Group Blog
 
All Blogs
 

Xmas

Xmas (or X-mas) is an abbreviation for Christmas. It is derived from the word ΧΡΙΣΤΟΣ, transliterated as Christos, which is Greek for Christ. Greek is the language in which the whole New Testament was written.

Originally, in "Xmas", X represented the Greek letter χ (see chi). It was pronounced with an aspirated [kh], which is the first letter of Christ's name in Greek. An upper-case χ has the same shape as a Latin alphabet letter X, hence the abbreviation "Xmas".

It seems Christmas has been abbreviated for at least the past 1,000 years. Before Xmas, there was XPmas, according to Inge Milfull, assistant editor of etymology at Oxford English Dictionaries (OED). She found references in the Anglo Saxon Chronicle as far back as 1021 and says the P was probably dropped later. XP, or the Greek Letters χ (chi) and ρ (rho) is an ancient abbreviation for Christ (see Labarum) and is still widely seen in many Eastern Orthodox icons depicting Jesus Christ.

As origins of the word go largely unnoticed by the larger public, many people believe that the term is often used as a tool by some to "take Christ out of Christmas" as a means of secularization or a vehicle for pushing political correctness. This notion is greatly disputed.

The occasionally seen belief that the X represents the cross Christ was crucified on has no basis in fact; St Andrew's Cross is X-shaped, but Christ's cross was probably shaped like a T or a †. Indeed, X-as-chi was associated with Christ long before X-as-cross could be. The use of X as an abbreviation for cross in modern abbreviated writing (e.g. "Kings X" for "Kings Cross") may have reinforced this assumption.

In ancient Christian art χ and χρ (Chi Ro--the first two letters in Greek of Christos) are abbreviations for Christ's name. In many manuscripts of the New Testament and icons, X is an abbreviation for Christos, as is XC (the first and last letters in Greek, using the lunate sigma); compare IC for Jesus in Greek. The Oxford English Dictionary documents the use of this abbreviation back to 1551, 50 years before the first English colonists came to North America and 60 years before the King James Version of the Bible was completed. At the same time, Xian and Xianity were in frequent use as abbreviations of "Christian" and "Christianity".

The abbreviation is widely but not universally accepted; some view it as demeaning to Christ, whilst others find it helpful to use in text messages and emails and quickly handwritten notes to save space. Similarly, Xianity is sometimes used as the abbreviation for Christianity (although this usage is much less common than "Xmas"). This usage has extended to "xtal" for "crystal", and on florists' signs "xant" for "chrysanthemum" (though these words are not etymologically related to "Christ"; "crystal" comes from a Greek word meaning "ice", and "chrysanthemum" from Greek words meaning "golden flower", while "Christ" comes from a Greek word meaning "anointed").

In the animated television show Futurama, which is set in the 31st century, Xmas is the official name for the day formerly known as Christmas.




 

Create Date : 25 ธันวาคม 2548    
Last Update : 25 ธันวาคม 2548 3:50:06 น.
Counter : 212 Pageviews.  

ทัศนคติบอด

ชนะโทรไปบริษัทนี้เป็นหนที่สองในรอบสัปดาห์นี้ บริษัทนี้เป็นลูกค้ารายใหม่ที่เขากำลังติดตามเรื่อง
อยู่ เสียงของโอเปอร์เรเตอร์ซึ่งรับสายด้วยเสียงที่เป็นมิตรและอ่อนโยนกล่าวว่า
* “สวัสดีคะบริษัทเอบีซีอิงค์ ยินดีต้อนรับคะ”
* คุณชนะกล่าวว่า “ผมขอเรียนสายกับคุณสมจิตผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์หน่อยครับ”
* โอเปอร์เรเตอร์กล่าวทักขึ้นมาว่า “นั่นคุณชนะใช่ไหมคะ”
* ชนะรู้สึกแปลกใจความสามารถในการจดจำเสียงของพนักงานคนนี้ได้ เขากล่าวตอบด้วยเสียงที่เต็มไป
ด้วยความประทับใจ “ใช่แล้วครับ ขอบคุณที่จำได้ครับ”
* เธอกล่าวว่า “ยินดีคะ ดิฉันจะโอนสายให้นะคะ”

