This Life --- Holiday in Thailand #4



หมายเหตุ กระทู้โดนลบไปแล้ว แต่ข้าพเจ้ากู้มาให้ดูจาก temporary internet files จากคอมพ์ของข้าพเจ้า เพื่อให้ขามุง ดูกันให้เต็มที่




Kevin Lee – This Life --- Holiday in Thailand #4
ในขณะที่เขียนเรื่องมาเล่านี้สปอนเซอร์เจ้าเก่าของผมได้ติดต่อไปทางการบินไทยเพื่อให้ตั๋วฟรีอีกรอบหนึ่งสำหรับเดินทางไปในที่ที่ไม่เคยไปครับ ผมควรเล่าเรื่องนี้ให้จบ จบก่อนที่จะเตรียมตัวเดินทางไปเมืองที่เคยฝันเอาไว้เมื่อตอนเป็นเด็ก คือเมืองที่ว่ากันว่ามีแต่ผู้คนอบอุ่น เมืองที่ได้ชื่อแปลตามภาษาปอตุกีส ว่า “สายน้ำแห่งเดือนมกราคม” ริโอ เดอ จาเนโร่ (บราซิล) และหวังว่าคงจะมีเรื่องทะยอยมาเล่าสู่กันฟังอีก ถ้าหากยังมีคนติดตามอ่านกันอยู่นะครับ

มีเหตุผลดีๆ หลายอย่างที่ผมชอบทะเลเมืองไทย ถึงแม้ว่าออสเตรเลียที่มีขอบของประเทศล้อมรอบไปด้วยทะเลซึ่งรวมระยะความยาวแล้วเป็นหมื่นๆ ไมล์ มีเกาะแก่ง ส่วนเว้าส่วนโค้งเยอะแยะ แต่ทะเลที่นี่ไม่เหมือนทะเลเมืองไทยครับ ไม่เหมือนตรงไหนหว่า หลายคนอาจจะสงสัย ประการสำคัญเลยคืออุณหภูมิของน้ำครับ ในฤดูซัมเมอร์ของออสเตรเลียนั้นโดยฉะเพาะเมลเบิร์นแล้วที่แดดออกบ้างไม่ออกบ้าง น้ำทะเลนั้นเย็นเจี๊ยบเลย อย่าว่าแต่ให้ลงเลยครับ แค่เดินรอบๆ ชายหาดก็ขนหนาวลุกแล้ว ทางกลางของประเทศแถบเมืองซิดนี่ย์-วอล็องก็อง หรือตอนบนขึ้นไปค่อยยังชั่วหน่อยพอจะลงอาบได้ เหนือขึ้นไปทางรัฐควีนสแลนด์แถบโกล์ดโค้สต์ ก็เริ่มดีเลย แต่ว่าค่าใช้จ่ายอาจจะสูงกว่าไปเมืองไทยอีก เมื่อเทียบกับระยะเวลาที่เท่ากัน

พ้นฤดูร้อนแล้วนอกนั้นก็อย่าฝันเลยครับที่จะลงเล่นน้ำทะเลได้ แค่ไปเดินชายหาดก็ต้องใส่เสื้อกันหนาวแล้ว จะมาให้ถอดเสื้อเดินโทงๆ เหมือนที่ชายหาดบ้านเรา โนเวย์ครับ... เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด

เมืองไทยตั้งอยู่เหนือเส้นศูนย์สูตรขึ้นไปนิดหน่อย อยู่ในโซนร้อนความเจ๋งของอุณภูมิน้ำมันเหมาะพอดีครับ และระยะเวลาที่ลงเล่นได้นั้นมียาวนานเกือบตลอดปี สวรรค์ไหนจะเพอร์เฟ็ค ทีนี้เข้าใจรึยังครับว่าทำไมฝรั่งถึงไปทะเลที่เมืองไทยกันครับ ผมอยู่ออสเตรเลียยังชื่นชมขนาดนี้นะครับ ลองนึกเอาเองว่าพวกที่มาจากยุโรปที่ประเทศของพวกเค้าหนาวเย็นตลอดปีตลอดชาติจะชื่นชมขนาดไหน

นอกจากนั้นแล้วยังมีเหตุผลอื่นๆ อีกครับ เช่นว่าอาหาร เครื่องดื่มที่ราคาถูก สีของน้ำทะเลหรือแม้แต่อัธยาศรัยของผู้คนชาวบ้านที่บนเกาะ ความชื้นในอากาศ สิ่งเหล่านี้รวมๆ กันเข้ามันทำให้เกิดบรรยากาศของเมืองนอกครับ แทนที่จะเป็นอะไรเดิมๆ แห้งๆ เหมือนที่เจออยู่ทุกวัน

