Group Blog
  •  images by free.in.th
  •  images by free.in.th 
  •  images by free.in.th
  •  images by free.in.th
  •  images by free.in.th
  •  images by free.in.th
  •  images by free.in.th
  •  images by free.in.th
  •  images by free.in.th
All Blog
[Haul] Designer Bag กระเป๋าแบรนด์ใบแรกที่รัก Balenciaga Classic Metallic Edge City S



 สวัสดีค่า จอยเองค่ะ
บทความต่อไปนี้จะไม่ได้มารีวิวเครื่องสำอางหรือการแต่งหน้าอะไรทั้งนั้น
แต่จะเป็นรีวิว ITEM ลูกรักใบใหม่ล่าสุดที่เพิ่งไปโดนมาตอนทริปเที่ยวอังกฤษ
นั่นก็คือ 

Balenciaga Classic Metallic Edge City S



พูดถึงเรื่อง Designer Bag (กระเป๋าแบรนด์เนม) จอยหาข้อมูลมาซักพัก ลังเลใจอีกหลายตลบ
เพราะราคามันไม่ใช่อะไรที่น้อยๆ เลย (ใบนี้ซื้อด้วยกำลังตัวเอง ยิ่งทำให้รักเป็นพิเศษ)
ส่วนใหญ่จอยก็จะหาข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างๆ โดยเฉพาะพันทิป 555
จนสรุปแล้ว ตกลงปลงใจที่กระเป๋าดำสุดเท่ของ Balenciaga 
ซึ่งล่าสุดเค้าออกตัวรุ่นใหม่มา เป็นรุ่น City เดิมเนี่ยแหละ แต่ขนาด S ซึ่งเป็นขนาดที่
อยู่ระหว่าง City ธรรมดา และ mini City
คือมันไม่เล็กไม่ใหญ่ ดีต่อใจมากกก โอยยยย ลูกร้ากกก



จอยสอยใบนี้มาจากห้าง Harrods ที่ london สนนราคาอยู่ที่ £1,185 (ประมาณ 55,000 บาท)
- ราคา ณ วันที่ 17/11/2016 -
และทำการคืนภาษี (tax refund) ได้ £150 สรุปจอยได้กระเป๋าใบนี้มาในราคา 48,000 บาท
- ราคาดีกว่าในช็อปไทยมาก เพราะเคยเข้าไปถามแล้ว 
และที่สำคัญ ช้อปไทยของน้อย หมดเกลี้ยงตลอดๆ -

จอยเลือกใบสีดำ คือเขามีสีให้เลือกพอสมควร แต่จอยคิดว่าถ้าใช้บ่อยๆ สีดำน่าจะดูแลง่ายสุดแล้ว
ไม่ได้กะซื้อมาเก็บ เลยต้องเลือกใบลุยได้หน่อย 555
ซึ่งที่ช็อปเขาแนะนำให้จอยซื้อครีมสำหรับเช็ดกระเป๋ามาด้วย เดี๋ยวจะพูดถึงในช่วงหลังๆ นะคะ



นางมีกระเป๋าสตางค์คู่กันด้วย แต่เห็นราคาแล้วปวดใจ ทะลุไปเกือบ 2 หมื่นได้
เจอกันโอกาสหน้านะคะ กระซิกกระซิกๆ



ขนาดของกระเป๋า w 30 cm x h 20 cm x d 10 cm
เป็นหนังแกะ (Shiny grained goatskin) ซึ่งรุ่นนี้หนังค่อนข้างอยู่ทรง กระเป๋าจึงไม่ย้วยได้ทรงสวย
แต่ก็มีบางคนเหมือนกัน ที่ชอบกระเป๋าย้วยๆ นิ่มๆ แล้วแต่รสนิยมเน้อะ
บริเวณหนังเองก็มีความนิ่มและลื่นพอสมควร ได้สัมผัสที่ดีทีเดียว
หนังแกะมันเงาสวยมาก ส่วนโลหะเป็นสีทอง จอยว่าดูสวยกว่าพวกสีเงิน
ซิบกระเป๋ายาว และสามารถดึงออกมาจากในตัวกระเป๋าได้
เป็นลักษณะของหูกระต่าย 2 ข้าง (Ribbit Ear) น่ารักกกง่ะ



อีกเรื่องที่ต้องเน้นหนักๆ คือเรื่อง น้ำหนัก ถ้าเป็นรุ่นพวกหมุดใหญ่ น้ำหนักจะเยอะมากก
โดยเฉพาะขนาดปกติ ใบโตๆเนี่ย แค่กระเป๋าเปล่าๆ ก็หนักแล้ว จะเอาแรงที่ไหนไปพกของเยอะๆ
แต่รุ่นที่จอยซื้อมา น้ำหนักกำลังดี ไม่หนักเลย ด้วยขนาดที่ไม่ใหญ่จนเกินไปด้วย 
สะพายง่าย ไม่ปวดหลังปวดไหล่แน่นอน


สายสะพายความยาว 54 cm สามารถปรับระดับความยาวได้ 
จอยสูง 163 ใช้ความยาวที่เขาเซ็ตมาได้พอดีเลย สายมีความกว้างและมีที่พักไหล่ 
ทำให้สะพายได้สบายมากๆ เช่นกัน

กระจกสุดคลาสสิก ถูกเก็บไว้บริเวณกระเป๋าหน้า พอดิบพอดี
สำหรับสาวๆ ที่อยากส่องกระจกแบบเร่งด่วน หยิบง่ายๆ สวยไวๆ อิอิ



มีซิบคู่ซ้ายขวา ซิบลื่นมาก แต่จะชอบมีปัญหาเวลาที่ซิบเลื่อนไปจนสุดกระเป๋า แล้วไหลเกินขอบไป
เพราะมันจะรูดกลับขึ้นมายาก (บริเวณปลายซิบทั้งสองข้าง ที่ม้วนลงกระเป๋าไป)


ด้านในมีซิบเล็กๆ และช่องใส่มือถือ ของกระจุกกระจิกอีก 2 ช่อง 
ซึ่งใส่ไอโฟนไม่ได้จ้า เลยซิบ ปิดไม่ได้ จอยเลยเอาไว้ใส่พวกกุญแจแทน จะได้ไม่ไปขูดข้างในกระเป๋า



เห็นไซส์เล็กๆ แบบนี้ แต่จุของได้ไม่เบาเช่นกัน จอยลองเอาของที่คิดว่าใช้บ่อยๆ มาลองแพ็คลงกระเป๋า
ปรากฏว่า นางสามารถค่ะ!! ลงไปได้หมดเลย!  (แต่ตอนใช้จริง อาจจะไม่พกของเยอะขนาดนี้ 555)




แม้จะยัดของไปหลายสิ่ง แต่ไม่ได้ทำให้กระเป๋าตุงหรือดูบิดเบี้ยวผิดรูปเลยแม่แต่น้อย 
(แค่มีความหนักและแน่น 555)

