[Review]: แบบละเอียด เสริมจมูก เสกดั้งใหม่ให้เป๊ะปัง ครั้งแรกในชีวิต รพ.จุฬารัตน์9 แอร์พอร์ต







  สวัสดีค่า วันนี้ลัลจะพาเดินทางกลับไปที่ 3A CENTER ศูนย์ดูแลสุขภาพและความงาม โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต กันอีกครั้ง สืบเนื่องจากการไปเสริมความงามมาครั้งแรก (Blog Review IPL) ทำให้รู้สึกประทับใจอะไรในหลายๆอย่าง บวกกับรพ.นี้เค้าเปิดบริการมาค่อนข้างยาวนาน ชื่อเสียงคือก็อยู่ในระดับเป็นที่ยอมรับ (มีเสียงเพื่อนๆหลายคนมาเล่าให้ฟังว่าประทับใจเรื่องการบริการและการผ่าตัดมากๆ) เพราะฉะนั้นจึงเป็นการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต
นั่นก็คือเลือกที่จะศัลยกรรมจมูกค่ะ 

 








คือต้องทำความเข้าใจก่อนว่านี่ไม่เคยเสริมอะไร หรือผ่านการศัลยกรรมอะไรเกี่ยวกับใบหน้ามาเลย ธรรมชาติยังไง ก็ธรรมชาติ (ลงโทษ)ฉันนั้น 555+ 22





 
ลัลเลยโทรไปนัดคิวกับทางคุณหมอ โดยพี่โอ๋เป็นคนหาคิวให้ การนัดครั้งแรกนี้ คือการนัดทำความเข้าใจและให้คุณหมอช่วยประเมินทรงจมูกพร้อมทั้งสอบถามข้อสงสัยต่างๆนานาที่อยู่ในใจค่ะ 4


ลัลเลือกทรงจมูกอยู่ 3 วัน คือไม่รู้จะเอาทรงไหน ปรึกษาเพื่อนทุกคนที่เคยทำจมูก ได้ผลโหวตมาว่า เป็นทรงเจนี่ เทียน / ทรงเก้า ศุภัสรา /ทรง ริชชี่ อรเณศ และสุดท้ายมาจบที่ จมูกสวยๆเชิดๆของพี่หญิง รฐา ค่ะฮ่าๆ แต่ละคนนี่คือเป็นดาราตัวท๊อปทั้งนั้น
(ช่างกล้าเอามาเปรียบเทียบมากๆ 11

-------------------

ถึงเวลานัดแล้วก็มาเจอกับพี่บุ๋มคนเดิม จนท.รับประวัติของเรา
พี่เค้าเป็นคนที่น่ารักและเทคแคร์ดีมากๆค่ะ ประทับใจในหลายๆครั้งวันนี้ขออนุญาตชมลงบล๊อคหน่อยคงไม่ว่ากันนะค้า ^^


 

 
หมอที่เป็นคนทำการผ่าตัดให้ลัลรอบนี้คือ คุณหมอเปาค่ะ หมอเปาเป็นคนตลกและไม่เครียดเลย ตอนเข้าไปปรึกษา หมอก็จับๆบิดๆตรงจมูกแล้วอธิบายให้ฟังว่า ปัญหาของลัลคือกระดูกจมูกเบี้ยว คือเบี้ยวแบบธรรมชาติเลย (ส่วนนี้ลัลก็พอจะทราบอยู่แล้ว บ้างเพราะสังเกตเห็นจมูกตัวเองว่าแอบเบี้ยว) ส่วนตรงปลายและทรงเดิมคุณหมอว่ามีความสวยอยู่แล้ว แต่อยากให้เข้าใจว่า เรื่องของเบี้ยวมันแก้ยาก กลัวทำไปแล้วมีคนทักว่า อุตส่าห์ไปทำจมูกมาแล้วยังเบี้ยวไรงี้ 
161616



 
 
