Unseen Krabi |Day Alone ลองเที่ยวคนเดียวก็คงเฟี้ยวดี x Mamy Booking
           
                 สวัสดีค่าบล็อกนี้ไม่มารีวิวการท่องเที่ยวและยังไม่ได้พาไปเที่ยว 555+ 118 แต่ในช่วง High Season แบบนี้ หลายๆคนอาจจะหาสถานที่ท่องเที่ยว  หรือวางแผนเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลเฉลิมฉลอง ตามภูเขา และดอยต่างๆกันอย่างคึกคัก ไม่ว่าจะเดินทางไปกับเพื่อน กับครอบครัว หรือกับคนรู้ใจ และสำหรับใครที่ยังไม่แพลนว่าจะไปที่ไหนกับใครดี หรือยังไม่มีคนไปด้วยแล้วอาจจะต้องเดินทางไปคนเดียว  ...

                 ลัลก็ขอแนะนำเป็น ทริปดำน้ำกระบี่ แบบ 1 Daytrip ที่ลัลเองได้ทำการจองไว้กับทาง Mamy Booking (หม่ามี๊ บุคกิ้งค์) ซึ่งเป็นบริการการจองท่องเที่ยวแบบออนไลน์ ในฐานะบริษัทนำเที่ยวบนน่านน้ำอันดามัน โดยเหตุผลที่ลัลเลือกจองกับที่นี่ คือรู้สึกว่าเราสามารถไปดำน้ำคนเดียวได้อย่างปลอดภัย จองได้รวดเร็วและราคาดีมากๆด้วยค่ะ




                  เหตุผลที่คิดจะไป ทัวร์กระบี่ เพราะกระบี่นั้นเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีน้ำสวยใส สีเขียวมรกต กับหาดทรายสีขาวและบรรยากาศที่ไม่ร้อนในช่วงหน้าหนาว ด้วยความชอบเที่ยวแบบคนไม่พลุกพล่านและอิสระได้ตามใจ ซึ่งเป็นความแปลกใหม่และแตกต่าง เดี๋ยวลัลจะสอนวิธีการจองทริปแบบง่ายๆ ที่ลัลได้ทำการจองไว้มาให้ชมกันค่ะ  

2 >>> เริ่มแรกให้เราคลิกเข้าไปที่ เว็บไซต์ https://www.mamybooking.com/  และสามารถเลือกภาษาตามการใช้งานได้ค่ะ TH/EN

- เปิดเข้ามาเจอเว็บไซต์ก็รู้เลยว่าบริการเกี่ยวกับทะเลอย่างแน่นอน หากใครเพิ่งเข้าไปลองใช้บริการ ก็แนะนำว่าให้เข้าไปอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับบริษัทได้ที่ตรง เมนู About (เกี่ยวกับเรา) ก่อนนะคะ เค้าก็จะมีบอกรายละเอียด และที่มาของบริษัทรวมทั้งรางวัลการันตีที่ช่วยทำให้เรามั่นใจขึ้นได้อีกเพียบเลยค่ะ









- อ่านข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทครบถ้วนแล้วถ้าหาก สนใจ ก็เข้ามาสมัครสมาชิกกับทาง Mamy กันค่ะ เพื่อรับสิทธิประโยชน์และสิทธิพิเศษในการใช้บริการอีกเพียบ

- แต่ถ้าหากอ่านแล้วไม่โดน ไม่ตรงใจ งั้นก็ปิดหน้าเว็บนี้ไปได้เลยค่ะ 555   16ล้อเล่นค่า 118
เอาเป็นว่าเดี๋ยวจะสอนให้ทำการสมัครสมาชิกกันเนอะ

-ให้ทุกคนทำการคลิกเข้าไปที่เมนู "สมัครสมาชิก" 






-ก็จะมีช่องให้เราลงทะเบียนง่ายๆ โดยเชื่อมต่อผ่านทาง Facebook หรือจะเลือกใส่รายละเอียดช้อมูลส่วนตัวก็ได้เช่นกันค่ะ จากนั้นให้คลิกปุ่ม "Sign Up"






-เมื่อเราสมัครสมาชิกและเข้าสู่ระบบเรียบร้อยแล้ว มาดูเมนูต่างๆภายในเว็บไซต์กันบ้างค่ะ 





1. มากันที่เมนูแรกซึ่งเป็นเมนหลักของการเขียนบล็อกนี้เลย นั่นคือ  "ทัวร์" เปิดเข้ามาจะมีในส่วนของการให้เราค้นหา สถานที่ที่เราอยากจะเดินทางไปท่องเที่ยว 





 - ลอง พิมพ์คำว่า "กระบี่" ก็จะมีตัวเลือกเด้งขึ้นมาว่า จะค้นหา สถานกระบี่ จาก จุดหมายปลายทางที่จะเดินทางไป หรือจะเป็น บริการทัวร์ต่างๆ ในจังหวัดกระบี่
- หรือหากใครไม่เลือกตรงนี้ ก็แค่ คลิกคำว่า "ค้นหา"  ปุ่มสีเหลืองได้เลยค่ะ ระบบก็จะทำการค้นบริการทุกสิ่งทุกอย่างที่มีให้บริการเกี่ยวกับ จังหวัดกระบี่




- ระบบก็จะแสดงผลลัพธ์การค้นหา และหากเราต้องการค้นหาให้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ให้เราเลือกตัวกรองเป็น "กระบี่" และระยะเวลาแบบ "ทริปวันเดียว" ค่ะ
- ก็จะได้ผลการค้นหาออกมา สังเกตว่าการท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่ทางบริษัทมีให้บริการก็จะเป็นแบบ ทริปวันเดียวอยู่แล้วค่ะ เพราะต้องการเน้นความหลากหลายของสถานที่ท่องเที่ยว ภายในระยะเวลาอันสั้น 





- 193ทริปที่ลัลเลือกจอง - และอยากจะแนะนำให้ลองไปเที่ยวกัน ทริปแรก คือ "เที่ยว 4 เกาะกระบี่ด้วยเรือสปีดโบ้ทอย่างดี เดย์ทริป (ทะเลแหวก)"  
ราคา ผู้ใหญ่ (Age 12+) THB 1,200 เหลือ THB 1,000 / เด็ก (Age 4-11) THB 1,000 เหลือ THB 900


         ทริปนี้เราจะไปดำน้ำ 4 เกาะกัน ก็จะได้พบกับหินงอกหินย้อยที่ห้อยลงมาอย่างสวยงามที่ถ้ำพระนาง และอาจเพิ่มความมันส์ด้วยการปีนผาแบบเอ็กซ์ตรีมอีกทั้ง สถานที่ท่องเที่ยวอีกหนึ่งแห่งที่เป็น Unseen Thailand  “ทัวร์ทะเลแหวก” ซึ่งเป็นหาดเชื่อมระหว่างเกาะทับ (Tub Island) และเกาะหม้อ (Mho Island) ชื่นชมธรรมชาติพร้อมกับน้ำที่ใสสะอาด ดำน้ำดูปะการังที่เกาะไก่ (Chicken Island) ซึ่งเป็นเกาะที่มีรูปร่างเหมือนกับไก่  และขึ้นเกาะปอดะ (Poda Island) ไปรับประทานอาหารแบบบุฟเฟ่ต์พร้อมถ่ายรูปน้ำสีสวยใส อัพลงโซเชียลค่ะ




- 193ทริปที่2 ที่เลือกไว้คือ - "เที่ยว 4 หมู่เกาะพีพีและเกาะไผ่ด้วยเรือสปีดโบ้ทอย่างดี" 
ราคา ผู้ใหญ่ (Age 12+) THB 2,500 เหลือ THB 1,400 / เด็ก (Age 4-11) THB 1,800 เหลือ THB 1,300