หลังจากที่ชนะสนทนาเรื่องงานกับสมจิตจบ ชนะจึงถามสมจิตขึ้นมาว่า “คุณสมจิต ผมขอชม พนักงานรับโทรศัพท์ของคุณหน่อยครับ เธอเก่งจริงๆเลยที่จำเสียงผมได้ เป็นการให้บริการที่เกินความคาดหวังของผมจริงๆเลยครับ ผมเองไม่ได้เป็นลูกค้าประจำ และก็ไม่ได้โทรมาบ่อยๆขนาดที่เธอจะจำเสียงผมได้ด้วย เธอมีเคล็ดลับอะไรครับ”
* สมจิตพูดว่า “เธอชื่อเรณูคะ เธอได้รับคำชมอย่างนี้บ่อยๆ หากคุณฟังเรื่องของเธอมากขึ้นกว่านี้คุณจะยิ่ง
ประทับใจ สนใจฟังไหมละคะ”
* ชนะรีบกล่าวตอบด้วยความกระตือรือร้นว่า “สนใจสิครับ ช่วยกรุณาเล่าให้ฟังหน่อยครับ”

สมจิตเริ่มต้นเล่าอย่างอารมณ์ดี “คุณเรณูเธอตาบอดคะ เธอจึงต้องอาศัยการฟังเพียงอย่างเดียว ทำให้เธอสามารถจดจำชื่อคนได้ดี เธออาศัยอยู่ที่สมุทรปราการและมาทำงานที่ออฟฟิศนี่ซึ่งอยู่แถวดอน-เมือง ซึ่งถือว่าไกลมากโดยเฉพาะสำหรับเธอ ซึ่งต้องเดินทางโดยรถเมล์เหมือนคนปกติ ส่วนใหญ่ก็จะมีคนตาดีอย่างพวกเราที่คอยช่วยดูสายรถเมล์และส่งเธอขึ้นรถให้ เธอไม่เคยมาสายเลย และก็ไม่เคยเรียกร้องขอรถรับส่งแต่อย่างใด ไม่เหมือนพนักงานปกติของพวกเราหลายคน ตอนที่เราย้ายสำนักงานจากในเมือง
ต้องขอรถรับส่งให้ด้วย แถมหลายๆคนที่มีรถส่วนตัวก็ยังมาทำงานสายพร้อมกับเหตุผลสารพัด คิดแล้วอายแทนคนตาดีเลยคะ”

สมจิตหยุดเว้นจังหวะสักครู่ก่อนจะเล่าต่อว่า “คุณเรณูมีทัศนคติที่ดีมากๆกับงานของเธอ เธอเคยเล่าให้ดิฉันฟังว่า สำหรับเธอแล้วการรับโทรศัพท์ไม่ใช่งานแต่มันคือชีวิต เงินเดือนที่บริษัทให้กับเธอทำให้เธอสามารถเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้อย่างดี นอกจากนี้เธอยังมีเงินเหลือกว่าครึ่งสะสมไว้อีก ที่จริงแล้วเพื่อนคนตาดีหลายคนเคยหยิบยืมจากเธอในยามฉุกเฉิน

