รีวิวร้านมังสวิรัติ เชียงใหม่ เจคิทเช่น บายเวียงจุมออน (J Kitchen)
ชื่อร้าน : เจ คิทเช่น บายเวียงจุมออน (J Kitchen by ViengJoomOn)
รายการอาหาร : อาหารมังสวิรัติ , อาหารเจ
เวลาเปิดบริการ : 11.00 - 21.00 (ปิดวันอาทิตย์)
ที่ตั้งร้าน : ในโครงการกรีนพลัสมอลล์2 ซอยข้างIndex Livingmall ต.หนองป่าครั่ง อ.เมือง จ.เชียงใหม่, เชียงใหม่ Thailand
พิกัด GPS : 18° 47' 48.04" N 99° 1' 26.54" E



--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันนี้แวะมารีวิวร้านอาหารใหม่ ร้านนึงในตัวเมืองเชียงใหม่ เนื่องจากได้แวะไปลองชิมมาเมื่อต้นเดือนที่แล้ว เป็นร้านอาหารสไตล์มังสวิรัติ /อาหารเจ แบบโมเดิร์นสไตล์
ร้านนี้เป็นร้านในเครือเดียวกับร้านน้ำชาเวียงจุมออน ทีเฮ้าส์อันโด่งดัง (ระดับที่ติด Top10 สถานที่ต้องแวะไปเมื่อคุณคิดจะไปเที่ยวเชียงใหม่เลยนะฮัฟ)
ร้านที่มารีวิววันนี้คือ J Kitchen by Vieng Joom On (เจคิทเช่น บายเวียงจุมออน) 

พิกัดสถานที่ตั้งร้านเจ คิทเช่น
อยู่ในโครงการ Green Plus Mall2 ซอยข้างๆ Index Livingmall กับตึกเมืองไทยประกันชีวิตครับ จากถนนซูเปอร์ไฮเวย์ (ที่จะมุ่งหน้าไปลำปาง) เข้ามาในซอยประมาณ 2-300 เมตร ก็จะเจอร้านนี้อยู่ตรงหัวมุมเลยครับ หาไม่ยาก   หรือถ้าใครรู้จักศูนย์ดีแทค เชียงใหม่ ร้านนี้ก็อยู่ฝั่งตรงข้าม เยื้องๆกันหน่อยครับ

หน้าร้านเจคิทเช่น เชียงใหม่

ส่วนที่จอดรถ ก็จอดได้รอบๆร้านเลย เหลือเฟือมาก

แผนที่ร้านJ kitchen by Viengjoomon เชียงใหม่
อันนี้ขอก็อปแผนที่เก๋ๆ มาจากเฟสของร้านครับ  //www.facebook.com/jkitchencm


แวะดูเมนูแนะนำสักนิด
เมนูแนะนำร้านเจคิทเช่น
เห็นร้านบอกว่า พวกเมนูแนะนำหน้าร้าน จะสลับไปเรือยๆแทบทุกเดือน เพื่อความไมจำเจ

มาสำรวจภายในร้านกัน 
บรรยากาศในร้านJ kitchen by Viengjoomon เชียงใหม่

ร้านนี้ตกแต่งร้านแบบมีคอนเซ็ปต์ที่น่าถ่ายรูปมากๆ เขาบอกว่าแต่งเป็นสไตล์แนวๆอินเดีย ผสม ทิเบต  โทนสีของร้านจะเน้นสีเขียวตัดกับสีแดงอิฐ อย่างที่เห็นตรงผนังนั้นแหละ

ambience J Kitchen Chiangmai
หน้าต่าง 2 บานนี้เปิดไม่ได้นะ แต่เป็นพร็อพกำแพง ที่ดูมีเสน่ห์มากๆ โต๊ะทานเข้าและเก้าอีนั่ง ก็ดูแปลกตาไปจากร้านอาหารทั่วๆไป 

ภายในร้านเจคิทเช่น เชียงใหม่
อีกฝั่งของร้าน ก็จะเห็นเป็นผนังเพ้นต์ลวดลายประมาณนี้ ออกโทนสีเขียวๆ (ลายแบบนี้เรียกว่าอะไรไม่แน่ใจ แต่ดูแปลกตา มีสไตล์ไม่เหมือนใครดีเนอะ)

ร้าน J kitchen chiangmai
อันนี้เดินขึ้นมาแว็บดูบนชั้น2 ของร้านเหมือนๆ จะเป็น Private Room ได้เลย สำหรับคนชอบความเป็นส่วนตัวหรือจะมาปาร์ตี้กันกลุ่มเล็กๆ ก็ไหวอยู่

ชั้น2 ร้านเจคิทเช่น เชียงใหม่
อีกมุมหนึ่ง ของชั้น 2 พื้นที่ไม่ใหญ่นัก มีโต๊ะอาหาร 4-5 ตัว

CoverMenu_J kitchen
มาดูเมนูกันบ้าง มีสองเล่ม เล่มเล็กเป็นเครื่องดื่ม เล่มใหญ่เป็นอาหาร (ผมชอบร้านในเครือเวียงจุมออนจริงๆ เขาใส่ใจในทุกๆรายละเอียด ขนาดเมนูยังพิถีพิถันให้ดูสวยงามเลย)

เมนูอาหารร้านเจคิทเช่น
เมนูของร้าน J Kitchen มีหลากหลายมากทีเดียว ส่วนใหญ่เป็นมังสวิรัติแบบไทยๆ แต่ว่าใช้พวกเต้าหู้และเห็ดต่างๆเป็นส่วนประกอบหลัก

เมนู J Kitchen CM
หน้านี้เป็นเมนูพวกสลัด+ยำยำ และพวกผัดผัด
อย่างหนึ่งที่ต้องชมเชยมากๆ เกี่ยวกับเมนูคือ เนื่องจากร้านเขาขายทั้งมังสวิรัติและอาหารเจ ฉะนั้นเมนูไหนมีส่วนประกอบของ ไข่ หรือ นม ผสมอยู่จะมีเป็นรูปไอคอนเล็กๆ กำกับไว้อยู่ทุกเมนู ทำให้คนที่กินเจแบบเคร่งคัด สามารถเลือกได้ง่ายขึ้น 

Menu JKitchen chiangmai
หน้านี้เป็นพวกอาหารจานแนะนำ จะเห็นมีไอคอนรูปขวดน้ำมันด้วย ร้านเขาภูมิใจนำเสนอมาก บอกว่าที่นี้ส่วนใหญ่จะใช้น้ำมันเมล็ดชา ในการปรุงอาหาร เขาบอกว่าน้ำมันชนิดนี้มีประโยชน์ต่อร่างกายมาก เพราะมีวิตามินหลากหลาย และมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง ผมก็บอกว่าผมเคยได้ว่าน้ำมันมะกอกนั้นดีต่อสุขภาพ หลายๆร้านอิตาเลียนมักนำมาประกอบอาหาร ทางร้านเขาก็บอกว่าน้ำมันเมล็ดชานี้ ก็มีประโยชน์ไม่ด้อยกว่าน้ำมันมะกอกเลยนะ  ผมกลับมาบ้านแล้วมาลองเสิร์ชข้อมูลดู ก็พบว่าจริงด้วย เพิ่งจะรู้จักน้ำมันเมล็ดชา ก็จากร้านนี้แหละ (อ้างอิงจากบทความ รู้ไม๊ว่า น้ำมันจากเมล็ดชาดียังไง)


bake apple ice tea
มาเริ่มกันที่เครื่องดื่มกันก่อน แก้วนี้คือ Bake Apple Ice Tea  [90 บาท] ชาเย็นรสแอ็ปเปิลสีแดงเข้ม มีเลมอนฝ่านใส่มา รสหวานหอม เปรี้ยวนิดๆ

earl gray green tea
อีกแก้วเป็น Earl Gray GreenTea [90 บาท]สีเหลืองอ่อนๆ เคยทานแต่เอิร์ลเกย์ที่เป็นชาร้อน พอมาลองทานแบบเย็นก็สดชื่นดีเหมือนกัน

