รีวิวร้านคัปโปะ ฮานาโกะ (Kappo Hanako) ทองหล่อ13

ช่วงนี้ได้ผ่านไปทำธุระแถวซอยทองหล่อ- เอกมัย ค่อนข้างบ่อย เลยได้ไปรีวิวร้านอาหารญี่ปุ่นมาร้านนึง อยู่ในซอยทองหล่อ 13 เป็นร้านอาหารที่เพื่อนชาวญี่ปุ่นที่มาทำงานเมืองไทยหลายปีแล้วแนะนำต่อมาอีกที

ร้านคัปโป๊ะ ฮานาโกะ (Kappo Hanako) เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นเล็กๆ อยู่ในแถบย่านที่มีร้านอาหารญี่ปุ่นตั้งเรียงรายกันอยู่มากมาย แต่เพื่อนผมบอกว่าร้านนี้ เป็นร้านที่คนญี่ปุ่นที่มาทำงานเมืองไทย มักจะแนะนำบอกต่อๆกัน เพราะว่าทำอาหารออกมาในแบบสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ และใช้วัถตุดิบคุณภาพดีเกรดเอสั่งตรงมาจากญี่ปุ่นเป็นหลัก


ร้านคัปโปะ ฮานาโกะ ทองหล่อ



พิกัดที่ตั้งร้าน Kappo Hanako อยู่ภายในซอยทองหล่อ 13 จากปากซอยตรงเข้ามาผ่านร้าน after you  ผ่านโครงการ SeenSpace ตรงมาเรื่อยๆจะเจอสี่แยกเล็กๆภายในซอย ให้เลี้ยวขวาแล้วตรงมาอีกเพียง 50 เมตรก็จะเจอร้านอยู่ด้านขวามือ

ถ้ามา BTS ลงสถานีทองหล่อ แล้วต่อมอไซค์วินมาก็ได้สะดวกดี เพราะไม่ใกล้จากปากซอยเท่าไรนัก

ร้านนี้เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 17.00 - 24.00 น.

kappo Hanako

มาถึงด้านหน้าร้านแล้วครับ ด้านหน้าจัดเป็นสวนญี่ปุ่นเล็กๆ


อีกมุมนึงของด้านหน้าร้าน เป็นมุมนั่งเล่นบนโต๊ะหิน ดูคลาสสิคดี ได้บรรยากาศญี่ปุ่นนิดๆ
พอดีวันที่เข้าไปทาน ไปกันตอนช่วงร้านเพิ่งเปิดได้ซักพักตอน 5โมงครึ่ง ยังไม่ค่อยมีลูกค้าเข้าร้านเลยได้ถ่ายรูปมาเยอะเลย


เข้ามาภายในร้าน เจอชั้นวางเหล้าสาเกหลากหลายยี่ห้อเลย ร้านนี้มีลูกค้าเป็นคนญี่ปุ่นค่อนข้างเยอะ เลยมีสาเกหลากหลายแบรนด์มาให้เลือกเต็มเชลฟ์ไปหมด


ร้านด้านในขนาดไม่ใหญ่นัก แต่มีหลายโซน

เนื่องจากยังไม่ค่อยมีลูกค้าท่านอื่นเข้ามา เลยขออนุญาตทางผู้จัดการร้าน เดินทัวร์ชมร้าน และขอถ่ายรูปมาหลายมุมเลย ผจก.ก็ใจดีมาก พาไปดูห้องไพรเวทรูมอีกด้วย


มุมอีกฝั่งนึงของร้านทั้งแถบจะเป็นห้องแบบ Private room 4 ห้อง ได้เข้าไปโฉบดูด้านในแต่ละห้อง ตกแต่งสวยงาม ได้บรรยากาศดีจริงๆ


อันนี้เป็นห้อง Private รูมครับ ลักษณะจะเป็นโต๊ะแบบนั่งหย่อนขาบนเสื้อทาทามิ ได้อารมณ์ญี่ปุ่นดีจริงๆ ห้องนึงรองรับได้ประมาณ 6-10 ท่าน


ห้อง Private อีกห้องนึงตกแต่งดูหรูหรา คลาสิคดีครับ  ผจก.บอกว่าถ้าเลือกแบบห้องไพรเวทรูม คิดค่าห้องเพิ่มอีก 400 บาท/ห้อง เหมาะสำหรับไว้ปาร์ตึ้กันเล็กๆเป็นส่วนตัว หรือเวลาบริษัทพาลูกค้ามาเลี้ยงรับรอง อะไรประมาณนั้น

ผจก.บอกว่าที่นี้มักมีผู้บริหารชาวญี่ปุ่นชอบมาใช้บริการที่ห้องไพรเวทรูมสำหรับเลี้ยงรับรองลูกค้าVIP ของบริษัท ไรประมาณนี้


ออกมาดูอีกมุุมของร้าน เป็นเคาร์เตอร์ซูชิบาร์ของร้าน จะเลือกนั่งทานตรงเคาร์เตอร์นี้ก็ได้ ดูเชฟแล่ปลา ปรุงอาหารให้ทานกันสดๆ ก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ


วัตถุดิบพวกปลา หมึก กุ้ง หอยต่างๆ ของร้านส่วนใหญ่นำเข้าโดยตรงจากญี่ปุ่นเป็นหลัก แล้วก็คัดระดับเกรด A มาทั้งนั้นราคาเลยค่อนข้างสูงซักหน่อย (ในกล่องที่เห็นสีส้มๆนั้น เป็นไข่หอยเม่นครับ ไม่รู้ว่ากล่องนี้ราคากี่หมื่นบาท เพราะไปดูเมนูราคาซูชิหน้าไข่หอยเม่น 2คำก็จานละ 600บาทแล้ว อู้ยยย....)

