All Blog
รีวิว : น้ำหอมภาคพิเศษ (ขอบคุณอภินันทนาการจากคุณ ROBfan )
บ่ายแก่ ๆ กับวันฝนตก วันนี้ได้รับพัสดุไปรษณีย์ส่งมาจากคุณ ROBfan เพื่อนที่น่ารักในกระทู้ SotD
( scent of the day) แกะซองออกมาก็ต้องร้องว้าวเสาร์อาทิตย์นี้จะเป็นวันพักผ่อนที่วิเศษแน่ ๆ
เพราะคุณ ROBfan ส่งน้ำหอมมาให้เราเทสต์และเขียนรีิวิวชนิดน้ำไหลไฟดับ 5 กลิ่น อิอิ
ประกอบด้วย

Photobucket

Narciso - Essence
Gucci - Rush
Benefit -Maybe Baby
Estee Lauder - Pure White Linen
J.Lo - Still

แถมกาแฟกับผงเครื่องเทศมาให้ลองชิมอีก ^___^ ขอบคุณมากค่ะ

Photobucket


Benefit - Maybe baby น้ำหอมที่เราอยากลองที่สุด แต่ยังหาโอกาสลองไม่ได้ซะที
ไปถึงเคาน์เตอร์ก็ลืมเผลอไผลไปเทสต์ตัวอื่นก่อนทุกที

Photobucket

Top Note: apricot & white ginger

Middle Note: fresh water blossoms of cyclamen, lychee & bergamot

Base Note: white musk, Himalayan poppy & warm peach

สเปรย์แรกที่ออกมาถ้าใครเอาผ้าผูกตาเราไว้ แล้วฉีดน้ำหอมกลิ่นนี้พร้อมกับยื่นแขนข้างนั้น
มาที่จมูกเรา เราอาจก้มหน้าลงกัดแขนคุณได้ 555 กลิ่นเปิดชัดเจนด้วยกลิ่นหอมของลูกแอพริคอท
ลองนึกถึงลูกแพริคอทที่สุกฉ่ำเต็มที่ผิวสีส้มอมเหลืองนวลนะคะว่ามันหอมหวาน
น่าลิ้มลองขนาดไหน (เป็นน้ำหอมกลิ่นที่เขียนถึงแล้วอยากตรงดิ่งไปตรงแผนกผลไม้เพื่อซื้อมากินจริง ๆ ^^") ก่อนที่กลิ่นหอมเย็นจากดอกไม้จะแทรกตัวขึ้นมาหยอกเย้า บุคลิกโดยรวมของกลิ่น
ทำให้นึกถึงคำพูดที่ว่า "เซ็กซี่ ขี้เล่น เป็นกันเอง" สไตล์นั้นล่ะค่ะ เหมือนเด็กสาวมีสเน่ห์แสนซน
ชอบหัวเราะปากกว้าง ๆ มีรอยยิ้มจริงใจเปิดเผย ในบางคราวก็หน้าแดงเขินอายเวลาพูดคุยกับชายหนุ่มที่ตัวเองชอบ น่ารักจริง ๆ ค่ะกลิ่นนี้ เหมาะกับอากาศบ้านเราด้วยค่ะ หอมละมุนไม่ฉุนจมูก

ปล.เราเป็นคนชอบเชื่อมโยงคู่แฝดให้น้ำหอมต่าง ๆ ที่ได้ทดลอง
กลิ่นนี้ทำให้เรานึกถึงเซท Camellia จาก OP ล่ะค่ะ ซึ่งแน่นอนเป็นอีกกลิ่นที่เราชอบ ^____^

Photobucket


J.Lo - Still กลิ่นโปรดของสาว ๆ หลายคน จะเป็นไงน๊า

Photobucket

กลิ่นหอมสดชื่นของใบชานำเด่นมาเลยค่ะ ผสานกับกลิ่นหอมเย็นของดอกมะลิสีขาวนวล
กลายเป็นกลิ่นมะลิเจือชาอ่อน ๆ ที่ Still บนผิวเราตลอดเวลา ^^"
(นึกถึง ล๊อคซิทาน Jasmin green tea เลยค่ะ แต่ Still หวานมะลิกว่าออกเย็น ๆ กว่า)
สไตล์สาวรักธรรมชาติ ชื่นชอบในสีเขียวและกลิ่นหอมแนวพฤกษานานาพันธุ์ น่าจะชอบค่ะ
ใส่ได้สบายตลอดปีค่ะ ไม่หวานขนมหวานลูกกวาด หน้าร้อนหน้าหนาวใส่ได้หมด
ด้วยแนวกลิ่นเรียบ ๆ เรื่อย ๆ ไม่หวือหวาอะไรมากมาย เรียกว่าคุณจะใส่ชุดไหนอยู่บ้าน
ก็ใส่ Still แล้วเดินออกไปข้างนอกได้เลย ไม่ต้องนึกถึงวาระโอกาสพิเศษอะไร
ไม่ต้อง Dress up สไตล์ "ฉันเป็นฉันเอง"


Estee - Pure White Linen เคยลองนานจนลืมไปแล้ว เดี๋ยวได้กลับมาทบทวนความจำกันอีกครั้ง ^^

Photobucket

Top Notes
Grapefruit, Italian Mandarin, "Air Notes", Iced Rose Tea, Raspberry, Pear, Granny Smith Apple, Dewy Greens, Blooming Lilies, White Freesia, White Ginger, Cardamom.

Middle Notes
Red Tulips, Rose Absolute, Wild Honeysuckle, Gardenia, Tuberose, Jasmine, Soft Iris, Osmanthus.

Base Notes
White Cedarwood, Patchouli, White Heliotrope.

ส่วนมากน้ำหอมของ Estee จะใช้กลิ่นดอกไม้ในส่วนผสมค่อนข้างมาก จะไม่ใช่แนวโปร่งเบาเท่าใดนัก
Pure white linen ก็เหมือนกันแม้จะถูกวางคอนเซปไว้ด้วย ads.ภาพหญิงสาวใส่ชุดผ้าชีฟองพลิ้ว ๆ เดินกินลมริมชายทะเล สื่อถึงฤดูร้อนอันสดใส แต่สำหรับเรา Pure white linen ก็ยังค่อนข้างจะหนักไปสำหรับช่วง Summer กลิ่นออกแนวหอมเปรี้ยว ๆ ด้วย Grapefruit, Italian Mandarin,Granny Smith Apple และกลิ่นสดชื่นของ Dewy Greens กับดอกลิลลี่ กลิ่นเขียว ๆ ที่ชวนให้นึกถึงที่กว้าง ๆ สุดสายตา ความอิสระเสรีอย่างไร้พรมแดน ก่อนจะตามมาด้วย Middle note ที่แทบจะยกดอกไม้ทั้งสวนมาแทนที่ทุ่งหญ้ากว้างไกล กลิ่นสุดท้ายผสานไม้หอมเข้ากับความเย็นของ Patchouli เหมือนกลิ่นหอมของลมที่พัดกลิ่นดอกไม้ในทุ่งกว้างมาปะทะโสตสัมผัส สวยงามแต่หอมแรงไปหน่อยสำหรับเรา

Gucci - Rush แดงแรงร้อนที่ไม่เคยลืมเลือน

Photobucket

FRAGRANCE NOTES - floral gardenia, coriander seeds, jasmine, rose, and vanilla

ร้อนทั้งสีแดง แรงทั้งคอนเซปอีโรติกรัญจวนใจ Sex in a Bottle
กับกลิ่นที่ใครก็ต้องสะดุดกึก ด้วยแนวกลิ่น oriental woody ที่อบอุ่นเย้ายวน
กลิ่นหอมหวานแรงแฝงความคลาสสิคด้วยความหอมจากดอกพุดซ้อน ผสานกับความร้อนแรงของเครื่องเทศอย่าง coriander seeds(ลูกผักชี) ก่อนปิดท้ายด้วยความกลมกล่อมออกหวาน ๆ จากวานิลา
ด้วยความแรงทั้งภาพลักษณ์และที่สำคัญกลิ่นก็แรง ^^