คุณเรณูกล่าวว่าบริษัทเรา เพื่อนร่วมงาน ลูกค้า และสังคมมอบโอกาสให้เธอได้พิสูจน์ว่าเธอมีคุณค่า และสามารถมีส่วนร่วมสร้างสรรค์ประโยชน์ให้กับสังคมได้ เธอบอกว่าเธอพยายามทำงานของเธออย่างสุดความสามารถ ซึ่งรวมทั้งพยายามจำชื่อของผู้ที่โทรเข้ามาด้วย เธอบอกว่าทุกคืนก่อนเข้านอน เธออยากรีบนอนไวๆเพื่อจะได้รีบตื่นขึ้นมาทำงานเธออดใจรอจะมาทำงานไม่ไหว แหมอย่าหาว่าดิฉันบ่นเลยคะ แต่พวกตาดีๆอย่างพวกเรากลับ ภาวนาให้ถึงวันหยุดเร็วๆเสียนี่กระไร” สมจิตจบเรื่องด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ อย่างคนอารมณ์ดี

เมื่อชนะมาเล่าเรื่องนี้ให้กับผมฟังในรถระหว่างที่เราเดินทางไปพบลูกค้าที่นวนคร ผมจึงเสริมความ
เห็นของผมไปว่า “เราน่าจะเล่าเรื่องนี้ให้คนที่มาเข้าอบรมกับเราฟังบ้างนะ บ่อยครั้งเรามักจะได้ยินคนบ่นว่างานหนักหรือไม่ก็ปัญหาเรื่องงานมีมาก สิ่งที่คุณเรณูมีแตกต่างกับเราไม่ใช่ว่าเธอตาบอดหรอกครับ

ความจริงพวกเราต่างหากที่บอด เราทัศนคติบอดไงละ เราได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ มากมายจากนายจ้างจนเคยชิน กระทั่งมองไม่เห็นคุณค่าของสิ่งเหล่านั้น ยิ่งนานวันเรายิ่ง เรียกร้องมากขึ้นโดยเฉพาะช่วงปลาย ปีแบบนี้ ในขณะที่คุณเรณูกลับมองแตกต่างกับเราอย่างสิ้นเชิง บางคนเบื่องานจนอยากลาออกไปอยู่กับบ้านเฉยๆ
มันทำให้ผมนึกถึงคำพูดของ Dr. Denis Waitley ผู้แต่งหนังสือขายดีชื่อ ‘The psychology of winning’

เขายกรายงานวิจัยในอเมริกาที่บอกว่าผู้เกษียณอายุออกจากงานไปโดยไม่มีภาระกิจอะไรทำ มีอายุเฉลี่ยเพียงแค่เจ็ดปีเท่านั้น พวกเขาตายเพราะความรู้สึกด้อยคุณค่า หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่าเฉาตายนั่นเองครับ เราบางคนมีโอกาสได้ทำงานในสิ่งที่ตนเองรัก ในขณะที่คนจำนวนมากไม่มีโอกาสอย่างนั้น
อย่างไรก็ตามเรา มีสิทธิที่จะเปลี่ยนมุมมองโดยหันมารัก และหลงไหลในสิ่งที่เราทำได้โดยไม่ต้องรอให้ตาบอดแบบคุณเรณูก็ได้”

จาก fwd mail




 

Create Date : 24 ธันวาคม 2548    
Last Update : 24 ธันวาคม 2548 5:49:28 น.
Counter : 221 Pageviews.  

ชีวิตที่ดี

ชีวิตสั้นแสนสั้น และบางครั้งขรุขระยากลำเค็ญ แต่หากสามารถใช้ช่วงสั้นๆ นั้นอย่างไม่ยอมแพ้ต่อชะตากรรมอันเลวร้าย มันก็เป็นชีวิตที่ดี

อ่านเรื่องเต็มได้ที่

//www.winbookclub.com/basket_detail.php?id=82




 

Create Date : 15 ธันวาคม 2548    
Last Update : 15 ธันวาคม 2548 4:48:22 น.
Counter : 283 Pageviews.  

