OLOS IN TURKEY : ตุรกี ดินแดนสองทวีป ทัวร์ 8 วัน 5 คืน บินตรง + บินภายใน : 2

อ่านตอนที่ 1

เช้าวันใหม่ที่ คัปปาโดเกีย ปกติเราจะต้องได้ไปขึ้นบอลลูนชมวิวสวยๆ ของเมือง  
แต่วันนี้อากาศไม่ดี ถึงจะจองบอลลูนได้ ก็อดขึ้นอยู่ดีครับ  วันนี้จึงไม่มีโอกาสเห็นบอลลูนขึ้นเต็มท้องฟ้า
ไม่เป็นไรครับ ไม่ขึ้นก็ประหยัดตังในกระเป๋า 555 ปลอบใจตัวเอง





มาทานมื้อเช้ากันดีกว่าครับ มื้อนี้เป็นมื้อที่อร่อยที่สุดในทริปก็ว่าได้
เพราะไกด์เตรียมมาจากไทย ข้าวต้ม ไข่เค็ม ผักกาดดอง ปลาทอด
ผักกาดดองนี่ช่วยแก้เลี่ยนจากหลายๆมื้อที่ผ่านมาได้ดีเลยครับ



ออกจากโรงแรม เราไปชมพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง เกอเรเม่ Goreme Open Air Museum
ในช่วง ค.ศ.9 ที่นี่เป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ ซึ่งเป็นความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการจะเผยแพร่ศาสนา
โดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมาก เพื่อสร้างโบสถ์ และ ยังเป็นการป้องกันการรุกรานของชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์
ภายในจะมีโบสถ์ ลักษณะจะเป็นห้องขนาดเล็กอยู่ตามถ้ำ เปิดให้ชมแต่ไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปนะครับ










ออกจากพิพิธภัณฑ์เกอเรเม่ ตรงทางเข้าจะมีร้านขายของที่ระลึกอยู่ ร้านนี้ซื้อได้ครับ ราคาไม่แพง



ระหว่างทางเดินลงไปยังลานจอดรถด้านล่าง มีบรีการให้ขี่อูฐด้วย







บรีเวณด้านล่างก็มีร้านขายของที่ระลึกเรียงรายตลอดทางครับ พวงกุญแจบลูอายส์ 4 อัน 10 ลีรา
แต่ถ้าไปซื้ออิสตัลบูล เจอบางร้าน 5 อัน 10 ลีราครับ


จากนั้นแวะไปทานมื้อเที่ยงกันที่ร้าน Han Restaurant ครับ





เจ้าแมวตัวนี้คอยรับแขกอยู่หน้าร้านอาหารครับ น่ารักเชียว
เวลาเรียกมัน ห้ามเรียก เมี๊ยวๆ นะครับ คนตุรกีบอกว่า ต้องเรียก ซิบๆ ถึงจะมา



ทานเสร็จก็เดินไปชมโรงงานผลิตเซรามิค Venessa Selamik ที่อยู่ใกล้ๆกัน
บางใบสะท้อนแสงในที่มืด เป็นลวดลายเฉพาะของที่นี่เท่านั้น
งานแต่ละชิ้นสวยมาก ส่วนราคาก็สูงมากกกกเช่นกันครับ  อยากจะซื้อสักชิ้น แต่หมดปัญญาจริงๆ








จากนั้นประมาณบ่ายสอง เราก็เดินทางต่อไปยัง นครใต้ดินไคมัคลี Underground City of Derinkuyu or Kaymakli
ที่แห่งนี้เกิดจากการขุดเจาะพื้นดินลึกลงไป 10 กว่าชั้น เพื่อใช้เป็นที่หลบภัย จากข้าศึกศัตรู
นครใต้ดินแห่งนี้มีชั้นล่างที่ลึกที่สุด ถึง 85 เมตร ภายในเมืองใต้ดินนี้ มีพร้อมทุกอย่าง
ทั้งห้องโถง ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องถนอมอาหาร ห้องครัว ห้องอาหาร โบสถ์ ทางหนีฉุกเฉิน











