ครัวมือใหม่ - เต้าหู้ผัดซอสพริกแบบง่ายๆ ฉบับคนขี้เกียจทำ
เราดัดแปลงมาจากสูตรในเนทที่เราเห็นมานานแล้ว

เมนูนี้ตอนทำใหม่ๆ จะหอมมากๆค่ะ เพราะว่ากลิ่นซอสพริกศรีราชาเวลาโดนกะทะหอมมาก ตอนที่ทำนี่สามีเดินมาดูเลยค่ะว่าทำอะไรเพราะกลิ่นมันลอยเข้าไปในบ้านมันหอมๆ




เราดัดแปลงให้เป็นมังสวิรัติ เพราะเราตั้งใจจกินมังสวิรัติวันพระในเดือนสิงหาคม - กันยายน

แต่เผอิญเดือนกันยายน ส่วนมากวันพระจะเป็นวันเสาร์ อาทิตย์ เลยเปลี่ยนว่าเดือนกันยายนกินวันศุกร์แทนค่ะ เลยต้องทำปิ่นโตไปกินที่ออฟฟิศด้วย




เราทำอาหารเพิ่งหัดทำปีนี้ และก็ใช้กล้องมือถือถ่าย หากว่ามีคำแนะนำติชมก็ยินดีน้อมรับนะคะ

ทำแบบมังสวิรัติเลยกินต้นหอมกับกระเทียมได้ แต่ถ้าเป็นแบบเจ ต้นหอม กระเทียม เป็นผักต้องห้ามนะคะ



วัตดุดิบ
1. เต้าหู้ขาว 1 หลอด
2. ต้นหอม 2 ต้น
3. กระเทียม 4 กลีบ บุบและสับหยาบๆ
(ถ้าแบบไม่มังสวิรัติก็จะมีหมูสับค่ะ)
4. ซีอิ้วขาว 1 ช้อนชา
5. ซอสพริก 1 ช้อนโต๊ะ
6. น้ำตาล เกลือ อย่างละนิดหน่อยไว้เพิ่มรส
7. น้ำมันงา หยดนิดหน่อย ให้พอมีกลิ่น








เราทำแบบขึ้เกียจเพราะกินคนเดียว เลยไม่ค่อยพิถีพิถันตอนทำเท่าไหร่ค่ะ

หั่นเต้าหู้หลอดแล้วเอาไปทอดในน้ำมันค่ะ ให้พอเกรียมๆ

ใช้ไฟอย่าแรงมากนะคะ แล้วเวลาหย่อนก็ให้ระวังด้วย เพราะเต้าหู้มันอมน้ำเวลาลงจะกระเด็นพอสมควรเลย



พอเต้าหู้ 2 ด้านเกรียมได้ที่ ก็ให้เอาขึ้นพักไว้

แล้วเอากระเทียมลงกะทะ

จริงๆมันควรจะเอากระเทียมลงก่อน แล้วต้นหอมลงตามตอนจะผัดเสร็จต้นหอมจะได้สีสวย แต่เราขี้เกียจเลยใส่ไปพรอ้มกันเลย

และจริงๆ ควรจะเอาเต้าหู้ใส่จานพักไว้ก่อน แต่ . . . ขี้เกียจ เลย . . . แค่ไว้อีกด้านของกะทะแทน (บอกแล้วไงฉบับคนขี้เกียจ)



ถ้าแบบไม่มังฯ ก็ใส่หมูสับ

แล้วใส่เครื่องปรุง ได้แก่ ซีอิ๊วขาว น้ำมันงา เกลือ น้ำตาล

เราใส่ซอสพริกตอนสุดท้าย เพราะเคยใส่ก่อนปรากฏว่าซอสแห้งติดกะทะ

แล้วก็พอจะปิดเตาก็ใส่น้ำเปล่าไปหน่อยไม่ให้แห้ง

ถ้าแบบไม่มังฯ จะใส่น้ำซุปที่ใส่คนอร์ผงก็ได้ค่ะ






เสร็จแล้ว ...

