STAND UP PLEASE ! ลำแข้งเค้ามีไว้ให้ยืน !
Group Blog
 
All blogs
 
ขนมโตเกียว ช่วงที่ 13 : Make Laugh Not War

ภายหลังจากที่ญี่ปุ่นเข้าสู่ยุคสมัยเมจิ ถนนสายนี้ก็เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง
ไม่ใช่สินะ ต้องบอกว่าคึกคักยิ่งกว่าเก่า เพราะไม่เพียงแต่โรงละครคาบุกิ ยังมีโรงหนัง โรงละคร โรงโชว์คาบาเร่ย์ของบรรดาสาวเซ็กซี่ โรงละครปาหี่ โรงละครสัตว์ โรงโชว์มายากล โรงโอเปร่า โรงนิทาน

และอีกมากมายหลายโรง !

หมายถึงโรงมหรสพนะ

……

แถมยังพรั่งพร้อมไปด้วยไปด้วยร้านอาหารและร้านค้าอีกมากมายหลายรูปแบบ

รวมไปถึงโรงน้ำชา !

ได้ยินคำว่าโรงน้ำชาทีไร กระหายทุกที

อยากดื่มน้ำชา

^^!

……

กว่า 100 ผ่านไป ถนน Asakusa Rokku ก็ยังคงให้ความบันเทิงกับเหล่าคนญี่ปุ่นทุกชนชั้นอยู่อย่างต่อเนื่อง

จนกระทั่งการมาถึงของสงครามโลกครั้งที่ 2
ที่ทำให้พื้นที่หลายส่วนในแถบนี้ถูกทำลายเสียหายย่อยยับ

……

แล้วรอยยิ้มและเสียงหัวเราะบนถนนเส้นนี้ก็เงียบหายไปอีกครั้ง

……

อย่างไรก็ดี ภายหลังสงคราม Asakusa Rokku ก็ได้รับการพื้นฟูขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

แม้หลายสิ่งหลายอย่างจะเปลี่ยนแปลงไปอยู่บ้าง

แต่ความบันเทิงบนถนนเส้นนี้ยังคงอยู่

……

และเสียงหัวเราะยังคงไม่จางหายไปจากถนนเส้นนี้

……

โดยเฉพาะการมีบทบาทเป็นถนนสายสำคัญ ของบรรดานักแสดงตลกชั้นนำทั้งหลายในญี่ปุ่นตั้งแต่ยุคบุกเบิกจนถึงยุคปัจจุบัน

เอาที่ดังๆ ก็ลุงบีท ทาเคชิ คิตาโน่ นั่นไง

สมัยที่ยังไม่ดัง แกเคยมาทำงานเป็นพนักงานทำความสะอาดอยู่ในโรงโชว์ตลกอยู่แถวนี้ด้วยเหมือนกัน

จำลุงบีทได้ไหม ?

จำไม่ได้เหรอ ?

ก็คนที่เป็นเจ้าของปราสาททาเคชิในรายการโหด มันส์ ฮา สมัยเมื่อก่อนนู้นน่ะ

ตอนนี้แกกลายเป็นผู้กำกับและนักแสดงรุ่นใหญ่ไปแล้ว

……

ถึงเราจะไม่ใช่เซียนหนัง แต่ก็เคยดูหนังของแกบ้าง

หนังของแกจะมีจังหวะเฉพาะตัวอยู่อย่างคือ

อาการขำนิ่ง !

คือ ขำใน Acting นิ่งๆ และหน้าตายของนักแสดงในเรื่อง

แรกๆ ดูอาจจะไม่ขำ แต่พอจับจังหวะหนังของแกได้แล้ว

จะขำจนนิ่งไม่อยู่ !

……

ขอเป็นหน้าม้าให้หนังของแกสักเรื่อง

หนังที่เราชอบที่สุดของแกคือหนังปี 1994

เรื่อง Getting Any ?



ลุงบีทแกรับบทเป็นนักวิทยาศาสตร์เพี้ยนๆ ที่ผลิตสิ่งประดิษฐ์เพี้ยนๆ เพื่อช่วยเหลือชายคนหนึ่งที่ต้องการจะหาสาวสักคนมาแนบกาย

เนื้อเรื่องไม่รู้จะเล่ายังไง เพราะมันบ้าบอมากๆ

และออกจะทะลึ่งตึงตังนิดนึง

แต่ขำสุดๆ

......

ยังมีนักแสดงตลกชั้นนำอีกมากมาย ซึ่งเราคนไทยอาจจะไม่คุ้นเคยนัก แต่ก็อาจจะพอคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่บ้าง แต่ถ้าจะให้เทียบกับบ้านเรา ก็คงคล้ายๆ วิลล่าคาเฟ่ของเฮียบุญเลี้ยงสมัยก่อน ที่ตอนนี้บรรดาตลกหลายต่อหลายคนในยุคนั้น ดังล้ำหน้ากว่าดารานักแสดงนำจริงๆ หลายๆ คนซะอีก

เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะเปิดทีวีไปช่องไหน ช่วงเวลาไหน เป็นต้องเจอตลกอยู่ในนั้น
ไม่เฉพาะแต่เมืองไทย ญี่ปุ่นก็เหมือนกัน ฝรั่งก็ด้วย

......

นั่นแสดงให้เห็นว่า ไม่ว่าจะชาติไหนๆ

ก็ชอบที่จะหัวเราะด้วยกันทั้งนั้น

......

