มที่ได้ยังไง
ถ้าแข็งแรงดี งานก็ตามออกมาได้ ไม่ต้องเสียค่ารักษา
สุดท้ายแล้ว ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ จริงๆ **

///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////




 

Create Date : 09 สิงหาคม 2555    
Last Update : 31 สิงหาคม 2555 22:39:52 น.
Counter : 709 Pageviews.  

2555 มิถุนายน

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::















** สองสามเดือนมานี้
แม่น้ำแม่กลองมีเรือหางยาวแว็นท์ คล้ายๆเด็กแว็นท์ขี่มอเตอร์ไซค์ซิ่งแบบนั้น
แต่เรือหางยาวแว็นท์นั้นใช้พาหนะตามชื่อ แล่นเร็ว เสียงดังกระหึ่มก้องไปทั่วคุ้งน้ำ
หนวกหูน่ารำคาญใจจนต้องเอามาบ่นเผยแพร่ให้ฟังโดยทั่วถึงกัน **

** กล้องดิจิต็อลที่ใช้บ่อยๆเสียเป็นรอบที่สอง
หลังจากเสียหนแรกเมื่อเก้าเดือนก่อน ส่งซ่อมที่ศูนย์
หลายวันผ่านไป เจ้าหน้าที่จากศูนย์ซ่อมกล้องโทรมาแจ้งค่าใช้จ่าย
เล่นเอาเซ็งไปเลย เพราะค่าซ่อมสามารถซื้อกล้องคอมแพ็คตัวเล็กๆได้ตัวนึงเลย
เอาเป็นว่ายังไงยังไม่ได้ถอยกล้องตัวใหม่ก็ต้องยอมซ่อมกล้องตัวนี้ไปก่อน
คิดซะว่ากระหน่ำใช้มันซะคุ้มขนาดนั้น มันก็ต้องมีพังกันบ้าง **

** ในระหว่างที่กล้องดิจิเจ๊ง เลยใช้กล้องฟิล์มถ่ายรูปไปพลาง
แม้จะต้องอดทนรอจนกว่าจะถ่ายหมดม้วน แล้วเอาไปล้างสแกนถึงได้เห็นภาพ
แต่เสน่ห์ของมันอยู่ตรงตอนได้ลุ้นว่า ได้รูปอะไรยังไง สวยไหม
หยิบกล้องสองสามตัวมาใช้ ท้ายสุดก็หันไปแลกล้อง Yashica FX-3 Super 2000
ที่วางไว้ในตู้เก็บของ แล้วหยิบจับมาปัดฝุ่น รา ฝ้า ซ่อมแซมมันเอง
ซ่อมแบบบ้านๆ ง่ายๆ เช็ดถูให้สะอาดดูดีกว่าตอนที่มันนอนนิ่งๆอยู่ในตู้
กล้องตัวนี้เราใช้เรียนสมัยปอตรี อายุยี่สิบปีได้แล้ว เอามาทดลองใช้อีกครั้ง
โชคดีที่มันยังใช้การได้อยู่ เลยได้กล้องเก่าเก็บหยิบออกมาเล่นอีกตัว **

