JohnV ร้องเพลง...ฮึด(อดทน เกษตรต้องอดทน)

วันนี้ JohnV มีเพลงสนุกๆปลุกใจให้ฮึดสู้มาร้องให้ทุกท่านฟังครับ เป็นเพลงที่ช่วยกระตุ้นต่อมสำเร็จของเราได้เป็นอย่างดี ทำอะไรต้องทำเต็มที่ ทำให้เสร็จ อย่าหยุดกลางคัน เพราะมันอาจจะเพาะนิสัยแห่งความพ่ายแพ้ให้กับเราโดยไม่รู้ตัว คนที่เคยทำอะไรแล้วยังไม่เห็นความสำเร็จแล้วก็ด่วนเลิกทำไปนั้น มีโอกาสสูงมากที่จะกลายเป็นคนแบบนั้นไปตลอดชีวิต เหยาะแหยะ จับจด ทำแล้วเลิก ทำแล้วเลิกกับทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง ลองสิครับ ลองฝึกทำอะไรง่ายๆก่อน แล้วทำให้จบ ทำให้เสร็จ แล้วทำสิ่งที่ยากขึ้นๆ เพาะนิสัยทำงานให้จบไปเรื่อยๆ ต่อๆไปก็จะกลายเป็นนิสัยถาวรของเรา คือเมื่อตั้งใจที่จะทำอะไรแล้วต้องทำให้เสร็จ ไม่เสร็จไม่เลิก ค่อยๆทำให้เสร็จไปทีละขั้นทีละตอน ส่วนจะใช้เวลานานแค่ไหนจึงจะสำเร็จนั้นก็ขึ้นอยู่กับความตั้งใจและเนื้องานนั้นๆว่ายากง่ายเพียงใด

JohnV มีตัวอย่างของการฮึดสู้มาประกอบเพลงที่ร้องให้ฟังในวันนี้ เป็นความสำเร็จเล็กๆที่ยิ่งใหญ่ในใจของ JohnV ตลอดมา อ่านไปด้วยฟังเพลงไปด้วยจะได้บรรยากาศมากๆครับ


เรื่องราวต่อไปนี้เกิดขึ้นในปี 2526 เป็นความประทับใจไม่รู้ลืมเมื่อผมเรียนอยู่ที่คณะเกษตรศาสตร์ มช. ผมยังคงจดจำได้อย่างแม่นยำตราบจนกระทั่งทุกวันนี้


19 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีปีไหนเลยที่คณะเกษตรของเราจะไม่ได้ที่ 1 ในการขึ้นดอยสุเทพ วันพรุ่งนี้คือวันที่เราจะขึ้นไปสักการะพระธาตุดอยสุเทพ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่น้องใหม่ของ มช.ทุกๆคน รุ่นพี่ทุกรุ่นคอยเฝ้าจับตาดูพวกคุณอยู่ หวังว่าพรุ่งนี้พวกคุณจะไม่ทำให้รุ่นพี่ผิดหวัง วันนี้เราจะปล่อยพวกคุณกลับหอเร็วกว่าทุกวันเพื่อเตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้ เสียงรุ่นพี่ประกาศกลางห้องประชุมเชียร์คณะเกษตรศาสตร์ มช. พรุ่งนี้แล้วสินะ วันสำคัญอีกวันหนึ่งที่จะพิสูจน์ความเป็นลูกพระพิรุณรุ่นที่ 20 ของพวกเรา หลังจากที่ซ้อมวิ่งกันมาเป็นแรมเดือน คืนนั้นผมนอนหลับๆตื่นๆ ในใจรู้สึกตื่นเต้นกับวันใหม่ที่จะมาถึง

