*** พื้นที่ส่วนตัวของ พันตำรวจเอก ดร. ศิริพล กุศลศิลป์วุฒิ รองผู้บังคับการกองคดีอาญา สำนักงานกฎหมายและคดี นี้ จัดทำขึ้นเพื่อยืนหยัดในหลักการที่ว่า คนเรานั้นจะมีความเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ได้ ก็ต่อเมื่อมีเสรีภาพในการแสดงความคิดโดยบริบูรณ์ และความเชื่อที่ว่าคนเราเกิดมาเสมอภาคและเท่าเทียมกัน ไม่มีอำนาจใดจะพรากความเป็นมนุษย์ไปจากเราได้ ไม่ว่่าด้วยวิธีการใด ๆ และอำนาจผู้ใด ***
*** We hold these truths to be self-evident, that all men are created equal, that they are endowed by their Creator with certain unalienable rights, that among these are life, liberty and the pursuit of happiness. That to secure these rights, governments are instituted among men, deriving their just powers from the consent of the governed. That whenever any form of government becomes destructive to these ends, it is the right of the people to alter or to abolish it, and to institute new government, laying its foundation on such principles and organizing its powers in such form, as to them shall seem most likely to effect their safety and happiness. [Adopted in Congress 4 July 1776] ***
Group Blog
 
All Blogs
 

รร. เตรียมทหาร กับ การคิดใหม่ ทำใหม่


ขอแสดงความเสียใจกับ ครอบครัว นตท. กรัณฑ์ อรชร ด้วยครับ


วันนี้ อ่านข่าวแล้วตกใจอย่างมาก ... นักเรียนเตรียมทหาร ถูกรุ่นพี่ ซ่อม (ปรับปรุงวินัย) จนตาย ... ไม่เข้าใจว่า เกิดขึ้นได้อย่างไร ผมว่า การนำเด็กอายุ ๑๔ หรือ ๑๕ ปี ไปฝึก อยู่ในค่ายกักกัน ถึง ๓ ปี แบบโรงเรียนเตรียมทหาร มันมีปัญหาและข้อคำนึงที่สลับซับซ้อนน่าเป็นห่วงเหมือนกัน เหตุผลหนึ่ง ก็เพราะเด็ก ๆ อาจจะไม่เคยได้เรียนรู้ว่า ลงโทษ หรือ ให้ออกกำลังกายขนาดไหน ที่มนุษย์เราจะทนได้ หรือ มีอันตรายขนาดไหน หากลงโทษเกินสมควร ....




ผมก็เคยผ่าน รร. เตรียมทหาร มาก่อน และรู้จุดอ่อนดี ผมจึงเห็นว่า รร. เตรียมทหาร ควรจะต้องมีการให้การศึกษา อย่างละเอียด เพราะตามเนื้อข่าว ได้แต่อธิบายว่า ลงโทษได้อย่างไร แต่อาจจะไม่มีการสอนสั่ง ในเรื่องโทษ และอันตรายต่อชีวิตร่างกาย ที่ตามมา หากมีการลงโทษเกินพอสมควร เป็นต้น

หากจะเปรียบเทียบกับการฝึกทหาร ใน สหรัฐฯ แล้ว เท่าที่ผมได้ยินมา แตกต่างจากการฝึกในเมืองไทยลิบลับ ประการแรก เขาเริ่มด้วยความสมัคร หลังจากจบ High School แล้ว ก็ให้สมัครเข้ารับทุน เพื่อเรียนและฝึกฝนวิชาการทางทหาร ตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่ทั่วไป โดยจะต้องรับใช้กองทัพ หากมีภารกิจต่าง ๆ ที่เรียกร้อง ทั่วโลก การฝึกสอนของ สถาบันศึกษาในสหรัฐฯ ก็เน้นทางวิชาการ และวิชาการทางทหารไปควบคู่กัน




โดยเฉพาะ โรงเรียนที่ฝึกทหารเป็นการเฉพาะ ได้แก่ รร.นายเรือ หรือ US Naval Academy ที่ Anapolis, Maryland หรือ รร.นายเรืออากาศ หรือ US Air Force Academy , USAFA ที่ Collo spring, Colorado และ รร.นายร้อยทหารบก West Point หรือ US Military Academy West Point นั้น ก็ล้วนแต่ ยิ่งเน้นทั้งทางวิชาการ และ ทางการทหาร ที่เข้มข้นกว่ามหาวิทยาลัยทั่วไป ซึ่งต่างจากเมืองไทย ที่ดูเหมือนจะตรงกันข้าม .... ประเภทว่า ใครใคร่เรียน เรียน ใครใคร่หลับ ก็หลับกันไป... เก็บแรงไว้ฝึกตอนเย็น หรือ โดนซ่อมตอนกลางคืน ...

