update [ 28*07*2014 ] ในกรุ๊ปบล็อก talkative เรื่อง "facebook งานภาพประกอบของเรา"
Group Blog
 
All blogs
 

2553 เมษายน

------------------------------------------------------------------------------------------

1 เมษายน 2553





** เริ่มต้นทำภาพประกอบขายในเว็บโฟโตเลีย
ไม่รู้เหมือนกันว่าจะรุ่งหรือร่วง
เท่าที่ดูภาพขายของคนอื่นๆ เขาขายกันเป็นร้อยเป็นพันภาพ
ของเราเพิ่งจะมีแค่ประมาณยี่สิบรูป
คงต้องใช้เวลากันอีกนาน ขุดเอารูปที่วาดเล่นมาปัดฝุ่น
โยนข้ามไปข้ามมาระหว่างโปรแกรมเพื่อใส่สี
แล้วก็ส่งเข้าเว็บไมโครสต็อค ส่งไปสามเว็บ ผ่านสองเว็บ อีกเว็บนึงไม่รับ
ตอนนี้ก็ทยอยทำภาพขึ้นใหม่เพื่อขายต่อไปเรื่อยๆ

** ทำงานเรียลพาเร็นติ้ง สีน้ำ 5 หน้า
โหดเหมือนกันในเวลาหนึ่งวัน สงสัยต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการทำงานใหม่
แต่ท้ายสุดงานก็สำเร็จลุล่วงด้วยดี

------------------------------------------------------------------------------------------

2 เมษายน 2553



** ออกไปเที่ยวเล่นแถวสยาม
ไปทดสอบราเม็งร้านใหม่ น่าจะเปิดมาได้ประมาณเดือนนึงแล้ว
เห็นตั้งแต่ตอนตบแต่งร้านอยู่
ราคาค่อนข้างสูง สมกับค่าเช่าแสนแพงแถวนั้น
แต่รสชาติโอเค ละเมียด นิ่ง อร่อย ถูกใจเรา

------------------------------------------------------------------------------------------

3 เมษายน 2553



** ทำงานให้คอลัมน์ smart kids ในนิตยสารเรียลพาเร็นติ้ง
สี่รูป ใช้เวลาราวๆ แปดชั่วโมง ออกไปไหนไม่ได้ และไม่อยากออกไป
ข้างนอกวุ่นวายเหลือเกิน ก็ดี ได้นั่งทำงานให้เสร็จไป แล้วก็รอรับทรัพย์ อิอิ

------------------------------------------------------------------------------------------

4 เมษายน 2553





** ทำหน้าเกมหน้าสุดท้ายของเล่มเดือนพฤษภาคม ของนิตยสารเรียลพาเร็นติ้ง
ของเดือนพฤษภา เสร็จครบหมด 10 รูปแล้ว
ของเดือนอื่นน้องที่กองบรรณาธิการส่งบางส่วนมาให้แล้ว ทำได้เลย
แต่ขอหยุดพักแป๊บนึง แล้วเดี๋ยวจะกลับมาจัดการอีกที
ช่วงนี้อยากอ่านหนังสือมากๆ
มีหนังสือที่ซื้อแล้วไม่ได้อ่าน พอกพูนสูงหนาขึ้นเรื่อยๆ
อยากอ่านให้จบๆไป ไม่อยากให้มีค้าง
แต่งานก็ไม่เอื้อให้เอ้อระเหยนั่งอ่านหนังสือชิลด์ๆเฉยๆได้เรื่อยเปื่อย

** ดูหนังเรื่อง "days of being wild" ของหว่องกาไว
เป็นหนังเมื่อยี่สิบปีก่อน เคยดูไปหนนึงเมื่อนานแล้วแต่หนนั้นไม่ค่อยเข้าใจ
หนนี้หลังจากผ่านประสบการณ์ดูหนังมามากมายพอควร
ก็พบว่าหนังเรื่องนี้มีดีอยู่เยอะทีเดียว หนังยังทันสมัยมากๆ
หนังว่าด้วยความเจ็บปวด เปลี่ยวเหงา และชีวิตอันไร้จุดหมาย
ของชายหนุ่มผู้ถูกแม่ทิ้งไปตั้งแต่ยังแบะเบาะ
เขาอาศัยอยู่กับแม่บุญธรรม ใช้ชีวิตเสเพล เปลี่ยนผู้หญิงไปเรื่อยๆ
เขาทำให้ผู้หญิงตกหลุมรัก แล้วก็ทิ้งพวกเธอไป
ทำเยี่ยงเดียวกับที่แม่ทิ้งเขาไป และเดินทางตามหาแม่ผู้ให้กำเนิดในท้ายที่สุด
เพื่อที่จะพบความจริงที่เจ็บปวดไม่น้อยกว่าที่เป็นอยู่
หนังเนิบเนือย บรรยากาศย้อนยุคไปเมื่อห้าสิบปีก่อน
หนังไม่เน้นให้ใครเป็นพระเอกนางเอก แต่เน้นทุกชีวิตที่เข้ามาพัวพันกัน
แม้แต่ชีวิตของคนอื่นๆที่เราไม่รู้จักและไม่รู้ว่าเขาเป็นใครก็มีในตอนท้ายเรื่อง
หนังพยายามบอกเราว่า ชีวิตคนบางคนก็เหมือนนก นกไร้ขา
นกที่บินไปเรื่อยๆ ไม่หยุดพัก ไม่ลงนอนที่กิ่งไม้กิ่งไหน
จะลงสู่พื้นดินก็เพียงวันตายเท่านั้น
ชื่อหนังทำให้เราเข้าใจว่า ความเจ็บปวดในชีวิตคน
โดยเฉพาะความเจ็บปวดในหัวใจของมนุษย์มันช่างยาวนานไร้จุดสิ้นสุด
แต่พอคนเราตาย สิ่งเหล่านั้นก็สูญสลายไปในชั่วพริบตา
มีหนังไทยหลายเรื่องที่ได้รับอิทธิพลจากหนังของหว่องกาไว
เท่าที่นึกออกก็คือ "เรื่องรักน้อยนิดมหาศาล"
"ณ ขณะรัก-a moment in june" และ "รักที่รอคอย-october sonata"
อันนี้เป็นความคิดเห็นของเรา คนอื่นอาจจะไม่เห็นด้วยก็ได้
หนังเรื่องนี้ได้รับรางวัลตุ๊กตาทองฮ่องกง ในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
ผู้กำกับยอดเยี่ยม ดารานำชายยอดเยี่ยม

------------------------------------------------------------------------------------------

5-6 เมษายน 2553





** เหมือนจะว่างแต่ไม่ว่าง
และยังไม่ยอมเริ่มทำงาน
เลยใช้เวลาที่มีไปกับการทำภาพขายในอินเตอร์เน็ต
ทำไปอีกสี่ภาพ ทำภาพใกล้ๆตัวนี่แหละ
เป็นภาพเด็กกับต้นไม้ เด็กกับช้าง เด็กกับสิงโต
น่าจะขายยากอยู่ คงต้องศึกษาดูว่า
เนื้อหาภาพแบบไหนถึงจะขายดี และขายง่าย

------------------------------------------------------------------------------------------

8 เมษายน 2553





** ดอกไม้รอบบ้านกำลังเบ่งบาน
แม้อากาศจะร้อนสุดๆ แต่ดอกไม้ก็ยังบานให้ได้เห็น
บ้างก็ร่วง บ้างก็บาน ส่วนใจบ้างก็ดี บ้างก็หดหู่
เพราะสถานการณ์การเมืองที่เป็นอยู่ ชวนให้หดหู่ เหนื่อยหน่าย
สถานการณ์จะจบยังไงไม่รู้ รู้แต่ว่าเรารักในหลวง

------------------------------------------------------------------------------------------

9 เมษายน 2553



** วันนี้รูปที่แปะขายในไมโครสต็อคในอินเตอร์เน็ต
ขายไปได้แล้วหนึ่งรูป ได้เงินมา 2.5 เครดิต ไม่แน่ใจว่าเป็นเงินเท่าไหร่
ยังใหม่กับการขายภาพในเน็ตมากๆ ราคาภาพขึ้นอยู่กับขนาด
ที่คนเข้ามาดาวน์โหลดไป ภาพนี้มาโหลดไปในขนาด xxl
เป็นภาพเด็กถือต้นไม้กับถือกระถางต้นไม้ เนื้อหาตลาดจ๋ามากๆ
ไม่แปลกที่ขายออกเป็นภาพแรก
ภาพต้นฉบับเป็นลิขสิทธิ์ของเรา ใครจะเข้ามาดาวน์โหลดก็ได้
จะโหลดกี่ครั้ง ทุกครั้งเราก็ได้ตังค์เพิ่ม และเราก็ยังคงเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เหมือนเดิม
ดีก็ตรงนี้แหละ

------------------------------------------------------------------------------------------

10 เมษายน 2553





** วันนี้ไปงานแต่งงานมา
งานสวย น่ารัก บรรยากาศดี อาหารอร่อยสุดยอด
โชคดีที่เจ้าภาพไม่ได้จัดงานที่กรุงเทพฯ
เพราะมีการสลายการชุมนุม เป็นบุญของเจ้าภาพ
เรากินซะจนล้นพุง ทั้งกุ้งเผา กั้งย่าง หอยนางรมฝาเท่าฝ่ามือ
หมูหัน หมี่ซั่ว ลาบ สปาเก็ตตี้ ไส้กรอกลูกวัว(อันนี้ไม่ได้กิน)
ขนมหวาน ขนมเค้ก ไอติม ผลไม้นานา
มีอีกหลายอย่างที่ไม่ได้ลอง เห็นเจ้าภาพว่าค่าอาหารหัวละพันห้า
เราลองคิดๆดูแล้ว เราคงกินไปห้าพันแหง๋ๆ
ตอนเย็นเห็นภาพข่าวสลายการชุมนุม
แล้วเกิดมีการบาดเจ็บและตายของทั้งสองฝ่าย
น่าเศร้าใจมากๆ ยังไงๆก็ขอพูดเหมือนเดิม "เรารักพระเจ้าอยู่หัว"

------------------------------------------------------------------------------------------

12-15 เมษายน 2553







** ทำงานของเรียลพาเร็นติ้งอีกสามภาพ
เป็นงานในคอมสองภาพ วาดมือ(สีน้ำ)หนึ่งภาพ
เป็นอะไรไม่รู้วันที่คนอื่นเขาหยุดชอบนั่งทำงาน
เวลาเขาทำงานกัน ชอบออกเที่ยว
ช่วงนี้เที่ยวแถวสยามก็ไม่ได้อีก เซ็ง
เห็นสภาพการเมืองแล้วไม่รู้ว่าประเทศไทยจะไปทางไหนดี
ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกปักคุ้มครอง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ด้วยเทอญ
พักหลังๆเวลาไปไหว้พระจะอธิษฐานแบบนี้ตลอด
คนดีขอให้มีสุข คนคิดไม่ดี คิดชั่วขอให้แพ้ภัยพินาศหมดสิ้นกันไป
เครียดๆๆๆๆ พักนี้ดูข่าวแล้ว เครียดๆๆๆๆๆๆ น่าเบื่อ น่าโมโห น่าเจ็บใจที่สุด

------------------------------------------------------------------------------------------

16 เมษายน 2553



** อากาศร้อน การเมืองแรง
พยายามบอกตัวเองให้เครียดได้ แต่เมื่อเครียดแล้วต้องรู้ตัวว่าเครียด
ต้องหาทางระบาย ทางที่ดีที่สุดในตอนนี้
ไม่มีอะไรดีเกินหาของชอบๆกิน อย่างขนม กาแฟ
ถ้าให้ดีกินหวานเย็นถ้วยใหญ่ๆใส่น้ำเขียว ไม่เอาน้ำแดง
กินให้ชื่นใจ แล้วนอนแผ่แช่พัดลม กดเบอร์สาม

------------------------------------------------------------------------------------------

18 เมษายน 2553





** ใช้ธรรมชาติบำบัด ปิดทีวี เลิกรับรู้ข่าวสารบ้าง
เดินเท้าเปล่าไปดูต้นไม้ ให้ดินกรวดนวดเท้า
ขยับเนื้อขยับตัว เงยหน้ามองนก มองไม้
เปิดน้ำล้างหน้า นั่งนิ่งๆ สบายๆใต้ต้นไม้
เฮ้อ สบายใจขึ้นเยอะเลย

------------------------------------------------------------------------------------------