ภายในถ้ำอากาศเย็นสบาย เนื่องจากมีการเจาะรู เพื่อการถ่ายเทอากาศ


จากนครใต้ดิน ทัวร์พาไปแวะถ่ายภาพตรงจุดนี้ด้วยครับ



ร้านขายของที่ระลึกตรงนี้ราคาไม่แพงเลยครับ


ประมาณเกือบสี่โมงเย็น เราแวะไปทานอาหารกันก่อนขึ้นเครื่องครับ
มื้อนี้เป็นข้าวกับปลาย่าง ค่อยยังชั่ว








จากนั้นเราก็เดินทางต่อไปยังสนามบิน Kapadokya Havalimani Airport เมืองเนฟเชียร์ เพื่อเดินทางไปยังเมืองอิสตัลบูล
สนามบินแห่งนี้มีขนาดเล็กมากครับ ต้องเดินออกมาขึ้นเครื่องที่จอดอยู่ด้านนอก
ตอนกำลังจะเดินขึ้นเครื่อง น้องชายนึกได้ว่าลืมกระเป๋าไว้ตรงที่นั่งรอ ต้องรีบวิ่งกลับไปเอา ดีที่ยังอยู่




จากสนามบินอิสตันบูล นั่งรถบัสมายังโรงแรม Gonen Hotel Yeni Bosna
กว่าจะได้เข้าห้องก็ประมาณ ห้าทุ่ม ละครับ






ตอนเช้าทานอาหารที่โรงแรม ไลน์อาหารที่นี่ก็ทั่วไปนะครับ



จากนั้นเราก็ออกเดินทางเที่ยวภายในเมืองอิสตัลบูล เช้านี้มีฝนตกครับ
สองข้างถนนภายในตัวเมือง ประดับประดาไปด้วยดอกไม้อย่างสวยงาม





แวะกันที่ร้านเสื้อหนังกันก่อนครับ มีนายแบบ นางแบบ มาเดินแบบเสื้อหนังให้ชมกันด้วย
ใครชอบเสื้อตัวไหน ก็จดหมายเลขไว้ครับ แต่ราคาสูงเอาเรื่องครับ




จากนั้นเราเดินทางต่อไปยัง พระราชวังทอปกาปึ Topkapi Palace







ผ่าน Blue Mosque กำลังซ่อมแซมอยู่ครับ





Mosque of Hagia Sophia


พระราชวังทอปกาปึ สร้างขึ้นในสมัยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 และได้เปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี ค.ศ.1924
พิพิธภัณฑ์พระราชวังทอปกาปึแห่งนี้ มีห้องที่น่าสนใจ คือ ห้องท้องพระคลัง ซึ่งเป็นที่เก็บสมบัติ และวัตถุล้ำค่ามากมาย
โดยมี กริชแห่งทอปกาปึ ตัวด้ามประดับด้วยมรกตเม็ดใหญ่ 3 เม็ด กับเพชร 86 กะรัต เป็นไฮไลท์สำคัญ

บริเวณทางเข้าครับ นักท่องเที่ยวเยอะมาก



เมื่อเข้ามาจะเป็นทางเดินยาว ด้านข้างเป็นสนามหญ้า














ด้านหลังจะติดกับทะเลครับ จุดนี้จะมีนักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปกันเยอะมาก
และตรงนี้เอง ขณะที่เรากำลังถ่ายรูปอยู่ ก็มีผู้หญิงคนนึงมายื่นมือถือให้พี่สาวช่วยถ่ายรูปให้หน่อย
พี่สาวก็ยื่นมือถือมาให้เราถ่าย ถ่ายให้ไป 2-3 รูป  ก็ไม่มีอะไร
แต่หลังจากออกจากพระราชวัง เดินไปตามถนน เพื่อไปยังร้านอาหาร
พี่สาวรู้สึกว่ากระเป๋าสะพายเปิดอยู่ จึงเปิดดู พบว่าซองเงินในกระเป๋าหายไป เลยไม่แน่ใจว่าจะหายจากตรงจุดนี้หรือเปล่า
เพราะมาคิดๆดู ก็ยังไม่รู้ว่าหายไปตอนไหน มีผิดสังเกตแค่ตรงที่มีคนเอามือถือมายื่นให้ถ่ายแค่นั้นครับ  หมดไปหมื่นกว่าบาท













 
ออกจากพระราชวัง เดินตามทางข้างถนน ไปยังร้านอาหารครับ
มื้อนี้เป็นอาหารจีนด้วย แต่กินไม่อร่อยเลย มัวแต่ยุ่งเรื่องเงินหาย




