STAND UP PLEASE ! ลำแข้งเค้ามีไว้ให้ยืน !
Group Blog
 
All blogs
 
8.9 ริกเตอร์ ที่สั่นสะเทือน (หัวใจ) ไปทั้งโลก : ขนมโตเกียว ช่วงพิเศษ

...

//

...

ขอบคุณมากๆ ทุกคอมเม้นท์ (จากบล๊อคที่แล้ว)
ที่ถามไถ่สารทุกข์
และส่งความห่วงใยมาให้
แต่คิดว่าหลายคนคงยังไม่รู้

จริงๆ เรากลับมาจากโตเกียวมาได้สักพักหนึ่งแล้ว เรื่องที่เขียนในบล๊อคนี้อยู่เรื่อยๆ เป็นเรื่องที่มาจากในสมุดบันทึก ที่ทยอยมาลงเรื่อยๆ ไว้ให้อ่านฆ่าเวลากัน

เลยไม่มีเรื่องราวลุ้นระทึกอะไรมาเล่าสู่กันฟังเลย จะเสียดายดีไหมเนี่ย

ถือว่าโชคดีไปที่ไม่ได้สัมผัสประสบการณ์ตรง

...

แต่คราวนี้อยากหยิบยกเรื่องแผ่นดินไหวมาคุยกัน

เพราะนอกจากข่าวที่เราได้ดูได้เห็นกันอยู่ตามสื่อต่างๆ แล้ว

ยังมีมุมอื่นๆ ที่เรารู้สึกว่ายังไม่ค่อยได้ยินได้เห็นกันในสื่อบ้านเราเท่าไร

ทั้งภาพและเรื่องราว

เลยอยากหยิบยกเอาเรื่องดังกล่าวมาเล่าสู่กันฟัง

...

จากกรณีแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นที่เซนได

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่ผ่านมา

ขณะเกิดเหตุ เราก็กำลังคุยกับเพื่อนญี่ปุ่นคนหนึ่งทางเมลล์อยู่พอดี

เค้าส่งเมลล์มาบอกว่าญี่ปุ่นเกิดแผ่นดินไหว

แล้วก็ขอตัวไปเช็คข่าวอะไรหน่อย

จากนั้นก็เงียบหายไปมา

...

ตอนแรกเราก็คิดว่าไม่อะไรเท่าไร

เพราะญี่ปุ่นก็แผ่นดินไหวเป็นประจำอยู่แล้ว

แต่พอได้เช็คข่าวดู ถึงรู้ว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้ไม่ธรรมดา

เพราะนี่คือแผ่นดินไหวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

เป็น 8.9 ริกเตอร์ ที่สั่นสะเทือนไปทั้งโลก

...

ซึ่งเรื่องราวที่จะหยิบยกมาเล่าสู่กันฟังนี้

เป็นเรื่องที่มาจากการคุยกับเพื่อนโตเกียวหลายคนทางอีเมลล์

ภายหลังการเกิดเหตุหนึ่งวัน

...

คือทุกคนก็จะตกใจกัน
ตอนเกิดเหตุไม่ตกใจเท่าไร

แต่ตกใจที่เห็นข่าวทีหลังว่ามันรุนแรงมาก อันนี้เฉพาะคือเพื่อนในโตเกียวนะ

คือส่วนใหญ่เค้าจะบอกว่าไม่คิดว่ามันจะรุนแรงขนาดนี้ เพราะคนญี่ปุ่นเค้าก็คงชินแหละกับแผ่นดินไหว ตอนเราอยู่ที่นั่นเราก็รู้สึกอยู่บ่อยๆ คือนั่งอยู่ดีๆ บ้านจะสั่นๆ ของมันก็จะแกว่งๆ หน่อย

แต่คราวนี้เนี่ย เค้าบอกกันว่ามันสั่นมากจนของจากชั้นตกลงมาหมด

พอเช็คข่าวดูเลยช๊อคกันหมด

จนที่สุดก็กลายเป็นเรื่องเศร้า

...

พวกที่ทำงานอยู่ออฟฟิศ คืนนั้นก็กลับบ้านไม่ได้ เพราะรถไฟไม่เปิดให้บริการ ส่วนใหญ่ก็จะนอนออฟฟิศกัน เพื่อนบางคนที่ออฟฟิศอยู่ไม่ไกลจากบ้านมาก ประมาณสี่ห้ากิโลหรือบางคนเป็นสิบกิโล เค้าก็เดินกลับบ้านกัน

...