รร. ทหาร ในสหรัฐฯ เหล่านี้ มีการลงโทษ และการปลูกฝังทางวินัย กับนิสัยความรักชาติ ความซื่อสัตย์ และยึดมั่นต่อหน้าที่ ด้วยวิทยาการที่ก้าวหน้า วิธีการสอน จะนำวิธีการทางจิตวิทยามาใช้ ตั้งแต่เปิดฉายภาพยนตร์ ที่มีเนื้อหาปลุกใจ ฯลฯ ปลูกฝังจนเป็นนิสัยประจำตัว

ที่ได้ยินมา การลงโทษ คือ การตะโกนใส่หน้า ให้รู้สึกเจ็บใจ ฯลฯ แต่ไม่ได้มีการถูกต้องเนื้อตัวร่างกายกัน ความรุนแรงของการลงโทษ ก็จะมีขีดจำกัด ตามหลักเกณฑ์ตามวิทยาศาสตร์การกีฬา ที่มีการอบรมสั่งสอนกันมาอย่างเป็นระบบไว้อย่างชัดเจน จึงไม่เคยได้ยิน การลงโทษกันจนตาย แบบนักเรียนทหารไทย หรือ การรับน้องของมหาวิทยาลัยแบบไทย ๆ

รร. ทหาร เหล่านี้ เป็นการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี จำนวนเวลาเรียน ๔ ปี รร.เหล่านี้ จะเปิดโอกาส ให้เปลี่ยนใจ หากไม่ต้องการรับใช้ชาติในฐานะทหารรั้วชาติอย่างเข้มแข็งในอนาคต ก็สามารถลาออกได้ในปีที่สอง โดยไม่ต้องเสียค่าปรับใด ๆ

รร. ทหาร เหล่านี้ มีระบบจูงใจให้การฝึกฝนลักษณะทหาร และผู้นำ โดยกำหนดว่า นอกจากผลการเรียนวิชาการแล้ว คะแนนที่ได้รับจากการประเมินลักษณะผู้นำ และความสามารถการกีฬา ไปพร้อม ๆ กัน ยังเป็นปัจจัยหลักที่จะใช้ในการจัดอันดับคะแนนท้ายที่สุด เมื่อคำนวณรวมกันแล้ว ก็จะนำไปสู่การได้ตำแหน่งหลักในฐานะหัวหน้านักเรียน หรือ หัวหน้ากองพัน ฯลฯ หรือ การเลือกตำแหน่งในอนาคต

รร. ทหาร เหล่านี้ ยังมีการนำระบบเกียรติศักดิ์ มาใช้อย่างเคร่งครัด ไม่มีการโกงข้อสอบ และไม่มีการยอมให้โกงข้อสอบด้วย หากมีการกระทำไม่ชอบ นักเรียนทหาร จะต้องทำหน้าที่เปิดเผย และช่วยกันผดุงกระบบเกียรติศักดิ์ให้มั่นคงต่อไป พวกเขาจะไม่โกหก และไม่ยอมให้ผู้หนึ่งผู้ใดโกหก หรือกระทำการอันขัดระบบเกียรติศักดิ์ ด้วย

รร. ทหารเหล่านี้ หากพบว่า มีการกระทำผิดใด ๆ จะมีการใช้ระบบ ศาลเกียรติศักดิ์ ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทำการไต่สวน ไม่มีการใช้ศาลเตี้ย แบบนี้ เป็นนักเรียนด้วยกัน แม้จะเป็นรุ่นพี่ จะเอาอภิสิทธิ์ ที่ไหนมา สั่งลงโทษ ในลักษณะนี้ได้ ที่ผมได้ยินมา มีการลงโทษกัน ตั้งแต่ ห้าทุ่ม ยันถึงตีห้า ... ทำเหมือนไม่ใช่คน .... น้องเขา มีสิทธิ์ ในชีวิต ร่างกายของเขา เท่า ๆ กับ ที่เรามี เหตุใด จึงไม่เคารพสิทธิ์ของเขา

รร. ทหาร เหล่านี้ สอนให้เชื่อฟังผู้บังคับบัญชา และยอมตายเพื่อชาติ เชื่อฟังเจตนารมณ์ของประชาชน ไม่ได้สอนให้ฉีกรัฐธรรมนูญ และ ทำลายผลประโยชน์ของชาติ แบบคณะทหารเก่า ๆ ของไทย ๆ ซึ่งถึงแม้จะไม่ได้สอนโดยตรงให้ทำหน้าที่ฉีกรัฐธรรมนูญ แต่ก็ไม่มีการประณาม หรือตำหนิ การกระทำที่ผิดกฎหมาย ดังกล่าวแม้แต่น้อย จากคณาจารย์ รร. เตรียมทหาร หรือ รร. ทหารของไทย ๆ

การคัดเลือกบุคคลเข้าเป็น นร. ทหาร ใน รร. เหล่านี้ ผู้สมัครเข้าเรียน จะต้องได้รับการรับรองความรู้ความสามารถและความประพฤติกจาก ผู้ว่าการรัฐฯ เป็นต้น