บัตรและเอกสารต่างๆ ที่แนบติดมากับกระเป๋า น่าจะประมาณเลขรหัสของกระเป๋า จอยไม่แน่ใจเท่าไหร่
แถมชิ้นหนังตัวอย่างมาให้ด้วย ไม่รู้มีไว้ทำอะไรเหมือนกัน 
กระเป๋าปี 2016 ปีนี้เลยจ้า Made in Italy 


มาถึงกระปุกครีมบำรุง ค่ะ! นางมีครีมบำรุงด้วย ลูกสาววว
ที่ช็อปแนะนำให้นวดครีมที่เนื้อกระเป๋าหนังทุกๆ เดือน นอกจะช่วยบำรุงกระเป๋าแล้ว
 ยังเป็นการทำความสะอาดกระเป๋าไปในตัว 
สนนราคาครีมกระปุกนี้ก็น่าจะซัก £20 หรือประมาณ 900 บาทได้
ตอนนั้นคิดแค่ว่า กระเป๋าก็เป็นหมื่นละ จะซื้อครีมอีกซักพันจะเป็นไรไป 555
ล้อเล่น รักกระเป๋า ก็ต้องดูแลกระเป๋าด้วยเนอะ 



ซึ่งครีมตัวนี้ จะเป็นครีมที่ balenciaga ทำออกมาเพื่อกระเป๋าของตัวเองโดยเฉพาะ
เนื้อค่อนข้างหนาหนักพอสมควร จอยแนะนำในแปะๆ ทั่วบริเวณที่จะลงครีม แล้วค่อยเอาผ้าวน
ดีกว่าการแปะลงไปจุดเดียวแล้ววนจนทั่วกระเป๋า เพราะครีมดูท่าทางจะลงไปกอง
พอวนครีมแล้ว หนังจะดูสุขภาพดี มันวาวขึ้นมาเลย



น่าจะเป็นกระเป๋าที่แพงที่สุดเท่าที่เคยซื้อ(เอง)แล้ว
ด้วยความตั้งใจนี้ จะค่อยๆ สานต่อไปเรื่อยๆ เรามีเป้าหมายอยู่ค่ะ
ก่อนหน้าที่จอยจะตัดสินใจมองกระเป๋าแบรนด์ จอยเคยวาดรูปไว้เล่นๆ ด้วย





ทำตามฝันไปได้แล้ว 1 ใบ
จะสามารถเก็บได้หมดนี้ไหมนะ หนทางยังอีกยาวไกล กรี๊ส !!



จบการรีวิวตัวกรอบแต่เพียงเท่านี้ หวังว่าจะมีประโยชน์สำหรับเพื่อนๆ 
ที่กำลังจะลงทุนซื้อกระเป๋าดีๆ ซักใบนะคะ
จอยก็มือใหม่ เพิ่งได้จัดกระเป๋าแบรนด์ กะจะสะสมไปเรื่อยๆ นี่แหละ 
แรงบันดาลใจและความสุขในการทำงาน กิกิ

กระซิบว่าบทความต่อไป จะเปิดถุงช็อปปิ้งจาก london
แน่นอนว่าความเสียหายเราไม่ได้มีแค่กระเป๋า (ร้องไห้หนักมาก)
แล้วพบกันค่ะ




อย่าลืมกดติดตามในเฟสบุ๊กน้า มีอัพเดทไอเท็มใหม่ๆ ตลอดแน่นอน




Create Date : 24 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2559 1:18:53 น.
Counter : 1640 Pageviews.

0 comment
[เปิดกรุ] GINO McCRAY the professional make up กับไอเท็มสุดแซ่บ



สวัสดีค่า กลับมาพบกับจอยอีกแล้ว
ครั้งนี้จอยเพิ่งได้ลองเล่นกับเซ็ตเครื่องสำอางตัวใหม่ของ 
GINO McCRAY (เครือ Beauty Buffet) 
แล้วประทับใจมากกก อยากให้พุ่งตัวไปสอยมาลองกัน
เพราะนอกจากคุณภาพแล้ว ราคายังเป็นมิตรสุดๆ


คือแบรนด์นี้เค้าออกผลิตภัณฑ์มาหลากหลายมากๆ ก่อนหน้านี้จอยเคยรีวิวตัว
gel liner pencil ไป ซึ่งมันดีมากก ติดทน ดำสนิท เกลี่ยง่าย เนื้อดินสอนุ่มลื่น

คราวนี้มาพร้อมกับไอเท็มสุดกรี้ส อย่าง MatteMulti use color บลัช&ลิปครีม ชนิดแท่ง
ที่คนถามเข้ามาแบบล้นเพจมาก วันนี้จอยจะมารีวิวกับสว้อชให้ดูกันแบบละเอียดเลยนะคะ


GINO McCRAY The Professional Make Up Duo Eye Shadow 
(5 g / 270 baht)
อายแชโดว์แบบ 2 หลุม จับคู่แซ่บมาให้เลือกสรรกันอย่างสนุกสนาน
เนื้อสีพิกเมนต์ชัดเจนมากกก สีแน่นชัด แต่มี fall-out เล็กน้อย
texture ค่อนข้างนุ่ม เกลี่ยง่าย สีที่จอยชอบที่สุดคือสี 04 curse หวานนุ่มกำลังดี ชมพูพีช-น้ำตาล

^ No.01 Dune ^
^ No.02 Gypsy ^
^ No.03 Lagoon ^
^ No.04 Curse ^
^ No.05 Prism ^
มาเทียบดูสีกัน ไล่ตั้งแต่ No.01, 02, 03, 04, 05



มาต่อกันที่ GINO McCRAY The Professional Make Up 
Intensity Shimmering Eye Shadow 
(2.30 g / 215 baht)
ตัวนี้ เห็นครั้งแรกจอยคิดว่ามันจะวิ้งวาวกลิตเตอร์เม้ดเป้งๆ 
แต่เปล่าเลยค้า วิ้ววาวกำลังสวย คือวาวเหลือบๆ ไม่ออกเห็นเป็นเม็ดกลิตเตอร์
ใช้ปาดทั่วเปลือกตา หรือจะแท้ป on top เปลือกตาขั้นสุดท้ายก็ได้ สวยกำลังดี
ถ้าอยากให้ความวาวชัดๆ ใช้ลงด้วยนิ้วมือจะแน่นกว่าลงด้วยหัวแปรงฟองน้ำค่ะ
สีชมพูคือสวยมาก มาสายเกาได้เลย ตาฉ่ำๆวาวๆ


มาต่อกันที่งานคิ้ว
GINO McCRAY The Professional Make Up Under Eye Concealer
 ( 3 g / 250 baht )
ตัวนี้จอยได้ลองเล่นมาซักพักนึงแล้ว สีสวย เกลี่ยง่าย เนื้อนุ่ม
อีกด้านหนึ่งเป็นหัวแรงสำหรับปัดขนคิ้วให้เข้ารูป ใช้งานสะดวกมากๆ
ความติดทนปานกลาง ถ้าหน้ามันแล้วไปปาดก็แอบเลือนหลุดออกมาบ้าง
ไม่ค่อยชอบที่ต้องเหลาซักเท่าไหร่ ถ้าเป็นแบบหมุน auto จะเริศมากๆๆ


