Group Blog
  •  images by free.in.th
  •  images by free.in.th
  •  images by free.in.th 
  •  images by free.in.th
  •  images by free.in.th
  •  images by free.in.th
  •  images by free.in.th
  •  images by free.in.th
  •  images by free.in.th
All Blog
[Haul+Swatches] JILL STUART "Blooming Dew" 2017 Summer Collection





สวัสดีค่า จอยจี้เองค่า
วันนี้จอยมีเมคอัพคอลเลคชั่นใหม่มาเห่อกระตุ้นกิเลสกันอีกแล้ว
นั่นก็คือ Jill Stuart 2017 Summer Collection นั่นเอ๊งงง
สำหรับแบรนด์นี้ เวลาออกคอลเลคชั่นใหม่มาที ยอมใจคนคิดจริงๆ
เพราะมันน่ารักมากกกก แบบน่ารักละลายใจสาวหวานสุดๆๆ
ซึ่งคราวนี้ออกมาภายใต้คอนเซ็ปต์ Blooming Dew
ให้สาวๆ หยิบตะกร้าปิกนิกพร้อมเสื่อ(ที่ไม่ใช่เสื่อผืนหมอนใบ)
ออกไปนั่งชิวบนสนามหญ้าโล่งกว้าง พลางจิบชารับบรรยากาศสดใสในหน้าร้อน
(ซึ่งเอาจริงๆ บ้านเราคงทำแบบนั้นไม่ได้)
แต่ก็นั่นแหละ แค่บรรยากาศก็ฟังดูดีแล้วใช่ไหมล่ะ! ส่วนไอเท็มจะน่ารักขนาดไหน ไปดูกันเลย




อย่างแรกเลยสำหรับคอลเลคชั่นนี้คือกระเป๋าปิกนิกสีชมพูหวาน ลายดอกไม้
JILL STUART Pouch 
(ราคา 1,350 บาท)
ขนาดกระเป๋าประมาณ 16 x 5 x 10 cm
ที่มีความสวยงามแถมมีกลิ่นไอความเป็นญี่ปุ่นเล็กๆ ขนาดไม่ใหญ่หรือไม่เล็กจนเกินไป
ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Picnic Lunchbox
แบบว่าจุของที่จำเป็นต้องใช้ในการแต่งหน้าได้กำลังพอดี


ออกไปเก็บผลเชอร์รี่ เอ๊ย Forever Juicy Oil Rouge Glow สดๆ จากสวน
ซึ่งตัวนี้เป็นสูตรใหม่ล่าสุด ที่ให้ความ Glow มีทั้งหมด 7 สีด้วยกัน

ไล่จากซ้าย-ขวา
JILL STUART Forever Juicy Oil Rouge Glow
(ราคา 950 บาท)
01 fortune strawberry
02 grape pink
03 candy apricot
04 loving cherry
05 peach kiss
06 dearest plum
★07 chubby apple (สีลิมิเต็ดอิดิชั่น)



เนื้อลิปดูชุ่มฉ่ำและวาวมากๆ ให้ความชุ่มชื้นแก่ริมฝีปากด้วย “lustrous smooth oil”
มีสีอ่อนๆ ทำให้ปากของเราดูระเรื่อๆ กำลังน่ารัก น่าจุ๊บ
กลิ่นหอมเบาๆ ไม่มีรสชาตินะจ้ะ (ทดสอบเลียไปหลายรอบ ยังติดทนดี)
และที่สำคัญ เนื้อลิปออยด์ของเขาไม่เหนียวเหนอะหน่ะเลยแม้แต่นิดเดียว
ทาได้เรียบเนียน บางสนิท ไม่หนาหนัก ไม่เป็นคราบ แถมมีความติดทนนาน
ทำให้ปากของเราดูอิ่มสวย เหมือนผลไม้สุกฉ่ำน่ากัด แอร๊ย >_<
จอยชอบตัวนี้ตั้งแต่รุ่นก่อนๆ ของเขาแล้ว เดี๋ยวจะเอามาเทียบแพกเกจให้ดู

จะเห็นได้ว่าแบรนด์มีการปรับสูตรและแพกเกจไปเรื่อยๆ (ระบุปีโดยประมาณ)
ซึ่งของปีล่าสุดในคอลเลคชั่นนี้ สิ่งที่ต่างไปอย่างเห็นได้ชัดคือด้ามจับที่เล็กลงและอ้วนขึ้น
ซึ่งตรงนี้ทำให้เราจัดถนัดมือขึ้นมากๆ
และปลายด้ามที่ทำเป็นรูปดอกไม้ คือน่ารักสุดๆ !!

ต่อมากันที่อายแชโดว์พาเลตต์ 2 ตลับใหม่
JILL STUART Nude Couture Eyes
(ราคา 1,700 บาท)

ตลับอายแชโดว์ 6 สี ที่มีส่วนผสมของ “shine oil” ซึ่งแวววาวสูง
และให้ความชุ่มชื้นกับเปลือกตาไปพร้อมๆ กัน เนื้อเรียบลื่นและเกลี่ยง่ายสุดๆ
มีให้เลือก 2 เฉดสีซึ่งเป็นโทนธรรมชาติสำหรับ everyday look 
ที่ไม่ว่าสาวคนไหนก็หยิบมาใช้แต่งในทุกๆ วันได้

★01 skin beige
เซ็ตสีเบจและสีน้ำตาลที่เข้ากับผิวของสาวๆ ทุกคน
★02 mauve brown
เซ็ตสีน้ำตาลโทนอมชมพูม่วงนิดๆ ดูเซ็กซี่

