STAND UP PLEASE ! ลำแข้งเค้ามีไว้ให้ยืน !
Group Blog
 
All blogs
 
ขนมโตเกียว ช่วงที่ 11 : กินเบียร์ดีกว่า ไม่ต้องเคี้ยว

ทาคาโกะยังไม่ได้กินมื้อเที่ยงมาเลย

เราเลยชวนกันไปหาอะไรกินแถวๆ นี้

แถวๆ นี้คือ แถวๆ วัดเซนโซจิ

ทาคาโกะบอกว่าไม่ได้มาแถวนี้นานมากแล้ว



ทาคาโกะบอกว่าบรรยากาศแถวนี้เปลี่ยนไปนิดหน่อย ซึ่งก็เป็นเพราะร้านรวงต่างๆ ที่เปิดใหม่ ทั้งร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร ร้านขายขนมต่างๆ สลับสับเปลี่ยนกับร้านเก่าๆ บางร้านที่หายไป

แต่โดยรวมแล้วก็ยังคงเหมือนเก่า

ยังมีกลิ่นไอของอดีตคุกรุ่นอยู่เต็มเปี่ยม

ทาคาโกะพูดเหมือนกับนูมะซังเปี๊ยบ

……

เลยจากตัววัดไปไม่ไกล บนถนนสายที่เต็มไปด้วยร้านอิซากายะ หรือร้านกินดื่มข้างทาง แต่ละร้านจะมีคนมายืนคอยเรียกลูกค้าอยู่หน้าร้านของตัวเอง
บรรยากาศร้านอิซากายะแถวๆ นี้ ชวนให้นึกถึงบรรยากาศแบบร้านอาหารข้างทางบ้านเรานิดๆ



เพราะมีโต๊ะเก้าอี้ตั้งไว้ให้ลูกค้านั่งที่หน้าร้านด้วย



......

ทาคาโกะชวนเรามานั่งกินดื่มที่ร้านนี้



ชื่อร้าน Nagomi

เจ้าของร้านนี้เป็นคนเกาหลี ร้านอื่นๆ ในแถบนี้อีกหลายร้าน เจ้าของก็เป็นคนเกาหลีเหมือนกัน เธอว่าอย่างนั้น

ทาคาโกะบอกให้เธอช่วยแนะนำอาหารขึ้นชื่อของร้านให้หน่อย

เธอรีบจัดให้ทันที 3 เมนูดังต่อไปนี้

……

เมนูแรก ชื่อ Gyusuji Nikomi



อารมณ์จะคล้ายๆ ต้มเนื้อตุ๋น เอ็นตุ๋นบ้านเรา

ตุ๋นรวมกับบุก แครอท และหัวไชเท้า

น้ำซุปข้นๆ รสชาติหวานมัน มีเผ็ดนิดๆ ติดเปรี้ยวนิดหน่อยที่ปลายลิ้น



ส่วนเนื้อตุ๋นนี่ตุ๋นจนเปื่อยจริงๆ อร่อยนุ่มจนแทบไม่ต้องเคี้ยว ส่วนเอ็นนี่ก็นุ่มกรุบกำลังดี มีหนึบนิดๆ ให้เคี้ยวได้เพลินๆ

ชอบเลยอันนี้ แนะนำ แนะนำ ^^!

......

เมนูต่อมา เรียกง่ายๆ ว่า Leba sashi



อธิบายง่ายๆ ก็คือก็ตับดิบนั่นเอง

เป็นตับหมูสดๆ เวลากินก็กินสดๆ จิ้มกับน้ำงันงาและขิงซอย

เพิ่งจะเคยกินตับดิบครั้งแรก

รสชาติหวานมัน เคี้ยวกรุบๆ อร่อยดีเหมือนกัน

เข้ากันดีกับเบียร์อาซาฮีเย็นๆ ^^!

......

เมนูที่ 3 เป็นไส้หมูผัดกับหอมใหญ่ โรยหน้าด้วยงาอีกที



กลิ่นหอมฉุยดูน่ากินดี

แต่จานนี้ทำเอาผิดหวังนิดหน่อย เพราะไส้หมูนี่อย่างเหนียว

เหนียวแบบชิ้นเดียวเคี้ยวได้ยันร้านปิด

ถามนูมะซังว่าเคี้ยวมาเกือบ 10 นาทีแล้ว มันยังเหนียวหนึบหนับอยู่เลย เอาไงดี

นูมะซังแนะนำว่าให้กินเบียร์ดีกว่า

ไม่ต้องเคี้ยว !

......

ทาคาโกะ ไม่ได้สั่งเบียร์เหมือนเรา แต่เธอสั่ง Hoppy



Hoppy เป็นเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ จะต่างจากเบียร์ตรงที่ใช้เพียง Hop อย่างเดียวในการหมัก จากนั้นจึงปล่อยทิ้งไว้ให้แอลกอฮอล์หมดไป เหลือเพียงกลิ่นหอมๆ ของ Hop

ในขณะที่เบียร์จะใช้ทั้ง Hop และ Malt

ในส่วนของวัตถุดิบอื่นๆ ก็คล้ายๆ กัน

......