ที่เขียนมาทั้งหมด ก็เพื่อจะบอกว่า ชีวิตคนเป็นสิ่งที่มีคุณค่า จะต้องได้รับการอบรมสั่งสอน และปลูกฝังในสิ่งที่ดีงาม เพื่อให้ชีวิตของเขาได้รับการพัฒนาคุณลักษณะบุคลิกภาพที่ดี เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่า ทั้งแก่ชาติ และครอบครัว การทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต เพราะความคึกคะนอง หรือความไม่รู้ การไม่ได้รับอบรม คงโทษแต่ตัวนักเรียนเตรียมทหาร กลุ่มนี้ไม่ได้ ผู้บริหารโรงเรียนเตรียมทหาร ผู้หมวด ผู้กอง ฯลฯ จะต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วย




ท่านผู้บัญชาการ รร. เตรียมทหารครับ ... ท่านอย่าลืมประโยคทอง ที่ท่านสอนนักเรียนนะครับ "ไพร่พลเลวไม่มี มีแต่แม่ทัพนายกองเลว" ... หากท่านจะลงโทษ นตท. เหล่านี้ ท่านและผู้บริหารทุกระดับ จะต้องไม่ลืมแสดงความรับผิดชอบ และลงโทษตัวเองด้วยครับ คำขอโทษ คงไม่พอครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่า "ท่านทุกคน ต้องลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบ" ครับ ... ไม่ใช่แค่ขอโทษ หรือ จัดงานศพ ให้เท่านั้น เพราะอันนั้น เป็นหน้าที่ของผู้ที่เรียกตนเองว่า "คน" พึงต้องกระทำอยู่แล้วครับ




สุดท้าย ผมขอแสดงความเสียใจกับท่าน พ.ต.ท.สัญชัยฯ ด้วยที่สูญเสียลูกชายไปครับ และที่สำคัญ ผมอยากจะกราบเรียนกับท่าน พ.ต.ท.สัญชัยฯ ที่เคารพด้วยครับ ... ท่านจะต้องดำเนินคดีอาญา กับ ผู้บริหาร รร. เตรียมทหาร และ ผู้หมวด ผู้กอง และผู้บังบัญชา นตท. ทั้ง ๗ คนนี้ด้วยครับ เพราะเขา มีหน้าที่ดูแลบุตรชายของท่าน ตลอดเวลา แต่ ละเลย ประมาท เลินเล่อ ไม่ใช้ความระมัดระวัง ที่ดีพอในการวางมาตรการ และ ป้องกันมิให้เหตุร้ายที่ดีพอครับ อย่าทำร้ายแต่เด็กเลยครับ เขาอาจจะคะนอง แต่เขาคงไม่มีเจตนาให้น้องตายหรอกครับ ...




ต่อไปนี้ คือ ข่าวที่ผมได้อ่านมาครับ หัวข้อข่าว คือ "พักการเรียนรุ่นพี่ ๗ คนที่เกี่ยวข้อง นตท.ปี ๒ ดับ" จากหนังสือพิมพ์ ฉบับวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๐ ๑๗:๔๕ น.




ผบ.ทหารสูงสุด ตั้งคณะกรรมการสอบที่มาที่ไปการเสียชีวิต ขณะที่ ผบ.เตรียมทหาร ชี้ทำโทษให้กินน้ำไม่อยุ่ในกฎ ยืนยัน สั่งพักการเรียนรุ่นพี่ผู้ที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์แล้ว 7 คน สอบหาข้อเท็จจริงต่อไป

พักการเรียนรุ่นพี่ไปแล้ว 7 คน


พลตรีพรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.รร. เตรียมทหารได้ชี้แจงกับผู้สื่อข่าวว่า เบื้องต้นนักเรียนรุ่นพี่ชั้นปีที่ 3 ทำโทษผิดระเบียบของโรงเรียน เพราะในกฎระเบียบไม่มีการทำโทษโดยการดื่มน้ำ การทำโทษที่เป็นหลักเกณฑ์ที่แน่นอนก็คือ วิดพื้นไม่เกิน 20 ครั้ง งอเข่ากึ่งนั่ง 20 ครั้ง วิ่งไม่เกิน 1,500 เมตร ส่วนการทำโทษจนเกินเหตุการณ์ครั้งนี้ ได้สั่งพักการเรียนรุ่นพี่ไปแล้ว 7 คน แล้วจะสอบหาข้อเท็จจริงต่อไป

พ.ต.ท.สัญชัย อรชร รอง ผกก.หน.สภ.กิ่ง อ.เวียงหนองล่อง จ.ลำพูน กล่าวถึงกรณี นตท.กรัณฑ์ อรชร อายุ 16 ปี นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 2 ซึ่งเสียชีวิตจากการถูกนักเรียนผู้บังคับปัญชารุ่นพี่ปี 3 จำนวน 6 คน ซ้อมปรับวินัยกลางดึกจนเสียชีวิต ว่า ได้เข้าแจ้งความเพื่อให้ดำเนินคดีทั้งทางอาญาและทางแพ่งที่ สภ.อ.บ้านนา จ.นครนายก ไว้แล้ว