จากที่ลองปาดให้ดู จอยคอนเฟิร์มเลยว่าถึงโทนสีจะซอฟท์ๆ แต่พิกเม้นต์คุณเธอแน่นจัดจริงๆ
จะออกแนววาวเหลือบๆ มากกว่ากลิตเตอร์เม็ดใหญ่อลังการ ซึ่งมันจะได้ลุคหวานๆ ซอฟท์ๆ
สไตล์สาวญี่ปุ่นที่ดูหรูหราเลย

★01 skin beige
สีออกโทนน้ำตาล สีสวยมากกกกกกกกกกก
มีแล้วต้องมีอีกกกก เนื้อเนียนเรียบไม่มีสะดุด คือสีสม่ำเสมอกันมากๆ
ดูอุ่นๆ นุ่มๆ ดูผู้ดีสุดๆ


★02 mauve brown
ส่วนตลับนี้จะมีความอมชมพูม่วงหน่อยๆ เฉดสีค่อนข้างเย็นกว่าตลับแรก
ใครชอบโทนเทาๆ น้ำตาลๆ ไม่ควรพลาด เพราะตลับนี้ก็งามไม่แพ้กันลย


อย่างลุคตาวันนี้จอยก็ใช้พาเลตต์ 02 mauve brown ในการแต่ง
เพราะสวมเสื้อสีชมพู เลยอยากลองเล่นอายแชโดว์โทนนี้ดูซะหน่อย
สวยซอฟท์ ละมุนตุนมากกกก


พักเบรกกันหน่อย ชักรู้สึกคอแห้ง... หาน้ำผมไม้กินดีกว่า
กรี๊สส ที่เกริ่มมาแบบนี้ไม่ใช่เพราะอะไร คือตัวที่จะพูดถึงล่าสุด คือยาทาเล็บทั้ง 5 เฉดสีใหม่
ที่มีชื่อสี น่ารักน่าดื่มมากๆ!!!

JILL STUART Fruit Juice Nails 
(ราคา 550 บาท)

★68 strawberry juice
สีชมพูที่เหมือนกับน้ำสตรอว์เบอร์รี่ 
★69 cranberry juice
สีแดงสดใสราวน้ำแครนเบอร์รี่
★70 melon juice
สีชมพูอมส้มดุจน้ำเมล่อน
★71 pineapple juice
สีเหลืองราวน้ำสับปะรด
★72 grape juice
สีชมพูอมม่วงดุจน้ำองุ่น
สีมีความสดใส และฉ่ำมากกกกกกก เหมือนเล็บกลายเป็นแก้วใส่น้ำผลไม้จริงๆ
เรื่องคุณภาพของยาทาเล็บจอยไม่ห่วงเลย เพราะเคยลองมาหลายรุ่นแล้ว
เนื้อเนียน ทาเรียบลื่นมากๆ ไม่เหนียว แถมเซ็ตตัวแล้วหน้าเล็บเรียบสม่ำเสมอกันดี
จอยชอบสี 70 melon juice ที่นิ้วกลางมากที่สุด เพราะสีนี้ไม่ค่อยได้เห็นเท่าไหร่
แถมสวยกำลังดีมีกลิตเตอร์ในตัวด้วย น่ารักสุดๆ เลย
แต่ถ้าสำหรับซัมเมอร์ อยากออกตัวแรงทาเล็บสีเหลือง 71 pineapple juice ให้ครบทุกนิ้วเลย
เพราะสีนี้ก็น่ารักไม่แพ้กัน!!


ยังไม่หมดแค่นี้นะคะสำหรับไอเท็มในคอลเลคชั่นนี้
ยังมีบลัชออน JILL STUART Blooming Dew Oil in Blush ที่น่ารักสุดๆ
ด้วยสามารถเข้าไปดูเพิ่มในเว็บไซต์ของ Jill Stuart เลยจ้า

ขอจากลาไปด้วยภาพลูกชายสุดที่รัก
ถ่ายงานอยู่ ชอบมาวิ่งป้วนเปี้ยน สงสัยอยากออกกล้อง


หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆ กันนะคะ
สำหรับวันนี้ขอตัวไปบ้าเห่อ เอ๊ย สงบสติอารมณ์ก่อน แล้วพบกันใหม่บทความหน้าจ้า





Create Date : 23 เมษายน 2560
Last Update : 23 เมษายน 2560 21:12:28 น.
Counter : 648 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
[Swatch] GINO McCRAY The Professional Make Up 24 Colors Eye Shadow Palette



 สวัสดีค่า 
กลับมาพบกับจอยอีกแล้ว วันนี้จอยเอาพาเลตต์ตาตัวใหม่ที่กำลังเห่อมาสว้อชให้ดูค่ะ
สำหรับแบรนด์ Gino McCRAY ตัวนี้จอยบอกได้เลยว่าเป็นแบรนด์เครื่องสำอางที่
จอยจัดให้ว่าเป็น ของถูกและดี ก็มีในโลก 
คุณภาพคับราคามากกๆ แถมหาซื้อง่ายสุด
ที่ร้าน Beauty Buffet นั่นเอง

ซึ่งล่าสุดทางแบรนด์ออกตัวพาเลตต์ตามาใหม่ ถึง 24 สี OMG
สายที่ชอบแต่งตาคือห้ามพลาด

GINO McCRAY The Professional Make Up 24 Colors Eye Shadow Palette 
(24 colors / ราคา590บาท)