** และแล้วหลานเตยก็ได้ ipad จากพ่อแม่สมใจ
หลังจากรบเร้าจะซื้อมาหลายเดือน
เราอาสาไปหาซื้อมาให้ ได้ลองเล่นด้วย มันก็เหมือนกับ ipod
แต่ใช้ง่าย และเห็นถนัดชัดเต็มตากว่ากันเยอะ เราอาสาลง apps ให้อีกเช่นกัน
นอกเหนือจากเกมแล้ว เราเองและพ่อแม่น้องเตย อยากให้ลง apps
เกี่ยวกับภาษาอังกฤษ เพราะหลานเตยอ่อนภาษาอังกฤษ
แถมสอบย้ายห้องไปเรียนอยู่ในห้องที่เก่งที่สุดของโรงเรียนได้
เลยต้องรีบเสริมจุดอ่อนให้อ่อนน้อยลง
ถ้าเรียนอ่อนอาจโดนย้ายกลับไปเรียนห้องเดิม
ตอนเย็นๆเลยต้องเรียนเพิ่มมากกว่าเด็กห้องอื่นๆ
(เป็นนโยบายของโรงเรียนที่จะให้ห้องนี้เรียนมากกว่าเด็กห้องอื่น)
เห็นแล้วเหนื่อยแทนเด็กยุคนี้ ที่ต้องเรียนและถูกบังคับให้เรียน
เรียนกันเยอะแยะมากมาย มากเกินวัยอันสนุกสนานร่าเริงของเด็กไปเยอะเลย
นึกถึงตอนเราเรียนสมัยเด็กๆ ไม่เห็นต้องเรียนกันมากขนาดนี้ **

** ตอนนี้เริ่มกลับมากินอาหารที่มีชูรสได้มากขึ้น
คงเพราะปริมาณการสะสมของชูรสในร่างกายไม่มากเหมือนตอนที่มันปะทุ
และมีทีท่ากลับมาเจริญอาหารอีกแล้ว ทำให้น้ำหนักอาจกลับขึ้นมาเท่าเดิม
(อุตส่าห์ทำให้น้ำหนักหายไปตั้งสามกิโล) ลุ้นกันต่อไป **

** ไปนั่งรถไฟเล่น นั่งจากแม่กลองไปบ้านแหลม ฟรีทั้งไปและกลับ
ชอบบรรยากาศและความรู้สึกระหว่างอยู่บนรถไฟ มันสนุก รื่นรมย์แม้จะอึกทึก
เวลาแค่เกือบสามชั่วโมงถ่ายรูปไปหกร้อยกว่ารูป
หลังจากนั้นกล้องก็เริ่มรวน เพราะทริปนี้หรือเปล่าหนอ
ที่ทำให้กล้องเราป่วยหนักจนต้องส่งเข้าโรงพยาบาลกล้อง **

** ไปขี่จักรยานเล่นแถวถนนหลังบ้าน
ระหว่างกำลังถ่ายรูปเรือตังเกอยู่
พลันสายตาเราก็เห็นตัวอะไรซักอย่าง ดำๆ เดินมาทางที่เรายืนอยู่
ซักพักก็รู้ว่ามันคือหมูป่า แต่ทำไมมันมาเดินอยู่แถวนี้
มันเดินตรงมาทางเรา เดินมาดมๆของกินที่เราซื้อมาจากตลาด
ดูท่าทางแล้วไม่น่ากลัว เชื่อง และยอมให้เราลูบหัวได้
มันเอาปากแทะถุงอาหาร แทะที่นั่งเหล็กของจักรยาน
เป็นครั้งแรกที่ได้ใกล้ชิดหมูป่าขนาดนี้ และเป็นครั้งแรกที่ต้องพูดกับหมูป่า
พูดกับมันว่า อาหารที่มันกำลังไปดมพร้อมแทะอยู่นั้นกินไม่ได้
แน่นอนมันคงฟังเรารู้เรื่องหรอกนะ เราเลยหยิบขนมปังมาบิออกเป็นสองชิ้น โยนให้มันกิน
ตอนแรกมันไม่สนใจ ซักพักมันลองแทะๆดู สุดท้ายมันไม่กิน นึกในใจ ไอ้หมูป่าตัวนี้หนิ 555
สุดท้ายเลยเก็บขนมปังนั้นเอาไปเลี้ยงหมาที่วัดใกล้ๆ
พร้อมกับมองเจ้าหมูป่าไร้นามเดินจากไปอย่างไม่ใยดี
แม้จะเคืองมันเล็กๆที่ไม่ยอมกินขนมปัง แต่ก็ขำและฮากับพฤติกรรมของมัน
รวมทั้งขำฮาพฤติกรรมของตัวเองด้วย :-) **