สำหรับ Gucci - Rush อาจพูดได้ว่า "ถ้าไม่รักก็เกลียดไปเลยล่ะ" ส่วนเราไม่ถึงกับรักแต่ชอบค่ะ ^__^ เราชอบได้กลิ่นนี้ในเวลาที่เหมาะกับสถานที่ เช่นเก็บ Rush ไว้ใส่หน้าหนาวห้องแอร์หรือเมืองหนาวเถอะมันจะทำให้คุณดูอบอุ่นน่ากอด แต่ถ้าหน้าร้อนมันจะทำให้คุณน่าถอยห่างหากเผลอสเปรย์หนักมือแม้แค่หน่อยเดียว เก็บ Rush ไว้ใส่เวลาเที่ยวผับ ดีกว่าใช้ในออฟฟิศ ประมาณนี้อ่ะค่ะ (สำหรับเรา Gucci - Rush เป็นน้ำหอมที่เซ็กซี่เหลือร้าย บาดจมูก เกินกว่าจะใส่ในที่ทำงานเช่นเดียวกับ
Dior - Poison / JPG - Classique )

บุคลิกของน้ำหอมกลิ่นนี้เป็นสไตล์สาวมั่นทันสมัย ตัดสินใจเฉียบพลันโดยไม่ลังเล
โดดเด่น จัดจ้า ร้อนแรง และชัดเจนราวสีสันบนภาพวาดแบบ abstract expressionist

ปล. Gucci - Rush ทำให้เรานึกถึง Versace - Crystal Noir ในเวอร์ชั่นที่สุขุมลุ่มลึกกว่า
(แต่ก็ไม่เหมาะใส่ในวาระโอกาสทั่ว ๆ ไปเหมือนกัน)

สุดท้าย Narciso - Essence ตัวนี้เราเคยรีวิวไว้ใน รีวิวว่าด้วยน้ำหอมภาคพิเศษน่ะค่ะ

Photobucket

Note : rose, iris, musk, benzoin

อยากมีกลิ่นหอมเหมือนพึ่งอาบน้ำเสร็จตลอดเวลามั้ย? Narciso Rodriguez - Essence
เป็นอีกตัวเลือกที่ตอบโจทย์นี้ด้วยความหอมสะอาดสะอ้าน กับความทรงจำ
สองอย่างที่เราคุ้นเคย 2 อย่างนั้นก็คือ กลิ่นกุหลาบแนว modern rose แบบในน้ำหอมของ Stella McCartney (ตัวแรกของเค้าเลยขวดสีม่วงน่ะค่ะ) ผสมกับกลิ่นความทรงจำอีกอย่าง
มันคือสบู่ลักส์!!! สำหรับเรา Essence ของ Narciso ให้ความรู้สึก
แบบกำลังอาบน้ำด้วยฟองครีมหนานุ่มของสบู่ลักส์กลิ่นกุหลาบก้อนสีชมพูสมัยก่อนน่ะค่ะ
เป็นน้ำหอมที่เหมาะกับช่วงหน้าร้อนดีทีเดียว แต่อย่าเผลอสเปรย์หนักมือเด็ดขาดล่ะ
แม้มันจะ soft,clean แต่ถ้ามากไปคุณอาจกลายเป็นร้านซักรีดเคลื่อนที่ได้ง่าย ๆ กับกลิ่นแนวสบู่ ๆ
แบบนี้ ^^"



Create Date : 05 มิถุนายน 2552
Last Update : 23 พฤษภาคม 2553 3:01:54 น.
Counter : 8006 Pageviews.

29 comment
รีวิว : ว่าด้วยน้ำหอมภาคพิเศษ
ก่อนอื่นต้องขอบคุณอภินันทนาการจากคุณ Benzac ที่สรรหาน้ำหอมแปลก ๆ บางตัวก็ไม่มีในประเทศไทย รวมถึงพวก niche ที่วางกลุ่มเฉพาะไว้ ด้วยราคาเฉพาะกลุ่มจริง ๆ
(ซึ่งเราขอเป็นลมก่อนนะสำหรับไซส์จริง 555) มาให้เราได้เปิดโลกน้ำหอมเพิ่มขึ้น
สามสี่วันก่อนก็เลยสั่งมาทดสอบดู (นับเป็นความสุขอย่างหนึ่ง อิอิ) กลิ่นวันนี้มีเวลาว่าง
ได้ฤกษ์เอามาลง blog ซะที

Photobucket

1.Adolfo Dominguez - NOCHE D ROSE ได้กลิ่นแล้วแบบตาหวานเยิ้มเพ้อกันไปเลย 555
เห็นคุณ Benzac บอกภาษาอังกฤษแปลว่า "night rose" กุหลาบราตรีกลิ่นนี้
ทำเรานึกถึงเพลง La Vie En Rose อารมณ์แบบชีวิตที่หรูหราสวยงามราวโรยด้วยกลีบกุหลาบ
สีแดงเข้มกำมะหยี่ ดมแล้วเหมือนกับตกอยู่ในภวังค์แห่งความสุขและความรักที่รายล้อมอยู่รอบ ๆ ตัว
แบบนั้นเลยค่ะ เป็นกลิ่นกุหลาบที่หอมหวานโรแมนติกมากที่สุดตั้งแต่เคยดมน้ำหอมกลิ่นกุหลาบมา
(ขอโทษนะ Jo Malone ที่ให้คะแนนความโปรดตัวนี้แซงหน้า ^^") หวานเข้มข้นแต่แฝงความสดชื่น
เป็นกลิ่นที่ Rich,Sweet และ Elegance มากๆ ค่ะ

ปล.หากกลิ่นนี้มีชีวิตก็คงสไตล์อู้ฟู่ย้อนสมัยไปยุควิคตอเรียนอย่างในภาพ

Photobucket


2. Bvlgari - Pour Femme จริง ๆ กลิ่นนี้เราใช้ขวดใหญ่อยู่แล้ว เป็นอีกกลิ่นที่ชอบมากๆ
เลยขอสั่งขนาดพกพามาไว้ใช้ด้วย ^___^

Bvlgari - Pour Femme (EDP) แนว Floral
เป็นน้ำหอมกลิ่นแรกที่รู้สึกว่าดมแล้วใช่เลย เหมือนเกิดมาเพื่อเรา อิอิ
อบอุ่น นุ่มนวล อ่อนหวานมากๆ แต่ไม่เลี่ยนไม่เวียนหัว กลิ่นเหมือนแป้งหอมนวล ๆ บนผิวกาย
ตัดด้วยกลิ่นสดชื่นของชาขาว ที่พิเศษคือเป็นอีกกลิ่นที่แฟนเราบอกว่า
ตัวหอมจัง ^___^ แต่ไม่ได้หอมเอ็กซ์เซ็กซี่ ติดเรทแบบ Jean Paul - Classique น๊า
หอมแบบกลิ่นแป้งน่าทะนุถนอมแนวเลดี้แบบนั้นมากกว่า

ความชอบ มีคะแนนเต็มเท่าไหนก็ให้เท่านั้นล่ะ อิอิ 10 เต็ม 10 ค่ะ
ชอบมากถึงมากที่สุดจนตั้งใจจะใช้เป็น Sinature Scent เลยล่ะ
(ถ้าทำได้ไม่หลายใจนะ)

2.1 Bvlgari - Rose Essentielle กรุ่นกลิ่นกุหลาบหอมละมุนที่ถูกสร้างโดยใช้ Bvlgari - Pour Femme เป็นพื้นฐาน (ตอนที่เคยดมครั้งแรกมันเหมือนกับตัว pour femme มากกก ถ้าตัดกลิ่นกุหลาบที่ใส่เข้ามามากกว่าปกติและ blackberry ก็คือ pour femme ดี ๆ นี่เอง) เจือความสดชื่นของผล blackberry และดอก momise อันสดใสทุกอย่างผสมผสานอย่างลงตัว เคยมีคนนิยามว่ากลิ่นนี้ให้ความรู้สึกแบบ very delicate, feminine,romantic, elegant ก็เห็นจะไม่ผิดเพี้ยน

ปล.เป็นไงไม่รู้เวลาได้กลิ่น pour femme และ Rose Essentielle เรานึกถึงเจ้าหญิงแห่งโมนาโค (Grace Kelly) แฮะ ^^

Photobucket

Grace Kelly ^___^

Photobucket


3.แล้วก็มาถึงตัวทีรอคอย...อยากลองมากถึงมากที่สุดกับ

Guerlain - Champs Elysees ตระกูล floral fruity ได้รับเสียงชื่นชมในทางบวกมากจริงๆ
จากเวปต่างประเทศว่าออกแนวหอมไฮโซ หวาน สดชื่น บางเบา ชวนให้นึกถึงสายลม
หยอกเย้ายามฤดูใบไม้ผลิ

"คือความหอมสว่างไสว งดงามตระการตา เหมือนไฟพราวแสงบนถนนฌองเอลิเซ่"

Delicate fruity-floral fragrance. Mimosa, rose, almond, and forest fruits are followed by melon and exotic fruits. It is a day-time perfume. It was first created by Jacques Guerlain, Jean-Paul Guerlain in 1904, but the contemporary Champs Elisées has nothing common with the first fragrance but the name. Still it is also a beautiful fragrance. The new Champs Elisées was launched in 1996.

