Group Blog
 
All blogs
 

Mhunoiii แชร์สูตร.....น้ำเสาวรสมิกซ์ by อิชั้น VS น้ำผักรวมมิตรเพื่อสุขภาพ by หม่อมแม่



สวัสดีค่า.....กลับมาเจอกันในหมวดสุขภาพกันบ้าง
บล็อคนี้มีของดีมาแชร์กันกับเครื่องดื่มสไตล์เฮลท์ตี้
ในแบบเน้นความอร่อยของเค้าและแบบหักดิบของหม่อมแม่ 555
ซึ่งเหมาะมากกับหนุ่มสาวรักสุขภาพยุคใหม่ที่ไม่มีเวลา
เพราะทำง๊าย ง่าย ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก
สงสัยชิมิล่ะว่ามันจะต่างกันอย่างไร อิอิ ไปชมกันเล้ยยย



เริ่มที่สูตรแรกกับจุดขายที่เน้นความอร่อย by อิชั้น ก่อนละกัน
กับเมนู "น้ำเสาวรสมิกซ์" Smiley

----------------------------------------------------------------------

ส่วนผสมและคุณประโยชน์


Smiley เสาวรส (เนื้อและน้ำ 100 g. ให้พลังงานประมาณ 100 kcal)
ผลไม้โปรดของเค้าที่คุณค่าทางสารอาหารเริ่ดดด!
มีวิตามินซีสูง...มากกว่ามะนาวอีกนะเออ ช่วยป้องกันหวัด
มีวิตามินเอและแคโรทีนอยด์ช่วยบำรุงสายตาและผิวพรรณ
ในเมล็ดมีสาร Albumin Homologous Protein
ซึ่งสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา
และยังมีสรรพคุณ ช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ
ลดไขมันในเลือด และโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบอีกด้วย

Smiley มะม่วงสุก (ขนาดกลางครึ่งลูกให้พลังงานประมาณ 75 kcal)
มะม่วงสุกจัดเป็นผลไม้สีเหลืองจะอุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน
ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และเป็นสารตั้งต้นที่ร่างกายน้ำไปสร้างวิตามินเอ
มีวิตามินซี วิตามินบี และแร่ธาตุอย่างพวกฟอสฟอรัส แคลเซียม ฯลฯ
ซึ่งนอกจากอร่อยแล้วยังสามารถเอามาพอกหน้าได้ด้วยนะฮร้า

Smiley น้ำมะพร้าวอ่อน (เฉพาะน้ำหนึ่งแก้วให้พลังงานประมาณ 50 kcal)
มีโปแตสเซียมสูงกว่ากล้วย และมีแร่ธาตุต่างๆเช่น แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส
เรียกได้ว่าเป็นน้ำเกลือแร่จากธรรมชาติกันเลยทีเดียว
ซึ่งเหมาะมากกับนักกีฬา หรือคนที่ร่างกายขาดน้ำ เช่น มีอาการท้องเสีย เป็นต้น
มีวิตามีซี บี มีฤทธิ์ช่วยขับปัสสาวะ ขับของเสีย ช่วยให้ผิวพรรณผุดผ่อง

Smiley น้ำผึ้ง (หนึ่งช้อนโต๊ะให้พลังงานประมาณ 64 kcal)
มีวิตามินเอ บี ซี กรดโฟลิก และแร่ธาตุต่างๆ
แต่เทียบกับปริมาณที่ทานอาจจะได้สารอาหารไม่เยอะมากนัก
แต่น้ำผึ้งมีสรรพคุณในการช่วยเคลือบลำไส้ ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น
ช่วยให้นอนหลับสบาย ลดความร้อนในร่างกาย ลดการอักเสบ
ที่สำคัญคือ "อร่อย" เจ้นี่อย่างเลิฟ 555 แถมเอามาพอกหน้าบำรุงผิวได้ด้วย



เอาส่วนผสมทุกสิ่งโกยใส่โถปั่นโลด
ปริมาณที่ใช้กะๆเอาแบบของเค้าประมาณนี้นะ Smiley

- เสาวรส 2-3 ลูก อยู่ที่ชอบเปรี้ยวมากเปรี้ยวน้อย
หั่นครึ่งแล้วเอาช้อนควักใส่ลงไปทั้งเนื้อและเม็ด

- มะม่วงสุก 1/2 ลูก
วิธีปลอกง่ายฝานเนื้อออกมาเลยครึ่งลูก
จากนั้นลอกเปลือกเลยจ้า
เนื้อจะปลิ้นออกมาทั้งชิ้นคล้ายปลอกกล้วย

- น้ำมะพร้าว 1 แก้ว มากน้อยปรับได้ตามชอบ
ถ้าชอบน้ำปั่นข้นๆก็ลดปริมาณน้ำหน่อย

ใครชอบความเข้มข้นหวานมันก็ใส่เนื้อลงไปด้วยได้
แต่ขอบอกว่าแคลอรี่พุ่งกระฉูดอยู่น้า
เค้าไม่ชอบเนื้อมะพร้าวอยู่แล้วใส่แต่น้ำพอแหะๆ

- น้ำผึ้งนี้ดดดเดียว หยดไปตามอัธยาศัย
อันนี้เค้าใส่เพราะความชอบล้วนๆคิดเอาเองว่าจะกลมกล่อม
เพราะรสและกลิ่นของเสาวรสกะน้ำผึ้งเป็นอะไรที่เข้ากันที่ซู้ด Smiley

***อยากได้ความสดชื่นแนะนำให้แช่ส่วนผสมทุกอย่างในตู้เย็นก่อนค่อยนำมาปั่นฮะ



ใส่ส่วนผสมครบก็ทำการปั่นโลดง่ายมะ 555 Smiley
ในภาพคือเครื่องปั่นรุ่น Panasonic Personal Blender MX-GM0501
แบรนด์ส่งมาให้ยืมลองเล่นหน้าตาเฟี้ยวดีเนอะสีแซ่บ

เป็นรุ่นแบบ 2in1 คือปั่นและดื่มได้ในแก้วเดียว
โถปั่นเป็นพลาสติกเนื้อหนาผลิตจากวัสดุ BPA ปลอดสารก่อมะเร็ง
ใช้เป็นแก้วได้ด้วย เพราะมีฝาปิดแก้วมาให้ จุครึ่งลิตร
ปั่นเสร็จปิดฝาพกไปดื่มได้เลยสะดวกดีเนอะ

ตอนแรกเห็นตัวจิ๋วแอบคิดจะปั่นไหวป่ะว้า
แต่เฮ้ย 250w นะ! ปั่นแรง รวดเร็วและละเอียดดีเลย



ใบพัดและแก้วโถปั่นล้างง่ายไม่ติดเป็นคราบ
เครื่องนึงจะได้แก้วโถปั่นสองใบพร้อมฝาสีชมพูกะสีเขียวแนวสปอร์ตๆ
ขนาดกำลังดีไม่กินพื้นที่เหมาะกับสาวๆที่อยู่คอนโด
น้ำหนักเครื่องแค่โลครึ่ง ราคาเครื่องละ 1,690 บาท มีขายตามห้างฮะ



ปั่นปรื้ดดดดเดียวได้แล้วน้ำเสารสมิกซ์ของเค้า

เมล็ดถูกปั่นแหลกกลืนได้หมดเลย สีสันน่าหม่ำป่ะล่า



ถ้าใส่ส่วนผสมตามที่เค้าบอก
จะได้ปริมาณหนึ่งแก้วเล็กหรือครึ่งแก้วโถปั่นจ้า

------------------------------------------------------------------------------

ก่อนจะไปชิมรสชาติไปดูสูตรของหม่อมแม่ก่อนนะฮร้า
เพราะเดี๋ยวเราจะมาเทียบรสชาติกัน อิอิ



สูตรที่สองกับจุดขายเน้นสุขภาพสุดพลัง by หม่อมแม่
กับเมนู "น้ำผักรวมมิตร"


----------------------------------------------------------------------

ส่วนผสมและคุณประโยชน์


ส่วนผสมเป็นอะไรที่พูดยากเลยเอาว่าตามชื่อเลยนะ
"น้ำผักรวมมิตร" คือใส่ทุกสิ่งอย่างตามความกล้าหาญในการกินเลย
หม่อมแม่อิชั้นก็เปลี่ยนสูตรไปเลยเจอผักอะไรน่าสนใจก็สาดลงไปโลด
แต่หลักๆที่ใส่คือ แอปเปิ้ลเขียว , แครอท , ผักกาดหอม และ มะนาว
มาดูประโยชน์กันสักนิดเนอะ ส่วนผักอื่นที่ใส่เสิร์ชหาประโยชน์ใน Google กันได้ฮะ