GINO McCRAY The Professional Make Up Bronze & Glow Contour Blush 
( 9 g / 325 baht )
2 in 1 ตลับเฉดดิ้งและไฮไลท์แบบรวมกัน ปาดมาตอนแรกแอบตกใจ ทำไมติ่งเหลืองซะขนาดนี้
แต่ขอลงบนใบหน้าแล้วไม่โดดจนเกินไป เนื้อนุ่ม แอบเป็นผงๆนิดหน่อย
สีน้ำตาลคือสวยมากกกกกกก เอามาเฉดดิ้ง ไล้ดั้ง ไล้แก้มคือดีงามมม
คุ้มค่าคุ้มราคาที่สุดดดด


GINO McCRAY The Professional Make Up Under Eye Concealer
 ( 3 g / 250 bath )
No.01 Light Beige  -  No.02 Warm Beige

อะเกนที่รู้สึกว่าทำมาเพื่อสาวคนไทยจริงๆ เพราะมันติ่งเหลืองมากกกก
จอยชอบสีโทนสว่างๆกว่านี้ เพราะผิวจอยจะกลางๆไม่เหลืองไปไม่ชมพูไป
แอบใช้ชีวิตกับโทนสีเหลืองยากนิดนึง
ตอนปาดรู้สึกว่าสีต่างกัน แต่พอเบลนแล้วไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่ค่ะ
ตัวนี้ใช้สำหรับปกปิดใต้ตา กดแป๊กๆที่ตูดปากกา เนื้อผลิตภัณฑ์ก็จะค่อยๆไหลออกมาจากหัวแปรง
ใช้งานสะดวกมากๆ ส่วนตัวรู้สึกว่าแอบตกร่องหน่อยๆ กลิ่นหอมดีค่ะ



ปิดท้ายกันที่พระเอกของงาน
ซึ่งตัวนี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามมากก จอยโพสต์รูปลงเพจ
ปรากฎว่าเพจแทบแตกจ้าาา
GINO McCRAY The Professional Make Up Matte Multi Use Color 
( 6 g / 290 baht )

คือของถูกและดี มีอยู่จริงในโลกค่ะ บลัช&ลิป แท่งเหล่านี้คือความดีงามมมม
เม็ดสีแน่นชัดมากกกก เกลี่ยลื่นปรื้ดดด สีสดแน่นนัวระดับสิบ
สามารถเบลนได้ *แนะนำให้วนที่นิ้วก่อน และปาดแก้มทีละข้าง รีบเบลนก่อนมันจะเซ็ตตัว*
ไม่เหนี่ยวเหนอะหน่ะ พอเซ็ตตัวแล้วจะกลืนไปกับผิว
ดีงามที่สุดในโลกหล่าๆๆๆๆ ไปหาซื้อมาเถอะค่ะคู้ณณณ
ยิ่งตัวเฉดดิ้ง บอกเลยว่า เฮลโหล เฉดดิ้งสติ้กแพงๆดีๆนี่เอง (แต่นี่ไม่ถึง 300 คิดว่าไง)

ไม่ต้องถามถึงความติดทนนะคะ เพราะเรามีหลักฐาน
ติดทนแบบบ โอยยยยยย แม่เจ้า ติดทนไปม๊ายยยย


ครบทั้งหมดแล้วววว ปาดเหงื่อ
ดีใจมาก ที่ได้เจอผลิตภัณฑ์ดีๆ อย่าง matte multi stick 
ใครสนใจพุ่งตัวไปสอยมาลองเล่นกันนะคะ

หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆทุกคนค่ะ
วันนี้ไปก่อนแล้ว บ้ายบายค้า






Create Date : 31 สิงหาคม 2559
Last Update : 31 สิงหาคม 2559 22:27:44 น.
Counter : 19253 Pageviews.

0 comment
[Haul] ZOEVA ROSE GOLDEN COMPLETE EYE SET VOL.2


โอ้มายก้อดดดด
สวัสดีค่ะสาวๆ วันนี้ขอมาเห่อแบบสุดตัว
เพราะเพิ่งได้เซตแปรงตัวใหม่มาอยู่ในกรุน้อยๆ ของตัวเอง (แน่ใจว่าน้อย?)
พอเห็นอะไรสีชมพู หรือสี rose gold ทีไร ใจสั่นทุกที

ก่อนหน้านี้จอยเคยรีวิวแปรงของ Zoeva ไปแล้วเซ็ตนึง นั่นก็คือ ROSE GOLDEN LUXURY SET

ซึ่งเป็นเซตแปรงรวมๆ
ส่วนเซ็ตล่าสุดที่ได้มา จะเป็นเซ็ตแปรงสำหรับแต่งตาโดยเฉพาะ
ZOEVA ROSE GOLDEN COMPLETE EYE SET VOL.2
คือจังหวะแรกที่เห็น ใจนี่เต้นตุ้มๆต่อมๆ ทำไมมันน่ารักแบบนี้!!!
ด้ามแปรงสีชมพูพีชอ่อนๆ ตัวโลหะเป็นRose Gold และขนแปรงสีขาวอ่อนนุ่ม เอาใจไปค่ะ!!

ความดีงามคือจอยสั่งซื้อจากเว็บ Sephora Thailand ซึ่งตอนนั้นกำลังจัดโปร Black Card
ลดไปเหนาะๆ 20% และพอเทียบกับราคาจากเว็บหลักของ Zoeva คือถูกกว่าอีก
ถ้าจำไม่ผิด ราคาคร่าวๆคือ จาก 2,980 เหลือ 2,4xx กว่าๆ 
รอช้าอยู่ใย จับใส่ตะกร้า กดสั่งรัวๆๆๆ
" We dream in powder nude and rose gold. The Rose Golden Vol. 2 
Collection revives every sleeping beauty. Treat yourself like a princess 
with the new Rose Golden Vol. 2 Collection and live your modern fairy tale 
with ZOEVA's new gems. We celebrate the woman awakening the girl within, 
the one she never lost but has often forgotten. 
She is her own well-kept secret, but above all, 
she is a woman in the purest form. "
ได้แปรงมาทั้งหมด 12 แท่งด้วยกัน โดยจะเป็นแปรงแต่งตาซะส่วนใหญ่
(หารเฉลี่ยดูตกแท่งละ 200 แงะ สบายๆ)
จอยลองได้เล่นไปซักพักแล้ว รู้สึกว่าค่อนข้างโอเคเลยทีเดียว