19 เมษายน 2553





** สิ้นสุดวันหยุดยาว ชีวิตการงานกลับสู่ภาวะปกติ
ยกเว้นแถวราชประสงค์ คนทำงานแถวนั้นจะทำยังไงหนา
บางแห่งปิดนานๆพี่น้องที่มาจากทุกภาคของไทย เพื่อมาทำงานที่นั่น
ทั้งเหนือ อีสาน กลาง ใต้ ตะวันออก ตะวันตก จะถูกเลิกจ้างหรือเปล่า
ธุรกิจแถวนั้นทำอะไรผิด ไปปิดเขา ใครรับผิดชอบ
เห็นก็แต่พูดกันปาวๆว่าไม่เกี่ยว ไม่ใช่พวก ไม่รับผิดชอบ
ไล่อำมาตย์กัน
แล้วคิดเหรอว่าอำมาตย์เก่าไปจะไม่ได้อำมาตย์ใหม่ที่น่าเกลียดน่ากลัวมาแทน
เห็นข่าวอันนึงเขาไปถามยายแก่ๆว่ามาทำอะไรที่ราชประสงค์
ยายตอบว่ามาไล่ไอ้ "ประสิทธิ์" คนดูถึงกับเหวงกันไป
มีอีกอัน ไปถามคนมาชุมนุมว่ามาทำไม
"มาเรียกร้องประชาธิปไตยแล้วก็ไล่อำมาตย์"
นักข่าวถามต่อ อำมาตย์คืออะไร
ผู้มาชุมนุมตอบว่า "... (หมายถึงเงียบเพราะไม่รู้)"

ไม่แปลกใจเลยทำไมโลกร้อน
ถ้าไม่ใช่เพราะกิเลสในใจคน

------------------------------------------------------------------------------------------

20 เมษายน 2553



** หาหนังสืออ่าน ซื้อ "จะคอยรับไว้ไม่ให้ใครร่วงหล่น" มาอ่าน
ตอนนี้ยังอ่านไปครึ่งๆกลางๆ ไม่ถึงกับชอบและไม่ถึงกับเกลียด
ความดีความงามของหนังสืออาจไปขมวดรวมอยู่ตอนท้าย
(หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น) นอกนั้นก็เป็นนิตยสารต่างๆนานา
ซื้อไว้อ่านช่วงวันหยุดยาว ทั้ง room, living etc, digital camera
แล้วก็ computer arts projects เล่ม4
พ่วงท้ายด้วยซื้อหนังสือเกี่ยวกับโปรแกรม illustrator มาอ่านเพิ่มพูนความรู้

** ขอให้สติอยู่คู่คุณ
การรู้มากไม่ได้หมายถึงว่าฉลาด
ความฉลาดไม่ได้การันตีว่าเป็นคนดี
คนดีไม่จำเป็นต้องสามัคคีกับคนอับปรีย์
อยู่ให้ห่างคนผีเป็นดีที่สุด
(เข้าเรื่องอีกแล้วเรา)

------------------------------------------------------------------------------------------

23 เมษายน 2553





** ในข่าวร้ายยังมีข่าวดีให้เราได้ชื่นใจ
เป็นข่าวดีส่วนตัวไม่เกี่ยวกับสถานการณ์อันน่าเจ็บปวดของบ้านเมือง
นิทานรางวัลชมเชยรางวัลนานมีบุ๊คส์ของเรา
เรื่อง "ขอบคุณครับจากหมีน้อย" ตีพิมพ์ครั้งที่ 4 แล้ว
ดีใจมากๆ แม้ว่าจะเป็นรางวัลชมเชยแต่มันก็ได้รับการตีพิมพ์เป็นครั้งที่ 4

------------------------------------------------------------------------------------------

26 เมษายน 2553



** ช่วงนี้ขี้เกียจอย่างแรง อยากดูหนังมากกกกกก
เช่าหนังมาดูหลายเรื่อง เรื่องที่ติดค้างอยู่ในความคิด
คือเรื่อง "The fourth kind"
เป็นหนังที่สร้างจากเรื่องจริงในเมืองโนม อลาสก้า
หนังใช้การแสดงรวมเข้ากับ
การตัดให้ดูกับภาพเหตุการณ์จริงที่ถูกบันทึกวีดีโอไว้
เรื่องเริ่มเมื่อสามีของจิตแพทย์หญิงท่านหนึ่ง
ถูกฆาตกรรมในห้องนอนกลางดึก แต่ไม่สามารถหาตัวฆาตกรได้
จากนั้นจิตแพทย์หญิงท่านนี้ก็กลับไปใช้ชีวิตตามปกติ
แล้วเรื่องแปลกๆก็เริ่มต้นขึ้น
เธอพบคนไข้หลายรายพูดเล่าเรื่องเหมือนๆกัน
ทุกรายจะตื่นขึ้นราวตีสามถึงตีสี่ และเหมือนถูกนกเค้าแมวจ้องมอง
เมื่อสืบไปเรื่อยๆเธอจึงเริ่มสะกดจิตคนไข้หลายราย และบันทึกวีดีโอไว้
ความจริงที่น่าสะพรึงกลัวจึงค่อยๆเปิดเผยขึ้น
นกเค้าแมวที่ว่าแท้จริงแล้วคือ มนุษย์ต่างดาว
ระหว่างการบันทึกเทปทุกรายจะตัวเกร็ง อ้าปากค้าง และพูดด้วยภาษาแปลกๆ
เมื่อลองให้ผู้เชี่ยวชาญภาษาโบราณพิจารณาแล้วพบว่า
เป็นภาษาสุเมเรี่ยน ซึ่งเป็นภาษาแรกของโลก !!!
แถมยังพูดด้วยว่า "เราคือพระเจ้า" ขนหัวลุก
(มีทั้งภาพและเสียงจากเหตุการณ์จริงให้ดู)
คนไข้รายนี้หลังสงบลงพบว่ากระดูกสันหลังหักสามท่อน และตายคาที่
บางรายหลังถูกสะกดจิตและกลับบ้านไป
จับลูกเมียเป็นตัวประกันและเรียกให้จิตแพทย์หญิงคนนี้ไปพบ
ในที่เกิดเหตุมีทั้งตำรวจ จิตแพทย์หญิง และถูกบันทึกวีดีโอไว้
แต่ไม่เป็นผล เขายิงเมีย ลูก และตัวเองตายในที่สุด
(มีภาพจริงให้ดูด้วย น่ากลัวมากกก)
ในท้ายที่สุดจิตแพทย์หญิงท่านนี้ก็พบว่ามนุษย์ต่างดาวเคยมาหาเธอและสามี
แท้จริงแล้วสามีของเธอไม่ได้ถูกฆาตกรรมแต่เขาฆ่าตัวตาย
ลูกสาวของเธอถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวไป
และไม่พบตัวอีกเลยจนทุกวันนี้

ชื่อหนังหมายถึงประสบการณ์สี่แบบในการเจอกับมนุษย์ต่างดาว
แบบแรกคือ พบเห็นยูเอฟโอ
แบบสองคือ พบเจอหลักฐานแปลกๆที่หลงเหลือจากมนุษย์ต่างดาว
แบบสามคือ การพบเจอสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาว
แบบสี่คือ การถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัว

หนังเรื่องนี้มีบทสรุปไว้ตั้งแต่ต้นเรื่องแล้วว่า
คุณดูหนังเรื่องนี้จบ คุณเชื่ออย่างไร ความจริงก็เป็นเช่นนั้น
เราเชื่อเป็นพื้นเดิมอยู่แล้วว่ามีมนุษย์ต่างดาวอยู่จริง
เหมือนที่เราใช้อธิบายง่ายๆว่า
มนุษย์เอง ก็คือมนุษย์ต่างดาวของมนุษย์ดาวอื่นๆในจักรวาล
ถ้าเสียงและภาพที่ใช้ในหนังเป็นภาพจากเหตุการณ์จริง ไม่มีการเม้คขึ้น
ซึ่งเราเองก็ไม่แน่ใจนักว่าเป็นของจริงแท้และแน่นอนสุดๆ
บอกได้เลยว่า มนุษย์ต่างดาวน่ากลัวที่สุดในจักรวาล

** อ่านบล็อกตัวเองอันนี้แล้ว รู้สึกว่า
ทำไมไม่เปิดกรุ๊ปบล๊อกใหม่เกี่ยวกับหนังไปซะเลยนะ เขียนยืดยาวขนาดนี้

------------------------------------------------------------------------------------------

28 เมษายน 2553



** ซื้อ บลูเบอร์รี่ ครัมเบิ้ล มัฟฟิ่นมากิน
ไม่กล้าพิมพ์เป็นภาษาปะกิตเพราะกลัวจะพิมพ์ผิด จำชื่อได้ก็บุญแล้ว
รสชาติอร่อยดี สมราคา และคุณภาพที่ลูกค้าอย่างเราควรได้รับ

** ดอกคูน หรือต้นราชพฤกษ์ กำลังออกดอกเหลืองเต็มต้น
พื้นรอบๆต้น มีดอกร่วงเต็มไปหมด
ระหว่างนั่งเรือกลับมาจากตลาด เห็นมีดอกคูนลอยให้เห็นเป็นระยะ
ไม่รู้ร่วงและลอยมาจากบ้านเราหรือเปล่า

------------------------------------------------------------------------------------------

29 เมษายน 2553



** ไปสรรพากรเขตพื้นที่มา
เนื่องจากปีภาษี ปี 2551 เราใส่จำนวนเงินขาดไปหนึ่งยอด
เป็นเงินรางวัลจากการประกวดนิทาน
แต่เราไม่รู้ว่าในแบบที่ยื่นไป ต้องเอายอดนี้ไปกรอกในช่องไหน
แล้วก็มั่วๆส่งไปทางเน็ต ปรากฎว่าทางสรรพากรไม่มั่วด้วยกับเรา
เราเลยต้องไปจัดการคืนเงินให้ราชการอีกเกือบสองร้อยบาท
มีการสอบถามเพิ่มเติมว่าบ้านที่เราอยู่มีพื้นที่เท่าไหร่
ปีๆนึงจ่ายค่าอุปกรณ์วาดภาพเท่าไหร่ ลิขสิทธิ์เป็นอย่างไร
ที่กรุงเทพที่พักจ่ายเดือนละเท่าไหร่
ก่อนหน้านี้สรรพากรมาถ่ายรูปบ้านไว้ด้วย แต่เราไม่อยู่บ้าน
แม่โทรมาบอกเรา ทั้งเราและแม่ต่างตกใจว่าทำไมต้องถ่ายรูปบ้านด้วย
โทรไปที่สรรพากร เขาบอกว่าไม่ต้องตกใจหรอก
เพราะถ่ายบ้านไว้เป็นหลักฐานว่าเขามาทำงานจริงๆ
ไม่ใช่ออกจากออฟฟิศแล้วหนีไปทำอย่างอื่น
แต่ที่ตลกก็คือ ก่อนไปที่นั่น คนที่ติดต่อเรา
บอกว่ามีคนรู้จักเราด้วย เห็นชื่อเราบ่อยๆจากหนังสือ อยากเจอตัว
เราก็บอกไปว่า เจอไปก็เท่านั้นแหละ ไม่ใช่ดารา แล้วก็หัวเราะ
พอไปอยู่ที่นั่นจริงๆ เจอตัวคนติดต่อเราแล้ว
มีคนพูดนำขึ้นมาว่า คนเนี้ยเหรอใช่ไหมที่ชื่อชาญศิลป์
คนอื่นๆเลยหันมามอง (เกือบสิบชีวิต)
มีคนนึงถามว่าเขียนนิยายเหรอ มีคนถามต่อว่า เรื่องอะไร
เราก็ได้แต่บอกว่า วาดรูปครับ มีการซักถามเรื่องลิขสิทธิ์ด้วยว่าเป็นยังไง
จนเราต้องพูดแซวกลับไปว่า เหมือนมาสัมภาษณ์งานเลย 555

** มีเรือตังเกมาจอดที่ข้างบ้าน เหลื่อมๆมาทางหน้าบ้านเรานิดๆ
เป็นเรือของข้างบ้านเรานี่แหละ เอาเรือมาจอดซ่อม ทำสี ทำเครื่อง
อุดรูรั่ว ล้างอวน เอาลังพลาสติกมาล้างทำความสะอาด
มาจอดเป็นเดือนแล้ว เวลาออกเรือเรือทั้งสองลำจะหายไปเลยร่วมๆปี
เห็นแล้วนึกถึงบรรยากาศสมัยก่อน จะมีเรือมาส่งปลาทูที่บ้านหลายลำ
คนแถวนี้ที่ไม่ได้รับเชิญที่เห็นๆหน้ากันอยู่ จะมาที่บ้าน
พร้อมจานชาม กาละมัง ถัง แล้วก็โกยปลาไปหน้าตาเฉย
ย้ำว่าไม่ได้เชิญ แล้วคนเหล่านี้ก็ไม่ได้พูดขอเลยซักคำ
เป็นเรื่องตลกแบบขำไม่ออกเมื่อตอนเราเป็นเด็กๆ

------------------------------------------------------------------------------------------

30 เมษายน 2553





** วันนี้หลานเตยแวะมาที่บ้าน เลยได้เล่นกันพักใหญ่
หลานเตยลงมาข้างล่างไม่ได้ เพราะโดนเจ้าเป๊ปซี่กัดไปหลายหน
ต้องอยู่บนบ้านเพื่อความปลอดภัย เราอยู่ตรงชานบ้าน
เดินไปเดินมาเพื่อถ่ายรูปเล่น แล้วก็ถ่ายรูปเจ้าเตยเก็บไว้ด้วย
เจ้าเตยไม่รู้จะเล่นอะไร เลยเด็ดดอกไม้ ใบไม้ใกล้ๆตัว
เอามาปาใส่หัวเรา บางครั้งก็ฝากเราปาใส่หัวเจ้าเป๊ปซี่
เล่นไปเล่นมาเลยปาใส่หัวเราซะเป็นส่วนใหญ่ ฮาดี ขำขำ
เจ้าเตยโพสท่าประหลาดๆเพียบ มีท่าซาลังเฮโยโคเรียด้วย
สงสัยจะเป็นยุคเกาหลีบุกจริงๆ เด็กตัวเล็กตัวน้อยยังทำเป็น
อยู่ใกล้เด็กๆก็ดีอย่างนี้ เหมือนเด็กๆมีพลังงานชั้นดีเอามาแจกผู้ใหญ่
ทำให้เราหัวเราะแล้วหัวเราะอีกจนลืมความร้อนรอบๆตัวไปเลย

------------------------------------------------------------------------------------------




 

Create Date : 05 เมษายน 2553    
Last Update : 17 ธันวาคม 2554 13:41:22 น.
Counter : 1793 Pageviews.  