ผจก.ร้านอธิบายคำว่า Kappo ให้ฟังว่าหมายถึงอาหารตามฤดูกาล เพราะว่าในแต่ละฤดูกาลของประเทศญี่ปุ่น มีผลิตผลต่างๆที่หาได้แตกต่างกัน คนญี่ปุ่นมักจะเลือกทานอาหารตามฤดูกาล เพื่อให้ได้รสชาติที่ดีที่สุดในช่วงนั้นๆ
ดังนั้นร้าน Kappo Hanako จึงเสิร์ฟอาหารญี่ปุ่นตามฤดูกาลด้วยเช่นกัน โดยในแต่ละเดือนจะมีเมนูใหม่ๆมานำเสนอ ซึ้งเป็นวัตถุดิบที่หาได้ในช่วงฤดูนั้นๆ


อันนี้เป็นเมนูอาหารพิเศษตามฤดูกาลของวันนี้ครับ มีอะไรบ้างดูกันเอาเอง


มาดูเมนูปกติกันครับ ร้านนี้มีอาหารหลากหลาย เรียกว่าเกือบจะครบทุกประเภทเลย ทั้งทอด ปิ้ง ย่าง ต้ม ซูชิ ซาชิมิ เทปันยากิ สุกี้ยากี้ ชาบุ มีหมด



เมนูมีหลายหน้ามากครับ (ถ่ายมาไม่หมด) อาหารดูน่าทานหลายอย่างเลย
(ขออภัยที่ภาพไม่ค่อยชัดเท่าไร เพราะกะถ่ายให้เห็นสองหน้าเมนูเต็มๆ ตัวหนังสือเลยเล็กไปเลยอะ)


พร้อมกินแล้ว   ชุดเซ็ตจาน-ตะเกียบครับ  ดูมีสไตล์เฉพาะของร้านดีจัง


เครื่องปรุงบนโต๊ะครับ มีโชยุ พริกป่นญี่ปุ่น เกลือป่น


สั่งออเดิฟมาทานเล่นกันก่อน อันนี้เรียกว่า "Ginnan" หรือ "แปะก๊วยคั่วเกลือ"
เคี้ยววมันๆเพลินดีเหมือนกัน


จานนี้ "ยำปลาหมึกดอง" รสค่อนข้างเผ็ดไปหน่อย ผมชิมไปนิดเดียวเอง ขอผ่าน


เมนูนี้ "ซุปมิโซะปูไข่ทะเล" Kani Miso Soup รสชาดกลมกล่อม ไข่ปูแดงๆก้อนโตๆ มีเนื้อปูจมอยู่ข้างล่างเยอะเหมือนกัน เวลาถ่ายรูปมันเลยมองไม่ค่อยเห็นไรเท่าไร


จานนี้ทางร้านแนะนำมา "สลัดอโวคาโด" Avocado Salad
จัดจานมาสวยมาก มีผักหลากหลายอย่างสีสันสดใส มีไข่กุ้งโรยหน้ามาเพิ่มรสสัมผัสกรุบๆเวลาทาน
จานนี้ถ่ายรูปมาเฉพาะตอนก่อนราดน้ำสลัด เพราะว่าหลังราดแล้วผักมันสลบไม่น่าถ่ายแล้ว


จานนี้ "ลิ้นวัวย่างเกลือ" Gyu Tan Shioyaki


เมนูนี้ผจก.ร้านมาเล่าให้ฟังว่าเป็นเมนูโปรดของคุณ อั้ม พัชราภา เพราะเธอสั่งทุกครั้งที่มาทานที่ร้าน
โดนสะกิดต่อมอยากรู้ เลยลองสั่งมาทานบ้าง ดูซิเซเล็ปเมืองไทยเขาทานอะไรกัน ฮิฮิ
จานนี้เรียกว่า "Kaki fried" หรือ "หอยนางรมญี่ปุ่นชุปเกล็ดขนมปังทอด" มีที่บีบเลมอนให้มาด้วย
รสชาติดีทีเดียวครับเมนูนี้



จานต่อมาเป็นมากิ 2 อย่างสั่งรวมกันมาจานเดียวกันคือ
Hanako Maki (มากิสูตรพิเศษของร้าน มีอโวคาโดด้วย) และ Ebiten (มากิไส้กุ้งเทมปุระ)


มาถึงเมนูไฮไลท์ประจำวันนี้ Yuki Sashimi  ปลาดิบรวมชุดพิเศษ 7 อย่าง
[Ootoro, Kampachi, Hamachi, Madai, Akami, Omaebi กุ้งหวาน, หอยเชลล์]
เป็นเซ็ตที่มาแบบอลังการมากๆ มาเป็นชามเซรามิคใบใหญ่จัดแต่งจานมาสวยมาก ปลาดิบชิ้นโตวางเรียงราย อยู่บนตะกร้าบ้าง บนเปลือกหอยบ้าง สลับตกแต่งกับใบไม้และสาหร่ายต่างๆ ดูมีศิลปะและสีสันสวยงามจริงๆ น่าทานสุดๆ (เมนูนี้ทำเอาทุกคนบนโต๊ะหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกกันหมด)


ชิ้นนี้คือโอโทโร่ครับทุกท่าน มันคือราชันย์แห่งปลาดิบ เพราะด้วยราคาอันแสนแพงและหายาก เป็นส่วนของเนื้อท้องด้านหน้าของปลา Maguro จะเห็นไขมันที่แทรกอยู่ทุกอณูของเนื้อปลาเป็นลายหินอ่อนที่สวยงามมาก
พอคีบเข้าไปในปาก ไขมันที่แทรกอยู่ในเนื้อปลาแทบจะละลายทันทีในปาก ทุกๆการเคี้ยวแต่ละครั้งสัมผัสได้ถึงความนุ่มและหวานของโอโทโร่ชิ้นนี้มากๆ ความฉุ่มช่ำของเนื้อปลามันอบอวลไปทั่วทั้งปากจริงๆ  เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมมากๆ กับการได้ทานโอโทโร่ที่นี้


หลังจากจัดหนักอาหารคาวไปเรียบร้อยแล้ว มาถึงคิวของหวานปิดท้ายกันครับ ในเมนูเห็นอันนี้น่าสนใจที่สุดเลยสั่งมา เรียกว่า Cream Shiratama เป็นไอศกรีมชาเขียวและวานิลลาอย่างละสกู๊ปแล้วมีถั่วแดงและแป้งเหนียวสีขาวและสีเขียวๆเพิ่มเข้ามา ส่วนลูกสีแดงนี้คือแตงโมครับ
ไอศกรีมที่นี้หอมละมุน เนื้อละเอียดมาก ความอร่อยผมให้เทียบเท่าแบรนด์ haagen dazs ได้เลย


ของหวานอีกอย่างที่สั่งมา น้ำแข็งไสราดชาเขียว   ด้านล่างมีถั่วแดงอยู่ก้นถ้วย ชาเขียวที่ราดก็เข้มข้นได้ใจจริงๆ แล้วมีนมข้นหวานมาให้ราดเองตะหาก


