รีวิวไอศกรีมรูปปลา Binggrae Cham Bungeo Ssamanko สไตล์เกาหลี
พอดีเห็นช่วงนี้กำลังอินเทรนด์กับไอติม ที่มาในวัฟเฟิลรูปปลากรอบ สไตล์เกาหลีกัน แวะเข้าไปในซุปเปอร์มาเก็ตของ Villa Market เห็นตู้ไอติมของตระกูล Binggrae เลยอยากลองซื้อมาชิมบ้าง

ไอติมรูปปลา บิงเกร เกาหลี

ชื่อของมันตามแพ็คเก็จจิ้งชื่อว่า Binggrae Cham Bungeo Ssamanko Red bean Ice Cream  หรือชื่อไทยว่า "บิงเกร ซัม บุง งอ ซามันโค ไอศกรีมดัดแปลงกลิ่นวนิลลาผสมถั่วแดง บรรจุในขนมปังรูปปลา" (จะยาวไปไหนเนี้ย)

ราคาในไทย :  60 บาท  (ราคาที่ซื้อจาก Villa Market : อ้างอิงราคา มกราคม 2015)

ปริมาตรสุทธิ 150 ml

พลังงาน : 360 Kcal (เยอะไม่ใช่เล่นเลยนะแก)

Binggrae บิงเกร ไอศกรีมรูปปลา ไส้วนิลลาและถั่วแดง

ขนาดของตัวปลา กำลังน่ารัก ปุ้มปุ้ยมากทีเดียว  ลักษณะเป็นขนมปังกรอบ 2 ด้านประกบกับไอศกรีมวนิลลา เหมือนแซนวิสอยู่ด้านใน 

ตัวไอศกรีมสีขาวๆ เขียนว่าไอติมวนิลลา แต่ไม่ค่อยออกรสวนิลลาซะเท่าไรนัก ออกรสมะพร้าวผสมกับคอร์นไซรัปซะมากกว่า รสชาดไอติมยังไม่โดนใจซะทีเดียวนัก และบนตัวไอติมยังมีถั่วแดงบดทาเคลือบไว้อีกหนึ่งชั้นบางๆ 

(ส่วนตัว ชอบคิดว่าประเทศเกาหลี-ญี่ปุ่นเนี้ย ของหวานของมัน เอะอะ อะไรก็มักใส่ ถั่วแดงบด กันทั้งนั้น เหมือนคิดอะไรไม่ออก ก็ใส่ท็อปปิ้งไส้ถั่วแดงบดไว้ก่อนวะ )


ไอศกรีมวัฟเฟิลปลา บิงเกร Binggrae Cham bungeo ssamanko




Create Date : 18 มกราคม 2558
Last Update : 18 มกราคม 2558 13:10:50 น.
Counter : 3848 Pageviews.

0 comment
Kirin Tea Break เมื่อเจ้าตำรับชาเขียว มาทำชาอังกฤษ (ซะงั้น)

วันนี้มีเครื่องดื่มใหม่มารีวิวกัน
เพิ่งออกมาได้ไม่กี่วันเอง (มั่ง)

ชาอังกฤษ ตราทีเบรค (Tea Break) จาก Kirin

เดิมทีคนไทยเราก็คงจำกันได้ว่า บริษัทนี้เคยเอาชาเขียวยี่ห้อ นะมาชะ มาทำตลาดในเมืองไทย แต่ว่าเหมือนมาช้าไป ตลาดอยู่ในช่วงอิ่มตัวซะแล้ว ถึงแม้ว่าจะเป็นชายี่ห้อที่ดังมากๆจากประเทศต้นกำเนิดอย่างญี่ปุ่นก็ตาม แต่ว่าเจ้าตลาดที่บุกเบิกน้ำชาเขียว เค้ากิน share market ไปเยอะแล้ว เลยดูเหมือนว่าทำตลาดไม่ค่อยได้ซะเท่าไรนักในเมืองไทย


มาวันนี้เอาชาอังกฤษ เข้ามาเขย่าตลาดชาขวดกันอีกรอบ ดูสิจะเป็นไง
มาเริ่มเลยดีกว่าคับ จากที่เห็นในตู้แช่ร้าน Seven พบอยู่ 2 รสชาติ ได้แก่
1. ชาต้นตำรับ (Straight Tea)
2. ชารสเลมอน (Lemon Tea)