ต้นหอมเหี่ยวเชียว

ตอนเสร็จใหม่ๆ จะหอมกลิ่นซอสพริกศรีราชาที่ผัดในกะทะมากๆค่ะ



เราแบ่งส่วนนึ่งใส่ ทับเปอร์แวร์ พร้อมข้าวกล้อง แล้วก็ต้มไข่ไป 1 ฟอง เป็นอาหารกลางวันวันนี้ค่ะ

งวดหน้า ว่าจะทำเต้าหู้ผัดไข่เค็ม แทนหมูสับผัดไข่เค็มค่ะ






Create Date : 25 กันยายน 2552
Last Update : 25 กันยายน 2552 15:05:07 น.
Counter : 1769 Pageviews.

9 comment
Lychee cream cheese pie - เอิ่ม ยังไม่ค่อยลงตัว
เห็นเขาฮิตทำอะไรเกี่ยวกับลิ้นจี้ๆ ก็อยากทำบ้าง เพราะที่บ้านก็มี

คราวนี้ขี้เกียจอบเค้ก เพราะเค้กกล้วยหอม ครั้ง 5 ที่อบเกิดอะไรก็ไม่ทราบ เค้กแบนแต๊ดแต๋กว่าปรกติ เลยเอาไว้ก่อนยังไม่มีอารมณ์อยากอบเค้ก

เลยคิดไปคิดว่ามี cream chesse 1 ก้อนที่ซื้อจาก Villa Market ยี่ห้อใหม่ที่ไม่ใช่ philadepia เป็นครีมชีสที่ทำจากในประเทศไทย งั้นทำ พายลิ้นจี่ดีกว่าเน้อ เนื้อหวานๆ ของลิ้นจี้

แต่จริงๆสูตรตรงนี้ยังไม่ถูกใจมากแต่ก็ไหนๆก็ถ่ายรูปมาแล้วน่ะค่ะ เลยมาโพสหน่อย

สูตรดัดแปลงจาก banana creamcheese pie ของ Jamuay ค่ะ


ฐานพาย
คุกกี้โอรีโอ หรือครีมโอ 1 ห่อยาว
(หรือถ้าเป็นแครกเกอร์ ก็จะประมาณ 120 กรัม)
เนยละลาย 80 กรัม

ครีมชีส
ครีมชีส 1 ก้อน ประมาณ 250 กรัม
น้ำมะนาว 1 1/2 ลูก
นมข้นหวาน ตามใจชอบ ให้ลองชิมว่าชอบหรือยัง
เนื้อครีมจากไส้ของครีมโอ / โอรีโอ
เราใช้เนื้อลิ้นจี่ฉีก 6-7 ลูก แต่จากการทีกิน พบว่า เนื้อลิ้นจี้ในครีมชีสจะเหนียวไปหน่อย ดังนั้นให้ปั่นเนื้อลิ้นจี่หรือหั่นเล็กๆให้เหมือนเนื้อวุ้นมะพร้าวน่าจะดีกว่าค่ะ

วิปครีม
ถ้าปรกติ ก็ใช้วิปปิ้งครีม 1 ถ้วยตีจนขึ้นฟู แต่งวดนี้ขี้เกียจตีเลยใช้วิปครีมกระป๋องแทนค่ะ แต่วิปครีมกระป๋องจะยุบตัวเร็ว ดังนั้นเวลาจะกินค่อยฉีดดีกว่าค่ะ



วิธีทำ

*แงะคุกกี้กับครีม ออกจากกัน
*นำคุกกี้ไปบดให้ละเอียด เราใส่ในถุงพลาสติกแล้วใช้ไม้นวดแป้งบดเอาค่ะ



*นำเนย 70 กรัมไปละลายในไมโครเวฟ ให้เนยละลายให้หมด แต่ให้ขุ่นๆเล็กน้อย น้อง Jamuay บอกว่าอย่างนี้แล้วเนยจะหอมมากกว่าคะ



