Group Blog
 
All blogs
 
กลยุทธ์การอ่านคนข้อที่ 3 อ่านความสามารถ(Talent)ของคน



อาทิตย์ที่แล้วเว้นไปหนึ่งครั้ง เพราะเขียนต้นฉบับไม่ทันครับ ใครตามอ่านต้องขอโทษด้วยครับ วันนี้เราจะต่อกันด้วยกลยุทธ์การอ่านคนข้อที่ 3 คือ การอ่านความสามารถของคน หรือ Talent ซึ่งไม่ใช่ทะเล้นกันต่อ

Talent เป็นการแบ่งลักษณะคนตามความสามารถที่มาจากบุคลิก ซึ่งก็มีแบ่งกันไปหลายตำรา เช่น ตามหลักของมาร์คัส บัคกิ่งแฮม ที่ผมเห็นด้วยมากที่สุดก็แบ่งไว้ 34 ประเภท ตามหลักนพลักษณ์หรือ เอ็นเนียแกรม จะมีแบ่งเป็น 9 ประเภท และตามหลักของ Myers-Briggs ก็แบ่งบุคลิกได้เป็น 16 ประเภท ซึ่งสองหลักการหลังนั้น แม้จะดูง่ายกว่าเพราะมีน้อยประเภทกว่า แต่จะพบได้ว่าเมื่อเราเอาตัวเองไปลองเทียบ จะมีลักษณะที่ไม่ตรงทั้งหมด และมีลักษณะคาบเกี่ยวระหว่างสองสามประเภท

อีกอย่างหนึ่งที่ต้องเอ่ยไว้เพื่อป้องกันการสับสนก็คือ Talent นี้จะไม่เกี่ยวกับการความสามารถพิเศษที่เกิดจากประสาทสัมผัส ซึ่งจะมีส่วนช่วยในความก้าวหน้าของบางอาชีพ เช่น นักกีฬาควรต้องมี Body Intelligence หรือประสาทสัมผัสทางร่างกายดีกว่าปกติ นักร้อง, นักดนตรี ต้องมีประสาทสัมผัสทางการรับฟังดีกว่าคนทั่วไป เป็นต้น

มาต่อกันเรื่อง Talent ซึ่งแบ่งแยกความสามารถคนจากบุคลิก เมื่อผมมาศึกษาและคิดค้นเพิ่มเติม จึงได้แนวคิดของตัวเองที่แบ่งคนตามหลัก Talent ได้ 25 ประเภท ซึ่งแบ่งแยกตามสิ่งที่เรียกว่า Sense ซึ่งคือการทำในสิ่งนั้นๆ เป็นเรื่องปกติ และการขาดไปซึ่งสิ่งนั้นๆ มักจะกลายเป็นเรื่องไม่ปกติหรือทนไม่ได้ จึงต้องเข้าไปแก้ไขสิ่งต่างๆ ให้เป็นไปในแนวทางที่ตนเคยชิน ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้คนๆ หนึ่ง(ที่มีบุคลิกเหมาะสม)จะทำงานบางอย่างเหมือนง่ายกว่าอีกคนหนึ่ง(ที่มีบุคลิกไม่เหมาะสม) ฉะนั้นการใช้คนถูกประเภท งานจะเกิดประสิทธิผล ทำงานได้เร็ว ได้นาน แต่ในทางกลับกัน หากใช้คนผิดประเภทของเขา เขาจะทำงานได้ช้าและไม่ได้นาน(เพราะเกิดความเครียด)

ซึ่งก็เช่นเดียวกับหลักเรื่องแรงจูงใจ คือแต่ละคนอาจจะมีได้หลายลักษณะ แต่จะมี Sense หรือรู้สึกรุนแรงอยู่เพียงไม่กี่ลักษณะ ซึ่งเราก็จะสามารถดูได้ไม่ยาก จากการสังเกตวิธีแก้ปัญหาของคน หรือวิธีริเริ่มทำงานของเขานั่นเอง

บุคลิกคนดังกล่าวนั้นผมแบ่งแยกได้ดังนี้


1. Sense of Arranging & Discipline – ทนไม่ได้ที่จะเห็นสิ่งต่างๆ ไร้ระเบียบ ชอบจัดการงานให้เรียบร้อย เป็นแบบแผนเดียวกัน วางแผนการทำงานแบบเป็นขั้นเป็นตอน – เหมาะที่จะเป็นผู้จัดการ หัวหน้า ผู้คุมกฎระเบียบ นักกฎหมาย นักวางระบบองค์กร แม่บ้าน คนทำความสะอาด