แต่จริงๆ มีอีกรส ชานม (Milk Tea) แต่ที่ร้าน seven ยังไม่เห็นมีวางขาย

ขอบอกว่าเริ่มแรกที่ลองชิมรสเลมอน นั้นถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว กลิ่นหอมของน้ำชา เรียกว่าหอมมากๆ รสเลมอนที่ผสมลงไป ทำให้เปรี้ยวกำลังดี ต่อมาลองชิมรส Straight Tea ขวดนี้กลิ่นชาหอมละมุนมาก มีรสหวานอ่อนๆ
เสียดาย ยังไม่มีโอกาศลองชิมรส ชานม
หวังว่า รสชาติคงทำดีกว่า นะมาชะ กรีนลาเต้ นะครับ

ส่วนแพคเกจจิ้ง รูปทรงขวดค่อนข้าง Modern มีสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวดี การออกแบบกราฟฟิกดูดี มีโลโก้รูปคุณยาย(เหมือนผู้ดีอังกฤษ) ติดอยู่ข้างชื่อยี่ห้อ เขียนว่า Since 1986

เสริมด้วย neck tag ติดอยู่ที่คอขวด ทำเป็นรูปกาน้ำชา บรรยายความแตกต่างของชาว่า
"คุณค่าแห่งชาอังกฤษ
ชาอังกฤษไม่ได้มีดีแค่รสและกลิ่นน่าหลงใหลเท่านั้น
รู้หรือไม่ว่า ชาอังกฤษยังมีสาร Theaflavins และ Thearubigins ที่ไม่มีปรากฏในชาเขียว และลดโอกาสเกิดโรค Parkinson ได้ถึงกว่า 71% นอกจากนี้สาร Flavonoids ที่มีจำนวนมากในชาอังกฤษ อาทิ Catechin ฯลฯ ยังมีส่วนช่วยในการฟื้นฟูสภาพผิว, เร่งกระบวนการเผาผลาญ, บำรุงหัวใจ และลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งอีกด้วย"

ถือว่าเป็นลูกเล่นเล็กๆ บอกประโยชน์ที่ทำให้สินค้าดูดีมากขึ้น


ผมลองค้นข้อมูลดูก็พบว่า จริงๆแล้ว ที่ญี่ปุ่นเขาใช้ชื่อยี่ห้อว่า "Gogo no Kocha" มี 3 รสชาติเช่นเดียวกัน เป็นชาอังกฤษที่นิยมมากในญี่ปุ่น ก็ลองดูละกันครับว่า มาคร่าวนี้ Kirin จะแจ้งเกิดชาอังกฤษ Tea Break ได้ไหมในตลาดเมืองไทย



ขนาดบรรจุ 440 ml.
ราคา 18 บาท
ผลิตโดย บ.โตโย แพ็ค อินเตอร์
ภายใต้ลิขสิทธ์ บ.สยาม คิรินเบฟเวอร์เรจ จำกัด


ข้อมูลบางส่วนอ้างอิงจาก


//www.siamdara.com/Variety/00017341.html


//puvanai.multiply.com/reviews/item/30


//www.pantip.com/cafe/food/topic/D7595080/D7595080.html






Create Date : 19 มีนาคม 2552
Last Update : 19 มีนาคม 2552 15:14:15 น.
Counter : 2782 Pageviews.

3 comment
รีวิว ROZA สปาเก็ตตี้ซอสไก่

Smiley

ขอรีวิวสินค้าตัวแรก ด้วยอันนี้ละกันครับ เพราะถือว่าในตลาดค่อนข้างใหม่ ยังมีไม่กี่แบรนด์ที่ทำออกมาขาย


นั้นก็คือ  ROZA prompt in one สปาเก็ตตี้ซอสไก่ 




สินค้าทำออกมาในรูปแบบ RTE หรือ Ready to eat ที่ไม่จำเป็นต้องเอาแช่แข็ง เหมือนยี่ห้ออื่นๆ สามารถเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องได้ นานถึง 1 ปีทีเดียวและตรงนี้แหละเป็นข้อได้เปรียบมากๆ เมื่อเทียบกับ อาหารRTE อื่นๆที่เป็นรูปแบบ Frozen food เพราะมีข้อจำกัดที่ต้องจัดเก็บในช่องแช่แข็งเท่านั้นและเมื่อจะทานจะต้องเอาเข้าไมโครเวฟ  ทำให้เนื้อสัมผัสของอาหาร (Texture) หายไปพอสมควร ใครที่เคยกินอาหารแช่แข็งก็พอจะรู้ๆกัน ว่ารสชาติและเนื้อสัมผัสมันจะไม่เหมือนกับอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆแน่นอน 