*นำเนยกับคุกกี้ที่บดแล้วมาผสมกัน คลุกให้ทั่ว



*นำคุกกี้ที่ผสมแล้วมาเกลี่ยบนฐานพาย 9 นิ้ว ของเราเป็นแก้ว ได้จากแม่มาค่ะ ใช้ช้อนตบๆ ให้แน่นๆ แล้วนำไปแช่ตู้เย็นพักไว้ก่อน






*นำครีมชีสมาตัดเป็นก้อนเล็กๆ แล้วตีให้เนียนๆ
*เติมน้ำมะนาว และนมข้นหวาน
*เติมไส้ขาวๆจากคุกกี้ที่เราแงะออกแล้ว (ไม่ทิ้งขว้าง)
*เติมลิ้นจี่ลงไปแล้วคนให้เข้ากัน (แนะนำว่าให้หั่นละเอียดหรือปั่นดีกว่านะคะ ของเราฉีกแล้วรู้สึกตอนกินเนื้อลิ้นจี่มันเหนียวๆหน่อย)
(ถ้าใส่สีแดงลงไปมันคงชมพูสวย แต่ไม่มี ก็ เอาไว้ก่อน)







*นำครีมชีสมาปาดบนฐานพายแล้วตู้เย็น



*เวลาจะกิน ก็หั่นแล้วนำวิปครีมมาบีบข้างบน
* จะนำชิ้นลิ้นจี่มาประดับก็ไม่ว่า ตอนแรกว่าจะทำอย่างนั้น แต่คุณสามีเอาเนื้อลิ้นจี่ที่เราแกะแล้วไปกินหมดเลย เลยไม่มีมาประดับ

เสร็จแล้วจ้ารูปไม่ค่อยสวย ต้องขอโทษด้วยจ้า







บทวิจารณ์เพิ่มเติม

*จริงๆแล้วหากจะคิดกำจัดลิ้นจี้ด้วยวิธีนี้อาจจะไม่ค่อยได้ผล เพราะเราใช้ลิ้นจี่น้อยไปหน่อย
*แล้วก็ถามคุณสามีว่าเป็นไงบ้าง คุณสามีว่าก็อร่อยดี แต่เราว่ารสความเป็นลิ้นจี่มัน้อยไปหน่อย ดังนั้นถ้าปั่นลิ้นจี่ผสมในครีมชีส น่าจะได้กลิ่นหอมของลิ้นจี่มากกว่านี้นะคะ แต่ แต่ บ้านเราไม่มีเครื่องปั่น แหะๆ คงไม่ได้ลองค่ะ
*งวดนี้ทำฐานพายไม่ค่อยดี มันติดฐานพายไม่ค่อยร่อนออกมา อ้อ แล้วก็ถ้าจะทำพายลิ้นจี่ ใช้แครกเกอร์บท น่าจะเข้ากันมากกว่าใช้ ครีมโอ หรือ โอรีโอ นะคะ

สรุปก็ พอกินได้ค่ะ แต่ยังไม่พอใจนัก



Create Date : 18 มิถุนายน 2552
Last Update : 18 มิถุนายน 2552 13:25:46 น.
Counter : 1085 Pageviews.

13 comment
banana series: กล้วยและกล้วย Banoffee Pie
บานอฟฟี่พาย เป็นขนมที่เราชอบมาก เราชอบกินกล้วยน่ะค่ะ ขนมฝรั่งที่เป็นเค้กหรือพายที่เป็นกล้วยๆๆ ชอบหมดเลยค่ะ แต่บานอฟฟี่จะชอบมากเป็นพิเศษ
สูตรที่เราทำเป็นการดัดแปลง 2 สูตรของระหว่าง สูตร banoffee ของคุณลูกสน แล้วก็ของคุณวรรณ A Little Catz ค่ะ