2553 มีนาคม

------------------------------------------------------------------------------------------

1 มีนาคม 2553





** ไปรับหนังสือ moe ที่คิโนะคุนิยะ เซ็นทรัลเวิล์ด
ด้วยความอยากรู้ว่าชั้นที่เค้าเรียกว่าเซ็นเตอร์พอยท์เป็นอย่างไร
เลยเดินขึ้นไปดู สิ่งที่เตะตาก่อนเลย คือกลุ่มเด็กวัยรุ่นหลายกลุ่ม
กำลังซ้อมเต้นอะไรกันซักอย่าง นอกนั้นก็เป็นร้านค้า ร้านอาหาร
มีแกลเลอรี่เล็กๆด้วย พอรู้แล้วก็ไปกินโออิชิต่อ
ด้วยความอยากกินปูยักษ์ฮอกไกโด
แต่ปรากฎว่ารสชาติปูยักษ์ที่ว่าสู้ปูเลบ้านเราไม่ได้ กลิ่นจะแรงกว่าพอควร
แต่ได้กินหลายๆอย่างปนๆกันก็คุ้มแล้ว (คุ้มสำหรับคนกินจุอย่างเรา)

------------------------------------------------------------------------------------------

2 มีนาคม 2553





** ด้วยความอยากรู้ อยากลอง อยากเล่นกล้องโลโม่
ท้ายสุดความอยากและกิเลสก็จูงมือเราให้ไปที่สถานีรถไฟฟ้าสนามกีฬา
ด้านข้างมาบุญครอง ไปร้านโลโม่มือสอง เคยผ่านไปหนนึง
จากนั้นก็เก็บมาครุ่นคิดและหาข้อมูลว่าอยากได้กล้องรุ่นไหน ยังไง
หลังจากซักถามให้รู้จนแน่ใจว่าเป็นกล้องที่อยากได้จริงๆ
ก็เลือกรุ่นมาได้ เป็นกล้อง holga 120 gcfn
ลักษณะภาพเลือกถ่ายได้สองแบบ
คือภาพแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัส ถ่ายได้ 12 รูป
กับภาพแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวตั้ง ถ้าเลือกแบบนี้ถ่ายได้ 16 รูป
ให้น้องที่ร้านใส่ฟิล์มให้ดูด้วย จะได้ใส่เป็น
ซื้อเสร็จมีข้อมูลเกี่ยวกับกล้องตัวนี้น้อยมากกกก
ต้องเสิร์ชหาความรู้เพิ่มเติมจากกูเกิ้ล และยูทูบต่อไป

------------------------------------------------------------------------------------------

5 มีนาคม 2553



** มีโทรศัพท์แปลกๆเข้ามาหาเรา
เป็นเบอร์ที่บอกไว้ที่จอมือถือว่า "เบอร์ส่วนตัว"
เราก็รับ ได้ยินเสียงผู้หญิงจากเครื่องตอบรับอัตโนมัติ พูดว่า
"นี่เป็นเสียงจากเครื่องตอบรับอัตโนมัติ
ขณะนี้ท่านมียอดหนี้ค้างชำระกับธนาคาร ตื้ด ตื้ด ตื้ด (กบว. ดูดเสียง) ..."
ได้ยินเท่านั้นแหละ เราก็รู้แล้วว่า มิจฉาชีพกำลังรอให้เราหลงเชื่อ
เราเลยกดสายนี้ทิ้ง พร้อมกับอารมณ์เซ็งนิดๆ
ว่าเจอเรื่องงี่เง่าแบบนี้แต่เช้า แต่เอากลับมาคิดดู
น่าลองแกล้งเชื่อแล้วลองฟังไปเรื่อยๆ จะเหมือนกับที่เขาบอกหรือเปล่า
ว่าสุดท้ายจะมีเสียงคนจริงๆ ไม่ใช่เครื่องตอบรับมาพูดกับเรา
แล้วให้เราไปที่เอทีเอ็มเพื่อโอนเงิน และเงินก็สูญในที่สุด ระวังกันไว้
แว่วๆว่าช่วงนี้นอกจากที่เล่าแล้ว ยังมีหลอกคืนเงินภาษีอีกด้วย
ระวังดีๆเน้อ เพราะเขาจะไม่โทรคืนทางโทรศัพท์
ยกเว้นมีข้อสงสัยในเรื่องตัวภาษีที่ทำส่งไปเท่านั้น

------------------------------------------------------------------------------------------

7 มีนาคม 2553





** ไปตลาดหาอะไรกินเล่น
ชอบบรรยากาศตลาดเก่าๆ คงเพราะคุ้นเคยและโตมากับตลาดแบบนี้
กินน้ำเต้าฮวย (น้ำขิง) สดชื่น แซ่บ ตาสว่างมากๆ
เพื่อนเคยบอกว่าชอบกินน้ำขิง เหมือนคนแก่เลย คงใช่มั้ง
ก่อนมาเกิดเราก็แก่มาก่อนนะ อิอิ ยียวนกันไปเลยไม่ต้องยั้ง
เจอร้านๆนึงพ่นไว้ที่สังกะสีว่า
"เคาะ ปะ ผุ ทำสี" แถมมาด้วย "ทำดี" ชอบอย่างแรง 555
ผ่านร้านๆนึง มีน้องหมาอยู่ในร้าน ยืนตัวสั่นๆ
ไม่รู้ว่าสั่นเพราะโดนตัดขนแล้วหนาว หรือสั่นเพราะแก่แล้ว
แต่ฮาดี ตอนไปยืนมองแล้วถ่ายรูปมันก็ยังคงสั่นและเหลือบมามอง
แบบไม่สนใจอะไร ถ้าละอ่อนกว่านี้มันคงเห่าใส่เราไปแล้ว

------------------------------------------------------------------------------------------

9 มีนาคม 2553



** เริ่มงาน ทำงาน
สเก็ตช์งานก่อน ก่อนที่จะไปสู่ขั้นตอนลงสี
(รวมทั้งรออนุมัติงานด้วย) เดี๋ยวนี้เวลาจะเริ่มงาน
จะต้องพยายามทำให้ตัวเองปลอดโปร่ง พ้นไปจากอารมณ์บูดบึ้งร้อยแปด
บางครั้งถึงกับเกือบๆนั่งสมาธิ หลับตา หายใจลึกๆนานซักห้านาที
บางคราวเปิดเพลงที่ชอบฟัง ดูงานภาพประกอบเจ๋งๆ ที่เป็นตัวกระตุ้น
ให้อยากทำงานดีๆออกมา ที่ทำมาทั้งหมดก็เพื่อ
ให้เวลาทำงาน ทำงานด้วยความผ่อนคลาย สบายใจ
ซึ่งจะเป็นผลดีต่อคุณภาพงานมากๆ

------------------------------------------------------------------------------------------

12 มีนาคม 2553





** ทำงานเรียลพาเร็นติ้งต่อ
วันนี้ทำรวดเดียว 5 หน้า
สเก็ตช์ผ่านหมดแล้ว เหลือแต่ลงสีน้ำ
เล่มนี้ได้ทำสีน้ำ 5 หน้าแหน่ะ
บางเล่มทำภาพในคอมเกือบทั้งหมด
กระดาษที่ใช้ทดลองสีก่อนระบายจริง
หยิบมาวาดเล่นเล็กๆ

------------------------------------------------------------------------------------------

13 มีนาคม 2553



** ทำงานเรียลพาเร็นติ้งที่เหลือในคอมให้เสร็จสิ้น
นกฮูกเป็นสัตว์อีกอย่างนึงที่เรายังไม่เคยวาดในเรียลพาเร็นติ้ง
เลยต้องหาข้อมูลอ้างอิง เพื่อให้การวาดเป็นไปอย่างสะดวก
แม้จะไม่ได้วาดแบบเหมือนจริง แต่ก็ต้องหารูปนกฮูกจริงๆมาดู
จะได้มีพื้นฐานมาจากความถูกต้อง ไม่มั่วนิ่มนั่นเอง

------------------------------------------------------------------------------------------

14 มีนาคม 2553



** ออกไปคลายร้อน เดินดุ่ม เดินดูสิ่งต่างๆ
ถ่ายรูปเก็บไว้แก้เซ็ง แก้เครียดจากภาวะการชุมนุม
ได้กลิ่นมะม่วงกวนมาจากไหนไม่รู้
เดินตามกลิ่นไปจนเจอที่เกิดเหตุ
ถ่ายรูปเก็บไว้ สีสันสวยงาม น่าหยิบกินจริงๆ
ถ้าไม่เกรงใจเจ้าของคงกินหมดไปแล้ว อิอิ

------------------------------------------------------------------------------------------

15 มีนาคม 2553





** จัดการงานชุด โกมินิ ของนานมี
แต่ก่อนภาพประกอบเนื้อในเราลงสีด้วยสีน้ำ เป็นสีขาวดำ
ส่วนปกหน้าปกหลังลงสีด้วยสีแสตมป์
ล่าสุดเพื่อความสะดวกสบายทั้งต่อเราและผู้ว่าจ้าง
เราเปลี่ยนทั้งเนื้อในและปกหน้าหลังมาเป็นทำสีในคอม
ซึ่งก็สะดวกเพิ่มขึ้นมาก
แต่ปกหน้าหลังอาจจะช้าหน่อย เพราะทำในคอมเป็นหนแรก
คราวหน้าน่าจะเร็วกว่านี้

------------------------------------------------------------------------------------------

17 มีนาคม 2553





** เริ่มว่าง เริ่มฟุ้งซ่าน ซื้อหนังสือเกี่ยวกับการถ่ายภาพขาย
ในไมโครสต็อคตามเว็บไซต์ในอินเตอร์เน็ตมาอ่าน
"รวยทะลุเลนส์ ถ่ายภาพขายออนไลน์ ธุรกิจสร้างเงินล้าน"
เห็นหนังสือแล้วซื้อเลย เพราะน่าสนใจมากๆ
แม้ชื่อหนังสือจะดูบิลท์อารมณ์ให้อยากเป็นเศรษฐีก็ตามที
ที่สนใจเพราะอยากเพิ่มความมั่นคงให้กับอาชีพทางฟรีแลนซ์มากกว่า
อ่านไปอ่านมา ดูไปดูมา ปรากฏว่า
ขั้นตอนในการอนุมัติให้ภาพผ่านแล้วขายได้
ก็ยุ่งยากพอควร ต้องฝึกถ่ายรูปอีกเยอะแยะ
รูปที่มีเกือบสองหมื่นรูปก็ใช้ไม่ได้ เพราะคุณภาพทางเทคนิคไม่ถึง
แต่เราเห็นลู่ทาง นอกจากภาพถ่ายยังมีภาพประกอบด้วย
ทำภาพประกอบขายในไมโครสต็อคพวกนี้ก็น่าสนใจใช่เล่น
ตอนนี้อยู่ในช่วงวางแผนอยู่ว่าจะยังไงดี ทำภาพอะไรดี

------------------------------------------------------------------------------------------

