แต่งหน้าเจ้าสาวโดยคุณมล คุณต้อ คุณแมว คุณฟูก คุณป๊อก WE ปี 2006 หน้าปกมาช่า
เราไปกินร้านเค้กบน Central World เปิดไปเจอนิตยสาร WE เล่มนึง กริ๊ดมาก ข้างในมีผลงานช่างแต่งหน้าดังๆ 5 คน แม้จะเก่าแล้วก็ตาม แต่งหน้าเริดมาก

ขอนิตยสารเล่มนี้กลับ ร้านเขาก็ไม่ให้(กล้าขออีกแน่ะ) บอกว่าให้คนในร้านอ่าน แป่ววว บอกจะซื้อเล่มใหม่ให้ก็ไม่ได้ เลยถ่ายรูปมาแทนค่ะ

เราจำได้แต่ชื่อเล่น แต่ว่าจำชื่อช่างผมไม่ได้ ต้องขออภัยด้วย แถมมาแบบมัวๆ
ก็1 รูปถ่าย 2 ครั้งเพราะใช้โหมดธรรมดาและก็ night mode ไม่ได้ปรับสีค่ะ

ตอนแรกจะขอเขากลับไปสแกนแล้วเอามาคืน แฟนบอกว่าไม่ต้องขอหรอก เวอร์ 55

เรียงลำดับตาม WE ค่ะ

ผลงานแรกคุณมล หรือ กมล











ต่อไปเป็นผลงานคุณต้อ ค่ะ










ผลงานคุณแมวค่ะ










ผลงานคุณฟูก










ผลงานคุณป๊อกค่ะ









ขอโทษที่รูปมัวไปนะคะ แต่ก็อยากแบ่งกันดู



Create Date : 26 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 1 ตุลาคม 2552 0:44:32 น.
Counter : 2226 Pageviews.

6 comment
== วิธีใช้ลิปสติกที่กุดแล้ว หรือลิปที่สีไม่ถูกใจ ==
เป็นวิธีผสมสีเล่น แบบสนุกดีค่ะ

ถ่ายรูปจากมือถือบางทีมืดๆหน่อยนะคะ

อุปกรณ์

1. กระปุกแก้ว (ในรูปเป็นของบลูม)

2. ลิปสติกต่างๆที่เราไม่ชอบสี หรือชอบแต่ใช้จนกุดแล้ว





แงะลิปสติกใส่กระปุก




ใส่ไมโครเวฟ 15-20 วินาที หรือจนกว่าลิปสติกจะละลาย





ลิปสติกจะเหลวๆ อยู่ที่กระปุกแก้ว

(ระวังร้อนนะคะ ใช้กระดาษทิชชู่หรือผ้าจับกระปุกแก้วด้วยค่ะ)





เทลิปสติกใส่เข้าไปในแท่งลิปสติก (ลิปสติกแท่งกุดๆอีกแท่งค่ะ คนละแท่งกับที่เราแงะออกมาจนเกลี้ยงนะคะ)

รอจนลิปสติกเย็นจะกลับเป็นแท่งเหมือนเดิมค่ะ





นอกจากนี้หากไม่ชอบลิปสติกสีไหนก็มาผสมกันตามใจชอบค่ะ

เช่นถ้าซื้อลิปสติกมาแล้วสีมันเข้มไปอาจจะผสมลิปมัน จะกลายเป็นกลอส หรือว่าเอาสีอ่อนมาเพิ่มจะทำให้สีอ่อนลงค่ะ

ในรูปเป็น clinique-sweet honey กับ maybeline - peach metal ที่ใช้จนกุดแล้วแงะออกมาจากแท่งแล้วผสมกันค่ะ





อ้อ จะจะทำเป็นกลอสแบบแท่ง ไม่แนะนำให้ใช้วาสลีนแบบกระปุกๆผสมนะคะ ซื้อลิปมันแบบถูกๆ 30-40 บาท หักผสมไปสัก 1ใน4 หรือ 1ใน 3 ของลิปมันดีกว่าค่ะ

เพราะใช้วาสลีนแบบกระปุกผสมลิปสติกออกมาแล้ว ลิปกลอสจะอ่อนนุ่มไปไม่สามารถเป็นแท่งได้ เคยลองต้องทิ้งไปค่ะ

รูปไม่ค่อยชัดเพระถ่ายจากมือถือค่ะ





น่าแปลกที่ลิปสติกที่ทิ้งไว้จนแข็งตัวจะมีรอยบุ๋มตรงกลาง





ปากก่อนทา



ทาแล้วเป็นแบบนี้ค่ะสำหรับแท่งข้างบน







สนุกดีค่ะ เผื่อจะได้เปลี่ยนสีลิปที่เราไม่ถูกใจค่ะ



Create Date : 14 ตุลาคม 2548
Last Update : 14 ตุลาคม 2548 13:57:21 น.
Counter : 717 Pageviews.

