Group Blog
 
All Blogs
 

ไข่ลูกเขย







** ไข่ลูกเขย **


เมนูง่ายแสนง่ายที่ดูคล้ายยุ่งยาก
======================


สมัยนี้เมนูไข่ลูกเขย หาทานยาก

เคยแวะตามร้านข้าวราดแกงต่างๆ

ส่วนมากแม่ค้า จะประยุกต์ น้ำราด

โดยการใช้ ซอสมะเขือเทศ

ผสมแป้งข้าวโพด หรือแป้งมันเพื่อความหนืด

พอกินเข้าไป รสชาติ จะแหยะๆ เลี่ยนๆ ไม่อร่อยเลยค่ะ

รู้สึกผิดหวังมาก บอกเลย !!


จำได้ว่า เมื่อตอนอยู่ ซักราวๆ ประถม 4 หรือ 5

แม่เคยสอนให้ทำให้ไข่ลูกเขยด้วย

วิธีการสอนของแม่ คือแม่จะยืนบอกบท

แล้วให้เราลงมือทำ การสอนแบบนี้

จะทำให้เราจดจำได้ ไม่เคยลืม

แม้เวลาจะล่วงผ่านมาหลายสิบปีแล้วก็ตาม



เครื่องปรุงของไข่ลูกเขย

แทบไม่ต้องไปหาซื้ออะไรเพิ่มเติมเลยค่ะ

ของทุกอย่างที่ใช้ ส่วนมากจะมีอยู่ในครัวแล้วทั้งสิ้น

"คนแต่แรก" (เป็นภาษาใต้ แปลว่า คนโบราณ คนสมัยก่อน)

ในครัวนี่ จะไม่เคยขาดของจำเป็นพื้นฐานในการปรุงอาหาร

เช่น พริก กะปิ เกลือ หอม กระเทียม น้ำตาล มะขามเปียก ฯ



แม่สอนตั้งแต่การต้มไข่

ให้ใส่น้ำกับไข่ พร้อมกันเลย ตักเกลือใส่ ต้มด้วยไฟกลาง

อย่าใช้ไฟแรงเดี๋ยวไข่แตก สักพักใหญ่ๆ

กะว่าไข่สุก ให้เอามา แช่น้ำเย็นทันที จะปอกง่าย

ปอกเสร็จใส่ตะแกรงให้สะเด็ดน้ำ



พอน้ำแห้ง นำไข่ไปทอด ในน้ำมันที่ร้อนจัดพอสมควร

ขั้นตอนนี้ อย่าขี้เหนียวน้ำมันนะคะ 

ไม่งั้นผิวรอบนอกของไข่จะไม่ฟู สวย

แล้วก็อย่าทอดทีละหลายฟองเกินไป 

ต้องดูสัดส่วนน้ำมันด้วย เพราะถ้าใส่ไข่ลงไปเยอะ

ความร้อนของน้ำมัน จะโดนถ่ายเท ไปที่ไข่ต้มอย่างรวดเร็ว

ทำให้ทอดออกมา ผิวภายนอกจะดูด้านๆ ไม่น่ากิน



หอมแดงซอย สักถ้วยโตๆ

พริกแห้งทอดไฟอ่อน เตรียมไว้

มะขามเปียก หยิบมาสักก้อนขนาดกำปั้น

นำมาขยำกับน้ำ ให้เข้มข้นสักนิด

อย่าให้น้ำโหรงเหรงเกินไป ไม่งั้นเปลืองไฟแย่เลยค่ะ

เพราะต้องเคี่ยวกันนาน

กรองแยกน้ำมะขามเปียกเตรียมไว้

กากมะขามเปียก ใส่ชามพักไว้ก่อน

แม่บอกว่า "ห้ามทิ้ง"