ป็อปอายชีส เจคิทเช่น
เอาอาหารทานเล่นมาก่อน จานนี้คือ Popeye Cheese เป็นแผ่นแป้งทอดกรอบด้านในสอดไส้ชีส หอมมากๆ ทานคู่กับซัลซ่าซอสสีแดงๆ [95บาท]

ทอดมันข้าวโพดหวาน
ต่อกันที่ "ทอดมันข้าวโพดหวาน" เป็นทอดมันที่ทานเป็นของทานเล่นได้สบายๆ ทานคู่อาจาด อร่อยเบาๆ [105บาท]

เต้าหู้เย็นวากาเมะ เจคิทเช่น
เมนูนี้ร้านแนะนำมาเป็นเมนูพิเศษช่วงนี้ เลยลองซะหน่อย "เต้าหู้เย็นวากาเมะ"  [85บาท] เป็นเมนูที่ฟินเอามากๆ มันคือเต้าหู้นิ่มๆ ที่โป๊ะสาหร่ายวากาเมะเคี้ยวหนุบๆไว้ด้านบน ราดซอสรสเค็มๆหวานๆ ทานพร้อมๆกันมันได้รสสัมผัสในปากที่อร่อยแบบบอกไม่ถูก ความนิ่มของเต้าหู้ผสมความหนุบหนับของวากาเมะ 


เกี๋ยมอี๋ลุยสวน
จานนี้ "เกี๋ยมอี๋ลุยสวน" เป็นเมนูผักเยอะอีกเมนู ข้างในมีเส้นเกี๋ยมอี๋ผสมเห็ด ผักกาดหอม ราดน้ำจิ้มลุยสวน [95บาท]

angelhairผัดน้ำมันเมล็ดชา
มาที่เมนูเส้นๆบ้าง "แองเจิลแฮร์ผัดน้ำมันเมล็ดชา" [140บาท] เป็นเส้น angelhair เล็กๆ ผัดใส่เห็ดและพริกแห้ง ใช้น้ำมันเมล็ดชาในการปรุง

ข้าวผัดเจคิทเช่น

จานต่อมาเป็นเมนูแนะนำของร้าน "ข้าวผัดเจคิทเช่น" เป็นสูตรซิกเนเจอร์ชื่อเดียวกันกับร้าน เป็นข้าวผัดใส่เห็ดใส่โปรตีนเกษตรทอดกรุบๆ และถั่วฝักยาวหั่นสั้นๆ ทานคู่กับเม็ดมะม่วงหิมพานต์-มะนาว-พริก[120บาท]

ห่อหมกเห็ดรวม
"ห่อหมกเห็ดรวม" เป็นเมนูพิเศษช่วงนี้ รสชาติก็เหมือนห่อหมกที่เราเคยกินกันแต่ข้างในใส่เห็ดหลายอย่างมาแทน รสเผ็ดนิดๆ ไม่มากเท่าไร [75บาท]

ข้าวกล้องเจคิทเช่น
ร้านนี้มีข้าวสวยหอมมะลิ และข้าวกล้อง บริการ เสิร์ฟมาเป็นถ้วยๆ ราคาจะต่างกัน ข้าวสวยหอมมะลิถ้วยละ20 ข้าวกล้องจะ25 แพงกว่านิดนึง

เห็ดผัดผงกะหรี่
มาถึงเมนูที่อร่อยที่สุดในมื้อนี้ของผมก็คือ "เห็ดผัดผงกะหรี่" [95บาท] ดูเผินๆถ้าซื้อไปฝากคนอื่นๆแล้วไม่บอกว่านี้เป็นมังสวิรัติ ทุกคนคงคิดว่าเป็นปูหรือกุ้งผัดผงกะหรี่เป็นแน่ เพราะรสชาติมันใช่เลย เพียงแต่ว่าวัถตุดิบหลักคือเห็ดออรินจิ อร่อยสุดๆ ทานคู่กับข้าวกล้อง นี้สุดยอดเลย ในราคาเพียง 95 บาท

สปาเก็ตตี้ผัดต้มยำ
มาที่เมนูเส้นๆอีกจาน "สปาเก็ตตี้ผัดต้มยำ" [140บาท] รสเผ็ดแบบต้มยำเลยละครับจานนี้ เห็ดที่ใส่มาคือเห็ดออรินจิ 

ยำตะไคร้เห็ดเข็มทอง

มาที่เมนูอร่อยเป็นอันดับ2 ในมื้อนี้(รองจากผัดผงกะหรี่) ผมยกให้ "ยำตะไคร้เห็ดเข็มทอง" จานนี้เลย ร้านเขาเอาเห็ดเข็มทองไปทอดกรอบๆฟูๆ มาแล้วโรยด้วยพริก-ตะไคร้-แครอท-เม็ดมะม่วง ราดด้วยน้ำยำรสแซ่บกำลังดี แต่จานนี้ต้องรีบทานหน่อย ไม่งั้นเห็ดทอดกรอบจะนิ่มเพราะน้ำยำ ทานตอนยังกรอบๆอยู่อร่อยมาก [150บาท] 

เมนูขนมหวาน เจคิทเช่น

หลังจากอิ่มอาหารหลักแล้ว เราก็นั่งย่อยกันไปสักพัก ก็ลองมาดูเมนูขนมหวานกันบ้าง ที่เจคิทเช่น ก็จัดเตรียมไว้ไม่น้อยเลยทีเดียวมีทั้งมูสต่างๆ,ไอติมมะพร้าวอ่อน,เค้กก็มี

เมนูเครื่องดื่ม J kitchen
เครื่องดื่มก็มีทั้งชาและกาแฟ (เนื่องจากเป็นร้านในเครือชาเวียงจุมออน ก็เลยมีชาร้อน ชาเย็นมาขายที่นี้ด้วยหลายรส แต่ไม่ครบเหมือนที่ Vieng Joom On)

มูสลอดช่อง J Kitchen
จัดขนมมาอย่างแรก "มูสมะพร้าวอ่อน และมูสลอดช่อง" เสิร์ฟมาแบบเก๋ๆเหมือนขนมจากร้านเวียงจุมออนเลย เป็นของหวานเบาๆ ที่กินได้ไม่หนักท้องเลย หอมกลิ่นกะทิอ่อนๆ ทานคู่กับชาร้อนกำลังดี
มูสราคาถ้วยละ 25 บาทเท่ากันทั้ง2 รส

ข้าวเหนียวโอนีมะพร้าวอ่อน

อีกอย่างที่สั่งมาคือ "ข้าวเหนียวโอนีมะพร้าวอ่อน" ใส่เผือกกวนชิ้นโตๆมาด้วย น้ำกะทิเข้มข้น กลิ่นหอมมากๆ  [65บาท]

1001arabian night Tea
ทานขนมก็ต้องคู่กับชาร้อนถึงจะเข้ากัน สั่งชา "1001 Arabian Night" ร้านบอกว่าส่วนผสมเป็นชาดำและชาเขียวมาผสมกัน นำเข้ามาจากแถบอาหรับ ราคาชาร้อนกาละ 90 บาท