19 มีนาคม 2553





** น้องหมาที่บ้านไปก่อวีรกรรมไว้อีกแล้ว
เจ้าเป๊ปซี่กับเจ้าหม่ำ ไปรุมกัดเจ้าลายหรือเจ้าโจหมาข้างบ้าน
ไม่ใช่การกัดธรรมดา แต่กัดกันจนไข่เจ้าลายหลุด
ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือตัวไหนกันแน่
เวรกรรมแท้ๆ เดือดร้อนเจ้าของ ต้องตามหมอหมามาต่อไข่ให้เข้าที่
ก่อนหน้านี้เจ้าหมูปิ้งกับเจ้าทองแดงก็มักจะกัดกันเป็นประจำ
จนเจ้าหมูปิ้งมันคลอดลูกแล้วตายไป
ไม่นานเจ้าทองแดงก็เป็นโรคตายในเวลาไม่ห่างกัน
หรือว่าจะเป็นอาภรรพ์หมาสองบ้าน ที่มีชะตาที่ก่อกันไว้แต่ชาติปางไหนมาก่อน
ต้องกลับมาชำระ สะสางให้หมดสิ้นกันไปในชาตินี้
หรือต้องให้หมาสองฝั่ง รักกันและตกลูกออกมา
แบบโรมิโอกับจูเลียต อาถรรพ์ของหมาสองบ้านจึงจะสลายไป

** เอารูปเจ้าเป๊ปซี่มีขี้ตาสองข้างมาให้ดู
เหมือนหมาร้องไห้ แต่เป็นน้ำตาหยดผอมๆฟีบๆ ฮาดี

** ส่วนเจ้าหม่ำอยู่ในช่วงโดนตัวไรกัด จนขนร่วงเกือบหมดตัว
จากนั้นขนใหม่ก็จะขึ้นมาแทนที่เป็นปกติ
เมื่อก่อนนึกว่าขี้เรื้อน แต่ไม่ใช่
มันผลัดขนเพราะโดนตัวไรกัดแบบนี้มาราวๆ สี่ห้าปีแล้ว
ตกลงมันเป็นหมาหรือต้นไม้กันแน่นี่มีผลัดขน ทำยังกะผลัดใบเลย

------------------------------------------------------------------------------------------

22 มีนาคม 2553







** เดือนนี้ไปถอยกล้องมาเป็นตัวที่สองแล้ว
แต่ตัวนี้เป็นกล้องแบบจริงจัง
ก็เพราะอ่านหนังสือเกี่ยวกับการขายรูปถ่ายในเน็ตนั่นแหละ
ทำให้กราฟกิเลสทะลุเพดานจนแทบจะจุกอก
เป็นกล้อง canon EOS 450D ออกมาสองปีแล้ว
ก่อนหน้านี้ไปดูกล้องอีกร้านแล้วเค้าแนะนำกล้องตัวนึงมาให้
บอกว่าดีต่างๆร้อยแปด พอสอบถามจนรู้แล้วว่าต้องใช้ถ่านก้อน 3a
เท่านั้นแหละ
คนขายก็ดูจ๋อยๆไป แล้วเราก็เดินออกจากร้านแบบเซ็งๆ
เพราะรู้สึกว่าเหมือนเค้าเอากล้องที่ไม่สะดวกใช้ มาหลอกขายเรา
เมื่อก่อนเคยเรียนวิชาโฟโต้ ใช้ฟิล์มถ่ายรูป
แต่หลังจากเรียนจบก็จับกล้องน้อยลงน้อยลงเรื่อยๆ
สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้และกล้องเจ๊งไปในที่สุด
แล้วก็กลับมาใช้กล้องดิจิต็อลที่สะดวกและอัตโนมัติทุกอย่าง
พอมาซื้อ canon ตัวนี้ ต้องกลับไปฟื้นความรู้เรื่องการใช้กล้องครั้งใหญ่
นอกจากระบบอัตโนมัติที่มีให้แล้ว กล้อง DSLR แบบนี้
เหมาะกับการใช้ที่ควรเลือกปรับค่าต่างๆเอง
จะได้รูปที่สมใจ และสวยกว่าการตั้งค่าอัตโนมัติ
เอากล้องออกไปทดสอบถ่ายหลายๆอย่าง
ทั้งวิวทิวทัศน์ ถ่ายโคลสอัพ มาโคร ถ่ายหมาวิ่งไปวิ่งมา
ชอบสีและความอิ่มของสี ชอบชัดตื้นที่ชัดตื้นกันสะใจ
แต่คงต้องทดลองกันอีกพักใหญ่ กว่าจะชินมือ

------------------------------------------------------------------------------------------

23 มีนาคม 2553





** ยังทดสอบกล้องไปเรื่อย
ใช้บรรยากาศรอบตัวรอบบ้านนี่แหละเป็นแหล่งฝึกถ่ายภาพ
ทดสอบถ่ายกลางวัน กลางคืน ชัดลึก ชัดตื้น
ถ่ายแบบทีเดียวสามภาพ ถ่ายแบบค่าแสงต่างกันสามภาพต่อเนื่อง
ที่ร้านบอกให้เราไปโหลดคู่มือภาษาไทยในอินเตอร์เน็ต
หาเจอ แต่โหลดไม่ได้ เพราะรุ่นกล้องมันนานแล้ว
ที่เขาโหลดๆทิ้งไว้ในเน็ตมันก็โหลดไม่ได้ไปเสียแล้ว
เลยต้องไปซื้อหนังสือเกี่ยวกับกล้องตัวนี้มาอ่านโดยเฉพาะ
ก็เลยได้รู้การทำงานต่างๆจนครบ
จะได้ลงมือถ่ายได้เต็มที่ซะที

------------------------------------------------------------------------------------------

24 มีนาคม 2553



** ไปเซ็นทรัลเวิล์ด เพื่อไปรับหนังสือโมเอะตามปรกติ
เจอคุณกาแฟเอ๋กับพี่แต้วด้วยโดยบังเอิญในร้านคิโนะคุนิยะ
ได้คุยกันแป๊บนึงแล้วก็แยกย้าย
เดินไปเดินมาเจอร้าน b2s มาตั้งบู๊ธขายสินค้าลดราคา
ได้กระดาษสีน้ำอาเช่แบบเล่มมาเล่มนึง ในราคาประหยัดลงมานิด
เคยใช้กระดาษสีน้ำอาเช่กับงานนิทานเรื่องนึง
จากนั้นก็ใช้กระดาษอย่างอื่นสลับกันไป
ที่ไม่ค่อยได้ใช้แม้คุณภาพดีก็เพราะราคามันสูงกว่าชาวบ้านเขา

------------------------------------------------------------------------------------------

25 มีนาคม 2553



** ยังคงอยู่ในเมือง ไปเดินแถว little japan
หนนี้นอกเหนือจากร้านหนังสือมือสอง
และร้านเบเกอรี่ custard nakamura ที่ต้องแวะทุกครั้งแล้ว
เราตั้งใจจะแวะกินราเม็งแถวนั้น ตอนแรกตั้งใจจะถ่ายรูปร้าน
ถ่ายชามราเม็ง สุดท้ายก็ไม่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้
แถมจำชื่อร้านไม่ได้อีก จำได้แค่ว่าเป็นร้านแรกจากปากซอย
ตอนสั่งดูจากในเมนูก็ไม่มีอะไร
แต่พอเขายกราเม็งชามใหญ่มาให้ก็ถึงกับอึ้งเล็กๆ
เพราะชามใหญ่ ปริมาณเส้นในชามมากมายมหาศาล
เพราะถ้าให้เทียบกับก๋วยเตี๋ยวแบบไทยๆ
น่าจะเป็นบะหมี่แบบห้าก้อน ยังไม่ทันกินก็เหงื่อตกซะแล้ว
ไม่รู้คิดผิดคิดถูก แต่สุดท้ายที่น่าตกใจยิ่งกว่า
คือเรากินมันจนหมดชาม เหลือแต่น้ำ โหแน่นพุงไปหมด
เข็ดเล็กๆ คราวหน้าถ้าจะมากิน คงต้องถามก่อนว่า
ที่เราเลือกสั่งไป ชามเล็กหรือชามใหญ่
ตกเย็นท้องไส้รวนไปหมดเลย คงไม่ต้องตอบว่าท้องไส้รวนเพราะอะไร
ได้หนังสือนิทานญี่ปุ่นมือสองติดมาสองเล่ม
เล่มที่เป็นรูปต้นไม้ ข้างในสวยมากกกกก ชอบอย่างแรง

------------------------------------------------------------------------------------------

26-28 มีนาคม 2553



** เริ่มต้นสเก็ตช์งานกับงานหนังสือเรียลพาเร็นติ้ง
ตอนนี้เริ่มทำของเดือนพฤษภาแล้ว
ของเดือนเมษาจำนวนงานเพิ่มขึ้น เพราะได้ทำภาพประกอบ
ประกอบในคอลัมน์เล่มใหญ่ด้วย ที่เรารับผิดชอบเป็นปกติ คือ
หน้าเกม หน้าเพลงหลังสบาย (เพลงกล่อมเด็ก)
และจะมีนิทานบ้างเป็นบางเดือน

------------------------------------------------------------------------------------------

30 มีนาคม 2553





** ไปงานสัปดาห์หนังสือที่ศูนย์สิริกิตต์มา
ไม่ได้ตั้งใจจะเสียเงินเล๊ย แต่ดันไปเจอหนังสือที่เคยอยากได้เมื่อปีก่อน
ปีที่แล้วทรัพย์จาง เลยต้องปล่อยผ่าน
มาปีนี้หนังสือทั้งชุดสี่เล่มที่ว่านั้นกลับมาวางขายเช่นเคย
ทั้งชุดขายถูกกว่าเดิม 600 บาท
เล็งเห็นว่าน่าจะซื้อไว้ได้ประโยชน์ต่อหน้าที่การงาน
คิดเล่นๆว่าปีหน้าอาจถูกกว่านี้อีกหกร้อยหรือเปล่า
คิดไปคิดมาก็พบว่าซื้อๆไปเหอะ เพราะเหลือแค่สองชุด
ปีหน้าอาจไม่เหลือให้กลับมาซื้อแล้วก็เป็นได้
คิดได้ดังนั้นแล้วก็เสียตังค์ไปตามระเบียบ

** แวะบู๊ธหนังสือที่นำมาจัดแสดงของญี่ปุ่น (ร้านคิโนะคุนิยะ)
จากเกาหลี ไต้หวัน ชอบบู๊ธเกาหลีมากสุด
เพราะมีนิทานให้เปิดดูเยอะสุด แถมสไตล์งานภาพประกอบ
หนังสือนิทานเด็กยังมีความก้าวหน้าไปไกลมาก
ไม่น่าเชื่อเลยว่าเมื่อสิบกว่าปีก่อน เกาหลีต้องมาดูงานการพิมพ์ในไทย
ดูสิ ผ่านไปไม่นาน เขาพัฒนาจนแซงหน้าเราไปแล้ว
ในไทยบริษัทที่พิมพ์หนังสือดีๆก็มีเยอะ
แต่ที่พิมพ์หนังสือน่ากลัวๆ ไม่น่าซื้อ ไม่สวยงาม สุกเอาเผากิน ก็มีไม่ใช่น้อย
ได้แค็ตตาล็อกรวมงานของนักวาดภาพประกอบเกาหลี
ที่ไปแสดงที่โบโลญญ่าเมื่อปีก่อนมาเล่มนึง
พ่วงด้วยเข็มกลัดอันใหญ่ฟรี 5 อัน
ผิดหวังเล็กๆที่รอให้ญี่ปุ่นมาจัดบู๊ธเกี่ยวกับหนังสือญี่ปุ่น
ดันกลับกลายเป็นร้านคิโนะที่เราแวะไปบ่อยเป็นปกติอยู่แล้ว
ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น

------------------------------------------------------------------------------------------




 

Create Date : 10 มีนาคม 2553    
Last Update : 17 ธันวาคม 2554 13:41:47 น.
Counter : 3597 Pageviews.  