น้องหทัยรัตน์กับผมก็ดั้นด้นมาถึงบ้านเพจนได้ เราจัดการฝากรถไว้กับที่จอดรถของท่าเรือ แล้วจัดการหอบกระเป๋าสัมภาระทุกอย่างไปตีตั๋วเรือข้ามฟากครับ อ่าวที่เราเลือกนั้นคืออ่าวลุงหวัง เป็นอ่าวเล็กๆ ใกล้กับอ่าววงเดือน

ในระหว่างที่รอเรือออกจากท่านั้นเราได้พากันไปชอปปิ้งหาซื้อสิ่งของที่จำเป็นเมื่ออยู่บนเกาะ ราคาที่ฝั่งนี้จะถูกกว่ามากไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามครับ ท่านที่ไปมาแล้วคงรู้ดี และท่านที่ยังไม่ได้ไปก็พอเดาออกนะครับ สิ่งที่จำเป็นที่สุดของผมนั้นบอกตรงๆ ว่าเหล้าครับ สารหล่อลื่นสังคมที่ผมขาดไม่ได้ มันเป็นสิ่งเดียวที่หล่อเลี้ยงจินตนาการ ขับส่งพลังความคิดและสรรหาถ้อยคำมาถักร้อยกลั่นออกมาเป็นตัวหนังสือ เพื่อให้คนได้อ่านกัน ไม่ใช่ผมคนเดียวนะครับที่เป็นแบบนี้ เมื่อตะก่อนโน้นสมัยรัตนโกสินทร์ มหากวีสุนทรภู่ของเมืองไทยที่เคยอยู่ห่างออกไปจากจุดนี้อีกไม่กี่กิโลที่อำเภอแกลง ท่านก็เคยหลงในฤทธิของสุราเมรัยเหมือนกัน

ผมแยกเกรดเหล้าง่ายๆ ในการดื่มให้คล่องคอ ถ้าเป็นเหล้าที่หมักบ่มน้อยปีก็จะผสมโค๊กดีกว่า ถ้าอายุการหมักบ่มนานๆ นั้นผมผสมน้ำเปล่าหรือโซดามากกว่า เหล้าสามัญประจำบาร์เหล้าในบ้านผมนั้นส่วนมากจะเป็น ชิวาส หรือ เกลนฟินิช สองอย่างนี้ที่ดื่มเป็นประจำ นอกนั้นก็จิบบ้างเป็นครั้งคราวเรียงลำดับนุ่มและแพงมากลงไปตามลำดับพอจัดได้ดังนี้ ตะกูลจอห์นนี่ วอล์กเกอร์ก็มีเจ๋งสุดเลย ฉลากน้ำเงิน(บลูเลเบิล) รองลงมาคือฉลากเขียว(กรีนเลเบิล) ฉลากทอง(โกล์ดเลเบิล) แล้วก็มาปลายแถวคือ แบล๊กกับเรดที่ต้องดื่มผสมโค๊ก

การที่จิบเหล้านุ่มนั่นไม่ได้หมายความว่าผมจะเขียนให้ได้สำนวนนุ่มละมุลสายตาผู้อ่านนะครับ เมื่อเปรียบเทียบกับยุคก่อนถึงแม้ในยุคของมหากวีสุนทรภู่ท่านมีแต่เหล้าขาวเหล้าป่าเป็นส่วนใหญ่ แต่เหตุไฉนถ้อยคำในเรื่องช่างไพเราะเสียทั้งกระเบียดนิ้ว ของเหล่านี้มันขึ้นอยู่กับการฝึกฝน เค้าว่ากันอย่างงั้นครับผม

แล้วเราก็ได้ลงเรือข้ามฟากไปสู่เกาะเสม็ด จากนั้นเราสองก็จัดแจงหาที่พักเราเลือกเอาบังกะโลที่มีห้องติดกันสองห้องอยู่ในหลังเดียวกันเพื่อความสะดวกในการมองหากัน วันนั้นเป็นวันอากาศร้อน ร้อนแบบสุดๆ จนผมต้องถอดเสื้อออกไปเดินชายหาดกับน้องหทัยรัตน์ วันนั้นเป็นวันที่คนเดินกันไม่มากเนื่องจากเป็นวันกลางสัปดาห์เข้าใจว่าผู้คนส่วนใหญ่ยังคงสาละวนกับการทำมาหากินอยู่