ลัลเลยถามคุณหมอว่า แล้วปกติถ้าคนจมูกเบี้ยวแล้วต้องการแก้ให้กลับมาตรงจะต้องทำอย่างไร  -- คุณหมอบอกต้องเปิดจมูกออก แล้วทุบใหม่เพื่อใส่ซิลิโคนให้พยุงเป็นแกนของจมูก แต่ว่าวันใดวันนึงหากเราไม่มีซิลิโคนตรงนี้อยู่เราก็จะหายใจไม่ได้เหมือนกัน คุณหมอบอกว่าค่อนข้างอันตรายมากๆและไม่แนะนำให้ทำเลย  การเสริมซิลิโคนก็สามารถช่วยแก้ได้นิดหน่อย ทำให้ทรงสวยขึ้น และดูเบี้ยวน้อยลงด้วยค่ะ --
 

 
... นี่เลยเข้าใจกระจ่างว่าเออ แกนเบี้ยวแก้ไม่ได้ 555 เลยถามคุณหมออีกว่าลัลจะเอาทรง พี่หญิง รฐา คือชอบจมูกพี่หญิงรฐามาก อะไรจะเด้งเป๊ะปังขนาดนั้น หมอบอก โอเคเลยเอาทรงนี้ สวยทำได้ หน้าเราต้องไปทางเกาหลี แต่ลัลขอคุณหมอว่าเอาแบบที่ตา จะไม่ชิดกันจนตี่ หรือโด่งไปจนผิดธรรมชาติซึ่งทางคุณหมอเข้าใจและโอเคทุกอย่าง (แอบรู้มาว่าคุณหมอนี่มือโปรผ่านเคสมาหลายร้อยเคสแล้ว) ลัลเลยนัดวันเพื่อทำการผ่าตัด นั่นก็คืออีก 1 สัปดาห์ค่ะ 




24
วิธีการเตรียมตัวก่อนเสริมจมูก
1.ก่อนเสริมจมูก 1 สัปดาห์ลัลจะงด ทานอาหารเสริม พวกวิตามิน C และอื่นๆ

2. เตรียมปั่นน้ำใบบัวบกไว้รอ ความจริงปัจจุบันเห็นตามร้านขายยามีบัวบกแคปซูลขายแล้วนะคะอันนั้นก็สามารถทานได้เหมือนกัน แต่ส่วนตัวลัลชอบดื่มเป็นประเภทเครื่องดื่มมากกว่าเลยไปสั่งใบบัวบกสดไว้กับน้องร้านขายผัก ก็ปั่นโดยเครื่องปั่นและแยกกากกับผ้าขาวบางเป็นอันใช้ได้ค่ะ 
อีกทั้งงด ดื่มเครื่องดื่ม หรือทานอาหารที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วมผสมอยู่ รวมถึงปลาร้าและของหมักดองด้วยค่ะ 




3.เตรียมหมอนรองคอไว้ให้พร้อม (สำหรับการพักฟื้นหลังจากผ่าตัดแล้ว)

4.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อไม่ให้เกิดภาวะเครียดและอาการอ่อนเพลียหลังจากการผ่าตัดค่ะ 


--------------------

  บอกตรงๆค่อนข้างตื่นเต้น ใจนึงคือเฮ้ย! เรากำลังจะสวยแล้วนะ อีกใจคือ กลัวมีดหมอ 555 ด้วยความที่ไม่เคยผ่าตัดเลยแม้กระทั้งฟันคุด หรือไส้ติ่ง นอนรพ.มากสุดก็แค่ลำไส้อักเสบเพราะฉะนั้นความกลัวเลยเพิ่มขึ้นมาเองโดยอัติโนมัติ 8 ก็ถึงวันที่ต้องขึ้นเขียง 555+ 
...
วันนี้เราขึ้นมาที่ชั้น 3 เป็นห้อง OR ซึ่งก็คือจะเป็นห้องที่ใช้สำหรับการผ่าตัดเสริมจมูกในครั้งนี้ค่ะ