2553 กุมภาพันธ์

------------------------------------------------------------------------------------------

1 กุมภาพันธ์ 2553



** ทำงานชิ้นที่สองของเรียลพาเร็นติ้ง
ชิ้นนี้วาดเส้นด้วยเม้าส์ ลงสีด้วยเมาส์ ทุกขั้นตอนเกิดจากเม้าส์
เพราะปากกาดิจิต็อลเดี้ยงไปแล้ว ใช้ไม่ได้ ไม่รู้ถ่านอ่อน หรือเจ๊ง
แต่ก็ใช้เมาส์แทนปากกาดิจิต็อลจนงานสำเร็จ
อยากให้งานเหมือนวาดและระบายสีบนกระดาษ
งานเสร็จถือว่าใกล้เคียงกับที่ตั้งใจไว้

------------------------------------------------------------------------------------------

2 กุมภาพันธ์ 2553



** ตามมาด้วยงานชิ้นที่สามของเรียลพาเร็นติ้งเดือนมีนานี้
ชิ้นนี้วาดเส้นด้วยเม้าส์ ลงสีด้วยเมาส์ เช่นกันกับชิ้นที่หนึ่ง และสอง
ได้เวลาหาปากกาดิจิต็อลดีๆมีคุณภาพแล้วมั้งเนี่ย
หรือคิดอีกแง่ก็คือ ได้เวลาเสียกะตังค์อีกแล้วววว
ชีวิตคนนี่มีแต่ใช้ทรัพยากรให้หมดๆไปจริงๆเลย
นึกไม่ออกว่าคนคนนึงตลอดทั้งชีวิต จะหมดเงินไปกับอะไรได้มากขนาดไหน
ต้องใช้ทรัพยากรอะไรไปเท่าไหร่
เอาแค่เรื่องอาหารการกินนี่ก็แย่แล้ว
เฮ้อ พอจะเสียตังค์ก็บ่นซะยืดยาว รมณ์เสียเล็กน้อย อิอิ

------------------------------------------------------------------------------------------

7 กุมภาพันธ์ 2553





** ไปเยือนเกาะเกร็ดเป็นครั้งที่สอง
ครั้งแรกไปเมื่อราวสิบปีก่อน ครบทศวรรษพอดีพอดิบ
ครั้งแรกไปวันธรรมดา คนน้อยมาก ไม่คึกคัก ร้านรวงก็ไม่ค่อยเปิด
ไปหนนี้ เป็นวันอาทิตย์ คนเยอะมากกกก ร้านรวงเต็มไปหมด
เห็นแล้วก็ได้อารมณ์ใกล้ๆอัมพวาเหมือนกันนะ
วันที่ไปอากาศร้อนมาก เลยกินกาแฟเย็นและน้ำกระเจี๊ยบ
เอาให้เย็นแข่งกับความร้อนรอบตัวไปเลย

------------------------------------------------------------------------------------------

8 กุมภาพันธ์ 2553





** ออกไปหาของอร่อยกิน
เจอร้านราเม็งเปิดใหม่ ไม่รอช้า เข้าไปพิสูจน์ให้รู้รสเองเลย
สั่งราเม็งกับทาโกะยากิมากิน อร่อยดี
ที่นี่เค้าทำรสชาติแบบไทยๆ คือเข้มข้นกว่าต้นตำรับประมาณสองเลเว็ล
ของญี่ปุ่นเค้าเป็นรสชาติแบบละเมียด นิ่ง ไม่กระโตกกระตาก
ส่วนเจ้านี้รสชาติเข้าลิ้น เข้าปากคนไทยอย่างเราพอควร
วันหลังจะแวะเวียนไปชิมราเม็งรสชาติอื่นๆอีก

** เดินไปหาน้องหมาทั้งสามตัว เป๊ปซี่ ลาย และ ขนุน ตามลำดับภาพ
เจ้าเป๊ปซี่เป็นหมาที่พี่สาวเลี้ยงไว้แล้วเอามาฝากเลี้ยงไว้ที่บ้านอีกที
หมาที่บ้านกำลังจะหมดรุ่น เลยต้องหามาเพิ่ม
ส่วนเจ้าลาย หรือเจ้าโจ เป็นหมาของข้างบ้าน
วันนี้ไปหามัน ดูมันดีใจมาก มากกว่าเจ้าขนุนที่เราเลี้ยงตั้งแต่มันคลอด
แต่มันกลับนิ่งๆ เจ้าลายซะอีกดีใจซะจนเรางง
สันนิษฐานได้ว่า
มันถูกขังไว้ทุกวัน ไม่ได้ออกไปนอกบ้าน มันเลยกระดี๊กระด๊าเวลามีใครเดินไปหามัน
ส่วนเจ้าขนุน 2 ถ่ายรูปไว้ไม่ทัน วิ่งมาดีใจแป๊บนึง แล้วก็วิ่งหายไปเลย

------------------------------------------------------------------------------------------

9 กุมภาพันธ์ 2553







** ไปทำธุระปะปังแถวตลาด
ไปเดินเล่นและถ่ายรูปตรงสถานีรถไฟแม่กลองอีกตามเคย
หนนี้เดินไปถ่ายรูปบนรถไฟด้วย ไม่เคยนั่งรถไฟสายนี้เลย
เราตั้งเป้าไว้ว่า ว่างๆจะนั่งรถไฟสายนี้ไปมหาชัย
ช่วงนี้รถไฟกำลังนั่งฟรีซะด้วย ดีจัง สบโอกาส

** ซื้อพวงมาลัยมาถวายพระหลวงพ่อบ้านแหลมกับพระพิฆเนศ
ที่บ้านมีหิ้งพระนานแล้ว มีมานานตั้งแต่เรายังเป็นเด็กๆ
แต่ไม่เคยซื้อพวงมาลัยมาถวายพระเลย วันนี้แหละ
เป็นฤกษ์งามยามดี ซึ่งตั้งขึ้นเอง ทำในสิ่งที่ยังไม่เคยทำซะหน่อย

** ตามมาด้วยการกินน้ำตกหมูของโปรด เจ้าโปรด และรสชาติสุดโปรด

** ถ่ายรูปเรือจ้างที่เรานั่งประจำเอาไว้ระหว่างรอพลขับคุยเสร็จ
กลับบ้านมาล้างรองเท้าแตะซะหน่อย ไม่ได้ล้างมานาน ดีนะที่ยังไม่เน่า

------------------------------------------------------------------------------------------

10 กุมภาพันธ์ 2553





** นั่งหมดเวลาอยู่ในห้อง หมดเวลาไปกับการย้ายข้าวของ
จัดข้าวของใหม่ สลับสับเปลี่ยนตำแหน่ง นู่นนี่นั่นไปเรื่อยเปื่อย
จะได้อยู่ในห้องเดิม แต่สดชื่นกว่า ปิ๊งปั๊งกว่า
เห็นใครว่า คนถ้าอยู่กับความเคยชินเดิมๆเซลล์สมองจะไม่ค่อยแตกตัว
ไม่รู้จริงเท็จประการใด ข้อดีของการจัดห้องใหม่
คงเป็นการเพิ่มเซลล์สมองนั่นเอง ว่าไปนั่นเลยตู
จริงๆจัดห้องและปัดกวาดเช็ดถูรับช่วงตรุษจีนนั่นแหละ ไม่มีอะไรมาก

------------------------------------------------------------------------------------------

11 กุมภาพันธ์ 2553



** ก่อนแวะไปรับหนังสือโมเอะ (moe-หนังสือเกี่ยวกับนิทานภาพของญี่ปุ่น)
ไปกินก๋วยเตี๋ยวเป็ดตรงซอยก่อนถึงซอยบิ๊กซี ไม่ได้มากินเสียนาน
เสียดายรสชาติ อร่อยสู้เมื่อก่อนไม่ได้ วิวตรงที่กินช่างขัดแย้งกันเหลือเกิน
สังกะสีเก่าๆกับยอดตึกที่พุ่งขึ้นไปบนฟ้า
เท่าที่เคยอ่านมา
คนญี่ปุ่นเขาชอบเมืองไทยก็ตรงความที่มีอะไรขัดแย้งกันอยู่มากมายเต็มไปหมด
รวมทั้งที่สำคัญ คนไทยร่าเริง มีชีวิตชีวา สบายๆกว่าคนญี่ปุ่นด้วยกัน
แถมบางทีเราคนไทยก็คิดว่าเราก็มีปัญหามากมายร้อยแปด
แต่คนญี่ปุ่นเขากลับมองว่า
เราคนไทยทุกคนก็พยายามใช้ชีวิตกันให้ดีที่สุดอยู่แล้วนี่นา
ถ้าคิดในแง่บวกก็เป็นความจริง (อยู่ส่วนหนึ่ง)
ความจริงส่วนที่เหลือเราคนไทยเอง
แต่ละคนคงมีมุมมองที่ต่างกันออกไป ใช่ไหม ใช่ไหม

------------------------------------------------------------------------------------------

12-14 กุมภาพันธ์ 2553





** กลับมาทำงานอย่างจริงจังตั้งใจ
เพราะกำหนดส่งงานมารออยู่ใกล้ๆแล้ว
ตัดกระดาษแปะๆ ปะๆ สนุกดี เพลินๆ
แต่ยากตรงที่ทำให้งานทั้งหมด มีความหลากหลาย และต่างกันออกไป
ต่อจากกระดาษ ตามมาด้วยการวาดเส้นทับบนกระดาษอีกที
รวมทั้งใช้สีอะคริลิค แต้มๆ ตามจุดที่คิดว่าสวย
อยากเห็นผลงานเล่มนี้เร็วๆจัง
(ต้นฉบับภาพประกอบยังไม่ทันเสร็จ อยากเห็นหนังสือซะแล้วเรา)

** ตรุษจีนปีนี้ไม่ได้อยู่บ้านไหว้บรรพบุรุษ
แถมวันเที่ยวที่คนจึนบอกว่าไม่ให้ทำงาน ให้ออกไปเที่ยว
หรือที่เขาเรียกว่าวันเที่ยวนั่นหน่ะ เราก็นั่งทำงาน
เท่าที่จำได้ เราทำงานวันเที่ยวเกือบทุกปีเลย
ชีวิตฟรีแล็นซ์ก็เป็นแบบนี้แหละ
อาจต้องใช้วันทำงานเยอะกว่าปกติ
แต่ช่วงที่ไม่ยุ่งมากก็มีเวลาทำนู่น นี่ นั่น
ตามใจตัวเองได้เยอะแยะมากมาย
ชีวิตฟรีแล็นซ์ก็เป็นแบบนี้แหละ
ไม่ได้บ่นด้วยความไม่ชอบนะ ออกจะชอบชีวิตแบบนี้มากกกกก
ให้กลับไปทำงานออฟฟิศ คงทำไม่ได้อีกแล้วในชาตินี้

------------------------------------------------------------------------------------------

15 กุมภาพันธ์ 2553



** กลับบ้าน โรงงานที่บ้านหยุดรับตรุษจีน
เลยเดินสำรวจรอบๆบ้านและโรงงาน
บางส่วนเราไม่ค่อยเดินเข้าไปเท่าไหร่ วันนี้เลยจัดการถ่ายรูปเก็บไว้

------------------------------------------------------------------------------------------

17 กุมภาพันธ์ 2553





** วันนี้วันพุธงานหนังสือธรรมะสำเร็จ เรียบร้อยลงด้วยดี
ทำด้วยความสนุก ถนัด สบายใจ ชอบงานนี้จริงๆเลย
งานเสร็จก่อนเวลาเส้นตายสองสามวัน
เลยมีเวลาพักเพิ่มจำนวนเท่าที่ว่ามา แต่มีงานเล็กๆรออยู่อีกสองงาน

------------------------------------------------------------------------------------------

19 กุมภาพันธ์ 2553



** เข้ากรุง มุ่งสู่เส้นทางดวงดาว
เขียนเหมือนจะมาเป็นนักร้องลูกทุ่งประมาณนั้นเลย อิอิ
เห็นป้ายโฆษณานิทรรศการอะไรซักอย่าง สวยดี
ถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเป็นงานอะไร
เดี๋ยวผ่านไปค่อยไปยืนเพ่งอีกรอบ
ดูเหมือนสนใจ แต่ไม่ค่อยใส่ใจชอบกล

------------------------------------------------------------------------------------------

20 กุมภาพันธ์ 2553





** นัดเจอคุณกาแฟดำฯที่จตุจักร
พอนั่งรถไฟฟ้าผ่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเท่านั้นแหละ
ฝนตกตูมใหญ่ เลยไปลงที่สถานีสะพานควาย
เปลี่ยนแผนไปเจอกันที่สยามแทน
ว่าจะไปเดินดูกล้องเก่าๆซะหน่อย เพิ่งไปเจอร้านเด็ดๆมาร้านนึง
ตามเคย เจอกัน คุยกัน สรรพเพเหระ หัวเราะคึกคัก
และที่เป็นไฮไลท์สำคัญสุดก็คือ การกิน
ไปกินกาแฟและขนมในร้านทรูช็อปที่สยามพาราก็อน
เพิ่งเคยไปนั่งกินเป็นหนแรกเลย
ปิดท้ายวันด้วยการกินอาหารประจำชาติ
คือ ลาบ น้ำตก ส้มตำ
ไม่แน่ใจว่าชาติก่อนเป็นคนอีสานหรือเปล่า
คงเป็นเพราะตอนเด็กๆ พ่อพาเราไปกินน้ำตกเนื้อ
นับแต่นั้นมารสชาติอร่อยสุดยอดนั้นก็ตามติดเรามาตลอดจนถึงบัดนี้
แต่ตอนนี้เราเลิกกินเนื้อวัวไปแล้ว
เพื่อสุขภาพนั่นเอง