ข่าวจาก Fw. Mail : EXTRACT FROM DOUG COPP'S ARTICLE ON THE "TRIANGLE OF LIFE"

ได้รับ Fw. Mail : EXTRACT FROM DOUG COPP'S ARTICLE ON THE "TRIANGLE OF LIFE"

นำมาฝาก ค่ะ

โปรดอ่านด้วยวิจารณญาณ นะคะ

ได้ยินสื่อต่างๆ ทั้งทางวิทยุและทีวี แนะนำวิธีปฏิบัติตัวกรณีเกิดแผ่นดินไหวแบบผิดๆ เช่น ให้หาที่หลบใต้โต๊ะหรือใต้เตียง ฯลฯ บทความวิธีปฏิบัติเพื่อรักษาชีวิตขณะแผ่นดินไหวด้านล่างนี้ คงเป็นเกร็ดความรู้ที่เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะในช่วงที่เรื่องแผ่นตินไหวกำลัง in-trend



เคยส่ง mail นี้มารอบหนึ่งแล้วตอนที่เพิ่งได้มาเมื่อต้นๆ ปีให้เพื่อนๆ ที่รู้ว่าไม่กลัวภาษาต่างประเทศ แต่รอบนี้แปลมาให้ด้วยสำหรับคนที่ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง จะยาวสักหน่อย แต่ก็เป็นความรู้ที่มีประโยชน์



อะไรมันจะเกิดมันก็ต้องเกิด แต่ถ้าจะรู้วิธีการรักษาชีวิตไว้บ้างเมื่อเรื่องไม่คาดเกิดขึ้น ก็ไม่น่าเสียหายอะไร ไม่ใช่หรือ

___________________________________


EXTRACT FROM DOUG COPP'S ARTICLE ON THE "TRIANGLE OF LIFE", จากบทความของ ดัก คอบบ์ เรื่อง "สามเหลี่ยมชีวิต"
Edited for MAA Safety Committee brief

เรียบเรียงสำหรับการสรุปให้คณะกรรมการด้านความปลอดภัย MAA

My name is Doug Copp. I am the Rescue Chief and Disaster Manager of the American Rescue Team International (ARTI), the world's most experienced rescue team. The information in this article will save lives in an earthquake.
ผมชื่อ ดัก คอบบ์ ผมเป็นหัวหน้าหน่วยกู้ภัยและผู้จัดการด้านพิบัติภัยของทีมกู้ภัยนานาชาติแห่งสหรัฐฯ ซึ่งเป็นทีมกู้ภัยที่มีประสบการณ์มากที่สุดในโลก ข้อมูลในบทความนี้จะช่วยชีวิตคนในกรณีแผ่นดินไหว


I have crawled inside 875 collapsed buildings, worked with rescue teams from 60 countries, founded rescue teams in several countries, and one of the United Nations experts in Disaster Mitigation for two years. I have worked at every major disaster in the world since 1985.

ผมเคยคลานเข้าไปในตึกที่ถล่มมา 875 ตึก เคยทำงานกับหน่วยกู้ภัยจาก 60 ประเทศ ก่อตั้งหน่วยกู้ภัยในหลายประเทศ และเป็นเหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านการอพยพผู้คนกรณีเกิดพิบัติภัยขององค์การสหประชาชาติมา 2 ปี ผมได้ทำงานกับพิบัติภัยใหญ่ๆ ในโลกมาตั้งแต่ปี 1985

In 1996 we made a film, which proved my survival methodology to be correct. We collapsed a school and a home with 20 mannequins inside. Ten mannequins did "duck and cover," and the other ten mannequins used my "triangle of life" survival method. After the simulated earthquake, we crawled through the rubble and entered the building to film and document the results. The film s howed that there would have been zero percent survival for those doing duck and cover; and 100 percent survivability for people using my method of the "triangle of life."
เมื่อปี 1996 เราได้ทำภาพยนต์ขึ้นมาเรื่องหนึ่งซึ่งได้พิสูจน์ว่าวิธีการรักษาชีวิตของผมถูกต้อง เราได้ถล่มโรงเรียนและบ้านที่มีหุ่นมนุษย์ 20 ตัวอยู่ภายใน หุ่น 10 ตัว "มุดและหาที่กำบัง" และอีกสิบตัวใช้วิธีการรักษาชีวิตแบบ "สามเหลี่ยมชีวิต" ของผม หลังจากแผ่นดินไหวทดลอง เราคลานผ่านซากปรักหักพังและเข้าไปในตึกเพื่อถ่ายภาพและเก็บข้อมูลของผลที่เกิด ในภาพยนต์แสดงให้เห็นว่าอัตราการอยู่รอดของพวกที่มุดและหาที่กำบังคือศูนย์ และโอกาสรอด 100% สำหรับพวกที่ใช้วิธี "สามเหลี่ยมชีวิต" ของผม