ตอนแรกที่เปิดกล่องออกมา รู้สึกว่าแพนอายแชโดว์มันเล็กกระจุ๋มกระจิ๋มซะจริง
ซึ่งมาในปริมาณ 0.5g ต่อสีเท่านั้น
สำหรับใครที่ชอบใช้สีเดิมๆ ซ้ำๆ อาจจะเผลอใช้เกลี้ยงไปซะก่อน
แต่สำหรับคนที่ชื่นชอบการแต่งตาหลายๆ สี ตลับนี้คือตอบโจทย์สุด!!
(เอาจริงๆ 590 บาท คือคุ้มมากอ่ะ 24 สี ตกสีละ 25 บาท แม่เจ้า) 



ต่อไปจะเป็นการเริ่มสว้อชสีกันให้ดูนะฮ้าบบ
เริ่มจากแถวบนไล่มาจนถึงแถวล่างเลย



สีโทนที่ได้ออกมา เรียกว่า Pink Lover ใครชอบแต่งตาสีชมพู-ม่วง นี่ห้ามพลาดเด็ดขาด
คือมันจะมีผสมกันหลายๆเนื้อ ทั้งชิมเมอร์วาวเหลือบๆ กับเนื้อแมตต์ 
ให้สาวๆ ได้จับคู่ครีเอทลุคได้ไม่รู้จบ
เนื้อสีก็นุ่มลื่น แน่น เกลี่ยง่ายมากๆ มี fall-out นิดหน่อย
แต่เนื้อเค้าดีจริงๆ



นอกจากโทนซอฟท์ๆ ชมพูที่กำลังมาเป็นกระแสแล้ว
สีโทนที่สาวไทยชื่นชอบและขาดไม่ได้เลยอย่าง น้ำตาล ทอง ไล่ไปจนเทา เรียกได้ว่าครบมาก
จอยว่าเขาเลือกเฉดสีมาได้ดีเลย คือดูใช้ได้หมดทุกสี 
สีส่วนใหญ่จะออกวาวๆ ทั้งหมด แต่ก็ยังมีสีแมตต์อย่างสีน้ำตาลแซมมาบ้าง
เนื้อเกลี่ยง่าย เม็ดสีแน่น อย่างสีดำก็ดูสมูทดี 
(ถ้าคุณภาพไม่ดี อายแชโดว์สีดำมักจะดูเป็นผงๆ สีไม่สม่ำเสมอแถมเกลี่ยยาก)

เอาจริงๆ พาเลตต์ตลับนี้ทำให้จอยนึกถึง 88 eyeshadow palette เลย
(สมัยก่อนที่ฮิตมากก ดูอลังการ สีตระการตาดาวล้านดวง)



ตัวตลับก็บางเฉียบดี แต่ค่อนข้างกว่างพอสมควร 
 เสียดายถ้าทำกระจกมาใหญ่กว่านี้จะเริศมากๆ
สรุปคือพาเลตต์ที่น่าซื้อมาเก็บไว้อีกตลับนึงค่ะ เพราะคุ้มมากกกก

หวังว่าจะมีประโยชน์สำหรับสาวๆ กันนะคะ
แล้วพบกันใหม่บทความหน้า 




Create Date : 14 เมษายน 2560
Last Update : 14 เมษายน 2560 21:41:12 น.
Counter : 715 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
[Haul+Review] Etude Wonder Fun Park คอลเลคชั่นสุดน่ารัก สนุกรับฤดูใบไม้ผลิ!





ขอกรี๊ดดังๆ ซัก 5 รอบ!!! กับคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดของ Etude House
ที่กลับมาทวงคืนความน่ารักในคอลเลคชั่น "Wonder Fun Park"
ซึ่งงานเปิดตัวนี้จอยก็ได้มีโอกาสไปเข้าร่วมด้วย
มันสวยและคิ้วท์มากจีๆ ชุดใหญ่ไฟกระพริบ!!

ซึ่งวันนี้จอยจะหยิบเอาส่วนหนึ่งของคอลเลคชั่นนี้ มารีวิวให้เพื่อนๆ ได้ดูกันด้วย
ไปดูกันเลย!

แพ็กเกจจิ้งหวานแหวน สีพาสเทลสไตล์ลูกกวาด ครองใจสาวๆ กันไปเลย
ซึ่งสิ่งที่จอยจะมารีวิว มีดังต่อไปนี้ค่ะ
1. Dear Darling Soda Tint สี OR203
2. Candy Highlighter
3. Wonder Fun Park Color Eyes สี 02


เริ่มที่ตัวแรก 
Dear Darling Soda Tint สี OR203
(ราคา 240 บาท)

เนื้อทิ้นต์สีสดปรี๊ดมาก แต่สำหรับสายเกาหลี เน้นเอามาทาระเรือบริเวณริมฝีปากด้านในอยู่แล้ว
สีนี้ออกแดงๆ ส้มๆ เล็กน้อย แต่จะเห็นว่าพอปาดออก สีที่คงเหลือไว้ คือสีชมพูนั่นเอง
มีความติดทนพอสมควร กลิ่นหอมอ่อนๆ เหมือนขนมหวาน สไตล์เกาหลี น่ารักมุ้งมิ้ง

Wonder Fun Park Color Candy Highlighter
(ราคา 580 บาท)


ไฮไลท์เนื้อบางเบา ให้ความวาวปานกลาง ออกแนววาวๆ เหลือบๆ และมีผสมชิมเมอร์เล็กน้อย
ซึ่งเป็นความวาวที่ไม่โฉ่งฉ่างจนเกินไป ใครชอบไฮไลท์ที่ไม่พุ่งไกล 10 กิโล น่าจะชอบตัวนี้ค่ะ
คือกำลังวาวเล็กๆ น่ารัก แถมดูวิ้งๆ ด้วยชิมเมอร์ละเอียดๆ เล็กๆ
ที่เห็นว่ามีหลายๆ สี แต่ปัดมารวมๆ แล้วก็จะออกสีโทนสว่างๆ ไม่เห็นสีอยู่ดี