มาดูที่กระเป๋าแปรงกันก่อน น่าร๊ากกกก
เป็นกระเป๋าแบบพกพาขนาดเล็กๆ อาจจะใส่เครื่องสำอางได้ไม่ครบเครื่อง
แต่ถ้าไว้สำหรับพกเครื่องสำอางน้อยชิ้นเติมระหว่างวันก็โอเคอยู่
 ทุกอย่างของกระเป๋าใบนี้คือชมพู rose gold สวนหรูดูแพงสุดๆ
หนังน่าจะเป็นหนังเทียม เหลือบๆมันๆหน่อย ซิบลื่นรูดเข้าออกง่าย
แถมตรงที่จับเป็นโลโก้กลมๆสวยละเอียดดีงามม
ซึ่งกระเป๋ารุ่นนี้จะไม่มีช่องแยกเล็กๆด้านใน แบบรุ่นอื่น (ตัวกระเป๋าเองก็เล็กแล้ว)
ผ้าบุด้านในเป็นสีชมพูโทนสว่าง แอบคิดว่าน่าจะเลอะง่าย


ต่อไปเรามาค่อยๆดูลักษณะของแปรงแต่ละตัวกันค่ะ
เริ่มเรียงจากเบอร์น้อยๆไปหามากเลย
142 Concealer Buffer: Apply and blend concealer
221 Luxe Soft Crease: Blend eyeshadow evenly along the crease
227 Luxe Soft Definer: Softly blend and smooth eyeshadow
228 Luxe Crease: Blend transitions professionally
230 Luxe Pencil: Apply and blend eyeshadow and kohl
231 Luxe Petit Crease: Accentuate and shade in the crease
232 Luxe Classic Shader: Apply eyeshadow evenly and intensively on the lid
235 Contour Shader: Emphasize the contours of the eye with eyeshadow
238 Luxe Precise Shader: Apply eyeshadow precisely
310 Spot Liner: Apply eyeliner precisely along the lash line for instant volume
322 Brow Line: Apply eyebrow products for perfectly shaped brows
325 Luxe Brow Light: Apply highlighter below the brows

มากันที่แปรงตัวแรกกันเลย
142 Concealer Buffer: Apply and blend concealer
ตัวนี้แปรงหัวกลมมน ขนแปรงเป็นแบบ duo-fiber 
เน้นการใช้กับผลิตภัณฑ์แบบเนื้อเหลวได้ดี เช่นรองพื้น คอนซีลเลอร์
ใช้หมุนเบลนตอนซีลเลอร์ตามจุดที่ต้องการปกปิดต่างๆบนใบหน้าได้ดี


221 Luxe Soft Crease: Blend eyeshadow evenly along the crease
แปรงสำหรับเบลนเบ้าตา ขนไม่แน่นมาก ฟูเด้ง เบลนสีได้ดี
ตัวนี้จอยใช้สำหรับเกลี่ยขอบอายแชโดว์ให้กลืนเข้ากับผิวได้ดี
จะใช้คัดเบ้าตาแบบเบาๆ ก็ทำได้ค่ะ


228 Luxe Crease: Blend transitions professionally
เรียกได้ว่าเป็นฝาแฝดกับเบอร์ 221 แต่มีความแน่น และพุ่มมากกว่า
ตัวนี้จะคล้ายกับแปรง Sigma E40 และ MAC 224
ตัวนี้น่าจะเป็นตัวหลัก สำหรับการแต่งตาเลยทีเดียว
จิดสีอายแชโดวขึ้นมาดีมาก เบลนสีได้สวยงาม เข้าเบ้าตาพอดี



227 Luxe Soft Definer: Softly blend and smooth eyeshadow
ถ้าสังเกตุที่หลายโลหะ จะเห็นว่าเขาบีบตรงปลาย ทำให้ขนแปรงแบน 
สำหรับแพคสีอายแชโดวลงบนดวงตาได้ง่าย เหมาะสำหรับการปาดสี
ตัวนี้ยังมีความฟู และไม่แน่นเท่าตัวอันนึง (232)


232 Luxe Classic Shader: Apply eyeshadow evenly and intensively on the lid
ส่วนตัวนี้เป็นแฝดกับ 227  แต่ขนแปรงสั้นกว่า และแน่นกว่า
แน่นอนว่าแพคสีขึ้นมาได้แน่นกว่าแน่นอน
ตัวนี้จอยใช้แท้ปอายแชโดวเนื้อกลิตเตอร์ขึ้นมาแปะบริเวณกลางตาก็ดีงาม

มาลองเทียบกันดู กับฝาแฝด 2 คู่ ซึ่งดูจากด้านข้าง 
เราจะเห็นถึงความแตกต่าง

ต่อไปเป็นลักษณะดินสอ (ขนแปรงเป็นพุ่มสั้นๆ เรียวแหลมเหมือนปลายดินสอ)
230 Luxe Pencil: Apply and blend eyeshadow and kohl

231 Luxe Petit Crease: Accentuate and shade in the crease
สองแท่งนี้ก็เป็นฝาแฝดกันอีกแล้ว ต่างกันแค่ขนาด และความยาวของขนแปรง
เน้นสำหรับการปาดบริเวณโคนขนตา ขอบตา หรือหัวตา ด้วยความที่ปลายขนแปรง
เล็กและเรียว ทำให้เวิร์คในพื้นที่เล็กๆ ได้สะดวกมากๆ


235 Contour Shader: Emphasize the contours of the eye with eyeshadow
ตัวนี้ใช้ไล้ดั้งสะดวกมากกกหรือจะใช้ไฮไลท์ส่วนต่างๆ เช่นบริเวณใต้คิ้วก็ได้ค่ะ
ลักษณะแปรงโค้งมน เข้ากับรูปตา


325 Luxe Brow Light: Apply highlighter below the brows
เป็นอีกตัวที่ใช้สำหรับไฮไลท์ใต้คิ้ว
ตัวนี้ขนแปรงสั้นและแน่น ทำให้แพคสีได้ดี
เข้ารูปบริเวณใต้คิ้ว ทำให้ไฮไลท์ที่ปาดลงไปชัดเจนสวยงาม

มาต่อกันที่แปรงที่มีลักษณะ จิ๋วๆกันบ้าง เริ่มที่
238 Luxe Precise Shader: Apply eyeshadow precisely
ตัวนี้เหมือนกับแปรง 232 ทุกประการ แต่แค่ลดไซส์ลง
สามารถลงสีอายแชโดว์ได้เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น หรือในบริเวณเล็กๆ
เช่น ขอบตา


310 Spot Liner: Apply eyeliner precisely along the lash line for instant volume
แปรงจิ๋ว แบบว่าจิ๋วม๊ากกกกก
ใช้สำหรับสร้างเส้นไลน์เนอร์แบบ บางๆเล็กๆคมๆ เหมาะใช้กับเจลไลน์เนอร์
ขนแปรงเป็นแบบ duo-fiber ส่วนตัวแล้วจอยคิดว่าแปรงนี้ น่าจะได้ใช้น้อยที่สุด
แต่ว่าเอามาใช้เขียนขอบตา ก็เริศอยู่ เพราะมันเล็กมากๆ เขียนได้ชิดขอบตาจริงๆ


ลองเปรียบเทียบกันระหว่าง 238 Luxe Precise Shader และ 310 Spot Liner
จะแข่งกันเล็กไปไหนนนน