ตี 4 ของวันรุ่งขึ้น ผู้ชายทุกคนมาพร้อมหน้ากันที่หอ 8 เหลี่ยม (หอ 3 หญิง) เมื่อพร้อมแล้วเสียงบูมของพวกเราก็เริ่มดังขึ้น
ซู่ !ซู่ ! ซ่า ! ซ่า ! เกษตรเชียงใหม่ can you see , who are we , Agricultra , ซ่า ! เสียงดังกระหึ่มกึกก้องไปทั่วบริเวณ มช. เพื่อนๆผู้หญิงจากหอ 8 เหลี่ยมวิ่งออกมารวมกับพวกเรา หลังจากนั้นเราก็วิ่งไปบูมทั่วทุกหอหญิงเพื่อรับเพื่อนๆของเรา เมื่อเรารวบรวมสมาชิกของรุ่น 20 ได้ครบแล้ว รุ่นพี่ก็พาเรามุ่งไปยังหน้ามอ ตลอดทางเราก็จะได้ยินเสียงบูมจากคณะอื่นๆ บางคณะก็วิ่งสวนทางกับพวกเรา มีการแซวกันเล็กน้อย ทำให้เรารู้สึกคึกคักกระปรี้กระเปร่าอยากให้ถึงเวลาขึ้นดอยเร็วๆ

เราไปรวมตัวกันที่หน้าศาลาธรรม เมื่อประธานในพิธีกล่าวถึงจุดประสงค์ในการขึ้นดอยเรียบร้อยแล้ว รุ่นพี่ก็พาพวกเราไปดักรอเพื่อนๆคณะอื่นที่ประตูทางออกของมหาวิทยาลัย ที่นั่นเราเริ่มร้องเพลงแซวคณะอื่นที่เริ่มทยอยเดินออกจากรั้วมหาวิทยาลัย
โดยเฉพาะสาวๆทั้งหลายนั้นอยู่ในความสนใจของหนุ่ม Aggie รุ่น 20 เป็นพิเศษ ช่วงที่คณะวิศวะเดินผ่านพวกเราคือช่วงของการแซวที่สนุกสนานที่สุด เพราะเรียกได้ว่าเป็นคู่ปรับในการแย่งชิงตำแหน่งที่ 1 ในวันนี้เลยทีเดียว เมื่อเพื่อนๆทั้ง 11 คณะ เดินทางออกจากมหาวิทยาลัยกันหมดแล้ว ก็ถึงคิวของคณะที่ 12 ที่จะออกเป็นคณะสุดท้าย นั่นคือคณะเกษตรของพวกเรา เอาล่ะ ได้เวลาของพวกเราแล้ว วันนี้จะเป็นอีกวันหนึ่งที่จะพิสูจน์พวกคุณว่าพร้อมที่จะเป็นชาวเลือดเข้มหรือไม่ ทำให้เต็มที่ครับ รุ่นพี่นำพวกเราบูมก่อนเดินออกจากรั้วมหาวิทยาลัย

พวกเราทุกคนแหงนหน้าขึ้นมองดอยสุเทพ เริ่มต้นด้วยการเดินไปเรื่อยๆ และเมื่อพวกเราได้กราบไหว้
อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย( ผู้บุกเบิกสร้างทางขึ้นดอยสุเทพ ) ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของชาวเชียงใหม่เรียบร้อยแล้ว รุ่นพี่ก็สั่ง วิ่ง พวกเราจัดแถวเรียง 4 มีรุ่นพี่ทั้งหญิงชายรายล้อมพวกเราทั้งซ้ายขวาหน้าหลัง แล้วเราก็เริ่มวิ่ง วิ่ง วิ่ง เราเริ่มแซงคณะอื่น ซึ่งการวิ่งแซงคณะอื่นนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะแถวของคณะอื่นนั้นยาวมาก โดยเฉพาะคณะที่มีสมาชิกจำนวนมากๆอย่างคณะสังคมและคณะมนุษย์ เวลาวิ่งแซงเราจะต้องแซงรวดเดียวผ่านไปให้ได้ทั้งหมด ไม่งั้นจะเสียหน้ามากว่าคิดจะแซงแล้วยังแซงไม่พ้น ระหว่างแซงก็จะโดนคณะอื่นแซวตลอดทาง แข็งแรงเป็นวัวเป็นควาย แข็งแรงเป็นวัวเป็นควาย พวกเราหลายคนโดนแซวก็มีอาการฮึดฮัดขึ้นมาเหมือนกัน รุ่นพี่คอยตะโกนเตือนสติพวกเรา ไม่ต้องสนใจ วิ่งไปเรื่อยๆครับ เมื่อพวกเราวิ่งแซงได้แล้วก็จะสลับเดินบ้างวิ่งบ้างตลอดทาง เราแซงมาได้หลายคณะมาก