ทีนี้ก็เริ่มปรุงกันเลยค่ะ

เจียวหอมแดงให้หอม กรอบ จนเป็นสีเหลืองทอง

ตักใส่ชามไว้ ส่วนนึง

อีกส่วนเหลือไว้ในกระทะ

น้ำมันที่เจียวหอมแดง เทออก เหลือไว้ก้นกระทะ นิดหน่อย

ตักน้ำตาลปิ๊ปลงกระทะ สักก้อน เท่ากำปั้นโตๆ

ผัดไฟอ่อนจนน้ำตาลปี๊บละลาย

เทน้ำมะขามเปียกลงไป

เติมน้ำปลาดี เคียวจนหนืด ชิมรสชาติ

หวาน เปรี้ยว เค็ม ตามชอบ

แล้วก็นำมาราดบนไข่ทอดที่ผ่าซีกไว้

โรยด้วยหอมเจียวที่เหลือ พริกทอด และผักชี

เท่านี้เป็นอันเรียบร้อยค่ะ

ได้กินไข่ลูกเขยแบบอร่อย ถึงใจแล้วค่ะ




** กากมะขามเปียก ที่แม่ไม่ให้ทิ้ง

เพราะแม่บอกให้พวกเรา เอาไปขัดข้อศอก ขัดหัวเข่า

ที่ดำปิ๊ดปี๋ จากการเล่นซน ให้ผิวผ่องใส เนียนกริ๊บ

(สงสัย กลัวลูกสาวขายไม่ออก ยามโตเป็นสาวค่ะ ฮาาา)

คนแต่แรก จะสอนให้ ใช้ของทุกอย่างให้คุ้มค่า




** น้ำราดไข่ลูกเขย สามารถเคี่ยวไว้เยอะๆได้

ที่เหลือก็เก็บใส่ ตู้เย็นไว้ทำทานได้ อีกหลายครั้งค่ะ




 

Create Date : 04 สิงหาคม 2558    
Last Update : 4 สิงหาคม 2558 13:13:36 น.
Counter : 2893 Pageviews.  

ดอก ใบ ชุบแป้งทอด







** ดอก ใบ ชุบแป้งทอด **


แม่บอกว่าเป็นอาหารนางฟ้า

=========================================

ในวันหยุด เสาร์ อาทิตย์ เด็กๆจะอยู่กันเต็มบ้าน หลังจากช่วยงานบ้านเสร็จ

ยามบ่ายแก่..แก่ จะเริ่มหิวกันอีกครั้ง แม่ก็จะบอกให้เด็กๆ เข้าไปในสวน

แจกตะกร้าเล็กๆคนละใบ ไปช่วยกันเก็บยอดผักที่กินได้มาไม่ว่าจะเป็น 

ผักหวาน ผักบุ้ง ผักกูด ฯลฯ แล้วก็เก็บสารพัดดอกไม้ ที่มีในสวนขณะนั้นมาด้วย

ทั้งดอกบัว อัญชัญ ดอกเล็บมือนาง ดอกเข็ม ดอกชมจันทร์ ฯลฯ


เก็บได้พอสมควร ก็รีบกลับมาบ้านด้วยความตื่นเต้นเพราะแม่บอกว่า 

วันนี้จะทำอาหารนางฟ้าให้ชิม.. อู้ฮู้ !! อาหารนางฟ้าเป็นยังไงน๊อ ?

พวกเราก็กระตือลือร้น แห่กันเข้าครัว เพื่อจะไปดูว่า แม่จะทำอะไร

ทุกคนกุลี กุจอ ตั้งใจช่วยงานกันอย่างเต็มที่ แม่ให้ล้างและทำความสะอาด 

ผักและดอกไม้ที่เก็บมา ดอกบัวแกะเป็นกลีบๆ ดอกเข็มก็ดึงเกสรออก

ส่วนดอกชมจันทร์อันนี้สำคัญ แม่สอนว่า ต้องดึงเกสรออกให้หมด

ไม่งั้น อาจจู้ดๆ ได้ เพราะเกสรดอกชมจันทร์ มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ


แม่พูดขึ้นมา.."วันนี้แม่จะเอาทั้งดอกและใบพวกนี้มาชุบแป้งทอด" 

"นางฟ้า จะกินแต่ของสวยๆ หอมๆและมีประโยชน์ นางฟ้าเลยสวย"