เราสองคนเดินไปจนพ้นหาดทราย เราเดินคุยกันไปเรื่อยๆ ไม่รู้สึกเบื่อ ท้ายสุดพ้นเขตของบ้านเรือนและที่พักของชาวเกาะเราไปหยุดพักเอาที่โขดหินกลุ่มหนึ่ง หทัยรัตน์เดินมาจนเหนื่อยร้อน เธอขอลงแช่น้ำสักพักซึ่งผมก็ไม่ขัด ว่าแล้วเราสองคนก็ค่อยๆ เดินลัดเลี้ยวไปตามทางซอกเล็กไปสู่น้ำทะเลที่ใสเย็น น้ำที่นี่ใสมากจนมองเห็นปลาตัวเล็กๆ เวียนว่ายเกาะกันเป็นกลุ่ม สิ่งหนึ่งที่คิดแล้วคิดอีกว่าจะบรรยายในที่นี้ดีหรือไม่ ชั่งอกชั่งใจนานอยู่เหมือนกันว่าผมจะอธิบายเรือนร่างของผู้หญิงในแง่ของศิลปะกันไม่ชัดเจน เพราะอย่างมากแล้วผมก็แค่เคยเห็น Wet T-Shirt Competitions ในผับก็มาเท่านั้น (เป็นการแข่งขันของฝรั่ง ที่สาวๆ จะทำให้เสื้อยืดที่ใส่เปียกปอน เพื่อให้แนบกระชับกับเนื้อและทำให้เห็นส่วนนูนต่างๆ)

แต่ในที่นี้เธออยู่ในสภาพแวดล้อมที่เป็นทะเล ธรรมชาติในเวลานี้ช่างเป็นแบล๊กกราวน์ให้เธอโดดเด่นเหลือเกินในช่วงปลายปากกาฝืดแบบนี้ผมนึกถึงใครไม่ออก จึงขอลอกข้อเขียนของเฒ่าหัวงูนักเขียนประจำของหนังสือในเครือมติชนที่หลายๆ คนยกย่องให้เป็นเกจินู๊ด นิวัต กองเพียร เคยเขียนบรรยายไว้ให้กับใครบางคนว่า “ภาพที่เธอเปียกปอนไปทั้งร่างนั้น ทำให้มองเห็นเนินเนื้ออันเต่งตั่งชวนสัมผัสเป็นอย่างยิ่ง ทรวงอกที่กระชับเกือบจะเกินงามนั้นเข้ากับรอยยิ้มและสายตาที่ยั่วยวน ขนอุยที่มองเห็นอยู่ไรๆ ทำให้ดูมีเสน่ห์เข้ากับสีผิวอันเนียนเรียบ กางเกงขาสั้นกับเรียวขาที่ต่อเติมจากสะโพกอันกลมกลึงทำให้ชวนมองไปหมดทุกอณูขุมขน...”

ผมขึ้นมาจากน้ำก่อนหทัยรัตน์เพื่อไม่ให้เธอจับพิรุธได้ ผมทำใจอยู่นานจนทุกอย่างเข้าที่เข้าทางผมจึง
โล่งอกไปที เพราะช่วงเวลาที่ผมสังเกตเธออยู่นั้นหัวใจมันพองโตไปหมด และไม่แน่ใจด้วยว่าเฉพาะแค่หัวใจรึเปล่า....

เย็นนี้ผมมีนัดดินเน่อร์กับคุณหทัยรัตน์ ---โปรดติดตามตอนจบครับ

จากคุณ : K L YUTA - [ 20 ก.ย. 48 19:31:51 A:144.137.52.163 X: TicketID:107941 ]




Create Date : 26 กันยายน 2548
Last Update : 29 ธันวาคม 2548 13:33:07 น.
Counter : 326 Pageviews.

2 comments
  
ความคิดเห็นที่ 1

อ่านจบด้วยความรวดเร็ว

คิดถึงทะเลออสแล้วก็ เอ่อ ทะเลเมลเบิร์น มันอ่าวปิด สกปรกสิ้นดี

ตอนนี้น้ำท่วมไปนิด สำลักน้ำทะเลโสๆของ St.Kilda

จากคุณ : รำเพย - [ 20 ก.ย. 48 20:16:02 ]
----------------





ความคิดเห็นที่ 2

อ่านแล้วนึกอยากไปเดินเล่นที่ชายหาดมั่งจังเลย บรรยากาศน่าจะดี เดี๋ยวรอติดตามอ่านตอนต่อไปค่ะ

จากคุณ : gunusa - [ 21 ก.ย. 48 00:20:30 ]
----------------





ความคิดเห็นที่ 3

ยาวจัง ติดไว้ก่อนคับ ไปไกลอีกด้วยอ่ะ

จากคุณ : ~o Fly'in to the Moon o~ - [ 21 ก.ย. 48 08:49:14 ]



โดย: la-la-bell วันที่: 26 กันยายน 2548 เวลา:19:46:38 น.
  