สรุปค่าเสียหายครั้งนี้ ไปกัน3 คน จ่ายไป 3,338 บาทครับ


สรุปสั้นๆรีวิวร้าน Kappo Hanako ทองหล่อ 13  
- เป็นร้านอาหารญี่ปุ่น ที่มีอาหารหลากหลายและทำอาหารได้แบบต้นตำรับจริงๆ (ตอนไปทานเห็นครึ่งนึงของร้านเป็นชาวญี่ปุ่นเข้ามาทานกัน)
- อาหารอร่อย คุณภาพวัถตุดิบดีมากๆ เนื้อปลาสดใหม่มากๆ
- การบริการถือว่าโอเค พนักงานบริการเร็ว ผจก.ร้านใจดีมาก พูดคุยเป็นกันเองดี
- ทำเลที่ตั้งร้าน อันนี้ถือว่าคนที่ยังไม่เคยมา อาจจะงงสักหน่อย เพราะร้านไม่ได้อยู่ติดถนนใหญ่ ต้องเข้าซอยแล้วสังเกตุทางเข้าดีๆสักนิด ถ้ามาไม่ถูกก็โทรมาสอบถามที่ร้านได้เบอร์ร้าน 02-7126371 ถึง 2
- ราคาอาหาร ถือว่าอยู่ในระดับสูง เฉลี่ยหัวละพันบาทขึ้นไป แต่ก็คุ้มค่ากับอาหารและบริการที่ได้รับจริงๆ


ร้านเขามี Facebook ด้วยครับไปตามกด Like ได้ที่








Create Date : 27 มิถุนายน 2555
Last Update : 8 พฤษภาคม 2556 13:27:49 น.
Counter : 5444 Pageviews.

6 comment
รีวิวร้านอาหารจีนหม้อไฟหัวกัว Crystal Jacky @เซ็นทรัลเวิลด์
ชื่อร้าน : ร้าน CJ Crystal Jacky @Central World
รายการอาหาร : หม้อไฟชาบุหัวกัว, อาหารจีน, อาหารฟิวชั่นจีนไทย
เวลาเปิดบริการ : เปิดทุกวันตามเวลาห้าง
ที่ตั้งร้าน : Central World ชั้น3 Beacon Zone, กรุงเทพมหานคร ปทุมวัน Thailand
พิกัด GPS : 13° 44' 46.70" N 100° 32' 22.83" E






------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันนี้ขอพามารีวิวร้านอาหารจีนกันบ้างครับ คร่าวก่อนไปเดินเล่นห้างเซ็นทรัลเวิร์ด แล้วเจอร้านเปิดใหม่ที่ชั้น3 ชื่อร้าน Crystal Jacky ดูจากภายนอกแล้วตกแต่งร้านสวยน่าสนใจดี อ่านป้ายโฆษณาคร่าวๆว่าเป็นพวกหม้อไฟชาบุ  สั้งอาหารด้วยไอแพดอะไรประมาณนี้ แต่ยังไม่ได้ลองทาน



วันนี้เลยได้โอกาสพาที่บ้านมาลองทานกัน ร้านนี้อยู่ชั้น 3 โซน Balcony on 3rd หรือ Beacon Zone 

ชั้นนี้มีร้านอาหารอร่อยๆ หลากหลายเลยทีเดียว




มาถึงหน้าร้านละครับ ร้านนี้ตกแต่งสไตล์จีนแบบโมเดิร์นๆ มองจากภายนอกจะดูหรูหราทีเดียวละ




ร้าน Crystal Jacky หาไม่ยาก เพราะอยู่ตรงข้ามกับร้านแหลมเจริญซีฟู้ด นั้นเอง

หน้าร้านจะมี จอแสดงเมนูอาหารแบบอินเตอร์แอคทีฟด้วย เป็นจอทัชสกรีน กดดูเมนูตัวอย่างอาหารได้ ดูทันสมัยมากทีเดียว




ภายในร้านก็ตกแต่งสวยมากทีเดียว เป็นแนว Modern Chinese style อะไรประมาณนั้น

แต่ร้านนี้มีความแตกต่างจากร้านอื่นๆตรงที่มีบริการบางอย่าง ที่ไม่ค่อยเห็นร้านอื่นๆทำกัน ซึ้งสร้างความเซอไพรส์และประทับใจได้มากทีเดียว จะเป็นอะไรนั้น ติดตามกันต่อได้เลย




อันดับแรกโต๊ะอาหารของที่ร้านจะมี iPad ไว้ประจำทุกโต๊ะเลย ใช้แทนเมนูอาหารแบบเป็นเล่มๆ และยังสามารถกดสั่งอาหารจากไอแพดได้โดยตรง อยากสั่งอะไรก็กดเองได้เลย ไม่ต้องเรียกพนักงานบ่อยๆ เหมือนร้านอื่นๆ




มาถึงโต๊ะแล้ว ชุดจานชามจัดเตรียมไว้สวยงามดีทีเดียว ดูเป็นเอกลักษณ์ดี




ซักพักพนักงานก็มาแจกซองพลาสติกกันน้ำสำหรับมือถือ น้องเขาภูมิใจนำเสนอมาก บอกว่าทางร้านห่วงว่าลูกค้าอาจจะเพลินกับการทานอาหารจนอาจเผลอทำน้ำซุปกระเด็นหยดใส่มือถือได้ เลยแจกซองกันน้ำให้คนละอัน




ซองขนาดกำลังดี ลองเอาไอโฟนใส่เข้าไป ก็สามารถกดสัมผัสหน้าจอได้ปกติเลยนะครับ (แต่โลโก้ร้านใหญ่ไปนิดอะ บังหน้าจอไปเยอะเลย 555)




อีกอย่างที่น้องเขาภูมิใจนำเสนอคือเรื่องที่ชาร์จมือถือ น้องบอกว่าเจ้าของร้านนี้ เห็นปัญหาส่วนใหญ่ของคนที่ออกไปช็อปปิ้งนอกบ้าน แล้วมักมีปัญหาแบตมือถือหมดระหว่างวัน ร้านเลยทำปลั๊กไฟไว้ให้ทุกโต๊ะเลย ลูกค้าสามารถเสียบชาร์จมือถือระหว่างทานอาหารได้ แบบไม่ห่วงไฟเลย จัดให้เต็มที่ แถมใครลืมเอาสายชาร์จมา ทางร้านยังมีให้ยืมที่ชาร์จแบบ 10 in 1 พวกมือถือฮิตๆเช่น iPhone BB Samsung Nokia และยี่ห้อฮิตๆรับรองใช้ได้แน่นอน