สูตรที่ใช้เป็นดังนี้

ฐานพาย + ชั้น chocolate (ดัดแปลงจากของคุณวรรณ)
• คุกกี้โอรีโอ (หรือครีมโอ) แบบ 60 กรัม 2 แถว (ของคุณวรรณใช้เป็นแครกเกอร์ 180 กรัมค่ะ)
• เนย 100 กรัม
• Semi sweet chocolate 150 กรัม (ตามสูตรคุณวรรณใช้ dark 100 กับ white 50 กรัม)
• นมสด 50 กรัม (สูตรคุณวรรณใช้วิปครีมค่ะค่ะ)

Caramel Filling (ดัดแปลงจากสูตรคุณลูกสน)
• เนย 100 กรัม (ตามสูตรคุณลูกสนใช้เนย 150 กรัมค่ะ)
• น้ำตาลทรายแดง 65 กรัม
• น้ำตาลทรายขาว 60 กรัม
• นมข้นหวาน 1 กระป๋อง (เรามีแค่ค่อนกระป๋อง ก็ใส่ไปแค่นั้นนค่ะแหะๆ)
• กล้วย 2-3 ลูก

วิปครีม (ดัดแปลงจากของคุณวรรณ)
• มาสคาโปเนชีส 50 กรัม (คุณวรรณเพิ่มเป็น 80 กรัม)
• วิปปิ้งครีม 1 ถ้วยตวง



รูปตอนทำถ่ายตอนกลางคืน และใช้มือถือถ่ายเลยจะเบลอหน่อยนะคะ
มีรูปท้ายๆที่เป็นรูปกล้องถ่ายรูปเลยจะชัดหน่อย

วิธีทำ
ฐานพาย
1. แงะเอาครีมออกจากคุกกี้โอรีโอก่อน ทำเป็นฐานพาย
2. บดคุกกี้สีดำให้ละเอียด เราใช้ใส่ในถุงแล้วขยำ แล้วก็ใช้ไม้นวดแป้งบดอีกทีค่ะ เห็นน้องบางคนใช้ขวดน้ำแดงบด ^ ^” บางคนก็ใช้ครกกับสากตำเอาค่ะ

3. เอาเนย 100 กรัมไปละลายในไมโครเวฟ แล้วนำไปคลุกกับคุกกี้ที่บดแล้ว แล้วนำคุกกี้ที่ผสมกับเนยแล้วไปกรุในพิมพ์ ใช้ช้อนตบๆ ให้แน่นๆ
4. เอาฐานพายไปเข้าตู้เย็นทิ้งไว้ เราใจร้อนไว้ในช่องฟรีซเลยค่ะ

5. นำชอกโกแลต 150 กรัมไปตั้งไฟแล้วตุ๋นพร้อมกับสมสด 50 กรัม

6. พอชอกโกแลตละลาย ก็นำไปราดบนฐานพายแล้วก็นำไปเข้าตู้เย็น


Caramel Filling
1. นำเนย 100 กรัม ตั้งไฟพอละลายใส่น้ำตาลทรายแดงกับน้ำตาลทรายขาวลงไป

2. พอเนยกับน้ำตาลละลายดี ก็เทนมข้นหวานลงไป แล้วก็กวนไปเรื่อยๆ ต้องคนตลอดไม่งั้นไหม้ค่ะ เราทำก็มีไหม้เหมือนกัน ขัดที่ไหม้ๆกันตาเหลือกเลย เหอๆ
งวดนี้เราระวังตัวมากขึ้น ใช้ไฟอ่อนลง เลยไม่ไหม้ค่ะ

3. พอมันหนืดจนได้ทีแล้วก็นำไปราดบนฐานพายค่ะ
4. เอากล้วยหอมมาหั่นเป็นแว่นๆ แล้วจัดเรียงบนพายให้สวยงาม ถ้าอยากกินเยอะก็เรียงเยอะๆหน่อย (ตามสูตรหลายๆคนเอากล้วยไปชุบ caramel filling ด้วยแต่เราขี้เกียจเลยไม่ได้ชุบค่ะ)

