Group Blog
 
All Blogs
 

Chapter 4 : Ayse’s friend.

... เปิดฉากมาด้วยการเพิ่มน้ำหนักเพลิงที่เผาผลาญจิตใจของเอวา ชีวิตที่โดนหักหลังอีกครั้งและไม่เหลืออะไรแล้วกระตุ้นให้ออกเดินทางแก้แค้นเทมมะ ลุงค์เก้และอีวามีความเหมือนกันตรงที่ ชีวิตไม่เหลืออะไรแล้วนอกจาก“เทมมะ”

... ตามมาด้วยการเผยปริศนาของเรื่องบางส่วนถึงบุคคลทั้ง 4 ที่สร้างโยฮันขึ้นมา และมีองค์กรที่พยายามให้โยฮันเป็นหัวหน้า โดยเนื้อเรื่องบ่งถึงการเหยียดชนชาติ แต่แล้วเรื่องก็ไม่ได้ทิ้งไว้ให้เข้าใจผิดเล่น เพราะเฉลยโดยเวลาไม่นานว่า โยฮันไม่ได้สนใจจะเป็นหัวหน้าของกลุ่มนี้เลย กลับฆ่าคนกลุ่มนี้ด้วยซ้ำ และเป้าหมายของโยฮันคือ ฆ่าทั้ง 4 คนและผู้เกี่ยวข้อง สร้างความ “โดดเดี่ยว” และ “ไร้ตัวตน” ให้เกิดขึ้น ... “เครื่องพิสูจน์ว่าฉันคือนายพลวูฟล์ อยู่ที่ไหน?” เป็นอีกครั้งที่เนื้อเรื่องเน้นถึงคำว่าตัวตน ชื่อ และอัตลักษณ์ ... “เพื่อนของไอเช่” ในชื่อเรื่องนั้นคือนีน่า ที่แม้ไม่เคยเห็นหน้าไอเช่ คุยแค่เสียง แต่เพียงแค่นั้นก็เพียงพอแล้วที่จะเป็นเพื่อนและช่วยเหลือกันได้

... น้ำตาลช้อนที่ 5 ... “การฆ่าคนนั้นง่ายมาก ก็แค่ลืมรสชาติของน้ำตาลเท่านั้นเอง” นักฆ่าคนหนึ่งที่ฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็นมาตลอด กลับไม่สามารถฆ่าใครได้อีก เพียงเพราะเค้ากำลังจะฆ่าคนที่กินกาแฟโดยใส่น้ำตาล 5 ช้อน สัญลักษณ์นี้คือการที่นักฆ่านั้นได้สติกลับมาตระหนักถึงสิ่งที่เรียกว่า “ชีวิต” อีกครั้ง ผ่านประสาทสัมผัสคือรสชาติ นี่คืออีกหนึ่งแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับ “ชีวิต” ใน chapter ที่แล้วๆมา การสัมผัสถึงชีวิตนั้นผ่านสิ่งที่เรียกว่า ความรัก การอยากมีชีวิตอยู่ ทุกคนรักชีวิต แต่ในตอนนี้ผ่านสิ่งที่ผมเรียกว่า “สีสันของชีวิต” การกินความหวานที่มากเกินปกติ เป็นสีสันอย่างหนึ่งที่ชีวิตไม่พบบ่อยนัก เป็นความชอบส่วนตัว เป็นการดื่มด่ำกับบางสิ่งที่เป็นความสุขของแต่ละคน มีเพียง“ชีวิต”เท่านั้นที่สามารถสนุก(หรือทุกข์) ดื่มด่ำกับสิ่งเหล่านั้นได้ คุณลองนึกภาพ...นักฆ่าคนนั้นก่อนฆ่าคนเค้าเห็นคนเป็นก้อนอะไรซักอย่าง ยิงก็ตายละ... แต่พอนึกถึงลิ้นคนนั้นกำลังสัมผัสความหวานสุดๆ ลิ้มรสของมันแล้วความหวานค้างอยู่ที่ลิ้น เค้าได้เห็นสิ่งที่เรียกว่าชีวิต มีเลือดเนื้อ มีความรู้สึกขึ้นมา ... คำว่า “สีสันของชีวิต” ผมจะยกขึ้นมาอีกครั้งเมื่อยอดมนุษย์ชไตน์เนอร์ออกโรงนะครับ

...Hilfe! Das Monstrum im mir wird explodieren! “ช่วยด้วย! อสูรกายในตัวผมจวนจะระเบิดอยู่แล้ว” .... โยฮันมี 2 บุคลิกในคนเดียว!? จริงหรือ? หรือว่าหมายถึงอะไรกันแน่ แปะไว้เช่นเคยครับ




 

Create Date : 27 มีนาคม 2548    
Last Update : 30 มีนาคม 2548 1:08:24 น.
Counter : 401 Pageviews.  

Chapter 3 : 511 Kinderheim

Mein Lieber Dr.Tenma.
Sehen Sie mich!
Sehen Sie mich!
Das Monstum in meinem Selbst ist so gross geworden!