         ทริปนี้รถจะรับนักท่องเที่ยวที่พักในโซนอ่าวนาง (Ao Nang) คลองม่วง (Klong Muang )และตัวเมือง (Krabi Town) หลังจากนั้นจะไปขึ้นเรือกันที่ท่าเรืออ่าวนาง (Ao Nang Pier)  ข้อดีของโปรแกรมนี้นั้นนั่งเรือไม่นานเพราะว่าเกาะพีพี (Phi Phi Island) อยู่ใกล้กับกระบี่มาก แถมราคาไม่สูงเกินไป ก็สามารถไปเที่ยวเกาะที่ติดอันดับโลกได้แล้วค่ะ  เริ่มกันที่เกาะไผ่ (Bamboo Island) ที่มีหาดทรายที่ขาวสวย น้ำทะเลใส หลังจากนั้นเดินทางต่อไปเกาะพีพีที่เป็นอีกหนึ่งเกาะที่ฮอตฮิตในหมู่นักท่องเที่ยวและติดอันดับโลก ด้วยทัศนียภาพที่สวยงามของ “อ่าวมาหยา” (Maya Bay) ที่เป็นอีกหนึ่งสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ฮอลลิวูดชื่อดังอย่างเรื่อง “The Beach” เราจะได้ดำน้ำชมปะการังที่อ่าวโละซามะ (Loh Sa Ma Bay) อุดมไปด้วยปะการังนานาชนิด รวมไปถึงไปเล่นน้ำที่อ่าวปิเละ (Pi Leh Bay) ที่ได้รับการขนานนามว่า “สระว่ายน้ำกลางทะเล” ผ่านถ้ำไวกิ้ง (Viking Cave) รับชมจิตรกรรมฝาผนัง หลังจากนั้นรับประทานอาหารแบบบุฟเฟ่ต์บนเกาะพีพีดอน (Phi Phi Don Island) ค่ะ

ซึ่งทริปทั้งหมดที่ลัลเลือกไว้ ถือได้ว่าเป็นไฮไลท์ที่มีชื่อโด่งดังในระดับโลกเกือบทุกสถานที่ เราต้องไปลองเห็นเองกับตาเสียหน่อยแล้วว่าจะสวยงาม และมหัศจรรย์ขนาดไหนค่ะ 

173 ทางผู้ให้บริการ มีเสื้อชูชีพ และ อุปกรณ์ดำน้ำตื้น ให้ด้วยนะคะ 173 
*** ราคานี้รวมค่าประกันภัยเรียบร้อยแล้วน้า แต่!... ไม่รวมค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติสำหรับชาวไทย  40 บาท/ ชาวต่างชาติ 400 บาทต่อท่าน โดยเราสามารถชำระได้ที่ท่าเรือค่ะ ***

รายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติม :จะได้รับเงินคืนเต็มจำนวน หากยกเลิกการจองก่อน 15วันเดินทาง/ ได้รับเงินคืน 50% หากยกเลิกการจองก่อน 7 วันเดินทางค่ะ







- มาถึงขั้นตอนต่อไป ... เมื่อเลือกทริปได้เรียบร้อยแล้วให้คลิกที่ "จองเลย" ตรงนี้เลือกจองได้ทีละทริปนะคะ เพราะจะมีขั้นตอนต่อไปจากฟังก์ชั่น จองอีกด้วยนิดนึง
- เลือกจอง เรียบร้อยแล้ว หน้าต่างเว็บไซต์จะพาเราเข้ามาที่ หน้า "เลือกวันเดินทาง" เพื่อทำการ "เช็คที่ว่าง" ของทริปนั้นๆค่ะ เพราะแต่ละทริปเค้าก็จะรับนักท่องเที่ยวในจำนวนที่ค่อนข้างจำกัด เพราะจะสะดวก เรื่องช่วยเหลือด้านความปลอดภัยและบริการอย่างทั่วถึงค่ะ
- เลือกวันเดินทางได้แล้วก็ทำการคลิกปุ่ม "เช็คที่ว่าง" ได้เลยค่ะ




- หากยังมีที่ว่างในทริป ระบบก็จะแสดงผลให้เรากรอกรายละเอียดต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูลส่วนเบื้องต้น ไว้และหากเราเลือกไว้ 2 ทริปอย่างลัล ในขั้นตอนที่กรอกรายละเอียดตรงนี้ครบแล้วให้เราทำการ คลิกเลือก "+จองทริปอื่นเพิ่ม" เพื่อกลับไปเพิ่มทริปอื่นๆ ที่เราจะเดินทางได้เลยค่ะ





- กลับมาเลือกจองทริป และเลือกวันเดินทางกันอีกครั้ง ในส่วนนี้ก็จะเป็นการทำขั้นตอนซ้ำกับทริปแรกที่เราได้เลือกจองไป




- เมื่อคลิกเลือก เช็คที่ว่างแล้ว หากผู้เดินทางในทริปนี้ เป็นผู้เดินทางคนเดียวกับทริปก่อนหน้า ให้เราคลิกตรงปุ่ม "ชื่อลูกค้าเดียวกัน" ได้เลยค่ะจะได้ไม่เสียเวลามากรอกรายละเอียดข้อมูลส่วนตัวซ้ำอีก
- เสร็จแล้วคลิกที่ปุ่ม "ถัดไป" หรือหากใครต้องการจะจองทริปเพิ่มเติม ... ก็ให้กลับไปเลือก จองทริปอื่นเพิ่ม แล้วทำตามขั้นตอนเดียวกันกับทริปที่ได้เลือกไปแล้ว ได้เลยนะคะ



- เมื่อเราได้ทำการจองทริป เลือกวันเดินทาง และกรอกรายละเอียดส่วนตัวครบแล้ว ระบบจะพาเรามาที่หน้า สรุปรายละเอียดการเดินทาง

- ตรงในส่วนหน้านี้ จะมีช่องให้กรอก โค้ดส่วนลด ที่เรามี ในที่นี้ลัล กรอกเป็น โค้ด "mamyjaidee2019" เพื่อจะได้สิทธิ์ ส่วนลดเพิ่มเติมอีก 200 บาท จากราคาทริปรวมค่ะ 
- จากนั้นให้กด "ยืนยันคูปอง" ได้เลยค่ะ




- จากนั้นระบบ จะทำการ สรุปราคารวมทั้งทริป หลังจากที่ได้ใช้โค้ดส่วนลดไปเรียบร้อยแล้ว ให้เราอีกครั้ง เพื่อเป็นการคอนเฟิร์มราคาสุทธิของทริปนี้ค่ะ 
- หากเราทำการตรวจสอบแล้วถูกต้อง ให้คลิกเลือก "ทำการชำระเงิน" ได้เลยจ้า



- ช่องทางการชำระเงิน ให้เลือกตามที่เราสะดวกได้เลยนะ มีให้บริการหลากหลายเกือบทุกช่องทางกันเลยทีเดียว
- เมื่อทำการชำระเงินเรียบร้อย และระบบได้ทำการตรวจสอบข้อมูลแล้วก็จะส่ง E-mail คอนเฟิร์ม รายละเอียดต่างๆให้เราอีกครั้งค่ะ 
- จองทริปเรียบร้อยแล้วทุกอย่าง ขั้นตอนหลังจากนี้ก็ไปฟิตหุ่น ฟิตร่างกายเตรียมตัวไป ลั๊ลลา ที่กระบี่กันดีกว่า 20




เพิ่มเติม ...

มาดูในส่วนของเมนูอื่นๆที่มีให้เลือกใช้บริการของหน้าเว็บไซต์กันบ้างค่ะ
2. เมนูจองรถเช่า ตรงนี้จะเป็นในส่วนของการจอง เพื่อเช่ารถสำหรับท่องเที่ยว โดยสามารถเลือกสถานที่รับรถ และคืนรถได้ตามที่เราสะดวกเลยค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ให้ทำการจองกับระบบล่วงหน้าก่อนวันใช้งาน 48 ชม.จ้า





3. เมนูโปรโมชั่น บอกรายละเอียดของ โปรโมชั่นที่ทางเว็บได้ออกมาในแต่ละช่วงฤดูกาล





4. เมนู เกี่ยวกับเรา บอกที่มาที่ไปของบริษัท, นโยบาย และรางวัลต่างๆดังที่ได้ แนบไว้ดังรูปข้างต้นค่ะ





5. เมนู หน้า ถาม-ตอบ หน้านี้จะเป็นในส่วนของ การวบรวมคำถามที่ถูกถามบ่อย หรือคำถามที่น่าสนใจจากลูกค้ามารวบรวมไว้ให้แก่ลูกค้าคนอื่นๆได้เข้ามาศึกษา ไขข้อข้องใจค่ะ





6. เมนู บล็อก ตรงนี้จะเป็นในส่วนของ บล็อกท่องเที่ยวของทางบริษัทเอง และเหล่ารีวิวจากผู้ใช้งานในบริการต่างๆจากทางบริษัทค่ะ