เลยลองเอาโนเกียของพี่ชายมาลองเทสซะเลย


แนวคิดนี้ผมประทับใจมากนะ เพราะตัวเองก็ใช้ไอโฟนอยู่ แล้วเจอปัญหาแบตหมดเร็วบ่อยๆ ไปอยู่นอกบ้านหาที่ชาร์จยากมาก ยิ่งอยู่ในห้างใหญ่ๆปลั๊กไฟยิ่งหายากเข้าไปใหญ่




มาดูกันที่เจ้าเมนูอาหารบนไอแพดกันบ้าง จะมีเมนูหน้าหลักหลากหลายประเภทให้เลือก แล้วก็กดเข้าไปดูชื่อเมนูอาหารในแต่ละหมวดได้

แรกๆก็ยังกดไม่เป็นจะงงๆหน่อย แต่พนักงานก็มาแนะนำวิธีการใช้งานให้ดู วิธีการสั่งอาหาร กดดูภาพตัวอย่าง วิธีกดยืนยันอาหารที่สั่ง ซักพักก็ใช้เป็นแล้ว ไม่ยากครับ




พอเลือกอาหารแล้ว ก็กดยืนยันการสั่งอาหาร รายการอาหารที่สั่งไปก็จะเข้าไปที่ข้างในครัวเลย แถมยังรวมราคาล่าสุด อาหารที่เราได้สั่งไปแล้วเป็นเงินเท่าไรอีกด้วย




พนักงานแนะนำว่าให้ลองทานชุดชาบุหม้อไฟของทางร้านที่เรียกว่า "หัวกัว" น้องเขาบอกว่าเป็นหม้อไฟสไตล์แบบจีนๆ มีน้ำซุปให้เลือก 5 ชนิด และชูจุดเด่นว่าร้านใช้หม้อคริสตัล เป็นหม้อทำจากแร่ธรรมชาติชื่อว่าอะไรสักอย่างจำไม่ได้แล้ว มันปลอดภัยกว่าพวกหม้อสแตนเลส และไม่มีสารตกค้างจำพวกโลหะ อะไรประมาณนั้น




หม้อคริสตัลครับ ไม่เคยเห็นมาก่อนเหมือนกันแปลกดี ส่วนมากไปกินสุกี้ หรือชาบุร้านอื่นๆ ก็มักจะเห็นว่าเป็นพวกหม้อสแตนเลสซะเป็นส่วนใหญ่




วันนี้มาทานกัน 5 คนเลยนั่งโต๊ะใหญ่ เขามีที่วางหม้อคริสตัลได้ 2 ใบ และหม้อแต่ละใบยังมี2หลุมอีก เลยลองสั่งน้ำซุปมา 4 แบบเลย

อย่างภาพนี้ ด้านซ้ายเป็นน้ำซุปตุ๋นยาจีน  ด้านขวาเป็นน้ำซุปสูตรเสฉวน




อีกหม้อนึงเลือกเป็น น้ำซุปสูตร CJด้านซ้าย ส่วนด้านขวาเป็นน้ำซุปต้มยำ




ร้านนี้ใช้เตาแม่เหล็กไฟฟ้าครับ พอเปิดสวิตซ์มันมีไฟสีแดงที่เตาด้วย เลยทำให้เจ้าหม้อคริสตัลเรืองแสงสีแดงๆ ตามไปด้วย ดูเก๋มากทีเดียว




สั่งชุดหัวกัว มา 3เซ็ทครับ เสิร์ฟมาเป็นโถใหญ่เลย อันนี้รวมมิตรผักต่างๆมากมาย




"ชุดหม้อไฟหัวกัว หมูและไก่" แต่ละเซ็ทจะเสิร์ฟมาพร้อมกับผักรูปข้างบน  เซ็ทนี้ราคา 288 บาท

"ชุดหัวกัวรวมทะเล" ราคา 388 บาท

"ชุดหัวกัวรวมผักเพื่อสุขภาพ" ราคา 198 บาท


ชุดหัวกัว จริงๆก็เหมือนหม้อไฟชาบุที่เคยกินกันครับ แต่จุดเด่นของร้านนี้ จะอยู่ที่น้ำซุปของร้านมีให้เลือกได้หลายแบบ ส่วนตัวผมชอบน้ำซุปสูตรต้มยำ และสูตรเสฉวนครับ รสอร่อยดี




ส่วนเครื่องดื่มก็มีให้เลือกหลากหลายแบบ ในภาพเป็นน้ำทับทิม กับน้ำฝรั่งด้านหลัง หอมหวานกำลังดี




ลองสั่ง Appetizer มาลองดู อันนี้เรียกว่า "ประทัดจีน" ครับข้างในเป็นกุ้งตัวใหญ่ผสมกับเนื้อปูแล้วห่อด้วยแผ่นฟองเต้าหู้ เอาไปทอด กรอบนอกนุ่มใน กินกับน้ำจิ้มบ๊วยเจี่ย

ราคา 128 บาท




ลองสั่งชุดข้าวมาเซ็ทนึง เป็นชุดข้าวห่อใบบัว + ยำแมงกะพรุนน้ำมันงา + ซุปCJ

เซ็ทนี้ราคา 168 บาท (จริงๆอยู่ในหมวด Lunchset สำหรับทานคนเดียวง่ายๆ แต่อยากลองสั่งมากินดู)


ป.ล สังเกตุตัวเลขราคาอาหาร จะลงท้ายด้วย 8 หมดเลย รู้สึกว่าจะเป็นเลขมงคลของคนจีนมั่งครับ




ซุมให้ดูข้าวห่อใบบัวครับ รสชาติกลมกล่อมกำลังดี จัดแต่งจานมาสวยงาม




จานเล็กนี้คือ "ยำแมงกะพรุนน้ำมันงา" นุ่มๆเคี้ยวหนึบๆกำลังดี ทานคู่กับข้าวใบบัว




มาต่ออีกจานกับ "ปูผัดผงกะหรี่" ครับ รสชาติเข้มข้น จัดจ้าน หอมมันกำลังดี จัดจานมาเสิร์ฟสวยมากทีเดียว

จานนี้ราคา 488 บาท




ไฮไลท์ของอร่อยอีกจาน "ปลาหิมะนึ่งหนำเลี๊ยบ"  ปลาสีขาวๆ เนื้อแน่นๆ ตอนเคี้ยวจะนุ่มลิ้นมาก ผสานกับรสชาติของน้ำซอสรสเค็มนิดๆ อร่อยมากทีเดียวครับ

จานนี้ราคา 688 บาท




ซูมๆปลาหิมะ มายั่วน้ำลายอีกรุปก่อนจบ เห็นแล้วน้ำลายจะไหลจริงๆ












Create Date : 01 มีนาคม 2555
Last Update : 8 พฤษภาคม 2556 13:29:16 น.
Counter : 3521 Pageviews.