(ถึง) ดร.เทมมะที่รัก (My love Dr.Tenma)
ดูผมสิ! (Look at me!)
ดูผมสิ! (Look at me!)
อสูรกายในตัวผม (The monster in myself)
เติบใหญ่ขนาดนี้แล้ว (became so large)

...การเดินทางของเทมมะเพื่อค้นหาโยฮันดำเนินต่อไปเรื่อยๆ เนื้อเรื่องเริ่มเล่าถึงวิธีการที่โยฮันยืมมือคนอื่นให้ฆ่าคน สิ่งที่โยฮันทำคือ พยายามชี้ให้เห็นถึงความเลวของมนุษย์โดยอาศัยปมในจิตใจของแต่ละคน...เช่นในเล่มนี้ ผู้ชายคนหนึ่งซึ่งมีอดีตคือ เคยเดินกับแม่ในไร่ทานตะวันบ่อยๆได้พบกับโยฮัน และฆ่าคู่สามีภรรยาที่ดูแลโยฮัน เพียงเพราะสามีภรรยาคู่นั้นทำลายแปลงทานตะวันทำที่จอดรถ เรื่องไร้สาระที่สุดแต่เป็นเรื่องที่มีอดีตฝังใจและมีความสำคัญกับใครบางคน ... บางสิ่งที่ใครคนหนึ่งยึดถือว่าสำคัญสำหรับเค้า เช่น ทานตะวันเป็นสิ่งสำคัญของชายคนนี้ แต่คนอื่นกลับไม่เห็นค่า

...โยฮันสนับสนุนให้ชายคนนี้รู้สึกว่า สิ่งที่สามีภรรยาทำเป็นสิ่งผิด ไม่ถูกต้อง เมื่อตัดสินว่าคนอื่น“เลว” ทำให้ผู้ชายคนนี้สูญเสียการมอง “ค่าของมนุษย์” หรือ “ค่าของชีวิต” เมื่อผู้ชายคนนี้ไม่เห็นค่าของชีวิตในตัวสามีภรรยาคู่นั้นอีกแล้ว จึงสามารถฆ่าได้อย่างไร้อารมณ์ “ว่างเปล่า” ขยายความให้ชัดขึ้นก็คือ คุณเคยฆ่ายุง หรือ มด มั้ยล่ะครับ คุณตบยุงได้โดย “ว่างเปล่า” นั่นเพราะคุณไม่เห็นค่าของชีวิตมันนั่นเอง แล้วถ้าสิ่งนั้นเกิดกับ “คน” บ้าง เมื่อเราเห็นการกระทำของใครซักคนที่รู้สึกว่าไม่ถูกต้อง เช่น ผู้ร้ายฆ่าข่มขืน นักการเมืองโกงกิน เราอาจจะไม่รู้สึกถึงค่าของคนเหล่านั้น และฆ่าได้อย่างไร้สาระที่สุด อย่าคิดนะครับว่านี่เป็นเพียงแนวคิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง คุณคิดว่า บุช รู้สึกถึง “ค่า” ของคนในอิรักที่ตายรึเปล่า... โอ๊ะโอ พูดแค่นี้พอแล้วดีกว่าครับ เดี๋ยวกระทู้นี้จะไม่รอด :P

...อีกอย่างหนึ่งที่ผู้ชายคนนี้รู้สึกคือ ฆ่าแล้วทุกอย่างก็จบ เมื่อไม่เหลืออะไร อดีตก็จะลบไปได้ และไม่มีใครขวางเราอีก ...คุณเคยรู้สึกมั้ย เพื่อนแกล้ง ครูโหดๆ เจ้านายเลวๆ ...ถ้าไม่มีคนนั้น ถ้าคนนั้นตาย ก็คงดี ไม่มีใครทำให้เราเจ็บปวดได้อีก ... นั่นคืออสูรกายในตัวเราอยากให้ใครซักคนตาย ไม่เห็นค่าของชีวิตเค้าชั่วขณะ สิ่งเหล่านี้ปรากฏทั้งชีวิตจริง หนัง และการ์ตูนหลายๆเรื่อง เช่น เด็ก(ญี่ปุ่น)ที่ถูกเพื่อนแกล้งทุกวัน และเด็กคนนั้นก็แค้นอยากให้เพื่อนคนนั้นตายในการ์ตูนหลายเรื่อง