322 Brow Line: Apply eyebrow products for perfectly shaped brows
แปรงตัวสุดท้ายนี้ ประทับใจจอยมากๆ คือแปรงเขียนคิ้วนั่นเอง
คือขนแปรงเป็น duo-fiber เช่นกัน เขียนคิวได้คมกริบ เหมือนกับการเขียนด้วยดินสอ
ขนแปรงค่อนข้างแน่น และสั้น ทำให้ควบคุมทิศทางได้ดี แพคเนื้อผลิตภํณฑ์แบบฝุ่นได้ดี
หลังจากที่ได้ใช้ตัวนี้ จอยลืมแปรงที่เคยใช้เขียนคิ้วอยู่เป็นประจำไปเลย

สังเกตุบริเวณปลายด้ามแปรง จะมีคำสลักไว้ด้วยสี rose gold
สวยงาม และงานละเอียดมากกกก รักแบรนด์นี้มากจริงๆ
หมดแล้ววว หวังว่าจะถูกใจกันนะค่า
ใครที่มองหา set แปรงกันอยู่ อย่าลืมมองๆดู Zoeva ด้วยนะคะ
เพราะจอยลองใช้แล้ว ชอบจริงๆ คือส่วนตัวมีทั้ง MAC, Real Technique, sigma etc.
แปรงดีมีคุณภาพ แถมราคาไม่โหดร้ายเกินไป แวะเอามาบอกต่อแน่นอนนน

แล้วพบกันใหม่บทความหน้า ขอบคุณค่า




Create Date : 06 กรกฎาคม 2559
Last Update : 6 กรกฎาคม 2559 14:39:27 น.
Counter : 1101 Pageviews.

0 comment
[LUSH Haul] หอมฟินระดับสุด เพิ่มความลั้นลาในอ่างน้ำขึ้นมาอีกระดับกับ Bath Bombs!



สวัสดีค่าาาา จอยเองค่ะ
อยากจะมากรี้ด สิ่งที่จอยกำลังอินสุดๆในตอนนี้ นั่นก็คือ Bath Bomb จาก LUSH นั่นเอง
พออินปุ๊ป ระดับความเสียหายก็เริ่มขยายตัวเป็นทวีคูณ (ฮือๆ ตังค์ช๊านนน)
แน่นอนเมื่อเราจมดิ่งลงไปเกือบมิดตัวแล้ว เทใจไปจนหมดเกลี้ยง
มาทำความรู้จักตีสนิทชิดเชื้อกับเจ้าแบรนด์นี้ให้ลึกลงไปอีกซักหน่อย

LUSH Fresh handmade cosmetics แบรนด์นี้จอยเพิ่งค้นพบมาประมาณเมื่อปีที่แล้วเอง
จาก youtuber คนนึงที่เทอคลั่งไคล้ Lush เอามากๆ
ต่อมาจอยค่อยๆรู้จัก lush มากขึ้นเรื่องๆและตกหลุมรัก product ของเค้า

มาทำความรู้จักกันคร่าวๆก่อน จอยเข้าไปลองอ่านประวัติในเว็บไซต์เค้าคร่าวๆ
คือแบรนด์นี้เค้าจะเน้นทำผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติล้วนๆ
ของจะต้องสดใหม่ (Fresh is at the core of who we are)
เพราะเค้าเชื่อว่าของที่สดใหม่ จะมีประสิทธิภาพและคุณค่าสูงที่สุด
product ทุกชิ้นทำจากมือ ไม่ใส่วัตถุกันเสีย (ของส่วนมากเลยหมดอายุเร็วมากๆ)
ซื้อวัตถุดิบจากชาวบ้านตามแหล่งเพาะปลูกต่างๆ
คือเค้าจะส่งคนไปเสาะหาวัตถุดิบจากทั่วมุมโลกเลย
แบรนด์นี้ต่อต้านการทดลองกับสัตว์ (Fighting animal testing)
ไม่ใช้แพกเกจที่สิ้นเปลือง (สินค้าส่วนใหญ่เลยไม่อยู่ในขวด หรือกล่องใดๆ)

ความน่ารักอีกอย่างของแบรนด์นี้ คือสินค้าบางตัว
เค้าจะติดแท้กรูปการ์ตูนและชื่อของคนที่ทำ
ผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้นๆ รวมทั้งวันที่ทำ&วันหมดอายุด้วย
ผลิตภัณฑ์หลักๆของแบรนด์นี้ก็ได้แก่ Bath Bombs, Bubble bars,
Soap, Shower Jellies, Shower scrubs, Masks, Shampoo,
Lip scrubs และอื่นๆอีกเยอะเยอะมากมายมากๆๆ
ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่จอยชอบมากๆส่วนใหญ่จะเป็น Bath bombs และ Mask

ล่าสุดจอยได้ไปแวะร้าน LUSH ที่ฮ่องกงมา เลยแวะเก็บเอาภาพบรรยากาศในร้าน
มาให้เพื่อนๆได้ชมกันค่ะ คือร้านเค้าน่ารักมากๆๆๆ เหมือนร้านขนมซะมากกว่า
สีโทนดำ-ขาว-ไม้ มีเอกลักษณ์มากๆ ใครแวะผ่านไปมาต้องสะดุดร้านนี้แน่ๆ

ก่อนหน้านี้เคยใช้มาร์กหมดไปแล้ว 2 สูตร คือดีงามจนอยากลองให้ครบทุกสูตรเลย
ตัวรุ่นสุดฮิตคือ Lush Mask of Magnaminty กลิ่นมิ้นต์หอมเย็นมากๆ
ซึ่งจอยแนะนำให้ซื้อมาร์กกระปุกเล็กๆพอ เพราะเสี่ยงต่อการใช้ไม่ทันวันหมดอายุ
อายุของ มาร์ก มันหมดเร็วม๊ากกก 3-4 เดือนเองมั้ง นึกว่าซื้อผักสดจากตลาด


ราคาที่ฮ่องกง ค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับแหล่งผลิต อย่างอังกฤษ
ส่วนที่อเมริกา ราคาก็ถูกกว่าฮ่องกงเล็กน้อย
ใช่แล้วค่ะ จอยฝากแฟนไปหิ้วมาจากอเมริกาเพิ่มอีก (ผู้หญิงบ้า)
เลยได้กลับมาถุงเบ้อเริ่ม....
(...หน้าฟินจนน่าตบ...)
วันนี้จอยจะเอา Bath Bombs และ Bubble Bath ต่างๆที่มีอยู่มาแนะนำให้เพื่อๆได้รู้จักกันนะคะ