------------------------------------------------------------------------------------------

21 กุมภาพันธ์ 2553





** ว่างแล้ว แต่มีงานเข้า เข้ามาเมื่อวันที่ 18 ต้องส่งสเก็ตช์วันที่ 22
เพิ่งจะได้ทำสเก็ตช์ก็วันนี้ กว่าจะได้เริ่มทำสเก็ตช์ก็ดึกดื่นค่อนคืนเข้าไปแล้ว
ไม่เป็นไร ขอให้ได้เริ่มต้นเถอะ หยุดไม่อยู่
แต่ส่วนใหญ่จะรอให้เป็นอีกวันแล้วค่อยทำ
ผลัดวันไปเรื่อยๆ เป็นแบบนี้เสมอ ทำไมเป็นคนแบบนี้หนอ
แก้ไม่เคยหาย แต่นี่แหละตัวเรา เป็นแบบนี้จริงๆ
ตัวจริงเสียงจริงต้องเป็นแบบนี้แหละ ของแท้ชัวร์

------------------------------------------------------------------------------------------

23 กุมภาพันธ์ 2553





** งานที่สเก็ตช์ไว้ ทำสีเสร็จเรียบร้อย ส่งงานทางเมล์เรียบร้อย
มีความรู้สึกว่ามาอัพบล็อกนี้ วันนี้ แล้วคิดอะไรไม่ค่อยออก ตื้อๆ
บางวันไม่มีอะไรเลย แต่มีเรื่องอยากจะพูดเยอะแยะมากมาย
สงสัยสมองอยากหยุดพัก รีบู๊ธซักรอบ
ต้องหาเวลานอนยาวซะแล้ว อิอิ
แล้วการหาข้ออ้างให้ตัวเองก็สำเร็จไปอีกครั้ง ฮิฮิ

------------------------------------------------------------------------------------------

25 กุมภาพันธ์ 2553





** ช่วงวันสองวันนี้อากาศปลอดโปร่งมาก
แดดจัด ฟ้าแจ่ม นึกถึงแดดที่บาหลี ถ้าเป็นดินน้ำมัน หรือช็อกโกแลต
สองนาทีก็คงละลาย เหลวอยู่บนพื้น

นั่งกินข้าว มืออยู่ไม่สุขต้องหยิบกล้องขึ้นมาถ่าย
ถ่ายโต๊ะสีส้ม สีโปรดตลอดกาลของเรา
เมื่อก่อนชอบสีโทนน้ำตาลมาก
แล้วก็พัฒนามาชอบสีส้มแทน เพื่อนเอ๋เคยบอกเราว่า
พวกที่ชอบสีส้มหรือสีเขียว เป็นพวกป่วน
จริงเท็จประการใดไม่รู้
แต่เมื่อลองย้อนคิดดู ก็มีความจริงอยู่ในนั้น
เพราะถ้าเราอารมณ์ไม่ดี เราก็กลายเป็นมนุษย์จอมป่วนได้ในทันที
ยังกะเป็น the hulk แปลงร่างได้ในบัดดล

------------------------------------------------------------------------------------------

27-28 กุมภาพันธ์ 2553



** สองวันมานี้กำลังสนุกค่อนไปทางบ้า
อ่านเจอจากในหนังสือคอมพิวเตอร์ อาร์ต ฉบับล่าสุด เดือนกุมภาฯ ว่า
มีเว็บไซต์สัญชาติไทยนามว่า //www.portfolios.net ถือกำเนิดได้เกือบปีแล้ว
เป็นเว็บไซต์ชุมชนคนทำงานศิลปะของคนไทย
เรารอมานาน อยากให้ไทยเรามีเว็บแบบนี้บ้าง
สมใจ รีบเข้าไปสมัคร และเล่นอย่างบ้าคลั่งอยู่หลายชั่วโมง
ใครสนใจอย่าลืมแวะไปดู หรือแปะผลงานในนั้นได้ ฟรีตลอดรายการ

** หมดไปอีกเดือน
มีเรื่องที่อยากทำเยอะแยะมากมาย ต้องเก็บไว้ก่อน

------------------------------------------------------------------------------------------




 

Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 17 ธันวาคม 2554 13:42:14 น.
Counter : 1089 Pageviews.  

2553 มกราคม

------------------------------------------------------------------------------------------

1 มกราคม 2553



** สุขสันต์วันปีใหม่ทุกท่านเลยคร้าบ
ขอให้ทุกท่าน มีความสุข ไร้ความทุกข์ ไร้เจ็บ ไร้จน
สดชื่น สดใส กระปรี้กระเปร่าเหมือนเด็กสิบขวบ
มีสติ มีความคิดเพื่อตัวเอง ครอบครัว และคนรอบข้าง
มีเวลาอยู่กับตัวเอง ได้คิด ได้ทำ สิ่งที่ปรารถนา
สุขกันทั่วหน้า ตลอดปีนี้และตลอดไปเลยครับ

** นึกว่างานของปีที่แล้วจะหมดและปิดจ๊อบได้เรียบร้อย
แต่ปรากฏว่าลืมงานของข้าวตูไป อิอิ
งานสุดท้ายของปีตัวจริง เลยเป็นงานภาพประกอบของ เรียล พาเร็นติ้ง
ทำงานวันสุดท้ายของปีที่แล้วต่อเนื่องมาสู่วันแรกของปีนี้ ทำวันละชิ้น
ตอนนี้งานเสร็จสมบูรณ์ หมดจ๊อบ ปิดจ๊อบอย่างสมบูรณ์แบบ
เหลือแต่งานการกุศลที่ทำให้กับคนในครอบครัวอีกเล็กๆน้อยๆ

------------------------------------------------------------------------------------------

7 มกราคม 2553






** ไปเตร็ดเตร่แถวสยาม
แม้วัยจะไม่ได้ แต่ใจมันยังวนๆอยู่แถวนั้น อิอิ
บรรยากาศยังเหมือนๆกับคริสต์มาส และปีใหม่อยู่เลย
ชวนให้เผลอไผลอยากเสียเงินเสียจริงๆ แต่ท้ายสุด สนุกจังและตังค์ยังอยู่ครบ
แต่อากาศนี่สิมันแปลกๆ ฝนตก เราเลยหลบไปชั้นสองโรงหนังลิโ้ด้
ไปจ๊ะเอ๋กับนิทรรศการครบรอบ 3 ปี อาร์ตกอริลล่าส์ อาร์ตแกลเลอรี่
และเทศกาลตุ๊กตาใต้ดินครั้งที่ 3 มีงานน่าสนใจเยอะทีเดียว
เสียดายแกลเลอรี่เล็กไปหน่อย งานที่เอามาแสดงเลยต้องเบียดตัวกันเต็มไปหมด
เห็นงานของมะเดี่ยวหลานยายปริก (อดีตคนเขียนการ์ตูนขายหัวเราะ)ด้วย
ถ้าโอกาสอำนวย จะอัพบล็อกเกี่ยวกับนิทรรศการนี้โดยเฉพาะอีกทีนึง

------------------------------------------------------------------------------------------

15 มกราคม 2553



** วนเวียนอยู่แถวเซ็นทรัลเวิล์ด และร้านคิโนะคุนิยะ
เลยสัมฤิทธิ์ผล เสียตังค์กับหนังสือเรื่อง "The arrival" โดย Shaun Tan
เป็นหนังสือประเภท graphic novel จะเีรียกว่านิยายภาพได้ไหมหนอ
คล้ายๆกับการ์ตูนญี่ปุ่นนั่นแหละ แต่เรื่องนี้ไม่มีคำพูด เป็นการวาดเส้นทั้งเล่ม
อ่านจากไหนมาไม่รู้เห็นว่าใช้เวลาวาดทั้งเล่ม 5 ปี อุแม่เจ้า เลยต้องอุดหนุนซะแล้ว
ขออภัยไม่มีรูปหนังสือให้ดู จะเอาไปอัพในกรุ๊ปบล็อก bookcase อีกที

------------------------------------------------------------------------------------------

16 มกราคม 2553



** งานแรกของปีสองพันสิบติดต่อเข้ามาตั้งแต่วันจันทร์ที่ 11 ที่ผ่านมา
เพิ่งได้ทำสไตล์ให้ทางสำนักพิมพ์เลือก ทำไว้สามแบบ แต่ให้ดูแค่สองแบบพอ
ไม่รู้เหมือนกันว่าจะออกหัวหรือออกก้อย
โอกาสช่างเป็นใจ กำลังอยากทำงานที่มันต่างจากที่เคยทำมา ก็ได้รับโอกาสนั้นเดี๋ยวนี้เลย
เหลือแค่ว่าบรรณาธิการเล่มโอเคกับเราด้วยหรือเปล่า อิอิ

------------------------------------------------------------------------------------------

17 มกราคม 2553





** กลับบ้านแม่กลอง
ตระเวนเดินรอบบ้านและบันทึกสิ่งเล็กสิ่งน้อยไว้เช่นเคย
เหมือนเป็นการเดินย่อยอาหาร และรับพลังงานจากธรรมชาติไปในตัว

------------------------------------------------------------------------------------------

18 มกราคม 2553





** เกือบจะหมดเดือนแรกของปีแล้วหรือนี่
เดี๋ยวต้องจ่ายประกันกับทำเสียภาษี ถ้าทิ้งไว้มีหวังได้ลืมแล้วไปทำท้ายๆก่อนหมดเขตแหง๋ๆ

** ออกไปตลาด ไปนั่งกินกระเพราหมูสับราดข้าวโปะด้วยไข่เจียว
เป็นอาหารจานด่วน เวลาสมองคิดอะไรไม่ออก ร้านนี้ 25 บาท ทั้งอร่อยและถูกมากๆ
แวะไปซื้อขนมกล้วยตรงทางรถไฟร่มหุบแล้วหุบร่ม
เห็นตรงต้นไทรมีศาลและผ้าสีนานาชนิด เลยลั่นชัตเตอร์ไว้เป็นที่ระลึกเสียหน่อย

** จังหวะเหมาะ หลานเตยมาบ้านหลังเลิกเเรียนพอดี
เพิ่งได้นิทานเล่มโต เรื่อง "เพื่อนรักในป่าใหญ่" มาสดๆร้อนๆ
เลยจับหลานเตยมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ตัวน้อย ช่วยถือนิทานเล่มโตให้หน่อย
พอเด็กถือแล้วหนังสือยิ่งดูใหญ่โตมากขึ้นไปอีก เราเปิดดูอยู่รอบสองรอบ
ชอบอย่างแรง หนังสือใหญ่โตเต็มตาและอลังการดี
พี่นุ้ย แม่หลานเตยบอกให้หลานเตยทำหน้ายิ้มแย้มหน่อย
แต่เจ้าเตยกลับทำหน้าเจ้าเล่ห์มีลับลมคมในไปเสียนี่ แต่ไม่เป็นไร ดูฮาดี

------------------------------------------------------------------------------------------

22 มกราคม 2553





** เจอร้านขายกล้องสุดฮิต
บนสถานีรถไฟฟ้าสนามกีฬาแห่งชาติ ด้านข้างมาบุญครอง
เห็นแล้วน้ำลายไหล อยากเล่น อยากมีกับเขาบ้าง
แต่ขอเวลาศึกษาให้ดีก่อนซื้อดีกว่า จะได้ไม่ปวดหัว หรือเสียดายในภายหลัง

** ไปเยาวราช ไปเดินดู ตุ๊กตุ่น ตุ๊กตา โมเด็ลพลาสติกทั้งหลาย
เล็งไว้หลายร้าน แต่สุดท้ายก็สามารถสกัดกิเลสตัวเองไว้ได้
ด้วยการไม่ซื้ออะไรเลย เกือบได้ประติมากรรมประธานเหมาเจ๋อตุงทองเหลืองมา
ดีนะที่กลั้นและเก็บความอยากไว้ได้
แต่สุดท้ายก็ไปเสียตังค์กับที่คั่นหนังสือจากจีนและภูกันจีนในร้านนานมีบุ๊คส์จนได้

** ผ่านด้านหลังสามย่าน ตรงจุฬาฯ
สภาพเป็นอย่างที่เห็น กำลังทุบตึกเพื่อสร้างอะไรขึ้นมาแทนก็ไม่รู้
เดินข้ามไปวัดหัวลำโพง ไปทำบุญโลงศพซะหน่อย
ตั้งใจไว้นานแล้ว แต่เพิ่งมีโอกาสแวะมา


------------------------------------------------------------------------------------------

23 มกราคม 2553



** ไปเตร็ดเตร่แถวจตุจักร
ไปร้านพี่น้อย อยู่ตรงข้ามตลาด อตก.
ขายของเก่า ของเล่นสังกะสี กุญแจเก่า ภาพถ่ายเก่าๆ
ถ้วยช้อนชามเก่า มีทั้งที่เป็นพลาสติก สังกะสี และอื่นๆอีกมากมาย
ได้กุญแจเก่ามาอันนึง เดี๋ยวเอาไปล็อคห้องที่บ้านแม่กลอง