ส่วนที่ข้าวสารเกสต์เฮ้าส์ คืนนั้นก็วุ่นวายกันพอสมควร คือนักท่องเที่ยวค่อนข้างตื่นตระหนก

หมายถึงนักท่องเที่ยวต่างชาตินะ บางคนก็อยากกลับบ้านวันนั้นเลย บางคนก็อยากติดต่อทางบ้าน บางคนทางบ้านจะติดต่อมา ต่างคนต่างรีบ อยากติดต่อคนนั้นคนนี้ คนที่นั่นเลยต้องวุ่นวายพอสมควร เพราะต้องช่วยติดต่อสื่อสารให้ และต้องคอยเช็คข่าวให้ตลอดว่ามันจะเกิดอาฟเตอร์ช็อคอะไรมาถึงโตเกียวหรือเปล่า อะไรประมาณนี้

อันนี้เค้าบอกมานะ

...

แต่ที่เราว่าน่าสนใจคือ

มีเพื่อนเล่าให้ฟังว่า ตอนนั้นเค้าเพิ่งออกมาจากรถไฟใต้ ได้สักพัก ก็เหมือนมีแรงสั่นสะเทือนจนพื้นขยับ ข้าวของรอบๆ ก็สั่นไหว ซึ่งเค้าก็ตกใจพอสมควร แต่พอเค้าสังเกตคนญี่ปุ่นที่อยู่ในรถไฟใต้ดิน คือทุกคนจะยืนนิ่งมาก ยืนตรงแบบเคารพธงชาติหยุดอยู่ตรงนั้นเลย จะไม่แตกตื่น อย่างที่บอกคงเพราะเค้าชินกับสถานการณ์แบบนี้ พอทุกอย่างสงบก็ใช้ชีวิตปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ส่วนที่กลับบ้านไม่ได้ เพราะรถไฟหยุดให้บริการ ก็ไม่ได้แย่งกันกลับรถเมล์อะไร ก็เข้าแถวต่อคิวกันตามปกติ ซึ่งอันนี้ดี ทั้งที่ข่าวก็ออกมาแล้วว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้รุนแรงมาก และอาจมีอาฟเตอร์ช๊อคเกิดขึ้นคืนนี้ แต่ถึงจะมีข่าวอย่างนี้ ก็ยังไม่มีท่าทีตื่นตระหนกของผู้คนมากนัก

คนญี่ปุ่นมีสติดีเหลือเกิน

ถ้าเป็นที่อื่นก็อาจจะมีการไปซื้อหาอาหาร เตรียมขนเสบียงมาตุนไว้
แต่ในโตเกียวทุกอย่างยังคงปกติ เพียงแต่วันนั้นไม่มีไฟฟ้าใช้ก็อาจจะมีหนาวหน่อย เพราะฮีทเตอร์ใช้ไม่ได้ แต่พอเช้าของอีกวัน ทุกอย่างก็เข้าสู่เหตุการณ์ปกติ รถไฟใช้ได้ น้ำไฟมา อินเตอร์เนตโอเค

...

อย่างที่บอก สถานการณ์แบบนี้คนญี่ปุ่นอาจจชินแล้ว

จริงๆ ก็อาจจะมีคนญี่ปุ่นบางส่วนที่เป็นกังวลและไปซื้อข้าวของมาตุนไว้บ้าง

แต่โดยรวมแล้วบรรยากาศในโตเกียวก็ยังคงปกติดี

ที่แตกตื่นมากกว่าก็คงจะเป็นนักท่องเที่ยวที่ยังไม่คุ้นกับสถานการณ์แบบนี้เท่าไร

...

เพื่อนคนหนึ่งบอกว่า ตอนที่ได้เห็นข่าวในมอนิเตอร์ทีวีกลางสี่แยก เพื่อนบอกคนญี่ปุ่นก็อึ้งไปตามๆ กัน เพราะไม่มีใครคิดว่ามันจะรุนแรงถึงเพียงนี้

ทุกคนต่างก็ดูภาพข่าวนิ่งเงียบ

แต่ก็มีบางคนที่ร้องไห้

ยืนน้ำตาไหลออกมาตรงนั้นเลย

...

สำหรับตอนนี้เท่าที่ทำได้

ก็คงได้แต่ภาวนาขอให้จำนวนตัวเลขผู้เสียชีวิตหยุดลงตรงนี้

และมีจำนวนน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นได้

และไม่เกิดสถาณการณ์บานปลาย
อันเนื่องมาจากผลกระทบของแผ่นดินไหวและสึนามิ

...