"ในตอนแรกทราบข่าวว่าลูกชายถูกซ้อมจนต้องเข้าโรงพยาบาลจึงเดินทางจากจังหวัดลำพูนเพื่อไปดูอาการลูกที่โรงพยาบาล และต้องการไปสอบถามว่าลูกชายมีความผิดอะไรจึงต้องมีการซ้อมปรับวินัยรุนแรงถึงขนาดนี้ ไม่ได้ตั้งใจเดินทางไปรับศพ แต่กลับมาทราบภายหลังว่าลูกชายเสียชีวิต ทำให้ตนเองและภรรยาต้องหัวใจสลาย"

พ.ต.ท.สัญชัย กล่าวว่า เดินทางไปดูที่เกิดเหตุทุกจุดและเมื่อได้ฟังคำชี้แจงแล้วรับไม่ได้เพราะพฤติกรรมดังกล่าวเหมือนไม่ใช่การปรับปรุงวินัย แต่ดูเหมือนรุ่นพี่ตั้งใจเล่นงานน้องมากกว่า ที่สำคัญเมื่อเห็นน้องอาการไม่ดีถึงขั้นอุจจาระปัสสาวะราดหรือที่เรียกว่าอาการธาตุแตก รุ่นที่ทั้งหมดกลับไม่มีใครมีใจดูแลน้อง แค่ประคองน้องจากห้องน้ำก็ยังไม่มี เรื่องนี้มีผู้บังคับบัญชาของตนโทรศัพท์มาสอบถามและกำชับให้ดำเนินคดี

ส่วนตัวแล้วตนไม่ต้องการทำบาปกับน้องทั้งหก ซึ่งสามในหกเป็นนักเรียนเตรียมทหารเหล่าตำรวจ แต่จำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฏหมาย อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พล.ต.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.โรงเรียนเตรียมทหาร ได้กล่าวขอโทษและรับปากดูแลทุกอย่าง โดยในเบื้องต้นจะดูแลไปจนเสร็จสิ้นงานศพ

สำหรับผลการตรวจพิสูจน์สาเหตุการตามจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ อาจจำเป็นทางคดี แต่ตนเป็นตำรวจนาน แค่ปัสสาวะอุจจาระราดก็ถือว่าธาตุแตกหัวในวายจนทวารทั้ง 5 เปิด ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากถูกทำโทษด้วยการดื่มน้ำถึง 20 ลิตร และยังต้องถูกบังคับลงโทษด้วยการวิดพื้น ดันพื้น กลิ้ง คลาน หมอบ ให้อาเจียนน้ำที่ดื่มเข้าไปออกมาทั้งหมด และเมื่ออาเจียนน้ำออกมา 20 ลิตรแล้ว ยังให้เดินถือถังน้ำไปกรอกมาใหม่เพื่อจะให้ทำเหมือนเดิมอีก

ผบ.สส.สั่งตั้งคณะกรรมการสอบ


พล.ต.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.โรงเรียนเตรียมทหาร เปิดเผยว่า จากการตรวจผลพิสูจน์ทราบว่า นตท.กรัณฑ์ อรชร อายุ 16 ปี นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 2 เสียชีวิตจากน้ำท่วมปอด จากการถูกทำโทษจากรุ่นพี่ ด้วยการให้ดื่มน้ำ ซึ่งไม่มี่ล่องรอยของการทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด

เมื่อถามว่า หลังเกิดเหตุได้ดำเนินการอย่างไรบ้าง พล.ต.พรพิพัฒน์ กล่าวว่า โรงเรียนเตรียมทหารสอนให้นักเรียนเป็นสุภาพบุรุษ และรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะโรงเรียนเตรียมทหารจะต้องรับผิดชอบ

“ขณะนี้โรงเรียนได้มีการสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้นภายใน จะมีผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวนเท่าใดก็แล้วแต่ ทั้งนี้เด็กนักเรียนที่เป็นผู้บังคับบัญชา ทางโรงเรียนก็สั่งให้พ้นหน้าที่จากการเป็นนักเรียนผู้บังคับบัญชา นอกจากนี้เพื่อให้การสอบสวนของพนักงานสอบสวนของพนักงานตำรวจเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงได้สั่งพักการเรียนกับเด็กนักเรียนที่เกี่ยวข้องไว้ก่อน แล้วเชิญผู้ปกครองมารับตัวเด็กนักเรียนไป ขณะเดียวกันหากพนักงานสอบสวนมีความประสงค์จะสอบปากคำเพิ่มเติมก็จะติดต่อให้ผู้ปกครองพาเด็กนักเรียนที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาให้ปากคำ” พล.ต.พรพิพัฒน์ กล่าว

เมื่อถามว่า ผบ.ทหารสูงสุด ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษบ้าง พล.ต.พรพิพัฒน์ กล่าวว่า พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผบ.ทหารสูงสุด ได้สั่งให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร สำหรับงานศพของเด็กนักเรียนดังกล่าว ทางโรงเรียนจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่

ด้านพล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผบ.ทหารสูงสุด กล่าวว่า สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน เพื่อตรวจสอบถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นของการเสียชีวิตของ นตท.กรัณฑ์ อรชร อายุ 16 ปี นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 2 แล้ว ว่าเกิดจากอะไรบ้าง ซึ่งก็มีการหารือกับผู้ปกครองนักเรียนในระดับหนึ่งแล้ว












 

Create Date : 22 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 21 มิถุนายน 2553 8:50:49 น.
Counter : 8695 Pageviews.  