ก่อนอื่นต้องแยกระหว่าง Bath Bombs กับ Bubble Bars ก่อน
Bath Bombs เราจะต้องทำการเติมน้ำลงในอ่างให้เรียบร้อยก่อน
จากนั้นก็โยนเจ้าลูกกลมๆนี้ลงน้ำไป ตุ๋ม! จากนั้นจะเกิดฟองฟู่ๆเนียนๆ
ละเอียดๆพวยพุ่งออกมารอบด้านเลย เป็นฟิวแบบครีมฟองนมบนลาเต้
สีสันสวยสด แล้วแต่รุ่นของ bath bombs บ้างก็มีกลิตเตอร์ บ้างก็มีหลากสี
ช่วงเวลานี้จะเป็นอะไรที่สวยและน่าตื่นเต้นมากๆ หลังจากทั้งก้อนที่ละลายหมดแล้ว
เราก็เอามือวนๆน้ำให้เข้ากัน ก็สามารถหย่อนตัวลงไปแช่ได้แล้ว
เพื่อให้สารบำรุงซึมซาบเข้าสู่ผิว พร้อมความฟินอีกระดับของการแช่น้ำ

Bubble Bars อันนี้ ใครที่เด็กๆเคยวาดฝัน อยากนอนแช่ในอ่าง
ที่ฟองฟูล้นมาท่วมหัว คือตัวนี้ทำได้จริงๆจ้า ความพีคอีกอย่างคือ ฟองอยู่นานม๊ากกก
ไม่แฟ่บ ไม่ละลาย (เคยใช้โฟมบาซทั่วไป ตีฟองก็ฟูอยู่ แต่แป้ปเดียวฟองหายหมดละ)
วิธีใช้จะค่อนข้างต่างจาก bath bombs เพราะอันนี้ให้เราค่อยๆขยำตัวก้อนพวกนี้ให้
แตกละเอียดๆ ไหลไปพร้อมกับการเปิดน้ำลงอ่าง แรงน้ำจากก๊อกจะตีน้ำให้เกิดฟอง
(ถ้าใครเสียดาย จะหักไว้ใช้2-3 ครั้งก็ได้) คราวนี้ฟองจะฟูพุ่งสูงมากๆ
ยิ่งบ้านใครที่อ่างมีสปาแบบก๊อกน้ำวน ฟองจะยิ่งมหาศาลเลย ฟินเฟร่อ
วิธีการเก็บรักษา อายุของมันคือเก็บได้นาน จำไม่ผิดคือหลายปีอยู่
แต่ขอแค่ให้เก็บในที่ที่มีความแห้งหลีกเลี้ยงการวางไว้ในห้องน้ำ
ทางที่ดีใส่ซองกันชื้นไปไว้ด้วยจะดีมาก อุณหภูมิร้อนหรือเย็นก็ไม่เป็นปัญหา
มี youtuber หลายคน ชอบเอาไปเก็บไว้ใตู้เสื้อผ้า และผลที่ได้คือ เสื้อหอมทั้งตู้เลยจ้า
กลิ่นหอมแรงมากๆ

ถามว่าทำไมเราจะต้องเสียเงินเป็นร้อยๆ เพื่อเจ้าก้อนแค่เนี้ยะ แถมใช้ครั้งเดี๋ยว
โยนตุ๋มลงน้ำก็หมดไปละ คือเจ้าตัวนี้ไม่ได้มีแค่ความสวยงามหรือกลิ่นหอมๆ
แต่มันอัดแน่นไปด้วยสารบำรุงที่ดีต่อผิวกาย เหมือนตอนเรามาร์กหน้าหรือหมักผม
แต่ไม่เคยมาร์กตัวหรือบำรุงผิวกายแบบเข้มข้นเลย bath bomb เหล่านี้แหละ
ที่จะช่วยบำรุงผิวแถมได้แช่น้ำแบบฟินเฟร่อ

สนนราคาประมาณก้อนละ 200-300บาท แล้วแต่ชนิดของมัน และประเทศที่ขาย

เกริ่นยาวนาน ประมาณ 3 กิโลได้ มาดูเจ้าก้อนทั้งหลายกันเต๊อะ

เริ่มจากประเภท Bath Bombs


Intergalactic

Bath Bombs : Hooked on a feeling
ส่วนผสมเด่น : Peppermint Oil (Mentha Piperita)

ตัวนี้เหมือนกับแช่น้ำอยู่ในอวกาศ! มีส่วนผสมของเปปเปอร์มิ้นต์ เย็นสดชื่น
และสีนีออนเหมือนอยู่ท่ามกลางดาวหาง ส่วนผสมหลักๆ คือมี popping candy
ซึ่งอันนี้จอยลองเสิจเน็ตหาดู คิดว่าคงอารมณ์ประมาณขนมที่ตอนเด็กๆเรากิน
แล้วมันแตกแป้ะๆในปากรึเปล่า ตอนโยนลงอ่างคงน่าสนุก 555 ส่วนผสมต่อมาคือ
หญ้าแฝกหอม (Vetivert) และก็ไม้ซีดาร์ (cadarwood) ซึ่งสองตัวนี้มีคุณสมบัติ
ในเรื่องความผ่อนคลาย ปลอบประโลมผิว และมักนำมาใช้ในสปา
มีกลิ่นไอของ '80s aftershave เบาๆด้วย คือเกร๋ๆอ่ะ

Sex Bomb (best-selling Bath Bomb)

Bath Bombs : Brazen jasmine flirts with your senses
ส่วนผสมเด่น : Clary Sage Oil (Salvia sclarea)

บอกเลย แค่ชื่อก็สะดุดตาแล้วววว มันคืออะร๊ายยย ทำไมชื่อดูสุ่มเสี่ยง
แต่จะบอกเลยว่าตัวนี้ได้รับรางวัล Nylon beauty hit list 2015 ด้วย
คำโปรยบอกว่า มันคือ A must สำหรับโรแมนติกbath ช่วยเพิ่มบรรยากาศที่มีสเน่ห์
ดึงดูด เย้ายวนใจ (ฟังดูสยิวกิ้ว) ส่วนผสมสำคัญจาก ดอกมะลิ, คลารี เสจ, ylang ylang (กระดังงา)
ซึ่งมีคุณสมบัติในการกระตุ้นความต้องการทางเพศ (อุตายล้าววว) และยังช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย
ส่วนผสมของนมถั่วเหลือง ช่วยให้น้ำเปลี่ยนเป็นนม ทำให้ผิวเนียนนุ่มไปทั้งตัว
โอยยย ความฟินของสาวๆ

Frozen

Bath Bombs : Hooked on a feeling
ส่วนผสมเด่น : Grapefruit Oil (Citrus paradisi)

Do you want to have a bath bomb? Do you want to splash and play?
คือเพลงก็มา เค้าบอกว่าตัวนี้จะมีกลิตเตอร์วิ้งๆสีเงินระยิบระยับพุ่งออกมาจากก้อนหิมะ
ที่กลิ้งวนไปมา น้ำจะเปลี่ยนเป็นสีสีฟ้าสดใส มีส่วนผสมของเนโรลี่จากตูนีเชีย
และน้ำมันสะกัดกุหลาบจากตุรกี มีกลิ่นไอของแสงแดดอ่อนๆที่หลอมละลายน้ำแข็ง
สร้างบรรยากาศเหมือนอยู่ในเทพนิยาย