** ได้ข่าวร้านโลโม่กราฟฟี่มาเปิดที่ชั้น4 สยามดิสคัฟเวอรี่ ได้ซักพัก
เพิ่งมีโอกาสได้มา ร้านน่าเดิน มีกล้องให้ดูหลายรุ่น มีมุมให้ถ่ายรูปได้หลายจุด
ทูตโลโม่กราฟฟี่หนึ่งเดียวในไทย คอยดูแลลูกค้า และตั้งใจบริการอย่างน่าชื่นชม
ท้ายสุดได้ฟิล์ม 120 ติดมาหนึ่งกล่อง ว่าจะเลิกใช้ฟิล์ม 120 แล้ว แต่ก็อดสอยมาไม่ได้ **

** ช่วงนี้เข้าหน้าฝน ฝนตกตอนเย็นๆตลอด
ไปตลาดทีไร ขากลับต้องติดฝน กลับไม่ได้
ที่ๆดีที่สุดในการนั่งพักรอฝนหยุด คือม้านั่งตรงสถานีรถไฟแม่กลอง
นักท่องเที่ยวเพียบ มาถ่ายรูปรถไฟกันสนุกสนาน
แถมมีร้านข้าวร้านก๋วยเตี๋ยวขาย มีกิจกรรมให้ทำระหว่างรอฝนหยุด **

** เคยรู้สึกรำคาญคนที่เดินในที่สาธารณะแต่ก้มหน้าก้มตา
มีสมาธิอยู่กับ สมาร์ทโฟน และไอโฟนกันไหม เราเป็นคนนึงที่รำคาญมาก
จะลงบันได จะขึ้นบันไดเลื่อน เดินอยู่บนฟุตบาธแคบๆ ก็จะเจอคนแบบนี้
เราไม่ได้แอนตี้เทคโนโลยี แต่ฝากดูเรื่องกาละเทศะในการใช้พื้นที่สาธารณะร่วมกับผู้อื่นด้วยเถอะ
บางคนเดินไม่สนใจอะไรทั้งนั้นจะเกะกะขวางทางยังไง ไม่รู้ตัว
เคยนึกเล่นๆว่าถ้าวันนึง อินเตอร์เน็ต คอมพิวเตอร์ มือถือ เฟซบุ๊คมันหายไป
หรือเจ๊งไปเฉยๆ และกู้กลับคืนมาไม่ได้ คนเหล่านี้จะใช้ชีวิตกันยังไงหนอ
(ที่แน่ๆเราคงอดอัพบล็อกในบล็อกแก็งค์นี้แหง๋ๆ 555555555) **

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::




 

Create Date : 08 กรกฎาคม 2555    
Last Update : 9 สิงหาคม 2555 2:47:36 น.
Counter : 813 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  

ถ่านหินจำศีล
Location :
สมุทรสงคราม Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 63 คน [?]




///////////////////////////////////////////////

© ถ่านหินจำศีล
ผันตัวจากอาชีพอาร์ตไดเร็คเตอร์
มาเป็นนักเขียนและนักวาดภาพประกอบนิทาน
เมื่อราวๆเดือนมีนาคม 2545
ทำงานและใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่แม่กลอง

บล็อกแห่งนี้ถือกำเนิดเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2550
มี 11 กรุ๊ปบล็อก รวมบล็อกได้ 354 บล็อก
มีอายุบล็อกนับถึง 16 ก.พ. 2557 ครบ 7 ปีแล้ว
-------------------------------------------------------
https://www.trytobeillustrator.bloggang.com
ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายลิขสิทธิ์ปี 2537
© ถ่านหินจำศีล
-------------------------------------------------------

Find more artworks/photos like this on PORTFOLIOS*NET
Friends' blogs
[Add ถ่านหินจำศีล's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.