5. นำพายไปแช่ตู้เย็นพักไว้ก่อน

วิปปิ้งครีม
1. ก่อนตีควรนำโถกับตระกร้าตีไข่ไปแช่เย็นไว้ก่อน เตรียมกาละมังใส่น้ำแข็ง+น้ำไว้ด้วยค่ะ ครีมจะได้ขึ้นง่ายๆ

2. เอาโถที่จะตีวางบนกาละมังที่ใส่น้ำแข็ง นำมาสคาโปเน่ชีส 50 กรัม กับวิปปิ้งครีม 1 ถ้วยเทรวมกัน แล้วตีๆ คนๆ จนขึ้น เราสังเกตเองว่าเวลาผสมมาสคาโปเนลงไป ตัวครีมจะไม่ได้ฟูฟ่องมากเหมือนกับเวลาตีวิปปิ้งครีมล้วนๆค่ะ

เหนื่อยก็ให้สามีช่วยตี

ฟูแล้วแต่ตอนสุดท้ายก่อนปาดจะฟูมากกว่านี้หน่อยค่ะ


3. นำวิปปิ้งครีมไปปาดบนพาย




4. โรยผงโกโก้ไว้เพื่อความสวยงาม จริงๆขั้นตอนนี้ไม่ต้องมีก็ได้ค่ะ แต่เราชอบทำเพราะว่ามันช่วยปกปิดความขี้เหร่ของขนมได้หน่อย


ตัดเสิร์ฟ กินได้เลยค่ะ หรือจะแช่ตู้เย็นไปกินตอนหลังก็ได้

เราแจกไปเหลือกินไว้สัก 1/4 เท่านั้นเองค่ะ









Create Date : 15 มีนาคม 2552
Last Update : 16 มีนาคม 2552 10:22:56 น.
Counter : 1418 Pageviews.

32 comment
banana series: กล้วยและกล้วย เค้กกล้วยหอม
มีกล้วยยังเหลืออีกเกือบ 10 ผล ทำอไรดีน้อ

คิดโดยพลัน ทำเค้กกล้วยหอมดีกว่า ทำไม่ได้ยากมากด้วย

เค้กกล้วยหอมสูตรนี้เราได้จากน้อง Jamuay ณ สวนลุมพินี โดยสูตรที่ได้คือสูตรนี้

[[กระทู้ชวนเข้าครัว]]^^มาทำเค้กกล้วยหอมกันเหอะค่ะ^^
//www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L7597977/L7597977.html

น้อง Jamuay (จ๊ะหมวย) ทำได้น่ากินมาก และดูไม่ยากมากด้วย เลยจะทำดู

ดูสิคะ น้องจ๊ะหมวยทำออกมาน่ากินขนาดไหน

(อันนี้ไม่ใช่เราทำเด้อ)

เรายังไม่มีเครื่องชั่ง เลยใช้วิธีแปลงสูตรน้ำหนักเป็นปริมาณเอาค่ะ
วิธีทำไปดูตามนี้เลยค่ะ

คราวนี้ทำโดยไม่ได้ดัดแปลงสูตรอะไรค่ะ อยากให้เป๊ะที่สุด ยกเว้นเราอาจจะลดน้ำตาลกับลดเนยลงนิดหน่อยค่ะ คือตวงแต่ว่าแบบปริ่มๆ

สูตรนี้ทำได้เยอะมาก ถ้าเกิดว่าทำกินกันเองในครอบครัว อาจจะเปลี่ยนปรับสูตรลงครึ่งนึงนะคะ



สูตรและวิธีทำได้จากน้อง Jamuay ไอ้ตัวหนังสือเอียงๆ คือที่เราเปลี่ยนหน่วยจากกรัมเป็นปริมาตรแทนนะคะ