15 comment
==== ประสบการณ์การทำตาสองชั้น น น น น ====


ที่เราตัดสินใจทำตาสองชั้น เพราะจริงๆเราก็มีตาสองชั้นอยุ่แล้ว แต่ว่าตาข้างซ้ายเคยเป็นตากุ้งยิงต้องไปเจาะกุ้งยิงออก ทำให้เกิดรอยแผลเป็นเล็กๆที่ตาซ้าย ทำให้เปลือกตาไปพับที่รอยแผลแทน ทำให้แต่งหน้ายากค่ะ เราจึงตัดสินใจสองชั้น เราขอเขียนจากประสบการณ์แล้วก็จากข้อมูลที่หาได้จากเนทนะคะ

-------
การทำตาสองชั้น

มีสองแบบ แบบแรกคือแบบ กรีดเป็นรอยแล้วเย็บด้วยไหม ซึ่งวิธีนี้สามารถเก็บหนังตาส่วนเกินได้ ข้อเสียคือแผลค่อนข้างน่ากลัวและหายช้า กว่าจะดูเข้าที่อาจจะเป็นเดือน

แบบที่สอง(ที่เราทำ) คือเป็นแบบไม่เห็นรอยกรีด จะใช้ไหมชนิดไม่ละลายเย็บผิวหนังกับกล้ามเนื้อตาเอาไว้ ทำให้เกิดรอยบังคับสร้างรอยพับที่เปลือกตาคะ

----------
ตาเราก่อนทำตาสองชั้น จะเห็นว่าข้างซ้ายมันรอยพับเหลือครึ่งชั้น เพราะว่ามีรอยแผลเป็นทำให้รอยพับไปพับที่รอยแผลเป็นแทน



ก่อนทำเราอ่านข้อมูลใน //www.pantip.com/lumpini แล้วก็เจอคนนึงพูดถึงหลุยส์คลีนิค เราก็ไปคุยกับคุณหมอแล้วก็ตัดสินใจทำกับหมอท่านนี้ค่ะ(ขี้เกียจไปหาหลายที่) ตอนปรึกษาหมอจะใช้ไม้จิ้มฟันให้กดกำหนดรอยพับที่เปลือกตาไว้ก่อนว่าเท่าไหร่ถึงจะสวยพอใจไหม ซึ่งเราเนื่องจากตาข้างซ้ายเคยมีรอยแผลเป็นตั้งแต่เด็กทำให้ได้รอยพับที่ไม่สูงนัก ส่วนข้างขวาก็จะทำให้สมดุลย์กับข้างซ้ายค่ะ แล้วก็นัดวันทำผ่าตัดกัน

ไปถึงคุณหมอสกุณาก็คุยเพื่อทำความเข้าใจอีกครั้ง นอนบนเตียงเพื่อกำหนดจุดรอยว่าจะใช้ไหมยึดจุดไหนบ้าง ของเราใช้ไหมยึดข้างละ 3 รอย

ก่อนทำคุณหมอก็ให้ล้างหน้าแล้วก็กินยาฆ่าเชื้อ แอบตื่นเต้นเวลานอนบนเตียง เวลาผ่าตัดคุณหมอบอกว่าตอนที่เจ็บที่สุดคือตอนฉีดยาชา นะหว่างทำจะมีการให้ตามองมุมห้องบ้าง เพื่อไม่ให้ตกใจตากระตุกค่ะ ไม่งั้นหมอจะทำงานไม่ได้

รวมๆแล้วผ่าตัดประมาณ 30 นาที แต่ว่ารวมคุยทำการตกลงก็ประมาณ 45-60 นาทีคะ

หลังผ่าตัดสามารถล้างหน้าได้ปรกติ ตาจะบวมๆเหมือนไปร้องไห้มา (แต่ร้องหนักหน่อย) ข้อควรระวังคือ อย่าขยี้ตาและห้ามหลับตาแบบแรงๆ สามารถแต่งหน้าได้ทันที