------------------------------------------------------------------------------------------

28 มกราคม 2553



** กินข้าวเหนียวแต่หัววัน
ยังให้ความง่วงเหงาเข้ามาเหยียบย่ำความมีสติอย่างรวดเร็ว
อย่ากระนั้นเลย ขอเวลาล้มตัวลงนอนงีบใหญ่
ตื่นมาเวียนหัวมาก ก่อนจะตื่นรู้สึกตัวนานแล้ว
แต่ตื่นไม่ขึ้น รู้เลยว่ามีสาเหตุมาจากข้าวเหนียวนี่แหละ

** ช่วงเย็นๆ ได้เวลาสเก็ตช์งานหนังสือธรรมะเล่มแรกของปีนี้
และเป็นงานแรกของปีด้วย
ชอบเนื้อหาของหนังสือธรรมะเล่มนี้ (จริงๆก็เหมือนกับเล่มอื่นๆทั่วไปแหละ)
แต่เพราะหลังอ่านจบ ลองเอามาใช้กับตัวเอง
ด้วยการตามดูความคิดตัวเอง ว่าบินไปไหน คิดอะไรอยู่ จะได้ไม่ปรุงแต่งอารมณ์
และไม่ก่อตัวเป็นอารมณ์ทั้งทางที่ดี หรือทางที่ร้าย แต่ก็แค่ๆลองคิดลองทำเท่านั้นเอง
ไม่รู้ผ่านไปซักอาทิตย์จะลืมทำ ลืมตามดูจิตตัวเองหรือเปล่า แหะ แหะ

------------------------------------------------------------------------------------------

29 มกราคม 2553



** เราใช้ชีวิตแบบเรื่อยเปื่อย ค่อนไปทางตามใจตัวเองมากๆ
แม้มีเวลา แต่สิ่งที่ต้องทำก็เก็บไว้ก่อน
เพราะรู้แน่แก่ใจลึกๆอยู่แล้วว่าเวลาที่มียังทำงานที่รออยู่ทันแน่นอน
ทำบ่อยๆ ทำประจำจนกลายเป็นนิสัยหรือจะเรียกสันดานก็จะยิ่งชัดเจนมากกก
วันนี้ก็เหมือนกัน เป็นวันไหลเวลาให้หมดไปตามระเบียบส่วนตัว
บางทีก็นึกว่า เวลาเป็นของมีค่า
แต่ในขณะเดียวกันก็นึกว่า คนเราจะทำอะไรนักหนา
ใช้ชีวิตเร็วบ้าง ช้าบ้าง เนิบเนือยบ้าง กระหืดกระหอบบ้าง
สมกับเป็นตัวเราจริงๆ อิอิ

------------------------------------------------------------------------------------------

31 มกราคม 2553





** ระหว่างซื้อของอยู่
อยู่ดีๆก็มีผีเสื้อตัวน้อยบินมาเกาะเสื้อตรงพุงเรา
เกาะอยู่ราวๆ 4 นาที เขย่าๆก็ไม่ไป เลยปล่อยให้มันเกาะนานได้ตามใจชอบ
มองดูเสื้ออีกที หายไปแล้ว ถ้ามีนกมาเกาะบนหัวนี่คงอะเมซซิ่งน่าดูเลย
จากนั้นก็ไปกินผัดเขียวหวานทะเล อร่อยมากๆ
ในชีวิตคน จะมีกี่เรื่องที่เราสุขกับมันได้โดยไม่ต้องคิดอะไรมาก
ก็เรื่องกินนี่แหละ เป็นความสุขที่มีได้ทุกวัน (แต่ของที่กินก็ต้องอร่อยด้วยนะ)

** จากนั้นก็กลับมาทำงาน real parenting ฉบับเดือน มีนาคม
อ่านๆๆเนื้อหาทั้งหมด เขียนๆๆ วาดๆๆ ไว้จะได้จำข้อมูลทั้งหมดได้
จะว่าน่าแปลกใจก็น่าแปลกใจ จะว่าไม่น่าแปลกใจก็ไม่น่าแปลกใจ
ที่เราได้มาทำงานนี้อย่างต่อเนื่อง
ส่วนหนึ่งเราว่างานประเภทนี้เราเคยซึมซับมาบ้างตอนเด็กๆ
ที่จำได้คือ หนังสื่อเล่มเล็กๆของสำนักพิมพ์ "เม็ดทราย"
เป็นหนังสือสำหรับเด็กๆ มีเกมและเรื่องราวสาระพันอยู่ในนั้นมากมาย
แล้วเราก็จำได้ว่า เราชอบหนังสืออะไรแบบนี้มากกกกกก
ประเภทมีเกม มีรูป มีอะไรให้คิด หรือทำตาม
มันคงเป็นความทรงจำที่แปรมาเป็นชีวิตปัจจุบันนี้ก็อาจเป็นไปได้
ใครจะไปรู้ ใช่ไหม

------------------------------------------------------------------------------------------




 

Create Date : 02 มกราคม 2553    
Last Update : 17 ธันวาคม 2554 13:42:42 น.
Counter : 1091 Pageviews.  

2552 ธันวาคม

------------------------------------------------------------------------------------------

เทคนิคในการอ่านบล็อกในกรุ๊ปบล็อกนี้คือ
มาอ่านซักปลายๆเดือน เนื่องจากเราจะมาอัพบล็อกไปเรื่อยๆ จนหมดเดือนนั้นๆ
หรือจะมาเม็นท์ไว้ก่อนก็ได้ มิว่ากัน
ช่วงเดือนแห่งการหยุดยาว และหาแหล่งเที่ยวเพื่อหนีไปแช่ตัวอยู่ในบรรยากาศปีใหม่
ขอให้ทุกท่านมีความสุขมากๆกับการได้หยุดนานๆ ได้ออกเดินทาง ได้ไปพบสิ่งใหม่ๆ

------------------------------------------------------------------------------------------

2 ธันวาคม 2552





** หลังจากเมื่อวาน วันเริ่มต้นเดือนสุดท้ายของปี
(ทำไมวันเวลามันรวดเร็วอย่างนี้ รู้สึกเหมือนกลางปีอยู่เลย)
เมื่อวานไปส่งงานนานมีเสร็จ ได้นอนอย่างเต็มอิ่มเสียที
วันนี้กลับบ้าน พอถึงบ้านกลายเป็นธรรมเนียมส่วนตัวไปแล้ว
เริ่มจากทักทาย ลูบหัว ลูบหางน้องหมาแล้ว
ก็เริ่มถ่ายรูปรอบๆบ้าน แม้ทุกอย่างจะเหมือนเดิม หรือเปลี่ยนไปอย่างช้าๆ
แต่ก็มีอะไรใ้ห้ถ่ายได้ไม่รู้เบื่อ กระถางต้นไม้ต้นใหม่ ดอกไม้กำลังบาน
ใบไม้ที่ร่วงมารวมกันหลายๆสี ต้นไม้ที่แม่เพาะไว้ น้องหมาในอิริยาบถประหลาดๆ ฯลฯ
ถ่ายไปเรื่อยจนไปด้อมๆมองๆตรงริมน้ำ เห็นปลาเสือ เลยรีบถ่ายรูปไว้
ตอนแรกเห็นตัวเดียว ตอนหลังเห็นตัวลูก ถ่ายรูปคู่แม่ลูกไ้ว้ไม่ทัน
ซักพักมาอึกหนึ่งตัว น่าจะเป็นตัวพ่อ ได้เห็นปลาเสือ 3 ตัวพร้อมๆกัน
เป็นภาพที่นานๆจะได้เห็นสักที แสดงว่าแม่น้ำแม่กลองที่อยู่หน้าบ้าน ยังสะอาดใช้ได้

** 10-13 ธันวาคมนี้ ที่สวนลุมพินี เวลา 15.00-21.00
ใครอยู่กรุงเทพอย่าลืมแวะไปชมงาน Street show in Bangkok 2009
ค่าเข้าชมฟรี ดูรายละเีอียดได้ที่ //www.bangkokstreetshow.com
ส่วนเราช่วงเวลาที่ว่าไม่อยู่กทม. เราจะไปอยู่แถวบาหลี ไชโย โห่ฮิ้ว ปิ๊วป๊าว

------------------------------------------------------------------------------------------

3 ธันวาคม 2552





** เริ่มงานที่ค้างอยู่ทันที ช่วงนี้เป็นช่วงของงานขาวดำ
ขออภัยพี่ที่รองานอยู่ด้วยนะ ขอบคุณครับที่ไม่ตามงานให้เกร็งเครียด อิอิ

** ไปตลาด เพื่อไปทำฟัน
เมื่อสองปีก่อนฟันเราวิกฤตมากกกก ต้องไปอุดมากกว่า 10 ซี่ ในช่วงสองอาทิตย์ (!!!!!!)
แต่ก็ยังเหลือทิ้งไว้อีกหนึ่งซี่ที่ยังไม่ได้อุด
(ไม่รู้ว่าจะเหลือไว้ทำไมเราเดาว่าคงเข็ดกับการอุดสิบซี่ที่ผ่านไปก่อนหน้านั้น)
แต่ล่าสุดด้วยเหตุว่ากินทุกเรียนกวน
แล้วฟันมันหักแหว่งติดทุเรียนกวนแล้วเรากลืนลงท้องไปเลย
จึงทิ้งไว้นานไม่ได้ ต้องรีบไปหาหมอโดยด่วน เพราะถ้าช้ากว่านี้อาจจะอุดไม่ได้
ต้องหันมารักษารากฟันแทน
บทเรียนจากการอุดฟันสิบกว่าซี่เมื่อสองปีก่อน
ทำให้เรารักษาดูแลฟันดีกว่าแต่ก่อนประมาณ 80 เท่า
ไปคราวนี้หลังจากอุดฟันเสร็จ หมอตรวจดูแล้วไม่มีฟันผุเพิ่ม ดีใจสุดๆ
เพราะไม่ต้องเสียตังค์เพิ่ม และเป็นบทพิสูจน์ว่าเราดูแลรักษาฟันได้ดีขึ้นมาก
บทเรียนนี้ราคาแพงยิ่งนัก ถ้าฟันหรือแม้แต่สุขภาพมีปัญหา ให้รีบไปหาหมอโดยด่วน
เพราะเราได้บทเรียนแล้วว่า
ทั้งฟันและสุขภาพยิ่งปล่อยทิ้งไว้นาน ค่ารักษาก็จะยิ่งแพงเพิ่มตามวันเวลา
เช่น ฟันผุ แรกๆอุดได้เลย แต่ถ้าทิ้งไว้นาน ฟันผุเป็นโพรงถึงรากฟัน
อุดไม่ได้ก็ต้องรักษารากฟัน หรือไม่ก็ต้องถอนแล้วใส่ฟันปลอมไปเลย ก็จะยิ่งแพงขึ้นไปอีก

** บรรยากาศในตลาดแม่กลองมีธงทิวติดเฉลิมฉลองเนื่องในวาระมงคล
วันที่ 5 ธันวา กำลังเวียนมาอีกครา
ขอให้ในหลวงพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักของคนไทยทั้งผอง
ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง ปกครองผืนแผ่นดินไทยตราบนานเท่านาน

------------------------------------------------------------------------------------------

5 ธันวาคม 2552





** วันนี้เป็นวันสีชมพู
เพระคนไทยกว่าครึ่งประเทศหาเสื้อสีชมพูมาใส่กัน
ตอนแรกเรากะจะใส่เสื้อโปโลสีชมพูที่มีอยู่
แต่พอหยิบออกมาดูดันเป็นรูใหญ่ๆสองรู
เราเลยใส่เสื้อสีอื่นไปก่อน พอออกมาตลาดเพื่อจะไปกรุงเทพ
มองหาร้านที่ขายเสื้อสีชมพู ได้มาหนึ่งตัว แล้วไปเปลี่ยนในห้องน้ำคิวรถตู้
ดีนะที่ไม่ลืมดึงป้ายยี่ห้อออก เท่าที่สังเกตดูมีคนใส่เสื้อสีชมพูบ้าง เหลืองบ้าง
ให้เห็นมากพอสมควร มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
พอมาถึงในห้างดัง กำลังมีนิทรรศการเกี่ยวกับในหลวงพอดี
เลยเก็บภาพประทับใจไว้

** เมื่อคืนนั่งทำงานที่ค้างอยู่
อยากให้เสร็จเร็วๆ ถ้านับตอนนี้ก็ใกล้เคียงเสร็จแล้ว
แต่ยังเหลืองานอีกสามงานที่อยากสางให้เสร็จก่อนไปเที่ยว