Smiley แอปเปิ้ลเขียว (100 g. ให้พลังงานประมาณ 52 kcal)
สุดยอดแห่งผลไม้สำหรับคนลดน้ำหนักเลยเพราะแคลอรี่ต่ำ
แถมน้ำตาลในแอปเปิ้ลยังเป็นน้ำตาลฟรักโตสที่ให้พลังงานแบบค่อยเป็นค่อยไป
ประกอบกับทั้งเปลือกและเนื้อเป็นกากใยเพคตินที่พองน้ำได้ดีทำให้อิ่มไวด้วย
เรื่องวิตามินเกลือแร่ไม่ต้องพูดถึงมาเต็ม ทั้งวิตามินเอ บี 1 บี 2 บี 6 ไบโอติน กรดโฟลิก
 แมกกานีส แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ฯลฯ
และยังมีกรดอินทรีย์ 2 ชนิด คือ กรดมาลิคและกรดทาร์ทาริก
ซึ่งช่วยในการย่อยอาหารจำพวกโปรตีนและไขมันอีกนะเออ แหม่จัดเต็มจริงๆ

Smiley แครอท (100 g. ให้พลังงานประมาณ 41 kcal)
แหล่งเบต้าแคโรทีนชั้นเลิศและมีวิตามินเอซึ่งช่วยบำรุงสายตา
รวมถึงเป็นแหล่งของ วิตามินบี1 บี2 ซี อี แคลเซียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก
และยังมีสารสำคัญคือสาร “ฟอลคารินอล” (falcarinol) ซึ่งช่วยต่อต้านเซลล์มะเร็งอีกด้วย

Smiley ผักกาดหอม (100 g. ให้พลังงานประมาณ 15 kcal)
ผักรองจานบ้านๆที่เราคุ้นเคยนั่นเอง ดูธรรมดาแต่ประโยชน์ไม่น้อยนะฮร้า
มีทั้งฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก วิตามินซี รวมถึงมีเบตาแคโรทีน
และวิตามินเอสูงช่วยบำรุงสายตาไม่แพ้แครอท
หลายคนอาจไม่ค่อยชอบกินเพราะความขม
แต่ความขมเกิดจากสารแลคทูคาเรียม (Lactucarium) ที่อยู่ในยางสีขาว
ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยให้ผ่อนคลาย แก้ไอ และแก้ปวดนะเออ
รวมถึงมีสรรพคุณช่วยลดไขมันในเลือดอีกด้วย

Smiley มะนาว (100 g. ให้พลังงานประมาณ 30 kcal)
พูดถึงมะนาวปุ๊บก็คิดถึงวิตามินซีปั๊บช่วยป้องกันหวัด บำรุงผิว
นอกจากนี้ยังมีวิตามินบีไล่ตั้งแต่ 1, 2, 3, 5, 6, 9
แคลเซียม ฟอสฟอรัส กรดซิตริก กรดมาลิค
โหมดสุขภาพก็ว่าดีแล้ว อันนี้แถมใครแฮงค์เหล้ามะนาวก็ช่วยได้นะ อิอิ



วิธีการเหมือนเดิมโกยทุกอย่างใส่โถปั่น
ปริมาณเอาที่พอใจหม่อมแม่อิชั้นใส่จนเต็มแก้วพอดี
บีบมะนาวลงไป 2 ลูก และเติมน้ำเปล่าซักครึ่งแก้ว
สูตรหม่อมแม่ไม่มีการใส่น้ำตาลน้ำเชื่อม
หรือสารให้ความหวานใดๆนะฮร้า
บอกแล้วว่าเน้นสุขภาพอย่าได้แคร์รสชาติ555



สูตรนี้เป็นการเทสเครื่องปั่นได้เป็นอย่างดี
เพราะผักอัดเต็มมีผักเนื้อแข็งๆเยอะด้วย
แต่เครื่องปั่นเราเอาอยู่ฮร่ะปั่นแป๊บเดียวละเอียดยิบ



ท๊า ดา ได้แล้วน้ำผักรวมมิตรของหม่อมแม่
เข้มข้นเว่อร์กากใยเน้นๆสารอาหารอัดเต็มแก้วพูดเลย



เรียบร้อยแล้วกับเมนูทำง๊ายง่ายแค่มีเครื่องปั่น



เทียบสีสันกัน เหลือง VS เขียว น่าทานมิฮร้า



ถึงเวลาว่ากันด้วยรสชาติ

น้ำเสาวรสมิกซ์ by อิชั้น >>> นี่ไม่ได้อวยแต่บอกเลยว่าอร่อยมว๊ากกกกก
กลิ่นของเสาวรสกะมะม่วงมันเข้ากันดี๊ดี รสชาติหวานอมเปรี้ยวทานง่ายสุดๆ
ได้ความหวานจากธรรมชาติล้วนๆ กากใยก็มี คุณค่าสารอาหารก็ใช่ย่อย
แนะนำเลยทานตอนอากาศร้อนๆชื่นจายยย แต่แคลอรีแอบสูงนิดนึงน้า
ควรเอาไว้ทานช่วงระหว่างมื้อเช้า-กลางวันเนอะ มื้อเย็นมิควรฮร่ะ
แต่ไงก็ดีกว่าไปทานพวกชากาแฟหรือน้ำอัดลมอยู่แล้วเนอะ  Smiley

น้ำผักรวมมิตร by หม่อมแม่ >>> ว่าด้วยเรื่องสุขภาพเอามงไปเลยคร้าาา
แหม่ผักจัดเต็มขนาดนี้วิตามินเกลือแร่กากใยอลังการงานสร้าง แคลอรี่ก็ต่ำได้อีก
แต่รสชาตินั้น....กรุณาดูรูปฝั่งขวาค่ะ! แลกแก้วกันชิม ของอิชั้นแม่คอนเฟิร์มความอร่อย
ส่วนของหม่อมแม่นั้น โอ๊ยบอกเลยว่าไม่ธรรมดา 555 รสมันผั๊กผัก
มีความเปรี้ยวมะนาวมาตัดให้กินง่ายขึ้นเล็กน้อย มีความขมๆขื่นๆคอเบาๆ
รสชาติและกลิ่นต่างกันไปแล้วแต่ผักที่สาดลงไปตอนปั่น
แต่เอาจริงกระดกเอื๊อกๆลงไปแป๊บเดียวมันก็หมดแก้วนะ

ขอบอกว่าหม่อมแม่อิชั้นปั่นกินแบบนี้ทุกวันวันละแก้ว
และปั่น(บังคับ)ให้ป๊ากินด้วย ซึ่งสำหรับแม่ที่กินผักสดอยู่แล้วก็ชิลๆ
แต่ป๊าปกติทานผักอยู่ไม่กี่อย่างการกินน้ำผักก็ช่วยให้ได้สารอาหารครบขึ้น
สัมภาษณ์ป๊ามาได้ความว่าปั่นมาก็กินผักได้เยอะและไวกว่าให้นั่งกินสดๆ
เทคนิคให้ดึ่มง่ายขึ้นคือเติมน้ำส้มกล่องหรือน้ำส้มคั้นลงไปนิดหน่อย
มันจะข้นน้อยลงและรสชาติดีขึ้นจิ๊ดนึงเหมาะกับคนใจยังไม่แกร่งพอ555



เป็นอย่างไรกันบ้างฮร้ากับน้ำปั่นทั้งสองสูตร
มีประโยชน์ทั้งคู่แต่อยู่ที่ความกล้าแกร่งในจิตใจ
ถ้าอยากได้ความอร่อยด้วยแต่ต้องสู้กับแคลอรี่นิดก็สูตรเค้า
แต่ถ้าเน้นประโยชน์จัดเต็มแคลอรี่ต่ำสูตรหม่อมแม่โลด
ลองทำทานกันดูแล้วมาแชร์ให้ฟังกันบ้างน้าว่าชอบไหม
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมล่วงหน้าด้วยค่า

Smiley XOXO
Smiley




 

Create Date : 07 กันยายน 2558    
Last Update : 26 กันยายน 2558 21:09:15 น.
Counter : 3092 Pageviews.  

Review : ทำไมต้องน้ำแร่...การดื่มน้ำนั้นสำคัญไฉน? by Fiji Water น้ำแร่บริสุทธิ์จากฟิจิ


สวัสดีค่ามาพบกันในหมวดสุขภาพอีกแล้ว
กับเรื่องใกล้ตัวแต่หลายคนค่อนข้างละเลยนั่นก็คือ"การดื่มน้ำ" น้่นเอง
ก็รู้หล่ะเนอะว่าต้องดื่มทุกวัน 8-10 แก้ว
แต่เอาเข้าจริงวุ่นบ้างลืมบ้างวันนึงดื่มจริงๆนิดเดียวแหะๆ

บล็อคนี้เลยจะมาแชร์ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการดื่มน้ำให้อ่านกัน
รวมถึงเรื่องของ "น้ำแร่" ที่เป็นกระแสมากสำหรับคนรักสุขภาพ
จะแตกต่างจากน้ำธรรมดาไหม? เราควรดื่มน้ำเท่าไหร่?เวลาไหนบ้าง?
รับประกันว่าสาระเน้นๆ มิควรพลาดเชิญรับชมค่า Smiley



น้ำแร่คืออะไร?