และ 7. เมนู ติดต่อเรา  ก็จะเป็นรายละเอียดสำหรับติดต่อกับทาง Mamybooking ค่ะ


ช่องทางติดตามข่าวสารและช่องทางการจอง
Facebook : https://www.facebook.com/mamybooking
Web site : https://www.mamybooking.com





                  128 จริงๆแล้ว ยังมีทริปอื่น และสถานที่อื่นๆอีกเพียบเลยนะคะ ลองเข้าไปดูกะนได้เผื่อจะเป็นสถานที่ ที่เรากำลังจะเดินทางไป จะได้เก็บไว้เป็นตัวเลือก
                  โอเค ถือว่าบล็อกนี้ครบครันนะ  สำหรับการมาแชร์และแนะนำวิธีการเลือก ทริปสำหรับเที่ยวคนเดียว หรือจะไปกันแบบกลุ่ม เป็นคณะได้อย่างปลอดภัยและง่ายมากๆ อีกทั้ง ได้เที่ยวครบและจบที่ราคาดีๆแบบนี้ ถือว่าเราได้ความคุ้มค่ามากจริงๆค่ะ เดี๋ยวถึงวันเดินทางแล้ว จะกลับมาอัพเดทรูปสวยๆ บรรยากาศดีๆ กันอีกครั้งน้า หวังว่าวิวนี้จะมีประโยชน์สำหรับทุกท่านนะคะ สวัสดีค่า ... 1


 



 



Create Date : 04 ธันวาคม 2562
Last Update : 6 ธันวาคม 2562 16:19:10 น.
Counter : 156 Pageviews.

1 comment
[Together Go Farther:] ไปด้วยกัน ไปได้ไกล "เชียงราย-เชียงใหม่ หน้าฝนกับเราสองคน 4วัน 3 คืน PART 1"

 
สวัสดีค่า ตั้งใจอยากจะทำ  blog บันทึกการเดินทางของลัล (โดยส่วนใหญ่ที่บ้านไม่ค่อยชอบเที่ยว พ่อกับแม่จะบ่นว่าเหนื่อย 555 
จะมีทริปได้ก็นานๆที เนื่องจากลัลไม่ได้อาศัยอยู่ในจังหวัดเดียวกับครอบครัวด้วย ทริปส่วนใหญ่ก็จะชวนแฟนไปกันเป็นหลักค่ะ )
แต่เราก็อยากทำเป็นรีวิว ในแต่ละทริปมาแบ่งปันกัน ... ดังนั้น blog นี้ขอเป็นรีวิวแบบรวบยอด
ทริปประจำปีกับแฟนแบบ เชียงราย และเชียงใหม่ 2 ปีซ้อนมาฝากกันค่ะ สถานที่เที่ยวอาจไม่ได้ครอบคลุมทั้งจังหวัดเนื่องจากมีเวลาเก็บน้อย 






เริ่มด้วยปี 2560 : มีเวลาวันหยุดยาวช่วงหน้าฝน ก.ค.  ลางานไปประมาณ 3 วันแต่ได้หยุดเที่ยว ถึง 5 วัน
เอาล่ะ งั้นต้องเที่ยวให้คุ้มสักหน่อย ด้วยการรวมทริป เชียงราย-เชียงใหม่ เมื่อได้มติของเรา 2 คน
ดังนั้น ก็เริ่มวางแผนเที่ยวในครั้งนี้ หารีวิวแหล่งท่องเที่ยว ตามเว็บไซต์เป็นหลักค่ะ แผนเที่ยวของเราในครั้งนี้ คือ 




132 วันที่ 1 :  132

เดินทางออกจากท่าอากาศยานดอนเมือง ด้วยสายการบิน สิงโต (Thai Lion Air) ไฟลท์ 10 โมง มาลงที่ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย
สภาพอากาศวันนั้นฝนกำลังตกโปรยปรายเลยค่ะ เราจ้างรถเเทคซี่ให้มาส่งเพื่อเอา ของเก็บไว้ที่พัก ตรง ถ.พยาบาล
ใกล้ๆกับเชียงรายไนซ์บาร์ซา 

Le Terrarium Bed & Sleep Chiang Rai  มีที่จอดรถนะคะทั้งรถยนต์และมอเตอไซต์ ราคาคืนละ 890฿
ในวันที่ลัลจอง คือพอไปเห็นสถานที่จริง คุ้มมาก ราคาเท่านี้คือสุด สำหรับความรู้สึก หลับสบายไม่มีเสียงรบกวน
บริเวณรอบๆที่พักก็สะอาดสบายตาแถมมี มุมสวยๆไว้ให้เราถ่ายรูปเพียบ 


 
     

ช่วงบ่ายๆก็ออกไป หารถเช่ากัน แถวๆบริเวณที่เราพัก มีร้านให้เช่ารถค่อนข้างเยอะค่ะ
ตอนแรกกะจะเช่าแค่มอเตอร์ไซต์แต่วันนั้นฝนตกหนักมาก
และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด สุดท้ายก็ต้องต้องเลือกเป็นเจ้า Vios สนนราคาอยู่ที่วันละ 900฿ ค่ะ
ทางร้านรับค่าประกันเป็นเงินสดไว้ 1,000 บาทเท่านั้น+บัตรประชาชน เจ้าของเป็นพี่ผู้ชายหน้าตาใจดีหน่อย ท้วมๆ

จุดหมายที่เราจะไปต่อจากการเช่ารถคือ การแวะสักการะพ่อเมืองเชียงราย (อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช) ก่อน
เพื่อเป็นการแสดงซึ่งความเคารพที่เราได้มาเยือนถึงบ้านเมืองท่าน
และขับรถตรงไปตาม ถ.พหลโยธิน มุ่งหน้าสู่ที่หมายแรก คือ "พิพิธภัณฑ์บ้านดำ" ค่ะ
 
บ้านดำ หรือ พิพิธภัณฑ์บ้านดำ ตั้งอยู่ที่ ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย สร้างขึ้นโดย อ.ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ
ที่มีฝีมือทางด้าน จิตรกรรม ปฏิมากรรม ได้สร้างงานด้านศิลปะไว้มากมาย ทั้งทางด้านภาพเขียนและด้านปฏิมากรรมหลายชิ้น
ลักษณะ ของ บ้านดำจะเป็นกลุ่มบ้าน ศิลปะแบบล้านนา ทุกหลังทาด้วยสีดำ ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า “บ้านดำ”
และยังเป็นสีที่ อ. ถวัลย์โปรดปราน อีกด้วย ในบ้านแต่ละหลังจะประดับด้วยไม้แกะสลักที่มีลวดลายงดงาม
นอกจากไม้แกะสลักแล้วยังประดับด้วยเขาสัตว์ เช่น เขาควาย เขากวาง และยังมีกระดูกสัตว์ เช่น กระดูกช้าง เป็นต้น
เปิดให้เข้าชมเข้าชมฟรี ทุกวัน (ยกเว้นวันจันทร์) ตั้งแต่เวลา 8.00-17.00 น.
 
 








 




























ออกจากบ้านดำ เราก็ไปต่อกันที่ "ไร่ชาฉุยฟง อ.แม่จัน" ค่ะ 
เป็นแหล่งปลูกชาชั้นดีของ บริษัท ฉุยฟงที จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตใบชารายใหญ่ที่สุดในจังหวัดเชียงรายมากว่า 40 ปีแล้ว
แน่นอนว่าใครอยากได้ชิมชาคุณภาพดีล่ะก็ต้องมาที่นี่เลย ตามจริง ไร่ชาฉุยฟงนี้เค้ามีด้วยกัน 2 แห่ง
แห่งแรก คือที่ ต.แม่จัน อ.เเม่จัน แห่งนี้ ส่วนแห่งที่ 2 คือตรงบริเวณ บ้านพญาไพร ต.เทอดไทย อ.แม่ฟ้าหลวง