คิดถึง ... ทวีธาภิเศก



ผมได้เขียนเรื่อง คิดถึงทวีธาภิเศก (click) ไว้เมื่อสัก ปลายปี ๒๕๔๘ หรือ เกือบ สองปีที่ผ่านแล้ว ปรากฎว่า มีพี่ ๆ น้อง ๆ ทวีธาภิเศก เข้ามาโพสต์ข้อความไว้เยอะพอสมควรเลย

จากหลาย ๆ คอมเม้นต์ ที่ทิ้งไว้ใน blog นั้น เลยคล้าย ๆ เป็นสื่อกลาง แสดงความรัก และความภาคภูมิใจของชาวเขียวขาว ได้เป็นอย่างดีครับ

ผมเรียนทวีธาภิเศก เพียงปีเดียว ในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๓๐ บางคนบอกว่า ผมมันเลือดสีเขียว-ขาว แบบจาง ๆ ไม่เข้มเหมือนตนที่เรียนยาวนานตั้งแต่ ม.๑ ถึง ม.๖ ผมไม่รู้จะว่าอย่างไร ถ้าเอาเวลาเป็นตัววัด ก็คงจะใช่ แต่ไม่เป็นไรหรอก ผมไม่บังอาจไปถือสาครับ




อย่างไรก็ตาม ผมก็รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ โรงเรียนทวีธาภิเศก ภูมิใจที่ ได้ผ่านสถาบันการศึกษาแห่งนี้ เฉกเช่น บุคคลสำคัญ ๆ ของชาติ ที่เคยได้รับการอบรมสั่งสอนจากสถาบันแห่งนี้ เช่น ฯพณฯ ท่านสัญญา ธรรมศักดิ์ ท่านศิลปินแห่งชาติ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ หรือ อย่างท่าน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ท่านรักษาการ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ นายกสมาคมศิษย์เก่า รร. ทวีธาภิเศก คนปัจจุบัน .... เป็นต้น




พี่ ๆ น้อง ๆ ที่ผ่านเข้ามาใน blog ผม หวังว่า สักวันหนึ่งเราจะได้ทำอะไร เพื่อโรงเรียนของเราร่วมกันนะครับ ในสหรัฐฯ นี่ ศิษย์เก่าที่มีฐานะดี ๆ มีกำลังทรัพย์ หรือ สติปัญญา จะร่วมกันกลับไปพัฒนาโรงเรียนของตนเองเสมอ เพื่อให้รุ่นน้อง ๆ ได้มีโอกาสที่จะเรียนรู้สิ่งดี ๆ และตอบแทนพระคุณโรงเรียนสืบเนื่องต่อไปครับ




คิดถึง อาจารย์ เพื่อน ๆ และ โรงเรียน ทวีธาภิเศก ครับ







 

Create Date : 23 มีนาคม 2550    
Last Update : 21 มิถุนายน 2553 8:51:08 น.
Counter : 1357 Pageviews.  

ไว้อาลัย แด่น้องนักเรียนนายร้อยตำรวจ

บล๊อกนี้ นำมาบันทึกไว้ เพื่อไว้อาลัยแด่ นักเรียนนายร้อยตำรวจ ธนวัฒน์ ชูชีวา ที่เสียชีวิตไป ..... จากการห้ามปราม การทะเลาะวิวาทของวัยรุ่นฯ ขอสดุดี ในวิญญาณของความเป็นตำรวจ




ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. วานนี้ (6 ธ.ค.) พ.ต.ท. ธัชกร พลอยงาม สารวัตรเวร สภ.อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ รับแจ้งจากโรงพยาบาลปิยมินทร์ ว่า มีผู้ถูกแทงด้วยอาวุธมีดมารักษาตัวและเสียชีวิต จึงรุดไปสอบสวน ทราบชื่อว่า นรต.ธนวัฒน์ หรือเป๊ก ชูชีวา อายุ 25 ปี นักเรียนโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน ชั้นปีที่ 4 รุ่น 60 กำลังฝึกงานอยู่ที่ สน.บุปผาราม บ้านเดิมอยู่เลขที่ 145 หมู่ 8 ต.ดอนชมภู อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา สภาพศพถูกแทงที่หน้าท้อง 2 แห่ง เสียชีวิตเนื่องจากเสียเลือดมาก