4 comment
รีวิวร้านมิยาบิ บุฟเฟ่ต์ เดอะมอลล์บางแค กินบุฟเฟ่ต์ท่ามกลางวิวน้ำตกสวยๆ
ชื่อร้าน : มิยาบิบุฟเฟ่ต์ เดอะมอลล์บางแค
รายการอาหาร : อาหารปิ้งย่าง ซูชิ เทมปุระ
เวลาเปิดบริการ : เปิดทุกวันตามเวลาห้าง
ที่ตั้งร้าน : The Mall บางแค ชั้น2 ฝั่งน้ำตก, กรุงเทพมหานคร บางแค Thailand
พิกัด GPS : 13° 42' 49.64" N 100° 24' 28.07" E





---------------------------------------------------------------------------------------------------------------



วันนี้พามารีวิวร้านมิยาบิ สาขาใหม่กันครับ ที่เดอะมอลล์ บางแค ร้านเพิ่งเปิดได้ไม่นาน ได้ยินว่าตอนวันแรกๆที่ร้านเปิดคนแน่นมากทีเดียว แต่ผมไม่ได้ไปช่วงแรกๆทีเปิดร้านนะไม่อยากเจอคนเยอะๆ



ร้านMiyabi Grill สาขา The Mall Bangkae นี้ร้านตั้งอยู่ชั้น 2 ฝั่งน้ำตก 

วิวดีจังเลยครับ เพราะร้านตรงข้ามกับน้ำตกพอดี




มาถึงหน้าร้านแล้ว มีคนรอคิวกันเยอะทีเดียว ทำให้ผมประหลาดใจมาก เพราะจำได้ว่าไปกินที่สาขาอื่นๆ ไม่เห็นคนมารอคิวขนาดนี้ แปลว่ามันฮิตมากใช่ไหม?




ก็เลยเข้าไปแจ้งคิวไว้ แล้วก็รออยู่แถวๆหน้าร้านครับ

ทำเลที่ตั้งร้านมิยาบิ วิวดีมากเลยครับ เพราะอยู่ตรงข้ามกับน้ำตก(จำลอง) ด้านล่างทำเป็นสวนเล็กๆ ดูร่มรื่นดีครับ ผมว่าจุดเด่นของห้างเดอะมอลล์สาขานี้ คือการมีน้ำตกนี้แหละ มาดูกี่ทีก็ไม่เบื่อ




รอสักพัก ก็ได้เรียกคิวละครับ

ร้านนี้ขนาดไม่ใหญ่ครับ แต่เน้นลึกซะมากกว่า เพราะร้านได้ทำเลติดกระจกโซนตรงกลางตลอดทั้งร้านเลย

โต๊ะด้านหน้าๆ จะเป็นแบบบาร์เดียว สำหรับมาทานคนเดียว หันหน้าเข้ากระจกเห็นน้ำตก บรรยากาศดีชะมัด




พอเดินเข้ามาอีกหน่อยโซนตรงกลาง - ท้ายร้าน จะเป็นโต๊ะสำหรับ 4 คนและ 6 คนครับ ทุกโต๊ะเห็นวิวน้ำตกได้ทั้งหมด





มาถึงโต๊ะ ก็มีเตาถ่าน พร้อมชุดจานชาม เตรียมไว้แล้ว

สโลแกนเดิม "มิยาบิ สดเนื้อๆ สุขเน้นๆ"




ราคาของมิยาบิ สาขาบางแค ราคาตามนี้ครับ

Update ล่าสุดเห็นในแฟนเพจปรับราคาใหม่นะครับ  ตอนนี้ชุดปกติ คนละ 299++  
และแบบชุดพรีเมี่ยม เพิ่มอีก 40บาท เป็น 339++

ดูเมนูอาหารใหม่ๆจากแฟนเพจร้านได้ที่นี้

ราคานี้รวมเครื่องแล้วครับ ในชุดบุฟเฟ่ต์มีชาเขียว หรือเลือกน้ำอัดลมจะมี เป็ปซี่ น้ำแดง น้ำส้ม
แต่ถ้ามีบัตรสมาชิกของร้าน ได้ลดอีก 10% ครับ (และยังได้รับอาหารพิเศษประจำเดือน เฉพาะสมาชิกอีกด้วย)





สั้งอาหารไป ซักพัก ก็ทะยอยมาแล้วครับ

อันนี้เนื้อราดซอสมิยาบิ ของโปรดครับ




เนื้อบริสเก็ตครับ เป็นอีกเมนูที่ไม่พลาด เมื่อมากินร้านนี้




ถ้าเพิ่มชุดพรี่เมี่ยมก็มีให้สั่งหลายอย่างครับ  อันนี้หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ และกุ้งแก้ว




ปลาแซลมอนของโปรด ครับ จำไม่ได้ว่าสั่งซ้ำไปอีกกี่รอบ แต่อร่อยมากๆครับ




อันนี้ปลาดอรี่ ครับ  วันนี้เน้นสั่งซีฟู๊ดเยอะหน่อยครับ พอดีมากับแม่และพี่สาว เขาไม่ค่อยทานเนื้อกัน




ก้ามปูแดง ครับ อันนี้เป็นเมนูอาหารพิเศษประจำเดือนนี้ครับ




ส่วนอันนี้เรียกว่า ปลาทอดชีส เป็นเมนูพิเศษประจำเดือนเช่นกัน (แต่เฉพาะสมาชิกเมมเบอร์การ์ดครับ)




ส่วนน้ำจิ้มร้านนี้จะมี 3 หลุมนะครับ ซ้ายสุดคือน้ำจิ้มซีฟู๊ดรสจัดจ้าน ตรงกลางเป็นน้ำจิ้มเนื้อย่างรสกลมกล่อม ขวามือเป็นทาร์ทาร์ซอสครับ ชอบสไตล์ไหนก็จิ้มได้ตามใจ