This film has been seen by millions of viewers on television in Turkey and the rest of Europe, and it was seen in the USA, Canada and Latin America on the TV program.
ภาพยนต์ชุดนี้ได้ผ่านสายตาของผู้ชมโทรทัศน์เป็นล้านๆ คนในตุรกี และส่วนที่เหลือของยุโรป เคยออกอากาศทางโทรทัศน์ในสหรัฐอเมริกา คานาดา และลาตินอเมริกา


The first building I ever crawled inside of was a school in Mexico City during the 1985 earthquake. Every child was under its desk. Every child was crushed to the thickness of their bones. They could have survived by lying down next to their desks in the aisles.
ตึกแห่งแรกที่ผมได้คลานเข้าไปคือโรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองเม็กซิโกซิตี้ในแผ่นดินไหวปี 1985 เด็กทุกคนอยู่ใต้โต๊ะเรียน เด็กทุกคนถูกอัดแบนจนกระดูกแหลก พวกเขาอาจจะมีชีวิตรอดด้วยการนอนราบกับพื้นตรงบริเวณทางเดินข้างๆ โต๊ะเรียนของตัวเอง


At that time, the children were told to hide under something. Simply stated, when buildings collapse, the weight of the ceilings falling upon the objects or furniture inside crushes these objects, leaving a space or void next to them. This space is what I call the "triangle of life". The larger the object, the stronger, the less it will compact. The less the object compacts, the larger the void, the greater the probability that the person who is using this void for safety will not be injured.
ในเวลานั้น เด็กๆ ได้รับคำแนะนำให้หลบใต้อะไรบางอย่าง อธิบายอย่างง่ายๆ เมื่อตึกถล่ม น้ำหนักของเพดานที่ตกลงมาบนสิ่งของหรือเครื่องเรือนที่อยู่ภายในจะทับทำลายสิ่งของเหล่านั้น เหลือที่ว่างหรือช่องว่างข้างๆ มัน ที่ว่างเหล่านี้คือสิ่งที่ผมเรียกว่า "สามเหลี่ยมชีวิต" สิ่งของชิ้นยิ่งใหญ่ ยิ่งแข็งแรง โอกาสถูกทับอัดยิ่งน้อย โอกาสที่สิ่งของถูกทับอัดยิ่งน้อย ช่องว่างก็จะยิ่งใหญ่ขึ้น โอกาสที่คนที่อาศัยช่องว่างเหล่านั้นหลบภัยจะไม่เป็นอันตรายก็ยิ่งมาก


The next time you watch collapsed buildings, on television, count the "triangles" you see formed. They are everywhere. It is the most common shape.
ครั้งต่อไปที่คุณดูอาคารที่ถล่มในโทรทัศน์ ลองนับ "สามเหลี่ยม" ที่เกิดขึ้นที่คุณเห็นดู มันทีอยู่เต็มไปหมดทุกที่ เป็นรูปทรงที่เห็นได้มากที่สุดอยู่ทั่วไป


TEN TIPS FOR EARTHQUAKE SAFETY
สิบวิธีเพื่อความปลอดภัยยามแผ่นดินไหว


1) Almost everyone who simply "ducks and covers" when buildings collapse are crushed to death. People who get under objects, like desks or cars, are crushed.
1) เกือบทุกคนที่ "มุดและหาที่กำบัง" เมื่ออาคารถล่มถูกทับอัดจนตาย คนที่เข้าไปอยู่ใต้สิ่งของ อาทิ โต๊ะหรือรถยนต์ถูกอัดทับ


