*** พื้นที่ส่วนตัวของ พันตำรวจเอก ดร. ศิริพล กุศลศิลป์วุฒิ รองผู้บังคับการกองคดีอาญา สำนักงานกฎหมายและคดี นี้ จัดทำขึ้นเพื่อยืนหยัดในหลักการที่ว่า คนเรานั้นจะมีความเป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์ได้ ก็ต่อเมื่อมีเสรีภาพในการแสดงความคิดโดยบริบูรณ์ และความเชื่อที่ว่าคนเราเกิดมาเสมอภาคและเท่าเทียมกัน ไม่มีอำนาจใดจะพรากความเป็นมนุษย์ไปจากเราได้ ไม่ว่่าด้วยวิธีการใด ๆ และอำนาจผู้ใด ***
*** We hold these truths to be self-evident, that all men are created equal, that they are endowed by their Creator with certain unalienable rights, that among these are life, liberty and the pursuit of happiness. That to secure these rights, governments are instituted among men, deriving their just powers from the consent of the governed. That whenever any form of government becomes destructive to these ends, it is the right of the people to alter or to abolish it, and to institute new government, laying its foundation on such principles and organizing its powers in such form, as to them shall seem most likely to effect their safety and happiness. [Adopted in Congress 4 July 1776] ***
Group Blog
 
All Blogs
 

ทำงานที่จีน จะครบสองปีแล้ว ... มีอะไรบ้าง ??

วันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๖๓ นี้ จะครบ ๒ ปี ที่ได้มาทำงานที่จีน ณ เมืองคุนหมิง ในฐานะกงสุล(ฝ่ายตำรวจ)  งานที่ผ่านมา ได้แก่ งานด้านการดูแลความสัมพันธ์ตำรวจไทย-จีน ในการลาดตระเวนแม่น้ำโขงจากเมืองจิ่งหง ไปยังเชียงแสน จว.เชียงรายของไทย กับตำรวจ-ทหารประเทศอื่นๆ รวม จีนลาวเมียนมาและไทย ๔ ประเทศ นอกจากนี้ยังมีหน้าที่การดูแลด้านการศึกษาอบรม และการให้ความร่วมมือกับตำรวจไทยจีน และการดูแลคนไทย กับนักโทษไทยในเขตสถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง 
...
สำหรับงานที่ผ่านมา ทำอะไรไปบ้าง สำเร็จมากน้อยแค่ไหน ขออนุญาตเล่า ๆ เท่าที่เนื้อที่จะอำนวยนะครับ 
....
๑) งานของกงสุลตำรวจ ภายใต้การมอบหมายของสถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง จะมี ๓ หรือ ๔ ด้านหลัก ๆ ได้แก่ การลาดตระเวนแม่น้ำโขง การสร้างความสัมพันธ์ด้านการทูตกับตำรวจใน ๓ มณฑล คือ ยูนนาน กุ้ยโจว และหูหนาน การเยี่ยมเยียนนักโทษ
....
ในด้านบทบาทของตำรวจไทย ในฐานะสะพานเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับตำรวจจีน ทำได้เพียงกับ เฉพาะ ๓ มณฑลนี้  มีการดำเนินการค่อนข้างดีมาก กับตำรวจยูนนาน และ ตำรวจกุ้ยโจว แต่กับตำรวจหูหนาน มีอุปสรรคบางประการ ทำให้ไม่สามารถไปถึงเป้าหมายได้  เพราะการเดินทางไปพบกับตำรวจจีน จะต้องกระทำในนามสถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง  หรือ สกญ.คุนหมิง หากทาง สกญ. ไม่ได้ออกหนังสือให้ เราก็ไปไม่ได้ด้วยตนเอง และจะออกหนังสือเองก็ไม่ได้ เพราะผิดธรรมเนียมทางการทูต การได้รับการสนับสนุนจาก สกญ.​จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ที่จะทำให้การทูตฝ่ายตำรวจประสบความสำเร็จ  
....
ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ได้เข้าพบและแนะนำตัวกับตำรวจมณฑลยูนนานหลายหน่วย  รวมถึงการได้พบกับอธิบดีกรมตำรวจ ยูนนาน ซึ่งมีตำแหน่งเป็น รองผู้ว่าราชการมณฑล (ระดับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง) หลายครั้ง ได้พาตำรวจภูธรภาค ๕ และนักเรียนตำรวจ เข้าดูงานกิจการตำรวจที่ทันสมัยของจีน การเชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยมาอบรม การเชิญเจ้าหน้าที่จีนไปเยือนหน่วยงานตำรวจไทย เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์
....
งานที่ริเริ่ม คือ งานด้านการสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง ตำรวจ บช.ปส.ของไทย กับ ตำรวจ ปปส.ของยูนนาน ซึ่งไม่เคยมีความสัมพันธ์กันเลย  โดยในอดีต สำนักงาน ปปส. (พลเรือน) จะมีความสัมพันธ์กับ ปปส.จีน ซึ่งเป็นตำรวจ สังกัดกระทรวงตำรวจ ( Ministry of Public Security หรือ MPS) แต่ตำรวจไทย ยังไม่มีความสัมพันธ์มาก่อนเลย ทำให้การประสานการปฏิบัติ ไม่ทันท่วงที ฉะนั้น การที่ ตำรวจ บช.ปส. ไทย มีความสัมพันธ์กับตำรวจ ปปส.ยูนนาน ซึ่งมีชายแดนกว่า ๖๐๐๐ กม. ติดหลายประเทศ ซึ่งเป็นแหล่งยาเสพติด จึงถือว่าเป็นประโยชน์ในการป้องกันปราบปรามยาเสพติดอย่างมาก และจะเป็นประโยชน์สำหรับทุกฝ่าย  อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่มีโรคระบาด โควิด ๑๙ ทำให้การประสานงานและการเดินทางไปมา ยากลำบาก ไม่สามารถกระทำได้  จึงเป็นการน่าเสียดายอย่างมาก 
....