ส่วนผสมที่1...
แป้งเค้ก 300 กรัม (หรือ 3 ถ้วย)
เกลือป่น 1 ชช ถ้าใช้เนยเค็ม ก็ไม่ต้องใส่เกลือแล้วค่ะ
เบคกิ้งโซดา 1 1/4 ชช
ผงฟู 1 1/4 ชช
น้ำตาลทราย 340 กรัม (ถ้าไม่ชอบทานหวาน ลดเหลือ 320 กรัมก็ได้ค่ะ) (หรือประมาณ 1 ¾ ถ้วย)
....ร่อนแป้งเค้ก + เกลือป่น + เบคกิ้งโซดา + ผงฟู เข้าด้วยกัน เสร็จแล้วเอาน้ำตาลทรายลงไปคลุกๆให้เข้ากัน.....เสร็จแล้วพักไว้ก่อนค่ะ


ส่วนผสมที่2....
นมข้นจืด 125 กรัม (ประมาณครึ่งถ้วย)
น้ำมะนาว 1 ชต
ผสมให้เข้ากันค่ะ ส่วนผสมนี้เราจะเรียกว่านมเปรี้ยว พอคนเข้ากันแล้ว มันจะเป็นลิ่มๆนิดหน่อย....ปรกตินะคะ ไม่ได้เสียอะไร

ส่วนผสมที่3...
กล้วยหอม 300 กรัม เลือกที่งอมๆ เลยนะคะ จะได้หอมๆ แล้วก็ใช้ส้อมยีให้ละเอียดค่ะ.........

ส่วนผสมที่4...
เนยสด 100 กรัม (หรือ ประมาณครึ่งถ้วย)
มาการีน 80 กรัม (หรือ ประมาณน้อยกว่าครึ่งถ้วยหน่อย)
ไข่ไก่ 3 ฟอง

....ตีเนยกับมาการีนด้วยความเร็วต่ำ ให้พออ่อนตัวค่ะ

แล้วก็ใส่แป้งที่ร่อนแล้วผสมน้ำตาลตะกี้ ตีให้เป็นเม็ดทรายค่ะ
ตามด้วยกล้วยที่บดไว้ เพิ่มเป็นความเร็วปานกลาง

พอเริ่มเข้ากัน ก็ใส่ไข่ไก่ทีละฟองจนหมด ตามด้วยนมเปรี้ยวที่ผสมไว้
ตีความเร็วต่ำ จนได้เนื้อแบบนี้ค่ะ.....
ตักใส่ถ้วย ให้เหลือขอบนิดนึงนะคะ
เอาเข้าไปอบ ถ้วยใหญ่ 20นาที ถ้วยเล็ก 15 นาที



เริ่มได้

ร่อนแป้งเค้ก ผงฟู และเบคกกิ้งโซดา(โซเดียมไบคาร์โบเนต) ด้วยกัน
แล้วเอาน้ำตาลทรายไปคนๆผสมกัน


เตรียมส่วนผมที่ 2 นำนมข้นจืดมาผสมกับน้ำมะนาว คนแล้วทิ้งเอาไว้


เตรียมส่วนผสมที่ 3
บดๆกล้วย เราใช้ไป 4 ผลค่ะ


ส่วนผสมที่ 4
เอาเนยกับมาการีนมาตี (ใช้ตระกร้อมือตามเคย)

หลังจากนั้นก็เริ่มเอาส่วนผสมต่างๆมาตีรวมกันในโถ

แล้วก็เอาแป้งที่ผสมแล้วเทลงแล้วก็ตี
แล้วก็ผสมกล้วย ตอนนี้ส่วนผสมหอมมมม น่ากินมาก
ใส่ไข่ที่ละฟอง แล้วตี แล้วใส่ใหม่
หลังจากนั้นก็เทนมเปรี้ยวที่ผสมไว้แล้ว แล้วตีคนเบาๆ