วันนั้นต้องขอบอกว่าช่างเป็นวันที่ฟ้าหม่นจริงๆค่ะ คือพายุฝนฟ้าคะนอง พร้อมจะตั้งเค้าได้ตลอดเวลา
เพราะฉะนั้นสีของท้องฟ้าก็จะไม่ค่อยสวยหน่อย ไร่ชาฉุยฟง นี้พื้นที่กว้างขวางมาก มีขนาดถึง 1,000 ไร่ 
ตั้งอยู่บนเนินเขาปลูกลดหลั่นกันเป็นขั้นบันได แล้วที่นี่ยังมีร้านอาหาร และเครื่องดื่ม เบเกอรี่ ไว้บริการอีกด้วยค่ะ
ซึ่งครั้งนี้ลัลไม่ได้แวะเข้าไปที่คาเฟ่ เพราะไม่ได้เอาร่มมาเลยได้แต่ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการถ่ายรูปบริเวณไร่ชาเป็นหลัก

















 






 
เกือบสี่โมงเย็น ซึ่งเวลานั้นฟ้าค่อนข้างจะมืดเร็วกว่าปกติ จะให้ไปเที่ยวที่ไหนต่อคงได้แค่พวก ตลาดกลางคืน เลยคุยกับแฟนว่า ...
งั้น เราไปหาอะไรกินที่ตลาดโต้รุ่งแม่สายเลยแล้วกัน (นางเป็นคนถึงไหนถึงกันคะ 555 ถ้าคนนึงชวน นางไม่มีคำว่าห้าม )
ได้แนวคิดอย่างงั้นแล้วเราก็ขับรถขึ้นตรงไปตาม ถ.พหลโยธิน มุ่งหน้าสู่ ดินแดนเหนือสุดแห่งสยาม ก่อนเข้าตลาดโต้รุ่ง
แวะสักการะ หลวงพ่อสายรุ้งและพระพุทธรูปปางไสยาสน์ ที่ "วัดถ้ำผาจม"  กันสักหน่อย 

วัดนี้เป็นวัดที่ได้ฉายาว่าอยู่เหนือสุดแห่งสยามและมีชื่อเสียงในด้านการปฏิบัติธรรม วิปัสสนากรรมฐาน
เนื่องจากมีการจัดโครงการอบรมธรรมะอยู่เสมอ และด้วยทำเลที่ตั้งอยู่บนเทือกเขานางนอนที่แวดล้อมด้วยหุบเขา
เมื่อมองลงไปจากวัดนี้จะเห็นวิวภูเขาทอดตัวเป็นรูปโค้งโอบรอบวัดและบ้านเรือนใกล้เคียงเป็นรูปมังกร
ซึ่งถือว่าเป็นทำเลที่ยอดเยี่ยมมากตามหลักฮวงจุ้ย จัดเป็นวัดสมถะ สงบเงียบ
ไม่มีสิ่งปลูกสร้างใดๆ ให้วุ่นวาย และชื่อวัดผาจมนั้นเป็นชื่อของถ้ำที่มีพื้นที่บางส่วนจมอยู่ใต้น้ำแม่สาย 



(รูปภาพจาก https://www.thainorthtour.com/place_detail.php?id=31)

เสน่ห์ ของตลาดแม่สายในยามค่ำคืนคือ ตลาดโต้รุ่งที่ไม่วุ่นวาย ... มีพ่อค้าแม่ขายมาขายของกันหนาตา
ผู้คนค่อนข้างเบาบางแต่ก็แวะเวียนมาไม่ขาดสายค่ะ





132   วันที่ 2 :  132

เช้าวันรุ่งขึ้น แผนของเราในวันนี้คือจะไป วัดร่องขุ่น และตามด้วยไร่ สิงห์ปาร์ค
แต่ก็ต้องสะดุดกับทุกอย่างเพราะฝนตกหนักมากค่ะ ไปได้แค่วัดร่องขุน แต่ไม่สามารถถ่ายรูปได้เลย สุดท้ายเลยต้องกลับมาที่พัก
และเก็บข้าวของ check-out ก่อนที่จะไปขึ้นรถต่อไปยัง เมืองเชียงใหม่ ที่สถานีขนส่ง (ท่าเก่า) ค่ะ

เลือกเดินทางด้วย รถ กรีนบัส รอบ 14.15 น. ชั้น ป.1 ในราคาคนละ 180฿ 
ใช้เวลาเดินทางทั้งหมด 3.30 ชม. ตามเส้นทาง เวียงป่าเป้า-ดอยสะเก็ด เป็นรถโดยสารชั้นเดียวค่ะ

เราสองคนหลับตลอดทาง 555 ตื่นมาอีกทีก็มาถึงยัง สถานีขนส่งอาเขตต์ จ.เชียงใหม่แล้วค่ะ


เช่ามอเตอร์ไซต์ จากร้านแถวๆสถานีขนส่ง เดินทางเข้าที่พักที่เราจองไว้ สำหรับคืนนี้ นั่นคือ
โรงแรม B2 Santitham Wat Jed Yod Boutique & Budget Hotel
เป็นโรงแรมในเครือ B2 ที่ราคาย่อมเยาว์อีกแห่งหนึ่งค่ะ อยู่ตรง ถ. ศิริธร ไม่ใกล้ไม่ไกลจากขนส่ง
แต่ก็ไกลสำหรับใจกลางเมือง เป็นตึกเดี่ยวๆมีทั้งหมด 4 ชั้น ที่จอดรถกว้างขวาง ล๊อบบี้ สะอาด
มีที่นั่งพักคอยสำหรับแขกไว้ได้ค่อนข้างเยอะ พนักงานน่ารักค่ะ อยู่ในช่วงราคาที่เหมาะสม ความปลอดภัยสูง


ตอนนั้นที่ลัลจองไว้ได้ราคามา 438฿ เป็นประเภทห้อง  Deluxe Premier การตกแต่งห้องเป็นสไตล์ LOFT ปูนเปลือย
ตัดกับสีส้ม สัญลักษณ์แห่ง  B2 เค้าค่ะ และวัสดุไม้ที่ผสมผสานได้อย่างลงตัว แต่ลัลไม่ชอบตรงแสงในห้อง
มีแต่ไฟสีส้ม ยิ่งห้องตกแต่งโทนส้มอยู่แล้วยิ่งทำให้ความรู้สึกไม่โล่ง มีความรู้สึกว่าอับและอึมครึมซะงั้น 146 


 


132  วันที่ 3:  132

เช้านี้เรามีแพลนจะขึ้น "วัดพระธาตุดอยสุเทพ "กันก่อน
เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องจากเป็นพระธาตุประจำปีเกิดด้วยความตั้งใจเลยมากเป็นพิเศษ ออกจาก B2 สันติธรรม
 โดยมอเตอร์ไซต์ช่วงเช้าในขณะที่แดดกำลังจ้า (คิดในใจวันนี้อากาศดีมาก ช่างเหมาะแก่การขึ้นดอยเสียจริง)
ขับมาได้สักครู่หนึ่ง ช่วงเวลาที่ผ่านหน้าสวนสัตว์เชียงใหม่กำลังจะขึ้นดอย
 สายฝนกลับโปรยปรายลงมาอีกแล้วค่ะ ความรู้สึกตอนเเว๊นขึ้นดอยสุเทพนั้นแบบ ... ทั้งหนาว ทั้งชุ่มไปด้วยฝน
สุดมากเรา 2 คนเป็นคนใต้ที่ไม่ชอบความหนาวเอาเสียเลย 555+

แต่ใจสู้ค่ะ มีแอบพักระหว่างทางบ้าง ตอนนั้นรู้สึกแค่ว่าระยะทาง 8 กิโลเมตร
จากตีนดอย ถึงวัดพระธาตุนั้น ช่างยาวนานมาก แต่แล้วก็มาถึงจนได้ 

วัดพระธาตุดอยสุเทพ นั้นเป็นหนึ่งในวัดที่มีความสำคัญมากที่สุดของจังหวัดเชียงใหม่ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1927
 ในสมัยพญากือนา กษัตริย์องค์ที่ 6 แห่งอาณาจักรล้านนา ตามแบบศิลปะล้านนา มีเจดีย์ทรงเชียงแสน
ฐานสูงย่อมุมระฆังทรงแปดเหลี่ยมปิดด้วยทองจังโก 2 ชั้น ลานเจดีย์เป็นจุดชมทิวทัศน์เมืองเชียงใหม่
ทางขึ้นเป็นบันไดนาคเจ็ดเศียรก่อปูน เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันคือ พระธรรมเสนาบดี (ธงชัย สุวณณสิริ)




รูปภาพจาก (https://th.wikipedia.org)