Photobucket

แต่...ทำไม๊ ทำไม ฌองเอลิเซ่ถึงไม่รักชิฟฟ่อนฯ 555 เพราะเมื่ออยู่บนผิวเรา
มันกลายเป็นหมากฝรั่งตรานกแก้ว (ต๊ายฟ้องอายุมาก ๆ อิอิ) bubblegum bubblegum bubblegum หอมหวานเย็น candy fruity สุด ๆ ถ้าถามว่าหอมมั้ยมันก็หอมค่ะ
แต่มันไม่เข้ากับผิวเรา (บนผิวเรา blvgari 2 ตัวบนนั้นกลิ่นแบบฟุ้งออกมาเลยเรียกว่า
"คลิ๊กกัน" ได้ดีตลอดรอดยัน basenote มากกว่าของเกอร์แลงค่ะ)

EDIT : Guerlain - Champs Elysees

ก่อน 7 โมงเช้าวันนี้ ไหน ๆ มันก็ไม่เข้ากับผิวเราแล้ว เลยเอามาฉีดด้านในตรงชายเสื้อ 1
หลัง 1 และอดไม่ได้ที่จะขอลองอีกครั้งตรงข้อมือก่อนจะเอาไปแตะเบา ๆ ตรงต้นคอ ผ่านไปซัก 10 นาที จากกลิ่นหวานเย็นแบบหมากฝรั่งตรานกแก้ว ^^" ก็กลายเป็นหวานเรื่อเย็น ๆ คล้ายกลิ่นหอมของดอกบัวที่แย้มบานรับแสงแรกของวันในรุ่งเช้า

8 โมงเข้าลองดมข้อมือตัวเองอีกครั้ง หอมนะกลิ่นพริ้ว ๆ ติดหวาน แต่...มันก็ยัง
ไม่เข้ากับเคมีในร่างกายเราอยู่ดี เสียดายมากกกก (แต่ที่เสื้อหอมนะคะ)

นึกถึงตอนเทสต์ Calvin Klein - Euphoria Blossom
ที่ทำให้เราหลงรักใน 5 นาทีแรก ก่อนจะกลายเป็นกลิ่นไหม้ๆแบบหัวไม้ขีดไฟที่ถูกจุดแล้ว - -"
ทั้งที่กับบางคนมันหอมมาก ๆ เรื่องน้ำหอมเลือกคนเห็นจะจริงค่ะ อิอิ

Photobucket

4.Narciso Rodriguez for her (EDT)

อื่ม...ยังไงดีกลิ่นนี้ เราค่อนข้างเฉย ๆ แฮะ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเคยอ่านรีวิวก่อนหน้านี้มากหรือเปล่า
หลายเสียงในเวป fragrantica บอกว่า Narciso มีคู่แฝดคือ Bond Girl ของ Avon และ Avon - Bond Girl คือ Narciso ภาคเอื้ออาทร ประกอบกับในกระทู้ SotD โต๊ะแป้งคุณมด ( PopMizi ) เคยเล่าว่าเวลาเธอใส่ Bond Girl ที่ทำงานจะถามว่าใส่ Narciso เหรอวันนี้ - -" ซึ่งพอเราไปดมดูมันก็แทบจะเป็นแฝดผิดฝากับเวอร์ชั่นเอื้ออาทรที่เรามีอยู่จริง ๆ ด้วย อิอิ Narciso กลมกล่อมกว่านิดหนึ่งตรงที่กลิ่นไม่แหลมคมเท่า แต่ก็แค่นิดเดียวจริง ๆ

อ่อลืมบอกไปทั้ง Narciso และ Bond Girl เป็นน้ำหอมตระกูลเดียวกันคือ Floral Woody Musk ค่ะ ส่วนคำบรรยายแบบละเอียดของตัว Narciso ขอเอาที่คุณ Benzac เขียนบรรยายไว้นะคะ
(เริ่มขี้เกียจซะงั้น อิอิ) แต่สำหรับเรามันเหมือน Bond Girl ที่เรามีจริง ๆ ค่ะโดยเฉพาะช่วงกลิ่น base note

" Narciso Rodriguez for her (EDT) ส่วนตัวผมลองปี 2006 ครับ เดินอยู่ที่ Central World แล้วเขาแจกริบบิ้นให้ลอง หอมมาก ๆ ตอนนั้นเห็นริบบิ้นสีชมพูก็คิดว่าเป็นของผู้หญิงแน่นอน แต่ความรู้สึกบอกว่า unisex

สุดท้ายก็หามาครับ เพราะหอมจริง ๆ และต้องการใช้เองด้วย กลิ่น soft แต่ติดทน ให้ความรู้สึกทันสมัยมาก ๆ แถมยัง seductive และให้ความรู้สึกสง่างามแบบหากลิ่นอื่นที่ใกล้เคียงแทบไม่เจอ กลิ่นออกไปทาง sweet, powdery และ musky ครับ โดยได้ musk อยู่ตรงกลางเป็นตัวช่วยดึงดูดเพศตรงข้าม ผมเข้าใจว่าผู้หญิงหลาย ๆ คนได้ลองตัวนี้แล้วแน่นอน คงไม่ต้องบรรยายมากนะครับ"

(จาก //www.weloveshopping.com/template/w17/showproduct.php?pid=12437362&shopid=131028)

Narciso for her

Photobucket


VS


Avon - Bond Girl

Photobucket

5.Gap - Grass ตัวสุดท้ายละรอบหน้าค่อยว่ากันใหม่ อิอิ

ตอนเปิดกล่องออกมาได้กลิ่นตัวนี้ลอยออกมาตัวแรกเลยค่ะ ได้กลิ่นแล้วแบบสะดุดกึก
มันเป็นกลิ่นที่คุ้นเคยมากๆ แต่นึกไม่ออกจนกระทั่งหยิบขวดมาดูนั่นล่ะ Gap - Grass
พอเห็นชื่อเลยนึกถึงกลิ่นสนามหญ้าที่พึ่งถูกตัดใหม่ ๆ ขึ้นมาทันที มันกลิ่นเขียว ๆ แบบนั้นล่ะค่ะ
อารมณ์สบาย ๆ เหมือนจูงน้องหมาเดินเล่นยามเช้า ย่ำเท้าลงบนพื้นหญ้า
ชิล ๆ กับความงดงามของธรรมชาติโดยรอบประมาณนั้นล่ะค่ะ ^___^

Photobucket


ปล. ภาพประกอบที่ไม่มีลายเซ็นต์ Chiffon หรือ Juliet มาจาก google นะคะ


@@@@@@ เดี๋ยวกลับมาเขียนต่อวันนี้จะไปเดินเล่นลัลล๊า ส่งท้ายก่อนย้ายที่อยู่ @@@@@@@

ว่าจะแวะเทสต์ Burberry - London/Dior - Diorella (ตัวนี้ไม่รู้ว่าที่เคาน์เตอร์ยังมีหรือเปล่า
มันออกมา 40 ปีได้ พอดีเมื่อวานไปเจอรีวิวใน basenote 23 รีวิวพยักหน้าเห็นพ้องว่ามันเยี่ยมมาก
โดยไม่แตกเสียงกันเลย 555 เลยอยากลองมาก/Chanel - Coco Mademoiselle (เคยลองตอนอายุ
22 จำได้ว่ามันเหม็นมากกกก แต่ผ่านมา 7 ปีอะไร ๆ มันอาจดีขึ้น อิอิ ว่าจะไปลองอีกครั้ง)
สุดท้ายตัวใหม่ของ Narciso รุ่น Essence เห็นว่าหอมเหมือนสบู่ลักส์สมัยก่อน

@@@@@@@ 15.15 น. กลับมาจากการเดินทางด้วยหนอนด่วนใต้พิภพ
แหมเรียก MRT ซะโบราณ 555 @@@@@@@

อย่างที่บอกเรายังมีน้ำหอมที่มันคาใจประมาณว่าต้องไปลองให้ได้ เลยจับหนอนด่วนจรลีไปเซ็นทรัลลาดพร้าว ถึงประมาณ 11 โมงแวะกินข้าวเสร็จก็เช็คความสวย ก่อนจะซ้อมทำหน้านิ่ง ๆ (ซึ่งปกติมันก็นิ่งอยู่แล้ว 555) อ่อลืมบอกไปวันนี้ใส่เสื้อสีดำออกจากบ้านเอาไว้ข่ม BA อิอิ