2) Cats, dogs and babies often naturally curl up in the fetal position. You should too in an earthquake. It is a natural safety/survival instinct. You can survive in a smaller void. Get next to an object, next to a sofa, next to a large bulky object that will compress slightly but leave a void next to it.
2) แมว หมา และเด็กทารก โดยธรรมชาติมักจะขดตัวในท่าเหมือนอยู่ในครรภ์มารดา คุณควรทำเช่นกันในกรณีแผ่นดินไหว มันเป็นสัญชาติญาณเพื่อความปลอดภัย/รักษาชีวิต คุณสามารถมีชีวิตรอดในช่องว่างที่เล็กกว่า ไปอยู่ข้างๆ สิ่งของ ข้างเก้าอี้โซฟา ข้างของหนักๆ ชิ้นใหญ่ๆ ที่จะบี้แบนไปบ้างแต่ยังเหลือที่ว่างข้างๆ มันไว้


3) Wooden buildings are the safest type of construction to be in during an earthquake. Wood is flexible and moves with the force of the earthquake. If the wooden building does collapse, large survival voids are created. Also, the wooden building has less concentrated, crushing weight. Brick buildings will break into individual bricks. Bricks will cause many injuries but less squashed bodies than concrete slabs.
3) อาคารไม้เป็นสิ่งก่อสร้างที่ปลอดภัยที่สุดที่จะอยู่ภายในขณะแผ่นดินไหว ไม้มีความยืดหยุ่นและเคลื่อนตัวตามแรงของแผ่นดินไหว ถ้าอาคารไม้จะถล่มจะเกิดช่องว่างขนาดใหญ่เพื่อช่วยชีวิต และอาคารไม้ยังมีน้ำหนักทับทำลายที่เป็นอันตรายน้อยกว่า อาคารอิฐจะแตกพังเป็นก้อนอิฐมากมาย ก้อนอิฐเหล่านี้เป็นสามเหตุของการบา ดเจ็บ แต่จะทับอัดร่างกายน้อยกว่าแผ่นคอนกรีต


4) If you are in bed during the night and an earthquake occurs, simply roll off the bed. A safe void will exist around the bed. Hotels can achieve a much greater survival rate in earthquakes, simply by posting a sign on the back of the door of every room telling occupants to lie down on the floor, next to the bottom of the bed during an earthquake.
4) หากคุณกำลังนอนอยู่บนเตียงตอนกลางคืนและเกิดแผ่นดินไหว เพียงกลิ้งลงจากเตียง ช่องว่างที่ปลอดภัยจะเกิดรอบๆ เตียง โรงแรมจะสามารถเพิ่มอัตราผู้รอดชีวิตจากแผ่นดินไหวได้ โดยเพียงติดป้ายหลังประตูในทุกห้องพักบอกให้ผู้เข้าพักนอนราบกับพื้นข้างๆ ขาเตียงระหว่างแผ่นดินไหว


5) If an earthquake happens and you cannot easily escape by getting out the door or window, then lie down and curl up in the fetal position next to a sofa, or large chair.
5) หากมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นและคุณไม่สามารถหนี้ออกมาง่ายๆ ทางประตูหรือหน้าต่าง ก็ให้นอนราบและขดตัวในท่าทารกในครรภ์ข้างๆ เก้าอี้โซฟาหรือเก้าอี้ตัวใหญ่ๆ


6) Almost everyone who gets under a doorway when buildings collapse is killed. How ? If you stand under a doorway and the doorjamb falls forward or backward you will be crushed by the ceiling above. If the doorjamb falls sideways you will be cut in half by the doorway. In either case, you will be killed!
6) เกือบทุกคนที่อยู่ตรงช่องประตูตอนตึกถล่มไม่รอด เพราะอะไร? หากคุณยืนอยู่ตรงช่องประตูและวงกบประตูล้มไปข้างหน้าหรือข้างหลัง คุณจะโดนเพดานด้านบนตกลงมาทับ หากวงกบประตูล้มออกด้านข้าง คุณจะถูกตัดเป็นสองท่อนโดยช่องประตู ไม่ว่ากรณีไหน คุณไม่รอดทั้งนั้น!