2. Sense of Command – เป็นผู้นำโดยธรรมชาติ แต่ค่อนข้างเผด็จการ เอาตัวเองเป็นใหญ่ ไม่ค่อยฟังใครเท่าใดนัก เป็นผู้ตามที่ไม่ดี – เป็นผู้นำในงานที่ต้องการความเด็ดขาด เช่น ทหารได้ดี แต่เป็นผู้นำทางความคิดได้ไม่ดี เพราะไม่ค่อยฟังใคร

3. Sense of Beware & Safety – ทนไม่ได้ที่จะอยู่ในความเสี่ยงหรือภาวะไม่ปลอดภัย ระวังระไว ประหยัด ไม่ชอบอยู่ในความเสี่ยง แต่ชอบอยู่ในภาวะแน่นอน - เหมาะที่จะเป็นผู้ตรวจการ รปภ. นักบัญชี

4. Sense of Risk – ทนไม่ได้ที่ชีวิตจะเรียบง่าย ชอบทำอะไรแบบเสี่ยงชีวิต ชอบคิดอะไรแผลงๆ ชอบที่จะรู้สึกว่าชีวิตของตนยืนอยู่บนความเสี่ยง ผาดโผนเป็นชีวิตจิตใจ ชอบชีวิตกลางแจ้ง บางครั้งบางคนแปลงเป็นการชอบเสี่ยงภัยแบบนักพนัน หรือนักธุรกิจ - เหมาะที่จะเป็นนักผจญภัย นักสำรวจ ช่างภาพสารคดี ตำรวจ ทหาร

5. Sense of Challenge – เป็นลักษณะหนึ่งของการชอบความท้าทาย คล้ายๆ กับหลายลักษณะที่กล่าวไปแล้ว แต่เน้นที่ความไม่ชอบการย่ำอยู่กับที่ ไม่ชอบความซ้ำซากจำเจ มักจะหาอะไรทำใหม่ๆ ที่ท้าทายตัวเองตลอดชีวิต และเน้นที่ความสนใจของตัวเองเป็นหลัก ซึ่งบางครั้งไม่เกี่ยวกับการต้องการให้คนอื่นชื่นชม เป็นความรู้สึกตอบสนองความต้องการส่วนตัวมากกว่า เป็นคนเป็นตัวของตัวเองสูงจนบางครั้งไม่ค่อยแคร์ความคิดของคนอื่นที่มีต่อเป้าหมายของตนเองมากนัก - เหมาะที่จะเป็นนักสร้างโครงการยักษ์ นักบุกเบิก นักสร้างสถิติ นักประดิษฐ์ ฯลฯ


6. Sense of Success – ทนไม่ได้ที่จะเป็นคนธรรมดาๆ ที่ไม่มีใครรู้จัก มักแสวงหาความสำเร็จเพื่อตนเองหรือความพอใจของตัวเองเป็นหลัก และมักมีความพยายาม ความดิ้นรน หรือกระทั่งทำอะไร(ไม่ค่อยมีเงื่อนไข)ก็ได้เพื่อให้ตนเองประสบความสำเร็จ ต้องการเป็นคนสำคัญ หรือรู้สึกว่าตัวเองมีความสามารถโดดเด่นเหนือใครๆ (เน้นความรู้สึกเป็นที่รู้จักหรือที่ยอมรับในภาพรวมของสังคมยุคสมัยนั้น) – อาชีพที่เหมาะจะเกี่ยวข้องกับอาชีพที่สังคมในยุคนั้น หรือสังคมที่ตนเองอยู่ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ

7. Sense of Competition – ทนไม่ได้ต่อความพ่ายแพ้ โดยเฉพาะคนที่มีความสามารถด้านเดียวกัน หรือคนใกล้ตัว ชอบการเหนือกว่าหรือเป็นที่ 1 (แต่อาจจำกัดเฉพาะวงการ) และไม่รู้สึกแข่งขันกับคนนอกวงการ (เน้นความรู้สึกชนะต่อคู่ต่อสู้) - เหมาะที่จะเป็นนักกีฬา นักธุรกิจ รวมทั้งทุกอาชีพ

8. Sense of Planer – ทนไม่ได้ที่จะทำงานโดยไม่ได้วางแผน ชอบวางแผนการ มีกลยุทธ์ ไม่ชอบทำอะไรที่ไม่มีแบบแผน แต่การวางแผนนี้จะต่างจากนักจัดการ ตรงที่มีกลยุทธ์อยู่ในนั้นด้วย – เหมาะที่จะเป็นนักวางแผนกลยุทธ์, โค๊ช, เทรนเนอร์ งานที่เกี่ยวกับการวางแผน