ไปถึงที่ รพ.พี่พยาบาลก็พาไปล้างหน้า และเปลี่ยนชุดที่ผ่านการฆ่าเชื้อเพื่อใช้ในห้องปลอดเชื้อ รวมทั้งสวมรองเท้า สำหรับเตรียมพร้อมผ่าตัด โดยให้ถอดเครื่องประดับและนาฬิการวมทั้งกระเป๋าฝากไว้ที่เพื่อนที่มาด้วยกันค่ะ 




888

เตรียมพร้อมคะ ปิดตา ปิดปาก และทายาฆ่าเชื้อเรียบร้อยแล้ว คุณหมอก็ได้ทำการเหลาซิลิโคนเพื่อให้รับกับรูปหน้าของเราที่สุด โดยใช้ 
 ซิลิโคนพรีเมียม USA ปลายมน แบบนิ่มบิดได้

หลังจากนั้นก็เริ่มเปิดเพลง ทำหน้าที่ดีเจโดยพี่พยาบาล ฮ่าๆ
ฉีดยาชา เป็นจำนวนทั้งหมด 3 เข็ม 3 จุดด้วยกัน คือบริเวณปลายจมูกทั้ง 2 ข้างและบริเวณสันจมูกค่ะ (คุณหมอบอกว่าหนูจะเจ็บแค่ตอนนี้เท่านั้นหลังจากนี้จะไม่เจ็บอีก 555 เพราะจะไม่รู้สึกอะไรแล้ว) 

ยาชาออกฤทธิ์เร็วไม่ถึง 20 วินาที แต่ก็พอจะรู้สึกตอนที่คุณหมอ ตัดปลายจมูก แล้วใส่ซิลิโคนเข้าไปในจมูกและจัดทรงอันนี้รับรู้ทุกอย่าง 555 ความรู้สึกตอนนั้นไม่ได้กลัวอะไรแล้วค่ะ ลุ้นไปกับคุณหมอด้วยว่า จะออกมาเป็นไงนะ ...






หน้าตาตอนลุกขึ้นมาจากเตียงผ่าตัดค่ะ 555 ยังดูมึนๆยาชา ตาสองข้างก็ยังไม่เท่ากัน แต่ตอนนั้นก็ดีมากโล่งมากคุณหมอให้ขุ่นแม่ พยาบาลนำกระจกมาให้ส่องดู ในใจคือชอบมาก แบบ สโลพอย่างที่คุยกับคุณหมอไว้ เบี้ยวนิดหน่อยตามแกนเดิมคือไม่ได้รู้สึกกังวลอะไรเลย  คุณหมอก็แอบเป็นห่วงกลัวว่าเราจะไม่ชอบ (แต่เราก็เชื่อว่าต้องออกมาโอเคแน่ๆ) 






ทรงแรกเริ่มด้านข้างตอนผ่าตัดเสร็จใหม่ๆเลยค่ะ รับกับหน้าผากสุดๆ
(ช่วงนั้นสิวอักเสบและอื่นๆเยอะมากมองข้ามไปเนอะ ฮ่าๆ )





ผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยก็ถอดชุดและหมวก คืนให้กับทางแผนกห้องผ่าตัดไป
แล้วมานั่งรอที่แผนกจ่ายยา ตอนนั้นมีพยาบาลเดินนำมาส่ง และกดคิวรับยาไว้รอแล้วค่ะ นั่งรอได้สักพัก เภสัชกรเค้าก็เรียกชื่อให้ไปฟังรายละเอียดการทานยาและวิธีปฏิบัติ (ตรงนี้ลัลแนะนำว่าหากใครที่เคยมีประสบการณ์ สงสัยหรือไม่เข้าใจในกระบวนการอธิบายเรื่องยาแล้วไม่กล้าถามเพราะเกรงใจ ควรถามเภสัชกรเสียตั้งแต่ตอนนั้นเลยนะคะ กลับบ้านมาจะได้ไม่ต้องคอยหาคำตอบเอง เพราะคนที่รู้เรื่องยาดีที่สุดคือเภสัชกรค่ะ )