และเมื่อมาถึงครึ่งทางที่ศูนย์ควบคุมไฟป่า พวกเราก็พักกินข้าวเที่ยง โดยทุกคณะก็จะมาพักกันที่นี่
คณะวิศวะซึ่งมาถึงก่อนเรานั้นเริ่มต้นเดินทางออกจากศูนย์ฯเป็นคณะแรก เพราะเขาก็มุ่งมั่นที่จะเอาที่ 1 ให้ได้ พวกเราปล่อยให้คณะวิศวะนำหน้าไปก่อนประมาณ 10 นาที เมื่อพร้อมแล้ว พวกเราก็เริ่มออกเดิน แล้วเราก็เริ่มวิ่ง วิ่ง วิ่ง เป้าหมายคือแซงคณะวิศวะให้ได้ และในที่สุดพวกเราก็เห็นคณะวิศวะอยู่ข้างหน้า เราเห็นเขา เขาก็เห็นเรา คณะวิศวะพยายามวิ่งหนีเรา แต่เราก็พยายามวิ่งตาม การแข่งขันวิ่งแบบเป็นกลุ่มใหญ่ๆจึงเกิดขึ้น ทั้งเหนื่อยทั้งสนุก ในที่สุด เกษตรของเราซึ่งมีความอึดมากกว่าก็เริ่มวิ่งแซงคณะวิศวะ น่าแปลกใจมาก ตลอดทางที่เราวิ่งแซงคณะอื่นนั้น เราจะถูกแซวว่า แข็งแรงเป็นวัวเป็นควาย แต่เมื่อเรากำลังวิ่งแซงคณะวิศวะ เขากลับให้เกียรติเราโดยการยืนปรบมือให้พวกเรา ยิ้มให้เรา ชูนิ้วโป้งให้เรา บางคนก็ยื่นมือมาแตะมือพวกเรา พวกเรารู้สึกได้ถึงมิตรภาพระหว่างคณะ ผมรู้สึกซึ้งใจในมิตรไมตรีครั้งนี้มากๆ ใครกันบอกว่าวิศวะคือศัตรูของเกษตร จากเหตุการณ์วันนี้ถือได้ว่าลบล้างคำพูดเหล่านั้นลงอย่างสิ้นเชิง

เมื่อเราแซงคณะวิศวะมาแล้ว เราก็กึ่งเดินกึ่งวิ่ง ในที่สุดพวกเราก็เดินทางมาถึง
โค้งวัดใจ รุ่นพี่บอกให้พวกเราหยุดอยู่ที่โค้งนี้แล้วพูดว่า จากจุดนี้ซึ่งเป็นโค้งหักศอก ถือเป็นจุดที่ชันที่สุด แต่เมื่อผ่านโค้งนี้ไป เราจะได้เห็นเชิงบันไดทางขึ้นพระธาตุดอยสุเทพ และนั่นก็คือเป้าหมายของเรา เพราะฉะนั้น สัญญากันก่อนว่าถ้ายังไม่ถึงบันไดเราจะไม่หยุดวิ่ง สัญญาได้มั้ยครับ ได้ครับ (ค่ะ) พวกเราตอบอย่างเสียงดังฟังชัด

พวกเราสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แล้วเราก็เริ่มวิ่ง การวิ่งขึ้นทางที่ชันมากๆนั้นจะเกิดอาการเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าอย่างที่สุด หลายคนทำหน้าเหยเก ทำท่าจะวิ่งต่อไปไม่ไหว แต่เราก็กัดฟันสู้ วิ่ง วิ่ง วิ่ง พวกเราดึงมือกันขึ้นไป กอดคอกันไป ต่างคนต่างลากกันขึ้นไป
ไม่ถึงบันไดไม่หยุดโว้ย เสียงพวกเรากระตุ้นกันเอง และในที่สุด ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันก็พาพวกเราขึ้นไปยืนที่เชิงบันไดของพระธาตุดอยสุเทพเป็นคณะที่ 1 จนได้ ธงสีเหลืองของคณะเกษตรโบกสะบัดอย่างสวยงาม นับได้ว่าเราได้รักษาตำแหน่งแชมป์เป็นสมัยที่ 20 ติดต่อกัน สร้างความภาคภูมิใจให้พวกเราเป็นอย่างมาก แต่ความภาคภูมิใจที่ยิ่งกว่านั้นก็คือการที่พวกเราทั้งหญิงและชายให้กำลังใจซึ่งกันและกันมาตลอดทาง สู้สิเพื่อน เกือบถึงแล้ว ไม่ไหวไม่ได้ อีกนิดเดียวเพื่อน ถึงแล้วเพื่อน เราทำได้แล้ว เราทำได้ เราทำได้แล้วโว้ย และเราก็เชื่อว่าสิ่งนี้ต่างหากที่รุ่นพี่ทุกๆรุ่นต้องการให้เราเป็น เพราะนี่คือความหมายของคำว่า UNITY ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

หลังจากที่รุ่นพี่พาพวกเราขึ้นไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพเพื่อเป็นสิริมงคลแก่พวกเราน้องใหม่ของ มช.เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาที่เราจะต้องลงดอยกลับสู่รั้ว มช. กัน รุ่นพี่พากลุ่มเพื่อนผู้หญิงขึ้นรถลงดอยล่วงหน้าไปก่อน แล้วรุ่นพี่ก็พาพวกเรา (ผู้ชาย) เดินมุ่งหน้าขึ้นไปทางภูพิงค์ห่างจากดอยสุเทพประมาณ 100 เมตร พวกเราเดินผ่านคณะวิศวะ ซึ่งก็เตรียมตัวที่จะวิ่งลงดอยเหมือนพวกเรา แล้วรุ่นพี่ก็พูดขึ้นว่า
นี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่พี่ๆจะวัดความอดทนของพวกคุณ ระยะทาง 12 กม. จากจุดนี้ถึงหน้ามอจะพิสูจน์ว่าพวกคุณแข็งแกร่งเพียงพอที่จะเป็นเกษตรรุ่นที่ 20 ได้หรือไม่ พวกคุณต้องไปพร้อมกัน ใครไม่ไหวก็ต้องแบกกันไป ลากกันไปให้ถึง ไม่มีการทิ้งเพื่อน ผมไม่ได้พูดเล่นนะครับ ม้วนเดียวจบ ไม่มีการหยุดพัก ตอนนั้นพวกเราหลายคนยังคิดว่าเป็นไปไม่ได้ วิ่งยังไง 12 กม. โดยไม่พักเลย เราไม่ใช่นักวิ่งมาราธอนนะ ยังไงๆก็น่าจะได้พักบ้างแหละน่า

พวกเราปล่อยให้คณะวิศวะวิ่งลงดอยไปก่อน ผมยืนอยู่ด้านริมสุดของแถว ก่อนออกวิ่งผมหันมาจับมือกับเพื่อนคนหนึ่ง เราประสานมือกันแน่นเป็นสัญญาณบอกว่า
สู้โว้ย ! และแล้ว รุ่นพี่ก็พาพวกเราเดิน เริ่มวิ่งเหยาะๆ รุ่นพี่วิ่งประกบพวกเราทั้งซ้ายขวาหน้าหลัง อย่าวิ่งเร็ว ค่อยๆไป ถ้าคุณวิ่งเร็ว จะไม่มีทางวิ่งถึงหน้ามอ จัดระเบียบแถวด้วย ดูเพื่อนข้างๆ อย่า แตกแถวนะครับ พวกเราวิ่งไปตะโกนไป Aggie CMU Aggie CMU สลับกับ เกษตร เชียงใหม่ เกษตร เชียงใหม่ รู้สึกใจฮึกเหิมขึ้นมาอย่างทันทีทันใด หรือว่าเลือดเกษตรเชียงใหม่ได้ถูกฉีดเข้าไปจนทั่วร่างกายของพวกเราแล้ว สู้ สู้ สู้ !