9. Sense of Active – ทนไม่ได้ที่จะอยู่เฉยๆ ต้องหาอะไรก็ได้ทำอยู่ตลอดเวลา ชอบลงมือทำอะไรทันที ทำมากกว่าคิดวางแผน ไม่ชอบการวางแผน จึงไม่ใช่นักวางแผนที่ดี และรู้สึกว่าการวางแผนเป็นสิ่งที่น่าปวดหัว ชอบทำไปแก้ปัญหาไปตามสัญชาติญาณ – ทำงานอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับการปฏิบัติการ การลงมือทำ

10. Sense of Developer – ชอบคิดว่าสิ่งต่างๆ น่าจะดีกว่าที่เป็นอยู่ มองเห็นจุดอ่อนหรือ ช่องโหว่ของสิ่งต่างๆ เสมอ และชอบคิดหาทางออกนั้น ชอบงานเกี่ยวกับการพัฒนา หรือแนวคิดอะไรใหม่ๆ - เหมาะที่จะเป็นนักพัฒนา นักประดิษฐ์

11. Sense of Artist – ชอบคิดตกแต่งสิ่งของหรือที่อยู่อาศัยให้สวยงาม ประดิษฐ์คำพูดให้สวยงาม ให้ความสำคัญกับเรื่องความรู้สึกมาก มักเป็นคนโรแมนติก อ่อนไหว รักอิสระ – เหมาะที่จะเป็นศิลปิน นักเขียน หรืออาชีพที่เกี่ยวข้องกับศิลปะ

12. Sense of Perfectionist – ชอบให้ทุกอย่างสมบูรณ์แม้กระทั่งรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบเท่านั้น มักค่อนข้างไปทางเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางเช่นกัน เอาความคิดตนเองเป็นหลัก – เหมาะที่จะทำกิจการของตัวเอง เพราะมักชอบควบคุมให้ทุกอย่างเป็นได้ดังใจ

13. Sense of Curious – ทนไม่ได้ต่อความอยากรู้อยากเห็นในเรื่องที่มีการปกปิด ชอบค้นคว้าเรื่องลึกลับ – เหมาะที่จะเป็นนักข่าว(สืบข่าว) นักสืบ

14. Sense of Learner – ชอบการหยั่งรู้ในสิ่งที่ตนสนใจ จึงเป็นนักศึกษา นักอ่าน หรือค้นคว้า จนกลายเป็นผู้รอบรู้(ปราชญ์) มีข้อมูลมาก แต่มักจะเป็นการศึกษาสิ่งที่คนทำไว้แล้วในอดีต – เหมาะที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญทางวิชาการ หรืออาจารย์

15. Sense of Teacher – ชอบการสั่งสอน มักเชื่อว่าตนมีความรู้ หรือมีความเป็นผู้ใหญ่กว่าคนอื่น มีความเป็นครูในสายเลือด อดทนที่จะสอนใครนานๆ – เหมาะที่จะเป็นครูบา อาจารย์


16. Sense of Analysis – เป็นอีกประเภทหนึ่งของนักคิด แต่มักชอบที่จะ”เข้าใจ” ด้วยตัวเองมากกว่า แม้ว่าอาจจะมีพื้นฐานที่ต้องค้นคว้าด้วย แต่ชอบที่จะแยกแยะสิ่งต่างๆ - เหมาะจะเป็นนักวิเคราะห์ วิจัย

17. Sense of Ethic – ทนไม่ได้ที่โลกหรือสังคมจะปราศจากศีลธรรม ยึดความถูกต้องศีลธรรม อยากให้สังคมเป็นอย่างอุดมคติ – ฝ่ายตรวจสอบการทุจริต นักบวช นักการเมือง(ตามอุดมคติที่ควรเป็น)

18. Sense of Empathy & Giving – ทนไม่ได้ที่ไม่ได้ช่วยเหลือผู้อื่นที่ลำบาก เห็นอกเห็นใจผู้คนและสิ่งมีชีวิต มีความสุขที่ได้ช่วยเหลือคนตกยาก ชอบเสียสละของส่วนตัวให้คนอื่นที่ต้องการ มีความสุขที่ได้ให้ – นักสังคมสงเคราะห์ องค์กร NGO ครู (ให้ความรู้)

19. Sense of Justice – ทนไม่ได้ที่โลกจะไม่ยุติธรรม รักความยุติธรรม รู้สึกดีเมื่อผู้กระทำผิดได้รับโทษ - ผู้พิพากษา นักข่าว(ตีแผ่) ทนาย ตำรวจ(ที่ดี)