7) Never go to the stairs. The stairs have a different "moment of frequency" (they swing separately from the main part of the building).The stairs and remainder of the building continuously bump into each other until structural failure of the stairs takes place. The people who get on stairs before they fail are chopped up by the stair treads - horribly mutilated. Even if the building doesn't collapse, stay away from the stairs. The stairs are a likely part of the building to be damaged. Even if the earthquake does not collapse the stairs, they may collapse later when overloaded by fleeing people. They should always be checked for safety, even when the rest of the building is not damaged.
7) อย่าใช้บันไดเด็ดขาด บันไดมี "ช่วงการเคลื่อนตัว" ที่แตกต่างไป (บันไดจะมีการแกว่งแยกจากตัวอาคาร) บันไดและส่วนที่เหลือของตัวอาคารจะชนกระแทกกันอย่างต่อเนื่องจนเกิดปัญหากับโครงสร้างของบันได คนที่อยู่บนบันไดก่อนที่บันไดจะถล่มถูกตัดเป็นชื้นโดยชั้นบันได--ถูกแยกส่วนอย่างน่าสยดสยอง ถึงอาคารจะไม่ถล่มก็ควรอยู่ห่างบันไดไว้ บันไดเป็นส่วนของอาคารที่มีโอกาสถูกทำให้เสียหาย ถึงแม้แผ่นดินไหวจะไม่ได้ทำให้บันไดถล่ม มันอาจถล่มในเวลาต่อมาเมื่อรับน้ำหนักมากเกินไปจากคนที่กำลังหนี้ มันควรได้รับการตรวจสอบความปลอดภัยเสมอ ถึงแม้ส่วนที่เหลือของอาคารจะไม่ได้รับความเสียหายก็ตาม


8) Get near the Outer Walls Of Buildings or Outside Of Them if possible. It is much better to be near the outside of the building rather than the interior. The farther inside you are from the outside perimeter of the building the greater the probability that your escape route will be blocked.
8) ไปอยู่ใกล้กำแพงด้านนอกของอาคารหรือออกจากอาคารถ้าเป็นไปได้ จะเป็นการดีกว่ามากที่จะอยู่ใกล้ส่วนนอกของอาคารมากกว่าจะอยู่ที่ส่วนในของอาคาร คุณยิ่งอยู่ลึกเข้าไปหรือไกลจากบริเวณภายนอกของอาคารมากเท่าไหร่ โอกาสที่ทางหนี้ของคุณจะถูกปิดกั้นยิ่งมีมาก


9) People inside of their vehicles are crushed when the road above falls in an earthquake and crushes their vehicles; which is exactly what happened with the slabs between the decks of the Nimitz Freeway. The victims of the San Francisco earthquake all stayed inside of their vehicles. They were all killed. They could have easily survived by getting out and sitting or lying next to their vehicles. Everyone killed would have survived if they had been able to get out of their cars and sit or lie next to them. All the crushed cars had voids 3 feet high next to them, except for the cars that had columns fall directly across them.
9) คนที่อยู่ภายในรถยนต์ถูกทับอัดเมื่อถนนด้านบนตกลงมาเพราะแผ่นดินไหวและทับรถของพวกเขา นี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับแผ่นคอนกรีตระหว่างชั้นของถนนหลวงนิมิทซ์ ผู้เคราะห์ร้ายทั้งหมดจากแผ่นดินไหวที่ซานฟรานซิสโกอยู่ในรถของตัวเอง พวกเขาตายทั้งหมด พวกเขาสามารถมีชีวิตรอดได้ง่ายๆ ด้วยการออกจากรถและนั่งหรือนอนราบอยู่ข้างๆ รถตัวเอง คนที่ตายทุกคนอาจรอดได้ถ้าพวกเขาสามารถออกจากรถและนั่งหรือนอนราบอยู่ข้างรถตัวเอง รถที่ถูกทับอัดทุกคันมีช่องว่างสูง 3 ฟุตอยู่ข้างๆ ยกเว้นรถที่ถูกเสาคาดตกทับกลางคันรถ