อิ่มบุญอิ่มใจกันไป และใครที่ได้มาสักการะพระธาตุดอยสุเทพแล้ว จะไม่เข้าไปเยี่ยมชม

 “พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์” หน่อย ก็คงรู้สึกเหมือนมาไม่ถึง 
พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ใช้เป็นที่ประทับในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานมาประทับแรม ที่จังหวัดเชียงใหม่
เพื่อทรงงาน และเยี่ยมเยียนราษฎรในเขตภาคเหนือ รวมทั้งเพื่อรับรองพระราชอาคันตุกะที่เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับไทยในโอกาสต่างๆ
การที่ทรงเลือกสร้างที่จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากมีอากาศเย็นสบาย ภูมิประเทศสวยงาม
ตัวเรือนมีลักษณะเป็นแผนผังแบบเรือนไทยภาคกลางที่เรียกว่า “เรือนหมู่”
 มีรูปแบบสถาปัตยกรรมเป็นไทยประเพณีประยุกต์ ก่ออิฐถือปูน ยกพื้นสูงหลังคาทรงไทย ภายในประกอบไปด้วยท้องพระโรง
ห้องเสวย ห้องบรรทม และห้องสรง สำหรับพระราชอาคันตุกะ ตั้งอยู่คนละด้าน มีเฉลียงใหญ่
และพลับพลาหอนกเป็นที่ประทับทอดพระเนตรทัศนียภาพของเมืองเชียงใหม่
และไฮไลท์ที่สำคัญอีกอย่างของที่นี่ คือ หมู่แมกไม้นานาพรรณ ที่พร้อมกันผลิดอกต้อนรับฤดูกาลต่างๆที่ หมุนเปลี่ยนแวะเวียนมา 




















 
ลงจากดอยเรียบร้อยแล้ว นัดกับเจ้าของรถยนต์เช่าไว้ ที่ตรงบริเวณหน้ากาดสวนแก้ว ปรึกษากับทางเจ้าของรถว่า ถ้าเป็นคันเล็กๆจะขึ้น

"ดอยอินทนนท์"  ไหวมั้ย ?
พี่เค้าคอนเฟิร์มว่า ไต่ไปได้สบาย เราเลยตกลงเลือกเป็นน้อง Toyota Yaris ตัวถัง 1.2 ลิตรค่ะ 
ราคาเช่าวันละ 900 บาท ค่าประกันวางเป็นเงินสดไว้ 3,000 บาท+บัตรประชาชน 

ต้องบอกเลยว่าทริปครั้งนี้เหมือนมาหาฝนและลมโดยแท้ ฝนตกหนักตลอดทาง แบบเดินทางมาได้ครึ่งทาง เหมือนจะถอดใจ
เพราะอากาศหนาวมาก ทั้งลมทั้งฝน อีกทั้งยังมีหมอกอีกเพียบ เอาง่ายๆ คือขับรถมาแบบมองไม่เห็นทาง ดีนะวันนั้นไม่ค่อยมีรถสวนเลย 555
ก็แน่ล่ะใครมันจะอยากออกมาเที่ยว เราก็ขับไต่ไปเรื่อยๆแบบ ผลักเกียร์ขึ้นไป D-3 เลย 

ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรดลใจให้เราสองคนใจสู้ขนาดนี้ 555 ขับรถไปตาม map บอกเปี๊ยบเลย ปักmapไปว่าดอยอินทนนท์จ้าแม่
หนูลืมพิมพ์คำว่าอุทยานด้วยจ้า ยังรู้สึกทะแม่งๆ ว่าเมื่อไหร่จะถึงที่พักสักที
ลัลจองไว้กับทางอุทยานเป็นบ้านพัก ราคา 1200.- / คืนแบบมีเครื่องทำน้้ำอุ่นค่ะ  ขับไปจนถึงกองบังคับการบิน ของกองทัพอากาศ 5555
7

เพิ่งจะมารู้ว่าเลยบ้านพักอุทยานไปแล้ว ก็ตอนเจอพี่ทหารบอกว่ามันเลยมาแล้ว 20 กิโลนะน้อง แบบ... แม่เจ้า จะร้องไห้
ความไม่เคยมาเที่ยวที่นี่ แล้วยังดันไม่ทำการบ้านมาอีก น่าตีมั้ยเซ่อในซื่อค่ะ 555
(ในใจคือไม่ได้จะซีเรียสอะไรมากนะ คนมันเพิ่งเคยไปครั้งแรก ก็ตื่นตาตื่นใจไปหมดคิดว่าเออช่างมันไม่เป็นไร
ถือว่าได้ขึ้นมาเห็นบรรยากาศยอดดอย) 

พี่ทหารอากาศเลยให้แวะเข้าไปอบ Heater ตรงบริเวณป้อมแป๊ปนึง เราคุยกันว่าถ้าอยู่อบHeater นานฝนคงจะตกหนักกว่านี้
เลยตัดสินใจขับรถลงมาจากยอดดอย ก็เจอทางเข้าบ้านพักอุทยานอยู่ทางด้านซ้ายมือค่ะ 

รูปบ้านพัก หรือแม้แต่แม่สายกับพระธาตุดอยสุเทพก่อนหน้านี้ หายไปกับคอมเครื่องเก่า จริงๆรูปทริปพาร์ทนี้หายไปเยอะเหมือนกัน
แอบสมน้ำหน้าตัวเองไม่ยอมเขียนบล็อกให้ไว 55 เปลี่ยนคอมไปแล้วเพิ่งจะมานึกอยากเขียน ต้องขออภัยด้วยนะคะ


เราพักกันที่บ้าน 108 บุษบง ค่ะ มาถึงประมาณ 1 ทุ่ม ตอนนั้นโคตรหิวมาม่าเลยดีนะมีติดรถมาด้วย เรื่องเสบียงคือพร้อมมาก 3 ฮ่าาา
อากาศประมาณ 15 องศา แบบบรรยากาศทั้งชื้น ทั้งเปลี่ยว ขนาดเป็นบ้านพักอุทยานนะ ไม่ใช่ช่วง High Season คือ เงียบมากจ้า!!!
ลัลแปะรูปบ้านพักจาก Google มาฝากกันเผื่อใครจะเก็บไว้เป็นข้อมูลนะคะ





มาพักบ้านแบบนี้ 2 คน จริงๆเหงานะ แถมไม่อุ่นเลยด้วย 555 เพราะบ้านพักกว้างมากอะ
พื้นบ้านอย่างเย็น แนะนำควรมีรองเท้า sleeper ติดกระเป๋ามาด้วยหัวตุ๊กตาได้ยิ่งดี เพราะจะทำให้เท้าอุ่นขึ้นเยอะ

บ้านมี 2 ห้องนอนค่ะ เปิดประตูเข้าไปจะเจอกับเตียงเดี่ยว ขนาด 3.5 ฟุต+ผ้าห่ม
อยู่ในห้องโถงส่วนแรก มีห้องน้ำ+เครื่องทำอุ่นแบบหม้อต้มรุ่นเก่าในตัวนะ
อีกด้านของบ้านก็จะเป็นห้องนอนอีกห้องนึง มีเตียงไว้ให้ 2 เตียง ขนาด 3.5 ฟุตเช่นกันค่ะ







(ที่มา https://nps.dnp.go.th)





ของจริงก็ตามรูปเลย ทางอุทยานฯทำมุ้งลวดกันยุงไว้ให้ด้วย แต่ก็ใช่ว่าจะปลอดภัย 100% ค่ะ เพราะหากคุณไปพักหน้าฝนแล้ว
คุณจะได้เจอบรรดาเพื่อนๆสัตว์เลื้อนคลาน จิ้งจก ตุ๊กแกอีกจำนวนหนึ่ง 13 


132   วันที่ 4   : 132

ผ่านค่ำคืนนั้นไปแบบทุลักทุเล ตั้งนาฬิกาปลุกไว้จะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่บริเวณอ่างกา อ่าจ้าาาา !
สุดท้ายไม่ตื่น ฝนตกหนักมุดตัวอยู่แต่ใต้ผ้าห่มตลอดทั้งคืน กว่าจะลุกได้ก็เกือบ 08.00 น. แล้วก็เปลี่ยนใจไม่ได้ขึ้นไปที่จุดชมวิว
หรือเส้นทางศึกษาธรรมชาติอะไรตามที่วางแผนไว้ทั้งนั้น
เพราะไม่อยากขับรถฝ่าฝนไปอีกแล้ว 555 เลยเก็บของเช็คเอาท์ออกจากบ้านพัก
ทานข้าวเช้าตรงบริเวณร้านอาหารสวัสดิการของอุทยานฯ
กะเพราหมูสับกับข้าวสวยร้อนๆ คือ นิพพาน ณ จุดๆนี้  10