งานที่ริเริ่มไว้ แต่ไม่สำเร็จ เพราะจะต้องได้รับแรงผลักดันอย่างมาก จากกระทรวงการต่างประเทศของไทย และรัฐบาลไทย คือ การที่จะให้ทูตตำรวจไทย ไปประจำที่กรุงปักกิ่ง สามารถประสานงานด้านกิจการตำรวจ การส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ทั่วประเทศ ในปัจจุบัน และอดีตที่ผ่านมา  กงสุลตำรวจ ประจำ สกญ.คุนหมิง ได้เคยมีการส่งผุ้ร้ายข้ามแดนกัน เพียง ๒ ครั้ง แต่จำกัดเฉพาะในเขตของ มณฑลยูนนาน กุ้ยโจว และหูหนาน ในขณะที่ผู้ร้ายชาวจีนที่ไปปล้นทรัพย์คนไทยจากพัทยา เรื่อยขึ้นไปถึงพิษณุโลกและเชียงใหม่ และหนีออกทางเชียงราย เข้าเวียดนามและ เข้าเจีนที่กว่างสี  ทางกงสุลตำรวจ คุนหมิง ก็ประสานงานอะไรไม่ได้ เลย. นอกจากนี้ยังพบว่า มีผู้ร้ายที่กระทำผิดในเขตเซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง ฝูเจี้ยน เป็นจำนวนที่มีการกระทำผิดหลอกลวงคนไทย ด้วยการใช้ระบบออนไลน์ หรือโทรศัพท์มาหลอกลงทุน ทั้งสองฝั่ง แต่ก็ไม่สามารถประสานงานอะไรได้เลย  ซึ่งเป็นการน่าเสียดายมาก   
....
ผมได้เสนอเรื่องนี้ไว้หลายครั้งว่า ที่จริงควรมีทูตตำรวจที่ปักกิ่ง รับผิดชอบทั้งประเทศจีน และรับผิดชอบด้านการลาดตระเวนแม่โขงและยาเสพติดในเขตชายแดนด้วย ก็จะเป็นประโยชน์ทั้งต่อไทยและจีนอย่างมาก  ซึ่งทำเรื่องนี้ต่อเนื่องมาในรายงานผลการปฎิบัติงานประจำเดือนมาสองปีแล้ว แต่ก็ไม่มีวี่แววที่จะมีการริเริ่มการดำเนินการใด ๆ  สำหรับผม คิดว่า มันน่าเสียดายอย่างมาก ...​เราอย่าคิดว่า เวลาไม่มีคุณค่า .. เราเรียกคืนเวลาไม่ได้ เมื่อเวลาผ่านไป ..​ทุกอย่างผ่านไป ... รวมถึงกำลังใจที่เราต้องการจะขับเคลื่อนทำงานเพื่อประเทศก็ลดลงไปด้วย เพราะทุกฝ่ายนิ่งเฉย ไม่มีคนสนใจใด ๆ 
....
งานด้านความช่วยเหลือคนไทย อันนี้ จะต้องได้รับอนุมัติจาก สกญ.​ในการดำเนินการ เพื่อให้การทำงานสอดคล้องกันไปอย่างที่สุดและไร้รอยต่อ  และไม่มีผู้ใดได้หน้าหรือเสียหน้า ... ซึ่งประเด็นนี้ ละเอียดอ่อนมาก ผมก็เคยทำพลาด เพราะเราทำอะไรไม่ได้คิดอะไรมาก แค่ช่วย ๆ ไป หรืออยากเสนอตัวช่วย ๆ ไป แต่อย่างที่บอก ถ้าไม่ได้รับอนุมัติให้ช่วย ก็ทำไม่ได้ เช่น สมมุติมีนักโทษคนไทยโดนขังที่ ๑๒ ปันนา แล้วเราก็ไปลาดตระเวนกับตำรวจจีนอยู่ตรงนั้นอยู่แล้ว ก็เลยขออนุมัติจะไปเยี่ยม ซึ่งจะต้องได้รับหนังสือในนาม สกญ.​เพื่อขออนุมัติไปเยี่ยม  ดังนั้น หากไม่มีหนังสืออนุมัติ แม้จะเห็นนักโทษแบบตรงหน้า ก็เข้าเยียมไม่ได้ ... ผมไม่ได้ใจดำนะครับ แต่ทำไม่ได้จริง ๆ 
....
งานด้านการสนับสนุนกิจกรรมของ ทีมประเทศไทย ในเขต สกญ. คุนหมิง ซึ่งจะมีกิจกรรมสำคัญ ๆ เช่นงาน Thai Festival หรือ เทศกาลไทย จะมีร้านค้า และกิจกรรมทางวัฒนธรรม ในปี ๒๐๑๙ ผมได้ขอสปอนเซ่อร์จากเพื่อนตำรวจ เพื่อเชิญตำรวจไทย จาก สตม. และ ทท. มาออกบู๊ธ ตำรวจไทย กิจกรรมตำรวจไทย ได้รับความสนใจมาก เหลือเชื่อ สาว ๆ เด็ก ๆ และคนจีน ต่างวิ่งเข้าหาบู๊ธ ตำรวจไทย ถ่ายรูปด้วย วันละหลายร้อยครั้ง สนุกสนานมาก เราก็ได้ ทำเอกสารเผยแพร่กิจกรรมตำรวจไทย ระเบียบคำสั่งของ สตม. ที่เขาควรรู้ การติดต่อตำรวจ เมื่อไปเมืองไทยแล้วประสบเหตุ ฯลฯ ทุกอย่าง เราทำเพื่อให้ประเทศไทยของเราน่ารัก น่าไปเที่ยว และไม่หวาดกลัวภัย  ... ผมคิดว่า ประสบความสำเร็จมาก นิตยสาร ทีวี ฯลฯ ล้วนเอาบู๊ธ ตำรวจไทย เป็นหนึ่งในการเผยกิจกรรม 
....
นอกจาก กิจกรรม Thai Festival แล้ว ก็ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ที่จัดโดยสำนักงานการท่องเที่ยวของไทย ประจำคุนหมิง, สำนักงานส่งเสริมการค้าต่างประเทศ (สคต.) ก.พาณิชย์ และงานอื่น ๆ อีกมาก ที่เรามีส่วนช่วย โดยเฉพาะด้านแรงงาน 555  
....
ปีหน้า ต.ค.๒๕๖๔ ก็จะเป็นการหมดวาระของผมแล้ว ..​รู้สึกไวดี ระหว่างที่ทำงาน ก็พากเพียรเรียนภาษาจีน เพื่อที่ว่า เมื่อหมดวาระประจำการแล้ว หากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังประสงค์ใช้งานอยู่ ก็จะใช้ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ กับความสามารถด้านภาษา เพื่อช่วยเหลืองานของตำรวจแห่งชาติ ในอนาคตต่อไปอย่างสุดกำลัง 
....
หากตำรวจยังเห็นคุณค่า  ก็จะ "ทุ่มสุดตัว สู้สุดหัวใจ" เพื่อคนไทยทั้งมวลนะครับ  
....
รักเธอประเทศไทย 
ศรพ.
๔ กันยา ๖๓ 