เป้าหมายแรกเคาน์เตอร์ Dior แต่โดนบีเอลังโคมที่อยู่ด้านหน้าสุดสกัดไว้ก่อน "สวัสดีค่ะคุณผู้หญิง สนใจตัวไหนสอบถามได้นะคะ " ต๊าย หน้าชั้นแก่ขนาดเป็นคุณผู้หญิงได้แล้วเหรอเนี่ยะ เลยหันไปมองแล้วยิ้มให้น้อย ๆ เอ่อแปลกแฮะ นับว่าเป็นโชคดีอย่างหรือเราไม่ค่อยสนใจอะไรก็ไม่รู้นะ ไม่เคยโดนบีเอข่มเลยอ่ะ

เข้าเรื่องของเราเลยดีกว่ารีวิวน้ำหอมเวอร์ชั่นชิฟฟ่อนเทสต์ 555
(กลับจากการเทสต์ครั้งนี้เราได้ wish list ตัวต่อไปด้วยละ อิอิ)

1. Christian Dior - Diorella = เห็นทีสิ้นวาสนาจะพานพบ

Photobucket

ไอ้อาการอยากลองน้ำหอมชอง Dior ตัวนี้มันเกิดจากการที่เราไปอ่านรีวิวในเวปน้ำหอมระดับโลกอย่าง
basenote และทึ่งที่คนรีวิวในนั้นยกนิ้วให้มันเยี่ยมมากทั้ง 23 คนอย่างไม่มีแตกแถว เอ๊ยแตกเสียง
มันก็เลยทำให้เราอยากรู้ว่าทำไม Diorella ถึงได้ต้องใจมหาชนขนาดนั้น แต่...เมื่อไปถึงเคาน์เตอร์
ตาเรด้าที่สนใจน้ำหอมเป็นพิเศษกวาดทั่วตู้รอบเดียวก็ไร้ขวดของ Diorella คุณ BA ก็บอกว่าไม่มีแล้ว
เศร้าเล็ก ๆ ก็นะเราคงมาช้าไปเป็น 10 ปี 555

(อ่านรีวิว Christian Dior - Diorella ได้ที่ //www.basenotes.net/ID10210708.html)


2. Chanel - Coco Mademoiselle = เมื่อสิ้นอคติในใจ เธอก็เป็น wish list ต่อไปของฉัน

Photobucket

หรือ 7 ปีก่อนบีเอหยิบขวดผิดเอารุ่น Coco ไม่มี Mademoiselle ห้อยท้ายมาฉีดข้อมือเราฟร่ะ
ตอนนั้นมันทำให้เรายี้ใส่น้ำหอม Chanel ไปเลยให้ตาย (แต่ตอนนี้ก็ยังไม่รัก No.5 เหมือนเดิมนะ
ถ้าใครจำได้เราเคยเล่าให้ฟังว่าเอา Estee Pleasures พื้น ๆ นี่ล่ะ ไปแลกกันใช้กับ No.5
ของพี่ที่ทำงานเก่าคนละ 1 อาทิตย์ วันเดียวเราก็ไปขอ Pleasures คืน 555
เพราะทน No.5 ไม่ไหวจริงๆ) แต่วันนี้พอบีเอสเปรย์ใส่ข้อมือให้ ประมาณ 1 นาทีเรายกข้อมือขึ้นมาดม
โอ้ว ทำไมมันหอมอย่างนี้หรือเราอายุมากขึ้นโตพอที่จะรับกลิ่นที่มันซับซ้อนขึ้น
กลิ่นเปิดหอมสดชื่นมาก ๆ ค่ะ เป็นกลิ่นดอกส้มคละความสดชื่นของผิวมะกรูด ก่อนที่กลิ่นดอกไม้หอมหวานอย่างมะลิ กุหลาบ จะค่อย ๆ ปรากฏตัวขึ้นอย่างสง่างาม (จริง ๆ ใน note มันเห็นมีกระดังงาอยู่ด้วย แต่เราจับกลิ่นไม่ได้) สุดท้ายกลิ่นที่เหลือติดผิวขณะนั่งพิมพ์อยู่ตอนนี้ ประมาณ 3 ชม.หลังเทสต์
เป็นกลิ่นที่หอมอบอุ่นมีสเน่ห์ของ white musk ชวนให้ดมแล้วดมอีก
เป็นกลิ่นที่สาว ๆ อายุสักยี่สิบต้น ๆ ก็ใช้ได้แล้วค่ะ อารมณ์ของกลิ่นจะเป็นแนวหรูหรา และทันสมัย

9/10 ยังรัก Bvlgari pour femme มากกว่า แต่ก็ขอเก็บอยู่ในลิสต์แล้วตัวนี้

****เพิ่มเติม Coco Mademoiselle เป็นกลิ่นตระกูล Floral Chypre
ถ้าอยากได้กลิ่นที่เด็กกว่าตัวนี้แบบหอมหวาน ๆ ลองดม Dior - Miss Dior Cherie ดูนะคะ
คล้าย ๆ กันเลยล่ะเพียงแต่ Dior จะเพิ่มกลิ่นขนมสับปะรดเข้าไปให้ลุคอ่อนเยาว์น่ากินกว่า
(เอ๊ะขนมหรือน้ำหอมเนี่ยะ อิอิ) ****

Edit : Chanel - Coco Mademoisell ซื้อให้เป็นของขวัญตัวเองหายอยากแระ อิอิ

Photobucket



3. Narciso Rodriguez - Essence = คือกลิ่นแห่งความทรงจำ 2 อย่างที่คุ้นเคย

Photobucket

2 อย่างนั้นก็คือ กลิ่นกุหลาบแนว modern rose แบบในน้ำหอมของ Stella McCartney
(ตัวแรกของเค้าเลยขวดสีม่วงน่ะค่ะ) ที่เคยใช้หมดไปแล้ว ผสมกับกลิ่นความทรงจำอีกอัน
มันคือสบู่ลักส์!!! แต่เป็นรุ่นเก่านะคะประมาณ 10 กว่าปีได้ ถ้าใครเกิดรุ่น ๆ เดียวกับเรา
คงจำได้ว่ามันหอมกว่าลักส์เดี๋ยวนี้มาก สำหรับเรา Essence ของ Narciso ให้ความรู้สึก
แบบกำลังอาบน้ำด้วยฟองครีมหนานุ่มของสบู่ลักส์กลิ่นกุหลาบก้อนสีชมพูสมัยก่อนล่ะค่ะ
หากใครมองหาน้ำหอมกลิ่นสะอาด สดชื่น ไม่เลี่ยน ไม่เวียนหัว เหมือนพึ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ ๆ ล่ะก็
เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียวค่ะ สี่คำสำหรับตัวนี้ Smooth Clean Relax Sexy ^^

ตัวสุดท้ายแล้ว Burberry London + บนผิวชิฟฟ่อน = ความผิดพลาดทางเคมีอย่างร้ายแรง 555

Photobucket


ตัวนี้ตอนแรกบีเอหนุ่มน้อยหน้าใสลองสเปรย์ให้บนกระดาษ โห หอมค่ะหอมดอกไม้เย็น ๆ แบบผ่อนคลายอารมณ์มากเลยล่ะ แต่เราไม่อยากหลงรักน้ำหอมกลิ่นไหนเพียงฉาบฉวยด้วยการลองแค่บนกระดาษ
อย่ากระนั้นเลย "น้องคะ ช่วยสเปรย์ลงบนข้อมือหน่อยค่ะ" เค้าก็ฉีดให้ 2 ฟืด (อย่างฟุ้งเลย)
ผ่านไปประมาณ 1 นาทีเราก็ดมดู โห หอมเหมือนบนกระดาษเลยแฮะ เอาล่ะซิชักลังเลว่าทำไมมันหอม
ทั้ง 3 กลิ่นเลยฟระ แล้วก็เดินไปซื้อของในทอปส์ กลิ่นอะไรว๊าเหมือนยาหม่องตราลิงถือลูกท้อ
หรือเป็นกลิ่นปกติของซุปเปอร์มาเกตตรงแผนกขายผลไม้ จนเอาแขนข้างที่ฉีด Burberry London
มาดมนั่นล่ะค่ะ ถึงเข้าใจว่านี่เองยาหม่อง - -" เราก็ปวดหัวจี๊ดขึ้นมาทันทีเลยทีนี้ 555 รีบๆ เดินซื้อของ
ให้เสร็จเร็วอารมณ์แบบไม่ไหวแล้ว กลิ่นมันตีขึ้นมาเรื่อย ๆ อ่ะ พอกลับมาถึงก็เอาแขนข้างที่ลองล้างสบู่เลย
แต่...มันดันติดทนมาก ๆ ค่ะ เหมือนกลิ่นเปลือกส้มโอผสมยาหม่อง @___@

สรุปเรากับ Burberry London คงต้องร้องเพลงสิ้นสุดกันทีไม่ว่าชาตินี้ชาติไหน 555











Create Date : 21 พฤษภาคม 2552
Last Update : 23 พฤษภาคม 2553 3:01:32 น.
Counter : 21927 Pageviews.