ส่วนความห่วงใยที่ส่งมาให้

เราส่งต่อไปให้เพื่อนที่โตเกียวเรียบร้อยแล้ว

ในฐานะที่เอาเรื่องของพวกเค้ามาประจานกันในบล๊อคนี้บ่อยๆ ^^!

ทุกคนฝากขอบคุณมาด้วยสำหรับความห่วงใย

ที่ถึงแม้จะเป็นสิ่งเล็กๆ

แต่มันก็เป็นสิ่งเล็กๆ ที่ทำให้โลกนี้น่าอยู่

และทำให้คนเราอยากที่จะหายใจต่อไป

ในโลกที่คาดเดาอะไรไม่ได้ใบนี้

...

เชื่อว่าสายเลือดนักสู้ที่มีอยู่ในตัวคนญี่ปุ่น

ชนชาติที่เคยผ่านความเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ล้มแล้วลุกมานับครั้งไม่ถ้วน

จะกลับฟื้นคืนชีพได้อีกครั้ง

ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่อยู่ร่วมโลกใบเดียวกันนี้

ขอภาวนาให้ความปกติสุขกลับคืนสู่ชีวิตของทุกคนในเร็ววัน

...

บุญรักษาทุกท่าน

...

...

หมายเหตุ 1

คิดว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักเพลงนี้
หนึ่งในเพลงโปรดสุดฮิตตลอดกาลมาตั้งแต่ปี 1963
ของ Kyu Sakamoto
เนื้อร้องโดย Rokusuke Ei
ดนตรีโดย Hachidai Nakamura

ชื่อเพลงว่า Ue O Muite Aruko

หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ Sukiyaki

เนื้อเพลงว่าด้วยอารมณ์พร่ำเพ้อของคนๆ หนึ่ง

ที่วันนี้ต้องอยู่อย่างอ้างว้างเดียวดาย

เพราะใครคนหนึ่งที่เคยอยู่เคียงกาย

มีอันต้องจากไปแสนไกล

แต่ทว่าเขาก็เข้าใจและยอมรับได้

แม้จะต้องเจ็บปวด

และเขาก็หวังว่าในตอนนี้

เธอคนนั้นคงเป็นสุข และสบายดี

แม้จะไม่ได้อยู่เคียงข้างกันอีกแล้วก็ตามที

...

แม้เนื้อเพลงจะดูเดียวดาย

แต่เวลาฟังเพลงนี้ทีไร

กลับรู้สึกอบอุ่นใจบอกไม่ถูก

...

เอามาฝาก

เพราะเห็นว่าความหมายของเพลง แม้จะพูดถึงการพลักพราก

แต่ก็เป็นการลาจากอย่างเข้าใจ

แม้สิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นความจริงที่แสนเศร้า

แต่ชีวิตก็คงต้องดำเนินต่อไป

...

หมายเหตุ 2

ภาพประกอบที่เอามาลงทั้งหมด
เป็นภาพข่าวที่มาจากสำนักข่าวต่างๆ ที่ลงไว้ในอินเตอร์เนต
ต้องขออภัยที่เอามาใช้โดยไม่ได้ลงเครดิต

ขอขอบคุณอีกครั้ง มา ณ โอกาสนี้

...




...




...




...




...




...




...




...




...




...




...




...






Create Date : 15 มีนาคม 2554
Last Update : 16 มีนาคม 2554 12:59:55 น. 11 comments
Counter : 680 Pageviews.

 
เศร้ามากอ่ะ รูปไม่ไหวแล้วจะร้องไห้
ขอให้ทุกดวงวิญญาณจงไปสู่สุขติ
ขอให้ประเทศญี่ปุ่นฟื้นฟูได้โดยเร็ววัน และไม่มีเหตุร้ายๆเกิดเพิ่มอีกด้วยเถอะ


โดย: k IP: 27.55.156.146 วันที่: 15 มีนาคม 2554 เวลา:18:17:25 น.  