สำหรับตัวนี้ จอยว่าตอนหย่อนลงอ่าง น่าจะสวยมากๆแน่ๆ
และคงมีกลิตเตอร์ออกมาเยอะสุดๆ 555 แค่ดูเจ้าก้อนกลมๆนี้ก็รู้สึกเย็นแล้วอ่ะ
น่ารักกก เหมือน snowball ก้อนเล็กๆ

Twilight

Bath Bombs : Peaceful lavender bathing under the stars
ส่วนผสมเด่น : Lavender Oil (Lavandula augustifolia)

สร้างบรรยากาศดาวพราวเต็มฟ้ายามค่ำคืนบนอ่างอาบน้ำ อบอวลไปด้วยลาเวนเดอร์
และ tonka (ถั่วขาว) ซึ่งจะช่วยดูดกลืนความชั่วร้ายที่รบกวนการนอนหลับ
ผ่อนคลายความเครียดจากร่างกายและจิตใจ ตัวนี้ทางแบรนด์บอกว่าเป็นหนึ่งใน
bath bombs ที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายมากที่สุด อ่อนโยนเหมือนอ้อมกอด
สีของมันเหมือนกับท้องฟ้าก่อนตะวันจะลับขอบฟ้า จากชมพู ม่วง
และสีจะค่อยๆเข้มขึ้นเรื่อยๆ หย่อนตัวลงในอ่าง พาความกังวลและอ่อนล้า
ให้ไปไกลและไกลออกไป

คือมันดูรีแลคสุดๆ ใช้ตัวนี้ในวันที่เหนื่อยๆล้าๆ คงผ่อนคลายน่าดู
ส่วนตัวชอบกลิ่นของลาเวนเดอร์อยู่แล้วเพราะทำให้หลับสบาย แถมกลิ่นมันหอมๆลอยๆดี
ก้อนกลมๆ มีลายดวงดาว พระจันทร์นูนๆ น่าร๊ากกก

Pink Bath Bomb

Bath Bombs : Vanilla bath time confection with saucy undertones
ส่วนผสมเด่น : Tonka Absolute (Dipteryx odorata)

ได้แรงบันดาลใจมาจาก The delightful Audrey Hepburn (เจ้าหญิงแห่งฮอลลีวู้ด
สวยและดังมากๆในยุค 50-60) ใส่กลิ่นของ tonka bean (ถั่วขาว),
เนโรลี่ และความหวานจากวนิลา เปลี่ยนน้ำให้กลายเป็นลูกอม
เหมือนเอาตัวเองลงไปชุบในบ่อน้ำหวาน กลิ่นจะติดผิวขึ้นมาเลย

ตัวนี้จอยดมแล้ว หอมหวานม๊ากกกก ใช้ชอบกลิ่นหวานๆ น่าลองตัวนี้
ยิ่งกลิ่นติดตัวขึ้นมานี่ยิ่งน่าหม่ำสุดๆ จะเผลองับแขนตัวเองไม่รู้ตัว

ต่อไปมาต่อกันด้วย Bubble Bars ฟองหนานู้มมมม
Milky Bath

Bubble Bar : Soothing creamy bubbles
ส่วนผสมเด่น : Fair Trade Organic Cocoa Butter (Theobroma Cacao)

อย่าร้องไห้ถ้าทำนมหก อาบมันซะเลย! นมขวดนี้อุดมไปด้วยสารบำรุงผิวเพื่อ
ความชุ่มชื่น Cocoa Butter, นมไขมันต่ำ และโอลีฟออย เพื่อผิวที่เนียนนุ่ม มีกลิ่นของ
น้ำมันส้ม ช่วยทำให้จิตใจสงบและปล่อยวางจากปัญหาหนักหัว

ตัวนี้จอยไม่ได้ลองดมก่อนซื้อมา เพราะฝากแฟนซื้อมาจากอเมริกา
คือเลือกๆบนเว็บละฝากมาเลย คือจอยนึกว่ามันจะมีกลิ่นแบบนมๆ เหมือนนมอัดเม็ดงี้
แต่เปล่าเลยจ้า กลิ่นแบบว่า สะอาดๆ มีกลิ่นนมนิดๆ แต่ไม่ชัดอ่ะ
อธิบายไม่ถูก มีกลิตเตอร์สีเงินๆวิ้งๆ
A French Kiss

Bubble Bar : A decadent herbal bubble bar for deep relaxation
ส่วนผสมเด่น : Lavender Oil (Lavandula Angustifolia)

กลิ่นหอมสดชื่นจากลาเวนเดอร์ โรสแมร์รี่ และ ไทม์ อุดมไปด้วยน้ำมันหอมระเหยจากยอดเขา
ได้แรงบันดาลใจจากความอบอุ่นและสวยงามที่ริมชนบทของฝรั่งเศษ
สัมผัสความผ่อนคลายสุดพิเศษ น้ำในอ่างจะเป็นสีม่วงสวยงาม และเต็มไปด้วยประโยชน์นานานิด

ชั้นรักลาเวนเดอร์ รักกลิ่นของนางจริงๆ ความจริงนี่เป็นbubble bar ชิ้นแรกที่จอยซื้อเลยก็ว่าได้
เพราะกลิ่นหอมมากกก และคือนางปักกิ่งดอกลาเวนเดอร์แห้งมาด้วย น่ารักสุดๆๆๆๆ

Rose Jam Bubbleroon

Bubbleroon : Rosy bubbles for the softest skin
ส่วนผสมเด่น : Rose Oil (Rosa damascena)

ได้แรงบันดาลใจมาจาก ความอร่อย ความหอมหวาน และการทำมาการองเองจากมือ
สำหรับตัวนี้เน้นกลิ่นหอมจากกุหลาบ สืบตำหรับมาจากวัฒนธรรมตุรกี
น้ำมันกุหลาบและกุหลาบเข้มข้น ช่วยให้ความชุ่มชื้นโดยเฉพาะผิวที่แห้งกร้าน
และผิวที่บอบบางแพ้ง่าย

อธิบายเพิ่มเติมว่า Bubbleroon มันก็คือคล้ายๆ Bubble bar นั่นแหละ
เน้นฟองเหมือนกัน แต่แค่รูปทรงได้มาจากขนมมาการูน และส่วนตรงกลาง(ไส้)
จะมีความเหนียวๆมันๆหน่อย (คือตรงส่วนนี้ มันจะมีส่วนผสมที่เน้นความชุ่มชื่นผิวแบบสุดๆๆ)
เหมือนขนมจริงๆเลย ให้ตายเถอะ!! ตัวนี้เป็นชิ้นเดียวที่หอบกลับบ้านมาแล้วเริ่มแตกตัว
ไม่ค่อยคงทนแบบชิ้นอื่นๆ สงสัยเพราะมันมีความชื้นๆมันๆมากกว่าตัวอื่น

Creamy Candy Bubble Bar

Bubble bar : Indulge in a sweet bubbly treat for the tub
ส่วนผสมเด่น : Fair Trade Organic Cocoa Butter (Theobroma Cacao)