ใครอยู่ในเมืองเชียงใหม่ อยากหาร้านมังสวิรัติ/เจ อาหารอร่อยๆ แนะนำเลยครับร้านนี้ ไม่ผิดหวังจริงๆ แล้วจะรู้ว่าอาหารมังสะ มันมีอะไรมากกว่าที่คุณเคยทานจากร้านอื่นๆ
เพราะได้คุยกับเจ้าของร้านช่วงท้ายๆ พี่เขาบอกว่าร้านนี้ประกอบอาหารโดยใช้เห็ดและเต้าหู้ และส่วนประกอบจากธรรมชาติเป็นหลัก ไม่ได้เอาพวก หมูเทียม(เจ) , ไก่เทียม(เจ) ไส้กรอกเทียม(เจ) หรือเนื้อสัตว์(เทียมๆ) มาทำเป็นอาหารเลย เพราะร้านบอกว่า วัตถุดิบพวกนั้นเป็นอาหารที่สังเคราะห์-ปรุงแต่งขึ้นมา ให้ได้สี/กลิ่น/รสคล้ายกับเนื้อสัตว์จริงๆ แม้จะทำจากแป้งก็ตาม 

ลองดูพวกเมนูอาหารใหม่ๆของร้านเจคิทเช่นได้ที่เฟสร้านนะครับ





Create Date : 11 ธันวาคม 2556
Last Update : 12 ธันวาคม 2556 15:00:35 น.
Counter : 3399 Pageviews.

1 comment
รีวิวร้านภาดา Pada Restaurant ย่านเลี่ยงเมืองปากเกร็ด นนทบุรี
ชื่อร้าน : ร้านภาดา Pada Restaurant
รายการอาหาร : สเต็ก สปาเก็ตตี้ ข้าวขาหมู ก๋วยเตี๋ยวต้มยำทรงเครื่อง
เวลาเปิดบริการ : ทุกวัน 11.00-21.00 น.
ที่ตั้งร้าน : ถนนเลี่ยงเมืองปากเกร็ด ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด นนทบุรี, นนทบุรี Thailand
พิกัด GPS : 13° 53' 38.21" N 100° 30' 56.97" E



-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

แวะมาอัพอีกหนึ่งรีวิว ร้านอาหารย่านถนนเลี่ยงเมืองปากเกร็ด นนทบุรี (ช่วงนี้มีสต็อกรีวิวค้างอยู่หลายร้านเลย ไว้ค่อยทะยอยรีวิวกันไป)
ร้านที่มาชิมวันนี้คือร้าน Pada Restaurant หรือ ร้านภาดา 

ร้านอาหารภาดา นนทบุรี

พิกัดที่ตั้งร้านภาดา นี้จะอยู่ถนนเลี่ยงสามัคคี ปากเกร็ด ร้านอยู่ในโครงการ Good Well Park (เป็นศูนย์รวมร้านอาหารอยู่หลายๆร้านรวมกัน)
หรือถ้าใครรู้จักร้านนุติ สเต็ก สาขาเลี่ยงเมืองสามัคคี ร้านนี้จะอยู่ฝังตรงข้ามกันเลยครับ

การเดินทาง จากถนนแจ้งวัฒนะ จากหน้าห้างเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ มุ่งหน้าไปปากเกร็ด พอมาถึงแยก Homepro ให้เลี้ยวซ้ายแล้ววิ่งมาตามทางเรื่อยๆสัก 1.5 KM. จะเจอโครงการ Good Well Park อยู่ฝั่งขวามือต้องขับต่อเพื่อไปกลับรถมาที่ร้าน

โครงการGoodwellpark

มาถึงจะเห็นโครงการกู้ดเวลล์พาร์ค ก็ขับรถเข้าไปได้เลย โครงการนี้เพิ่งจะมีปี 2556 นี้เองครับ รวมร้านอาหารหลากหลายประเภทอยู่เหมือนกันทั้งร้านส้มตำ ร้านซีฟู้ด ร้านกาแฟ เสริมสวย บลาบลาๆ

หน้าร้านภาดา Pada Restaurant

ร้านภาดา ที่จะมารีวิวอยู่จะอยู่หัวมุมด้านหน้าโครงการเลยครับ

ป้ายร้านภาดา

ภาดา นนทบุรี ปากเกร็ด

มาถึงร้านช่วงบ่ายๆครับ อากาศยังร้อนไปหน่อย แต่คิดว่าช่วงเย็นๆ บรรยากาศน่านั่งชิลล์ พอสมควรเลย

ภายในร้านภาดา Pada

ร้านตกแต่งน่ารักดี ธีมร้านสีเขียวๆ ตามผนังจะมีของตกแต่งเกี่ยวกับทะเลๆ ประมาณนี้

pada restaurant

pada restaurant

ภายในร้านภาดา ตกแต่งง่ายๆ แต่ดูมีคอนเซ็ป เหมือนสวนดอกไม้นิดๆ

มาดูที่อาหารกันบ้างดีกว่า

ก๋วยเตี๋ยวต้มยำทรงเครื่อง

เมนูนี้ "ก๋วยเตี๋ยวต้มยำทรงเครื่อง" เห็นร้านแนะนำว่าเป็นเมนูเด็ด ใครมาก็สั่งมาลอง เลยขอจัดสักชามนึง เป็นก๋วยเตี๋ยวที่ใส่มาหลายอย่างมาก มีทั้งกุ้ง หอย หมึก และหมูนุ่ม ทำเป็นแผ่นๆใหญ่ๆอยู่ตรงกลางชาม 
ชามนี้ราคา 65 บาท อร่อยทีเดียว ส่วนไข่มะตูม นั้นขอเพิ่มตั้งหากอีก 10 บาท เยิ้มๆกำลังดีเลย


สปาเก็ตตี้ซอสมะเขือเทศ

ต่อกันที่ "สปาเก็ตตี้ซอสมะเขือเทศ" สีแดงได้ใจจริงๆ สปาเก็ตตี้นุ่มๆ ราดมาด้วยซอสมะเขือเทศผสมหมูสับมา ในราคา 50 บาท
จานนี้ผมค่อนข้างเฉยๆหน่อย ชิมไปนิดเดียวเอง 

ข้าวหมูผัดพริกไทดำ

ต่อด้วย "ข้าวหมูผัดพริกไทดำ"  อันนี้ถูกใจมากๆ เพราะปกติเป็นคนชอบอะไรแนวนี้อยู่แล้วด้วย หอมกลิ่นพริกไทดำ ผัดแล้วรสชาติเข้าเนื้อได้กำลังดี รสชาติร้อนแรงถูกใจคนชอบกินอะไรเผ็ดๆ [50 บาท]

สเต็กไก่สไปซี่

มาที่สเต็กกันบ้าง จานนี้คือ "สเต็กไก่สไปซี่" [75 บาท] ไก่ชิ้นกำลังเหมาะ หมักเครื่องเทศเข้าเนื้อกำลังดี เสิร์ฟพร้อมเฟรนฟรายด์และผักสลัดอีกนิดหน่อย 
ความเผ็ดของตัวสเต็กไก่ ผมถือว่ากำลังดีเลย ไม่เผ็ดมากเกินไป และได้กลิ่นเครื่องเทศหอมๆอีกด้วย

สเต็กเนื้อเซอร์ลอยด์

สเต็กอีกจานที่สั่งมาคือ "สเต็กเนื้อเซอร์ลอยด์"  กับราคา 145 บาท กริลล์มาสุกกำลังดี เนื้อนุ่มใช้ได้ ราดน้ำเกรวี่ แต่ของร้านนี้น้ำไม่ข้นเท่าไรนัก ส่วนตัวผมชอบสเต็กแบบที่ราดน้ำซอสเกรวี่แบบข้นๆ หรือจะเป็นพวกซอสเห็ดอะไรประมาณนั้นจะอร่อยกว่า