25 comment
My Perfumes 2
Photobucket

Avon - Extraordinary แนว Oriental floral ปี 2005

The top notes composition is unusual and attractive at the same time. The citrus notes of grapefruit and tangerine, and the fruity notes of guava are accompanied with soft whisper of pepper and radiant, dazzling champaign notes. The heart is exotic, deep and rich, composed of orchid, golden ginger flower and lotus flower laced with luscious chocolate. The warm velvety base is created of pale woods, sandalwood, and musk, with hint of patchouli and creamy vanilla.

ตัวนี้เป็นรุ่นที่ไม่มีขายในไทย รับช่วงต่อมาจากคนที่สั่งมาจากเวปต่างประเทศอีกทีหนึ่ง ผลิตในอเมริกา
ทำกลิ่นได้ดีมากจนนึกถึง YSL - Cinema/JPG - Classique ซึ่งเป็นน้ำหอมที่ดมแล้ว อื่ม...อบอุ่น ล้ำลึก อย่างนี้ซิ oriental แท้ ๆ เรียกว่าทำได้ดีมากจนตกใจว่าทำไมเมืองไทยไม่สั่งน้ำหอมเอวอนเมกามาขายซะให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไป รับรองลูกค้าติดตรึม แบบเค้าทำแพคเกจสวยแล้วก็ติดทนกว่ารุ่นที่ขายในบ้านเราอีกค่ะ กลิ่นตัวนี้เก๋มากเป็นน้ำหอมกลิ่นชอกโกแลต ผสมขิงและผิวส้ม กลิ่นมันจะครีม ๆ อุ่น ๆ ชวนให้นึกถึงฤดูหนาว ขนมหวาน ความอบอุ่นภายใต้เสื้อไหมพรมเนื้อนุ่มหลากสีสดใส และเทศกาลคริสมาสต์ เราไม่ใช่คนที่ชอบน้ำหอมกลิ่นขนมเท่าไรนักแต่ยอมรับว่ากลิ่นนี้ทำได้เยี่ยมจริง ๆ ค่ะ (ตอนเราโทรไปถามเค้าถามว่าเราเคยใช้มาก่อนหรือเปล่า เราก็บอกว่าไม่เคยใช้เพราะปกติไม่ได้ใช้กลิ่นขนมแต่อยากได้เก็บไว้ เค้าบอกว่าหอมกว่าโคเวตของ เจสซิก้า ปารคเกอร์ที่เป็นช็อกโกแลตซะอีกถ้าเคยดมโคเวต) จนทุกวันนี้เราก็ยังไม่ได้ไปดมของเจสซิก้าซะที แต่เอาเป็นว่าเรายกเอวอนตัวนี้ขึ้นไปอยู่ระดับเดียวกับ YSL - Cinema/JPG - Classique ล่ะเป็นเซอร์ไพร์สมาก ๆ สำหรับน้ำหอมราคาเท่านี้ แต่ทำได้ดีเกินราคา (ว่าแล้วก็อยากสั่งน้ำหอมจากเอวอนเมกาอีกจังอยากได้ ใครช่วยหามาขายให้เราหน่อยเถอะ 555)

Photobucket

YSL - Paris แนว floral ปี 1983

Fresh and subtle, the floral top notes of Violet, Bergamot and Orange blossom flirt with tenderness and gaiety. The flowery and slightly powdery heart exalts the most feminine flower that nature has ever created, the Rose of May or Rosa Centifolia, enhanced by the sweetness of Iris. The floral aromas are sustained in the base by the deep woody notes of Sandalwood and Vetiver.

ธีมหลักของกลิ่นคือ green note +กุหลาบ + ดอกไม้นานาพันธุ์ + powdery = กลิ่นหอมแบบเลดี้สุด ๆ อ่อนหวาน นุ่มนวล โรแมนติก คลาสสิค เป็นน้ำหอมที่ base ออกแนวแป้ง ๆ อย่าง Chanel No.5/Bvlgari - Pour Femme/Kenzo flower พวกนี้อ่ะค่ะ ชวนให้นึกถึงความหรูหรา งดงามอย่างดัชเชส (อ่านรีวิวเราต้องทำใจหน่อยนะที่เว่อร์ได้อีก อิอิ) ฝาขวดสีชมพูที่ไม่ใช่ชมพูแหวว ขวดที่เจียรไนเหลี่ยมมุมคล้ายเพชรแต่ดูแข็งกร้าวน้อยกว่าแต่เหนือสิ่งอื่นใดคือกลิ่นหอมที่อยู่ในขวดนั้น เวลาใส่แล้วราวกับทำให้ทุกก้าวที่เดินเหมือนมีขนนกสีขาวนุ่มนวล ปลิวออกจากร่าง ให้ตายเถอะ นี่มัน haven scent สำหรับเราจริง ๆ ลืมบอกไปของเราเป็น EDT นะคะสำหรับ ysl - paris ตัวที่เป็น edt จะเหมาะกับช่วงกลางวันในฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเอามาใช้ในบ้านเราได้สบายสำหรับทุกวัน แต่ถ้าเป็นตัว edp จะเหมาะกับยามค่ำคืน หรือกลางวันในโอกาสพิเศษต่าง ๆ เช่นใส่ไปงานแต่งงาน นัดเดท อะไรพวกนี้ มันจะคนละ feel กันเลยล่ะ

Photobucket

Photobucket

คอลเลคชั่น Kenzo Miniatures in Russian Dolls เป็นน้ำหอมของเคนโซ่ขวดเล็กในตุ๊กตาไม้น่ะค่ะ
น่ารักน่าเอ็นดูมากๆ มี 3 กลิ่น 3 อารมณ์ดังนี้

สาวญี่ปุ่นมีลูกชื่อ "Flower" แนว oriental floral (แบบบางเบามาก) กลิ่นกรุ่นแป้งหอมผสมดอกไม้อ่อน ๆ น่ากอด ดูบอบบางน่าทะนุถนอม

ส่วนสาวอินเดีย "Amour" ลูกของเธอกลิ่นรุนแรงราวกับตกถังไอศกรีมกลิ่นวานิลลาเจือกลิ่นควันกำยาน
ตามแบบฉบับของ oriental flower (แบบเต็มขั้น) ที่ให้ลุคเซ็กซี่ น่าค้นหา

ตัวสุดท้ายสาวออสเตรเรีย ลูกสาวเธอชื่อ L'Eau Par หอมเย็น สะอาด สดชื่นด้วยสไตล์ floral-aquatic จากกลิ่นมินต์และดอกบัวหวานนุ่มกลางสระน้ำใส

Photobucket

Emporio Armani - Diamonds (EDP) ตระกูล Oriental Floral

The top notes are litchi and raspberry,

the middle notes – freesia and lily of the valley,

the base are vetiver, cedar wood, patchouli and vanilla

บุคลิกของกลิ่นออกแนวคุณหนูน่ารัก ๆ หวาน ๆ ชอบทำตัวเจิดจรัสในทุกที่ ๆ ที่เธอไป
นอกจาก Nina Ricci แล้ว นี่เป็นกลิ่นแนว gourmand(ขนมของกิน) อีกตัวที่เรา "รับได้"
เนื่องจากปกติเราจะไม่ใช้น้ำหอมแนวนี้เลย
(เราชอบน้ำหอมกลิ่นดอกไม้อย่าง Estee - Pleasures,Bvlgari - Pour femme)
แบบมันรู้สึกว่าตัวเองเป็นตู้เบเกอรี่เคลื่อนที่เต็มไปด้วยนมเนย วานิลา แยมสตอว์เบอร์รี่ คุ๊กกี้อบ
พาลจะวิงเวียนเอาได้ง่าย ๆ ^^" แต่อันนี้พอไหวค่ะ