** บรรยากาศตอนนี้เริ่มเข้าสู่โหมดการเฉลิมฉลอง
เราเองเฉลิมฉลองด้วยการซื้อหนังสือภาพให้ตัวเอง (หาข้ออ้างไปเรื่อย)
ผลงานของหนึ่งในนักวาดภาพประกอบที่เราชอบมากกก
นั่นคือ Marc Boutavant
ไปหยิบๆดูๆหนังสือเด็กเล่มใหม่ๆ ก็จ๊ะเอ๋เข้ากับเล่มนี้
ตอนแรกบอกตัวเองว่า "ซื้อเลย ซื้อเลย"
แล้วฝ่ายหลักการและเหตุผลในใจก็บอกตัวเองว่า
"ไปเปิดดูที่เคาน์เตอร์ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจ"
พอไปเปิดดูที่เคาน์เตอร์เท่านั้นแหละ
เปิดดูแค่ไม่กี่หน้า "ซื้อเถอะ ซื้อเถอะ ภาพประกอบด้านในสวยเหลือเกิน”
สุดท้ายเราจึงตกเป็นเหยื่อกิเลสของตัวเอง อิอิ
ชอบมากเลยหนังสือเล่มนี้ ไม่ผิดหวังเลยที่ซื้อไว้ในครอบครอง

------------------------------------------------------------------------------------------

6-9 ธันวาคม 2552



** 4 วันนี้ทำงานสามงานติดต่อกัน
งานนึงเสร็จ อีกงานก็ต้องทำต่อเลย หยุดไม่ได้ เพราะวางแผนเอาไว้อย่างนั้น
เสร็จจากสามงานเวลาไม่เหลือแล้ว แต่งานยังเหลือค้างอีกหนึ่ง
ก็เลยกะว่าเดี๋ยวกลับจากบาหลีแล้วค่อยมาปั่นงานต่อ

------------------------------------------------------------------------------------------

10-13 ธันวาคม 2552



** ตอนเช้าตรู่ของวันรัฐธรรมนูญ เราออกเดินทางไปสู่บาหลี อินโดนีเซีย
ไปกับทัวร์และเพื่อนร่วมทัวร์อีก 60 ชีวิต สนุก เหนื่อย และได้ไปเปิดโลกใหม่
ช็อปปิ้งสนุกมากกกกก แม่ค้าที่นั่นพูดไทยได้อีกต่างหาก
วิวทิวทัศน์ก็สวยงาม เด่นสุดก็เรื่องสถาปัตยกรรม
เดี๋ยวเคลียร์งานที่ค้างอีกงานเสร็จจะรีบมาอัพบล็อกเกี่ยวกับบาหลีโดยเฉพาะ

------------------------------------------------------------------------------------------

15 ธันวาคม 2552



** กลับจากบาหลี นอนพักและไม่ทำอะไรไปหนึ่งวัน
มีจดหมายมาถึงเราเกือบสิบฉบับ ฉบับที่ถูกใจมาจากหนูพริม ลูกสาวพี่ผึ้ง
พี่ที่รู้จักกันตอนเรียนปริญญาโท (แต่พี่เค้าเรียนปีเดียว แล้วหนีไปเรียนต่อที่อเมริกา)
เป็นการ์ดปีใหม่ใบแรกของปีนี้ ชอบมากๆ น่ารักน่าหยิกเหลือเกิน ขอบคุณนะครับพี่ผึ้ง

** วันนี้แวะไปตลาดทำธุระปะปังต่างๆนาๆ
ขากลับแวะไปทำบุญไหว้พระที่วัดเพชรสมุทรวรวิหาร หรือวัดบ้านแหลมนั่นเอง
เป็นการเอาฤกษ์เอาชัยก่อนปีใหม่ ขี้เกียจไปวัดตอนปีใหม่ เพราะคนเยอะเหลือเกิน
ไปเสี่ยงเซียมซีมาด้วย อ่านแล้วก็ถือว่าค่อนข้างดี คิดเอาเองว่า สิ่งดีๆรอเราอยู่

------------------------------------------------------------------------------------------

16 ธันวาคม 2552



** เมื่อคืนหลับไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว
ตื่นอีกทีก็เช้าตรู่วันใหม่เสียแล้ว
รีบทำงานที่ค้างต่อจากเมื่อคืนทันที
ทำสเก็ตช์ไปได้เกือบๆ 20 รูป ดีจัง งานคืบหน้าอย่างรวดเร็ว

------------------------------------------------------------------------------------------

17 ธันวาคม 2552





** ประคองตัวไม่ให้ป่วย
เนื่องจากตอนไปเที่ยวบาหลีมีอยู่วันนึง
ลงไปเที่ยวแล้วไม่ได้เอาหมวกติดไปด้วย นึกว่าเดินใกล้ๆ
เดี๋ยวเดียวก็คงดูและเที่ยวเสร็จ
แต่ปรากฏว่าระยะทางไกลมาก แดดร้อนไม่แพ้เมืองไทยเลย แถมไม่มีที่หลบแดด
กลับมาเลยเกือบเป็นหวัดแดด เพราะมีงานรออยู่เลยกินยาเพื่อกันป่วยไว้

** ทำงานที่ค้างอยู่ต่อ สเก็ตช์เสร็จหมดแล้ว
เหลือก็แต่การอนุมัติ คนอนุมัติก็ลาพักร้อนไปเที่ยวพอดี
เราก็เลยมีเวลาไปทำนู่นทำนี่ต้อนรับปีใหม่เรื่อยเปื่อยตามประสา
บรรยากาศรอบตัวสุขสันต์มากๆ และค่อนข้างชวนให้เผลอไผล เสียเงินเหลือเกิน

------------------------------------------------------------------------------------------

19 ธันวาคม 2552





** ระหว่างรอการอนุมัติสเก็ตช์ที่ส่งไปทั้งหมด (คนอนุมัติลาพักร้อนไปเที่ยว)
เราก็มีเวลาว่างเหลือพอที่จะไปเตร็ดเตร่อยู่จตุจักร
ไม่ได้ไปนานพอดูน่าจะเกินสามเดือนเป็นอย่างน้อย
เดินเรื่อยเปื่อย ไปตลาดไม้กับตลาดของมือสอง
ที่จะมีทุกวันเสาร์ช่วงเย็นเกือบค่ำ อยู่ตรงข้ามเจเจ ม็อลล์ (ตลาดนัดติดแอร์)
ชอบอารมณ์ฟลี มาร์เก็ตแบบนี้ เพียงแต่ว่าของน้อยไปหน่อย ไม่จุใจเท่าไหร่
แต่ก็มีของให้ได้ลุ้นตลอดว่าจะมีอะไรใหม่ๆโผล่เข้ามาในตลาดบ้าง
คนที่เล่นของเก่าจึงต้องติดตามมาดูเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้พลาดของใหม่ๆที่หลุดมาอยู่เสมอ
อย่างล่าสุดนอกตลาดนี้ เราก็ไปได้กาน้ำชาสังกะสีหลุดมาจากร้านโชห่วยปิดกิจการมา
คนขายบอกว่าหลุดมาร้อยกว่าใบ ร้านที่เราไปซื้อต่อราคาเสร็จแล้วเหลือ สามร้อยบาทถ้วน
ราคาโอเคมากๆ บางร้านเราไปถาม แบบเดียวกัน ขนาดเดียวกัน
เขาบอกราคาเราที่ ใบละ แปดร้อยบ้าง พันนึงบ้าง โอ้โห ช่างต่างกันลิบลับ อย่างไม่น่าเชื่อ
โชคดีที่ไปเจอที่ร้านที่ขายราคาย่อมเยาว์หน่อย

------------------------------------------------------------------------------------------

24 ธันวาคม 2552



** จันทร์ที่ผ่านมา (21 ธันวา)
คนอนุมัติสเก็ตช์งานสุดท้ายของปีก็กลับมาจากเที่ยว
โทรกลับมาเย็นวันจันทร์ที่ว่า ตอนแรกบอกว่าต้องการงานเย็นวันที่ 23
ซึ่งเป็นไปไม่ได้แน่นอน เราก็เลยต่อลองขอเป็นเช้าวันที่ 24 แทน
จากนั้นในคืนวันที่ 21 เราก็เริ่มลงเส้นดินสอบนกระดาษจริง ได้ลงสีไปนิดหน่อยตอนราวๆตีหนึ่ง ตีสอง
พอวันที่ 22 ก็เร่งงานทั้งวัน ลงแบ็คกราวน์ทั้งหมดให้เสร็จ
พอวันที่ 23 ก็ลงสีในส่วนรายละเอียดที่เหลือทั้งหมด
ที่รับปากให้เสร็จทันทั้งหมดได้ เพราะงานมีรายละเอียดในภาพไม่มากนัก
เราก็เลยมั่นใจว่าจะทำ 22 รูปให้เสร็จตามที่ตกลงกันไว้
กว่าจะเสร็จก็ปาเข้าไปตอนนี 4 ซึ่งเป็นเช้าวันใหม่ของวันที่ 24
วันกำหนดส่งงาน เล่นเอาเหนื่อย ลิ้นหอบเลยทีเดียว
งานเร่งก็มีข้อดี ข้อเสียเหมือนกัน
โอกาสจะทำงานให้ได้ดีก็มีจำกัด เพราะเวลาเป็นตัวกำหนด
แต่เวลาน้อยก็ดีเหมือนกันในแง่ที่ ทำให้เรารู้ว่งานจะเสร็จเมื่อไหร่
หลังจากนั้นก็จะมีเวลาไปทำงานอื่นๆต่อ

** ปรากฎว่าตอนเย็นวันนี้น้องที่สำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง
โทรมาติดต่อให้ทำงานเร่งมากอีกงาน ต้องเสร็จเมื่อเปิดมาทำงานหลังปีใหม่
ดูจากปริมาณงานแล้วไม่ไหวแน่ๆ ต้องได้เผางาน จนงานไม่เวิร์คแหง๋มๆๆ
เลยต่อรองว่า ถ้าเพิ่มเวลาให้อีกสิบวันก็ยินดีรับงาน
แต่ถ้าเวลาเท่าเดิมเห็นทีคงต้องขอปฎิเสธ
เพราะไม่อยากผลิตงานน่ากลัวมากออกมา
------------------------------------------------------------------------------------------

27 ธันวาคม 2552



** คืนวันอาทิตย์ ไปงานแต่งของปอมา
ไม่ได้ออกไปเจอะเจอเพื่อนนานมาก เจอกันแบบเยอะๆแบบนี้
คงไม่ได้เจอกันมานานราวสองสามปีแล้ว เพื่อนๆมากันประมาณยี่สิบคน
เท่าที่จำได้ มี เรา อัน หนุ่ม โต้ง กอล์ฟ พี่กิจ นุ้ย แย้ม โบ้ กรวย
เอ๋ สุรี่ สุด บุ๋ม ต้าร์ ปุ๊ก หนิง โจ๋ ระจิตต์ ตะล่อม
ได้เจอเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันตั้งแต่เรียนจบถึงสองคน
ส่วนงานแต่งเรียบง่าย กระชับ และได้ใจความดี

** ต่อจากงานแต่งก็ข้ามฝั่งไปที่ชั้น greenspace ตรง central world
ไปนั่งกินและดริ๊งค์กัน เพื่อนบางส่วนกลับไปก่อน
ที่เหลือมานั่งรวมตัวกันจับของขวัญราคาสองร้อย
พอให้มีกิจกรรมเล็กๆน้อยๆทำ ก่อนแยกย้ายกันไปในตอนเกือบๆเที่ยงคืน
ต้นๆมกราปีหน้า เดี๋ยวก็ได้เจอกันอีก

------------------------------------------------------------------------------------------




 

Create Date : 04 ธันวาคม 2552    
Last Update : 20 มกราคม 2554 11:50:59 น.
Counter : 827 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  

ถ่านหินจำศีล
Location :
สมุทรสงคราม Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 63 คน [?]




///////////////////////////////////////////////

© ถ่านหินจำศีล
ผันตัวจากอาชีพอาร์ตไดเร็คเตอร์
มาเป็นนักเขียนและนักวาดภาพประกอบนิทาน
เมื่อราวๆเดือนมีนาคม 2545
ทำงานและใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่แม่กลอง

บล็อกแห่งนี้ถือกำเนิดเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2550
มี 11 กรุ๊ปบล็อก รวมบล็อกได้ 354 บล็อก
มีอายุบล็อกนับถึง 16 ก.พ. 2557 ครบ 7 ปีแล้ว
-------------------------------------------------------
https://www.trytobeillustrator.bloggang.com
ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายลิขสิทธิ์ปี 2537
© ถ่านหินจำศีล
-------------------------------------------------------

Find more artworks/photos like this on PORTFOLIOS*NET
Friends' blogs
[Add ถ่านหินจำศีล's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.