ดีหน่อยตรงเส้นทางดอยอินทนนท์ มีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่ง ตามจริงถ้าไปช่วงที่ฝนไม่ตก
ลัลว่าคุ้มมากเลยนะ แวะอีกหลายจุดได้เพลิดเพลินเลย เวลา 9 โมงกว่า เราขับรถลงดอยมุ่งหน้ามาที่


"หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ บ้านแม่กลางหลวง" ค่ะ 
หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่ ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง ท่ามกลางหุบเขานาขั้นบันได  
เป็นที่อยู่อาศัยของชาวไทยภูเขาชนเผ่าปกาเกอะญอ ยังคงมีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย 

ไฮไลท์ของการมาเที่ยวที่นี่คือ การได้ชม บรรยากาศของแม่กลางหลวงในช่วงฤดูทำนา ทุกพื้นที่จะมีสีเขียวขจีไปด้วยนาข้าวขั้นบันได
ที่ปลูกลดหลั่นไปตามไหล่เขา มีสายหมอกเบาๆ  อากาศเย็นสบาย กลิ่นข้าวเขียวบริสุทธิ์ รู้สึกสดชื่นหายใจได้เต็มปอดมากจริงๆค่ะ



























334 ใครอยากได้บรรยากาศแบบตื่นมาเห็นท้องทุ่งนาเขียวขจี อากาศเย็นสบายแอร์บริสุทธิ์จากธรรมชาตินี่
ลัลแนะนำให้ลองมานอนพักแบบบ้านโฮมสเตย์ดูนะคะ ลัลไม่ได้ถามราคามาว่าเค้าเปิดให้บริการในเรทเท่าไหร่บ้าง
เพราะมีหลายเจ้าที่เปิดให้บริการอยู่ อาจจะลองหาข้อมูลตามเว็บไซต์
โดยเสิร์ชคำว่า โฮมสเตย์บ้านแม่กลางหลวง ดูได้เลยนะคะ  334









ดอกอะไรไม่รู้อะ 555 ชาวบ้านเค้าปลูกไว้อย่างสวย








เติมเต็มความชุ่มฉ่ำแบบจัดเต็มกันอีกหนึ่งสถานที่ นั่นคือ "น้ำตก วชิรธาร" 
เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ และมีน้ำไหลตกลงมาในปริมาณที่มาก มีความสวยงามมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย
น้ำตกวชิรธารอยู่ในเขตของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ เกิดจากลำห้วยแม่กลาง
ที่มีต้นกำเนิดอยู่บนยอดดอยอินทนนท์ มีหน้าผาสูง ตัวน้ำตกมี 1 ชั้น น้ำเบื้องบนไหลลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง
ด้วยความสูงของน้ำตกถึง 70 เมตร ตรงส่วนนี้คือน้ำแรงมากนะทุกคนลงไปเล่นในแอ่งไม่ได้นะคะ อันตรายมาก
ทางอุทยานฯ จึงทำเป็นสะพานเอาไว้ให้ยืนถ่ายรูป ละคือแบบละอองน้ำทำให้กล้องเปียกได้เลย
แต่เราก็พยายามถ่ายภาพมาได้สำเร็จอิ้ๆ













จบความเขียวขจี สถานที่ต่อไปคือตามรอยรีวิว 555+ ลัลจำไม่ได้แล้วว่าไปเห็นรีวิวใครมา
แล้วแบบ ถ่ายรูปออกมาสวยมาก อยากไปบ้าง ... ดังนั้นก่อนจะกลับกรุงเทพกันในวันนี้
ระหว่างทางเข้าเมือง จึงแวะตาม Map บอก (อีกแล้ว)



มาที่ "แกรนด์แคนยอนหางดง"
ตั้งที่อยู่ที่ ต.น้ำแพร่ อ.หางดง ความเป็นมาจากที่บริเวณนี้เมื่อ 10 ปีที่แล้ว มีการขุดหน้าดินขาย มีความลึกถึง 15-20 เมตร
จนกลายเป็นบ่อดินขนาด 30 ไร่ เมื่อหมดประโยชน์จึงปล่อยให้น้ำท่วมขัง เวลาผ่านไปหลายปีกลายเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่
สีเขียวมรกต มีคันดินสูง 20 เมตรคล้ายหน้าผา  3-4 หน้าผา ดูคล้ายกับแกรนด์ แคนยอน
ด้วยความสวยงามของสถานที่ทำให้มีนักท่องเที่ยว แนว Adventure แอบเข้ามากระโดดน้ำเล่นอยู่บ่อยๆ
ทั้งๆ ที่ตอนนั้นยังไม่ได้เปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยว 

เจ้าของบ่อซึ่งเป็นกำนันตำบลน้ำแพร่ (คุณฉัตรกรินทร์ ตระกูลอินสัน) ได้มีการติดประกาศห้ามเข้า ทั้งภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ
แต่ก็ยังมีคนแอบมากระโดดน้ำอยู่บ่อยๆ เลยเปลี่ยนบ่อดินให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว เก็บค่าเข้าชมคนละ 50 บาทค่ะ
มีเครื่องเล่นคล้ายๆ สวนน้ำ และมีพนักงานดูแลรักษาความปลอดภัย มีเสื้อชูชีพ มีร้านกาแฟ – อาหารและห้องน้ำ
ไว้อำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวอีกด้วยค่ะ


















ที่เที่ยวสุดท้ายของทริปครั้งนี้ค่ะ จบด้วยภาพแบบฮิปสเตอร์ (เหรอ) 555 กลับเข้ามาในตัวเมืองเรียบร้อยก่อนคืนรถ
ที่เช่ามาให้เจ้าของ แวะตลาดวโรรส ซื้อแคปหมู, กระเทียมโทนดองน้ำผึ้ง, หมูกระจกและน้ำพริกหนุ่มฝากคุณแม่
และเพื่อนที่ทำงานกันหน่อย  จากนั้นจึงเดินทางกลับกทม.ค่ะ




สำหรับปี 2560 นี้เราใช้เวลาในการเที่ยว เชียงราย-เชียงใหม่ รวม 4 วัน 3 คืน ด้วยกันค่ะ มีเวลาวันหยุด 5 วัน เลยใช้เวลาอีก 1 วันที่เหลือนอนพักผ่อนเตรียมไปทำงานวันต่อไป ลัลไม่ได้ตั้งใจมาแบบจำกัดงบเลยไม่ขอใส่รายละเอียดเรื่องงบประมาณตรงนี้นะคะ
เราเที่ยวแบบอยากไปไหนตามใจ แผนมีการปรับเปลี่ยนได้ตลอดตามสถานการณ์ เดี๋ยวสำหรับทริปเชียงใหม่ (อีกครั้ง) ของปี 2561
จะมาทำเป็น Part 2 ให้นะคะ อย่าลืมติดตามกันด้วยน้าว่าจะไปที่ไหนอีก 

17



 



Create Date : 01 มิถุนายน 2562
Last Update : 14 ตุลาคม 2562 8:06:00 น.
Counter : 226 Pageviews.