 
อืมมม...ไม่อยากเอ่ยคำเศร้าๆ เลย..
เห็นข่าวครั้งแรก กำลังเดินทางไปสมุย อยู่บนรถรอขึ้นเรื่อ ข่าวว่าถ้าจะเข้าไทยก้อประมาณ 6 โมงเช้าแต่คงไม่มีผลกระทบ
ตอนนั้นคิดถึงแต่ตัวเองและครอบครัว เพราะ 6 โมงเช้าพอดีตอนฟังข่าว......... แต่หลังจากที่ได้ดูคลิปภาพที่ญี่ปุ่นประสบเหตุการณ์.....โอยยย....เราเป็นห่วงตัวเองมากไปป่าวเนี่ยะ เราห่างไกลกว่าเค้าตั้งเป็นพัน ๆ กิโล แถมมีเกาะอื่นกั้นมากมาย...เห็นเค้าแล้ว ...ทำไงดีเนี่ยะ..ใจเขาใจเรา
เป็นเราจะทำไงวะเนี่ยะ ...ถามตัวเอง...ความเด็ดเดี่ยวของตัวเราที่เราคิดว่าเราเข้มแข็ง อาจจะยังไม่เท่าเค้าด้วยซ้ำ...
เค้าสงบมาก นิ่งมาก มีความใจสู้ อยู่ในตัวเอง กันทุกคนจิง ๆ นี่แหละ ที่เค้าเรียกคน ญี่ปุ่น สู้ไม่ถอย ไม่มีชาติใดในโลกเสมอเหมือน จริง ๆ .... ล้มมากี่คร้ง เจ็บมากี่หน ไม่ท้อ และ ไม่ถอย...สู้ ๆ ค่า..ไฟท์โตะ..ไฟท์โตะ..
..ปล.. เมื่อวานเมลล์ไปหา sensei ที่นารามา เมืองนาราโอเค..ปลอดภัยทุกคน ถ้าใครมีญาติหรือเพื่อน ๆ แถบนั้นปลอดภัยนะคะ...


โดย: joyful IP: 125.27.127.94 วันที่: 15 มีนาคม 2554 เวลา:18:36:01 น.  

 
ตั้งแต่เกิดเรื่องมา แหล่งข่าวแทบทุกสำนัก(เฉพาะที่ผ่านตาเรา) มักจะมีแต่ภาพความเสียหายของภูมิประเทศ อาคาร และทรัพย์สิน
แต่ blockนี้เป็นที่แรกที่เราได้เห็นภาพ "คน" เราอึ้ง... จุก... หดหู่...และน้ำตาไหล
ขอให้เรื่องเลวร้ายจงผ่านไปโดยเร็ว และอย่าได้มีอะไรมาซ้ำเติมประเทศของเขาอีกเลย ดูๆแล้ว ชีวิตของชาวญี่ปุ่นเจอแต่เรื่อง"หนักๆ" ทั้งนั้น
ขอบคุณ standupplease ที่ post ภาพมาให้ดูกัน
อ้อ..เพลงนี้เรารู้จักดี เพราะตอนเด็กๆแม่เราทำ สุกียากี้ ให้ทาน(เป็นครั้งแรกในชีวิต)พร้อมเปิดเพลงนี้ให้เราฟัังด้วย


โดย: สิบล้อชอบเที่ยว IP: 124.122.191.86 วันที่: 15 มีนาคม 2554 เวลา:18:36:41 น.  

 
ปวดร้าว เมื่อเห็นภาพ สะอื้น เมื่อได้อ่าน

เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของพี่น้องชาวญี่ปุ่น


โดย: teenoi35 IP: 58.9.32.125 วันที่: 15 มีนาคม 2554 เวลา:21:37:10 น.  

 
อ่ะนะ
เราก็เพิ่งรู้นะเนี่ยว่ากลับไทยแล้วว
ก็ถือว่าโชคดีเนอะ จะได้หายห่วง

เค้าก็มีเพื่อนอยู่ญี่ปุ่นหลายคนเหมือนกัน ดีว่าเพื่อนทุกคนอยู่โซนโอซาก้าหมด มีแต่แฟนเก่าที่อยู่ชิบะ รายนั้นเราคงไม่เป็นห่วงหรอก แล้วแต่ชะตาฟ้าลิขิต

แต่ตอนนี้เราห่วงสุด ๆ เรื่องสารกัมมันตรังสีมากกว่า ถ้าเป้นไปได้เราก้อยากให้เพื่อนเราและครอบครัวของเพื่อนมาพักที่บ้านเราหลบภัยก่อนก็ได้เนอะ พออะไร ๆ เรียบร้อยค่อยกลับบ้านคืน


โดย: ปิ๋วแหง่ว วันที่: 16 มีนาคม 2554 เวลา:2:29:03 น.  

 
Photobucket

แวะไปเยี่ยมน๊า ลงภาพใหม่แล้ว :0


โดย: สาวสะตอใต้ วันที่: 16 มีนาคม 2554 เวลา:23:39:21 น.  