Wonder Fun Park Color Eyes สี 02
(ราคา 890 บาท)



มาถึงตัวไฮไลท์ของงาน ที่จอยอยากแนะนำให้ทุกคนละหน้าจอคอมแล้ววิ่งไปสอยมาเดี๋ยวนี้!!!
เนื้ออายแชโดว์ตลับนี้คือดีมากกกก ในราคาไม่ถึง 1,000 คือได้อายแชโดว์มาถึง 12 สี
ผสมทั้งเนื้อชิมเมอร์และแมตต์เข้าด้วยกัน
และเป็นสีที่ใช้ได้จริง เนื้อเนียนนุ่ม เกลี่ยง่าย พวกชิมเมอร์มี fall-out เล็กน้อย
แต่ที่ชอบคือสีแมตต์บริเวณช่องด้านบนและช่องด้านซ้าย คือดีเลยยยยย

ถ่ายกับแสงแดด

ถ่ายแสงห้องธรรมชาติ

ดูจากการปาด จะเห็นว่าสีคือเรียบเนียน สมูทมากกก และนุ่มละมุนตุ้น
มีโทนสีน้ำตาล-เทา อ่อน-เข้ม ที่สามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวัน และสีชิมเมอร์ประกายวิ้งวาว
สำหรับทาไปเที่ยวหรือออกงานแบบเกร๋ๆ ก็ได้
คือตลับเดียวครีเอทได้หลายลุคสุดๆ

จอยยังได้ลองครีเอทลุคตาสวยๆ จากพาเลตต์นี้มาแล้ว และรู้สึกประทับใจมากๆ




ดูเป็นธรรมชาติ และซอฟท์มากกกก รักเลย เอาใจน้องไป!!

หมดแล้ว กับของเล่นชิ้นใหม่ทั้ง 3 ชิ้น
หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ นะคะ
แล้วพบกันใหม่บทความหน้า จะมีอะไรน่ารักๆ มารีวิวให้ดูกันอีก คอมติดตามน้า





Create Date : 06 เมษายน 2560
Last Update : 14 เมษายน 2560 21:29:10 น.
Counter : 447 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
[Haul+Review] ขนตาปลอมขนมิ้งค์ 4 เบอร์สวย จาก OnnbabyLashes



สวัสดีค่า กลับมาพบกันอีกแล้ว
วันนี้จอยเอาไอเท็มเริศๆ มารีวิวให้เพื่อนได้ชมกันอีกเช่นเคย
คราวนี้มาดูกันที่ขนตาปลอมที่จอยกำลังอิ้นนนอินนสุดๆ ในช่วงนี้กัน

ปกติแล้วจอยไม่ค่อยแต่งหน้าจัดหนักจัดเต็ม ยิ่งขนตาปลอมนี่คือนานๆ ที่จะได้ติด
เพราะอะไรคะ? เพราะขี้เกียจนี่เองงง (55555 หัวเราะเบอร์แรง)
จอยมักจะใช้ชีวิตโดยการกรีดอายไลน์เนอร์หนาๆ ค่ะ
แต่เดี๋ยวนี้ ชีวิตเริ่มเปลี่ยนไป เมื่อได้มาพบกับขนตาของพี่ออน Onnbaby
รู้สึกเลยว่าเราติดขนตาปลอมบ่อยขึ้น (ช่วงนี้ชีวิตออกงานบ่อยด้วยแหละ)
ก็มันสวยซะขนาดนี้! ทำให้ตาแบนๆ ของเราดูฟูกลมโตขึ้นมา ที่สำคัญขนตาขนมิ้งค์คือสวยมากกก
ไม่เชื่อก็ลองดูกันเอาเองเลย จอยคอนเฟิร์มด้วยรูป




สิ่งที่ทำให้จอยหลงรักขนตาปลอมแบบขนมิ้งค์
คือเส้นขนมันจะดูสวย ธรรมชาติ และฟูสวยกว่าขนตาแบบสังเคราะห์ทั่วไป
เส้นปลายเรียวเล็กแบบขนธรรมชาติ ดูกลมกลืนไปกับขนตาจริง
นอกจากนั้นยังมีน้ำหนักเบา ไม่หนักตา สบายกว่ากันเยอะเลยค่ะ
มีความทนทาน สามารถใช้ซ้ำได้เกือบ 20 ครั้ง (แต่ต้องรักษาความสะอาด ดึงกาวออกดีๆ น้า)

สำหรับดวงตาของจอย จอยตัดบริเวณปลายขนตาปลอมออกเล็กน้อยค่ะ
ไม่ได้ใช้เต็มเส้น เพราะตาหมวยๆ ของจอยค่อนข้างเล็ก
ปกติแล้วจะแนะนำให้ตัดบริเวณปลายหางตา ไม่แนะนำให้ตัดที่ฝั่งหัวตาค่ะ

จะมีอยู่ 4 เบอร์ที่จอยชอบและอินสุดๆ ไล่ตั้งแต่บางสำหรับลุคเบาๆ 
ไปจนถึงแบบที่ฟูแน่นสำหรับลุคออกงาน มาดูกันเลย ว่าติดแล้วจะสวยเป๊ะขนาดไหน!