วันแรกมีเลือดซึมจากเปลือกตานิดหน่อย เวลาล้างหน้าเอาเล็บขูดๆเลือดที่แห้งบนเปลือกตานิดนึง (ฟังดูสยองเล็กน้อย ไม่รู้คนอื่นเป้นหรือเปล่า)

เราไปทำตาเช้าวันเสาร์ วันต่อมาตามีรอยช้ำม่วงๆนิดนึง หากหลับตาจะเห็นชัดหน่อยลืมตาก็ไม่ค่อยเพราะรอยช้ำจะซ่อนในรอยพับ เราก็ใส่แว่นระหว่างวันหยุดแล้วก็ใส่แว่นไปทำงานวันจันทร์วันนึง (จริงๆหมอสกุณาบอกว่าวันแรกก็ใส่คอนแทกเลนส์ได้แล้ว แต่เราอยากใส่แว่นเพื่อไม่ให้คนสังเกตมากนัก)

วันที่สี่เราก็แต่งหน้าใส่คอนแทกเลนส์ ก็ระหว่างตายังมีรอยช้ำเราก็แต่งตาโทนม่วงๆ หรือน้ำตาลเพื่อปิดบังรอยช้ำค่ะ

--------------------

รูปตอนทำได้สี่วัน


--------------------

ครบอาทิตย์ดูเป็นธรรมชาติ สวยขึ้น พอใจ

ครบสิบวันก็ไปให้คุณหมอดู หมอบอกว่าออกมาน่าพอใจแต่เวลาหายสนิทรอยอาจจะเล็กกว่านี้เล็กน้อย เพราะตอนนี้ยังบวมอยู่นิดนึงรอยพับเลยดูใหญ่

ปัจจุบันก็ไปทำมาประมาณแล้ว 5 เดือน ตาเข้าที่แล้วค่ะค่ะ ยังไม่มีปัญหาอะไร จริงๆคุณหมอเคยบอกว่าครบ 3 เดือนให้ไปหาเขาอีกทียังไม่ได้ไปหาเลยค่ะ

สรุปทำออกมาก็พอใจค่ะ ดูเป็นธรรมชาติแล้วก็แต่งหน้าง่ายขึ้นเยอะเลย
--------------------

รูปเมื่อมิ.ย.ค่ะ ตัดมาจากที่ไปเที่ยวค่ะ



ก็ไม่มีใครรู้นะคะว่าเราทำตาสองชั้นมานอกจากคนที่บ้าน แล้วก็เพื่อนๆที่เราบอก อาจจะเพราะปรกติเราก็ตาสองชั้นอยู่แล้ว อ้อ แต่มีเพื่อนคนนึงเขาบอกว่าวันนี้ตาก้อยดูแปลกๆไป แต่เดาไม่ออกว่าทำอะไรมาน่ะค่ะ

อ่า ทำที่หลุยส์คลีนิค ค่ะ //www.2plastic.com คุณหมอใจดีจริงๆค่ะ ไม่ยัดเยียดให้ทำศัลยกรรมเยอะๆ




มีรูปมาอัพเดทเพิ่ม
เนื่องจากเป็นการ crop รูปที่ไปเที่ยว มุมตาจะไม่ได้มุมเดียวกันหมด แต่พยายามหารูปที่ตาชัดๆน่ะค่ะ
รูปจะยิ้มทุกรูป ตาเลยอาจจะหยีกว่าความจริงนิดหน่อย




เพิ่มรูปก่อนทำ





รูปตาหลังจากทำได้ 1 ปี





หลังจากทำได้ 3 ปี (รูปทำได้ 2 ปี รูปชัดๆ ไม่อยู่ในคอมพ์เราค่ะ)





หลังจากทำตาได้ 4 ปี ถ่ายตอนเดือน ก.พ. ปี 2009 หรือ 2552 นี้ค่ะ





Create Date : 17 มิถุนายน 2548
Last Update : 1 กันยายน 2552 10:59:50 น.
Counter : 10777 Pageviews.

33 comment

la-la-bell
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ตอนนี้เลี้ยงหลานเป็นงานอดิเรก เลี้ยงจนมีคนหาว่าลูกหรือเปล่านี่ เห่อที่สุด

ในรูปก็เราเองค่ะ ตอนประมาณ 4-5 ขวบได้ ตุ๊กตาแพนด้าตัวนี้ก็ยังอยู่ค่ะ แต่มอมแมมมาก ฮ่าๆๆๆ


ตอนนี้ตั้งเป้าอยากลดน้ำหนัก 15 ก.ก. จะสู้ต่อไปค่ะ