0 comment
เกาะช้างไม่เคยจะห่างรัก ที่ "AWA RESORT" จ.ตราด
สถานที่ท่องเที่ยว : เกาะช้าง, ตราด Thailand
พิกัด GPS : 12° 6' 15.22" N 102° 20' 57.72" E




สวัสดีค่า ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนว่า Blogนี้เป็น บล๊อคดอง 555 เริ่มประเดิม กรุ๊ปบล๊อคสมุดบันทึกการเดินทางด้วยการพาไปเที่ยว "เกาะช้าง" ซึ่งลัลคิดว่าทุกคนอาจคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว แต่สำหรับใครยังไม่เคยได้ยินชื่อวันนี้จะพามาทำความรู้จักกันค่ะ 

เกาะช้างเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสอง ของประเทศไทย เห็นจะเป็นรองก็แค่ เกาะภูเก็ตหรือ จ.ภูเก็ตเท่านั้น เกาะช้างตั้งอยู่ที่ จ.ตราดค่ะ ถือว่าเป็นจังหวัดที่เงียบสงบและมีสถานที่ทางธรรมชาติอีกมากมายให้เราได้ไปค้นหา 


--------------------------------
จุดมุ่งหมายของทริปในครั้งนี้ เพื่อไปพักผ่อนหย่อนใจสไตล์การเที่ยวของลัลจะเป็นแบบเก็บความประทับจากโรงแรมเสียเป็นส่วนใหญ่ โดยจะทำการเลือกพิกัดกันก่อนว่าอยากไปที่ไหน จากนั้นก็พยายามหาโรงแรมที่สวยๆ สบายตาบรรยากาศดีๆแล้วค่อยดูข้อมูลของสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง 555 ซึ่งมันก็เหมือนเป็นความตั้งใจว่า อยากจะไปพักที่นี่อะแล้วมีอะไรรอบข้างให้เที่ยวบ้างเสียอย่างนี้ Smiley

Smileyการเดินทางมาเกาะช้างลัลมาแบบไม่มีรถส่วนตัว ใช้บริการของบริษัท เชิดชัยทัวร์ ซึ่งเป็นรถแบบรถทัวร์ปกติเลยค่ะ แต่อาจจะขนาดเล็กกว่า พวกรถที่วิ่งระยะทางไกลๆ เบาะเล็กกว่าหน่อย โดยรวมถือว่าลุกนั่งสบายอยู่ค่ะ 

วันนั้นตั้งใจไว้กับแฟนว่าจะไปขึ้นรถเที่ยว 23.00 น. เพื่อจะให้ไปถึงในตอนเช้า 
เราไปถึงสถานีขนส่งเอกมัยตอน 22.00 ตอนแรกแอบกังวลว่าตั๋วอาจจะหมดเพราะวันรุ่งขึ้นจะเป็นวันหยุดยาว และแล้วก็เป็นไปตามคาดค่ะ ตั๋วรถหมดจริงๆ เลยต้องจองตั๋วไว้ เที่ยวเวลา 05.00 น.ของวันรุ่งขึ้น บอกเลยแอบนอยนิดๆแต่ตั้งใจว่าจะไปเที่ยวแล้ว ก็ต้องไปค่ะ เฮ้ๆ ๆ!!! Smiley
--------------------------------

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 - 5.30 ชม.บอกเลยว่ายาวนานมากๆแถมช่วงที่รถจอดให้เข้าห้องน้ำก็จอดแค่ครั้งเดียวคือ สถานีขนส่งผู้โดยสาร จ.จันทบุรี รถวิ่งไม่เร็วมากค่ะ มาถึงสถานีขนส่งจ.ตราดในเวลา เกือบ 11.00น. คือหิวมาก บขส.ตราดไม่มีค่อยมีอะไรขาย มีแต่โรงอาหารเล็กๆเลยไม่ได้เข้าไปดูว่าวันนั้นเค้าเปิดขายหรือเปล่าเพราะดูค่อนข้างเงียบค่ะ 

ลัลแนะนำว่าให้ซื้ออะไรไปรองท้องระหว่างทางจะดีมากเลยนะคะ หลังจากนั้นพี่คนที่เป็นเหมือนพนักงานคอยบริการบนรถทัวร์ จะชี้ให้เรามาขึ้นรถสองแถวตรง บขส.เลยค่ะ เป็นรถ สถานีขนส่ง-แหลมงอบ ค่ารถคนละ 80 บาท เดินทางไกลใช้ได้ค่ะ ประมาณ 20 กว่ากิโล ก็ถึงท่าเรือ Centerpoint (ค่าเรือเฟอร์รี่คนละ 80 บาทไป-กลับ) สำหรับคนที่นำรถมาสามารถขับขึ้นเฟอร์รี่ได้เลยนะคะ 



เราใช้เวลานั่งเรือประมาณ 40-45 นาทีเราก็มาถึง ท่าเรือ อ่าวธรรมชาติ ของเกาะช้างค่ะ 
เลยเช่ารถมอเตอร์ไซต์ตรงนั้นเลย มีประมาณ 2-3 ร้านให้เลือกสภาพค่อนข้างใหม่และกำลังพอที่จะขับทั่วทั้งเกาะค่ะ ร้านเช่าที่นี่โอเคมาก มีค่าประกันรถแค่ 1000 บาท+ใบขับขี่หรือบัตรประชาชนเก็บไว้แค่นั้น 

จากนั้นก็ถึงเวลาเดินทางไปที่ AWA RESORT ค่ะ ขับมาได้แป้ปเดียวฝนก็ตกหนักมาก 
ส่วนลัลก็หิวจนตาลายมากเช่นกัน ฮ่าๆ เลยบอกแฟนว่า "ตัวเองหาร้านให้เค้ากินข้าวหน่อย นั่งซ้อนท้ายไม่ไหวจะเป็นลม 555" ความจริงคนขับต้องเหนื่อยกว่าสิ แล้วเราก็มาลงเอยที่ร้าน 
ไก่หมุนสองพี่น้องค่ะ เพราะกลิ่นไก่ที่ลอยฟุ้งออกมานั้นหอมมาก
Smileyจะไม่ลองสักหน่อยคงเสียดายแย่ 555
อยากบอกว่าในราคาเกาะ และเป็นครั้งแรกของการมาทานอาหารที่นี่ คือประทับใจมากร้านดี อาหารสะอาดที่สำคัญให้เยอะและอร่อยด้วยค่ะ มันสมตามความประสงค์ของคนอ้วนอย่างเรา 555 ตอนหิวก็อยากกินไปซะทุกอย่างสั่งมาเยอะมาก 3-4 อย่าง กินกัน 2 คนSmiley
สุดท้ายก็ต้องพุงแตกรับกรรมกันไปค่ะ 




อิ่มท้องแล้วก็ไปกันต่อ ลัลจอง AWA RESORT ผ่านเว็บไซต์ AGODA ตั้งอยู่บนหาดไก่แบ้
ซึ่งเป็นหาดทรายช่วงสั้นๆ ถ้าหากในช่วงหน้าร้อนหรือช่วงน้ำลงเยอะๆเราจะเห็นเป็นสันทรายพอให้เดินไปยังเกาะมันในได้ด้วยนะคะ 

ระยะทางจากท่าเรืออ่าวธรรมชาติ ก็ประมาณ 20 กิโลเมตรค่อนข้างไกลมากสำหรับรถมอเตอไซต์อย่างเรา เพราะวันนั้นฝนตกปรอยบ้างหนักบ้างเปียกไปตามๆกัน
 ถ้าหากใครขับมอเตอร์ไซต์ระวังกันด้วยนะคะหน้าฝน ถนนจะลื่นมากทางจะเป็นลาดชันและค่อนข้างคดเคี้ยวค่ะ ใครไม่เคยมาอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย 




ถึงแล้วค่ารีสอร์ทที่ตั้งใจอยากจะมานานมากละ เนื่องวันนี้เป็นวันเสาร์หยุดยาวบอกเลยว่าตอนนั้นเราไป Check-in กันตอน 14.30 น.น้องพนักงานบอกว่าห้องยังทำไม่เสร็จให้รอสัก 30 นาที ในใจคือเหนียวตัว อยากเปลี่ยนเสื้อผ้าและแว๊นมอเตอไซต์ไปเที่ยวก่อน แต่ก็ไม่อยากทิ้งกระเป๋าไว้
เลยตัดสินใจนั่งรอจนกว่าน้องพนักงานจะโทรมาบอกว่าห้องเรียบร้อยแล้ว 




เราเลยไปนั่งรอริมสระ ถ่ายรูปเล่นวันนั้นไม่ได้เตรียมชุดว่ายน้ำมาเนื่องจากมาเที่ยวตอนหน้าฝนด้วยไม่ได้ตั้งใจจะมาเล่นน้ำเป็นเมนหลักอยู่แล้วค่ะ สระน้ำที่นี่ถือเป็น signature เลยนะคะลัลเคยเห็นวิดีโอทางโรงแรมที่ถ่ายด้วยภาพมุมสูงสวยมากๆ 