เมื่อเติบโต ฉันจึงรู้ว่านั่นเป็นกุศโลบายของแม่ ที่จะให้เด็กๆ ไม่งอแง 

ที่ต้องกินผัก


แล้วแม่ก็ไปหยิบแป้งข้าวจ้าว มาผสมกับแป้งสาลี ใส่เกลือเล็กน้อย ผสมกับน้ำ 

พอเหลวๆ  แล้วเติมน้ำปูนใสลงไปนิดหน่อย แม่บอกว่า น้ำปูนใส 

จะช่วยให้แป้งกรอบได้นานขึ้น


หลังจากนั้น แม่ตั้งน้ำมันบนไฟร้อนปานกลาง แล้วค่อยๆเอาของประดามี 

ที่เตรียมไว้ หย่อนชุบลงไปในแป้ง ให้แป้งเกาะบางๆ ทอดพอเแป้งเหลืองกรอบ 

ตักขึ้นมาสะเด็ดน้ำมัน


น้ำจิ้มก็หากันง่ายๆในครัวนั่นแหละค่ะ ซอสพริกแบบเผ็ดน้อย เทใส่ถ้วย

เด็กๆ นั่งล้อมวง แย่งกันกินอาหารนางฟ้าของแม่อย่างสนุกสนาน

ทอดไป กินไป หยอกล้อ กันไปเป็นอีกช่วงเวลาหนึ่ง ของชีวิตที่ยากที่จะลืม


แม่มักสอนเสมอว่า ** ให้กินง่าย อยู่ง่าย แต่อย่ามักง่าย **




 

Create Date : 03 สิงหาคม 2558    
Last Update : 3 สิงหาคม 2558 1:28:55 น.
Counter : 813 Pageviews.  

"ข้าวต้ม ต้มข้าว" ข้าวใหม่ ๆ จากผืนดิน





"ข้าวต้ม ต้มข้าว"

ข้าวใหม่ ๆ จากผืนดิน

=======================


เมื่อครั้งที่ พ่อแม่ ต้องย้ายถิ่นฐานไปทำงานในพื้นที่อันตราย พวกเราเด็กๆ ต้องถูกส่งตัวไปพักอาศัยอยู่ที่บ้านยาย บ้านยายอยู่ในชนบท และ ตอนนั้น บ้านยายทำนาไว้กินเองด้วย ช่วงเกี่ยวข้าว เด็กๆ จะสนุกกันมาก ไม่ได้ช่วย ทำงานหรอกค่ะแต่จะเก็บเอาซังข้าวมาทำเป็นปี่ซังข้าว เล่นกันเป็นที่สนุกสนาน


เมื่อรวงข้าวถูกเก็บเกี่ยวมาจนหมด ยายก็จะทำการ หุงข้าวใหม่ ให้กินกัน
ข้าวใหม่จะหุงยาก ต้องใส่น้ำน้อยๆ ไม่งั้นจะแฉะง่าย ข้าวใหม่ๆ จะ หอมมาก  นุ่ม หนุบ เหนียว และมียาง เคยได้ยินมั้ยคะ คำว่า ยางข้าว หรือ ข้าวมียาง


ข้าวใหม่ จะต้องกินกับพวก ของทอด หรือ ของปิ้งย่างเช่นปลาเค็ม 
หมูเค็ม ปลาย่าง เท่านั้น ถึงจะอร่อย ข้าวใหม่ ไม่เหมาะกับอาหารประเภทแกงเผ็ดเท่าไหร่นัก เพราะจะเลี่ยน


ข้าวใหม่ๆ จากฤดูกาล บางครั้งก็จะถูกนำมาต้ม ทำเป็นข้าวต้ม ให้ข้นๆ 
จะอร่อยมาก ทั้งกลิ่นหอมจากข้าว ทั้งความหวานธรรมชาติ และความมันในเนื้อข้าว เป็นอะไรที่ บรรยายออกมาเป็นตัวอักษรไม่ได้เลย หอมกว่า ข้าวต้มที่ใส่ใบเตย ลงไปเสียอีกค่ะ

วันไหนที่ยายต้มข้าวใหม่ เมนูที่ยายมักชอบทำให้เด็กๆ คือ ปลาอินทรีย์เค็ม เนื้อดีๆ ทอดกรอบนอกนุ่มใน ใช้ไฟแรงปานกลาง จะหอมตลบอบอวล กระจายไปสามบ้าน แปดบ้านเลยทีเดียว


แล้วก็มีไข่เค็มผ่าซีก วางลงคู่กับปลาเค็ม ง่ายๆ แค่นี้ เด็กๆ อย่างพวกเรา ก็ ลุกขึ้น  ลุกเดิน ผลัดกันไปเติมข้าวต้มครั้งแล้ว ครั้งเล่า กว่าจะรู้ตัว ก็แทบยืนไม่ขึ้นแล้วค่ะ


พุงกางงง !!!