ส่วนผสมที่ได้หอมมาก

นำไปอบในเตาที่ pre heat ไก่อน 230 C ค่ะ

แต่ผสมออกมาแล้วตกใจ เยอะมาก คิดว่างวดหน้าคงจะต้องลดสูตรลงครึ่งนึงค่ะ ไม่งั้นต้องทำแจกๆ อีกแล้ว



ออกมาก็หน้าไหม้ไปหน่อย เราใช้ไฟแรงไป




แต่รสชาติโอเคค่ะ เนื้อแห้งไปนิดกับหน้าไหม้ไปหน่อย



อีกก้อนก็ลองใช้แต่ไฟล่าง ปรากฏว่า ด้านล่างไหม้



เอาก้อนด้านบนนี้ไปให้บ้านพี่ชายคนโต เพราะมันดูดีที่สุดในบรรดา 3 ก้อน

ส่วนอีกก้อนที่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้คงเอาไปให้ที่บ้านครอบครัวแฟนค่ะ




Create Date : 14 มีนาคม 2552
Last Update : 16 มีนาคม 2552 9:54:52 น.
Counter : 646 Pageviews.

2 comment
banana series: กล้วยและกล้วย แพนเค้กกล้วยหอม (แบบดำปี๋)
สวัสดีค่ะ

พอคุณแม่รู้ว่าตอนนี้เราหัดทำขนมและทำเค้กจากกล้วยหอมบ่อยๆ คุณแม่เลยเอากล้วยงอมๆ มาให้อีก1 หวี มีวัตถุดิบทำให้สะใจไปเลย
เอากล้วยบางส่วนใส่ตู้เย็นไปแล้วช่วยยืดอายุค่ะ แต่เปลือกกล้วยจะดำค่ะ แต่ถ้าเราเอาไปทำขนมก็ไม่เป็นไรเนื้อกล้วยข้างในไม่ดำละกัน ช่วงนี้เลยทำได้แต่พวกขนมที่ทำจากกล้วยไปก่อน

ช่วงนี้เราก็เปิดหาสูตรที่เป็นพวก กล้วยๆ หาใน google พิมพ์ banana recipes เจอสูตรหลายสูตร แต่เราไม่ถนัดสูตรอาหารเป็นภาษาอังกฤษ ก็เอาแต่ชื่ออาหารแล้วถ้าสนใจค่อยหาสูตรเป็นภาษาไทยอีกที เจออีกสูตรที่เราจะทำได้คือแพนเค้กกล้วยหอมที่ แม่เจเจ โพสใน pantown ค่ะ

สูตรเรามีดัดแปลงนิดหน่อยตามเคยค่ะ เราทำแค่ครี่งสูตรนะคะ เพราะอยู่กันแค่ 2 คน แต่ว่าสุตรที่ลงให้ก็เป็นแบบเต็มต้นฉบับค่ะ

ถ้าทำเต็มสูตร จะได้สัก 6 แผ่นนะคะ
//www.pantown.com/board.php?id=16288&area=3&name=board7&topic=21&action=view
• กล้วยหอมสุกบดละเอียด 4-5 ลูก
• เกลือ 1 ชช
• น้ำตาลทราย 1 ชต
• นมผง 2 ชต (เราไม่มีนมผง เลยใช้นมข้นจืดแทน ไม่รู้แทนได้ไหม)
• ไข่ไก่ 1 ฟอง (เอ่อ อันนี้ไม่รู้จะแบ่งครึ่งยังไง เลยใส่ไปทั้งฟอง)
• แป้งเค้ก 1 ถ้วย (เราใช้แป้งแพนเค้กสำเร็จรูปครึ่งถ้วยแทน เพราะมีอยู่แล้ว)
• ผงฟู 1 ชช
• เนย สำหรับทา
• กล้วยหอมไม่ต้องบด หั่นเป็นแว่นๆ 1 ลูกไว้วางบนแพนเค้กตอนจะกิน (อันนี้เพิ่มเองจ้า)