ข้าวขาหมู ภาดา

จานนี้น้องสั่งมาเพิ่ม "ข้าวขาหมู" เห็นเขียนแนะนำหน้าร้าน เลยลองดูว่าอร่อยไหม ร้านนี้จัดเต็มพอสมควร ทั้งเนื้อ-หนัง ผักข้างเคียง ในราคา 45 บาท
รสออกเค็ม ไม่เข้มข้นมากเกินไปนัก เนื้อหมูนุ่มละลายบนลิ้น ฟินทีเดียว 


ใครอยู่ย่านปากเกร็ด นนทบุรี ลองแวะไปดูครับ ช่วงเย็นๆบรรยากาศน่าจะดี  สั่งเบียร์มาจิบคงเพลินชะมัด
ร้านภาดา มีเฟสบุ๊คด้วยครับ ลองดูที่












Create Date : 21 พฤศจิกายน 2556
Last Update : 21 พฤศจิกายน 2556 19:50:10 น.
Counter : 4772 Pageviews.

2 comment
รีวิวมิยาบิ บุฟเฟ่ต์ สาขาเซ็นทรัล พระราม 3 ร้านเนื้อย่างจัดเต็ม
ชื่อร้าน : Miyabi Grill (Central Rama3)
รายการอาหาร : ร้านเนื้อย่างบุฟเฟ่ต์ หมู เนื้อ ซีฟู็ด ซูชิ เทมปุระ เนื้อโกเบ
เวลาเปิดบริการ : เปิดทุกวัน 10.30 - 21.30 น.
ที่ตั้งร้าน : Central พระราม3 ชั้น6 โซนร้านอาหาร, กรุงเทพมหานคร ยานนาวา Thailand
พิกัด GPS : 13° 41' 52.97" N 100° 32' 17.00" E



---------------------------------------------------------------------------------------------------------


ห่างหายไปนานกับการรีวิวร้านเนื้อย่างบุฟเฟ่ต์ วันนี้ได้โอกาศเหมาะแวะมาแถวๆพระราม3 เลยขอมารีวิวร้านบุฟฟ่ต์ Miyabi Grill สาขาเซ็นทรัล พระราม 3 ซะหน่อย เดินผ่านหลายรอบแล้วเห็นอาหารใหม่ๆมาเยอะเลย ยังไม่ได้ลองซะที

miyabi central rama3

Miyabi นั้นตอนนี้แบ่งได้เป็น 2 ประเภทนะครับ คือ
1. ร้าน Miyabi Grill เป็นบุฟเฟ่ต์ที่เราสั่งอาหารผ่านใบลิสต์เมนูอาหารและจะมีพนักงานถือมาเสิร์ฟที่โต๊ะ ส่วนใหญ่จะมีสาขาอยู่ในกรุงเทพ ตามห้างเซ็นทรัล เดอะมอลล์ ซีคอนสแควร์ เป็นส่วนใหญ่ เป็นรูปแบบเดิมตั้งแต่สาขาแรกๆแล้ว ระยะเวลาทานได้ 1.30 ชั่วโมง  ดูรายละเอียดสาขา Miyabi Grill ได้ที่ลิงค์ https://www.facebook.com/MiyabiGrill/app_151703594899262

2. ร้าน Miyabi Kaiten เป็นบุฟเฟ่ต์สายพาน อยากทานอะไรก็หยิบจากสายพานมาได้เลย ร้านประเภทนี้ราคาจะถูกกว่าแบบแรก แต่เมนูอาหารก็จะน้อยกว่าด้วยเช่นกัน สาขาส่วนใหญ่จะอยู่ชานเมืองหน่อย และก็มีตามต่างจังหวัดอีกหลายสาขา ระยะเวลาทานได้ 1.15 ชั่วโมง ดูรายละเอียดสาขา Miyabi Kaiten ได้ที่ลิงค์นี้ https://www.facebook.com/MiyabiGrill/app_190322544333196

ร้านมิยาบิกริลล์

สำหรับมิยาบิ กริลล์สาขาเซ็นทรัล พระราม 3 ร้านอยู่ที่ชั้น 6 โซนร้านอาหาร 
เวลาเปิดปิด ตามเวลาห้างครับ 10.30 - 21.30 น.

ร้านมิยาบิบุฟเฟ่ต์ พระราม3

ตอนนี้ (ตุลา 56) มีโปรโมชั่นลุ้นไปเที่ยวฮอกไกโด กับน้องเต้ยด้วย

ภายในร้านมิยาบิกริลล์

บรรยากาศภายในร้านครับ ธีมร้านสีแดง สดใสมาก วอลล์เปเปอร์ เป็นรูปอนิเมะสไตล์ญี่ปุ่น ดูวัยรุ่นดี 

ในร้านMiyabi Grill

ร้านมีโต๊ะให้เลือกนั่งได้หลายแบบ ทั้งโต๊ะแบบกลม และแบบเหลี่ยม จะมาเป็นคู่ เป็นกรุ๊ป เป็นก๊วน มากน้อยยังไง ก็รองรับได้อยู่แล้ว

Menu food miyabi

เมนูอาหารของร้าน จะเป็นอันใหญ่ๆอย่างงี้แหละครับ มี 2 ด้านให้เลือก

ราคาบุฟเฟ่ต์ ปกติคนละ 369 บาท(เนต) ถ้ามีบัตรสมาชิก เหลือ 333 บาท(เนต)
**ถ้าสั่งเพิ่มชุดพรี่เมี่ยม จะเพิ่มอีก 99 บาท รวมแล้วเป็น 468 บาท(เนต)  ถ้ามีบัตรสมาชิก จะเป็น 422 บาท

เมนูอาหารร้านมิยาบิ

ส่วนเวลาสั่งอาหาร ร้านมิยาบิ กริลล์จะใช้วิธีการติ๊กลงในใบลิสต์เมนูอาหาร แล้วส่งให้พนักงานเอาไปลงเครื่องสแกนเนอร์

ใบออเดอร์อาหารมิยาบิกริลล์

พร้อมกินแล้ว 

ชุดจาน-ตะเกียบร้านมิยาบิ

ไม่นานนัก พนักงานก็เอาถ้วยน้ำจิ้มมาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะ ตามจำนวนคน

ซอส3อย่างร้านมิยาบิ

ซ้ายคือ Tartar Sauce ตรงกลางคือน้ำจิ้มเนื้อย่าง ขวามือเป็นซอสเปรี้ยวๆไว้กินกะพวกซีฟู้ด(มั่ง)

เซ็ทพรี่เมี่ยมร้านมิยาบิ

มากินคร่าวนี้สั่งชุด Premium ด้วยครับ เพราะชอบหลายๆเมนูในนี้ ดังเช่นหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ กุ้งแม่น้ำ แซลมอน ต้มยำซีฟู้ดหม้อไฟ เนื้อแกะนิวซีแลนด์ ปลาหมึกเจาะ ปลาไข่ และอีกหลายอย่าง จริงๆผมว่า เพิ่มอีก 99 บาท ได้ของเยอะขนาดนี้ก็คุ้มมากๆนะครับ ส่วนตัวผมชอบทานแซลมอนกับหอยแมลงภู่มากๆ สั่งมาเบิ้ล2 รอบนี้ก็คุ้มสุดยอดแล้ว

หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์พร้อมย่าง

หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ มาแบบตัวใหญ่มาก ราดซอสอะไรมาด้วยไม่แน่ใจ แต่ทานตอนปิ้งร้อนๆ อร่อยมากครับ



อีก 3 ถาดคือปลาแซลมอน หั่นมาชิ้นใหญพอควร , กุ้งแม่น้ำ และซีฟู้ดต้มยำหม้อไฟ


กุ้งแม่น้ำ ร้านมิยาบิ

กุ้งแม่น้ำ ตัวใหญ่กำลังดีนะครับ แต่แอบกินยากไปหน่อยนะ ถ้าให้ดี ผมแนะนำว่าน่าจะผ่าหลังกุ้งมาให้หน่อย เวลาปิ้งสุกแล้วจะได้แงะเนื้อกุ้งมากินได้สบายๆหน่อย (ผมเข้าใจว่าน่าจะมีหลายคนที่อยากกินกุ้งแต่ไม่อยากมือเลอะ เพราะต้องแกะเปลือกกุ้งเองอะนะ)


ต้มยำซีฟู้ดหม้อไฟ ร้านมิยาบิ

ซีฟู้ดต้มยำหม้อไฟ (ข้างในจะมีกุ้ง+ปลา รสเผ็ดแซ่บ) เอาทั้งถาดไปวางบนเตาถ่านได้เลย


หมูโทโร่

"หมูโทโร่" เป็นหมูหั่นเป็นลูกเต๋า ชิ้นใหญ่ๆ แต่ส่วนตัวผมว่ามันย่างแล้วค่อนข้างเหนียวไปหน่อย


เตาถ่านร้านมิยาบิ

ลงเตากันเลย เซ็ทแรกที่ลงเตาแบบใหม่ๆ ไฟมันแรงมาก และเตายังสะอาดตา ถ่ายรูปมาจะดูดีมาก 555


กระเช้าผักรวมมิตร

มาดูอาหารกันต่อ ตอนนี้ถ้าสั่งพวกผักต่างๆ จะเสิร์ฟมาแบบกระเช้าเล็กๆ น่ารักมากทีเดียว ดูไม่ค่อยเกะกะโต๊ะอีกด้วย


เห็ดออรินจิ

เห็ดออรินจิ ขาดไม่ได้เลยเวลาทานบุฟเฟ่ต์

กุ้งหมักโคชูจัง

กุ้งหมักซอสโคชูจัง เสิร์ฟมาเป็นแก้วไวน์เลย 


ซูชิร้านมิยาบิ

สลับมาสั่งซูชิกันบ้าง อันนี้สั่งไปรอบแรกหลายๆอย่าง เวลาเสิร์ฟมาทีเดียวเป็นคอมโบเซ็ทเลย
[ข้าวปั้นหน้ายำสาหร่าย , ข้าวปั้นหน้าสลัดกุ้ง , ข้าวปั้นหน้าแซลมอน , ข้าวปั้นหน้ากุ้ง]


ซูชิเซ็ท

[ข้าวปั้นหน้าปูอัดและแคลิฟอร์เนียโรล , ข้าวปั้นหน้าไข่หวานและทาโกะ]


ซูชิแซลมอนชีส

[ข้าวปั้นหน้าเนื้อย่างซีอิ้ว, ข้าวปั้นหน้าแซลมอนชีส (หน้านี้ Reccommend เลย) ]


เทมปุระเซ็ท

สลับกลับมาที่ Side dish อาหารทานเล่นกันบ้าง ตามรูปนี้คือคือ กุ้งเทมปุระ , ในแก้วทรงเตี้ยคือ ชิคุวะไส้ชีส , ในแก้วทรงสูงคือ กุ้งชุบเกร็ดขนมปังทอดกรอบ


ยำแซลมอน

แก้วหน้าคือ ยำแซลมอน  แก้วหลังคือ สลัดปูอัดไข่กุ้ง


รวมเนื้อปิ้งย่าง

เนื้อและหมู มาแบบคอมโบเซ็ทอีกแล้ว กินกัน 3 คนนะเนี้ย เต็มโต๊ะเบย

แนะนำทริคของการแยกว่าถาดไหนหมู ถาดไหนเนื้อ ของร้าน Miyabi นิดนึง สังเกตุง่ายๆคือ
ถาดสีดำ จะเป็นตระกูลเนื้อวัว
ถาดสีแดง จะเป็นตระกูลเนื้อหมู

เนื้อราดซอสมิโซะ

เนื้อราดซอสมิยาบิ และเนื้อราดซอสมิโซะ


บริสเก็ต ร้านมิยาบิ

ถาดหน้านี้คือ เนื้อบริสเก็ต เป็นเนื้อแล่บางๆ ปิ้งสุกเร็วมาก อร่อยฟินสุดๆ ถาดถัดไปเป็นเนื้อรวม (บางถาดเราก็จำไม่ค่อยได้แล้วว่ามันคืออัลไล แบบมาเยอะจัด จำไม่ได้ว่าสั่งไรไปบ้าง)


หมูรวม

ต่อกันด้วยชุด "หมูรวม"


หมูรวมร้านมิยาบิ

ถาดนี้ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็น "หมูราดซอสมิยาบิ" (ถูกเปล่าหว่า จำไม่ค่อยได้)


เนื้้อแกะนิวซีแลนด์

ต่อด้วย "เนื้อแกะนิวซีแลนด์"  เมนูนี้อยู่ในเซ็ทอาหารพรีเมี่ยมของร้านนะ


เนื้อโกเบ ร้านมิยาบิ

และสั่งเนื้อพิเศษมาอีกชุดนึง อันนี้คือ "เนื้อโกเบ Kobe Beef" เขาว่ากันว่าเนื้อโกเบ คือ Queen of Beef ด้วยความอร่อยของเนื้อวัวที่นำเข้าจากญี่ปุ่น เมืองโกเบ เลี้ยงดูอย่างดี ริมภูเขา ประคบประหงมอย่างดี ทำให้เนื้อวัวมีไขมันแทรกในเนื้อเยอะ เวลาย่างก็จะอร่อยฟินสุดๆ  

สำหรับเนื้อโกเบ นี้เป็นแบบ a la carte ใครอยากกินต้องสั่งแยกมาเท่านั้น ปกติราคา 1200 บาท แต่ช่วงนี้มีโปรลดเหลือ 399 บาท เลยของลองสักครั้ง จัดไป
เสิร์ฟมาแบบ Exclusive มากๆ มาบนเขียงไม้ มาพร้อมภู่กันเอาไว้ทาน้ำซอส เพิ่มรสชาติก่อนนำไปลงเตา 


เนื้อโกเบย่างบนเตาถ่าน

เอาลงเนื้อโกเบ ลงเตา พร้อมกับเนื้อแกะ เลย อร่อยฟินจริงๆครับ ใครอยากลองเนื้อคุณภาพดีๆ ลองสั่งชิมดูครับ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน

ไอติมวนิลลา miyabi

ปิดท้ายมื้อนี้ ด้วยไอติมวนิลาถ้วยนี้ (จริงๆของหวาน มีไอติมชาเขียว ผลไม้พวกแตงโม-สัปปะรด และเยลลี่ด้วยนะ)



สรุปโดยรวม Miyabi Central Rama3
  • อาหารหลากหลายมากๆ ถือว่าคุ้มมากสำหรับราคาที่จ่ายไป
  • บรรยากาศร้านกำลังดี ไม่อึดอัด ไปทานตอนบ่ายๆวันธรรมดา แต่ก็มีคนก็นั่งอยู่ประมาณ50%ของพื้นที่ทั้งร้าน ถือว่ามีลูกค้าเข้าร้านเยอะอยู่เหมือนกันนะ
  • น้ำชาเขียว, ชาจีนเย็น ผมว่ารสจืดและอ่อนไปหน่อยนะ อยากให้เข้มข้นและมีรสชาติมากกว่านี้
  • การบริการ พนักงานยังมีหลุดๆอยู่บ้าง มีเสิร์ฟผิดโต๊ะ 2 ครั้ง (เอาโต๊ะอื่นมาเสิร์ฟโต๊ะเรา)





Create Date : 22 ตุลาคม 2556
Last Update : 22 ตุลาคม 2556 16:04:58 น.
Counter : 32885 Pageviews.