นั่นสิ! น้ำแร่คืออะไรที่รู้แน่ๆคือราคาแพงกว่าน้ำเปล่า
ดังนั้นจึงต้องมีอะไรที่พิเศษกว่าแน่นอน
น้ำแร่ คือ น้ำจากธรรมชาติที่ได้จากแหล่งน้ำใต้ดิน
โดยมีส่วนผสมของแร่ธาตุที่มาจากธรรมชาติอยู่แล้ว
ไม่ใช่การนำแร่ธาตุมาเติมเข้าไปเอง ดังนั้นปริมาณแร่ธาตุ
จึงแตกต่างกันไปตามแหล่งกำเนิดของน้ำแร่นั้นๆ
แร่ธาตุส่วนใหญ่ที่พบก็จะเป็นพวก โพแทสเซียม แคลเซียม
แมกนีเซียม ซัลเฟต โซเดียมไบคาร์บอเนต ไอโอดีน ฟลูโอไรด์ ฯลฯ
ซึ่งมีประโยชน์ต่อเซลล์และอวัยวะต่างๆรวมถึงการทำงานของร่างกาย

การดื่มน้ำแร่และน้ำธรรมดาแตกต่างกันอย่างไร?

ด้วยความที่มีแร่ธาตุต่างๆที่จำเป็นต่อร่างกายเป็นส่วนประกอบ
จึงช่วยเสริมแร่ธาตุที่ร่างกายสูญเสียไป
หรือได้รับไม่เพียงพอจากการทานอาหารไม่ครบหมู่
ซึ่งการได้รับแร่ธาตุจากน้ำร่างกายจะสามารถดึงไปใช้งานได้อย่างรวดเร็ว
ทำให้ดื่มแล้วรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น
รสชาติของน้ำแร่จะแตกต่างไปตามปริมาณของแร่ธาตุ
เอาว่าถ้าเจอน้ำแร่ที่รสชาติถูกจริตก็จะช่วยให้มีความอยากในการทานน้ำเพิ่มขึ้นได้จ้า

ประโยชน์ของแร่ธาตุในน้ำแร่ เช่น
โพสแทสเซียมช่วยเรื่องการหดเกร็ง-คลายตัวของกล้ามเนื้อ ,
แคลเซียมเป็นส่วนประกอบสำคัญของกระดูกและฟัน , โซเดียม/แมกนีเซียม
ช่วยในเรื่องการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ฯลฯ
แต่อย่างไรก็ตามปริมาณที่อยู่ในน้ำตามที่มาตรฐานกำหนดก็ไม่ได้สูงเว่อร์
ดังนั้นเรายังคงต้องทานอาหารให้ครบหมู่เพื่อให้ร่างกายได้สารอาหารครบถ้วนนะจ๊ะ




ร่ายเรื่องน้ำแร่ยาวขนาดนี้ก็เพราะเค้าเพิ่งได้ลองทานน้ำแร่เป็นจริงเป็นจังนี่หล่ะ
จากการท้าให้ลองของน้ำแร่แบรนด์ดังระดับโลก Fiji Water
ซึ่งเค้าส่งมาให้แพ็คใหญ่จะได้ลองทานต่อเนื่องแล้วสังเกตความรู้สึกได้
มาดูกันก่อนดีกว่าว่าน้ำแร่ระดับโลกนี้เค้ามีความพิเศษอย่างไร



Fiji
Natural Artesian Water


หาซื้อได้ที่ : TOPS ,Villa, The Mall, Isetan, UFM,
 Aeon (บางสาขา) , Foodland (บางสาขา)




จุดเด่นของน้ำแร่ฟิจิ คือ เป็นน้ำใต้ผิวดินที่ได้
จากหมู่เกาะฟิจิ
ที่ได้ชื่อว่าเป็น The last virgin island on earth แหล่งน้ำแห่งสุดท้ายที่ไม่มีฝนกรด
โดยผ่านการกรองด้วยวิธีธรรมชาติจากหินที่อุดมด้วยแร่ธาตุ
ผ่านกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีทันสมัยที่ได้ชื่อว่า Untouched by man
คือไม่ผ่านมือมนุษย์เลย จึงได้น้ำที่สะอาดปราศจากการเจือปน
แร่ธาตุเด่นๆคือจาก Silica ซึ่งช่วยในการ บำรุงผมผิว เล็บ
เนื้อเยื่อ และระบบข้อต่อต่างๆ ได้ใจสาวๆที่รักสุขภาพไปเลย



จะเห็นได้ว่าเซเล็ป ดารา นักกีฬาดังๆ ทั่วโลกเค้าหนีบฟิจิติดตัวกันด้วย
คือนอกจากเรื่องของสุขภาพแล้วรสชาติก็เป็นส่วนสำคัญ
เค้าเคลมว่าน้ำแร่ตัวนี้มีความสมูทมากเพราะมีค่า pH ที่เหมาะสมกับร่างกายคือ 7.7
ทำให้เซฟดังๆทั่วโลกเลือกใช้ในไปปรุงอาหารเพราะไม่ทำให้อาหารเสียรสชาติ
รวมถึงคอไวน์ทั้งหลายการดื่มน้ำแร่ฟิจิไม่ทำให้รสไวน์เปลี่ยนไป
ขอบอกว่าเป็นน้ำที่เค้าใช้เสิร์ฟในทำเนียบขาวของอเมริกาด้วยนะเออ



ว่ากันด้วยเรื่องของรสชาติ

เอากันตรงๆจากใจเลยนะว่าปกติเค้าไม่ดื่มน้ำแร่
ด้วยเหตุผลเดียวเลยคือ"ความกร่อย"
เพราะน้ำแร่หลายยี่ห้อที่เคยลองจะมีรสชาติเฉพาะตัว
ออกเค็มๆปะแล่มๆซึ่งเค้าไม่โอเคง่ะ
ในความรู้สึกคือดื่มน้ำมันไม่ควรมีรสอะไรเหลือติดปาก

แต่น้ำแร่ฟิจิเป็นยี่ห้อแรกที่ดื่มแล้วรู้สึกว่าเฮ้ยผ่านไม่มีรสใดๆ
ที่เค้าเคลมมาว่าน้ำเค้าสมูทตอนอ่านก็แบบมันจะสมูทไงฟระ
แต่อยากให้ได้ลองชิมดูนะ...อธิบายลำบากหน่อยแต่เออมันสมูทจริงๆรู้สึกลื่นคอดื่มง่าย
โดยปกติน้ำแร่ทั่วไปเค้าจะพอกินได้คือแช่ให้เย็นๆ
แต่ฟิจินี่คือดื่มในอุณหภูมิปกติตลอดเลย จัดว่าดื่มง่ายจริงอะไรจริง
เทสละไม่แปลกใจที่ทำไมเชฟและคอไวน์ถึงยกให้ว่าดีงาม



ปริมาณในการดื่มในแต่ละวัน

สำหรับวันธรรมดา
อันนี้เป็นกิจวัตรอยู่แล้วคือตื่นมาปุ๊บยังไม่ล้างหน้าแปรงฟัน
เค้าจะดื่มน้ำแก้วใหญ่ขนาดครึ่งลิตร 1-2 แก้ว แล้วแต่จะสามารถ
โดยพอได้ฟิจิมาลองก็จัดตอนเช้านี่หล่ะหนึ่งขวด (500 ml.)