พวกเราวิ่งเหยาะๆกันไปเรื่อยๆ เสียงตะโกน
เกษตร เชียงใหม่ Aggie CMU ดังขึ้นเป็นระยะๆ เสียงตบเท้า ปั่บ ! ปั่บ ! ปั่บ ! เป็นจังหวะการวิ่งที่พร้อมเพรียงกันมันช่วยกระตุ้นให้พวกเราฮึดสู้อย่างเต็มที่ เราวิ่งมาได้เป็นระยะทางไกลพอสมควร ผมก็ยังไม่มีอาการเหนื่อยแต่อย่างใด ไม่มีแม้แต่เหงื่อ รู้สึกแปลกใจตัวเองเหมือนกัน หันไปมองเพื่อนๆ แต่ละคนยังดูหน้าตาสดชื่น น่าชื่นใจตรงที่ว่าแต่ละคนมีแววตาที่มุ่งมั่นเหลือเกิน เห็นแล้วเริ่มรู้สึกภูมิใจกับการเป็นลูกพระพิรุณจริงๆ เมื่อถึงศูนย์ควบคุมไฟป่า พวกเรากะว่ารุ่นพี่จะต้องแวะพักแน่นอน เราเห็นคณะวิศวะนั่งพักกันอยู่ก่อนแล้ว แต่ ! เหตุการณ์กลับไม่เป็นดังคาด เพราะสิ่งที่รุ่นพี่บอกพวกเราก่อนออกวิ่งนั้นเป็นเรื่องจริงครับ ไม่มีการหยุดพักนะครับ วิ่งต่อไป วิ่งต่อไป รุ่นพี่ตะโกนบอก

พวกเราหลายคนตาเหลือก บางคนถอดใจไว้ที่ศูนย์ควบคุมไฟป่าแล้ว หลายคนจึงต้องวิ่งออกจากแถว
ผมไม่ไหวแล้วครับ รุ่นพี่ที่ขี่รถมอเตอร์ไซค์ตามมาก็ต้องเอาเพื่อนเราบางคนซ้อนท้ายไป แต่ไม่ใช่ตลอดทางนะครับ หายเหนื่อยแล้วคุณต้องกลับมาวิ่งต่อกับเพื่อนๆ บางคนปวดฉี่ก็วิ่งออกจากแถวไปฉี่ สักพักหนึ่งก็วิ่งกลับมารวมกลุ่มกับเพื่อนๆ พูดด้วยสีหน้าที่ยุ่งยากว่า เฮ้ย ! กูฉี่ไม่ออกว่ะ สงสัยเหนื่อยเกินไป เลยไม่รู้ว่าจะฮาหรือจะสงสารดี

แล้วพวกเราก็กัดฟันสู้ วิ่งต่อไปเรื่อยๆ รุ่นพี่ยื่นขวดน้ำให้พวกเรา
อย่ากินมาก เดี๋ยวจุก ส่งต่อให้เพื่อนๆด้วย บางคนเอาน้ำราดหัว เหงื่อเม็ดโป้งๆเริ่มผุดขึ้นที่หน้าผาก ที่คอ ที่หน้าอก ที่หลัง ไม่นานนักพวกเราก็เหมือนกับคนที่วิ่งฝ่าสายฝน เสื้อของพวกเราเปียกโชก Aggie CMU Agie CMU สู้มั้ย สู้ สู้ สู้มั้ย สู้ สู้ พวกเราตะโกนให้กำลังใจกัน ถึงแม้จะมีการวิ่งออกจากแถวหรือวิ่งกลับมาในแถวของเพื่อนเราตลอดทาง แต่โดยรวมแล้วพวกเราไม่ถอดใจ ยังคงตั้งหน้าตั้งตาวิ่งไปเรื่อยๆ บางคนไม่ไหวเพื่อนๆก็ช่วยแบกช่วยลากกันไป