3 comment
รีวิวร้านอาหารนั่งชิลล์ Swanlake Cuisine รังสิต ปทุมธานี
ชื่อร้าน : Swanlake Cuisine ครัวสวอนเลค รังสิต
รายการอาหาร : อาหารไทย-ซีฟู้ด ,ทะเลซ่า, ยำสวอนเลค, เมี่ยงปลาช่อนสมุนไพร
เวลาเปิดบริการ : เปิดทุกวัน 10.00 - 24.00 น.
ที่ตั้งร้าน : ถนนเชียงราก รังสิต ปทุมธานี (ตรงข้ามสนามกีฬาธรรมศาสตร์ รังสิต), ปทุมธานี Thailand
พิกัด GPS : 14° 3' 53.12" N 100° 35' 50.86" E



------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันนี้ขอมารีวิวร้านอาหารสไตล์นั่งชิลล์ สบายๆ บรรยากาศดี ติดริมน้ำ ในย่านรังสิต คลองหลวง ปทุมธานี สักหนนึง ร้านที่มารีวิวนี้คือร้าน ครัวสวอนเลค (Swanlake Cuisine) 

swanlake Cuisine

ด้านหน้าร้านครัวสวอนเลค หรือ Swanlake Cuisine เปิด 10.00 - 24.00 น.

swanlake cuisine restaurant

พิกัดทำเลที่ตั้งร้านนี้ อยู่ถนนเชียงรากน้อย ฝั่งตรงข้ามกับศูนย์กีฬาธรรมศาสตร์ รังสิต(ที่ตอนนี้เป็นสนามเหย้าของทีมอินทรีเพื่อนตำรวจ ) ร้านนี้จะอยู่ถัดจาก TU Dome เลยครับ สังเกตุไม่ยาก 
ผมได้มาทานร้านนี้ 2-3 หนแล้วครับ ค่อนข้างติดใจในบรรยากาศมากๆ เพราะร้านนี้มีหลายโซน
ทั้งแพริมน้ำ บรรยากาศชิลล์กำลังดี แต่ถ้าอยากนั่งห้องแอร์ก็มีโซนห้อง Knoz เอาไว้รองรับคนขี้ร้อนได้
และก็มีโซนห้องคาราโอเกะ น่าจะมีประมาณ 8-10 ห้องนี้แหละครับ 
และอีกฝั่งของร้านก็จะเป็นโซนห้องจัดเลี้ยง ที่เป็นฮอลล์อยู่ชั้น 2 

ลองไปเดินเซอร์เวย์มาคร่าวๆ กันดีกว่า
โซนนี้คือแพริมน้ำ บรรยากาศดูดีมากๆ

บรรยากาศร้านครัวสวอนเลค

ถ้าเป็นช่วงกลางวัน อาจจะดูค่อนข้างร้อนไปหน่อย แต่ถ้ามานั่งทานตอนเย็นๆ ตรงนี้ิชิลล์กำลังดีเลยละ

ครัวสวอนเลค

ภายในแพริมน้ำครับ 

ภายในแพร้านswanlake cuisine

นั่งกินอาหารซีฟู้ดนะ บรรยากาศชิลล์ๆ เปิดเพลงเบาๆไปด้วย นี้เพลินเลย

บรรยากาศในแพร้านครัวสวอนเลค

อีกโซนของร้านครับ เขาเรียกว่าห้อง Knoz 

ห้องKnoz ร้านครัวสวอนเลค
เคาร์เตอร์ร้านครัวสวอนเลค

มีโปรโมชั่นกับบัตร Truecard ด้วยครับ ลดค่าอาหาร 10% เงินสด  5% บัตรเครดิต จนถึง 30 พ.ย 56 นี้

โปรทรูการ์ด swanlake cuisine

เมนูแนะนำของร้านครับ ดูจากรายชื่อ น่าชิมหลายอย่างเลย

เมนูแนะนำร้านครัวสวอนเลค

มาดูอาหารกันบ้าง ดีกว่าครับ ราคาอาหารของที่นี้โอเคนะครับ ไม่แพงเกินไป
มากันที่เซ็ทแรก มารวดเดียว 3 จานเลย

3เมนูอร่อย


จานแรกนี้ ร้านแนะนำมา เป็นซิกเนเจอร์ของร้านนี้ "ยำสวอนเลค" จะคล้ายๆยำซีฟู้ด ใส่ของทะเลมาหลายอย่าง ทั้งหมึก กุ้ง หอย ปลา น้ำยำรสเปรี้ยวแซ่บกำลังดี ด้านบนขาวๆ เขาบอกว่าคือฟองไข่ขาว เอามาตีๆปั่นๆ จนได้คล้ายๆโฟมเป็นแผ่นออกมาแบบนี้ แปลกดีเนอะ [150 บาท]

ยำสวอนเลค

ต่อมาคือ "กุ้งชุปแป้งทอด" กินกับน้ำจิ้มบ๊วยเจี่ย รสชาติก็พอได้ครับ ไม่อมน้ำมัน [130 บาท]

กุ้งชุบแป้งทอด


อีกจานเป็น "ทอดมันปลากราย" 120 บาท

ทอดมันปลากราย


อันนี้แหละสุดยอดเลย "ต้มยำทะเลน้ำข้น" มาแบบน้ำข้นจริงๆ ข้างในก็ใส่มาสารพัด ทั้งหอย กุ้ง หมึก ปลา น้ำข้นรสเข้มกลมกล่องกำลังดี หม้อนี้จำราคาไม่ได้จริงๆ ขออภัยด้วยครับ

ต้มยำน้ำข้น ครัวสวอนเลค

มาดูเมนูปลากันบ้าง "เมี่ยงปลาช่อนทอดสมุนไพร" เป็นปลาช่อนทอดทั้งตัว มาพร้อมใบพลู เครื่องเมี่ยงต่างๆ เวลากิน ก็เอาใบพลูมาห่อกับเนื้อปลา ใส่ถั่ว กุ้งแห้ง หอม กระเทียม ราดน้ำ เหมือนกินเมี่ยงคำ นั้นแหละครับ
[250 บาท]

เมี่ยงปลาช่อน

ปิดท้ายด้วยเมนูเด็ดอีกอัน  "ทะเลซ่า"  อธิบายไงดี มันคือหม้อไฟซีฟู้ด ที่จัดเต็มมากๆ มาทั้งปูม้า กุ้งแม่น้ำ ปลา(อะไรไม่แน่ใจ) หมึกชิ้นโตๆ มาพร้อมกับน้ำซุปหม้อไฟ ซึ้งเป็นน้ำซุปพริกไทดำ รสออกเผ็ดร้อน มีเห็ดเข็มทองใส่มาในน้ำซุปด้วย เมนูนี้กินแล้วมันซ่าจริงๆ ใครชอบรสแบบเผ็ดๆ รสพริกไทดำ กินพร้อมอาหารซีฟู้ด น่าจะชอบนะ เมนูนี้ 250 บาท 