ขอบอกว่าการดื่มน้ำในตอนเช้าหลังตื่นนอนสำคัญสุดๆเลยนะ
สามารถเรียกได้ว่าเป็นการดื่มน้ำเพื่อบำบัดเลยทีเดียว
เพราะในตอนเช้าน้ำจะไปช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย
ผ่านทางปัสสาวะและอุจจาระ ใครมีปัญหาถ่ายยากต้องลอง
น้ำจะไปช่วยนวดลำไส้ทำให้รู้สึกปวดท้องถ่าย หูยถ่ายคล่องขึ้นเยอะ

ซึ่งเมื่อขับของเสียหมดร่างกายจะรู้สึกสดชื่น
สมองจะปรอดโปร่งพร้อมรับวันใหม่ แถมยังช่วยลดความดันตอนตื่นนอน
และส่งผลถึงผิวพรรณช่วยให้ดูมีน้ำมีนวลเพราะเมื่อของเสียถูกขับออกไปทุกวัน
ร่างกายจะดูดซึมสารอาหารวิตามินแร่ธาตุได้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง

แต่การดื่มมากๆในครั้งเดียวเหมาะกับตอนเช้าเท่านั้นนะฮะ!
ระหว่างวันควรขยันจิบบ่อยๆไม่ใช่ซดโฮกๆทีละมากๆ
เพราะร่างกายยังไม่ทันดูดซึมน้ำก็ทะลักออกมาเป็นปัสสาวะเสียแล้ว
ดื่มไปฉี่ไปไม่มีประโยชน์อันใดดื่มแค่ไหนก็ไม่หายคอแห้งซักทีเน่อ

ดีไม่ดียังเป็นการสร้างความเสี่ยงในการเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ด้วย

ที่สำคัญอีกอย่างคือก่อนและหลังอาหารไม่ควรทานน้ำทีละมากๆ
เพราะไปเจือจางน้ำย่อยทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนัก
ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหารได้เลยนะ
แนะนำให้ดื่มก่อนมื้ออาหารซักชั่วโมง และหลังอีกซักเกือบๆชั่วโมงฮะ

แถมให้สำหรับปริมาณน้ำขั้นต่ำที่ร่างกายต้องการต่อหนึ่งวันโดยคำณวนจากน้ำหนักตัว
คิดง่ายๆคือ น้ำหนักตัว(ก.ก.) X 33 เช่นเค้าหนัก 47 ก.ก. x 33 = 1,551 ml.
ที่เรียกกันเป็นแก้วคือคิดเป็นแก้วเล็กๆทั่วไปขนาดประมาณ 200 ml.
ดันนั้นอย่างเค้าจึงควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้วนั่นเอง



สำหรับวันที่ออกกำลังกาย

อันนี้เป็นช่วงเวลาที่ควรค่าแก่การลงทุนกับน้ำแร่มาก
เพราะในขณะออกกำลังกายร่างกายเราเสียทั้งเหงื่อและเกลือแร่
ซึ่งในน้ำแร่จะมีแร่ธาตุมากกว่าน้ำปกติจึงทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นได้ดีกว่า

โดยเฉพาะน้ำแร่ในกลุ่มไบคาร์บอเนต (Bicarbonate water)
คือน้ำแร่ที่มีปริมาณไบคาร์บอเนตมากกว่า 600 มิลลิกรัมต่อลิตร
ช่วยกระตุ้นการเคลื่อนของอาหารจากกระเพาะอาหารไปยังลำไส้เล็กให้เร็วขึ้น,
กระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมนในกระเพาะอาหาร,
ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำและเกลือแร่ให้แก่ร่างกาย
ดังนั้นใครที่กำลังจะไปออกกำลังกาย หรือไปทำงานที่ต้องเสียเหงื่อ
สามารถดื่มน้ำแร่นี้ได้ 500-700 มิลลิลิตร จะช่วยลดภาวะเลือดเป็นกรดได้
ซึ่งฟิจิก็จัดอยู่ในน้ำแร่กลุ่มนี้เช่นเดียวกันฮะ



วิธีการดื่มน้ำแร่สำหรับคนที่ออกกำลังกาย
ก่อนออกกำลังกาย 1-2 ชั่วโมงควรดื่ม 400-600 ml.
ก่อนออกกำลังกาย 15 นาทีดื่มตามไปอีก 200-400 ml.
ดื่มแบบค่อยๆจิบไปเรื่อยๆเหมือนเดิมเน่อไม่ซัดโฮก
อันนี้เค้าก็พยายามทำอยู่ชอบลืมดื่มก่อนไปเรื่อยเลย แหะๆ

ส่วนระหว่างออกกำลังกายค่อยๆจิบไปเรื่อยๆทุก 15-20 นาที
สังเกตง่ายๆว่าเริ่มคอแห้งหรือน้ำลายเหนียวก็จิบๆไป
ในการดื่มครั้งนึงไม่ควรเกิน 200-400 ml. ไม่งั้นมีจุกแน่ๆ
สำหรับเค้าคือพกเป็นน้ำแร่ขวดครึ่งลิตรไประหว่างเล่นก็พักจิบเป็นระยะๆ
ส่วนใหญ่เล่น Elliptical ต่อเนื่อง 70 นาทีน้ำจะหมดหนึ่งขวดพอดี
ปริมาณน้ำอาจน้อยไปนิดแต่เค้าจิบมากกว่านี้ไม่ไหวมันจุก



หลังจากออกกำลังกายเสร็จยืดเหยียดให้เรียบร้อยละพักให้หายเหนื่อย
จากนั้นควรดื่มน้ำชดเชยภายใน 2 ชั่วโมง โดยคำณวนตามน้ำหนักตัวที่เสียไป
เช่น น้ำหนักหายไปโลนึงก็ควรทานน้ำตามไปลิตรกว่าๆ
เพราะสิ่งที่เสียไปคือเหงื่อ = น้ำ ไม่ใช่น้ำหนักลดเพราะไขมันเน่อ
ซึ่งเหงื่อกะไขมันไม่เกี่ยวกัน น้ำหนักลดเพราะเหงื่อต้องดื่มชดเชยน้า
ไม่งั้นร่างกายจะตกอยู่ในสภาวะขาดน้ำทำให้ความดันต่ำชั่วคราวอาจเป็นลมได้



ความรู้สึกหลังดื่มต่อเนื่อง

เรื่องความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพอันนี้พูดยากเนอะ
เพราะน้ำเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องดื่มตลอดอยู่แล้ว
และเค้าก็พยายามดื่มให้เป็นนิสัยซึ่งก็ดื่มเยอะในระดับนึงเลย
ดังนั้นจะเห็นผลว่าเปลี่ยนแค่ไหนคงตอบไม่ได้จริงๆ
แต่เค้าว่าเรื่องแบบนี้มันคือผลต่อสุขภาพในระยะยาว
ที่ส่งผลมาตั้งแต่สุขภาพกายไปยันสุขภาพผิว

แต่สิ่งที่รู้สึกคือด้วยความที่น้ำดื่มง่ายมาในขวดขนาดพกง่าย
มันก็เป็นตัวกระตุ้นเสริมให้เราหันมาใส่ใจการดื่มน้ำได้ดีขึ้น
และที่สังเกตได้อีกอย่างคือเวลาดื่มช่วงออกกำลังกาย
ไม่รู้คิดไปเองไหมแต่มันเฟรชขึ้นและไม่ค่อยกระหายน้ำบ่อย
สามารถจิบไปทีละนิดและออกกำลังกายต่อเนื่องได้สบายตัวขึ้นฮะ



สรุปสั้นๆเนอะเอาว่าไม่ว่าจะน้ำแร่หรือน้ำเปล่า
สิ่งสำคัญคือการทานในปริมาณที่เพียงพอทุกวัน
เพื่อให้ระบบต่างๆในร่างกายทำงานได้เป็นปกติ
ถ้าใครมีทุนทรัพย์การลงทุนกับน้ำดื่มดีๆมันก็ช่วยเสริมสุขภาพขึ้นได้ส่วนนึง
แต่ถ้าทานทุกวันไม่ไหวลองเลือกทานดูในช่วงที่ออกกำลังกายเค้าว่าก็เวิร์คดีจ้า

สุขภาพดูแลไม่ยากอยู่ที่เราเริ่มที่จะใส่ใจและหันมาดูแลตัวเอง
เริ่มได้ง่ายๆจากการดื่มน้ำ การทานอาหารให้ครบหมู่
สุดท้ายอย่าลืมแบ่งเวลาไปออกกำลังกายสักนิด
สวยภายนอกมันปรุงแต่งให้เห็นได้
แต่สุขภาพภายในถึงมองไม่เห็นแต่มันสะท้อนออกมาได้
ดูแลให้สวยทั้งนอกและในไว้เราจะได้แข็งแรงและดูดีไปนานๆน้า
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมล่วงหน้าด้วยค่า Smiley

-----------------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by Fiji Water
Information : www.facebook.com/FijiWater
www.fijiwater.com  และ IG : @fijiwaterth




 

Create Date : 23 สิงหาคม 2558    
Last Update : 3 กันยายน 2558 20:24:50 น.
Counter : 1273 Pageviews.  

Review : CP Balance ไดเอ็ทสวยๆด้วยอาหารจานด่วนสุดเฮลท์ตี้แคลอรี่ต่ำ!