ความชอบ 8/10 หอมดีเหมือนกันในบางอารมณ์ที่อยากถูกกิน อิอิ
แต่อยู่บนตัวเราแล้วติดไม่ทนเท่าไร

Photobucket

Avon - Little White Dress ตระกูล floral oriental ปี 2009

Top notes: bergamot, mandarin, freesia
Middle notes: gardenia, peony, dandelions
Base notes: white musk and blonde woods

หลังจากติดใจน้ำหอมของ Avon รุ่นที่มีขายในต่างประเทศเราก็เริ่มฟุ้งซ่านอยากได้อีก 555
เรียกว่าเป็นการ blind buy โดยอาศัยดู note ในน้ำหอมว่ามีกลิ่นส่วนผสมตัวไหนที่เราชอบบ้าง
ประกอบกับอ่านรีวิวในเวปแล้วนั่งจิตนาการเอาว่ามันน่าจะหอมแนวไหน เพราะไม่มีที่ให้ลองจริง ๆ ^^"

วันนี้พอได้พัสดุมาก็รีบแกะกล่องกระจายอย่างไม่ปราณีตเลย อิอิ พลิกดูเป็น Avon ที่ผลิตจากโปแลนด์
(สงสัยจะเก็บให้รอบโลกน้ำหอมจากเอวอนเนี่ยะ 555) ขวดสวยเรียบหรู ส่วนกลิ่นก็หอมแบบน่ารักมากๆ
สดชื่นแต่ไม่ใช่ citrus ล้วน ๆ มันเหมือนมีกลิ่นอุ่น ๆ ครีม ๆ แทรกอยู่กับกลิ่นดอกไม้หอม น้ำหอมใกล้เคียงที่เราพอจะนึกได้ก็ Gucci Eau de Parfum II คือมันยังไงดีล่ะ warm and fresh ในเวลาเดียวกันน่ะค่ะ ทำได้สมดุลลงตัวมาก กลิ่นหอมอ่อนโยนไม่ฉุนแม้แต่นิดเดียว จริง ๆ Gucci Eau de Parfum II ก็เป็นน้ำหอมที่เราชอบกลิ่นมากนะคะ (เคยได้ sample ตอนซื้อ envy me) แต่มันเหมือนกับน้ำหอมอีกหลายตัวที่ดมจากขวด จากกระดาษแล้วหอมกว่าเวลาอยู่บนผิวเราเลยเป็นอันพับโครงการไป มาได้ Avon - Little White Dress นี่ล่ะเป็นตัวแทนที่เข้ากับผิวเราได้ดี ^__^

บุคลิกของกลิ่น เหมือนหญิงสาวใส่ชุดเดรสลายดอกไม้ผ้าชีฟองพริ้ว ๆ ไปปาร์ตี้น้ำชายามบ่ายในสวนสวย สดชื่น แบบสบาย ๆ กับกลุ่มเพื่อนสาว เหมาะกับใช้เป็นน้ำหอมสำหรับช่วงกลางวันของทุกวันค่ะ

ปล.ตอนนี้อยากได้ 50s Glam ของ Avon อีกแระ อิอิ เดี๋ยวต้องไปเลียบ ๆ เคียง ๆ ดู 555


คำโปรยจาก ads.

Emporio Armani Diamonds : เป็นน้ำหอมที่ให้ความโดดเด่นด้วยกลิ่นหอมที่คัดสรร มาจาก Raspberry, ลิ้นจี่, กุหลาบ, Miranda Lilly of the Valley, Patchoule, Amber, Vetiver, Cedarwood และวนิลา ที่ผสานโดยเข้ากันอย่างลงตัว พร้อมด้วย design ขวดแก้วใสเหมือนก้อนเพชร ยิ่งทำให้ดูหรูหราขึ้นไปอีก

Photobucket

Chanel - Coco Mademoiselle (EDP) ตระกูล Floral Chypre

Coco Mademoiselle by Chanel is a chypre floral fragrance for women. Coco Mademoiselle was launched in 2001. The nose behind this fragrance is Jacques Polge. Top notes are orange, mandarin orange, orange blossom and bergamot; middle notes are mimose, jasmine, turkish rose and ylang-ylang; base notes are tonka bean, patchouli, opoponax, vanilla, vetiver and white musk.


กลิ่นเปิดหอมสดชื่นมาก ๆ ค่ะ เป็นผิวมะกรูดผสมกับความโปร่งเบาของดอกส้ม ก่อนที่กลิ่นดอกไม้หอมหวานบริสุทธิ์จากมะลิ และกุหลาบฉ่ำน้ำค้าง จะค่อย ๆ ปรากฏตัวขึ้นอย่างสง่างาม
สุดท้ายกลิ่นที่เหลือติดผิวเราเป็นกลิ่นที่หอมอบอุ่นมีสเน่ห์ของ white musk ชวนให้ดมแล้วดมอีก
(ลองสังเกตดูนะกลิ่นสุดท้ายของน้ำหอม หลังจากฉีดแล้ว 2-3 ชม.แต่ละคนจะได้ไม่เหมือนกันบางคน
ได้กลิ่น musk บางคนได้กลิ่นวานิลลา ช๊อกโกแลต ครีมคาราเมล ไม้ หนัง แป้ง ฯลฯ
แตกต่างกันไปตามที่มีอยู่ใน note และการทำปฏิกิริยากับผิวหนัง)


ความพอใจ ชอบค่ะหอมหวานแบบผู้หญิง ๆ มีสเน่ห์ สง่างาม ทันสมัย กลิ่นกระจายดีมาก
และติดทนหายห่วง

9/10 ยังรัก Bvlgari pour femme มากกว่านิดหนึ่ง ^___^

Photobucket

Giffarine - Artemis

น้ำหอมราคาน่ารักที่เราได้ตัวอย่างมาจากคุณแป้ง ดมปุ๊บสั่งซื้อขวดจริงเลย หอมใส ๆ ซื่อ ๆ ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมซับซ้อน อารมณ์ตอนได้กลิ่นครั้งแรกเหมือนได้สบตากับ girl next door สาวแสนสวยข้างบ้าน กลิ่นนี้หอมอ่อนๆ สดชื่น บางเบาที่สุดในบรรดาน้ำหอมทั้งหมดที่เรามี หอมแบบกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ที่แข่งกันบานสะพรั่งในสวนสวย ๆ ยามเช้า เหมาะกับช่วงหน้าร้อน วันพักผ่อน ในออฟฟิศ และเสริมบรรยากาศโรแมนติกกับคนรัก เรียกว่าเป็นอีกตัวที่หาโอกาสใส่ได้ในทุก ๆ วัน

Photobucket

Avon - Little Black Dress

Photobucket

Dior - Miss dior Cherie L'Eau







Create Date : 21 เมษายน 2552
Last Update : 23 พฤษภาคม 2553 3:02:38 น.
Counter : 3578 Pageviews.

12 comment
My Perfumes
Photobucket

ได้มาใหม่ล่าสุด น้ำหอมเก่า ในรูปลักษณ์เดิมทุกประการ
ที่ครั้งหนึ่งชอบมากๆๆๆ แล้ววันดีคืนดีก็เลิกผลิตไปซะดื้อ ๆ ถึงขนาดใน basenote มีรีวิวว่า
ฉันจะเลิกเป็นลูกค้า Avon ก็เพราะเลิกผลิตน้ำหอมกลิ่นนี้ล่ะ ^^"
พอเอากลับมาใหม่ในปี 2009 ดีใจจนอยากจะกรี๊ด 555

Avon - Women of Earth ปี 1998 แนว Fresh Floriental

Top Notes
Kadota Fig, Brazilian Orange, Italian Bergamot.

Middle Notes
French Apple Blossom, English Sweet Pea, Chinese Water Daphne, Egyptian Jasmine.

Base Notes
Amber, Musk, Zanzibar Vanilla, Persian Peach, Indonesisan Sandalwood.