ทะเลซ่า เมนูแนะนำครัวสวอนเลค

เมนูทะเลซ่า swanlake cuisine

จริงอาหารที่ร้านสวอนเลค นี้มีหลากหลายประเภทนะครับ เน้นไปที่ซีฟู้ด กับอาหารไทย 
ราคาแต่ละจานนี้ ผมว่าโอเคเลย ราคากลางๆ ไม่แพงไปนัก เทียบกับปริมาณที่ได้และรสชาติ


สรุปโดยรวมร้าน Swanlake Cuisine
- บรรยากาศร้านดีมาก โดยเฉพาะโซนแพริมน้ำ รองรับคนได้มากเป็นร้อยๆคนเลยแหละ
- ทำเลที่ตั้ง อยู่ตรงข้ามสนามกีฬาธรรมศาสตร์ รังสิต สังเกตุได้ง่ายๆ หาไม่ยากนัก
- ราคาอาหารของร้าน อยู่ในระดับกลางๆ ไม่ถูก ไม่แพงไป ไม่มีค่าเซอร์วิสชาร์จ
- ร้านมีห้องคาราโอเกะด้วยประมาณ 10 ห้องทั้งเล็กและใหญ่ เครื่องเสียงดูดี เฟอร์ดูทันสมัย
- ที่จอดรถด้านหน้าร้าน มากพอสมควร เอารถทัวร์มาจอดได้สบายๆ หลายคันเลยแหละ
- ยังพอเจอปัญหายุง มากัดบ้าง ร้านน่าจะหาวิธีกำจัดยุงให้หน่อยนะ
- พนักงานบางคน ถามแล้วคุยไม่ค่อยรู้เรื่อง (เป็นต่างด้าว) สื่อสารกันลำบากไปหน่อย

รายละเอียดเพิ่มเติมไปดูที่เฟสบุ๊คร้านได้





Create Date : 26 กันยายน 2556
Last Update : 26 กันยายน 2556 23:07:14 น.
Counter : 5741 Pageviews.

6 comment
รีวิวร้าน Davinci Caffe ซอยอารีย์ ร้านอร่อยผสานศิลปะ
ชื่อร้าน : Davinci Caffe ดาวินชี คาฟเฟ่ ซอยอารีย์
รายการอาหาร : อาหารไทยกึ่งฟิวชั่น กาแฟสด ขนมเค้ก
เวลาเปิดบริการ : 11.00 -21.00 (ปิดวันจันทร์)
ที่ตั้งร้าน : ใกล้ๆบ้านอารีย์ ซอยอารีย์1 สามเสนใน พญาไท กรุงเทพ, กรุงเทพมหานคร พญาไท Thailand
พิกัด GPS : 13° 46' 43.03" N 100° 32' 34.21" E



-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันนี้ขอนำพาไปย่านซอยอารีย์อีกครั้งนึง สำหรับผมซอยอารีย์ ถือว่าเป็นแหล่งรวมร้านอาหาร ที่มีความหลากหลายมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งในกรุงเทพเลย เพราะอยู่ในโซนพื้นที่ธุรกิจ มีชุมชนบ้านคนอยู่มาก+คอนโดสร้างใหม่ ซึ่งไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่นี้นิยมอยู่คอนโดใกล้รถไฟฟ้ามากขึ้น และก็ชอบอยู่ใกล้กับแหล่งชอปปิ้ง แหล่งร้านอาหารด้วย ก็จึงเป็นข้อดีทำให้เกิดร้านอาหารใหม่ๆ หลากหลายแบบเป็นช้อยท์ให้ลูกค้าได้เลือกหาของ อร่อยๆทานได้ง่ายขึ้น

ร้านอาหารDavinci caffe

วันนี้พามา รีวิวร้านอาหารเปิดใหม่ในซอยอารีย์ 1 ชื่อร้านว่า Davinci Caffe (ดาวินชี คาฟเฟ่) เป็นร้านอาหารไทยกึ่งฟิวชั้น+กาแฟสด+เค้กอีกนิดหน่อย แต่บรรยากาศภายในร้านน่าสนใจมาก
พิกัดร้าน Davinci Caffe
ร้านอยู่ในซอยอารีย์ 1 ใกล้กับโครงการบ้านอารีย์  (Banana Family Park)
ถ้ามา BTS ลงสถานีอารีย์ ออกประตู 1 แล้วเดินไปทางตึกเอ็กซิมแบงค์ ทางเข้าจะอยู่ระหว่างตึกเอ็กซิมแบงค์และปั๊มเอสโซ่ เดินทะลุโครงการบานาน่า แฟมิลี้พาร์ค ออกมาจะทะลุเข้าซอยอารีย์ 1 ได้แล้วถัดไปอีก 10 เมตรก็จะเจอร้านดาวินชีแล้ว
หากขับรถมาก็ให้เข้ามาในซอยอารีย์ 1 เข้ามาอีกประมาณ 300 เมตร จะเจอร้านอยู่ฝั่งซ้ายมือ จอดรถหน้าร้าน หรือไปจอดในโครงการบ้านอารีย์ก็ได้

บ้านอารีย์

อันนี้ไปก็อปรูปแผนที่มาจากเฟสร้าน แต่ดูยากไปนิด (แผนที่ออกแนวอาร์ท)

แผนที่ร้านดาวินชี คาฟเฟ่


หน้าร้าน Davinci Caffe ตกแต่งร้านน่ารักทีเดียว

หน้าร้านDavinci cafee ซอยอารีย์


ชื่อเต็มว่า Da Vinci Caffe Art & Restaurant มันต้องเกี่ยวกับงานศิลป์แน่ๆ
ร้านเปิดเวลา 11.00 - 21.00 น.(ปิดวันจันทร์) มี Free Wifi ด้วย

ร้านDavinci cafee ซอยอารีย์


นี้ไงละ มันเกี่ยวกับงานศิลป์จริงๆ เพราะนอกจากเป็นร้านอาหารแล้วร้านยังเปิดสอนศิลปะสำหรับเด็กอีกด้วย
ในชื่อของ Academy of Art

สอนศิลปะในร้านดาวินชี คาฟเฟ่


เข้ามาในร้าน พบว่าร้านขนาดไม่ใหญ่นัก แต่ก็ตกแต่งร้านสีสันสดใส มีชิ้นงานศิลป์หลากหลายอย่างวางไว้ภายในร้าน

ภายในร้านดาวินชี


ตรงส่วนหน้าจะเป็นเคาร์เตอร์สั่งกาแฟ 

เคาร์เตอร์กาแฟร้านdavinci caffe


ถ่ายลิสต์ราคากาแฟสดให้ดูแบบเต็มๆ ราคาโอเคเลยในย่านอารีย์นี้ 45-70 บาท 

ราคากาแฟสดร้านดาวินชีคาฟเฟ่


การจัดโต๊ะ ตกแต่งร้านนี้ ก็ดูเก๋ดี

บรรยากาศภายในร้านดาวินชี คาฟเฟ่


เข้าไปด้านใน ก็มีผลงานศิลปะ ทั้งรูปวาด  งานปั้น วางไว้อย่างมีสไตล์

บรรยากาศร้านDavinci caffe

โต๊ะอาหารอีกมุมนึง หน้าห้องครัว

บรรยากาศร้านDavinci caffe

มุมนี้ก็ตกแต่งเก๋ดี ออกแนวๆ Vintage 

บรรยากาศร้านDavinci caffe


ส่วนมุมตรงนี้ ร้านบอกว่าเป็นโซนเอาไว้สอนศิลปะเด็กๆ ซึ้งจะมีคอร์สสอนวันเสาร์-อาทิตย์
เป็นคอร์สเล็กๆ สอนศิลปะขั้นพื้นฐานสำหรับเด็กๆ ติดตามคอร์สใหม่ๆได้ที่เฟสบุ๊คของสถาบัน 