20. Sense of Service & Take Care – ชอบบริการผู้คนเป็นชีวิตจิตใจ นอบน้อม ชอบช่วยเหลือคนโดยปราศจากผลประโยชน์ – งานเกี่ยวกับการบริการ หรืองานสังคมสงเคราะห์ หมอ พยาบาล

21. Sense of Responsible – ทนไม่ได้ถ้างานในรับผิดชอบผิดพลาด หรือผู้ที่อยู่ในความรับผิดชอบต้องลำบาก อาจเป็นทั้งผู้นำและผู้ตามที่ดี - ผู้นำ ตำแหน่งสำคัญๆ

22. Sense of Selfish – มีแนวโน้มเอาตัวรอดคนเดียวเมื่อประสบปัญหาต่างๆ เป็นคนเห็นแก่ตัวสุดโต่ง หรือเห็นแก่ผลประโยชน์มากกว่าเรื่องอื่น – ควรระวังในการคบหา ต้องทำงานกันภายใต้ผลประโยชน์

23. Sense of Communicate – ทนไม่ได้ต่อความเงียบ ต้องหาคนพูดคุยด้วยเกือบจะตลอดเวลา จึงทำให้รู้จักคนมาก เป็นคนมีเพื่อนมาก จากหลากหลายวงการและชนชั้น – นักขาย นักประชาสัมพันธ์

24. Sense of Happy & Fun – มองโลกสดใสอยู่เสมอ ไม่ชอบความเครียดและจริงจัง – งานเกี่ยวกับการบันเทิงให้ความสนุกสนานกับผู้คน

25. Sense of Relationship – ชอบสร้างสัมพันธ์กับผู้คน ไม่ชอบความขัดแย้ง ทนไม่ได้ที่จะเกิดความขัดแย้งเกิดขึ้นในกลุ่มที่ตนสังกัด จึงชอบการเจรจาไกล่เกลี่ย รักความสงบและความสามัคคี - นักประสาน นักเจรจาต่อรอง นักขาย



คนเราอาจมี Sense หลายอย่างอยู่ในตัว และการผสมกันของการมี Sense 2 Sense ขึ้นไป ก็จะกลายเป็นบุคลิกเฉพาะตน เช่น การมี Sense of Leader ที่อยากช่วยเหลือกลุ่ม บวกกับการมี Sense of Teacher ก็จะเหมาะที่จะเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน หรืออธิการบดีมหาวิทยาลัยได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จึงทำให้คนเรานั้นสามารถแยกย่อยอย่างแท้จริงได้มากมายมหาศาล ซึ่งเราก็คงเห็นได้ในชีวิตประจำวันว่า ทุกคนนั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะ จะหาที่เหมือนกันทุกอย่างนั้นยากเต็มที

แต่การใช้งานสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ ก็ขอเพียงดูลักษณะที่เกี่ยวข้องกับตนเองเป็นหลักก็พอ(อย่าเข้าข้างตัวเองนะครับ ลองให้คนอื่นเป็นผู้ประเมินเราบ้างก็จะดีครับ) หรือหากมีหน้าที่การงานที่เกี่ยวกับการใช้คน ก็ควรจะศึกษาเรื่องนี้ให้ลึกซึ้งขึ้นครับ





Create Date : 26 มีนาคม 2551
Last Update : 16 กรกฎาคม 2552 17:33:41 น. 2 comments
Counter : 3198 Pageviews.

 
อยากคุยด้งยน่ะครับ ตอนนี้ผมกำลังมีปัญหา
แอดเมลหน่อยได้ไหมครับ Unluck_yII@hotmail.com


โดย: le IP: 119.42.96.57 วันที่: 21 มิถุนายน 2553 เวลา:17:52:48 น.  

 
ดีจังเลย อ่านแล้วได้รู้จักตัวเอง และคนอื่นมากขึ้นมากขึ้น
น่าติดตามผู้รู้ท่านี้ เป็นบุญจริงๆ


โดย: ยง IP: 203.157.71.245, 117.121.208.2 วันที่: 5 กรกฎาคม 2553 เวลา:10:21:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Jimmy Walker
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]




จากทักษะของการเป็นนักคิด นักวิเคราะห์ บวกกับความสนใจใน"กระบวนการ"และ"ปัจจัย"ที่ก่อให้เกิดเป็นความสำเร็จ ที่ทำให้ผมศึกษาและวิเคราะห์กรณีศึกษาเกี่ยวกับความสำเร็จและความล้มเหลวจำนวนมาก จนเชี่ยวชาญในองค์ความรู้พอที่จะขอเรียกตัวเองว่า "ผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์แห่งความสำเร็จ"
Friends' blogs
[Add Jimmy Walker's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.