NessyChoice by OnnbabyLashes เบอร์ Real Me

ราคา 229 บาท/คู่



รุ่นนี้มีความบางเบา เหมาะสำหรับลุคเบาๆ ใสๆ
สามารถใช้ติดเป็น every day look ได้
ขนตาเบามากกก แถมเส้นเรียงตัวสวย ดูเป็นธรรมชาติ
สาวหวานห้ามพลาดรุ่นนี้เลย
(จอยใช้มาตั้งแต่รุ่นที่ยังไม่เปลี่ยนแพ็กเกจกล่อง)


NessyChoice by OnnbabyLashes เบอร์ Bring It On

ราคา 229 บาท/คู่



รุ่นนี้จะมีความฟูหนาขึ้นมาจากรุ่นที่แล้วเล็กน้อย
แต่ยังคงให้ความเป็นธรรมชาติอยู่  ขนตาเน้นเส้นยาวตรงกลางตา
ช่วยให้ดวงตาดูกลมโตมากยิ่งขึ้น


NessyChoice by OnnbabyLashes เบอร์ Lush Lash

ราคา 229 บาท/คู่



รุ่นนี้จะมีความฟูหนา และไล่ความยาวจากหัวตาไปยังหางตา
เพิ่มความเซ็กซี่และฟูร่าได้อย่างสวยงาม
ตัวนี้จอยติดไปงาน เป้ะปัง คนเดินเข้ามาทักตลอด


NessyChoice by OnnbabyLashes เบอร์ Angle

ราคา 229 บาท/คู่



รุ่นนี้เป็นรุ่นที่จอยติดบ่อยมากที่สุด น่าจะเป็นรุ่นที่ออกมาใหม่
ซึ่งตัวนี้ขนตาจะฟูแน่นมาก แต่เส้นไม่ยาวจนเกินไป
ให้ความรู้สึกตากลม และฟูเหมือนตุ๊กตา ได้ลุคความหวานที่กำลังดี
แบบว่าไม่ดราม่าจนเกินไป
//พวกขนตาปลอมขนฟูๆ แน่นๆ ถ้ายาวเกินไปก็จะดูคาบาเร่ได้


ครบหมดแล้ววว หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ นะคะ
อย่าลืมดูแลสุขภาพของดวงตาด้วยนะคะ
การติดขนตาปลอมบ่อยๆ เราก็ยิ่งต้องใส่ใจเรื่องความสะอาดมากเป็นพิเศษ
แล้วพบกันใหม่ บทความหน้าค่า




Create Date : 06 เมษายน 2560
Last Update : 14 เมษายน 2560 21:28:47 น.
Counter : 308 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
[Review+Howto] เห่อสุดๆ URBAN DECAY สเปรย์เซ็ตเมคอัพตัวใหม่ที่เป๊ะเว่อร์




สวัสดีค่า กลับมาพบกับจอยอีกครั้ง ซึ่งวันนี้จอยมีไอเท็มใหม่มาเห่อ

นั่นก็คือ สเปรย์คอลเลกชั่นใหม่จาก URBAN DECAY นั่นเอง


ซึ่งถ้าใครเคยได้ลองใช้ All Nighter Makeup Setting Spray รุ่นปกติขวดขาวฝาม่วง

จะรู้ว่ามันช่วยเซ็ตเมคอัพได้ดีงามติดทนมากๆ และมีคนพูดถึงอยู่เยอะ

ไม่ว่าจะเป็นบิ้วตี้กูรูของไทยหรือต่างประเทศ

จนตอนนี้ทางแบรนด์ขยายไลน์สเปรย์ให้กว้างขึ้นไปอี๊กกก แต่ละตัวก็น่าเล่นมากๆ

เพราะเจาะไปถึงปัญหาของสาวๆ โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผิวมัน

เมคอัพไม่ติดทน หรือการเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว!


แล้วสเปรย์สำคัญยังไงกับเมคอัพ?

นี่ถึงกับเบรกเอี๊ยด เพราะมีบางคนไม่เคยใช้ setting spray มาก่อน แล้วหันมาถามจอย

การที่เราใช้ setting spray ปิดท้ายการแต่งหน้า จะช่วยทำให้เมคอัพกลมกลืนเข้าสู่ผิวได้

(เอฟเฟคเดียวกับเวลาเหงื่อออกแล้วมาผสมกับแป้งบนใบหน้า จนทุกอย่างเซ็ตตัวสวย)

นอกจากนั้นยังช่วยทำให้เมคอัพติดทนนานตลอดวัน 

สำหรับสเปรย์บางสูตรก็มีการช่วยควบคุมความมัน

หรืออาจจะช่วยทำให้หน้าดูดิวอี้ฉ่ำวาวมากขึ้น แล้วแต่สูตรที่ทำออกมา

เมื่อก่อนจอยก็ไม่ค่อยได้ใช้สเปรย์เซ็ตหน้าสักเท่าไหร่ แต่พอเริ่มไปทำงาน เจอช่างแต่งหน้า

บอกเลยว่าทุกคนมีสเปรย์ติดตัวเพื่อจบงานตลอด

แล้วผิวหลังจากที่สเปรย์ก็จะดูสวยมากกก คือดูเป็นผิว ไม่ดูเป็นผงๆ แป้งๆ เริศมากกก


สำหรับคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุดของ Urban Decay มีทั้ง Setting Sprays 3 สูตรใหม่

และที่สำคัญคือเขาออกเป็นตัวสเปรย์เตรียมผิวก่อนแต่งหน้า 

Prep Primimg Sprays ออกมาอีก 2 สูตร!