ความคิดเห็นที่ 4

เข้ามาอ่าน กำลังอิน

อยากรู้ว่าพระเอกจะตายตอนจบหรือเปล่า

ตอนนี้อาการค่อนข้างจะเพียบ

แล้วยังจะหนีไปนอกอีก

จากคุณ : PatPDX - [ 21 ก.ย. 48 09:32:52 ]
----------------


ความคิดเห็นที่ 5

ไปเที่ยวทะเลกันดีกว่าเนอะ

จากคุณ : Mr.DogGie - [ 21 ก.ย. 48 09:45:25 ]
----------------


ความคิดเห็นที่ 6

อยากไปทะเล

จากคุณ : NICE130 - [ 21 ก.ย. 48 09:49:14 ]
----------------


ความคิดเห็นที่ 7

ตอนหนุ่มๆ ผมเคยไปเที่ยวสเม็ด กะแฟน 2 ต่อ 2

แต่ผมไม่ได้เล่นน้ำเลยอะ
ไม่รู้มัวแต่ไปทำอะไรอยู่เหมือนกัน

(ทำอารายหว่า คิดก่อน ไม่ได้ทำมานานแระ ชักลืม)

จากคุณ : ไก่สายฟ้า - [ 21 ก.ย. 48 10:40:05 ]
----------------


ความคิดเห็นที่ 8

^
^
^
แก่แล้ววววว
หุ หุ

จากคุณ : NICE130 - [ 21 ก.ย. 48 11:01:46 ]
----------------


ความคิดเห็นที่ 9

เซ็งคนอย่างนี้หว่ะ

จะบอกว่า เป็นผู้ชายก็สำรวจร่างกายผู้หญิง
อยากจะกระซวกตาซะที

ว่าแต่ ไอ้รักสามเส้าสี่เส้าของ คุณเนี่ย
มันต้องเอามาเล่าเหรอ ?
อย่าบอก เปล่านะ นี่บอร์ดสาธารณะ

แค่คุณโพสต์อะไรไว้ มันก็เท่ากับว่าประกาศ
ผู้หญิงสองฝั่ง รวมทั้งตูเนี่ย มานั่งอ่านเรื่องกามารมณ์ ที่ทำตามอำเภอใจของคุณแล้ว มันจุกว่ะ

อยู่เมืองนอกนานไป หรือว่า ไม่เคยเห็นพระพุทธนานไป
ศีลธรรมทางใจเสื่อม

ตอนจบของคุณเนี่ย ขอให้มันเป็นตอนจบที่แสนงาม หรือจะหักมุม หักมุข ก็เรื่องของคุณ
แต่เมื่อคุณ โพสต์มันลงบอร์ด
คุณก็ต้องรับผิดชอบ หากเกิดอะไรขึ้น คุณควรมาขอโทษฝ่ายที่คุณไม่ได้เลือกบนบอร์ด

เสียหน้าว่ะ มีแฟนแบบนี้ ขอซะทีเหอะ อ่อน

จากคุณ : ป้าโลคนดี (Logetus) - [ 21 ก.ย. 48 12:18:29 ]
----------------


ความคิดเห็นที่ 10



จากคุณ : ป้าเอม - [ 21 ก.ย. 48 13:35:54 ]
----------------


ความคิดเห็นที่ 11

...

ไม่มีคำบรรยายครับ

...

จากคุณ : ..แวะมาเยี่ยมจ้า.. - [ 21 ก.ย. 48 15:34:59 ]
----------------
โดย: la-la-bell IP: 203.154.246.99 วันที่: 27 กันยายน 2548 เวลา:11:59:32 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

la-la-bell
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ตอนนี้เลี้ยงหลานเป็นงานอดิเรก เลี้ยงจนมีคนหาว่าลูกหรือเปล่านี่ เห่อที่สุด

ในรูปก็เราเองค่ะ ตอนประมาณ 4-5 ขวบได้ ตุ๊กตาแพนด้าตัวนี้ก็ยังอยู่ค่ะ แต่มอมแมมมาก ฮ่าๆๆๆ


ตอนนี้ตั้งเป้าอยากลดน้ำหนัก 15 ก.ก. จะสู้ต่อไปค่ะ

All Blog