 
เศร้าจังค่ะ


โดย: mariabamboo วันที่: 18 มีนาคม 2554 เวลา:21:23:59 น.  

 
ตอบตอมเม้นท์

...

คุณ k : ขอให้เป็นอย่างที่คุณขอด้วยเถอะ สาธุ สาธุ

คุณ Joyful : ขอบคุณสำหรับข่าวเมืองนาราที่แจ้งให้ทราบ และขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ที่สอนให้เรารู้เรื่องใจเขาใจเรา ในขณะที่เรากำลังพร่ำบ่นก่นด่ากับอะไรก็ตามที่ไม่ได้ดังใจ แต่จริงๆ แล้วโลกนี้ยังมีคนที่เจ็บปวดกว่าเราอีกหลายเท่านัก

คุณ สิบล้อชอบเที่ยว : ชอบไอเดียแม่คุณจัง ตอนที่บอกว่า คุณแม่ทำสุกียากี้ให้ทาน พร้อมกับเปิดเพลงนี้ให้ฟังไปด้วย เข้าท่ามากๆ เอาไว้จะขอเอาไปใช้บ้าง

คุณ teenoi35 : ขอบคุณที่แวะเข้ามาเยี่ยมชม เราว่าจริงๆ แล้วมนุษย์ทุกคนก็เป็นส่วนหนึ่งส่วนเดียวกันอยู่แล้วนะ คิดดูสิว่าทั้งที่เราแทบจะไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ แต่ทำไมเราถึงได้เศร้าโศกไปกับเขาด้วย ไม่ใช่เพราะเราผูกผันพันธ์เป็นส่วนหนึ่งส่วนเดียวกันหรอกเหรอ

คุณ ปิ๋วแหง่ว : ขอบคุณที่บอกว่าหายห่วง จริงๆ ห่วงต่อก็ได้นะ อย่าเพิ่งทำหายเลย ส่วนไอเดียเรื่องเปิดบ้านให้เพื่อนมาพักก็เข้าท่าดี น่าทำจริงๆ นะเนี่ย คุณปิ๋วแหง่วใจดีจัง

คุณ สาวสะตอใต้ : แวะไปเยี่ยมแล้วนะ แล้วยังไงจะแวะไปบ่อยๆ

คุณ mariabamboo : ขอบคุณที่เข้ามาเศร้าเป็นเพื่อนกัน

.....

สำหรับเรื่องเล่า ขนมโตเกียว ในบล็อคนี้ จะขออนุญาตพักไว้ชั่วคราวก่อน อันเนื่องมาจากสถานการณ์ในญี่ปุ่นที่เกิดขึ้นตอนนี้ ทำให้เขียนแล้วมันฝืดๆ ยังไงชอบกล แถมเรื่องที่เราเล่ายังออกไปขำขันซะอีก ก็กลัวอยู่ว่าจะไม่ค่อยถูกเวลาสักเท่าไร

ขออภัยสำหรับบางคนที่สละเวลาแวะเข้ามาอ่านกันอยู่เสมอ ไว้สถานการณ์ดีขึ้นเมื่อไร แล้วจะกลับมาเขียนต่อ (ยังจะมีใครรออ่านอยู่อีกเรอะ ^^!)

ขอบคุณที่ติดตาม


โดย: standupplease วันที่: 22 มีนาคม 2554 เวลา:16:06:55 น.  

 
ยังรออยู่ ๆ ไม่ต้องห่วงจ้า...รออยู่แน่นอน..


โดย: joyful IP: 180.180.234.11 วันที่: 23 มีนาคม 2554 เวลา:11:26:49 น.  

 
ดีแล้วที่กลับมาก่อน เราก็นึกถึง
แล้วจะรอติดตามต่อนะ เขียนเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น


โดย: Tree Rose วันที่: 23 มีนาคม 2554 เวลา:16:44:23 น.  

 
....ยังอยู่มั้ยคะเนี่ยะ....
น้ำท่วมริป่าวววว ดูแลตัวเองด้วยนะคร้า....
ทริปนี้ยังไม่จบเลย...หมดความทุกข์โศก
แล้วมาหนุก ๆ ขำ ๆ กันอีกน้า.....คุณขนม


โดย: joyful IP: 180.183.27.102 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2554 เวลา:17:32:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

standupplease
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ยินดีที่ได้รู้จัก ตามสบายนะ ขอโทษที ห้องรกไปหน่อย เชิญนั่งก่อนดีกว่า หิวมั้ย กินอะไรมารึยัง
New Comments
Friends' blogs
[Add standupplease's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.