...ถัดมาอีกไม่กี่หน้า หลังจากที่โยฮันปล่อยอาวุธตัวเองเสร็จแล้ว ก็ถึงคราวที่เทมมะจะปล่อยอาวุธของเค้าบ้าง ผู้เขียนให้เทมมะต้องไปรักษาอาชญากรที่เพิ่งฆ่าคนมา แต่ถูกยิงและกำลังจะตาย สิ่งที่เทมมะทำคือ ปฏิเสธไม่รักษา จนกระทั่งผู้ร้ายพูดว่า “ฉันยังไม่อยากตาย” เทมมะก็พูดว่า “กลัวตายรึไง ก่อนตายทุกคนรู้สึกแบบนี้... การฆ่าคนมันโหดร้ายแค่ไหน เข้าใจแล้วรึยัง” จะเห็นได้ว่า เทมมะพยายามชี้ให้เห็นถึง “ค่าของชีวิต” เมื่อคนนึงเห็นค่าของชีวิตแล้ว เทมมะก็เชื่อว่า คนนั้นจะไม่ทำผิดอีก เป็นอาวุธของเทมมะที่ตรงกันข้ามกับโยฮันอย่างเห็นได้ชัด และแน่นอนการตัดสินใจช่วยชีวิตของเทมมะก็เป็นไปเพราะเค้าก็ไม่อาจทิ้งค่าของชีวิตที่อยู่ต่อหน้าเค้าได้นั่นเอง

...ดีเทอร์ หนึ่งในขุนพลของเทมมะก็ปรากฏตัวขึ้นในเล่มนี้พร้อมกันเรื่องราวของ 511 Kinderheim ( 511 Children home) สิ่งที่ดีเทอร์ถูกปลูกฝังจากอดีตผู้ดูแล 511 คือ โลกมืดมิด โลกโหดร้าย แต่สิ่งที่เทมมะเพาะเมล็ดในใจดีเทอร์คือ พรุ่งนี้ยังมีหวัง โลกสดใส เมื่อคนเรามีหวังและมองโลกอย่างสดใส เราก็พร้อมที่จะก้าวออกมาจากความมืดมิด และทำสิ่งดีๆให้เกิดขึ้นได้ นี่ก็เป็นแนวคิดที่ตรงข้ามกับโยฮันโดยสิ้นเชิง โยฮันให้ “ลบ” อดีตทิ้งแล้วเริ่มใหม่ แต่เทมมะให้เริ่มใหม่ด้วยการสร้างความหวังสำหรับวันพรุ่งนี้ สัญลักษณ์ของความฝันและ ความหวังในตัวดีเทอร์ที่เทมมะเป็นคนให้คือ “ลูกบอล” ที่จะโผล่ให้เห็นคู่กับดีเทอร์ไปตลอดเนื้อเรื่องที่เหลือ เมล็ดพันธุ์เล็กๆนี้แหละที่จะเติบโตในดีเทอร์ต่อไปเป็นขุนพลของเทมมะที่คอยแพร่แนวคิดนี้ให้กับตัวละครที่สิ้นหวังตัวอื่นที่อาจถูกอาวุธของโยฮันครอบงำ

...ความแตกต่างของสถานเลี้ยงเด็กที่โยฮันกับนีน่าเติบโตมาก็บ่งให้เห็นชัดเจนในเล่มนี้ การเลี้ยงดูที่ต่างกัน การปลูกฝังที่ต่างกัน การศึกษาที่ต่างกัน สิ่งที่โยฮันเจอ,คิด,รู้สึก ผมจะพูดเจาะลึกภายหลัง

...ต่อมา..เทมมะก็ไปพบกับเนื้อเรื่องย่อยอีกครั้ง “เพทรา กับ ชูมัน” ลูกของเพทราลืม “ค่า” ของแม่ไป เทมมะและชูมันเป็นคนทำให้กลับคืนมา ผ่านความรู้สึกของชูมันที่เห็นค่าของเพทรา เมื่อรัก เมื่อเห็นค่า แล้วจะมีพลังปกป้อง คีย์เวิร์ดสำคัญคือ “การมอง” ...เมื่อเรามองเราจะเห็นค่า ... คำว่ามองนี้ หมายถึงการดูเค้าอย่างจริงจัง เกิดอะไรกับเค้า ให้ความสำคัญกับเค้า ดูแลเค้า ... คำพูดเล็กๆที่มีผลกับเนื้อเรื่องหลักคือ ชูมันพูดหลังจากรู้ว่าเทมมะจะไปฆ่าโยฮันว่า ถ้ามีดีเทอร์อยู่เทมมะจะไม่ออกนอกลู่นอกทาง การพยายามให้เทมมะ “ไม่ยิงปืน” “ไม่ฆ่าคน” จะมีอีกตลอดเรื่อง จุดนี้ผมจะทิ้งไว้ก่อนว่าหมายความว่าอย่างไร