วิธีทำโดย แม่เจเจ

1. ร่อนแป้งกับผงฟู นมผง รวมกันไว้ก่อน (แต่เราไม่มีนมผง)
2. ผสมกล้วยบด เกลือ น้ำตาลทราย และไข่ไก่ ด้วยกัน (เราเติมนมข้นจืดถ้วยในขั้นตอนนี้ค่ะ)
3. ผสมของแห้งลงของเปียก คนเบาให้เข้ากัน
4. ตั้งกะทะ non-stick ทาด้วยเนย หรือมาการีน นิดหน่อย
5. ตักส่วนผสมประมาณ 1 ช้อนพูนๆ ลงในกะทะกดให้แบน เกลี่ยให้แบนๆหน่อย (ถ้าส่วนผสมข้นเหนียวก็"กด" ถ้าส่วนผสมเหลวก็ "เกลี่ย" ค่ะ)
6. หาฝาปิดกะทะ รอจนแป้งด้านล่างสุกเป็นสีเหลืองน้ำตาล แล้วกลับอีกด้าน เพื่อให้สุกเช่นกัน ควรใช้ไฟร้อนปานกลางถึงอ่อน เพราะไม่งั้นขนมของคุณจะออกมาเป็นลูกครึ่งนิโกร อิอิอิ
7. เสริฟร้อนๆ ราดด้วยน้ำผึ้งหรือน้ำเชื่อม หรือชอคโกแลต หรือแยมอะไรก็ได้ที่คุณชอบนะจ้ะ


โดย: แม่เจเจ [2 ส.ค. 50 14:35]



อ้าว เหมือนจะไม่ยากใช่ไหมคะ ตั้งท่าแล้วลุยกันเลย

แต่... ชีวิตไม่ง่ายแบบที่คิดหรอกกก

ร่อนแป้ง



ผสมกล้วยบด ไข่ เกลือ เราแอบเติมนมข้นจืดด้วย


เทส่วนผสมที่เป็นของเปียกในแป้ง แล้วใช้ไม้พายคน


เอาเนยหรือมาการีนมาละลายบนกะทะ


เทบนเตา พยายามให้กลมๆนะคะ


พอได้ทีแล้วก็กลับ
ปัญหาก็บังเกิดกับเรา จะกลับแพนเค้กยังไงเนี่ย ท่าทางเอาตะหลิวพลิกไม่ได้จะขาด ลังเลๆเอาไงดีหว่า
ตัดสินใจ โยนแพนเค้กกลับกลางอากาศ

ผลก็คือ
.
.
.

กลับสำเร็จ แต่ก้นดำปี๋เลย คงมัวแต่ลังเล เลยไหม้ไป

จัดใส่จาน เอากล้วยกับน้ำผึ้งมาราดอ่า ถึงรูปไม่สวยแต่ก็พอใช้ได้นะคะ


อีกแผ่นกลับแล้วมันเละ เอามาการีนทา


จัดแต่งอีกหน่อย มันก็ได้แค่นี้แหละค่ะ


แล้ว ....
ทำยังไงจะทอดให้สวยๆแบบบนกล่องล่ะนี่



Create Date : 14 มีนาคม 2552
Last Update : 16 มีนาคม 2552 9:55:13 น.
Counter : 4747 Pageviews.

11 comment
1  2  

la-la-bell
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ตอนนี้เลี้ยงหลานเป็นงานอดิเรก เลี้ยงจนมีคนหาว่าลูกหรือเปล่านี่ เห่อที่สุด

ในรูปก็เราเองค่ะ ตอนประมาณ 4-5 ขวบได้ ตุ๊กตาแพนด้าตัวนี้ก็ยังอยู่ค่ะ แต่มอมแมมมาก ฮ่าๆๆๆ


ตอนนี้ตั้งเป้าอยากลดน้ำหนัก 15 ก.ก. จะสู้ต่อไปค่ะ