สวัสดีค่าสาวๆมาเจอกันโหมดเฮลท์ตี้กันบ้าง
เรื่องการลดน้ำหนักนี่เป็นอะไรที่เกิดมาคู่สาวๆจริงๆ
มั่นใจเลยว่าทุกคนรู้ทำยังไงให้น้ำหนักลดหรือคุมยังไงไม่ให้น้ำหนักขึ้น
ก็แค่ทานให้น้อยลงและออกกำลังกายควบคู่ กิน=เบิร์น ชีวิตสมดุลหุ่นเป๊ะจบ!
รู้อยู่แก่ใจแต่อิตอนปฏิบัตินี่หล่ะมันช่างยากแท้ แหะๆ Smiley

บล็อคนี้เลยมีตัวช่วยดีๆมาฝากกันกับอาหารสำเร็จรูปสุดเฮลท์ตี้
ที่จะช่วยให้การดูแลสุขภาพและรูปร่างของเราง่ายขึ้น ที่สำคัญ "อร่อย" ด้วย!!!
ตื่นเต้นกันแล้วไปชมกันเลยจ้า....เตือนไว้ก่อนว่าบล็อคนี้หิวแน่นอน ฮี่ๆ



CP BALANCE
อาหารเพื่อสุขภาพ แคลอรี่ต่ำ ไฟเบอร์สูง

---------------------------------------------

เป็นแบรนด์ที่คุ้นเคยกันดีจาก CPF
หรือ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด

ราคากล่องละ 55 บาท

มีจำหน่ายที่ : CP freshmart ทั่วประเทศ และ Tesco Lotus, BigC, 
Gourmet Market, Home Fresh mart, Maxvalu, 
Foodland, Lawson108, Jiffy 



ตอนนี้มีให้เลือกทั้งหมด 4 เมนู
สามารถเข้าไปเลือกดูหรือสั่งซื้อในเว็ปเค้าก็ได้
ตามลิงค์นี้ฮะ >>> //cpbalance.info/product/
ในเว็ปจะบอกจำนวนแคล ส่วนประกอบ สารอาหารชัดเจน

ซึ่งเป็นอาหารแคลอรี่ต่ำมากเมื่อเทียบกับอาหารทั่วไป
เพียง 150 - 220 Kcal  เท่านั้น ในปริมาณเท่าอาหารกล่องทั่วไป
กินอิ่มกำลังดีสำหรับหนึ่งมื้อ ซึ่งทำให้เรายังมีปริมาณแคลอรี่ที่รับเพิ่มได้
สามารถหม่ำขนมหรืออาหารที่ชอบได้อีกนิดหน่อย ฮี่ๆ
จึงทำให้เป็นการไดเอ็ทได้แบบแฮปปิ้ ลดมื้อหลักเพิ่มมื้อย่อย555



นอกจากแคลอรี่ต่ำแล้วยังดีต่อสุขภาพด้วย
เพราะ คลอเรสเตอรอลต่ำ ไขมันอิ่มตัวต่ำ แต่อุดมไปด้วยไฟเบอร์



ฉลากด้านหลังจะมีรายละเอียดบอกชัดเจน
ทุกเมนูจะเน้นใช้เนื้อปลาและเนื้ออกไก่ ที่ให้โปรตีนแต่ไขมันต่ำ
ใส่ผักและใช้ข้าวกล้องซึ่งมีวิตามินและเส้นใยไฟเบอร์มากกว่าข้าวขาว



เป็นอาหารกล่องที่อยู่ในรูปอาหารแช่แข็งต้องแช่ไว้ในช่องฟรีซเท่านั้นเน่อ



ก่อนจะทานก็ทำการเวฟซะก่อน
เอาออกจากซองอย่าลืมแง้มฝาก่อนเอาเข้าเวฟ
ใช้เวลาอุ่นประมาณ 2.30 - 4.00 นาทีแล้วแต่กำลังไฟ
เค้าเซ็ต 1000w เวฟประมาณ 3 นาทีก็ทานได้ละฮะ
เปิดเวฟมากลิ่นฟุ้งเลยหอมม๊วกกกก Smiley



เวฟออกมาหน้าตาเป็นแบบนี้แยกช่องเป็นข้าวและกับข้าว
ตอนเอาออกจากเวฟตัวถาดจะร้อนระวังมือกันด้วยนะฮะ



เมนูที่เลิฟที่สุดของเค้า "ข้าวกล้องแกงส้มปลาแพนกาเซียสดอร์รี่"
เป็นแกงส้มผักรวมที่ใส่เนื้อปลามาเยอะใช้ได้เลย 5-6 ชิ้น
ผักที่ใส่มาด้วยอาจจะเก๋หน่อยตรงที่มีบล็อคโคลี่มาด้วยแต่ก็เข้ากันอยู่นะ



รีวิวอาหารก็ต้องว่ากันด้วยเรื่องของรสชาติ เฮลท์ตี้อย่างเดียวเจ้ไม่สู้ต้องอร่อยด้วย
เรื่องรสชาติสำหรับเมนูแกงส้มบอกเลยว่า "อร่อย" ค่ะ! เฮ้ยคือดีกว่าที่คาด
น้ำแกงส้มเข้มข้นเลยรสเปรี้ยวนำ เผ็ดนิดหน่อยคนไม่ค่อยทานเผ็ดก็น่าจะทานได้
เป็นอาหารแนวเพื่อสุขภาพที่รสจัดจ้านได้ใจ ไม่จืดๆอย่างที่คิด
แม้จะไม่จัดว่าคลีนมากนักแต่ก็เฮลท์ตี้กว่าอาหารที่ปกติมากหล่ะ

ปลาที่ใส่มาก็เป็นเนื้อชิ้นๆไม่เละ ผักก็ยังมีความกรอบ
รสชาติน้ำแกงส้มซึมเข้าไปในเนื้อปลาและผักคือดีงามกินกะข้าวกล้องก็เข้ากัน
ตัวข้าวก็นุ่มนิ่มทานง่ายไม่ฝืดคอ ตักน้ำแกงราดชุ่มๆฮร้ายยยอาหย่อย เมนูนี้ต้องตุน!



ดูสีหน้าและความฟินของนาง ได้อรรถรสป่ะหล่ะ 555
เค้าว่ารวมๆรสชาติดีกว่าที่เคยกินตามร้านอาหารหลายๆร้านเลยอ้ะ
มาในรูปแบบแช่แข็งแบบนี้สะดวกอยากกินแกงส้มไม่ต้องง้อร้านละนะฮร้า



หมดเรียบหนึ่งกล่องในเวลาอันรวดเร็ว
เอาจริงๆสำหรับผู้หญิงปกติเค้าว่าก็อิ่มกำลังดี
แต่สำหรับผู้หญิงกินจุกระเพาะใหญ่แบบเค้าก็แอบไม่เต็มท้องดี
อาจจะต้องขอตามด้วยของหวานอีกซักนิด 555
เอาน่ากล่องนี้แค่ 210 Kcal เองมีที่ว่างให้หม่ำได้อีกๆ Smiley



อีกหนึ่งเมนู "ข้าวกล้องปลาแพนกาเซียสดอร์รี่ผัดพริก"
อันนี้ก็อร่อยใช้ได้รสเข้มข้นพอกันเลยเค็มๆเผ็ดๆนิดๆ
ชื่อเป็นผัดพริกแต่ไม่ต้องกลัวส่วนตัวเค้าว่ามันไม่ได้เผ็ดนะ
รสชาติประมาณผัดผักใส่พริกชี้ฟ้าแดงพอกรุบกริบ
ชอบตรงที่มีเม็ดพริกไทยกะใบโหระพาเคี้ยวละหอมในปาก



สรุปเค้าว่าเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนักเลยหล่ะ
ข้อดีคือเป็นอาหารแคลอรี่ต่ำที่หาทานได้ง่าย สามารถตุนไว้ในตู้เย็นได้
คำณวนแคลมาให้เสร็จสรรพ ที่สำคัญคือรสชาติเข้มข้นดี
เหมาะกับคนที่ยังไม่สามารถไปทางสายคลีนได้เต็มตัว
ทำให้รู้สึกว่าการเลือกทานอาหารเพื่อสุขภาพไม่ใช่เรื่องยาก



ท้ายนี้มีเคล็ดลับดีๆในการดูแลรูปร่างมาฝากไว้ให้ด้วยลองอ่านกันดูน้า

Smiley การคำณวนแคลลอรี่ที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน Smiley

สูตรเบสิกที่นิยมใช้กันคือการหาค่า BMR (Basal Metabolic Rate) 
 ซึ่งเป็นสูตรคำนวณพลังงานที่น้อยที่สุดที่ร่างกายต้องการใช้ในแต่ละวัน
ที่จะเพียงพอให้ระบบต่างๆ ในร่างกายสามารถทำงานได้
โดยอยู่เฉยๆไม่ทำกิจกรรมใดๆเลยนะฮะ

BMR สำหรับผู้ชาย
66 + (13.7 x น้ำหนักตัว (กิโลกรัม))+(5 x ส่วนสูง (เซนติเมตร))-(6.8 x อายุ)

       BMR สำหรับผู้หญิง
665 + (9.6 x น้ำหนักตัว (กิโลกรัม))+(1.8 x ส่วนสูง (เซนติเมตร))-(4.7 x อายุ)

เช่น ของเค้าน้ำหนัก 45 ก.ก. สูง 156 ซ.ม. อายุ 29 ปี 
คำณวนออกมาจะได้ดังนี้ 665 + (9.6 x 45)+(1.8 x 156)-(4.7 x 29)
665 + 432 + 280.8 - 136.3 = 1,241.5 Kcal

หมายความว่าถ้าทั้งวันเค้าไม่ทำอะไรเลยนั่งหายใจเฉยๆ
เค้าจะต้องกินอาหารให้ได้พลังงานอย่างน้อยที่สุด 1,241.5 Kcal ห้ามน้อยไปกว่านี้!