art school

มาดูอาหารและเครื่องดื่มที่ไปลองกันดีกว่า
แก้วแรกเป็นเมนู Signature ของร้านชื่อว่า Davinci's Caramelo เป็นกาแฟปั่นใส่คาราเมล ปั่นออกมาค่อนข้างนุ่มกำลังดี ได้รสความหอมหวานของคาราเมล ในราคา 70 บาท

davinci caramelo

แก้วนี้ Mix berry Smoothie [65 บาท] จัดเต็มเบอร์รี่หลายอย่างรวมกันไว้ในแก้วเดียว ลองชิมเข้าไปออกรสหวานเปรี้ยว ค่อนข้างแน่นเนื้อจริงๆ

mixberry smoothie

และตามมาด้วย 2 แก้ว Italian Soda ได้แก่ Apple Soda และ Strawberry Soda แก้วละ 55 บาทเท่ากัน

italian soda davinci caffe

มาที่อาหารกันต่อ ร้านนี้ขายอาหารไทยกึ่งๆฟิวชั่น ทั้งอาหารจานเดียว และเป็นกับข้าวก็มี ในราคาย่อมเยา
เริ่มเมนูแรกกับ "ปอเปี๊ยะทอดโฮมเมด" [69 บาท]

ปอเปี๊ยะทอดโฮมเมด

ตามด้วย "ปีกไก่ทอดกระเทียม"  [69 บาท] เป็นส่วนของปีกกลาง หั่นเป็น 2 ท่อนให้เหลือกระดูกแกนกลางแค่อันเดียวในแต่ละชิ้น  แล้วค่อยไปชุบแป้งทอด 
กรอบนอก นุ่มใน หอมกระเทียม อร่อยกำลังดี

ปีกไก่ทอดกระเทียม

ต่อด้วย "ต้มยำไข่เจียว" [89 บาท] เมนูนี้ทางร้านแนะนำ ตอนแรกก็ดูว่าไม่น่าจะมีอะไรพิเศษมากมาย  แต่พอได้ชิมรสชาติ แล้วอร่อยกลมกล่อมจริงๆ ตัวน้ำซุปต้มยำก็ไม่เผ็ดมาก ค่อนข้างเน้นนม ออกรสครีมมี่ แล้วใส่ไข่เจียวเข้าไป ทานกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยทีเดียว

ต้มยำไข่เจียว ร้านดาวินชี

เมนูนี้ก็เป็นซิกเนเจอร์ของร้านอีกจาน "ยำดาวินชี " เป็นยำที่ใส่เห็ดมาหลายอย่างมากๆ ทั้งเห็ดหลืนจือขาว-ดำ เห็ดเข็มทอง เห็ดหูหนูขาว-หูหนูดำ เห็ดนางฟ้า พร้อมกุ้งตัวโตและหมู-หมึก  เป็นจานที่ชอบที่สุดในวันนี้เลย กับราคาเบาๆ 79 บาท

ยำดาวินชี ซอยอารีย์

ของโปรดอีกจานกับ "ไข่เจียวหมูสับ" [40 บาท] ร้านนี้ทอดไข่เจียวได้ฟูๆกำลังดี กิบกับซอสพริกศรีราชานะสุดยอด

ไข่เจียวหมูสับ ร้านดาวินชี

โดยรวมถือว่าราคาอาหาร ที่ร้านดาวินชี คาฟเฟ่ นี้ถูกมากกับราคาประมาณนี้ในย่านอารีย์
เลยถ่ายเมนูอาหาร มาแชร์ให้เห็นหน่อยว่า ถ้าหิวๆขึ้นมาก อยากกินอาหารไทยง่ายๆ ในราคาเซฟๆ ร้านดาวินชี น่าจะเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ

เมนูอาหารร้านดาวินชี คาฟเฟ่

เมนูอีกด้าน

เมนูอาหาร davinci caffe


ตบท้ายด้วยขนมหวานซะหน่อย จริงๆร้านมีขนมไทยๆแบบเฉาก๊วยและกระท้อนลอยแก้วด้วย แต่ว่าไม่ได้สั่ง
พอดีมาเห็นตู้เค้กข้างๆเคาเตอร์กาแฟมันดูน่ากินกว่า เลยสั่งในตู้ลองซะหน่อย

ตู้ขนมหวานดาวินชี

อันแรกคือ "Lady Marmalade" [35 Baht] เป็นเยลลี่สีส้มด้านล่าง ใส่วิปปิงครีมด้านบน รสออกหวานๆเปรี้ยวๆ

Lady Marmalade

ส่วนจานนี้เป็น "Mocha Almond Cake" เค้กกาแฟมอคค่า ท็อปปิ้งด้านบนด้วยอัลมอนด์สไลด์ อร่อยหวานมันกันทีเดียวละ [80 baht]

mocha almond cake


ก่อนกลับได้คุยกับเจ้าของร้าน บอกว่าร้านใช้กาแฟของ Lee Hu Doichang Coffee ซึ้งเป็น Subbrand ของกาแฟดอยช้างอีกที กาแฟปลูกในแหล่งเดียวกัน โรงงานที่ทำก็ที่เดียวกัน แต่เพียงแยกแบรนด์ออกมาเท่านั้นเอง ซึ้งเขาบอกว่า Lee Hu เป็นทายาทของเจ้าของกาแฟดอยช้างอีกทีนึง ที่ร้านนี้ก็มีกาแฟคั่วแล้วของ Lee Hu จำหน่ายเป็นถุงๆด้วยเช่นกัน  (เขาว่าตอนนี้ในกทม. ยังมีไม่กี่ร้านที่เอากาแฟแบรนด์นี้มาชงขาย)

leehu coffee



สรุปโดยรวมร้าน Davinci Caffe
- อาหารอร่อย ทานง่ายๆ ราคาคุ้มค่ามาก
- การตกแต่งร้านสวยดี มีสไตล์เอกลักษณ์เฉพาะตัว ออกแนวอาร์ทๆ 
- กาแฟสด หอมอร่อย ราคาโอเค แถมใช้ของดีจากดอยช้างมาชงอีกด้วย
- ขนมหวานก็ใช้ได้ แต่ยังมีให้เลือกไม่มากนัก (รู้สึกว่าพวกเค้กรับมาขายอีกทอดนึง)
- การเดินทางสะดวก เพราะอยู่ใกล้รถไฟฟ้า BTS อารีย์
- หากขับรถมาอาจต้องหาที่จอดรถกันหน่อย หน้าร้านต้องหาจังหวะดีๆอาจพอมีที่วางจอดได้ (เป็นถนนในซอย) หากจอดรถในโครงการบ้านอารีย์มีเสียค่าจอดด้วย แต่แนะนำว่าสามารถเนียนๆไปจอดได้ที่ฝั่งตรงข้ามร้าน ซึ้งเป็นศูนย์มะเร็งกรุงเทพ เห็นว่ามีพื้นที่จอดรถค่อนข้างเยอะดี


ดูข้อมูลร้าน Davinci Caffe เพิ่มเติมที่เฟสบุ๊คร้าน 





Create Date : 26 สิงหาคม 2556
Last Update : 26 สิงหาคม 2556 16:35:16 น.
Counter : 2812 Pageviews.

4 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  

New skylab
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



ชอบกิน ชอบลองอาหารใหม่ๆ ร้านอาหารอร่อยๆ












All Blog