จากนั้นไปชมฮิปโปโดรม Hippodrome หรือสนามแข่งม้าโบราณ
มีเสาโอเบลิสค์ ซึ่งเหลือแค่ส่วนปลายที่ยาว 20 เมตร แต่ก็ยังมีความสวยงามอยู่มาก เพราะมีงานแกะสลักที่มีความหมาย และมีค่ายิ่ง






จากนั้นเดินไปชม Blue Mosque หรือ สุเหร่าสีน้ำเงิน ที่เรียกแบบนี้ เพราะใช้กระเบื้องสีน้ำเงินในการตกแต่งภายใน
ทำเป็นลายดอกไม้ต่างๆ ทั้งดอกกุหลาบ ทิวลิป คาร์เนชั่น  และมีเอกลักษณ์อีกอย่างที่อยู่ภายนอก
คือ หอประกาศเชิญชวน เมื่อถึงเวลาทำพิธีละหมาด Minaret จำนวน 6 หอ
เท่ากับสุเหร่าที่นครเมกกะ  (ที่นี่ผู้หญิงต้องแต่งกายรัดกุม และมีผ้าพันศรีษะด้วยครับ)












จากนั้นเดินต่อไปที่ สุเหร่าเซนต์โซเฟีย Mosque of Hagia Sophia ซึ่งเป็น 1 ใน7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง
ปัจจุบันใช้เป็นที่ประชุมสวดมนต์ของชาวมุสลิม  ในอดีตโบสถ์แห่งนี้เป็นโบสถ์ทางศาสนาคริสต์ ภายในมีเสาที่สลักอย่างงดงาม 108 ต้น
































และที่สุดท้ายของวันนี้ คือ อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาตัน YeREBATAN Sarnici
สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิจัสตินเนียน ในปี ค.ศ.532 เพื่อเป็นที่เก็บน้ำสำหรับใช้ในพระราชวัง
สำรองไว้ใช้ในยามที่กรุงอิสตันบูล ถูกข้าศึกปิดล้อมเมือง






ฐานเสาสลักเป็นรูปหน้าของเมดูซ่า อย่าเผลอจ้องตาเชียวนะ



จากนั้นไปทานมื้อเย็น ก่อนเข้าโรงแรมครับ มื้อไหนมีข้าวกับปลาย่าง มื้อนั้นรอดตายแล้ว








เช้าวันสุดท้ายในเมืองอิสตันบูล วันนี้ฝนก็ยังคงตกอยู่เหมือนเดิมครับ อากาศไม่ค่อยดีเลย



วันนี้เราจะไปเที่ยวกันที่ พระราชวังโดลมาบาเช่ ซึ่งจะผ่านสนามกีฬา BJK Vodafone Park






พระราชวังโดลมาบาเช่ Dolmabache เป็นพระราชวังที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญอย่างสูงสุดทั้งทางวัฒนธรรม และทางวัตถุของจักรวรรดิออตโตมัน
ใช้เวลาก่อสร้างทั้งหมด 12 ปี  เป็นศิลปะผสมผสานของยุโรป และตะวันออก ที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม
ภายนอกเป็นสวนดอกไม้ อยู่โดยรอบพระราชวัง ภายในเป็นห้องต่างๆ และฮาเร็ม
ตกแต่งด้วยโคมระย้า บันไดลูกกรงแก้วเจียระไน และมีโคมไฟขนาดใหญ่ หนักถึง 4.5 ตัน
ภายในไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปนะครับ แต่สวยและหรูมาก

















Clock Tower


จากนั้น มื้อเที่ยง ไปทานอาหารกันที่ร้าน Kebap House Restaurant
ภายในตกแต่งสวยมากครับ มีโคมไฟห้อยเต็มเพดาน เป็นอีกหนึ่งมื้อที่อร่อยมากครับ














จากนั้นไปล่องเรือในทะเล ผ่านช่องแคบฟอสฟอรัส ซึ่งแบ่งระหว่างยุโรป และเอเชีย
เชื่อมทะเลดำ กับทะเลมาร์มาร่า เข้าด้วยกัน มีความยาว 32 กิโลเมตร
บรรยากาศสองฝั่งทะเล สวยงามมากครับ ท้องฟ้าก็เป็นใจ