และแล้ว พวกเราวิ่งมาถึงโค้งก่อนถึงอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย
วิ่งต่อไปครับ เป้าหมายของเราอยู่ที่หน้ามอ พวกเพื่อนๆ ผู้หญิงและรุ่นพี่ทุกๆคนรอต้อนรับพวกคุณอยู่ครับ แข็งใจหน่อย อีกนิดเดียวเท่านั้น อดทน เกษตรต้องอดทน ผมรู้สึกว่าตัวเองเริ่มไม่ไหวแล้ว เพื่อนเห็นผมหน้าซีดจึงรีบถาม ไหวมั้ยวะ กูช่วยพยุงมั้ย ไม่ต้อง ขอบใจว่ะ ผมพูดออกไปแบบน้ำลายเหนียวเต็มที รู้สึกว่าคอมันตีบตันไปหมด เพื่อนๆหลายๆคนช่วยกันกระตุ้นผม สู้โว้ย ! สู้โว้ย ! ฮึดอีกหน่อย เห็นหน้ามอลิบๆแล้ว อีกนิดเดียวเพื่อน มึงตายตอนนี้ไม่ได้นะ มันกำลังจะถึงตอนจบแล้วโว้ย พวกเราต่างคนต่างตะโกนให้กำลังใจกัน Aggie CMU Aggie CMU เกษตร เชียงใหม่ เกษตร เชียงใหม่

ผมยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อที่หน้าผาก
เอาวะ พลังเฮือกสุดท้ายถูกปลุกขึ้นมาใช้ พยุงตัวเองวิ่งไปเรื่อยๆ แทบขาดใจ แทบขาดใจจริงๆ อดทน เกษตรต้องอดทน กูต้องอดทน
กูไม่ยอมแพ้โว้ย ! ผมตะโกน เพื่อนๆก็ช่วยกันตะโกนให้กำลังใจกันไปตลอดทาง พวกเราวิ่งผ่านสวนสัตว์เชียงใหม่ วิ่งผ่านวิทยาลัยเทคโนพายัพ และแล้วรั้ว มช.ก็ปรากฎขึ้นในสายตาของพวกเรา นั่นไง เป้าหมายของพวกเรา ถึงแล้วโว้ย ถึงแล้วโว้ย รุ่นพี่ที่วิ่งอยู่ข้างหน้าถือธงสีเหลืองของคณะเกษตรโบกสะบัดอย่างฮึกเหิมและเข้มแข็ง สายตาแห่งความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าของพวกเราจับจ้องไปที่บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยของพวกเรา

พลันที่พวกเราก้าวเท้าเข้าเขตรั้ว มช. เสียงปรบมือต้อนรับพวกเราจากทั้ง 2 ฟากฝั่งถนนก็ดังสนั่นและยาวนาน เพื่อนผู้หญิงรุ่นเราและรุ่นพี่หลายๆคนรวมทั้งรุ่นพี่ที่เรียนจบไปแล้วต่างก็ยืนยิ้มให้และมองพวกเราด้วยสายตาที่ชื่นชม
ทำได้แล้ว ทำได้แล้ว ทำได้แล้วโว้ย วู้ วู้ วู้ !!! พวกเราแข็งใจยืนเหนื่อยหอบ ถึงแม้จะเหนื่อยแทบขาดใจ แต่ก็ยังไม่มีใครยอมนั่ง บางคนยังวิ่งวนไปวนมาอย่างหยุดไม่ได้ บางคนกำมือแน่นแล้วชูขึ้นด้วยความสะใจ และ ณ ที่ตรงนั้น เพลงเลือดเข้ม เพลงแห่งศักดิ์ศรีของพวกเราชาวเกษตร มช. ก็ดังขึ้นอย่างกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รุ่นพี่พร้อมใจกันร้องเพลงนี้ให้พวกเรา .....ถึงลำเค็ญเราจะทน ถึงลำบากเราไม่บ่น...เรามีน้ำอดน้ำทน เพราะเลือดคนเกษตรเข้ม เพราะเลือดเข้มเกษตรข้น..... น้ำตาแห่งความภาคภูมิใจของผมไหลพราก ไม่ผิดกับเพื่อนๆอีกหลายคน พวกเราประสานมือกันแน่น Aggie CMU Aggie CMU เกษตรเชียงใหม่ เกษตรเชียงใหม่