เป็น Bubble bar ที่มีความอ่อนโยน อ่อนละมุน แม้ต่อผิวบอบบางแพ้ง่าย
ตัวนี้จะเน้นความหวานหอม ฟองสีชมพูอ่อนหนานุ่ม ที่สุดของกลิ่นหอมหวานของ
ลูกกวาด วนิลา นานาชนิด เหมือนกำลังอาบน้ำอยู่ในร้านขายขนมหวาน
มีส่วนผสมของ cocoa butter เพื่อผิวที่เนียนนุ่ม และชุ่มชื่น

ตัวนี้เป็นอีกตัวที่จอยคว้าขึ้นมาแบบไม่ต้องคิด เพราะกลิ่นหอมมมมม
หอมน่ากินมากๆๆ หวานสุดๆ ใครอยากให้ตัวหอมๆเหมือนขนม ต้องไม่พลาดดดด
Pop In The Bath

Bubble bar : Evoke happy thoughts with bergamot and citrus bubbles
ส่วนผสมเด่น : Bergamot Oil (Citrus Aurantium bergamia)

เค้าบอกว่า ถ้าคุณต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวาย ขอแค่โยนเจ้าก้อนนี้ลงไปในอ่างน้ำ
ด้วยส่วนผสมของbergamot (น้ำมันหอมระเหย), มะนาว, mandarin bubble bar
จะทำให้รู้สึกสงบและผ่อนคลาย กลิ่นส้ม จากชายฝั่งทะเลเมอร์ดิเตอร์เรนเนี่ยน(ไม่รู้แปลถูกไหม)
และกลิ่นดอกส้ม ที่พัดโชยขึ้นมาแตะจมูกทันทีที่ลงแช่
perfect for dreaming of summertime no matter the season. หูววววววว สวยยย

ตัวนี้เน้นกลิ่นออกส้มๆ ถ้าใครชอบกลิ่นส้มน่าจะชอบ แต่แปลก จอยนึกว่ากลิ่นส้ม
จะต้องทำเจ้าก้อนนี้ให้มีสีส้มๆ ซะอีก เห็นสีชมพูฟ้า ดูแล้วหวานๆ เหมือนขนมซะอีก

ยาวม๊ากกกกกก ปาดเหงื่อรัวๆๆๆๆ
เป็นบทความที่ใช้เวลาเขียนยาวนานสุดๆ บทนึงเลยก็ว่าได้
เสียดายที่ LUSH ยังไม่เข้าไทย (แต่ในอนาคตก็ไม่แน่)
อาจจะหาซื้อค่อนข้างลำบาก แต่สำหรับคนที่ได้ไปต่างประเทศบ่อยๆ
ก็อย่าลืมแวะเวียนเข้าไปเล่น และหิ้วกลับมาลองดูซักชิ้นสองชิ้นเน้อะ
แล้วคุณจะหลงรักกก <3

ไว้เดี๋ยวจอยจะถ่ายคลิปตอนโยนก้อนๆพวกนี้ลงน้ำให้เพื่อนๆได้ดูความน่าตื่นเต้น
อย่าลืมติดตามกันนะคะ ^^
Love Berry Joyjee 'blog




Create Date : 21 เมษายน 2559
Last Update : 31 กรกฎาคม 2559 15:54:01 น.
Counter : 1283 Pageviews.

0 comment
[Haul] เห่อแว่นกันแดดใหม่ Coral pink+Black สวยหรูดูหวานอ่ะ FENDI Sunglass
สวัสดีค่ะ
เมื่อวานเพิ่งกลับจากฮ่องกง สดๆร้อนๆ (แถมหวัดกลับมาด้วย)
จอยเอาของมาเห่อ คราวนี้ไม่ใช่เครื่องสำอางแบบทุกครั้ง แต่เป็นแว่นกันแดดใหม่จ้าาา

นั่นก็คือ
FENDI FF 0121/S color Flash MG1/HD

คือจอยตามหาแว่นกันแดดเลนส์สีดำมานานมากกกกก
ปกติมีแต่สีน้ำตาล สีชมพูปรอท เลยว่าจะหาแว่นกันแดดสีดำดีๆ ซักอันนึง
หาไปเรื่อยๆ จนมาจบที่ Duty Free Hongkong กับเจ้า FENDI FF 0121/S color Flash MG1/HD
Design ของมันสวยงามมาก เล่น Graphic สีดำและสีชมพูอ่อน ซึ่งมันเข้ากันได้อย่างลงตัว
ตั้งงบประมาณเอาไว้หมื่นนึง เกินกว่านี้ก็ไม่ไหว (หมดไปกับเครื่องสำอางมากพอแล้ว)
สำหรับ Fendi ตัวนี้ สนนราคาอยู่ที่ 1880HKD หรือประมาณ 8,900 บาทได้


กล่องแว่น เป็นแบบ soft case ช่วยป้องกันรอยขีดข่วนได้ แต่ไม่ป้องกันแรงกดทับ
เอาจริงจอยชอบ hard case มากกว่า

ขนาดเลนส์ค่อนข้างใหญ่ ซึ่งจอยชอบแว่นกันแดดแบบ over-size
น้ำหนักแว่นค่อนข้างเบา ไม่ค่อยรู้สึกโดนกดทับดั้งน้อยๆ (แกมีดั้งด้วยหรา..)
มองด้านข้างจะเหลือบเห็นสีชมพูเบาๆ แต่โดนรวมแล้วยังเป็นแว่นดำอยู่
โอยมันเริศมากกกๆๆ

แนะนำส่วนตัวสำหรับคนที่อยากจะซื้อแว่นกันแดด จอยอยากให้ไปลองกับหน้าเองมากกว่า
อย่าเชื่อกระแสหรือคำแนะนำ เพราะโครงสร้างใบหน้าของคนเราไม่เหมือนกัน
จะลงทุนซื้อแว่นดีๆทั้งที เอาที่เข้ากับเราจริงๆ ดีกว่ามาเสียดายทีหลัง
บางคนใส่สวย บางคนอาจใส่ไม่สวย ไปลองเองเลยดีกว่า
นอกจากลองใส่แล้ว ให้ลองถ่ายรูปหลายๆมุมดู (จอยนี่เซวฟี้ตัวเองรัวๆ) แล้วค่อยตัดสินใจอีกที :))

คำแนะนำสุดท้าย ซื้อของในดิวตี้ฟรีเหมือนโดนดูดเวลา ระวังตกเครื่องนะคะ
น้องนี่ต้องวิ่งเข้าGateทุกที ทั้งๆที่ก็เผื่อเวลาไว้แล้วนะ ฮือๆๆ

ขอให้สาวๆพบแว่นตาที่เหมาะกับตัวเองนะคะ
วันนี้ขอลาไปก่อน พบกันกระทู้หน้าจ้า
Love Berry Joyjee 'blog






Create Date : 17 มีนาคม 2559
Last Update : 17 มีนาคม 2559 16:47:55 น.
Counter : 644 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  

LoveBerryJoyJee
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]



loveberry joyjee
See my Art work, Graphic Design