กลิ่นหอมสดชื่นเหมือนน้ำสีเขียวกระจ่างใสในขวดเลยค่ะ เหมาะกับวันที่อากาศร้อนอบอ้าว
ถ้าคุณชอบกลิ่นหอมเย็นแนวดอกมะลิ และดอกไม้สีขาวที่เบ่งบานยามค่ำคืน ผสานกับกลิ่นสดชื่น
ของใบไม้ใบหญ้าเป็นกลิ่นหอมแบบบางเบาลอยมาตามสายลมฤดูร้อน น่าจะหลงรักไม่ยาก
ส่วนสำหรับเรามันถูกใจใช่เลย ^___^

ความชอบ 8.5/10


Photobucket

V
V

Bvlgari - Pour Femme (EDP) แนว Floral

เป็นน้ำหอมกลิ่นแรกที่รู้สึกว่าดมแล้วใช่เลย เหมือนเกิดมาเพื่อเรา อิอิ
อบอุ่น นุ่มนวล อ่อนหวานมากๆ แต่ไม่เลี่ยนไม่เวียนหัว กลิ่นเหมือนแป้งหอมนวล ๆ บนผิวกาย
ตัดด้วยกลิ่นสดชื่นของชาขาว ที่พิเศษคือเป็นอีกกลิ่นที่แฟนเราบอกว่า
ตัวหอมจัง ^___^ แต่ไม่ได้หอมเอ็กซ์เซ็กซี่ ติดเรทแบบ Jean Paul - Classiqueนะ อิอิ
หอมแบบกลิ่นแป้งน่าทะนุถนอมแนวเลดี้มากกว่าดาวยั่วสวาท

ความชอบ มีคะแนนเต็มเท่าไหนก็ให้เท่านั้นล่ะ อิอิ 10 เต็ม 10 ค่ะ
ชอบมากถึงมากที่สุดจนตั้งใจจะใช้เป็น Sinature Scent (ถ้าทำได้ไม่หลายใจนะ อิอิ)

Photobucket


Yves Rocher - Pur Desir de LYS (EDT) แนว floral

เป็นน้ำหอมกลิ่นดอกลิลลี่เพียว ๆ เลยค่ะ หอมคล้าย Estee - Pleasures Intense มากๆ
แต่ติดทนน้อยกว่า สถานะปัจจุบันเลิกนำเข้ามาแล้ว

ความชอบ 7/10 ตอนแรกชอบมาก แต่ใช้ไปใช้มาเวียนหัว
พอหยุดใช้แล้วกลับไปใช้ใหม่ก็หอมเหมือนเดิม แปลกดีเหมือนกัน

หมายเหตุ พวกน้ำหอมกลิ่นดอกไม้ของยี่ห้อนี้หอมเป็นธรรมชาติดีค่ะ
และไม่แพง

V
V

Photobucket

Jean Paul - Classique (EDT) แนว Oriental flora

เซ็กซี่ อบอุ่น ล้ำลึก เย้า(ยั่ว)ยวน ชวนให้นึกถึงฤดูหนาว อ้อมกอดแนบชิดและการถ่ายทอด
ไออุ่นให้คนรัก หอมแบบกลิ่นลึก ๆ อบอุ่นของดอกกล้วยไม้ กระดังงา
ผสมกลิ่นสดชื่นนิด ๆ ของขิงและดอกส้ม และหวานวานิลลาปนอยู่เล็กน้อยไม่มากเกินไป
กลิ่นตอนแรกเหมือนจะฉุน แต่ทิ้งไว้สักครึ่งชม.หอมดีค่ะ เหมาะกับช่วงอากาศเย็น ๆ หรือยามค่ำคืน

ความพอใจ 9/10 เพราะมันใช้ได้ผล(กับข้างตัวเรา)เกินคาด อิอิ

Photobucket

Avon - Perceive (EDP) แนว Oriental

เป็นน้ำหอมที่สวยแต่รูป กลิ่นไม่หอมสำหรับเรา สถานะปัจจุบันเลิกผลิต
ซื้อเพราะคำโปรยในสมัยนั้นแท้ ๆ ว่าเป็นน้ำหอมกลิ่นแรกของโลกที่ช่วยปลดปล่อยอารมณ์ให้ผ่อนคลาย
พอซื้อมาใช้จริง ๆ ปรากฏว่ากลิ่นหนักมาก ทั้งพริกไทย แก่นไม้จันทร์ กระดังงา เครื่องเทศ
โอ้ว มีแต่กลิ่นแน่น ๆ ทั้งนั้นเลยแทนที่จะผ่อนคลายกลับเวียนหัวสุด ๆ

ความชอบ 3/10 ให้คะแนนขวดสวย

Photobucket

Escada - Sentiment (EDT) แนว floral oriental

เป็นน้ำหอมกลิ่นหวานหอมแบบโรแมนติกมากถึงมากที่สุด ใส่ในวันที่แต่งตัวหญิง ๆ
หรือนัดเดททั้งยามกลางวัน หรืออยู่กับคู่รักยามค่ำคืนเหมาะมาก แถมติดทนอีกต่างหาก

ความชอบ 8.5/10

Photobucket

Estee - Pleasures (EDP) แนว Floral

เป็นน้ำหอมที่เรียบง่ายแต่งดงาม หอมแบบเกสรดอกไม้หลายชนิดอัดรวมกันอยู่ในขวดแก้ว
แต่แปลกที่ไม่ใช่กลิ่นที่หวานมากเกินไป กลับเป็นกลิ่นที่หอมแบบสดชื่น อารมณ์เหมือนเราใส่เดรสสีขาว
ตัวหลวมพริ้ว ๆ เดินอยู่ในสวนที่มีดอกไม้บานหลังฝนตกน่ะค่ะ เหมาะกับทุกฤดูกาล ทุกที่ ทุกโอกาส
สามัญประจำบ้านมากๆ

ความชอบ 10/10

Photobucket

Loewe - I Loewe You (EDT) แนว Floral Woody Musk

เป็นน้ำหอมสีชมพู ที่กลิ่นออกแนวสดใสร่าเริง ผสมกันระหว่างกลิ่นดอกกุหลาบ
กับผลไม้อย่างมะกรูดเกรฟฟรุต กลิ่นสุดท้ายจะออกหวานของวานิลลากับอบอุ่นด้วยเปลือกไม้
น่ารักดีแต่ไม่มีอะไรพิเศษค่ะ

ความชอบ 7/10

Photobucket

Stella McCartney - Stella (EDP) แนว floral

กลิ่นหลักเลยคือดอกกุหลาบค่ะ แต่เป็นกุหลาบแบบใบชาอบกลิ่นกุหลาบ
มากกว่าจะเป็นกุหลาบหวานๆ ออกแนว Modern rose กลิ่นสะอาดใส่ทำงานออฟฟิศ
ใส่เดินเล่นเดินเที่ยวนัดเดทได้หมดค่ะ

ความชอบ 7.5/10 เราอยากได้กุหลาบที่เป็นกุหลาบมากกว่านี้ ^^"

Photobucket

Armani - City Glam (EDP) แนว Chypre Floral

หอมมึน ๆ เซ็กซี่แบบงง ๆ อิอิ คือมันก็หอมนะคะแต่กลิ่นไม่สดใส
เซ็กซี่แบบเหมาะกับเคล้ากลิ่นเหล้ากลิ่นบุหรี่อะไรแนวนั้นมากกว่า

The floral heart is a bouquet made of Bulgarian rose, freesia and heliotrope The base consists of earthy patchouli, crystal moss, white musks and wood.

เราพึ่งสังเกตเห็นว่าน้ำหอมแนว Chypre มักจะมีกลิ่น moss ปนอยู่ในกลิ่นสุดท้ายแฮะ

Photobucket

Jean Paul - Fragile (EDP) แนว floral

แม่ตุ๊กตาเริงระบำขวดนี้เป็นกลิ่นที่ผู้หญิงมาก ๆ ออกแนวคลาสสิค หรูหรา
และหวานกระจายจนเราที่ชอบน้ำหอมหญิง ๆ
ยังทนไม่ไหว 555 หลัก ๆ เลยเป็นกลิ่นหอมของดอกซ่อนกลิ่นค่ะ

ความชอบ 3/10

Photobucket

YSL - Elle (EDP) แนว floral woody musk

หอมแนวหวานเย็น ๆ น่ะค่ะ ใครที่ชอบน้ำหอมที่มีกลิ่นลิ้นจี่ผสมอยู่ลองเทสต์ดูนะคะ
กลิ่นกระจายดี ติดทน เป็นกลิ่นที่ไม่เด็กเกินไปและไม่สูงวัยเกินไป
ให้ความรู้สึกแบบเป็นหญิงสาวไม่ใช่เด็กสาว

ความชอบ 8.5/10

Photobucket

Photobucket

สองคู่หูสีชมพู Versace - Bright Crystal และ Gucci - Envy Me แนว floral fruity
และเป็น EDT เหมือนกันทั้งคู่ค่ะ