ความตื้นตันใจ ความปิติใจและความภาคภูมิใจของพวกเรานั้น ไม่ใช่การวิ่งขึ้นดอยสุเทพเป็นที่ 1 ไม่ใช่การวิ่งเพื่อโอ้อวดคณะอื่นว่าพวกเราแข็งแรงเป็นวัวเป็นควาย แต่เรากลับภาคภูมิใจกับการที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกัน ประสานใจเป็นหนึ่งเดียว ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน การร่วมจิตร่วมใจกันทำในสิ่งที่ทำได้ยากของพวกเราชาวเกษตร มช. นั้นทำให้เกิดพลังที่ยิ่งใหญ่ ใครจะเชื่อว่าพวกเราร้อยกว่าชีวิตสามารถพากันวิ่งลงมาจากดอยสุเทพด้วยระยะทาง 12 กม.แบบม้วนเดียวจบ ไม่มีการหยุดพัก แล้วช่วยแบกช่วยลากกันลงมาถึงรั้ว มช.พร้อมๆกันโดยไม่มีใครตกหล่นแม้แต่เพียงคนเดียว
ภูมิใจทุกครั้งที่บอกใครๆว่า พวกเราคือ เกษตรเชียงใหม่ รุ่นที่ 20

ปล.หลังจากนั้น JohnV และเพื่อนๆอีกหลายคนก็วิ่งกับน้องๆรุ่น 21 , 22 , 23 และสามารถวิ่งลงดอยแบบม้วนเดียวจบได้ครบทั้ง 4 ปี เป็นการยืนยันได้อย่างจริงแท้แน่นอนว่า เมื่อคุณสามารถทำอะไรได้สำเร็จในครั้งแรกแล้ว ครั้งต่อๆไปก็จะสำเร็จ สำเร็จ และสำเร็จ



ฮึด
อินคา


บุกตะลุยจะคว้าเอาชัย รุกเข้าไปจนใกล้จนเกือบถึง
ลงเต็มแรงจวนเจียนจะหมดกำลัง

บุกมานานจนใกล้จะยอม ถ้าในใจยอมแพ้คงจบกัน
ทำกันมานมนานไม่มีประโยชน์

ถ้าหากยอมแพ้ก็เหนื่อยฟรี ถ้าหากยอมแพ้ก็หมดกัน
ไม่มีการแก้ตัว

อุตส่าห์ทำไว้ก็ป่วยการ อุตส่าห์ทำไว้ก็หมดตัว
แล้วอยู่อยู่จะมายอมแพ้ได้ยังไง

ฮึดหน่อยอีกนิดเดียว เดี๋ยวเดียวเท่านั้น
ฮึดหน่อยก็แล้วกัน ฮึดมันเข้าไว้

ฮึดหน่อยอีกครั้งเดียว ครั้งเดียวได้ไหม
ฮึดหน่อยอีกไม่ไกล ต้องไปให้ถึง

ฮึดหน่อยอีกนิดเดียว





JohnV on YouTube






Create Date : 05 กันยายน 2555
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2561 12:56:08 น. 10 comments
Counter : 2819 Pageviews.

 
วะว้าววว ..ได้เจิม บล็อก เค้า ด้วย ..
ฮึดๆๆ ..ฮุยเล ..ฟังเพลงไปอ่านเรื่อง ไปลุ้น ด้วย โห ..แค่ลุ้นยังเหนื่อย ..อิอิ..
ช่วงวัยนั้นมันคงมีพลังเยอะอ่ะนะ เพ่..
แสดงว่ามีความประทับใจมาก ดูจากเล่า..ออกรส ยังกะเกิดเหตการ มาไม่นาน ทั้งๆ ที่เกือบ 30 แล้ว นะ..
มันเป็นความสนุก ปนกะเหนื่อย และประทับใจ ..แต่อยู่ในกิจกรรมแบบนี้ สู้ ตายย ขอบอก อิอิ..
เพลงนี้ สร้างพลังใจ สำหรับคนที่ กำลังจะท้อแท้ ..ได้ดีเลย ค่ะ..