 

Create Date : 04 กันยายน 2563    
Last Update : 4 กันยายน 2563 15:12:52 น.
Counter : 1035 Pageviews.  

ผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจ และกงส(ฝ่ายตำรวจ) คืออะไร ต้องทำอะไรบ้าง ?

สวัสดีครับ ผมตั้งใจจะเขียนเรื่อง กว่าจะเป็นกงสุล (ฝ่ายตำรวจ) ตั้งนานแล้ว แต่มีปัญหาอุปสรรคบางเรื่อง จึงตัดสินใจรอเวลาไว้เขียนในวันที่ฟ้าโปร่งใสเสียก่อน เรื่องที่จะเขียน ก็อาจจะแล้วแต่ผู้เขียนนะครับ คือ อาจจะไม่ลำดับเวลาเท่าใดนัก เรียกว่า ตามใจและแล้วแต่จะคิดได้ครับ 
....
วันนี้ ขอรายงาน เรื่องที่เห็นมาจากการเดินทางมาจีน (คุนหมิง : 昆明) ตั้งแต่วันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๖๑ เป็นต้นมา จนถึงวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๖๑ 
...
มาถึงวันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๖๑ คือ วันศุกร์ ซึ่งเป็นวันทำการวันสุดท้ายของสัปดาห์ ก่อนที่จะเข้าเทศกาลวันหยุดแห่งชาติ คือ วันชาติจีน ตั้งแต่วันที่ ๑ ถึง ๗ ตุลาคม ๒๕๖๑ ที่ชาวจีนจะหยุดยาว เพื่อไปเทียว ดังนั้น เมืองคุนหมิง ก็จะคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยว แม้ฝนจะตกแค่ไหน คนก็ไม่ย่อท้อ ออกไปเที่ยวกัน เพราะเขาได้หยุดแค่ประมาณ ๑๓ วันทั้งปี ถ้าไม่รีบเที่ยว ก็อด 
....
มาถึงแล้วก็รีบรายงานตัวต่อท่านกงสุลใหญ่ ซึ่งเป็นผู้หญิงแกร่ง ทำงานเก่ง และโอภาปราศรัยมาก สั่งสอน ให้คำแนะนำ และมอบหมายหน้าที่ตั้งแต่แรก ผมก็อาสาว่า ถ้ามีอะไรให้ผมไปร่วมคณะเดินทาง และช่วยเหลืออะไร ให้เรียกใช้ได้เต็มที่ เราคือ ทีมประเทศไทยที่เป็นหนึ่งเดียว ที่ทำงานเพื่อชาติไทยโดยรวม ขอท่านอย่าได้เกรงใจ ผมจะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานที่ดี 
....
สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรก เนื่องจากการมาเป็น ผู้ช่วยทูต หรือ กงสุลตำรวจของหน่วยงานตำรวจนั้น มาปฏิบัติราชการโดยลำพัง ไม่มีฐานะเป็นสำนักงาน นั่นคือ ทำงานคนเดียว เป็นเจ้าหน้าที่พัสดุ เป็นหัวหน้าพัสดุ ที่ต้องบริหารงานทุกอย่าง รวมไปถึงการจัดทำเอกสารทางด้านงบประมาณและการเงิน ซึ่งจะต้องขออนุมัติต่อกงสุลใหญ่ ตั้งแต่ขอรับควาเมเห็นชอบ รายงานตรวจรับการจัดซื้อจัดจ้าง การทำหลักฐานทั้งหมดด้วยตนเอง ต่างจากหลายหน่วยงานที่ฝ่ายการเงิน และเจ้าหน้าที่พัสดุช่วยเหลือ แน่นอนที่สุด คือ ทำเรื่องขอให้ตั้งกรรมการตรวจพิจารณาการเช่าบ้าน การขอความเห็นชอบจัดซื้อจัดจ้างเหมาบริการต่าง ๆ รวมถึงหมายเลขโทรศัพท์ ฯลฯ ต้องขอบคุณพี่ ๆ ผู้ช่วยทูตหลายท่านและ เจ้าหน้าที่การเงินของ กองการต่างประเทศที่ช่วยแนะนำ 
....