...สุดท้ายในเล่มคือเรื่องราวของสารวัตรลุงค์เก้ จริงๆลุงค์เก้โผล่ออกมาให้เห็นตั้งแต่เล่มแรกๆ แต่เล่มนี้คือการเผยให้เรารู้จักลุงค์เก้อย่างจริงจัง และบอกปมในจิตใจที่จะเป็นแรงผลักดันการกระทำต่างๆที่เหลือ เค้าคือหนึ่งในผู้ไม่มีพลังในการมอง เห็นงานสำคัญกว่าคำว่า “ชีวิต” “ค่าของมนุษย์” ไม่ใช่สิ่งที่ลุงค์เก้รู้สึก เพียงแต่ตัวละครนี้ไม่ได้ฆ่าใคร เค้าตามคนร้ายเพียงเพราะมันเป็นงาน ต้องการหาคนร้ายโดยไร้ความรู้สึก “ว่างเปล่า” เช่นเดียวกันการฆ่าของโยฮัน และสุดท้ายเมื่อเมียและลูกทิ้งไป และงานที่ทำยังถูกปลด เมื่อเค้าไม่เหลืออะไรแล้ว สิ่งที่เหลือคือ “ไล่ล่าเทมมะ” นี่คือปมในจิตใจลุงค์เก้ ชีวิตที่ไม่เหลืออะไร สิ่งที่ยึดเหนี่ยวให้ยังคงเป็นตัวตนของตัวเอง (อัตลักษณ์) คือการไล่ล่าเทมมะ ...อีกเช่นเคย ผมก็ยังคงทิ้งการอธิบาย “อัตลักษณ์” ความเป็นตัวตน ไว้ทีหลัง

...และสิ่งที่โยฮันทิ้งไว้บนกำแพง “ดูผมสิ อสูรกายในตัวผมเติบใหญ่แล้ว” คือความรู้สึกว่าโยฮันกำลังเล่นสนุกจริงหรือ?




 

Create Date : 27 มีนาคม 2548    
Last Update : 30 มีนาคม 2548 1:08:39 น.
Counter : 503 Pageviews.  

Chapter 2 : Surprise Party

...นีน่า.. คู่แฝดผู้สดใสได้ถูกนำเสนออย่างจริงจังในเล่มนี้ ฉากเปิดตัวของสาวน้อยคนนี้ แสดงให้เห็นถึงความ healthy ทั้งร่างกาย อารมณ์และความคิด ผู้เขียนดูจะเลือกเมืองที่เลี้ยงดูนีน่าให้เติบโตขึ้นมาอย่างจงใจ .. Heidelberg .. เมืองที่ได้ชื่อว่า The romantic city และมีมหาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของเยอรมันอยู่ที่นี่ สภาพแวดล้อม ความรัก ความรู้ การเอาใจใส่ ได้ถูกจัดฉากให้นีน่าอย่างสวยงาม แต่ใช่แล้วครับ มันคือการจัดฉาก เพียงไม่เกิน 10 หน้ากระดาษ ร่องรอยของอดีตเบื้องหลังความสดใสนั้น ก็ค่อยๆปรากฏ จนท้ายที่สุดความจริงที่ว่า นีน่า เป็นคนยิงหัวโยฮันได้เปิดเผยขึ้นมา แต่ทำไปทำไม.. คำตอบเบื้องต้นที่ได้จากเล่มนี้คือ... เพราะนีน่ารู้ว่าโยฮันฆ่าพ่อกับแม่จึงได้ฆ่าโยฮันซะ แต่กลับเกิดคำถามที่ลึกลับขึ้นว่า โยฮันนั่นเองเป็นคนบอกให้นีน่ายิงหัวตัวเอง โยฮันฆ่าพ่อแม่บุญธรรมที่ผ่านมาทำไม และทำไมต้องฆ่าตัวตายยังคงเป็นปริศนาอยู่

...ด้านฝ่ายเทมมะ เมื่อเกิดคำถามและความสับสนสิ้นหวังในชีวิต ทางออกของเค้าคือ สืบหาความจริงเกี่ยวกับโยฮัน แต่แล้วความจริงก็ยิ่งตอกย้ำความเป็นอสูรของโยฮัน และคนที่นำชีวิตโยฮันกลับมาจากความตาย(ที่นีน่ามอบให้)คือเค้าเอง ความรู้สึกรับผิดชอบที่เกิดขึ้นก็ยิ่งหนักหน่วง เค้าจึงต้องตามล่า และหยุดการฆ่าคนที่จะเกิดขึ้นตามมาซะ

...ปมของตัวประกอบก็ผูกขึ้นมาเช่นกัน อีวา (เอวา) อดีตคู่หมั้นของเทมมะ ...ผู้ซึ่งชีวิตแหลกเหลวหลังจากพ่อตัวเองตาย สิ่งที่เค้าต้องการคือ “ความรัก” แต่เมื่อไปขอคืนดีกับเทมมะแล้วถูกปฏิเสธ เมื่อไม่ได้สิ่งที่ต้องการ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ความเกลียดชัง โยนความผิด ต้องการทำให้เทมมะหันกลับมามอง ... คุณอาจมองได้ว่า อีวา เป็นแค่ผู้หญิงเอาแต่ใจ เห็นแก่ตัว และไม่ใช่ “ความรัก” ที่ผู้หญิงคนนี้อยากได้ เธอต้องการแค่ที่พึ่ง เงิน อำนาจ หรือแค่คนทำตามคำสั่งรึเปล่า... แต่จากเหตุการณ์หลังๆที่เกิดขึ้นกับอีวา ผมรู้สึกเลยว่า ตัวละครนิสัยเสียคนนี้ “เหงา” ต้องการใครสักคนมองที่เค้า และเมื่อใดที่ดอกไม้เหี่ยวๆดอกนี้ได้น้ำ(ความรัก) ภาพของอีวาจะสวยงามสดใสอีกครั้ง