ปล.ที่ขอ .. เพลง เก่าแล้วนะพี่ แต่ที่เก่ากว่านั้น ชอบๆ ก็มี มาดู ในบล็อก เห็นร้องไว้ แล้วค่ะที่โดน ๆ .. มีหลายเพลง ซึ่งหาฟังยาก ..
รู้สึกเกรงใจจัง..นะนี่ ..



โดย: tifun วันที่: 5 กันยายน 2555 เวลา:14:48:15 น.  

 

เพลงนี๋ดีมากดนตรีทําเองเล่นเอง

หรือคะเก่งคะเทานี๋กอนนะคะ

This song is pretty good...


โดย: สาวลูกครึ่งไทย.. IP: 81.247.214.45 วันที่: 6 กันยายน 2555 เวลา:2:40:05 น.  

 

ข้อความทั๋งหมดนี้ข้างบนเป็นที่มาของทิมพวกคุณๆที่เกิดขึ้นพ่านไปเเล้ว ใช้ไหมคะทีน๋า-อ่านเเล้ววคะ


โดย: สาวลูกครึ่งไทย.. IP: 81.247.214.45 วันที่: 6 กันยายน 2555 เวลา:2:44:44 น.  

 

ขออภัยค่ะ JohnV อนุญาตให้เฉพาะสมาชิก Bloggang เท่านั้น
ที่สามารถเข้าชม Profile ได้
(หากเป็นสมาชิก เมื่อ Login สมาชิกแล้วจะเข้าชมได้ทันที)

[ติดต่อเจ้าของ blog-เฉพาะสมาชิก Pantip.com]///////////////////////ทีน๋า---ดูไมไดเขาเขียนไว้เเบบนี


โดย: สาวลูกครึ่งไทย.. IP: 81.247.214.45 วันที่: 6 กันยายน 2555 เวลา:2:49:13 น.  

 
เรื่องข้างบนผ่านมาหลายสิบปีแล้วครับทีน่า แต่เป็นความทรงจำไม่รู้ลืมของ JohnV ครับ

เปิด Profile ให้แล้วครับ แต่ข้างในก็ไม่มีอะไรหรอกครับ


โดย: JohnV วันที่: 6 กันยายน 2555 เวลา:21:15:33 น.  

 
เพลงนี้ไม่ได้ทำดนตรีเองครับ เอาดนตรีของต้นฉบับมาเลยครับ


โดย: JohnV วันที่: 6 กันยายน 2555 เวลา:21:17:13 น.  

 
Photobucket

เอามาให้ดับความฟุ้ง ซ่าน ค่ะ พี่..
เอ้า ฮึดดๆ สู้..

..
มาบอกอีกรอบ ว่าเกรงใจ จัง ..แต่ รออยู่ค่ะ


โดย: tifun วันที่: 7 กันยายน 2555 เวลา:14:30:50 น.  

 


//www.youtube.com/watch?v=WEL6_SuQCu8



โดย: สาวลูกครึ่งไทย.. IP: 81.247.218.197 วันที่: 8 กันยายน 2555 เวลา:2:41:56 น.  

 

สวัสดีคะ-ทีน๋า-มาเล่นคะไปที่ไหนหมดกันนะเสียดายมากเล่นอิโมไม่ได้คลิกเเล้วไม้ขึ้น-ทีน่าไปก่อนละคะคุณ

JOHNV รอเพลงต๋ฮไปอีกคะ


โดย: สาวลูกครึ่งไทย.. IP: 81.247.218.197 วันที่: 10 กันยายน 2555 เวลา:22:51:33 น.  

 
ค๊าบบบ...มาบ่อยๆนะครับ ยินดีต้อนรับครับ

ทีน่าต้องสมัครเป็นสมาชิก Bloggang ครับ ถึงจะเล่นอีโมได้


โดย: JohnV วันที่: 12 กันยายน 2555 เวลา:14:08:43 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

JohnV
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




Group Blog
 
 
กันยายน 2555
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
5 กันยายน 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add JohnV's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.