Hoppy ถือเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมมากในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ตอนหลังเริ่มซาๆ ไป จนตอนนี้เริ่มกลับมาฮิตใหม่อีกครั้ง

ทาคาโกะว่าเป็นเครื่องดื่มรำลึกความหลัง อารมณ์ Retro อะไรประมาณนั้น
เวลาดื่มจะนิยมผสมรวมกับโชวจู

เราลองชิมดูแล้วก็โอเค แต่เราชอบเบียร์มากกว่า

ถามนูมะซังว่าชอบไหม

นูมะซังบอกว่ากินเบียร์ดีกว่า

ไม่ต้องเคี้ยว !

......

ขณะที่ตอบ นูมะซังยังคงเคี้ยวไส้หมูอยู่อย่างเมามันต่อไป



...............................................................................................

หมายเหตุ

ขนมโตเกียว เป็นบันทึกเรื่องเล่าที่ไร้ซึ่งสาระของนักหลงทางมือวางอันดับหนึ่ง ที่เพิ่งจะตกงานมาหมาดๆ เลยกะจะมาลองเดินหลงทางไปเรื่อยเปื่อยในโตเกียวดูบ้าง โชคดีที่วีซ่าดันผ่าน เลยมีโอกาสเดินหลงได้เต็มที่ถึง 3 เดือนเต็ม แต่เพราะเป็นโตเกียว มหานครที่ใครๆ เค้าก็ว่าค่าครองชีพแพงหูดับ จึงต้องหาวิธีประหยัดงบประมาณด้วยการอาสาไปเป็นพนักงานทำความสะอาดที่เกสต์เฮ้าส์แห่งหนึ่งในโตเกียวแทน ขอผู้อ่านอย่าได้ถามหาเอาสาระใดๆ จากเรื่องราวต่อไปนี้เลย เพราะมันไม่มีอยู่แล้ว แต่หากคิดจะอ่านฆ่าเวลาก็พอได้อยู่ ที่เขียนขึ้นมาเพราะเพียงแค่อยากจะทำตามอย่างที่พี่เบิร์ดเคยสอนไว้ว่า อย่าลืม...เล่าสู่กันฟัง เธอยังมีฉันอยู่ทั้งคน และเพราะมีพี่เบิร์ดอยู่ด้วยทั้งคนขนาดนี้ เลยไม่รู้สึกว่าการมาโตเกียวคนเดียวในครั้งนี้จะต้องหงอยเหงาเศร้าซึมอีกต่อไป อีกทั้งยังเป็นวิธีการระบายออกทางอารมณ์ที่ถูกต้องวิธีหนึ่งในการที่จะต้องมาอยู่ต่างบ้านต่างเมืองคนเดียวในช่วงหนึ่งของชีวิต ขอขอบคุณพี่เบิร์ด ธงไชยแมคฯ มา ณ โอกาสนี้ด้วย

ข้อควรระวัง
คำอ่านภาษาญี่ปุ่นที่ระบุไว้ในเรื่องอาจคลาดเคลื่อนจากชื่อเรียกจริงๆ ไปบ้าง ขอได้โปรดเข้าใจ เนื่องจากคนเขียนพูดญี่ปุ่นไม่ได้ อาศัยถามๆ เอาจากคนนั้นคนนี้แล้วจดๆ ใส่สมุดเก็บไว้ หรือไม่ก็เอาตารางอักษรฮิรางานะกับคาตาคานะมาเทียบเคียงแล้วอ่านเอาเอง ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะคลาดเคลื่อน ขออย่าได้ถือสากันเลย และหากใครที่พอจะรู้ว่ามีข้อมูลที่ผิดพลาดตรงไหนอย่างไร โปรดบอกเราด้วย เพราะเราเองก็อยากรู้เหมือนกัน จะได้ไม่เข้าใจอะไรผิดไป

ส่วนที่มาชื่อขนมโตเกียว
ที่ตั้งเพราะนึกชื่ออะไรไม่ออกจริงๆ เลยตั้งๆ ไปก่อน ถ้าคิดหาชื่อที่เท่กว่านี้ได้เมื่อไร จะเปลี่ยนใหม่ทันทีเลย


Create Date : 18 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2553 14:36:30 น. 4 comments
Counter : 1863 Pageviews.

 
ในความไม่มีสาระที่จขบ.กล่าวก็ยังมีสาระในความเห็น
ของผมนะครับ จะผ่านมาฟังเรื่องราวที่ไม่มีสาระต่อไป
ครับ...อิอิ


โดย: เคน IP: 124.121.254.109 วันที่: 18 พฤศจิกายน 2553 เวลา:21:40:36 น.  

 
มาติดตามต่อ ^_^


โดย: กระชอน วันที่: 19 พฤศจิกายน 2553 เวลา:9:56:57 น.  

 
ชอบ Gyusuji Nikomi มากค่ะ


โดย: fahtsuki วันที่: 20 พฤศจิกายน 2553 เวลา:10:14:20 น.  

 
น่าทานทุกอย่างเรยค่ะ

ใกล้เที่ยงแล้วค่ะ ทานข้าวกันค่ะ
ขอบคุณที่แวะทักทายค่ะ
Photobucket


โดย: Junenaka1 วันที่: 24 ธันวาคม 2553 เวลา:11:36:16 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

standupplease
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ยินดีที่ได้รู้จัก ตามสบายนะ ขอโทษที ห้องรกไปหน่อย เชิญนั่งก่อนดีกว่า หิวมั้ย กินอะไรมารึยัง
New Comments
Friends' blogs
[Add standupplease's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.