โรงภาพยนตร์มากมายที่เปิดให้บริการอยู่ในย่านนี้



โรงภาพยนตร์แห่งแรกในญี่ปุ่นก็เปิดเป็นครั้งแรกในย่านนี้เช่นเดียวกัน



ส่วนใหญ่หนังที่ฉายอยู่ในย่านนี้ ก็มักจะเป็นหนังเก่าๆ รุ่นโอจิซังยังเฟี้ยว



อย่างตอนนี้โปรแกรมที่ฉายอยู่ ที่เราคนไทยน่าจะคุ้นๆ กัน ก็เรื่องซามูไรพ่อลูกอ่อนนั่นไง

น่าตีตั๋วเข้าไปดูเนาะ



นอกจากหนังเก่าๆ ที่เข้าฉายทั่วไปอยู่ในย่านนี้แล้ว

ก็มีเป็นจำพวกหนังอาร์ต



อูย...อาร์ตมากๆ !?!

......

เป็นหนังอาร์ตที่ผู้ปกครองควรพิจารณา

น่าตีตั๋วเข้าไปดูเนาะ ^^!

......

เลยมาอีกหน่อย เป็น Strip Theater

หรือโรงโชว์ระบำเปลื้องผ้า อะไรทำนองนั้น



ที่น่าสนใจอยู่ตรงค่าบริการ

6,000 เยน สำหรับคุณผู้ชายทั้งหลาย

ส่วน 4,000 เยน เป็นราคาพิเศษสำหรับนักเรียนหญิง

และคนชรา !

ฮืมมมมมมมม......



ไม่ต้องคิดมาก

มันเป็นโชว์แบบอาร์ตๆ น่ะ

น่าตีตั๋วเข้าไปดู (อีกแล้ว) ^^!

......

ตรงหัวมุมถนน เป็นที่ตั้งของโรงโชว์ตลก Toyokan

Toyokan เป็นเหมือนโรงโชว์สำหรับนักพูดเรื่องตลก นักเล่าเรื่องขำขัน ประมาณเดี่ยวไมโครโฟนอะไรทำนองนั้น



สมัยที่ลุงบีทแกยังไม่ดัง แกก็เคยมาทำงานเป็นพนักงานทำความสะอาดของที่นี่เหมือนกัน

พนักงานทำความสะอาด

Cleaning Staff !

โอ้ว อาชีพเดียวกันกับเราตอนนี้เลย น่าปลื้มใจจริงๆ T T



ส่วนตรงนี้ลานเกียรติยศ สำหรับเหล่าบรรดาศิลปินนักแสดงตลกชื่อดังในญี่ปุ่น ที่มาร่วมกันประทับฝ่ามือไว้เป็นอนุสรณ์สถานอยู่ในแดนดินถิ่นตลกแห่งนี้



เหล่าบรรดาแฟนคลับรุ่นคุณป้า จูงมือกันมาร่วมไว้อาลัยในวันครบรอบของศิลปินตลกบางท่านที่ล่วงลับ



อันนี้เป็นฝ่ามือของลุงบีท หนึ่งในตำนานที่ยังมีชีวิตในวงการตลกของญี่ปุ่น



อย่างที่บอกว่าแถบนี้เป็นถิ่นตลก เลยมีสูทแบบที่ตลกเค้าชอบใส่กัน วางขายอยู่หลายร้าน



ตลกดี เราชอบ น่าใส่ไปสมัครงาน ^^!




ใกล้ๆ กันเป็นสวนสนุกเล็กๆ ชื่อ Hanayashiki



ถึงจะเป็นแค่สวนสนุกเล็กๆ แต่ก็มีความสำคัญพอที่จะแนะนำ เพราะที่นี่ถือเป็นสวนสนุกที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น

เปิดให้บริการครั้งแรกในช่วงปี ค.ศ.1853



กล่าวกันว่า จุดมุ่งหมายสำคัญของการเปิดให้บริการสวนสนุกแห่งนี้ ด้วยหวังจะเยียวยาจิตใจของบรรดาเด็กๆ ให้กลับสดใสขึ้นอีกครั้ง ภายหลังจากที่สงครามทำให้พวกเด็กๆ ต้องหมองหม่นไปไม่แพ้พวกผู้ใหญ่



......

......


ครั้งหนึ่ง สงครามเคยทำให้เสียงหัวเราะบนถนนเส้นนี้เงียบหายไป

แต่เพราะ "เรา" ยังคงต้องการเสียงหัวเราะมาเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิต

Asakusa Rokku จึงฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้ใหม่

......

"เรา" หมายถึง มนุษย์ส่วนใหญ่บนโลกใบนี้

......

เราไม่ชอบสงคราม

เราชอบเสียงหัวเราะ

......

คำฝรั่งเค้าแนะนำว่าให้

Make Love Not War

……

ในกรณีที่ไม่มี Love ให้ Make

ก็ Make Laugh แทนก็ได้

.......

Make Laugh Not War !

ดีกว่าเนาะ


Create Date : 02 ธันวาคม 2553
Last Update : 3 ธันวาคม 2553 21:19:23 น. 1 comments
Counter : 619 Pageviews.

 
ถนนนี้น่าสนใจ เหมือนจะมีอะไร แต่ก้ไม่มีอะไร เจ๋ง


โดย: zeita IP: 192.168.1.158, 58.9.139.66 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:2:00:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

standupplease
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ยินดีที่ได้รู้จัก ตามสบายนะ ขอโทษที ห้องรกไปหน่อย เชิญนั่งก่อนดีกว่า หิวมั้ย กินอะไรมารึยัง
New Comments
Friends' blogs
[Add standupplease's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.