แต่ค่าที่ได้ยังไม่จบค่ะคนเราต้องมีกิจกรรมระว่างวันต้องไปเรียนต้องทำงาน
ดังนั้น ต้องนำค่า BMR ที่ได้ไปคำณวนต่อโดยดูจากกิจกรรม ที่ทำดังนี้.....

- นั่งทำงานอยู่กับที่ และไม่ได้ออกกำลังกายเลย หรือน้อยมาก = BMR x 1.2
ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาเล็กน้อย 1-3 วัน/สัปดาห์, 
เดินบ้างเล็กน้อย ทำงานออฟฟิศ = BMR x 1.375
ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาปานกลาง 3-5 วัน/สัปดาห์, เคลื่อนที่ตลอดเวลา = BMR x 1.55
ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาอย่างหนัก 6-7 วัน/สัปดาห์ = BMR x 1.725
ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาอย่างหนัก หรือเป็นนักกีฬา ทำงานที่ใช้แรงงานมาก = BMR x 1.9

ของเค้าจัดอยู่ในโซนปานกลาง ก็คือนำ 1,241.5 X 1.55 = 1,924.33 Kcal

-----------------------------------------------------------------------------------
แต่อ่านถึงตรงนี้ใครปวดหัวกะตัวเลขเข้าไปลิงค์นี้โลด 


แค่กรอกน้ำหนัก ส่วนสูง อายุ เว็ปคำณวนให้จบปึ้ง!
แต่ที่เล่ามาให้ฟังยาวยืดเพราะอยากให้ทราบที่มาของตัวเลขนะฮ้าฟ
-----------------------------------------------------------------------------------

สรุปปริมาณแคลอรี่ที่เค้าควรทานต่อวันก็คือ 1,924.33 Kcal
ถ้าเค้าต้องการควบคุมน้ำหนักก็คือทานให้ไม่เกินค่านี้
กินเกินกว่านี้ร่างกายเบิร์นออกได้ไม่หมด
ก็เกิดการสะสมเป็นไขมันสาเหตุของความอ้วนนั่นเอง
แต่ถ้าเค้าต้องการลดน้ำหนักก็ทานให้น้อยกว่าค่านี้
แต่อย่างไรก็ตามห้ามต่ำกว่าค่า BMR 1,241.5 Kcal  ที่คำณวนได้ในขั้นแรกเด็ดขาด!!! 

ความอันตรายของการจำกัดแคลมากไปคือการทำให้ระบบเผาผลาญเราพังลง
หลายคนลดน้ำหนักแล้วกินต่อวันน้อยมากกกกไม่ถึงพันกิโลแคล
ผลที่ได้คือเมื่อร่างกายไม่มีพลังงานจากอาหารสิ่งที่ร่างกายไปดึงมาใช้
คือ "กล้ามเนื้อ" ไม่ใช่ไขมันอย่างที่เราคิดกันนะเออ!
ซึ่งกล้ามเนื้อนี่แหละคือโรงงานการเผาผลาญหลักของร่างกาย
เมื่อไม่มีกล้ามเนื้อร่างกายจึงเผาผลาญได้น้อยลงไปเรื่อยๆ
น้ำหนักลดจริงแต่ผลที่ได้คือผิวจะเหี่ยวๆตัวจะย้วยๆเกิดเซลลูไลท์ง่าย

พอวันนึงเกิดโหยกลับไปกินอาหารเท่าปกติ ได้แคลอรี่เท่าปกติ
แต่ประเด็นคือกล้ามเนื้อหรือโรงงานเผาผลาญมันหายไป
ทำให้เผาผลาญได้ไม่เท่าเดิมกินเข้าไปจึงไม่เกิดการเบิร์นเท่าที่ควรจะเป็น
ทีนี้หล่ะตู้มมมมมเป็นโกโก้ครันช์เลย นี่แหละอาหารที่เรียกว่า "โยโย่เอฟเฟ็กต์"
คนที่อดอาหารจึงอ้วนๆผอมๆร่างกายจะดูโทรมๆเหตุเพราะกล้ามเนื้อหายไปนี่หล่ะจ้า

ดังนั้นถ้าต้องการคุมน้ำหนักให้ได้ผลอย่างถาวร
อย่างแรกคือ "กินแต่พอดี" ตามปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน
และอย่างที่สองก็คือ "การออกกำลังกาย" เพื่อเพิ่มการเผาผลาญนั่นเอง
อยากเฟิร์มอยากเป๊ะอย่าลืมสร้างกล้ามเนื้อกันนะจ๊ะ
ทุกคนทำได้ไม่ยากเลยทีนี้ชีวิตก็จะแฮปปี้มีหุ่นที่ดีและเอนจอยการกินได้แล้วจ้า

-----------------------------------------------------------------------------------------

Disclaimer : Sponsored Content by CP Balance
Information //cpbalance.info/




 

Create Date : 31 มีนาคม 2558    
Last Update : 4 เมษายน 2558 15:02:07 น.
Counter : 8827 Pageviews.  

How To : มาออกกำลังกายฟิตแอนด์เฟิร์มทุกสัดส่วนด้วย Gym Ball กันจ้า ^^

       ชวนสาวๆมาลองออกกำลังกายกันด้วย Gym Ball ค่ะ ทรายว่าได้แรง ได้เหงื่อ และช่วยเรื่องความเฟิร์มได้มาก คลิปนี้สอนทั้งหมดสามท่าแต่ได้กล้ามเนื้อทุกส่วน หวังว่าจะชอบกันนะค๊า Smiley





 

Create Date : 26 กรกฎาคม 2555    
Last Update : 26 กรกฎาคม 2555 23:12:49 น.
Counter : 2664 Pageviews.  

Review : เมื่อไอ้หมูลองลดน้ำหนักด้วยสูตรอาหารลดน้ำหนักสำหรับ 3 วันได้ผลเป็นไงมาดูกัน !!!

       สวัสดีค่าวันนี้มีรีวิวแนวใหม่มาฝาก เรื่องการลดน้ำหนักถือว่าเป็นอะไรที่สาวๆทุกคนอยากรู้ใช่ไหมล่า พูดกันตรงๆเลยเนอะทรายว่าทุกคนอ้ะรู้แหละว่าอะไรกินแล้วอ้วน พฤติกรรมอย่างไหนทำให้เราลดน้ำหนักไม่สำเร็จ ท้ายที่สุดก็อยู่แค่ใครจะสู้กับใจตัวเองได้แค่ไหน

       กล้าบอกก่อนเลยว่าเมื่อก่อนทรายไม่ออกกำลังกายเลยยยยยยยยยย !!! จนเมื่อปีนี้ ปี 2555 เกิดมีแรงฮึดเพราะเห็นคนรู้จักหลายคนฮึดออกกำลังกายกันได้ทุกวันจนอยากลองสู้กับใจตัวเองว่าจะทำได้ไหมและก็ทำได้จริงๆออกกำลังกายได้แทบทุกวันวันละไม่ต่ำกว่า 45 นาที รู้สึกฟินมากกกที่ชนะใจตัวเองได้

       แต่เอ๋....ในเมื่อออกกำลังกายได้แล้วจะมาลองสูตรลดน้ำหนักทำไม เหตุเกิดคือทรายโดนน้องหมาบางแก้วกัด โดนสองแขนและที่ขาอีกนิดหน่อย แผลเป็นรูเขี้ยวน้องหมาเกือบสิบรู ห้ามโดนน้ำค่า ยกแขนยังลำบากออกกำลังกายไม่ต้องพูดถึง หึหึ แค่ช่วงพักฟื้นเพียงห้าวัน น้ำหนักจากปกติ 42-44 ก.ก. (ทรายสูงแค่ 156 ซ.ม.จ้า) ถีบตัวขึ้นมาเป็น 46 ก.ก.กว่าๆ แม่เจ้าขึ้นมาเกือบสี่ก.ก.จากช่วงก่อนโดนน้องหมากัด ก็เลยรู้สึกว่าไม่ไหวละ บังเอิญไปเสิร์ซใน Google เจอสูตรนี้มาและตรงกับช่วงวันพักนั่งๆนอนๆไม่ต้องใช้แรงมากเลยอยากทดลองดูว่าผลจะเป็นอย่างไรจึงเป็นที่มาของรีวิวนี้จ้า