วันนี้บนเตาถ่าน เลยเต็มไปด้วยอาหารซีฟู้ด ซะเยอะเลย ปกติถ้ามากันเพื่อนๆ จะเน้นพวกหมูกับเนื้อ ซะมากกว่า แต่มากับที่บ้าน เลยเน้นทะเลไปเลย 555




เหมือนเคยครับ ข้าวมีให้เลือก 2 แบบ คือข้าวโรยสาหร่าย และข้าวผัดกระเทียม




ส่วนซุปที่นี้มีแต่ มิโซะซุป แหะ ไม่มีซุปใส เหมือนที่สยาม




ส่วนเครื่องเคียง ก็มีให้เลือกเยอะเหมือนเดิม สั่งมากินได้เรื่อยๆครับ

อันนี้เกี๊ยวซ่า พี่สาวชอบมาก สั้งมาตั้งหลายรอบ




ทาโกะยากิ ครับ มาทีละสองลูก





อันนี้ก็ของโปรดเช่นกัน กุ้งทอดเทมปุระ




เทมปุระผักรวม สำหรับแม่และพี่สาว




ยำปลาแซลมอนครับ รสออกเปรี้ยวจี้ดจ๊าดดี





ซูชิก็มีหลายหน้านะครับ แต่วันนี้ไม่ค่อยได้สั่งมากินเลย สั่งมาแค่จานนี้ จานเดียว ข้าวปั้นหน้าปูอัด





ปิดท้ายด้วยของหวาน แตงโม และเจลลี่สีแดงสด (จริงๆมีสัปปะรดด้วยนะ แต่ลืมถ่ายรูปมา)




สรุป จ่ายค่าเสียหายไป 1043 บาท (3คน ทานชุดเพิ่มซีฟู๊ด และได้ลด 10% Membercard)


สรุปโดยรวมสาขาบางแคนะครับ

1. บรรยากาศสาขานี้กินขาดมาก ดีกว่าทุกๆสาขาที่เคยไปมา เพราะทุกโต๊ะจะมองเห็นวิวน้ำตก ดูร่มรื่นเป็นธรรมชาติมากครับ

2. รสชาติอาหารอร่อยเหมือนเดิม เนื้อดูสด สะอาด น้ำจิ้มอร่อย

3. พนักงานบริการรวดเร็วดี ถึงแม้จะดูเหมือนพนักงานจะยุ่งๆไปหน่อย แต่ก็เรียกสั่งของ ตามของได้ตลอด

4. แต่ติเรื่องของการจัดการคิวหน้าร้านหน่อย เพราะยังดูงงๆ ตอนมาจองคิว น่าจะทำให้ระบบการจองคิวรัดกุมมากกว่านี้อีกหน่อย


ใครสนใจโปรโมชั่นล่าสุด หรืออัพเดทของร้านมิยาบิ คลิกเข้าไปตามดูได้ที่เฟซบุ๊คร้านได้เลยนะครับ







Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 8 พฤษภาคม 2556 13:32:42 น.
Counter : 38809 Pageviews.

10 comment
รีวิวร้านอาหารอิตาเลียน ชิลี่ลาโรนี่ ChiliLaRoni ย่านบางนา
ชื่อร้าน : Chili La Roni ชิลี่ลาโรนี่ -ร้านอาหารอิตาเลียน
รายการอาหาร : อาหารอิตาเลียนฟิวชั่น, Steak, Pizza, Pasta, Salad
เวลาเปิดบริการ : เปิดบริการทุกวัน 6โมงเย็น - เที่ยงคืน
ที่ตั้งร้าน : ย่านบางนา -ศรีนครินทร์ (ตรงข้ามวัดศรีเอี่ยม), กรุงเทพมหานคร บางนา Thailand
พิกัด GPS : 13° 40' 3.17" N 100° 38' 47.33" E






---------------------------------------------------------------------------

วันนี้พามารีวิวร้านอาหารอิตาเลียน ในบรรยากาศสวนสวยร่มรื่น ฟังเพลงแจ๊สชิลล์ๆ ที่ร้านชิลี่ลาโรนี่ (Chili La Roni) ย่านบางนา กันครับ

ร้าน ChiliLaRoNi ตั้งอยู่บนถนนศรีนครินทร์แต่ก็ใกล้กับเส้นบางนา อยู่ติดกับโรงแรมเมเปิล (Maple Hotel) เลยครับ


การเดินทางไปร้านนี้มาได้สองทางนะ 
ถ้ามาจากเส้นศรีนครินทร์ก็ขับจากพาราไดซ์พาร์ค เลยโรงแรมโนโวเทลมาอีกนิด จะเจอทางเบี่ยงซ้ายเพื่อจะออกไปเส้นบางนา นั้นแหละวิ่งมาอีกนิดเดียวก็เจอแล้ว


แต่ถ้ามาจากทางเส้นบางนา ก็จะขับผ่านเซ็นทรัลบางนา พอผ่านตึก Ample Tower(ตึกสวยๆไฟเด่นๆ ที่มีSB design squareอยู่ด้วยอะ) เลยมาจนเจอซ้ายที่ 2 ถึงจะเลี้ยวเข้ามานะ  วิ่งตรงมาซัก 100เมตร ก็เจอครับ

ป้ายหน้าร้านชิลี่ลาโรนี่



ด้านหน้าร้านครับ บรรยากาศดูร่มรื่นดี สังเกตุด้านขวามือไหม ที่เป็นคล้ายโดมๆสีส้มๆแดงๆ อะครับ นั้นคือเตาฟืนสำหรับทำพิซซ่าของร้านนี้ครับ เขาเอาโชร์ไว้ด้านหน้าร้าน เพื่อให้ลูกค้าเห็นการทำพิซซ่าได้สดๆเลย

ร้านนี้เขามีสโลแกนด้วยว่า "พิซซ่าเตาฟืน สเต็กเตาถ่าน"


หน้าร้านอาหารชิลี่ลาโรนี่


ไปถึงร้านตอนประมาณช่วง 6 โมงเย็นพอดี ร้านเพิ่งเปิดได้ไม่นาน ยังไม่ค่อยมีลูกค้าเท่าไรนัก เพื่อนก็ยังไม่มาด้วย เลยขอเดิน Survey ร้านเก็บรูปไปพล่างๆ (ร้านนี้เขาอนุญาตให้ถ่ายรูปได้เลยนะครับ ไม่ต้องกังวล เพราะถามมาแล้ว 55) เลยเก็บภาพไปหลายมุมเลย

