I noticed tonight that the world has been turning
While I've been stuck here dithering around
Can't Stop Now/Keane
 
 

Memoirs of 100 Rock - Part 1

DAY 1



วันแรกไปถึงสาย ได้ดูตั้งแต่ คุณมนุษย์โครมันยอง อ่ะครับ สารภาพว่าไม่อินกับ The Stone Roses เพราะตอนนั้นยังฟังแกรมมี่อยู่ แถมเพลงของ เอียน บราวน์ ตอนออกเดี่ยวก็รู้จักแต่ F.E.A.R เลยไม่สนุกกับโชว์พี่ท่านเท่าไหร่ ได้แต่นึกประทับใจกับสมญา "ราชาวานร" เพราะ แหม่ มันจะเหมือนอะไรปานนั้น

อ้อ ท่าเต้นเอียน บราวน์ ประหนึ่งจ๊อกกิ้งอยู่ตลอดเวลา เข้ากับคอสตูมมากๆ

ต่อมาก็ แทน...แท่น...แท๊น Franz Ferdinand วันก่อนไปเพิ่งดูดีวีดีแสดงสดของวงนี้ รู้สึกว่ามือกีตาร์เขาคึกกว่าที่มาเมืองไทยยังไงบอกไม่ถูก แต่เอาน่า ที่เล่นเมืองไทยก็มันมากๆ แล้ว อเล็กซ์แต่งเสื้อเชิ้ตสีแดงเข้าทีกว่าที่เห็นในดีวีดีเสียอีก อารมณ์เสียตรงไม่ยอมเล่น Jacqueline หรือ Darts of Pleasure แต่ใครจะไปรู้ว่า This Fire จะเป็นเพลงปิดโชว์ได้มันระเบิดเถิดเทิงขนาดนั้น เล่นเอาพลังขนมปังก้อนที่โด๊ปเข้าไปพร้อม 100 ไปเปอร์ผสมโซดาเริ่มร่อยหรอ เพราะเต้นนอนสต็อปตั้งแต่ต้นจนจบ

ต่อด้วย Oasis ที่เพื่อนซึ่งไปด้วยกันก็เห็นด้วยกับข้างบนว่าเล่นดีกว่าครั้งก่อนหน้า เห็นใน Setlist แล้วก็คงรู้ว่าขยันเล่นเพลงอัลบั้มใหม่เหลือเกิน เผอิญว่าไม่ชอบเลยไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่ โมเมนต์ประทับใจคือตอนเล่น Champagne Supernova มองขึ้นไปบนฟ้าตามที่เนื้อเพลงมันร้องแล้วยิ่งเหงาโคตร "How many special people change? How many lives are living strange?..."

เลียมทำตัวเป็นคนของประชาชนอย่างไม่น่าเชื่อ ช่วงอองกอร์เล่นเยอะสะใจ แล้วยังกระโดดลงมาจากเวทีเดินแกว่งอวัยวะช่วงล่างนำหน้าตัวเองไปให้คนดูโซนอื่นๆ ร่วมกันปลาบปลื้มอีกต่างหาก ว่าแล้วเชียวว่าต้องเล่น Don't Look Back in Anger ทุกคนร้องตามกันได้ราวกับเป็นเพลงชาติ

เดี๋ยววันพรุ่งนี้ก่อนเถอะ ตรูจะแหวกเข้าไปดู Placebo ข้างหน้าบ้าง!




 

Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2549   
Last Update : 24 กรกฎาคม 2549 23:43:59 น.   
Counter : 344 Pageviews.  


Suitcase Calling: The Polyphonic Spree

แท่น แท้น ไปเชียงใหม่มาครับ มาอัปเดทบล็อกด้วยเรื่องราวของการไปนี่แหละ
เพราะรู้สึกประทับใจอย่างบอกไม่ถูก (แต่เขียนถูกน่า 555)

ไปกับเพื่อนสมัยมัธยมต้นที่ไม่ได้เที่ยวด้วยกันนานแล้ว ไปเนื่องในวาระโบกมือลาปีเก่า จ๊ะจ๋าปีใหม่ และไปด้วยอารมณ์อยากอ้วกใส่กรุงเทพฯ หลังจากหาเวลาไปไหนไม่ได้มาตลอดทั้งปี ทนอยู่กับมันอย่างซังกะตายเต็มทน

และแล้วเชียงใหม่ก็ worked wonders ครับ!

แน่นอนว่าผมรักการได้อยู่กับเพื่อนๆ ที่ไม่ได้เจอกันนานนม แม้จะกัดกับพวกมันแทบตลอดทาง ส่วนหนึ่งด้วยความปากหมาของผม อีกส่วนด้วยความกวนตีนของมัน แต่ที่ต้องเรียกว่าหัวปักหัวปำเลยคือ “ความสงบ” ที่แทบไม่ได้พบหน้าค่าตากันเลยตลอดปีที่ผ่านมา

เพราะทุกครั้งที่กรุงเทพฯ โหวกเหวกอยู่รอบข้าง ภายในตัวผมจะยิ่งตะเบ็งเสียงแข่งกับมันให้ดังเสียยิ่งกว่า อดีตบ้าๆ บอๆ ตามมาหลอกหลอนไม่หยุดไม่หย่อน ความโกรธขึ้งปัญหาอ่อนทำเอาผมนอนไม่หลับมาแล้วนานกว่า 2 สัปดาห์ก็มี

แต่สุดท้ายเราก็หากันจนเจอ!