      ชี้แจง !!! สูตรนี้ทรายไม่ทราบจริงๆว่าต้นฉบับเดิมที่แท้จริงคือใคร แต่ดูจากเมนูแล้วคิดว่าคงเป็นฝรั่ง เพราะอาหารมันไม่ใช่แบบของบ้านเรา แต่ก็ไม่ใช่ของที่หาซื้อยากจนเกินไปค่ะ ทรายซื้อทุกสิ่งอย่างมาจากโลตัสมีครบค่ะ ตามสูตรนั้น ห้ามเปลี่ยนแปลงรายการอาหาร !!!! ชัดเจนนะคะถ้าใครสงสัยว่าเปลี่ยนอะไรได้ไหมทรายตอบได้ว่า ไม่ทราบ คือเค้าบอกว่าอาหารทั้งหมดจะทำปฏิกริยากันส่งผลให้น้ำหนักลดได้ซึ่งทรายยังหาเหตุผลมาสรุปไม่ได้ว่ามันทำปฏิกริยากันอย่างไร ดังนั้นถ้าใครไม่ชอบกินอะไรอยากเปลี่ยนอะไรก็แล้วแต่ค่ะ แต่ถ้าคุณอยากทำการทดลองให้ได้ผลการทดลองที่ชัดเจนที่สุดการใช้ทุกอย่างตามสูตรที่บอกถ้ามันไม่ยากหรือทรมานใจจนเกินไปสำหรับทรายก็เลือกที่จะทำตามสูตรจ้า คือทั้งหมดเป็นของที่ทรายกินได้อยู่แล้วไม่ได้ไม่กินอะไรค่ะ กินง่ายอ่านะ อิอิ



ดูคร่าวๆตามรูปซึ่งทรายถ่ายมาไม่ครบทั้งหมดเองหล่ะแต่จะลิสต์ของที่ต้องซื้อไว้ให้นะคะ หมดกองนี่ก็ประมาณสามร้อยกว่าบาทค่ะ

1. ชา หรือ กาแฟ <<< เอาตามชอบแต่มันต้องกินเพียวๆไม่ใส่นมไม่ใส่น้ำตาลนะคะ ทรายไม่ทานกาแฟเลือกเป็นชา ชาอะไรไม่รู้เหมือนกัน แหะๆ เพื่อนซื้อมาฝากจากอินเดียค่ะ ^^
2. ส้ม 2 ผล สูตรดั้งเดิมบอกว่าเป็นเกรฟฟรุตลูกใหญ่ๆครึ่งผลแต่ใช้ส้มเขียวหวานแทนได้สองผล ของทรายในโลตัสมีแต่ส้มนาเวลก็เลยตีมึนส์จัดมาสองผลแทน 555
3. ขนมปังปอนด์ 1 ถุง ทรายเลือกเป็นแบบโฮลวีท
4. ปลาทูน่า 2 กระป๋อง ทรายเลือกเป็นในน้ำแร่ค่ะ
5. ถั่วขาวในซอสมะเขือเทศ 1 กระป๋อง ทรายซื้อมาของอะยัมมีขายในโซนปลากระป๋องค่ะ
5. แฮม 4 แผ่น
6. ไข่ไก่ 2 ฟอง
7. แครกเกอร์แบบเค็ม 1 แถว
8. ไอศครีมวานิลาถ้วยเล็ก 3 ถ้วย
9. โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 2 ถ้วย
10. กล้วยหอมถ้าลูกใหญ่ 1 ลูก แต่ตอนทรายซื้อมันลูกไม่ใหญ่และขายยกแพ็คสี่ลูกก็เลยต้องสอยมาตามนั้น
11. ถั่วฝักยาว 120 กรัม
12. บล็อคโคลี่ 120 กรัม ทรายหยิบมาหนึ่งหัวเล็กๆน้ำหนักพอดีเลย
13. ดอกกะหล่ำ 120 กรัม มีขายแต่หัวใหญ่ๆเลยจำยอมซื้อมาชั่งแบ่งเอาเอง
14. แครอท 120 กรัม ครึ่งหัวมีเหลือที่บ้านพอดี
15. หัวบีทรูท 240 กรัม ซื้อมาเป็นแพ็ค 2 หัว 300 กรัมลดครึ่งราคาพอดี 555
16. แอปเปิ้ล 1 ผล
17. แคนตาลูป 1 ชิ้น ไม่ได้ถ่ายรูปมาเพราะไปซื้อร้านผลไม้มาทีหลังค่ะ

-----------------------------------------------------------

สูตรอาหารลดน้ำหนักใน 3 วัน


***ห้ามเปลี่ยนแปลงรายการอาหารใดๆ เพราะอาหารชุดนี้จะทำปฏิกิริยาทางเคมีซึ่งกันและกัน
***เครื่องปรุงเพิ่มสามารถใช้ได้เพียง เกลือ และพริกไทยเท่านั้น !!!
***ระหว่างใช้สูตรนี้ระหว่างวันให้ทานน้ำเปล่าเยอะๆจะให้ดีทานก่อนอาหาร 15 นาทีหนึ่งแก้วใหญ่จะทำให้อิ่มไวขึ้นค่ะ
***ผักต้มทรายใส่เกลือเข้าไปด้วยตอนต้มทำให้สีผักไม่เปลี่ยนดูน่าทานกว่าจ้า
***หลังจากทานสูตรนี้ค้นพบกว่าบีทรูทต้มอร่อยมากไว้ซื้อมาต้มกินอีก 555 และหม่ำแอปเปิ้ลคู่กะโยเกิร์ตเข้ากันดีจริงๆ ><



วันที่ 1

มื้อเช้า
- ชา หรือ กาแฟ ไม่ใส่น้ำตาล
- ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
- ถั่วขาวในซอสในมะเขือเทศ (Baked Bean) 120 กรัม
- ส้ม 2 ผล (ถ้าเป็นส้มขนาดเล็ก 2 ผล ของทรายซื้อมาลูกใหญ่บึ้มกินไม่หมดกินไปแค่ผลเดียวจ้า)

มื้อกลางวัน
- ชา หรือ กาแฟ ไม่ใส่น้ำตาล
- ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
- ปลาทูน่า 120 กรัม

มื้อเย็น
- แฮม 2 แผ่น
- ถั่วฝักยาวต้ม 120 กรัม
- บีทรูทต้ม 120 กรัม
- ไอศกรีมวนิลา 1 ถ้วยเล็ก

------------------------------------------------------------------



วันที่ 2


มื้อเช้า
- ชา หรือ กาแฟ ไม่ใส่น้ำตาล
- ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
- ไข่ต้ม 1 ฟอง
- กล้วยหอม 1/2 ผล

มื้อกลางวัน
- ชา หรือ กาแฟ ไม่ใส่น้ำตาล
- แครกเกอร์ชนิดเค็ม 5 แผ่น
- โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย

มื้อเย็น
- แฮม 2 แผ่น
- บร็อคคอลรี่ต้ม 120 กรัม
- แครอทต้ม 120 กรัม
- กล้วยหอม 1/2 ผล
- ไอศกรีมวนิลา 1 ถ้วยเล็ก

------------------------------------------------------------------



วันที่ 3


มื้อเช้า
- ชา หรือ กาแฟ ไม่ใส่น้ำตาล
- แครกเกอร์ชนิดเค็ม 5 แผ่น
- โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย
- แอปเปิ้ล 1 ผล

มื้อกลางวัน
- ชา หรือ กาแฟ ไม่ใส่น้ำตาล
- ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
- ไข่ต้ม 1 ฟอง

มื้อเย็น
- ปลาทูน่า 120 กรัม
- ดอกกระหล่ำต้ม 120 กรัม
- บีทรูทต้ม 120 กรัม
- แคนตาลูป 1 ชิ้น
- ไอศกรีมวนิลา 1 ถ้วยเล็ก

------------------------------------------------------------------



      ในสามวันตลอดการทดลองทรายใช้ชีวิตตามปกติ รวมถึงออกกำลังกายเบาๆในวันที่สองของการใช้สูตรนี้ คือเดินลู่หนึ่งชั่วโมงเบิร์น 420 Kcal และระหว่างวันนั่งดูทีวีทรายก็จะปั่นจักรยานอยู่กับที่ไปเรื่อยๆค่ะ