คือได้ใช้ทั้งก่อนเริ่มงาน และหลังจบงาน ล็อคเมคอัพให้แน่นสุดพลัง


มาดูกันที่ Prep Sprays กันก่อน สูตรที่ทำออกมาคือ

1. B6 Vitamin-Infused Complexion Prep Sprays

2. Quick Fix Prep Hydra-Charged Complexion Prep Sprays



B6 Vitamin-Infused Complexion Prep Sprays

(118ml/1,450บาท)


จอยได้ลองใช้ตัวนี้แล้วรู้สึกว่ามัน-ดี-มาก

คือถึงเราจะไม่ได้แต่งหน้า หรือเป็นคุณผู้ชายก็ใช้ได้!! มันคือการบำรุงผิวในรูปแบบขวดสเปรย์

แล้วจอยชอบมากกกกก ใช้สะดวกสุดๆ 

สเปรย์ให้ทั่วหน้าเพื่อบำรุงและปรับสภาพผิวให้สีผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอ

พอผิวได้รับการบำรุงที่เพียงพอ ต่อมผลิตน้ำมันก็จะไม่ทำงานออกมามากเกินความจำเป็น

เป็นการควบคุมความมัน ให้ผิวสมดุลกันไปในตัว พร้อมที่จะเริ่มขั้นตอนการแต่งหน้าต่อไป

แต่สำหรับวันสบายๆ ไม่ได้แต่งหน้า

จอยก็หยิบสเปรย์ตัวนี้ขึ้นมาฉีดบำรุงผิว แถมได้ความสดชื่นด้วยนะ!

กลิ่นสเปรย์หอมอ่อนๆ ละอองน้ำที่ฉีดออกมาเล็กละเอียดมากๆ

ทำให้ผิวซึมซับได้อย่างรวดเร็ว ไม่ใช่หยดน้ำกองอยู่บนหน้า ไม่รู้สึกเหนียวเหนอะหน่ะเลยแม้แต่น้อย

อย่างช่วงนี้จอยวางสเปรย์ตัวนี้ไว้ที่อ่างล้างหน้าในห้องน้ำ 

หลังจากที่เราล้างหน้าเสร็จ ก็หยิบขึ้นมาฉีดทันที

ป้องกันผิวที่แห้งตึง สูญเสียความชุ่มชื้นหลังล้างหน้า แล้วมัน เวิร์ค เว่อร์ๆ ผิวเนียนนุ่มสุด



Quick Fix Hydra-Charged Complexion Prep Sprays

(118ml/1,300บาท,30ml/580บาท)


ตัวนี้ สาวกกลิ่น coconut น่าจะต้องกรีดร้อง เพราะกลิ่นหอมมากกกกกก!!

จะเน้นการบำรุงแบบเร่งด่วน จะปาร์ตี้หนัก หน้าโทรม นอนไม่พอ หมองคล้ำ คืนชีพด้วยตัวนี้เลย

เป็นสเปรย์บำรุงที่สามารถใช้ก่อนแต่งหน้า หรือก่อนนอนก็ยังได้!

อย่างเวลาที่เราขึ้นเครื่องบิน ผิวแห้งผิวฮอย พกสเปรย์ตัวนี้ขึ้นไปฉีดบำรุงได้เลย ! คือเหมาะมากกกก

(พกขวดเล็กขึ้นไปนะ เดี๋ยวโดนจับทิ้ง)

แล้วอย่างที่บอกกลิ่นมะพร้าวคือหอมมากๆ ฉีดไปนี่ก็ฟินสุดๆ แต่คือกลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่ถึงกับมึนหัว

เวลาก่อนแต่งหน้า หยิบตัวนี้ขึ้นมาสเปรย์บางๆ แบบช่วยปลุกผิว 

// แกๆ ตื่นได้แล้ว ได้เวลาแต่งหน้า 5555

หรือใครที่ไม่ชอบครีมบำรุงที่หน้าหนัก มันหนึบในตอนเช้า เพราะทำให้แต่งหน้าต่อลำบาก

แนะนำใช้สเปรย์ตัวนี้แทนไปเลย สเปรย์ละอองละเอียดเหมือนน้ำ ซึมเร็ว 

ไม่ทำให้ผิวมันเหนอะน่ะเลย แถมช่วยทำให้ผิวชุ่มชื่น

ซึ่งจอยก็เคยลองฉีดซ้ำระหว่างวันเวลารู้สึกหน้าแห้งๆ มันก็ไม่ทำให้เครื่องสำอางละลายเลย

จะฉีดบ่อยแค่ไหนก็หายห่วง ยิ่งหน้าร้อนๆ แบบนี้ จอยนี่แทบจะเอามาฉีดรัวๆ เพราะมันเย็น ฟินผิวดี

จอยโยนใส่กระเป๋า เอาไว้พกติดตัวเลย



ผ่านไปแล้วกับสเปรย์เตรียมผิวทั้งสองสูตร 

ต่อมาดูกันที่ setting sprays อีก 3 สูตรที่จอยกรี๊สหนักมาก

1. All Night Makeup Setting Spray – Long Lasting

2. De-Slick Makeup Setting Spray – Oil Control

3. Chill Makeup Setting Spray – Cooling And Hydrating



All Night Makeup Setting Spray – Long Lasting

(118ml/1,300บาท,30ml/575บาท)


ตัวนี้ช่วยทำให้เมคอัพติดทนนานมากกก ล็อคเมคอัพให้ติดทน ไม่เลอะ ไม่เลือน ไม่ไหล

เวิร์คสำหรับคนที่ต้องแต่งหน้าอยู่ยาวๆ อย่างานแต่ง งานรับปริญญา หรือคนที่ต้องออกงานยาวๆ