...ประเด็นที่ว่า ความต้องการใครสักคนรักเรา และความเหงา ความแค้น ถูกปลอบประโลมให้เลือนหายได้ด้วย ความอ่อนโยนและความรัก แสดงออกให้เห็นผ่านเนื้อเรื่องย่อยที่แทรกเข้ามาเล็กๆท้ายเรื่องเล่มนี้ด้วย (และยังหาเหตุผลในการติดเขี้ยวเล็บให้กับพระเอกของเรา ให้เปลี่ยนจากหมอหน้าอ่อนเป็นหมอหน้าเข้มซะด้วย) ใครลืมไปแล้วก็ ไปเปิดอ่านเอาเองนะครับ

...ทำไม Chapter 2 ถึงใช้ชื่อว่า Surprise Party ? ... หมายถึงวันเกิดของนีน่าหรือ? ...ในเนื้อเรื่อง โยฮัน จะมารับนีน่าในวันเกิดอายุครบ 20 ปี... ทำไมต้อง 20 ล่ะ ...บรรลุนิติภาวะของเยอรมัน ของญี่ปุ่น เหมือนกับของไทยรึเปล่าน๊อ ใครรู้ช่วยตอบที? ถ้าใช่ล่ะก็ สัญลักษณ์นี้หมายถึงอะไร .. หมายถึงการโตพอที่จะรู้ความจริงรึเปล่า บรรลุนิติภาวะหมายถึงมีความคิดความอ่านเป็นของตัวเอง พร้อมที่จะรับรู้กับความจริง...ผู้เขียนกำลังจะบอกเราโดยอ้อมรึเปล่านะว่า ความจริงกำลังจะเปิดเผย ตัวละครพร้อมแล้วที่จะไปสู่ความจริง (หรือผมคิดมากไปเอง)...ว่าแต่...แล้วคุณล่ะ พร้อมที่จะไปสู่ความจริงอันเข้มข้นในการวิเคราะห์ของผมตอนต่อๆไปรึยัง ^_^




 

Create Date : 27 มีนาคม 2548    
Last Update : 30 มีนาคม 2548 1:08:58 น.
Counter : 488 Pageviews.  

Chapter 1 : Herr Doktor Tenma

...ในตอนถัดจากนี้ ผมขออุทิศให้กับการรื้อฟื้นความจำเล่าโครงเรื่องที่เกิดในแต่ละเล่ม ส่วนหนึ่งก็เพราะว่า หลายๆคนคงจะเลือนรางอยู่ในความทรงจำ ขนาดผมเองมาอ่านอีกรอบยังตกใจเลยครับ ว่ามีจุดนี้อยู่ด้วยในเล่มหรอเนี่ย แต่อีกส่วนหนึ่งก็คือ เพื่อไขข้อสงสัยบางส่วนในการดำเนินไปของเนื้อเรื่องที่ดูจะสับสนวุ่นวาย แต่ละส่วนทิ้งคำถามอะไรไว้ให้ ตัวละครนี้โผล่มาทำไม คนเขียนมั่วอ๊ะป่าว อยากยืดเรื่องอ๊ะป่าว จบง่ายไปรึเปล่า อย่างไรก็ดี ประเด็นหลักผมจะเก็บไว้ ไม่ลงลึกตีความในรายละเอียด แต่ประเด็นย่อยๆ ผมคงตีความออกมาเลย และจะยกบางช่วงมาวิเคราะห์อีกครั้งภายหลัง และจะเล่าแค่เหตุการณ์คร่าวๆ เท่านั้น คงไม่เล่าละเอียดทั้งหมด ..ให้อยากรู้แล้วไปอ่านใหม่กันเองสนุกกว่า หุหุ ...บางประเด็นที่ผู้เขียนอธิบายให้เห็นชัดๆอยู่แล้ว ผมไม่ต้องเอ่ยถึงก็เคลียร์อยู่แล้ว ก็คงข้ามไปเลยบ้าง เอาแค่จุดหลักๆที่เป็นที่สงสัย ที่ซ่อนเอาไว้แล้วแต่ใครจะตีความและเป็นโครงหลักๆของเรื่องนะครับ

...โครงเรื่องขอแบ่งใหญ่ๆออกเป็น 2 ส่วน .. Chapter 1-9 และ Chapter 10-18 การแบ่งแบบนี้
มีเหตุผลมากกว่าการแบ่งครึ่งจำนวนเล่มให้เท่ากันเฉยๆ เพราะในความคิดของผม ผู้เขียนจงใจให้เล่ม 1-9 เป็นเหมือนภาค 1 ด้วยซ้ำ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเกิดขึ้นในเล่ม 9 (ลืมกันหมดแล้วล่ะสิ ว่ามีไรเกิดขึ้นในเล่ม 9 ^_^ ค่อยๆติดตามเดี๋ยวก็นึกออกครับ ใครจะไปจำได้ ถ้าผมไม่อ่านอีกรอบยังไม่สังเกตเลยเนี่ย)...