ได้กลิ่นปลาเค็มทอดมั้ยคะ ? 




 

Create Date : 31 กรกฎาคม 2558    
Last Update : 31 กรกฎาคม 2558 18:38:54 น.
Counter : 749 Pageviews.  

ต้มส้มปลาทู แบบปักษ์ใต้






ต้มส้มปลาทู แบบปักษ์ใต้

เมื่อตอนที่ฉันยังเป็นเด็กข้างรั้วบ้านเรา มีต้น "ส้มหลิ๊งปิ๊ง" (ตะลิงปิง) 
อยู่ต้นนึงกำลังติดผล อยู่เต็มต้น 

เช้านั้น.. แม่บอกว่า.. เดี๋ยววันนี้จะสอนให้ทำต้มส้มปลาทูกับส้มหลิ๊งปิ๊ง

ก่อนอื่น ให้ไปตัดตะไคร้ มาสักสาม สีต้น ขุดขมิ้น ขุดหัวข่า มาอย่างละแง่ง
เด็ดใบมะกรูด อ่อนๆ มานิดหน่อยด้วย อ่อ แล้วอย่าลืมเก็บส้มหลิ๊งปิ๊ง 
มาสักตะกร้าเล็กๆ นะ ล้างทุกอย่างให้สะอาด ใส่ตะกร้าเตรียมไว้

แล้วแม่ก็ให้เงินฉันไปซื้อปลาทูนึ่งที่ตลาดมาสองเข่ง

...

บทเรียนก็เริ่มต้นที่ในครัว

แม่บอก บุบตะไคร้ บุบขมิ้น ใส่ในหม้อ ข่าอ่อนนั่น หั่นเป็นชิ้นๆ ใส่ลงไป
ไปหยิบหัวหอมแดงในตะกร้ามา สักหน่อย ปอกแล้วบุบพอแตก โยนลงไป 
ตักเกลือใส่สักนิด

เอาขันนี่ ไปตักน้ำฝนในโอ่งมา ใส่ลงไปค่อนหม้อ เอ้า ยกขึ้นไปตั้งไฟ
ระหว่างรอน้ำเดือด ก็ผ่าครึ่งส้มหลิ๊งปิ๊ง รอไว้



น้ำเดือดแล้วใช่มั้ย ? ใส่ปลาทูนึ่งลงไป ถ้าปลาตัวไม่ใหญ่เกินไป
ก็ใส่ไปทั้งตัว แต่ถ้าปลาตัวใหญ่ ก็หักท่อนซะก่อน

รอจนน้ำเดือดอีกครั้ง

คราวนี้ก็ใส่ ส้มหลิ๊งปิ๊งลงไป เติมน้ำปลา น้ำตาลเล็กน้อย ชิมดูให้รสออกเปรี้ยวนำ 
เค็มตาม หวานพอปะแล่มๆ ถ้ายังเปรี้ยวไม่พอโยนส้มหลิ๊งปิ๊งลงไปเพิ่ม
ชิมดูจนพอใจ ยกหม้อลงจากไฟ โรยด้วยใบมะกรูดอ่อนๆ


กลิ่นเครื่องเทศ สมุนไพร หอมยั่วกระเพาะจัง อดรนทนไม่ไหว
พี่ๆน้องๆไปคดข้าวใส่ชาม คนละชาม ตักปลาทูตัวนึง ราดน้ำต้มส้ม 
จนเจิ่งนอง ยกไปนั่งกิน ชามใครชามมัน ส่วนของพ่อแม่ ตักต้มส้มใส่ชาม
บุบพริกลงไปนิดหน่อย พอมีรสเผ็ดนิดๆ


เมื่อทุกคนอิ่ม ข้าวก้นหม้อ หัวปลาทู น้ำต้มส้มเคล้ากัน
แบ่งให้บรรดา หมาๆ ชิมด้วย มื้อนี้..มีความสุข ทั้งครอบครัว..


**แค่คิดย้อนอดีต ก็สุขใจ




 

Create Date : 30 กรกฎาคม 2558    
Last Update : 31 กรกฎาคม 2558 18:13:45 น.
Counter : 761 Pageviews.  


ป้าซ่าส์
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




วันเปลี่ยน คนเปลี่ยน







Friends' blogs
[Add ป้าซ่าส์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.