เนื้อผลิตภัณฑ์บางเบามากๆ เหมือนน้ำใสๆ ที่กดออกมาจากหัสเปรย์ที่ได้ละอองเล็กและละเอียดสุดๆ

เลยที่ให้ช่วยซึมเข้าผิวที่จัดเต็มด้วยเมคอัพได้อย่างสวยงาม ไม่คราบ ไม่เจ๊ง

กลิ่นหอมอ่อนๆ จนแทบไม่ได้กลิ่น บางเบา สบายผิว

ตัวนี้จอยลองใช้แล้ว และหยิบมาเทสให้ดูกันใน How-to ด้วย มีความติดทนดีงาม

หน้าไม่เละไม่เลือนระหว่างวันจริงๆ แต่ตัวนี้อาจจะคุมมันได้ไม่เท่ารุ่น de-slick ที่กำลังจะพูดตัวถัดไป

คือให้การติดทน ผิวระหว่างวันเริ่มฉ่ำนิดๆ แบบกำลังสวย เมคอัพเป๊ะปังเหมือนเดิมตั้งแต่เช้าจรดค่ำ



De-Slick Makeup Setting Spray – Oil Control

(118ml/1,300บาท,30ml/575บาท)


นี่ว่าถ้าใช้จนหมดขวดเล็กนี้ จะไปถอยไซส์จริงมา

ไอเท็ม Must-Have สำหรับสาวหน้ามันแบบจอยมากกก กราบบบ

นี่ก็ไม่ได้บอกว่าฉีดแล้ว คนหน้ามัน จะหน้าแมตต์ไปตลอดทั้งวันนะ (อันนั้นก็เว่อร์เกิ๊นน)

แต่มันช่วยลดความมันได้ดีมากกกกกก หน้ามันน้อยลงแบบรู้สึกได้

ปกติขนาดจอยทำงานอยู่ในห้องแอร์ตลอด แต่งหน้าตอน 9 โมง 

บ่าย 2 นี่คือต้องเอากระดาษซับมันมาซับแล้ว

ไม่งั้นไม่ไหวจริงๆ หน้ามันประหนึ่งอาบน้ำมันหมู เกรงใจเพื่อนโต๊ะข้างๆ

แต่พอสเปรย์ตัวนี้ไปตอนเช้า ตกเย็น 6 โมง ผิวก็แค่ดูฉ่ำๆ ดิวอี้เล็กๆ แบบกำลังดี ไม่มากไม่เมือก

อาจจะมีฉ่ำบ้างบริเวณระหว่างคิ้วและจมูก แต่หน้าแก้มที่เคยมันย่องนี่คือไม่วาวเลย

รักมากกก ทำดี ทำได้ไงอ่ะ ทั้งสามสูตร จอยชอบสูตรนี้มากที่สุด 

เพราะตรงกับความต้องการจอยสุดๆ

ยิ่งเริ่มเข้าเมษานะ โอ้โห ความร้อนไม่เคยปราณีใคร รวมทั้งน้ำมันบนหน้าน้องด้วย



Chill Makeup Setting Spray – Cooling And Hydrating

(118ml/1,300บาท)


ตัวนี้ตอนแรกคาดว่ามันจะเย็นสดชื่นแบบเต็มสตรีม แต่หักมุมสุด เพราะมันไม่ได้เย็นจี๊ดแบบที่คาดไว้

(ว่าจะพกไปทะเล ฉีดผิวเย็นๆ สักหน่อย เดี๋ยวพกรุ่น de-slick ไปแทน 555)

ซึ่งสำหรับตัวนี้จะเอาใจสาวกสาวผิวแห้ง ที่ต้องการลุคผิวดิวอี้แบบธรรมชาติ

ช่วยเซ็ตเมคอัพให้สวยทนตลอดวัน หรือนอกจากการใช้เซ็ตเมคอัพแล้ว

เล็ดลับอีกอย่างที่ช่างแต่งหน้าชอบใช้ คือการสเปรย์ไปที่แปรงแต่งหน้า 

แล้วแตะอายแชโดว์ขึ้นมาแต่งตา

ก็จะได้สีที่ชัดขึ้นแถมติดทนนาน หรือบางทีจอยเห็นเมคอัพกูรูต่างชาติบางคน

สเปรย์ไปที่แปรงรองพื้น ก่อนจะใช้ลงรองพื้น เพื่อให้ทุกอย่างลื่นขึ้น เกลี่ยรองพื้นได้เนียนสมูทขึ้น

เอาจิงๆ พวก Setting Sprays คือทำได้หลายอย่างมากกก ในขั้นตอนการแต่งหน้า

ปล. รุ่นนี้ไม่มีไซส์เล็กนะจ้า



จบการรีวิวไปแล้ว ต่อมาที่ How-To แต่งหน้า 

พร้อมทั้งทดสอบความติดทนของ Setting Spray ให้ดูกันค่ะ !