ยาที่ได้มาก็จะมี ยาฆ่าเชื้อ ,ยาแก้อักเสบ ลดอาการปวด , ยาแก้ฟกช้ำ ลดบวม , เจลประคบร้อน-เย็น ,ไม้พันสำลีและ Normal Saline (น้ำเกลือ) ใช้ตอนทำความสะอาดแผลบริเวณจมูกค่ะ




24

วิธีการดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดเสริมจมูก

237อาหาร: 
ห้ามเด็ดขาด! เลย
ก็คือปลาร้า ของหมักดอง น้ำส้มสายชู  อาหารทะเล เครื่องดื่มและอาหารที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้แผลบวม
อาหารรสเผ็ดจัด จะทำให้บริเวณโพรงจมูกมีน้ำมูก เป็นแหล่งของเชื้อโรค 
วิตามินและอาหารเสริม เพราะจะทำให้เลือดแข็งตัวช้า หรือในบางรายเลือดไหลไม่หยุดอีกด้วยค่ะ 

237อาหาร:  ที่ควรทาน ในช่วง 1-3 วันแรกจะเป็นอาหารอ่อนๆ เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก  เพราะเราจะตึงและปวดบริเวณเหนือริมฝีปากด้วยค่ะ ดังนั้นอาหารอ่อนๆจะทำให้เราออกแรงเคี้ยวน้อยลงไม่เจ็บแผลมากเท่าไหร่
ช่วงวันที่ 4 เป็นต้นไป ก็สามารถทานข้าวสวยได้แล้วแต่ยังคงเป็นคำเล็กๆ แบบไม่เต็มคำ เช่น ข้าวผัด ผัดผัก ต้มจืดเต้าหู้หมูสับ 
24 อย่าลืมนะจ้ะ ทุกอย่างต้องรสไม่จัด และไม่เผ็ดเท่านั้น 24


***ไข่และไก่คุณหมอไม่ได้ห้ามนะคะ แต่ลัลว่าสำหรับบางรายที่เคยมีประวัติแพ้อยากให้ระวังเรื่องแผลเป็นนูนหรืออักเสบนิดนึง
ในส่วนของลัลขอไม่เสี่ยงช่วง 7 วันแรกเพราะเคยมีประวัติ ทั้งนี้ทั้งนั้นหากใครที่สามารถทานได้ก็ขอให้ทานแต่พอดีนะคะอย่ามากเกินไป ปลอดภัยที่สุด *** 


237 การใช้ชีวิตประจำวัน: ควรใช้อย่างระมัดระวังและมีสติมากๆเลยค่ะ เดินเบาๆอย่ากระทืบเท้าหรือลงน้ำหนักแรงไป ลัลต้องเดินทางโดยมอเตอไซต์รับจ้างและ รถไฟฟ้าทุกวัน ดังนั้นช่วงแรกๆลัลจะไม่นั่งมอเตอไซต์รับจ้างเลย เพราะมันกระเทือนจมูกหนักมาก ยอมออกจากบ้านไปทำงานเร็วหน่อยเผื่อระยะเวลาเดินไว้ (ระยะทางประมาณ 350 เมตรถึงสถานีรถไฟฟ้า) แต่สำหรับคนที่เลี่ยงไม่ได้ก็อาจจะบอกพี่วินไว้หน่อยก็ดีค่ะว่าเพิ่งผ่านการผ่าตัดมาขอให้ขับแบบเบามือที่สุดให้หน่อย ส่วนการเบียดเสียดใน BTS นั้นก็ให้ระวังเรื่องความสะอาดโดยการใส่หน้ากากอนามัย (ใส่ด้านที่ไม่มีลวดแข็งๆนะคะจะได้ไม่กดทับบริเวณดั้ง ) และ ระวังไม่ให้คนอื่นมาชนใบหน้าค่ะ 