Chapter 1 : Herr Doktor Tenma

...หมอหน้าอ่อนผู้ไฟแรง แต่ต้องอยู่ในสังคมที่มีแต่ผลประโยชน์และการเมือง ได้ถูกนำเสนอขึ้นมาในเล่มแรกนี้ สภาพและปัญหาอย่างนี้เป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปจนชาชิน สถานการณ์แรกที่ถูกโยนให้กับตัวละครตัวนี้คือ “จะถูกระบบกลืน หรือจะยึดในอุดมคติ” อุดมคติที่ว่านี้ก็เป็นเรื่องพื้นๆที่เป็นปัญหาในแทบทุกที่ “มนุษย์ทุกคนมีค่าเท่าเทียมกันหรือไม่?” ... แต่แล้วเจ้าอุดมคติพื้นๆเนี่ยแหละที่จะประทับตราตรึงอยู่ในตัวของหมอเทมมะ จากเดิมที่เป็นหมอที่ถูกพัดพาไปตามกระแสความชั่วร้ายในสังคม คิดเพียงวิจัยให้เก่งๆ ศึกษาหาวิชาแพทย์ใหม่ๆ ไต่เต้าให้สูงเพื่อมีโอกาสได้ทำสิ่งต่างๆที่ตัวเองรัก (ทำวิจัย) กลับมีเหตุการณ์ทำให้กลายเป็นหมอที่ให้ความสำคัญกับคำว่าชีวิต เห็น “ชีวิต” สำคัญเหนือลาภ ยศ หรือแม้แต่ความรู้ นี่คือความเป็น “ตัวตน” ใหม่ของหมอเทมมะที่เกิดขึ้น(การเกิดใหม่ที่เอ่ยในตอนที่ 2) ...คำว่าตัวตนในที่นี้ ศัพท์หรูๆจะเรียกว่า อัตลักษณ์ ศัพท์ในเรื่องนี้สื่อออกมาผ่านคำว่า “ชื่อ” ...อ๊ะ อย่าเพิ่งงงครับ จุดนี้ผมจะมั่วในตอนหลัง ว่ามันคืออะไร เกี่ยวข้องกันยังไง หลังการเกิดใหม่นี้เองเราจะเห็นตลอดเรื่องช่วงหลังว่า “มนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกัน” คือ “ตัวตน” และเป็นเงื่อนไขพื้นฐานในการกระทำต่างๆของหมอเทมมะ

...แต่แล้ว...สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อ 9 ปีผ่านไป ชีวิตหมอเทมมะที่เหมือนเงียบสงบไปแล้ว (ตั้งใจจะลาออก เพราะขัดคำสั่ง ผอ. ไปรักษาเด็ก ไม่รักษาเทศมนตรี แต่ ผอ. และหัวหน้าหมอศัลยฯตาย ตัวเองเลยได้เป็นหัวหน้าอีกครั้ง) กลับพบความจริงว่า เด็กที่ตัวเองช่วยกลับเป็นอสูรกายร้ายที่สมควรสิ้นชีพ การช่วยชีวิตคนคนนึง กลับกลายเป็นการทำให้ชีวิตอีกหลายชีวิตต้องดับสูญ ชีวิตที่ตัวเองสุขสบายอยู่ เกิดมาจากการฆาตกรรมที่ตัวเองก่อทางอ้อม เพราะตัวเองไปพูดกับโยฮันตอนเด็กว่า “พวกนั้นสมควรตาย”

...ลองนึกภาพ...คนที่ยึดมั่นในการช่วยชีวิตมาตลอด กลับต้องมารับรู้ว่าชีวิตที่ตัวเองสุขสบายนั้น
เกิดมาจากการฆาตกรรมที่ตัวเองมีส่วนร่วมด้วย และการช่วยชีวิตของตัวเองยังก่อให้เกิดการฆ่าใครต่อใครอีกมากมาย (โยฮันคือผู้อยู่เบื้องหลังคดีฆาตกรรมคู่สามีภรรยาหลายคู่) ความรู้สึกสับสน-สิ้นหวังในสิ่งที่ตัวเองพยายามทำและยึดมั่นมาตลอดชีวิตจึงเกิดขึ้น

.....แล้วหอคอยชีวิตอันสวยงามของตัวเองก็ล่มสลายลง.....พร้อมกับเสียงตะโกนก้องในฉากสุดท้าย...




 

Create Date : 27 มีนาคม 2548    
Last Update : 30 มีนาคม 2548 1:09:19 น.
Counter : 493 Pageviews.  