10) I discovered, while crawling inside of collapsed newspaper offices and other offices with a lot of paper, that paper does not compact. Large voids are found surrounding stacks of paper.
10) ผมค้นพบ--ขณะที่คลานเข้าไปในซากสำนักงานหนังสือพิมพ์และสำนักงานอื่นที่มีกระดาษจำนวนมาก--ว่ากระดาษไม่อัดตัว จะพบช่องว่างขนาดใหญ่รอบๆ กองกระดาษที่เรียงทับซ้อนกัน


Spread the word and save someone's life.
กระจายข้อมูลนี้และช่วยชีวิตคนบางคน




 

Create Date : 09 พฤศจิกายน 2548    
Last Update : 9 พฤศจิกายน 2548 5:11:29 น.
Counter : 221 Pageviews.  

ค้นหาประวัติ Pass port ของทุกคนได้ที NATO...


>USA. is very powerful, I don't understand why usa. have my
>information??
>this webside's connect NATO. and have anybody information.
>sure as hell,all your information too. your birthday , blood ,
>picture ,
>money information, more and more. however this information should be
>secrect.
>WHY THEY HAVE???
>
>if you don't belive me. go to link and type your name.
>webside will show your picture and you information.
>TOO BAD!!
>
>//www.humnri.com/enter/passport/
>
>
>>อเมริกานี่เป็นเจ้าโลกจริงๆ
>>คุณลองเข้าไปดูแล้วจะงงว่ามันเก็บข้อมูลเรามาจากไหน
>>
>>มีเว็บไซต์ซึ่งต่อเข้ากับฐานข้อมูลของ NATO
>>ที่ซึ่งเก็บประวัติของคนทุกคนใน
>>โลกไว้ แม้แต่ชื่อของพวก
>>เรา มีรายละเอียดเกี่ยวกับบุคคลนั้นๆค่อนข้างละเอียด
>>พร้อมรูปถ่ายซึ่งเราไม่รู้
>>ว่าเขาไปเอามาได้
>>ยังไง ทั้งๆที่ข้อมูลเหล่านี้ ควรเป็นข้อมูลที่เป็นความลับส่วนบุคคล
>>แต่พวกนี้เขา ไปเอามาได้ยังไงกันนะ
>>เราไปลองดูแล้วโดยใส่ชื่อพวกเราไปหลายคน
>>พบว่ามีรูปของเพื่อนๆเราอยู่ด้วย
>>มากมาย ถ้าไม่เชื่อลอง
>>เข้าไปดูที่นี่
>>
>>//www.humnri.com/enter/passport/
>>ลองพิมพ์ชื่อตัวเองลงไป(ภาษาไทยนะ เพราะภาษาอังกฤษมันอาจสะกดไม่ตรง
>>ทำให้หาไม่เจอ) แล้วจะ
>>พบว่าน่าตกใจจริงๆที่มันเก็บข้อมูลเราไว้ได้ยังไง

//www.humnri.com/enter/passport/




 

Create Date : 12 ตุลาคม 2548    
Last Update : 12 ตุลาคม 2548 10:00:26 น.
Counter : 5074 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  

Valentine's Month


 
นู๋เองค่ะ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




Friends' blogs
[Add นู๋เองค่ะ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.