STAND UP PLEASE ! ลำแข้งเค้ามีไว้ให้ยืน !
Group Blog
 
All blogs
 
ขนมโตเกียว ช่วงที่ 9 : Cheezzzzzzzzzzzzzzzzzzzz...........zu !

ใครๆ ก็ไปวัดอาซากุสะกันทั้งนั้น



ใช่ว่าจะมีแต่คนไทยที่ไปกัน

นักท่องเที่ยวชาติไหนๆ เค้าก็ไปกัน

ยูยะ บ้านอยู่ชิเรโตะโกะ ไม่เคยมาโตเกียว มันก็บอกอยากไป

ยูยะไหน ?

เอาเป็นว่า คนญี่ปุ่นที่ไม่เคยไป ก็อยากไปด้วยเหมือนกัน

.....

เสมือนหนึ่งไปเที่ยวกรุงเทพฯ ก็ควรต้องไปเยือนวัดพระแก้วให้ได้ฉันใด
การมาเที่ยวโตเกียวของใครๆ ก็ควรต้องไปเยือนวัดอาซากุสะให้ได้

ฉันใดก็ฉันนั้น และฉันเอง



ก็จะไปด้วยเหมือนกัน

.....

บางคนบอกว่าวัดอาซากุสะโหลไป ไม่ต้องไปก็ได้

ไม่เป็นไรเราชอบของโหล

ถ้าโหลแล้วดี

......

และวันนี้เรากับนูมะซังก็กำลังจะไปเที่ยวที่โหลๆ ที่ใครๆ เค้าก็ไปกัน

ไม่ใช่เพราะว่าใครๆ ก็ไป เราเลยต้องไป

แต่ที่ไปก็เพราะว่ามันน่าไปจริงๆ

เหตุผลหนึ่งคือวัดอาซากุสะ เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในโตเกียว

แค่นี้พอที่จะทำให้อยากไปได้หรือยัง ?



......

ใครๆ ก็เรียกวัดแห่งนี้ว่าวัดอาซากุสะ แต่จริงๆ วัดอาซากุสะ ไม่ได้ชื่อว่าวัดอาซากุสะ เพียงเพราะตัววัดตั้งอยู่ในเขตอาซากุสะ เลยถูกเรียกว่าเป็นวัดอาซากุสะ แต่ชื่อจริงๆ ของวัดแห่งนี้คือ วัดเซนโซจิ (Sensoji Temple หรือ Asakusa Kannon Do)



ตามตำนานกล่าวไว้ ในช่วงปี ค.ศ. 628 มีสองพี่น้องชาวประมงตระกูล Hinokuma ที่ออกไปหาปลาที่แม่น้ำสุมิดะ (Sumida River) ปกติทุกวัน วันหนึ่งเกิดเก็บเอาเทวรูปองค์หนึ่งได้ที่แม่น้ำสุมิดะ แต่ทั้งสองไม่คิดจะเก็บไว้กับตัว จึงได้นำเทวรูปกลับไปคืนยังแม่น้ำสุมิดะตามเดิม แต่ภายหลังก็กลับมีเหตุให้เทวรูปองค์นั้นกลับมาอยู่ในมือสองพี่น้องครั้ง และไม่ว่าจะทั้งสองจะนำมันกลับไปไว้ที่เดิมอีกสักกี่ครั้ง แต่จนแล้วจนรอด เทวรูปองค์เดียวกันนี้ก็กลับมาอยู่ในครอบครองของสองพี่น้องอีกจนได้

จากความพิศวงสงสัย กลายเป็นความเลื่อมใสศรัทธา

ในที่สุด วัดเซนโซจิจึงเกิดขึ้นและสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 645 จากความเลื่อมใสศรัทธาของสองพี่น้องและชาวบ้านแถบนี้ เพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานสำหรับเทวรูปองค์นั้น

เรียกสั้นๆ ว่า Kannon

องค์เทพแห่งความเมตตา

หรือที่บ้านเราเรียกขานชื่อของท่านว่า

เจ้าแม่กวนอิม

......

วัดเซนโซจิมีทางเข้าได้หลายทาง

แต่ทางเข้าจริงๆ จะเป็นทางที่ต้องเดินทะลุผ่าน 2 ซุ้มประตูใหญ่

คือซุ้มประตูที่มีโคมไฟอันใหญ่ยักษ์สีแดงสดตัดกับตัวอักษรสีดำ

ซุ้มประตูแรก ชื่อ Kaminari Mon มีความหมายว่า ประตูสายฟ้า



ซุ้มประตูที่สอง ชื่อ Hozo Mon มีความหมายว่า ประตูขุมทรัพย์



……

ส่วนซีนบังคับที่หลายคนมักจะไม่ค่อยพลาดกัน จะอยู่ที่ซุ้มประตูแรก

หรือประตู Kaminari Mon



ตัวโคมไฟใหญ่ยักษ์อันนั้น มีขนาดกว้าง 3.3 เมตร สูง 3.9 เมตร

และหนักถึง 700 กิโลกรัม !

รู้แล้วเสียวเล็กๆ แฮะ เวลายืนอยู่ข้างใต้

……

นอกจากขี้ก้อนนั้นของ Phillippe Starck แล้ว



นี่คืออีกหนึ่งซีนบังคับของการมาเยี่ยมเยือนโตเกียวที่หลายคนมีสะสมไว้ในคอลเลคชั่น



ส่วนลูกทัวร์ที่ดีอย่างเรา

ก็ไม่ยอมพลาดกับเค้าด้วยเหมือนกัน

......

เอาล่ะ

พร้อมนะ

Cheezzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzzz………….…….…..zu !





Create Date : 08 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 11 พฤศจิกายน 2553 20:06:52 น. 3 comments
Counter : 571 Pageviews.

 
วัดนี้เคยไปเหมือนกัน จำชื่อวัดไม่ได้ แต่จำโคมได้ เมื่อสี่ห้าปีก่อน
นึกแล้วอยากไปอีกหน ญี่ปุ่นน่าเที่ยวมากๆ


โดย: Hi-speak วันที่: 8 พฤศจิกายน 2553 เวลา:15:25:58 น.  

 
แถวนี้อาหารอร่อย
อยากไปกินอีกจัง


โดย: marukoman วันที่: 9 พฤศจิกายน 2553 เวลา:22:08:31 น.  

 
เออ เราไปโตเกียวทุกครั้งก้ต้องไปวัดนี้ เราเชื่อว่าเจ้าแม่กวนอิมที่นี่ศักดิ์สิทธิ์ มากี่ทีก้ไม่เบื่อ แม้ว่าจะมาไกลจากที่เราพักก้ตาม


โดย: zeita IP: 192.168.1.158, 58.9.139.66 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:2:09:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

standupplease
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ยินดีที่ได้รู้จัก ตามสบายนะ ขอโทษที ห้องรกไปหน่อย เชิญนั่งก่อนดีกว่า หิวมั้ย กินอะไรมารึยัง
New Comments
Friends' blogs
[Add standupplease's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.