สรุปผลสำหรับทราย 3 วันที่ทดลองสูตรนี้ทรายได้เริ่มลดเองก่อนจาก 46 กว่าๆเหลือ 45.3 ก.ก. หลังลดเหลือ 41.2 ก.ก. หมายความว่าลดไป 4.1 ก.ก. (ทรายสูง 156 ซ.ม.เท่านั้นค่ะ) ซึ่งลดมากกว่าที่คิดจริงๆเพราะเค้าบอกว่าสูตรนี้จะลดได้ 5% ของน้ำหนักตัว ซึ่งของทรายที่ลดเยอะอาจเพราะปกติทรายทานเยอะมาก เมื่อลดอาหารลงรวมกับการออกกำลังกายเลยทำให้น้ำหนักลงได้เยอะค่ะ และอีกอย่างทรายเป็นคนระบบเผาผลาญค่อนข้างดีเป็นทุนเดิมค่ะ เป็นคนน้ำหนักขึ้นๆลงๆเยอะเป็นปกติอยู่แล้ว
           หลังจากเลิกทานตามสูตรได้ 5 วันชั่งน้ำหนักอยู่ที่ 42.5 - 43 ก.ก. ทรายทานทุกอย่างที่อยากทานเค้กขนมจัดเต็มเพราะรู้สึกว่าน้ำหนักที่ลดไปเหลือ 41.2 ก.ก. มันน้อยไปสำหรับทรายไม่ชอบให้ดูตัวแห้งๆเกินไปค่ะ ทรายกลับมากินเยอะเหมือนปกติน้ำหนักก็ไม่ได้กระเด้งขึ้นมามากมายแต่อย่างใดทั้งที่ตั้งใจจะทำน้ำหนักให้เพิ่มขึ้นมา แต่ทรายก็ยังคงออกกำลังกายไปด้วยเหมือนเดิมจ้าเลยเป็นส่วนที่ช่วยคุมน้ำหนักและหุ่นให้เฟิร์มอยู่ตัว

------------------------------------------------------------------

ฝากคำพูดสรุปของทรายไว้นิดนึงนะคะ !!!

- ทรายทำสูตรนี้แล้วเฉยๆกินอิ่มจนแทบกินไม่หมดทุกมื้อ มีแรงทำงานได้ปกติรวมถึงออกกำลังกายก็ไหวไม่ได้เหนื่อยไม่ได้โหย ไม่มีอาการเวียนศีรษะหรืออย่างใด ซึ่งอันนี้ต้องแล้วแต่คนถ้าคุณทำแล้วไม่มีแรงหรือเกิดอาการเวียนหัวก็หยุดเถอะค่ะ ร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกันไดเอ็ทแล้วทรมานสุขภาพมันไม่ดีแน่นอน

- การลดน้ำหนักด้วยการลดปริมาณอาหารนั้นต้องดูว่าปกติเราทานอาหารในปริมาณเท่าไหนถ้าเรามองว่าสูตรนี้มันน้อยเกินไปสำหรับเราก็ไม่ควรทดลองทำค่ะแต่ถ้ามองแล้วมันอยู่ในปริมาณที่เรารับได้อยากลองทำก็ไม่ได้เสียหายเพราะมันก็ได้สาอาหารครบห้าหมู่ ซึ่งสำหรับบางคนทรายว่าบางวันเรายังทานผักได้น้อยกว่าตอนกินในสูตรนี้อีกเน่อ ส่วน
ผลข้างเคียงนั้นมันคืออาหารปกติไม่ใช่ยาลดความอ้วนสำหรับทรายไม่มีผลข้างเคียงค่ะ มีอย่างเดียวคือระหว่างที่ทดลองทรายกินน้ำเยอะเลยจะมีอาการปวดปัสสาวะบ่อยมากแค่นั้นจ้าไม่รู้ว่าคนอื่นจะเป็นแบบเดียวกันไหม ส่วนการขับถ่ายก็ปกติค่ะถ่ายทุกวัน แอบมีสีของบีทรูทออกมาด้วย 555

- สำหรับสูตรนี้ทรายกล้าที่จะทดลองเพราะดูแต่ละเมนูแล้วว่าได้รับสารอาหารที่เพียงพอ ทานอาหารครบทุกหมู่ และทานครบทุกมื้อไม่ได้อดอาหารแต่อย่างใด จากปกติที่เป็นคนทานเก่งมาก แต่สูตรนี้ก็ไม่ได้ทำให้หิวโหยระหว่างวัน

- ถามว่าโยโย่ไหม ?? ไม่ว่าจะทำการลดน้ำหนักด้วยวิธีใดก็ตาม การโยโย่เกิดจากพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตของเราเอง หลายคนพอน้ำหนักลดกลับไปกินมากกว่าปกติแล้วไม่ออกกำลังกาย ยังไงก็ต้องอ้วนค่ะ สรุปแล้วทุกอย่างอยู่ที่ตัวคุณเลือกที่จะทำตัวยังไงนั่นเองค่ะ

- ทุกอย่างอยู่ที่วิจารณญาณของเราเลือกเองว่าจะดูแลตัวเองอย่างไร รีวิวนี้ทรายไม่ได้ต้องการชี้แนะหรือชักชวนให้มาลองทำการไดเอ็ทด้วยวิธีเดียวกันนี้แต่อย่างใด เพียงแต่ครั้งนี้เป็นความต้องการทดลองสูตรนี้ด้วยตัวของทรายเองเท่านั้นค่ะว่าจะได้ผลเพียงไร และถ้าใครสามารถตอบได้ว่าอาหารเหล่านี้ทำปฏิกริยากันแล้วทำให้น้ำหนักลดได้อย่างไรทรายรบกวนช่วยให้คำตอบไว้ด้วยนะคะจะขอบคุณมากๆเลยค่า^^

- หลังเลิกทานสูตรนี้อยากคุมน้ำหนักก็ทานอาหารปกติแค่ทานให้น้อยลงกินผักให้มากขึ้นและออกกำลังกาย เป็นเรื่องพื้นฐานที่เรารู้อยู่แค่จะทำได้ไหมเนอะๆ ^^

- สรุปสุดๆการลดน้ำหนักหรือการดูแลสุขภาพด้วยวิธีที่ดีที่สุดสำหรับทรายนั่นก็คือ "การออกกำลังกาย" อยากจะบอกสาวๆทุกคนว่าไม่ต้องคิดมากหรือสนใจว่าคนนั้นคนนี้ออกกำลังกายอย่างไรจึงดูดีเพราะจริงๆสำหรับคนเริ่มออกกำลังกายอยากให้ดูว่าเราไหวแค่ไหน และการออกกำลังกายประเภทไหนที่เราชอบและทำได้ ตอบตัวเองง่ายๆว่าออกกำลังกายกับไม่ออกกำลังกายอย่างไหนดีกว่า ต่อให้เราไม่มีเวลาห้านาทีสิบนาทีที่ได้ออกกำลังกายก็ถือว่าดีกว่าอยู่เฉยๆแล้วค่ะ ^^ สู้ๆไปด้วยกันนะคะแถมนิดนึงว่าถ้าอยากเห็นผลควรออกกำลังกายอย่างน้อยให้ได้อย่างน้อย 45 นาทีจ้า Smiley

         ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมนะค๊า แล้วเจอกันบล็อคหน้าจ้า จุ๊ฟๆ Smiley
SmileySmiley


ปล.ถ้าถามคำถามใดตามที่ทรายได้พิมพ์ไว้ในรีวิวแล้วทรายของดตอบนะคะอยากให้อ่านรีวิวที่ตั้งใจพิมพ์ไว้มากกว่าค่า
ปล.2 ถ้าไม่เห็นด้วยกับวิธีนี้รบกวนงดไม่ต้องอ่านไปเพื่อความสบายใจจ้า เพราะทรายย้ำเสมอว่าไม่ได้แนะนำให้ใครทำตามค่ะ ^^

-------------------------------------------------------------------

เรื่องการเปลี่ยนแปลงรายการอาหาร
ชี้แจงเน้นตัวแดงไว้ให้ด้านบนแล้วไม่ขอตอบซ้ำนะคะ !!!




 

Create Date : 16 กรกฎาคม 2555    
Last Update : 12 พฤษภาคม 2556 14:24:10 น.
Counter : 48874 Pageviews.  

1  2  

BlogGang Popular Award#13


 
SaRaY
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 532 คน [?]




..........ชื่อ "ทราย" นะค๊า นามแฝงที่ใช้ก็มี SaRaY และก็ Mhunoiii (หมูน้อย) ค่า สนใจการถ่ายภาพ กะการแต่งหน้า จากเป็นงานอดิเรกจะกลายเป็นงานประจำอยู่แล้ว 555 เลยอยากจะทำบลอคเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้มานะค๊า ได้มากบ้างน้อยบ้าง มั่วๆกันปายยยย อิอิ

สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าการลอกเลียนแบบ
หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของรูปภาพและข้อความใน
http://www.mhunoiii.bloggang.com แห่งนี้ไปใช้
ทั้งโดยเผยแพร่ หรือเพื่อการอ้างอิงโดยไม่ได้รับอนุญาต
จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด

ปล.ห้ามมิให้นำภาพใดๆจากในบล็อคไปใช้เพื่อการขายของโดยเด็ดขาดนะคะ !!!

---------------------------------------------------------

hits
New Comments
Friends' blogs
[Add SaRaY's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.