สอบสวนทราบว่า เมื่อคืนวันที่ 4 ธ.ค. นรต.ธนวัฒน์ ไปนั่งกินข้าวกับเพื่อนๆที่ตลาดโต้รุ่ง ปากทางเข้านิรันดร์ เรสซิเดนซ์ โครงการ 7 ถนนอุดมสุข แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กทม. โดยมีกลุ่มวัยรุ่นเจ้าถิ่น 5-6 คน นั่งดื่มสุราอยู่ก่อนหน้า เมื่อไปนั่งได้สักพัก กลุ่มโจ๋เจ้าถิ่นได้ขว้างแก้วขว้างขวดลงบนพื้น นรต.ธนวัฒน์ แต่งชุดไปรเวทเดินเข้าไปสอบถามและห้ามปรามด้วยวิญญาณตำรวจ กลับถูก 1 ในกลุ่มวัยรุ่นชักมีดออกมาแทงที่ท้องจนล้มคว่ำ เพื่อนๆช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลปิยมินทร์ แต่ ผู้ตายเสียเลือดมาก เพราะคมมีดตัดเส้นเลือดใหญ่ขาด ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ทัน อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวน สภ.อ.บางพลีได้ประสานเหตุดังกล่าวไปยัง สน.อุดมสุข เพราะจุดเกิดเหตุอยู่ในเขตความรับผิดชอบ

บ่ายวันเดียวกัน พ.ต.อ.วิวัฒน์ ศิริสุนทร ผกก.สน. อุดมสุข เผยถึงเรื่องนี้ว่า เมื่อเวลา 02.00 น. ของวันที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.นพพร ศรีสุชาติ พงส.(สบ.2) สน.อุดมสุข รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทที่ตลาดโต้รุ่ง ปากทางเข้านิรันดร์ เรสซิเดนซ์ โครงการ 7 จึงรุดไปตรวจสอบ พบกองเลือดกองใหญ่ เศษขวดเศษแก้วกระจุยกระจาย ตกอยู่กับพื้น นอกจากนี้ ยังพบมีดปลายแหลมยาว 4 นิ้ว เปื้อนเลือด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน มีผู้บาดเจ็บ 1 คน คือ นรต.ธนวัฒน์ ชูชีวา พลเมืองดีนำส่งโรงพยาบาลปิยมินทร์ ไปก่อนหน้า และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

พ.ต.อ.วิวัฒน์กล่าวต่อว่า ส่วนผู้ก่อเหตุคือนายณัฐวุฒิ มุจนานันท์ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8/3 ถนนเลียบทางรถไฟ ต.ขันเงิน อ.สวนหลวง จ.ชุมพร เป็นอดีตนักศึกษา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง สิ้นสภาพไปเมื่อปี 43 หลังก่อเหตุแล้วหลบหนีไป พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานเสนอศาลอาญากรุงเทพใต้ ออกหมายจับที่ จ.2277/2549 ลงวันที่ 6 ธ.ค. 2549 ในข้อหาฆ่าผู้อื่น พร้อมให้ฝ่ายสืบสวนเร่งติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้าน พ.ต.ต.ชัยยงค์ จันนา พงส.(สบ.2) สน.บุปผาราม พนักงานสอบสวนพี่เลี้ยงของ นรต.ธนวัฒน์ เผยว่า ผู้ตายมาฝึกงานในตำแหน่งผู้ช่วยพนักงานสอบสวน ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา มีระยะเวลาฝึกงาน 5 เดือน อุปนิสัยส่วนตัวเป็นคนเรียบร้อย ตั้งใจทำงาน ไม่มีเรื่องด่างพร้อย และไม่มีลางร้ายว่าจะเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น รู้สึกเสียใจมาก ก่อนเกิดเหตุผู้ตายออกเวรเมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 4 ธ.ค. และขออนุญาตกลับไปเยี่ยมญาติที่ย่านอุดมสุข และจะกลับมาเข้าเวรอีกครั้งในเที่ยงของวันที่ 5 ธ.ค. แต่กลับมาเกิดเหตุร้ายขึ้นเสียก่อน




 

Create Date : 10 ธันวาคม 2549    
Last Update : 21 มิถุนายน 2553 8:51:38 น.
Counter : 643 Pageviews.  

It is not fair to my school, Royal Police Academy!

" พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คือ ความภาคภูมิใจของโรงเรียนนายร้อยตำรวจอย่างสูงสุด ย้อนกลับไปปี 2512 เขาคือ นักเรียนเตรียมทหารรุ่น 10 ถัดมาอีก 4 ปี เขาสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 26 โดยสอบได้คะแนนเป็นที่ 1

28 ปีต่อมา นักเรียนนายร้อยตำรวจได้กลายเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 23 ที่สำคัญเขาเป็นนายกรัฐมนตรีที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศ และที่สำคัญกว่านั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ได้นำ เพื่อนพ้องน้องพี่ ขึ้นมาอยู่แถวหน้าขององค์กรบริหารประเทศอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองไทย" ...,


[Reference: //www.diarii.com/2005/01/105]



Those are not my own words! "Openonline" website posted such sarcastic article on its website by identifying that Prime Minister Taksin, who graduated with the highest score from my school in 1973, is the highest honorable person of the Royal Police Academy of Thailand.