ลุคในคราวนี้จะเน้นโทนสีม่วงๆ แน่นปังกันไปเลย


เริ่มจากการเตรียมผิว (พังๆ) ด้วย Quick Fix Hydra-Charged Complexion Prep Sprays

อย่าลืมเขย่าขวดก่อนใช้ด้วยนะฮะ สเปรย์ห่างจากผิวประมาณ 8-10 นิ้ว กดพอให้ทั่วหน้า

ฉีดแล้วจะทำให้ผิวรู้สึกเย็นสดชื่นนนนน ผิวแห้งๆ โทรมๆ ก็จะดูสดใสสดชื่นขึ้นมาทันที



ตามด้วยการลงผิว เคล็ดลับของจอยคือใช้สเปรย์  Quick Fix Hydra-Charged Complexion Prep

ฉีดที่ Beauty Bleander ให้หมาดๆ ก่อนจะใช้ลงรองพื้น

เพื่อให้ได้ลุคที่สวยฉ่ำกำลังดี แถมได้รับการบำรุงผิวไปในตัว


เซ็ตรองพื้นด้วยแป้งฝุ่นโปร่งแสง กดด้วยพัฟนุ่มๆ ให้ทั่วหน้า พยายามอยากปาดแล้วลาก

ไม่งั้นรองพื้นจะกลายเป็นคราบได้ค่ะ เน้นบริเวณ T-Zone เพื่อให้แป้งช่วยซับความมัน

ใครที่ชอบลุคดิวอี้สามารถเว้นไม่ลงแป้งบริเวณแก้มก็ได้ค่ะ

สร้างมงให้ใบหน้า เขียนคิ้วด้วยดินสอเขียนคิ้ว โดยวาดโครงคิ้วจากด้านนอก

แล้วค่อยๆ เติมด้านใน เกลี่ยด้วยหัวแปรงเพื่อไม่ให้คิ้วดูแข็งจนเกินไป

จากนั้นตามด้วยมาสคาร่าคิ้วเพื่อปัดให้คิ้วดูซอฟท์ลง


แต่งตาโทนสีชมพู-ม่วง ด้วยพาเลตต์ Naked 3 จาก Urban Decay

เกลี่ยให้สีฟุ้งขึ้นด้านบนและคัดเบ้าบางๆ ก่อนจะไล้ขอบตาด้วยสีเข้ม

เพื่อเป็นการสร้างอายไลน์เนอร์ให้ตาดูกลมขึ้น


ดัดและปัดขนตาด้วยมาสคาร่า ที่ช่วยทำให้ขนตาเรียงเส้นสวย

ด้วยความที่มีขนตาอันน้อยนิด เพิ่มความฟูร่าด้วยขนตาปลอมฟูๆ หนาๆ เพื่อดวงตากลมโต


สร้างดั้งและเฉดดิ้งผิวให้ดูมีมิติมากยิ่งขึ้น ด้วยแปลงหัวกลมๆ เล็กๆ


ปาดปากสีแดงบานเย็นอมม่วง เริ่มจากเขียนขอบปากด้วยลิปดินสอ ก่อนจะลงทับด้วยลิปสติก

และปิดท้ายด้วยลิปกลอสเพื่อให้ริมฝีปากดูฟูอิ่ม


เพิ่มไฮไลท์ให้ผิวด้วย โดยจอยเน้นบริเวณโหนกแก้ม และปลายจมูก


เซ็ตผิวด้วย All Night Makeup Setting Spray โดยเทคนิกการฉีดคือ 

ขยับการสเปรย์ให้เป็นตัว ‘X’ และ ‘T’

ก็จะทำให้ละอองสเปรย์ทั่วถึงทั้งใบหน้า และไม่กองอยู่ที่ใดที่หนึ่ง

(อย่าลืมเขย่าขวดก่อนใช้เหมือนเดิมนะจ้า)


แค่นี้เราก็จะได้ผิวที่สวยเป๊ะ กำลังดี ดูเป็นธรรมชาติแบบสุดๆ และติดทนนานตลอดทั้งวันแล้ว


สำหรับใครที่อยากจัดมาลอง แต่มันมีหลายสูตรเหลือเกิน ไม่รู้จะเริ่มที่อันไหนดี

จอยเจอสูตรที่เลิฟสุดๆ จนอยากแนะนำให้ทุกคนพุ่งตัวไปสอยมาลองเป็นอันดับแรก

คือ De-Slick Makeup Setting Spray – Oil Control เพราะเหมาะกับสาวไทยมากกกกก

ยิ่งใกล้หน้าร้อนแบบนี้ หน้ามันเยิ้มคือไม่โอเคสุดๆ และสเปรย์ตัวนี้มันก็ช่วยควบคุมความมันได้ดีเลย

แต่ยังไงลองเลือกสูตรที่สาวๆ คิดว่าตรงกับความต้องการของตัวเองดูนะ!



จากนั้นจอยก็ไปใช้ชีวิตต่อ วิ่งไปทำผมที่ central embassy แว๊นมอไซต์มาต่อที่จุฬา (ขนตากระพือ)

นั่งดูคอนเสิร์ตแถวคณะ ท่ามกลางอากาศที่อบอ้าว

แล้วสุดท้าย มาถ่ายรูปเล่นกับเพื่อต่อที่ร้าน B-story ที่ coco-walk ราชเทวี

หน้ายังคงเป๊ะปัง ถ่ายรูปสวยงามเริศมาก บู๊เช้าจรดค่ำ

เจอทุกสภาพอากาศแต่คือสตรองมากก เมคอัพสตรองสุด

แล้วที่สำคัญ หน้าไม่มัน ไม่ต้องซับ ไม่วาวเลย !!! รัวมืออออ



ลองไปหามาเล่นกันดูนะคะ เพราะจอยลองแล้วมันเวิร์ค

หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ทุกคนนะคะ

แล้วพบกับจอยใหม่บทความหน้าจ้า ขอบคุณค่ะ





Create Date : 06 เมษายน 2560
Last Update : 14 เมษายน 2560 21:29:34 น.
Counter : 2080 Pageviews.
1 comment
(โหวต blog นี้) 
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  

LoveBerryJoyJee
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]



loveberry joyjee
See my Art work, Graphic Design