พอขึ้นฝั่งแถวๆ Galata Bridge เราก็เดินไม่ไกลมายังตลาด Spice Market






ตลาด Spice Market หรือ ตลาดเครื่องเทศ มีของขาย ของฝากหลากหลายชนิด
ที่เด่นๆ เห็นจะเป็นขนม Turkish Delight มีหลายเจ้า หลายราคา
นอกจากนั้นก็มีพวกของที่ระลึก อย่างพวงกุญแจ จาน ชาม ก็สามารถหาซื้อได้ที่ไหน
เผลอๆบางอย่างราคาอาจจะถูกกว่าที่เราซื้อมาก่อนหน้านี้ด้วยครับ 555








ร้านขายเคบับ บริเวณทางออกด้านหลัง ไม่ค่อยถูกปากเท่าไร
แถวนี้มีร้านรับแลกเงินด้วยครับ ใครตังค์ไม่พอก็มาแลกได้




ข้างๆ ตลาดยังมีร้านขายไม้ดอก  ต้นไม้ สัตว์เลี้ยง ด้วยนะครับ
ไปเดินดูเพลินๆ  นี่ก็ได้หัวไม้ดอกกลับมานิดนึง




จากนั้นเราเดินทางไปยังย่านทักซิม สแควร์ Taksim Square ถึงที่นี่ประมาณทุ่มนึง มีเวลาให้เดินประมาณชั่วโมงครึ่ง
ย่านนี้เป็นย่านคึกคักมากที่สุดในมหานครอิสตันบูล
คำว่า Taksim หมายถึง การแบ่งแยก การกระจาย ซึ่งมีที่มาจากในสมัยของ Sultan Mahmud I
ที่นี่เคยเป็นที่ตั้งของอ่างเก็บน้ำในยุคของออตโตมัน  และเป็นจุดที่สายน้ำจากทางตอนเหนือ ถูกรวบรวม และกระจายออกไปยังส่วนอื่นๆ ของเมือง
นอกจากนั้น  Taksim ยังหมายถึงรูปแบบดนตรีพิเศษในเพลงคลาสสิตของตุรกีด้วย
ย่านนี้มีทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ฟาสท์ฟู้ด ร้านเสื้อผ้า ห้างสรรพสินค้า ให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินตลอดเส้นทาง








หลังจากนั้นเราก็เดินทางต่อไปยังสนามบินเพื่อขึ้นเครื่องกลับครับ ไฟลท์ออก 01.25 น.
เช็คอินเอง โหลดกระเป๋าเองทุกขั้นตอนเลยครับ
เป็นอันจบทริปเที่ยวตุรกีในช่วงเทศกาลสงกรานต์ครับ
หลังจากเที่ยวจบ ถ้าถามว่าประทับใจอะไรที่สุด คงจะเป็นพระราชวังโดลมาบาเช่ ครับ
ล่องเรือช่องแคบฟอสฟอรัสก็ดี จริงๆ ถ้าได้ขึ้นบอลลูนที่คัปปาโดเกีย คงจะเป็นอะไรที่ประทับใจสำหรับทริปนี้มาก แต่ก็อด

เคยเห็นตุรกีมีทัวร์อีกเส้นทางนึง ที่เน้นธรรมชาติ ไล่ไปตามขอบประเทศทางทิศตะวันออกของตุรกีเลยครับ น่าไปมาก

รีวิวนี้อาจจะไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เท่าไร ถือว่าชมภาพเพลินๆนะครับ
ขอบคุณทุกๆคนที่แวะมาชมครับ มีโอกาสไว้เจอกันทริปหน้านะครับ






Create Date : 16 พฤษภาคม 2562
Last Update : 16 พฤษภาคม 2562 15:13:11 น. 1 comments
Counter : 142 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสาวไกด์ใจซื่อ, คุณKavanich96


 
ขอบคุณที่แบ่งปัน


โดย: Kavanich96 วันที่: 19 พฤษภาคม 2562 เวลา:2:23:39 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

One Light One Shadow
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




กด like / ถูกใจ OLOS

qrcode free counters
Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2562
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
16 พฤษภาคม 2562
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add One Light One Shadow's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.