รีสอร์ทตกแต่งเน้นโทนสีขาวสะอาดตาและรูปร่างสี่เหลี่ยมเป็นหลักค่ะ เรียกไม่ถูกว่าเป็นสไตล์ไหน แต่เค้าจะเน้นตกแต่งไปทางเอเชียนลายออกจีน/ญี่ปุ่น  คิดว่าคงวางหลักฮวงจุ้ยมาพอสมควร 
ไม่ว่าจะเป็นห้องที่ดูเป็นส่วนตัวและสัดส่วนที่ดี ทางเดินที่ดูเหมือนจะลึกลับซับซ้อนแต่ประหยัดพื้นที่ ตัวตึกไม่สูงจนเกินจนบดบังทัศนียภาพของทะเลและหาดทรายขาว 




และแล้วน้องพนักงานก็โทรมาละจ้า จะพาไปชมกันในส่วนของห้องพัก ลัลจองห้องแบบ Deluxe ไว้ นี่แอบเซอร์ไพรซ์แฟนว่าขอห้องแบบ ฮันนีมูนสวีท (อาจจะช้าเพราะขอห้องนี้รึปล่าว 555) แต่สุดท้ายนางก็ไม่อิน ไม่เซอไพรซ์ด้วย งงด้วย ฮ่าๆ ๆ Smiley




ห้องนอนใหญ่มาก มีกิมมิคเล็กๆตรงห้องน้ำนี่ล่ะ นี่ชอบห้องน้ำมากเว่อร์ใหญ่เกินเบอร์ห้องไปอีก เหตุผลหลักๆที่เลือกที่นี่เพราะมีอ่าง 555 ชอบนอนแช่น้ำในอ่างแบบสุดๆไปเลย มันรู้สึกเหมือนได้มาพักผ่อนจริงๆอย่างงั้น ออกจะสยิวหน่อยตรงบานหน้าต่างที่สามารถเปิดและมองจากฝั่งเตียงนอนเข้าไปได้ หึมมม ,,,, 






มาดูระเบียงกันบ้างค่ะ กว้างขวางมีโซฟาเล็กๆพร้อมโต๊ะไว้ด้วย 1ตัว จากห้องลัลสามารถมองออกไปเจอวิวสระน้ำด้วยค่ะ 




มีผลไม้ของท้องถิ่นวางใส่ถาดไว้ให้ด้วยใครทานไม่อิ่มขอเพิ่มได้นะอิๆ 





จากนั้นได้เวลาเที่ยวแล้วค่ะ วันนี้ตั้งใจจะไป น้ำตกคลองพลู ซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจาก
หาดไก่แบ้ สักเท่าไหร่ เวลาล่วงเลยมา 16.00น. ละคือน้ำตกกำลังจะปิดเลยได้แค่นั่งเล่นน้ำแช่เท้า อยู่ตรงลำธารด้านล่าง อดขึ้นไปดูด้านบนเลย Smiley





เย็นแล้วมาเดินเล่นริมหาดไก่แบ้กันค่ะ ในส่วนของที่รับประทานอาหารเย็นของทางโรงแรมจะเป็นห้องอาหารริมหาดแบบบุฟเฟ่ต์ยื่นออกไปในทะเล หากใครอยากทานที่นี่ก็จ่ายคนละ 699.- มีอาหารเป็นนานาชาติให้ตื่นตากันเลยทีเดียว ลัลไม่ได้เลือกรับประทานที่นี่เพราะอยากจะออกไปดูบรรยากาศรอบเกาะยามค่ำคืน แพลนของเราวันนี้ตั้งใจว่าจะมาดูพระอาทิตย์ตก เพราะหากรอพรุ่งนี้อาจจะตื่นไม่ทันพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้า 555 บรรยากาศยามเย็น หอมกลิ่นไอทะเล เวิ้งว้างกว้างใหญ่ไม่มีเรือหรือกระชังปลามาบดบัง ทิ้งความวุ่นวายไว้ข้างหลังได้หมดสิ้นค่ะ



ทานอาหารค่ำกันที่ หาด Lonely Beach จำชื่อร้านไม่ได้ แต่บรรยากาศโรแมนติกมากค่ะ เหมือนร้านที่อยู่บนริมถนนแต่เป็นของรีสอร์ทที่มีทางลงไปติดหาด โต๊ะจะเป็นแบบโต๊ะเปล เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปมาแต่ถือว่าผ่านค่ะ จบค่ำคืนนี้ด้วย Pina Colada อีกหลายๆช๊อต 555+

ตื่นเช้ามาเจอกับบรยากาศแสงอาทิตย์เล่นแสงล้อกับผิวน้ำในสระสีน้ำเงิน 
อาหารเช้าวันนี้ทางโรงแรมมีไว้บริการค่ะเป็นบุฟเฟ่ต์ รสชาติดีเลยทีเดียว







 ก่อน check out ออกจากโรงแรมแวะถ่ายรูปเก็บบรรยากาศสักหน่อย











Check Out ออกจากโรงแรมเรียบร้อยแล้ว มาชมวิวกันตรง จุดชมวิวเกาะช้าง ตรงนี้เป็นที่เดียวที่เปิดให้ชมวิวนะคะมีเจ้าหน้าที่คอยบริการ วันนี้อากาศค่อนข้างครึ้มเนื่องจากฝนตกในตอนกลางคืนที่ผ่านมาเลยทำให้ฟ้าหม่น น้ำทะเลจึงไม่สวยสักเท่าไหร่



ขับรถมาเรื่อยๆจนถึงส่วนท้ายเกาะเป็น หมู่บ้านชาวประมงอ่าวบางเบ้า ค่ะ บ้านแต่ละหลัง
จะเป็นแบบเสาปักลงในทะเลมีทางเดินไม้เชื่อมถึงกัน ตรงส่วนนี้นักท่องเที่ยวสามารถมาซื้อของที่ระลึกและโปสการ์ดส่งกลับบ้านหรือหาเพื่อนๆได้นะคะ และสำหรับใครที่ชอบดำน้ำที่นี่มีทีมดำน้ำไว้คอยบริการด้วยค่ะ ส่วนที่ต่อไปจากหมู่บ้านชาวประมงนั่นคือ ประภาคารบางเบ้า เกาะช้างนี้จะมีประภาคาร 2 แห่งอีกแห่งหนึ่งนั่นคือ อนุสรณ์สถานยุทธนาวีเกาะช้าง นั่นเองค่ะซึ่งตั้งอยู่ที่ อ่าวสลักเพชร อีกฝั่งนึงของเกาะ









Smileyสำหรับลัลการได้มาที่นี่ครั้งแรกถือเป็นความแปลกใหม่ คนเรามาเที่ยวทะเลด้วยวัตถุประสงค์ต่างกันแต่จะกลับไปด้วยความรู้สึกเดียวกันนั่นคือ ความโล่งและสบายใจ ทะเลไมไ่ด้เป็นที่รองรับหรือที่ทิ้งความรู้สึกทุกอย่างไว้ แต่มันคือการเติมความรู้สึกที่ขาดหายเข้าไปต่างหาก

----------------------------------

แล้วเราก็ลาเกาะช้างครั้งนี้ไว้กับบรรยากาศอันอบอุ่น เกาะที่ไม่ได้วุ่นวายจนเกินไป อาหารซีฟู้ดอร่อยๆผู้คนที่นี่น่ารักและมีน้ำใจ ไว้มีโอกาสจะกลับไปพักผ่อนอีก ... เจอกันทริปหน้าค่า Smiley

-บันทึกไว้ ณ เกาะช้าง จ.ตราด -
-12 พ.ค. 2561-




Create Date : 01 กรกฎาคม 2561
Last Update : 2 กรกฎาคม 2561 11:43:20 น.
Counter : 700 Pageviews.

6 comment

Beautyrush98
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



สวัสดีค่ะขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านและทักทายกันนะคะ
ลัลเริ่มเขียน Blog จริงจังตอนปี 59 ส่วนมากจะเป็นรีวิวและสอนแต่งหน้าค่ะ มีท่องเที่ยวบ้างตามโอกาสที่ได้ไป
สีผิวกลางๆ undertone gold/neutral NC30
สภาพผิวผสม - ผิวมันขาดน้ำค่ะ แพ้ง่ายเป็นสิวบ่อย
อยากให้เขียนเนื้อหาเกี่ยวกับอะไรหลังไมค์มาได้นะคะ จะได้เป็นข้อมูลแลกเปลี่ยนความรู้กัน

**************************







New Comments