เจ้า “ความสงบ” ที่ว่ามันซ่อนตัวอยู่ในวิหารวัดชมพู ใกล้ Pagoda Inn ที่พักประจำทริป 4 วัน 3 คืนของผม เวลาที่เราเจอกันคือ ตอนที่พรรคพวกร่วมเดินทางกำลังง่วนอยู่กับการอาบน้ำแต่งตัว พอให้ไอ้คนนอนเกิน 6 ชั่วโมงไม่ได้อย่างผมมีเวลาว่างออกไปเตร็ดเตร่สำรวจเชียงใหม่ระยะเดินไม่หอบได้บ้าง

ยัด iPod ใส่หู

“Entirely for you. Soon you’ll see that there’s more” คณะดนตรีเสื้อคลุมหลากสีขับขาน Suitcase Calling เป็นซาวนด์แทรกสำหรับการวิ่งนาน 3 นาทีไปสู่วัดชมพูของผม

“The places you take me, it seems like it’s always better until my heart starts to show” วิหารของวัดคือที่ที่ผมตรงเข้ามาทั้งที่ไม่เคยเหยียบย่างให้ได้รู้ว่าอะไรมันอยู่ตรงไหนมาก่อน จะไปยากอะไร “ความสงบ” มันแหกปากเรียกเสียงดังออกขนาดนั้น ก็ตามมันมานั่นแหละ

วัดต่างจังหวัดมันก็ดีอย่างนี้เอง ไม่เต็มไปด้วยคนที่กระสันอยากมาทำบุญกันเช้าสายบ่ายค่ำเหมือนในกรุงเทพฯ เหลือ intermission ให้คนเข้าวัดแล้วร้อนอย่างผมได้กระแดะเข้ามาลีลาเดี่ยวดูบ้าง ผลที่ได้ก็คือ

“It’s a feel-good time today. It’s the reason that keeps me hanging on and on and on”
เหมือนสึนามิลูกที่สองหลังจากเมื่อคืนก่อนได้ไปลอยโคมมาแล้ว ความเศร้าของผมมันลอยหลุดไปจากตัวด้วย ปีที่แล้วผมเศร้าจริงๆ แต่มันก็ผ่านไปแล้ว…



ตอนนี้ความเศร้าผมอยู่บนฟ้า มันผูกติดไปกับโคมลูกนั้น ถ้าใครอยากจะทำให้ผมเศร้าอีก เขาคงต้องพยายามมากขึ้น
ตราบใดที่ผมไม่เอาที่อยู่ของความเศร้าที่ว่าไปบอกใคร

คุณเองก็อย่าเอาไปบอกใครเลย
แต่ถ้าอยากลองทำบ้าง ก็เอาเลยครับ ความเศร้าของเราจะได้อยู่ด้วยกัน

ค่อยเริ่มสะสมของปี 2006 นี่กันใหม่เนอะ!




 

Create Date : 12 มกราคม 2549   
Last Update : 24 กรกฎาคม 2549 23:46:26 น.   
Counter : 2036 Pageviews.  


The Dawn of Dark Age

นานๆ ที จะเข้ามาตอบกระทู้ เหลือบไปเห็นสัญลักษณ์ My Blog ข้างๆ คำตอบเราเลยลองคลิกเข้ามาดู
โอ้โห มีสถิติเข้าชมตั้งเจ็ดสิบกว่าครั้งแน่ะ!
ไม่รู้ว่าคลิกเข้ามาจากไหนกัน แต่พอย่างเข้ามาใน The Dark Room แล้ว กลับไม่เห็นอะไรเขียนอยู่สักหน่อย นั่นก็แปลว่า…
คุณไม่ได้พกไฟฉายเข้ามาด้วยน่ะสิ ถึงมองไม่เห็น!
…
อิอิ ขอโทษทีที่กวนตีน เอาเป็นว่าจากนี้เป็นต้นไปจะเริ่มเขียนบล็อกอย่างจริงจังแล้วครับ อย่างน้อยให้มันเหมือนไดอารี่ของเราก็ยังดีมัง ก็ดีเหมือนกัน เรื่องบ้าๆ บอๆ ที่ปุดเป็นฟองพรายพรึ่บพรั่บในหัวแต่ละวันมันจะได้มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งเสียที
ใครอ่านแล้วเห็นด้วยหรือเห็นต่างยังไง ส่งคอมเมนต์มาคุยกันบ้างก็ดีนะครับ
พล่ามคนเดียวมันก็ไม่ค่อยมันอ่ะนะ




 

Create Date : 21 กันยายน 2548   
Last Update : 21 กันยายน 2548 9:05:03 น.   
Counter : 2400 Pageviews.  


1  2  3  

Levine
 
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





ทำแบบสอบถามอันแรก
เขาบอกเป็น
smooth talker
ทำอีกอัน เขาบอกเป็น
high achiever
แต่ส่วนตัวคิดว่าเป็นแค่
คนมองโลกในแง่ร้าย
ที่พยายามเหลือหลาย
ให้มองโลกในแง่ดี

Tonight I Have to Leave It / Shout Out Louds
[Add Levine's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com