แต่ด้วยกระบวนการผลิตรูปแบบใหม่นี้ ซึ้งใช้การบรรจุแบบสเตอริไลซ์ ในถุงบรรจุที่เรียกว่า Aluminium pouch ซึ่งนิยมมากในต่างประเทศ
ในเมืองไทยยังมีไม่มากนัก  ทำให้อาหารยังคงสภาพอยู่เหมือนเดิม แทบไม่มีเปลี่ยนแปลงเลยเมื่อเปิดออกมา 


//มาดูกันต่อครับ เมื่อเปิดกล่องออก จะพบอยู่ 2 อย่างคือ เส้นสปาเก็ตตี้อยู่ในถาด และน้ำราดซอสไก่อยู่ในซอง อะลูมิเนียม เพาซ์


//เรามาดูที่ถาดเส้นสปาเก็ตตี้ก่อน ลอกฝาฟอยซ์ออกให้หมด  อืมมม....เส้นสปาเก็ตตี้ดูเหนียวนุ่ม น่ากินจังเลย


//ต่อมา ก็ฉีกซองน้ำราดซอสไก่ในถุง Aluminium pouch ออกซะ


//เทลงในถาดเส้นสปาเก็ตตี้  ว้าว....ยังไม่เวฟเลย ก็ดูน่ากินซะแล้ว


//ปิดฝา แล้วเอาไปเข้า Mircowave ใช้ไฟแรง 1 นาทีก็พอ


//เท่านี้ก็ถึงเวลาอร่อยได้แล้ว ง่ายจริงๆเลย

//อืม.....รสชาติของเส้นยังคงความเหนียวนุ่มได้ดี น้ำซอสไก่ที่ราดก็อร่อยมาก รสชาติและเนื้อสัมผัสแทบไม่เปลี่ยนเลย


คะแนนที่ได้
รสชาติ: 8.5/10
กลิ่นรส: 9/10
บรรจุภัณฑ์: 9.5/10


มองเชิงการตลาด: สินค้าตัวนี้ออกมาแข่งกับกับ RTE ประเภท Frozen food ได้สบายๆเลยครับ เพราะถ้าลูกค้าชิมแล้วจะรู้ได้ทันทีว่า เนื้อสัมผัส
และกลิ่นรสแทบไม่เปลี่ยน  ขณะที่ราคาอยู่ในเรตเดียวกันกับ อาหารแช่แข็งด้วย (กล่องนี้ผมซื้อมา 58 บาทครับ)
และข้อดีก็คือ อายุการเก็บนานถึง 1 ปี และไม่จำเป็นต้องมีตู้เย็นก็ได้ (สะดวกสำหรับคนอยู่หอพักที่ไม่มีตู้เย็น หรือจะพกไปออกทริปเดินป่าก็ยังได้)
ส่วนวิธีการปรุงถ้าไม่มีไมโครเวฟ เราก็สามารถนำถุง Pouch ไปอุ่นในน้ำร้อนแล้วมาเทใส่ถาดก็ได้เหมือนกัน

มองเชิงวิทยาศาสตร์ : กระบวนการผลิตแบบสเตอริไลซ์ นั้นถึงว่ามีความปลอดภัยสูง แบคทีเรีย และเชื้อรา ที่ก่อให้เกิดอันตรายส่วนใหญ่
มักจะถูกทำลายไปเกือบหมดแล้ว เพราะการ Sterilization นั้นใช้อุณหภูมิสูงถึง 121 องศาเซลเซียส ที่ 15 นาที หรือ 134 องศาเซลเซียสที่ 3 นาที










Free TextEditor












Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 12 พฤษภาคม 2553 15:05:28 น.
Counter : 2764 Pageviews.

1 comment
เจิมบล็อกแรกใน Bloggang
สวัสดีชาวโลก Hello World
(จำได้ว่าตอนสมัยเรียน ป.ตรี อาจารย์สอนทำเว็บใหม่ๆ ทำหน้าแรก html ออกมาก็ใช้หัวข้อนี้แหละ Hello World

ไม่รู้เป็นไง เห็นใครๆก็มี bloggang กันทั้งนั้น หากเราไม่มี เดี๋ยวจะหาว่าเชย
ก็เลยขอประเดิมสร้าง blog กับเค้าบ้าง

เอาไว้เป็นที่ปลดปล่อยทางความคิดของ กระผมแหละกันนะครับ.........



New skylab



Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2552 13:39:04 น.
Counter : 243 Pageviews.

1 comment

Valentine's Month



New skylab
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



ชอบกิน ชอบลองอาหารใหม่ๆ ร้านอาหารอร่อยๆ