237 การทำความสะอาดใบหน้า: ช่วงวันที่ 1-2 ไม่ได้ล้างหน้าเลยค่ะ (ล้างครั้งสุดท้ายคือก่อนเข้าห้องผ่าตัด) ส่วนวันที่ 3 เป็นต้นมาแบ่งเป็นสองพาร์ท พาร์ทแรกคือ ลัลจะมีฟองน้ำแต่งหน้าชิ้นเล็กๆที่มีลักษณะเหลี่ยมอยู่แล้ว ถูเบาๆด้วยโฟมล้างหน้าที่ใช้อยู่เป็นประจำ ตรงบริเวณทั่วใบหน้า ยกเว้น บริเวณจมูกและหน้าแก้ม

หลังจากนั้นก็ใช้ฟองน้ำอันเดิมเช็ดฟองโฟมล้างหน้าออกให้หมด ด้วยน้ำเปล่า 
พาร์ทสอง ใช้สำลีชุบโทนเนอร์สูตรไม่ผสมแอลกอฮอล์เช็ดหน้าแล้วเช็ดซ้ำด้วยน้ำเกลือในขั้นตอนสุดท้ายค่ะ เป็นอันเสร็จ 








237 การนอน: นอนในท่าเสมือนนั่งหลับ ให้หลังทำมุมประมาณ 70 องศากับแนวราบ และใช้สูตรทฤษฎีหมอน 3 +1 ใบค่ะ 
3 ใบแรกให้วางพิงหัวเตียงสลับกัน โดยเริ่มจากแนวนอน แนวตั้ง และแนวนอนค่ะ  (ตรงนี้จะช่วยทำให้เราไม่ปวดหลังตลอดระยะเวลาการนอน) ใบที่เป็น +1 คือหมอนรองคอ ให้ใส่ตลอดเวลาที่นอนหลับเพราะจะช่วย safe ไม่ให้คอเคล็ดและช่วยล๊อคให้ใบหน้าเรายังตั้งตรงอยู่ด้วยค่ะ หลับสบายมากเลยบอกเลยทุกคน 555 






237 การทำความสะอาดแผล: ใช้ไม้พันสำลีชุบน้ำเกลือ เช็ดบริเวณรูจมูก พยายามแหย่เข้าไปลึกๆนิดนึงค่ะ เพื่อทำความสะอาด ขี้มูกแบะเกล็ดเลือดแห้งที่ค้างอยู่ รอสักพักแล้วจุ่ม เบตาดีน (ในที่นี้ลัลจะใช้แบบ ออยเมนต์ เพราะเค้าจะมีความหนืดกว่าแบบน้ำ และไม่ไหลออกมาด้วยค่ะ) ทาบริเวณแผลในรูจมูกบางๆ เป็นประจำในตอนเช้า-เย็น ระยะเวลา 1 สัปดาห์ หลังจากแผลแห้งแล้วก็ เช็ดแค่เพียงน้ำเกลือก็พอค่ะ

*** และอย่าลืมทานยาที่ได้มา ให้ตรงเวลาด้วยนะคะ ***






24
ความเปลี่ยนแปลง

169 ในช่วง 1- 2 วันแรกหลังจากผ่าตัดจะเป็นช่วงที่จมูกบวม มีรอยช้ำเขียวเยอะที่สุดแล้วค่ะ รู้สึกตึงและปวดมากด้วยแต่พอได้ทานยาแก้ปวด อาการปวดก็หายไปจนเริ่มหมดฤทธิ์ยาจึงจะกลับมารู้สึกอีกครั้ง
มีอาการตาบวมนิดๆ ส่วนปากก็ตึงมากเช่นกัน พูดได้เบาๆ พยายามไม่ให้ตัวเองมีความตลก 26 เพราะปกติเส้นตื้นมากเลยไม่ดูรายการตลกเลยไม่งั้นจะเจ็บมากหน่อย ...
ตอนนอนก็มีเลือดไหลออกมา ค่อนข้างถี่เลยเพราะแผลสดมาก พยายามอยู่แต่ในห้องไม่อยากออกไปไหนเพราะมีทั้งฝุ่นและควัน
ลัลต้องคอยใช้ไม้พันสำลี และคัตตอนบัด ซับเลือดอยู่ตลอด เพื่อนก็เป็นห่วงมาก ถึงกับขนาดมานอนด้วยเพื่อคอยดูอาการ