I wrote this article and posted it in my MSN space. I decided to post it here again not based on the reason that I would like to object whether those ironic statements are not correct. Rather, I would like to elaborate why I think it is not fair to my school, the Royal Police Academy of Thailand. The above mentioned article also emphasizes and insinuates that what his Excellency conducted, which such article emphasizes that those performance are the most exceptionable, derives from what my school implanted the so-called the most detestable instructions or the like to him!

Firstly, the author lacks the profound and convincing basis to assert the fact if his Excellency is the most respectable person of all of police cadet students! These predilection statements are not impartial and cause prejudiced to others as well as my school! All persons love their educational institutions; the writer should have been aware of this pivotal standing point! All responsible authors should have not been disregarded this crucial ethic in any single moment.

In the long time of Thai history, almost of all Prime Minister comes from the Royal Army Academy. Most of them were not representatives of Thai citizens. Additionally, they came from the insurrection. Those uprisings happened around every ten years, I guess, which were commanded by the Chief Warrant Officer (Army). The author of this article ostensibly seems to forget the facts that most of them graduated from Army Milatary Academy and during the military regime, the spoils system or patronage abounded. The corruption both in political sphere and bureaucracy were appreciably plentiful even in the parliamentary system, which Prime Minister graduated from Thammasat University and other schools!

Relatively, the democratic system in Thailand is somewhat ephemeral; from time to time, the elective system was controlled by the bureaucracy and a few groups of know-how persons. The corruption and the problem of public personnel administration are banal. Even in the democratic period which representatives were directly elected from Thai citizens, the same problems mentioned above have never disappeared. The odious events, which were and still are apparent in Thailand, are that the leaders or the chief executives of all governmental bureaus always appoint any person, which those appointees are well-nigh the relatives or closed friends to those principals, they trust that they are able to function effectively. Absolutely, most of them were criticized and condemned unproductive and ineffective, which are undeniable!

The same criticism is always repercussive and emerges to Thai society over and over without any resolution. It seems to me that the writer would like to imply that this government is the worst cabinet, especially, the head of this government, namely Taksin. It rebounds the author's point of view, that is, my school engendered such alleged conducts. To me, I think an anonymous author team can say some points again and again about the mentioned problems based on the freedom of speech. I, however, cannot concur that this government is much worse than other ill regime in the short democratic history of Thailand. Accordingly, I will not support or protest several points demonstrated in such sardonic article because it is not my intentional view of point to point out in my article! In short, everyone can elucidate his or her own consideration but one must be prudently cautious!




My intention is to recapitulate only an inappropriateness of the above article implicating to my prestigious school, the Royal Police Academy of Thailand. The anonymous author who wrote such article should have been impartial and fair to my school in the same manner as this team performs and pays respect to Royal Army Academy and Thammasat University. The reason why I intentionally elaborate about those educational institutes is that many Prime Ministers graduated from those ones, but this team did not narrate about such fact even though the same problems were affluent during those administrations!

Consequently, the anonymous author should have attacked anyone because of his performance, rather than the school where such person graduated from!

Please do not insult my honorable school; you love your school and I do as well!



หมายเหตุ: บทความนี้เขียนขึ้น เพื่อจะเสนอความเห็นต่อผู้เขียนบทความในเวปไซต์ข้างต้นว่า การเขียนประชดประชันทำนองดูหมิ่นสถาบันการศึกษาของผู้อื่นฯ ย่อมเป็นการไม่สมควร






 

Create Date : 14 ธันวาคม 2548    
Last Update : 21 มิถุนายน 2553 8:51:51 น.
Counter : 365 Pageviews.  

รำลึกความหลังกับสถาบันนิติเวช ตำรวจ

วันนี้ (๔ ต.ค.๔๘) ที่จริงมีข่าวใหญ่มาก ๆ คือ การเสนอชื่อผู้ที่จะมาเป็นผู้พิพากษาศาลสูงสุดของสหรัฐฯ แทนนางโอคอนเนอร์ ที่ขอเกษียณตัวเองไป บุชฯ ถือว่าเป็นประธานาธิบดีที่โชคดีที่สุดคนหนึ่ง ที่ได้มีโอกาสคัดเลือกและเสนอชื่อผู้ที่จะไปดำรงตำแหน่งสำคัญเช่นนี้ ถึง ๒ คนในเวลาติด ๆ กัน




โดยปกติแล้ว ประธานาธิบดี จะเลือกบุคคลที่จะเป็นผู้พิพากษาศาลสูงสุด จากรายชื่อที่ได้รับการเสนอของ สมาคมเนติบัณฑิตอเมริกัน (American Bar Association: ABA) แต่บุชฯ ปฏิเสธประเพณีดังกล่าวไปจนหมดสิ้น