Versace Bright Crystal อดีตลูกรักเบอร์หนึ่ง หอมสดชื่น
ให้ความรู้สึกแจ่มกระจ่างเหมือนชื่อเค้าล่ะค่ะ จะออกกลิ่นผลทับทิม ส้มยูซุ
ผสมกลิ่นดอกไม้หอมแบบหวานเย็นบางเบาอย่างดอกบัวปนกับกลิ่นดอกไม้คลาสสิค
อย่างกุหลาบ เป็นกลิ่นที่ทั้งสดชื่นและเซ็กซี่เล็ก ๆ

ความชอบ 9/10 (ถูกลดหนึ่งคะแนนเพราะเริ่มเบื่อ ^^")


Gucci - Envy Me หอมหวานสดชื่น เป็นน้ำหอมที่ลุคคุณหนูมากกก
แม้ใครจะว่า Envy Me โหลแต่เราก็รัก อิอิ วันไหนจะหยิบมาใช้เหมือนกลิ่นนี้จะบังคับกลาย ๆ
ว่าขอแต่งตัวสวยน่ารักนิดหนึ่งก็ยังดี ^__^


Photobucket

Yves Rocher - Comme une Evidence แนว Chypre Floral

เคยอ่านจากเวปหนึ่งเค้าว่าน้ำหอมแนว Chypre คือน้ำหอมที่กลิ่นออกแนวหรูหรา
ดูดีมีชาติิตระกูลที่สุดในบรรดาตระกูลน้ำหอมทั้งหมด อีฟ โรเช่ ตัวนี้ในความรู้สึกเรา
เป็นกลิ่นที่หอมแบบสดชื่น แต่สุภาพเรียบร้อยมาก เหมาะกับใส่ในออฟฟิศไปจนถึงโอกาสพิเศษต่างๆ

กลิ่นประกอบด้วย rhubarb and violet leaf; middle notes are lily-of-the-valley and rose; base notes are patchouli, musk and oakmoss. (ข้อมูลจาก fragrantica)

ความชอบ 8 เต็ม 10


Photobucket

Calvin Klein - Eternity Moment (EDP) แนว Floral


"Just One Moment Can Change Everything "
ตัวนี้ได้เป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ เมื่อปีที่แล้ว ปัจจุบันเหลืออีกประมาณ 1 ใน 3 ได้
กลิ่นดอกไม้หอมโรแมนติกพอกับ Escada Sentiment เลยค่ะ หวานน้อยกว่าหน่อยหนึ่ง
แต่เหมาะกับอากาศบ้านเรา เป็นน้ำหอมอีกกลิ่นให้อารมณ์แบบฉันสวยและแสนดี อิอิ

ความชอบ 10/10


Photobucket

Yves Rocher - Rose Absolue ขวดชมพูข้าง So magic น่ะค่ะ
เป็นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบพันธุ์ Damask หอม หวานแรง และติดทนทานมากกกก
ความชอบ 8/10

Lancome - Miracle So magic หอมกุหลาบสดใสดีค่ะ ไม่หวานเกิน อากาศร้อน ๆ ก็ใส่ได้
ความชอบ 8/10

Versace - Versace Signature สองครั้งแรกที่แต้ม ๆ ชอบมากหอมมาก แต่หลังจากนั้น
มันกลายเป็นกลิ่นฝรั่ง และพัฒนาเป็นฝรั่งสุก จนกระทั่งงอมเต็มที่ ^^"
ความชอบ 6/10

Jean Paul - Gaultier 2 หวานมาก หวานเกินไปจนน่าปวดหัว
ความชอบ 3/10


Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Avon - Urban Flowers (London) แนว floral fruity (EDT)

หวาน ใส และสดชื่น เหมาะกับใส่เดินเล่นในวันหยุด มีน้องคนหนึ่งบอกมันเหมือนกลิ่น
Anna Sui น้ำหอมรูปหัวตุ๊กตาสีชมพูมาก (เราก็ไม่เคยเทสต์น้ำหอม Anna Sui นะคะ)
แต่ทนกว่า ถูกกว่า เห็นน้องเค้าว่าอย่างนั้น

ความชอบ 7.5/10

หมายเหตุ กลุ่ม Urban flowers มีกลิ่น London/Paris/New York/Tokyo และ Roma
(ตัวสุดท้ายยังไม่มีขาย)

Photobucket

Avon - Sweet Honesty แนว Floral aldehydes (ตัวนี้เป็นโคโลญจ์ค่ะอยู่ทนประมาณ 4 ชม.ได้)

ถ้าไม่นับน้ำหอมเคาน์เตอร์ กลิ่นนี้ล่ะเป็นกลิ่นแรกที่นำเราเข้าสู่โลกของกลิ่นหอม
จนถึงทุกวันนี้เราก็มีิติดไว้ค่ะ ฉีดตอนก่อนนอนแล้วมันรู้สึกมีความสุขดี
กับอะไรที่เราคุ้นเคยผูกพันธ์กันมานาน หอมแนวแป้งเด็กกับสบู่น่ะค่ะออกหวาน ๆ

ความชอบ 9 เต็ม 10 อยากให้เป็นน้ำหอมมากกว่าโคโลญจ์จริงๆ

หมายเหตุ เรามี ใช้ และเคยใช้น้ำหอมของ Avon หลายกลิ่นมาก เคยรีวิวไว้ตามลิงค์นี้ค่ะ
//topicstock.pantip.com/woman/topicstock/2008/11/Q7242697/Q7242697.html

Photobucket

Avon - Bond Girl 007 (EDP) แนว Floral fruity woody musk

หอมหวานสดชื่นแต่แอบเซ็กซี่ค่ะ กลิ่นแรกจะสดใสมากเป็นกลิ่นพีชผสมกับดอกส้ม
แล้วตามด้วยกลิ่นหอมอุ่น ๆ ของดอกกล้วยไม้ มะลิ สุดท้าย(สำหรับบนผิวเรา)
ก็เหลือเป็นกลิ่นแป้งหอมเย็นติดผิว

ควมชอบ 8.5/10

Photobucket

Jo Malone - Vintage Gardenia เป็นโคโลญจ์ค่ะ แนว floral

เป็นขวด miniature ที่สั่งมาลองกลิ่น หอมแบบดอกพุดซ้อนจริง ๆ แต่แอบสูงวัยไปหน่อย
ใช้แล้วรู้สึกพาย้อนอดีตเกินไปพาลคิดถึงย่า คิดถึงยายซะงั้นล่ะ

ความชอบ 7/10

หมายเหตุ ยี่ห้อนี้ขึ้นชื่อพวกเครื่องหอมแนวธรรมชาติมากค่ะ ใครชอบน้ำหอมแนวนี้น่าจะถูกใจ

Photobucket

Oriental Princess - Naive (EDT)

อันนี้เป็นอดีตเหลือแต่ขวดเปล่า เก็บฝาไว้ดมเล่น ^^"
แถมหาซื้อไม่ได้อีกแล้วเพราะเลิกผลิต
ชอบมากๆ อารมณ์ของกลิ่นก็ตามชื่อเค้าล่ะค่ะ
หอมแบบไร้จริตและยังเดียงสา(ตรงข้ามกับคนใช้สุด ๆ 555)
เป็นฝรั่งสุกปนกับน้อยหน่าและดอกไม้ แอบคล้ายกับ YSL - Baby Doll มากๆ แต่ราคาต่างกัน 1 ใน 7

ความชอบ 8.5 เต็ม 10






Create Date : 26 ธันวาคม 2551
Last Update : 23 พฤษภาคม 2553 3:03:08 น.
Counter : 5768 Pageviews.

33 comment
1  2  3  4  

ชิฟฟอนคาปูชิโน่
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 47 คน [?]



ชอบน้ำหอมก็เลยเปิดร้านน้ำหอมมินิเป็นงานอดิเรก เป็นความสุขอย่างหนึ่งที่เห็นคนอื่น Happy กับกลิ่นหอมที่ถูกใจค่ะ

*** สิทธิ์เป็นของผู้เขียน และผู้สร้างสรรค์ผลงานด้านต่างๆ หากนำไปใช้รบกวนให้เครดิตด้วย จะยินดีเป็นอย่างยิ่ง ขอบคุณค่ะ***

ติดต่อสอบถามข้อมูลต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่ wisa.p@me.com

@@@@@@@@@@@@@@@@@

I Am Beautiful
"ไม่สำคัญว่าใครจะมองเรายังไง
แต่มันสำคัญที่ว่า เรามองตัวเองยังไง"