เทมมะ-โยฮัน : ขั้วตรงข้ามที่มาบรรจบ

...อย่าเพิ่งเบื่อละกันนะครับ ผมขอไล่ไปทีละขั้น จากการวิเคราะห์ตัวละคร ที่มา แนวคิด คำถามในเรื่องแต่ละจุดก่อน ...พวกคำถามที่ว่า “ทำไมเรื่องนี้จบแบบนี้” “ทำไมจบง่ายจัง”
“ตกลงอสูรกายคืออะไร” “อ่านแล้วงงจัง” ... อดใจไว้ค่อยๆซึมซับทีละประเด็นที่ผมมั่วก่อน แล้วคุณอาจได้คำตอบ และเข้าใจแต่ละคำถามได้ด้วยตัวเองก็เป็นได้

เทมมะ-โยฮัน ขั้วตรงข้ามที่มาบรรจบ

...หลังจาก “ชื่อเรื่อง” ไปแล้ว จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้สร้างขึ้นบนการผูกปมของสองตัวละครที่มีจุดคล้ายกัน ... เทมมะ และ โยฮัน มีความสามารถที่เหมือนกันอยู่อย่างคือ “การกุมชีวิตคนไว้ในกำมือ”

...การเน้นย้ำหลายๆครั้งตลอดเรื่อง ถึงความอัจฉริยะของเทมมะ และชี้ให้เห็นในการผ่าตัดว่า “พลาดนิดเดียวก็ตาย” บ่งบอกอ้อมๆว่า แค่มือของเทมมะขยับจากจุดที่ควรจะเป็นนิดเดียว นั่นคือชีวิตคนนั้นต้องตายลง ...แต่การกุมชีวิตไว้ในมือไม่หยุดอยู่แค่ที่ “การกระทำทางกายภาพ” ของเทมมะเท่านั้น (ผมหมายถึง แค่ขยับมือนิดหน่อยก็ตายได้) สิ่งสำคัญตลอดเนื้อเรื่องที่ทดสอบตัวละครตลอดเวลาคือ “ใจ” (พูดให้เท่ๆคือ ขยับใจนิดหน่อยก็ตายได้) จะเลือกทางไหน รักษาหรือไม่ เค้าเลว เค้าจน ... คำถามที่ได้ยินจนเบื่อแล้วคือ “เค้าเลว เค้าจน แล้วจะรักษาเค้าหรือไม่” แต่ว่ายังครับ ยังไม่หยุดอยู่แค่นั้น ในการ์ตูนเรื่องนี้ถามต่อไปให้หนักขึ้นไปอีกว่า “ถ้ารักษาแล้ว เค้าไปทำเลวต่อ ไปฆ่าคนอื่นต่อ จะรักษามั้ย” ซึ่งคำถามนี้เกิดขึ้นเนื่องจากเทมมะดันไปรักษาโยฮัน แต่ระหว่างทางจะเห็นว่าเทมมะต้องไปรักษาบางคนที่เป็นอาชญากร เทมมะจำเป็นต้องเลือกทางเดินการกระทำตัวเองต่อคำถามเหล่านี้

...ขอตัดมาที่โยฮันก่อน ความอัจฉริยะของโยฮันคือ การชักจูงโน้มน้าว ...ถ้าสิ่งที่เทมมะมีอิทธิพลและบงการได้ดังคิดคือร่างกายมนุษย์ (ผ่านการเป็นหมอ ผ่าตัด ให้ยา ฯลฯ) สิ่งที่โยฮันมีในมือคืออิทธิพลบงการจิตใจนั่นเอง คู่ต่อสู้ไหนจะน่าสนุกไปกว่าการตั้งคำถามผ่าน คนหนึ่งคุมร่างกาย(ผ่านสมองซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดของคนเราซะด้วย) อีกคนนึงคุมจิตใจ (ผ่านสิ่งที่เรียกว่าความกลัว) อาวุธของโยฮันคือ ทำลายล้าง ความกลัว ความตาย ความสิ้นหวัง ความมืดมิด อาวุธของเทมมะคือ การช่วยเหลือ ความรัก ชีวิต ปกป้อง และแสงสว่าง ระหว่างเรื่องมีการห้ำหั่นกันระหว่างขุนศึกของสองคนนี้อย่างเห็นได้ชัด (แหม หยั่งกะอ่านสามก๊กแหนะ) เมื่อตัวละครตัวหนึ่งกะลังถูกปั่นหัวจากโยฮันบรรยากาศของเรื่องกำลังมืดมิดสุดๆ เทมมะหรือเพื่อนเทมมะจะเข้ามาเปลี่ยนให้เนื้อเรื่องมีแสงสว่างขึ้นมา เช่นตอนที่โยฮันสอนให้เด็กคนนึงฆ่าตัวตาย ดีเทอร์เป็นขุนพลที่เข้ามาให้แสงสว่าง (เล่ม8) ในทางตรงกันข้าม เมื่อตัวละครมีหวัง โยฮันก็เข้ามาคุมเนื้อเรื่อง และขยี้ชีวิตตัวละครนั้นให้แหลกเหลว เช่นตอนที่ตำรวจพวกโยฮันฆ่านักข่าวที่เทมมะขอให้ช่วยหาตัวนีน่า (เล่ม2) หรือนักสืบริชาร์ดที่วันรุ่งขึ้นจะได้พบลูกสาวต้องถูกฆ่าตาย (เล่ม7)