นาง Miers ปัจจุบันอายุ 60 ปี จบการศึกษาจาก Southern Methodist Universit หรือ SMU ทางคณิตศาสตร์และกฎหมาย เป็นนักกฎหมายหญิง และเป็นเลขาของผู้พิพากษาระดับ Federal Judge หลังจากนั้นไปประกอบอาชีพทนายความส่วนตัว ที่มีบทบาทสำคัญในการต่อต้านการทำแท้งเสรีฯ อีกทั้งยังเป็นที่ปรึกษาให้กับบุชฯ ตั้งแต่สมัยเป็นผู้ว่าการรัฐ Texas อาจจะกล่าวได้ว่า นาง Miers อาจจะเป็นผู้พากษาของศาลสูงไม่กี่คน ที่ไม่ได้จบจาก TOP 10 LAW SCHOOL ซึ่งรวมนาย Black ที่จบจาก Alabama ครับ

งานนี้ บุช ก็เลือกคนใกล้ตัวอีกนั่นแหละ แต่อย่างไร แม้วุฒิสมาชิก จะสังกัดพรรคการเมือง และเสียงข้างมาก เป็นของ Republican แต่ก็ไม่ได้ความว่า นาง Miers จะได้รับการยอมรับ ซึ่งปรากฎเช่น กรณีนายโรเบิร์ตฯ ที่วุฒิสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน ก็ยังยอมรับเขากว่าครึ่งหนึ่ง เอาละครับ ต้องลุ้นกันต่อไปว่า ผลจะเป็นอย่างไร

วันนี้ ขอเชิญเพื่อน ๆ ดูภาพกีฬามัน ๆ ก่อนครับ ภาพเหล่านี้ เป็นภาพที่ได้รับมาจากเพื่อน แต่มันทำให้ผมรับรู้ความรู้สึกสมัยเรียนนิติเวชศาสตร์ ซึ่งจะต้องเรียนรู้เข้าใจองค์ประกอบร่างกายของมนุษย์ระดับหนึ่ง ปฏิกริยาของร่างกาย เมื่อถูกทำร้าย การก่อตัวและการตกของกลุ่มเลือดหลังการตาย การเกร็งของกล้ามเนื้อหลังการตาย ฯลฯ ทั้งนี้ เพื่อให้นักเรียนนายร้อยตำรวจ ซึ่งจะต้องเป็นพนักงานสอบสวนต่อไป ได้เข้าใจถึงสาเหตุการตาย เช่น ถูกทำร้ายจนตาย หรือตายแล้ว จึงมีการนำมาผูกคอฯ เพื่ออำพรางคดีฯ มีระยะเวลาการตาย ตั้งแต่เมื่อใด เพื่อเป็นแนวทางในการสืบสวนต่อไป

การดูว่าตายเมื่อใด นอกจากจะดูว่า มีอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ หรือการตกตะกอนของเลือดฯ แล้ว ก็ยังอาจจะดูได้จากอาหารที่หลงเหลือในกระเพราะอาหารฯ ว่ามีอะไรเหลือ ควรจะกินไปเมื่อใด เพราะอาหารแต่ละชนิดจะใช้เวลาในการย่อยแตกต่างกัน ถ้าตายฯ ปฏิกริยาในการย่อยอาหารก็หยุดลงฯ เป็นต้น

ภาพเหล่านี้ ติดตามผมมาก แต่ตอนนั้น ดูงานที่ สถาบันนิติเวช ของตำรวจ ตรงปทุมวันนั่นแหละครับ ไม่มีผ้าปิดจมูกแบบนี้หรอกครับ เห็นกันจะจะ กลิ่นศพของคนที่รุนแรงกว่าศพสัตว์มาก ๆ มันเหม็นติดเสื้อผ้า ฝังเข้าไปเนื้อ และที่สำคัญ เมื่อเราชิน เราก็ไม่เหม็นครับ พอขึ้นรถเมล์ โอ้...พระเจ้าจอร์จ .... มันเหม็นมาก ครับ ........................ แต่เราก็ไม่รู้ตัวหรอก ดีที่พนักงานขับรถ ไม่เชิญ (ไล่) ลงจากรถครับ .... เชิญทัศนาดีกว่าครับ


















เป็นไงครับ รับประทานอาหารอร่อยมั๊ยครับ .................




 

Create Date : 04 ตุลาคม 2548    
Last Update : 21 มิถุนายน 2553 8:52:02 น.
Counter : 2752 Pageviews.  

1  2  3  

POL_US
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 75 คน [?]




คลิ๊ก เพื่อ Update blog พ.ต.อ.ดร. ศิริพล กุศลศิลป์วุฒิ ได้ที่นี่
http://www.jurisprudence.bloggang.com






รู้จักผู้เขียน : About Me.

" Anti-Fucking Coup Forever "










University of Illinois

22 Nobel Prize & 19 Pulitzer Prize & More than 80 National Academy of Sciences (NAS) members







***คำขวัญ : พ่อแม่หวังพึ่งพาเจ้า

ครูเล่าหวังเจ้าสร้างชื่อ

ชาติหวังกำลังฝีมือ

เจ้าคือความหวังทั้งมวล



*** ความสุข จะเป็นจริงได้ เมื่อมีการแบ่งปัน :

Happiness is only real when shared!














ANTI-COUP FOREVER: THE END CANNOT JUSTIFY THE MEANS!






Online Users


Locations of visitors to this page
New Comments
Friends' blogs
[Add POL_US's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.