บรรยากาศร้านชิลี่ลาโรนี่

ร้านตกแต่งสวยดีครับ บรรยากาศแบบนั่งทานอาหารในสวนสบายๆ ฟังเพลงชิลล์ๆ มีดนตรีแจ๊ส เล่นสดทุกคืนครับ


บรรยากาศร้านChiliLaroni

ร้านตกแต่งโมเดิร์น และมีสไตล์เป็นเอกลักษณ์ดีนะ ส่วนมากเคยเจอแต่ร้านอิตาเลียน ที่มักเป็นร้านในห้องปิดซะมากกว่า แต่ร้านนี้ Openair กันเลย ก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ 



จริงๆร้านนี้ มีส่วนห้องแอร์ด้วยนะครับ แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมา
ห้องครัวร้านชิลี่ลาโรนี้ เป็นกระจกใสมองทะลุได้

 อีกมุมนึงครับ ห้องครัวร้านนี้เขาเป็นกระจกใส โชร์การทำอาหารของเชฟให้เห็นกันสดๆ ไม่มีปิดบัง

บาร์เครื่องดื่มร้านชิลี่ลาโรนี่

อันนี้เป็นมุมบาร์เครื่องดื่มครับ มีป้ายเบียร์ Paulaner เบ้อเริ่มเลย ร้านนี้มีเบียร์เยอรมันหลายยี่ห้อเสิร์ฟนะครับ ใครชื่นชอบก็มาลองดู แล้วร้านนี้ก็มีไวน์ขายด้วยนะ หลากหลายยี่ห้อทีเดียว


Lemon Tea-Chililaroni

 แต่ยังไม่อยากเมา วันนี้ขอ Lemon Tea ก่อนละกัน รสชาติเข้มข้นทีเดียวละ 


Bruschetta-chiliraroni

เริ่มต้นด้วย Appetizer เบาๆด้วย Bruschetta ครับ เสิร์ฟมาพร้อมกับท็อปปิ้ง 3 ช่องนี้ครับ มีมะเขือเทศหั่นปรุงรส, กระเทียม(หัวใหญ่มั๊ก)ปรุงรสด้วยอะไรซักอย่าง ตัวเนื้อกระเทียมข้างในจะนิ่มๆเลยครับ, และขวาสุดคือผักหลายอย่างเอามาย่างปรุงรส   เอามาทากับขนมปังกรอบๆกินเรียกน้ำย่อยได้ดีทีเดียว  


จานนี้ 180 ฿

ซุปครีมผักโขม

ต่อด้วยซุปครีมผักโขม (Spinach Soup) หน้าตาน่ากินจริง โรยหน้าด้วยขนมปังกรอบนิดหน่อย


ซุปผักโขม ร้านชิลี่ลาโรนี่

ซูมให้ดู ถึงความเข้มข้นของซุปครับ มันเข้มข้นและรสกลมกล่อมมากทีเดียวละ 


Pizza Chililaroni

จานที่สาม พิซซ่าหน้าชิลี่ลาโรนี่ (Pizza Chiliraroni) เป็นพิซซ่าหน้า Signature ของทางร้านนี้เลย แป้งแบบบางกรอบ แต่หอมอร่อยด้วยเครื่องเทศหลากหลาย รสชาติเข้มข้นมาก ได้กลิ่นชีสเต็มๆ ตรงกลางใส่แฮมอะไรซักอย่างอร่อยดีแล้วโรยด้วยใบผักร็อคเก็ต เพิ่มสีสัน


เมนูนี้ 320 ฿ (มี 8ชิ้นครับ)

พิซซ่าร้านชิลี่ลาโรนี่

แป้งบางกรอบ รสชาติเข้มข้น หอมชีสมากครับ 


ไส้กรอกเยอรมันรวม ร้านชิลี่ลาโรนี่

ต่อมาจานที่4 จานนี้ชอบที่สุดเลย ไส้กรอกเยอรมันรวม เสิร์ฟมาพร้อมกับมันบดและกระหล่ำปลีดอง

จัดจานตกแต่งมาสวยงามดี มีไส้กรอกอยู่ 4 แบบ

จานนี้ 450 ฿ ราคาสูงหน่อยแต่คุ่มค่ากับความอร่อยมากครับ

German Sausauge

ซูมให้ดูใกล้ๆอีกรูป มันเย้ายวนมากๆเลย จานนี้


ไส้กรอกเยอรมันรวม

ผมไม่แน่ใจว่าไส้กรอกแต่ละอย่างคืออะไรบ้าง แต่อันที่สั้นๆนั้นเป็น ไส้กรอกชีสแน่นอน ข้างในชีสเยอะมาก อร่อยแน่นเนื้อ รสชาติถูกใจสุดๆ กินพร้อมกับมันบดและกระหล่ำปลีดองคู่กัน ช่วยตัดรสชาติได้กำลังดี


สลัดสเต็กทูน่า

มากันที่สลัดกันบ้าง ลองสั่ง สลัดสเต็กปลาทูน่า(Salad Steak Tuna) มาลองทานดู เป็นทูน่าทำให้สุกรอบนอกแต่เนื้อปลาข้างในยังดิบอยู่ (แปลกดีครับ ผมไม่เคยกินแบบนี้) เสิร์ฟมาพร้อมกับไข่ต้ม แฮมมอร์ต้าเดลล่า  ผักร็อกเก็ต และมะกอกดำ มะเขือเทศ ราดด้วยอิตาเลียนซอส 


จานนี้ 280 บาท

จานนี้ผมรู้สึกว่ามันแปลกลิ้นเกินไป ไม่ค่อยคุ้นเคย ไม่เหมือนสลัดที่เคยกินแบบไทยๆบ้านเรา
Jazz Music at Chililaroni

 ช่วงเวลาประมาณทุ่มครึ่ง ก็มีดนตรีแจ๊สเล่นสด  ฟังสบายๆ เบาๆ มาเล่นให้ฟังทุกวัน แต่อ่านป้ายหน้าร้านบอกว่า วันอาทิตย์นั้นจะมี Sunday Jazz เล่นวงใหญ่ ระดับมืออาชีพและครูแจ๊สมาเล่นให้ฟัง ทุกๆอาทิตย์เลย ใครชอบสไตล์นี้ลองมากันดูนะครับ