วันที่ ๒๙ กันยายน - ๓ ตุลาคม ๒๕๖๑ ราชการจีนหยุดสนิท ผมติดต่อเปิดบัญชีธนาคารไม่ได้ เพราะ Bank of China ที่สะดวกที่สุดสำหรับข้าราชการไทยที่มาทำงานในจีน ก็ปิดทำการเช่นกัน จึงใช้เวลานี้ จัดทำเอกสารเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง และการสำรวจเมืองคุนหมิง ที่เป็นเมืองท่องเที่ยวสำหรับคนราว ๔๐ ล้านคนต่อปี ทั้งจีนและต่างประเทศ และเมืองแห่งดอกไม้ เมืองแห่งเห็ดสารพัดชนิดที่มีเฉพาะใน หยุนหนาน สำรวจมหาวิทยาลัยยูนาน ซึ่งเกิดราว ๆ ช่วงปฏิวัติอันรุ่งโรจน์ของแผ่นดินสยาม (ค.ศ.๑๙๓๒) สำรวจวัด หยวนถง และ วัดจินเตี้ย ที่เก่าแก่กว่าพันปีของมณฑลนี้ 
....
วันที่ ๔ ตุลาคม คือ วันนี้ เป็นวันเปิดทำการวันแรกของราชการไทย และกงสุลใหญ่ ผมจึงได้เดินทางไปส่งเอกสารที่สถานกงสุลใหญ่ ในระหว่างนี้ ก็โพสต์ FB ไป เพราะเชื่อว่า การสื่อสารที่ดี จะเป็นการสร้างความเข้าใจ และอาจจะช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนได้สะดวก ก็มีเพื่อนท่านหนึ่ง เขียนมาว่า ญาติตาย อยากให้ประสานงานเพื่อเอาศพกลับเมืองไทย ผมจึงได้เรียนท่าน รองกงสุลใหญ่ ที่ช่วยเหลือผมมาตลอด ในการมาปฏิบัติงานที่จีน เพราะก่อนที่จะมาปฏิบัติงานที่จีน ก็มีปัญหามากมาย เนื่องจาก งานผู้ช่วยทูต และกงสุลตำรวจ เป็นงานใหม่ จึงมีความไม่เข้าใจ และไม่แน่ใจว่าจะแต่งตั้งทูตกันอย่างไร จะแต่งตั้งทูตก่อนที่จะได้รับหนังสือตอบรับจากประเทศผู้รับ (เช่น จีน พม่า หรือกัมพูชา ที่ตำรวจมีผู้ช่วยทูตอยู่) ก่อนได้หรือไม่ ดังที่ได้เห็นแหละครับว่า กว่าจะได้ตั้งพวกเราเป็นผู้ช่วยทูตและกงสุลนั้น ก็วันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๑ ก่อนเดินทางเพียง ๘ วัน แต่จริง ๆ มีน้องอีกทั้งหนึ่งที่ไปกัมพูชา ได้รับการแต่งตั้งวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๖๑ เลย อันนี้ คือ งานเร่ิมใหม่ของตำรวจเรา ทำให้เกิดความไม่ต่อเนื่องในบางประเด็น และไม่เข้าใจในบางประเด็น 
....
ในส่วนของประเทศจีน ที่ผมมาประจำการนั้น ผมได้รับการประสานจาก กระทรวงการต่างประเทศ ให้ทำหนังสือทูตตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน ๒๕๖๑ แต่ไม่สามารถตั้งเป็นผู้ช่วยทูต /กงสุลฝ่ายตำรวจได้ เนื่องจากมี "ผู้รู้" บางท่านไปแจ้งกับผู้ใหญ่ว่า "ต้องมีหนังสือตอบรับจากประเทศปลายทาง คือ จีน พม่า กัมพูชา เสียก่อน" ผมก็เรียนยืนยันกับผู้ใหญ่ว่า ให้ดูวิธีการปฏิบัติของกระทรวงอื่น ๆ รวมถึงทหารด้วย 
....
กระทรวงอื่น ๆ เขาจะแต่งตั้งบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้ช่วยทูต / กงสุล ไปก่อนแต่ไม่เกิน ๒ เดือน บางกระทรวง ตั้งก่อนเป็นปี เพื่อจะได้ดำเนินกระบวนการอื่น ๆ รวมถึงการให้มีโอกาสเตรียมตัว ด้านภาษา และความเข้าใจงานอื่น ๆ ตลอดจนการเดินทางไปสัมผัสมือกับผู้ช่วยทูตคนเก่าก่อน ๑๕ วัน ที่จะรับตำแหน่งจริง เขาไม่รอหนังสือตอบรับจากประเทศปลายทาง ( เรียกว่า อะเกรมองต์ ) หรอก แต่ก็ไม่มีการยืนยันที่จะดำเนินการตามคำแนะนำของกระผม เพราะ "ท่านผู้รู้" ท่านยืนยันว่า "ไม่ได้" ก็เลยยาวไป ยาวไป จนเกือบจะต้องขยายเวลา "ผู้ช่วยทูตตำรวจคนเก่า" ต่อไป ซึ่งเคยต่อเวลาการทำงานมาแล้ว 1 ปี แต่เดชะบุญ ผมได้ความกรุณาจากผู้บริหารระดับสูงกระทรวงการต่างประเทศ และหัวหน้าคณะผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศในจีนช่วยเหลือหลายประการ ซึ่งผมจะได้เล่าในภายหลัง แต่ขอโอกาสนี้ ขอบพระคุณท่านที่ช่วยเหลือ จนกระทั่งอุปสรรค เรื่อง "อะเกรมองต์" มันหายไปในพริบตา ผลคือว่า การเดินทางมารับตำแหน่งนั้น ไม่เกี่ยวกับ อะเกรมองต์ แต่ประการใด 
....
ความรู้ หรือ ความไม่รู้ เรียนทันกันหมด ต้องเคารพกันและกัน นะจ๊ะ ถ้าท่านไม่รู้จริง ก็อย่าได้แสดงว่ารู้ ท่านผู้หลักผู้ใหญ่ เขาเห็นท่านมีเครดิตที่เคยดำรงตำแหน่งมาก่อน เคยเป็นนั่นนี่ ผู้ใหญ่เขาก็ฟัง ผลคือ เกือบพังกันหมด !!  ไม่รู้จริง ๆ ก็อย่าพูด จะเสียหายต่อราชการประเทศไปหมด   
....
การเป็นทูตตำรวจ หรือกงสุล (ฝ่ายตำรวจ) จะต้องสอบผ่านภาษาอังกฤษ  :  สอบกว่าจะผ่าน ภาษาอังกฤษของ สถาบันเทวโรปกรณ์ ของ ก.ต่างประเทศ ก็ยากมาก ขนาดผมจบ ดร.มาจากสหรัฐฯ​ยังบ่นว่ายากเลย  ทำให้ตัวเก็งหลายคนตกรอบไป  เมื่อสอบผ่านภาษาอังกฤษแล้ว ก็เข้ารอบสอบสัมภาษณ์ ดุจดังคัดนางงามจักรยาน เอ้ย จักรวาล ก็ว่ายากแล้ว  เพราะ มีคณะกรรมการจากหลายหน่วยงาน  เมื่อท่านถามเราก็ต้องตอบอย่างรวดเร็ว และทะมัดทะแมง อย่างน่าเชื่อถือที่สุด  ด่านนี้ จะให้โอกาสเรา จับสลากคำถาม ๓ คำถาม แล้วกรรมการก็อ่านดัง ๆ ให้ทุกคนในห้องฟัง จากนั้น เราก็เริ่มตอบไปเรื่อย ๆ กับคำถามที่ถามระหว่างการตอบของเราไปเรื่อย ๆ สนุกสนานดี 
....
ที่เล่ามา ก็คงเป็นแนวทางให้น้อง ๆ ตำรวจที่อยากเป็นทูตตำรวจ / กงสุล(ฝ่ายตำรวจ) ได้นำไปประยุกต์ใช้  




 

Create Date : 05 สิงหาคม 2562    
Last Update : 5 สิงหาคม 2562 12:03:40 น.
Counter : 795 Pageviews.  


POL_US
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 82 คน [?]




คลิ๊ก เพื่อ Update blog พ.ต.อ.ดร. ศิริพล กุศลศิลป์วุฒิ ได้ที่นี่
https://www.jurisprudence.bloggang.com






รู้จักผู้เขียน : About Me.

"เสรีภาพดุจดังอากาศ แม้มองไม่เห็น แต่ก็ขาดไม่ได้ "










University of Illinois

22 Nobel Prize & 19 Pulitzer Prize & More than 80 National Academy of Sciences (NAS) members







***คำขวัญ : พ่อแม่หวังพึ่งพาเจ้า

ครูเล่าหวังเจ้าสร้างชื่อ

ชาติหวังกำลังฝีมือ

เจ้าคือความหวังทั้งมวล



*** ความสุข จะเป็นจริงได้ เมื่อมีการแบ่งปัน :

Happiness is only real when shared!














ANTI-COUP FOREVER: THE END CANNOT JUSTIFY THE MEANS!






Online Users


Locations of visitors to this page
New Comments
Friends' blogs
[Add POL_US's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.