...สิ่งที่คล้ายกันอีกอย่างของสองคนนี้คือ “การเกิดใหม่” ... การเกิดใหม่ของโยฮันนั้น เห็นได้ชัดเจนจากการที่เทมมะช่วยชีวิต ในตอนต้นมีการเอ่ยถึงด้วยซ้ำว่า เทมมะเหมือน “พ่อ”ของโยฮัน และไม่ใช่พ่อธรรมดาซะด้วย โยฮันรู้ว่าเทมมะต้องสูญเสียทุกสิ่งไปเพื่อช่วยเค้าไว้ ไม่ใช่การช่วยเหลือตามหน้าที่ธรรมดา แต่เป็นการช่วยที่ต้องแลกด้วยหลายๆอย่าง ซึ่งนำไปสู่การทดแทนคุณด้วยการฆ่าผอ.โรงพยาบาล ... หากจะเชื่อมโยงในตอนจบ “พ่อ”คนนี้ขอโยฮัน ช่วยในลักษณะที่ต่างจาก “แม่”ของโยฮันโดยสิ้นเชิง ...ส่วนนี้ผมยังไม่ลงรายละเอียด แต่หลายคนคงเข้าใจแล้วว่าผมหมายถึงอะไร ^_^ ทิ้งประเด็นนี้ไว้ก่อนละกันนะครับ ... มาดูการเกิดใหม่ของเทมมะบ้าง ต้นเรื่องเทมมะเป็นหมอธรรมดาที่เดินตามความเลวร้ายของสังคม สั่งให้ทำอะไรก็ทำ ติดอยู่ในวงการเมือง เงิน และอำนาจ และเมื่อสูญเสียทุกอย่าง เทมมะกลับรู้สึกขอบคุณโยฮันด้วยซ้ำที่ทำให้เค้ากลับมาสู่ความเป็นแพทย์เหมือนเดิม นั่นคือมุ่งรักษาชีวิตคน ไม่ใช่แค่ต้องการวิจัยโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น ความเป็นตัวเทมมะใหม่นี้คงอยู่กับตัวละครไปตลอดเนื้อเรื่องที่เหลือ แม้ว่าตอนหลังไม่ได้รู้สึกขอบคุณโยฮันอีกแล้วก็ตาม กลับเป็นความรู้สึกรับผิดชอบต้องตามล่าอสูรร้ายที่ตัวเองคืนชีพขึ้นมา แต่การตามล่านี้ กลิ่นไอที่แรงที่สุดไม่ใช่ความแค้น ไม่ใช่ความผยองโอหังเหมือนพระเอกเรื่องอื่นที่มีหน้าที่ปราบเหล่าร้าย หากแต่เป็นความต้องการให้เรื่องมันจบที่ปนด้วยความเศร้า และไม่ต้องการให้มีใครตายมากไปกว่านี้ หรือพูดอีกนัยหนึ่งคือ ก็ยังอยู่บนพื้นฐานของการช่วยชีวิตคนอื่นอย่างอ่อนโยนอยู่นั่นเอง

...ผมใช้หัวข้อว่า ขั้วตรงข้ามที่มาบรรจบ ... ความเป็นขั้วตรงข้ามก็คงเห็นอย่างชัดเจนอยู่แล้ว และการบรรจบกันของสองคนนี้ มองไปได้ว่า...เกิดขึ้นในตอนแรก อย่างที่บอก สองคนนี้มีเงื่อนไขคล้ายกัน เกิดใหม่พร้อมกัน มีบุญคุณต่อกันและกัน ต่อจากนั้น ทั้งคู่ก็แยกทางกันไป ดำเนินเส้นทางของตัวเองไป เส้นทางทั้งคู่ตัดกันบ้างให้ระทึกเล่นบางครั้งคราว และสุดท้าย ขั้วทั้งสองก็ดำเนินมาถึงบทสรุปจบในเล่มสุดท้าย ...ซึ่งตอนสุดท้ายก็ขอแปะโป้งไว้ก่อน ตอนจบก็ต้องวิเคราะห์หลังสุดเซ่ะ จิงมั้ยครับ




 

Create Date : 27 มีนาคม 2548    
Last Update : 30 มีนาคม 2548 1:09:39 น.
Counter : 860 Pageviews.  

1  2  3  

ว้างกลางหาว
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ก็แค่... อยากคิดอยากเขียนกะเค้ามั่ง

Friends' blogs
[Add ว้างกลางหาว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.