ทิรามิสุ ร้านชิลี่ลาโรนี่

สุดท้ายเป็นของหวาน ลองสั่งตัวเด็ดที่สุดของร้านมา Tiramisu ของหวานสุดฮิตที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง



มาเสิร์ฟก้อนใหญ่มากเชียว ทานได้หลายคนสบายๆ หน้าตาน่ากินมั๊กๆ  รสชาติหอมมันของชีสมาสคาโปเน่ ติดรสเปรี้ยวนิดๆที่ปลายลิ้น อบอวลไปด้วยกลิ่นของกาแฟ ผสานรสของโกโก้ที่โรยหน้า มันอธิบายถึงความอร่อยที่บอกไม่ถูก ต้องมาลองกันดูครับ 
จานนี้ 180 บาท


โดยรวมถือว่าร้าน Chili La Roni นั้นให้บรรยากาศในการนั่งรับประทานค่อนข้างดีมากทีเดียว มีเพลงแจ๊สให้ฟังชิลล์ๆกันไป บริการโดยรวมถือว่าดี อาหารมาเสิร์ฟเร็ว คุณภาพวัตถุดิบที่ใช้ค่อนข้างดีมาก ราคาโดยเฉลี่ยถ้าเทียบกับร้านอิตาเลียนด้วยกัน ถือว่าคุ้มค่ามาก โดยเฉลี่ยต่อคนมาทานร้านนี้ประมาณ 300 - 500 บาทก็อิ่มแล้ว



ผมให้นิยามร้านนี้เองสั้นๆว่า "อาหารอร่อย บรรยากาศดี ดนตรีเพราะ" ละกัน 555



ใครสนใจลองคลิกเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมของร้านได้ที่เฟซร้านนะครับ

//www.facebook.com/ChiliLaRoni











Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 8 พฤษภาคม 2556 13:42:37 น.
Counter : 7051 Pageviews.

5 comment
รีวิวร้านโคชูจัง ทองหล่อ20 Kochujang จัดหนักอีกสักรอบ
ชื่อร้าน : ร้านโคชูจัง บุฟเฟ่ต์เกาหลี ทองหล่อ20
รายการอาหาร : บุฟเฟ่ต์เกาหลี ปิ้งย่าง สไตล์เกาหลีๆ
เวลาเปิดบริการ : เปิดทุกวัน 2 รอบ 11.00-14.00 และ 17.00-23.00
ที่ตั้งร้าน : ซอยทองหล่อ20 ใกล้ๆรพ.คามิลเลียน, กรุงเทพมหานคร วัฒนา Thailand
พิกัด GPS : 13° 44' 21.94" N 100° 35' 8.22" E






---------------------------------------------------------------------------------------------------------------





รีวิวนี้ดองเอาไว้ 2 สัปดาห์แล้ว ตั้งแต่ยังไม่ค่อยเครียดเรื่องน้ำท่วม มัวแต่ไปยุ่งเรื่องเก็บข้าวของขึ้นชั้นบน จนตอนนี้ค่อยผ่อนคลายไปบ้างแล้ว จึงขอกลับมาเอารีวิวลงบล็อกต่อละกันครับ ร้านโคชูจังที่จะรีวิวนี้ เคยไปกินมาครั้งนึงแล้วเมื่อช่วงต้นๆปี หลายวันก่อนไปอ่านรีวิวคนอื่นๆที่เป็นบุฟเฟ่ต์เกาหลีหลายๆร้าน จึงนึกอยากกลับไปกินที่โคชูจังอีกที


Kochujang Buffet ทองหล่อ20




บ้านจันทร์คอนโดมิเนียม
























ชุดผักสด เอาไว้ห่อเนื้อย่างกินแกล้มกันไป



















ตอนนี้ร้านเปลี่ยนมาใช้เตาปิ้งย่างแบบ ใช้แก้สแทน เตาถ่าน ชั่วคราว จริงๆใครชอบดูซีรีย์เกาหลี มักจะเห็นเตากระทะแบนๆกันบ่อยๆในซีรีย์หลายๆเรื่องนะครับ
ข้อดีก็คือ น้ำที่ออกมาจากเนื้อเวลาปิ้งจะคลุกเคล้าไปกับเนื้อบนเตาไป ไม่หยดไปลงถ่านเหมือนเตาตะแกรงแบบเก่า

ได้คุยกับผู้จัดการร้านบอกว่า ตอนนี้กำลังแก้ไขระบบเตาถ่านเดิม ที่ติดตั้งฝั่งไปกับโต๊ะ เป็นเพราะควันที่ดูดออกไปนอกร้าน ดันไปรบกวนผู้อาศัยในคอนโด ซะงั้น เลยมาใช้เตาปิ้งย่างสไตล์เกาหลี แบบกระทะแบนๆแทน






























































อิ่มมากๆเลย จริงๆผู้จัดการเดินมาถามหลายหนเหมือนกันนะว่า จะรับเมนูนี้ นั้น โน้น เพิ่มไหม แต่กระเพาะเรารับไม่ไหวแล้ว เลยต้องขอบคุณที่แนะนำ เอาไว้คร่าวหน้าจะเตรียมท้องให้ว่างกว่านี้อีก แล้วมาจัดหนักอีกรอบ

ตอนนี้มีโปรโมชั่น จ่ายผ่านบัตรของ AEON ได้รับส่วนลด 5% (แต่ผมไม่มีบัตรเจ้านี้ อดเลย)




















ผมไปกินช่วงเย็นของวันธรรมดา ตอนเข้าไปหกโมงเย็นคนยังไม่เท่าไร แต่ตอนทานเสร็จประมาณสองทุ่ม คนก็เริ่มเยอะแล้วเหมือนกัน ร้านนี้วันธรรมดาจะเปิด 2 รอบ คือ 11.00 - 14.00 และ 17.00 - 23.00 แต่ถ้าเป็นเสาร์-อาทิตย์จะเปิดเต็มวัน ตั้งแต่ 11.00 - 23.00 น.


ใครสนใจอยากลองทานบุฟเฟ่ต์เกาหลีร้านโคชูจัง ลองเข้าไปติดตามที่เฟซร้านได้ครับ










Create Date : 01 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 8 พฤษภาคม 2556 13:46:13 น.
Counter : 7425 Pageviews.

7 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  

New skylab
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



ชอบกิน ชอบลองอาหารใหม่ๆ ร้านอาหารอร่อยๆ












All Blog