169  วันที่ 3 เลือดที่ไหลน้อยลง จนแทบจะไม่มีแล้วค่ะ จะมีก็แต่ซึมอยู่ภายในบริเวณจมูกบ้าง อาการปวดเริ่มดีขึ้น มีรอยช้ำเขียวตรงบริเวณสันจมูกอยู่ ตายังตึงและบวมอยู่นิดๆ

169 อาการก็ยังคงหายวันหายคืนจนกระทั่งวันที่ 6 ช่วงเย็นลัลตัดสินใจถอดเฝือกปลาสเตอร์ออก วิธีการถอดคือจะใช้สำลีชุบน้ำเกลือมาเช็ดเบาๆตรงบริเวณขอบปลาสเตอร์แล้วค่อยๆ ดึงออกจากทิศทางด้านล่างขึ้นสู่ด้านบนค่ะ เพื่อซิลิโคนกระทบกระเทือนน้อยที่สุด 
สังเกตเห็น่าตรงบริเวณรอยเฝือกผิวจะเป็นสีขาวมากกว่าบริเวณอื่นๆ อาจด้วยการโดนปิดทับอยู่เป็นเวลานาน รอยเขียวช้ำเริ่มเปลี่ยนเป็นโทนเหลือง แต่ยังเป็นบริเวณกว้างไปถึงหัวตา







169 วันที่ 7 วันนี้คุณหมอนัดติดตามอาการและดูแผลผ่าตัดค่ะ ลัลแอบรู้สึกว่าการไม่ยุ่งเกี่ยวกับหน้าเลย ไม่แต่งหน้าเลยมาเป็นเวลา 7 วัน นี่ทำให้หน้าใสขึ้นเยอะเลย ฮ่าๆ สิวไม่มีอักเสบขึ้นมาสักเม็ด ชอบมาก ชักจะติดใจความหน้าสดเสียแล้วสิ

คุณหมอบอกว่าดูแลแผลดีมากแผลแห้งแล้ว ภายในสะอาด สัปดาห์หน้างั้นก็นัดตัดไหมเลยแล้วกัน --  หลังจากนี้ก็สามารถแต่งหน้าได้ ใช้ชีวิตตามปกติได้ แต่ให้ระวังเรื่องอาหารการกินเหมือนเดิมเพราะแผลยังไม่เข้าที่ ระวังไว้ปลอดภัยที่สุด --

ลัลสังเกตว่ารอยช้ำเริ่มมีบริเวณแคบลงจากเดิม ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีมากๆค่ะ จมูกเราก็เริ่มไม่บวมมากแล้วดูเป็นทรงมากขึ้น อีกทั้งตาก็ดูโตมากขึ้นเยอะด้วย 555+





ตอนนี้เข้าสู่ช่วงวันที่ 10 แล้วยังรู้สึกตึงๆตรงบริเวณจมูกอยู่บ้าง เดี๋ยวลัลจะมาอัพเดทให้ชมกันอีกครั้งเมื่อครบ 20 วันนะคะ (ตอนนั้นคุณหมอนัดตัดไหมเรียบร้อยแล้วด้วย) ว่าทรงจมูกของเราจะเป็นอย่างไรกันบ้าง


2

วันนี้วันที่ 14 ลัลมาอัพเดทจมูกก่อนตัดไหมกันค่ะ ลัลลองเเต่งหน้าครั้งแรกตั้งแต่ทำจมูกมา ค่อนข้างยากพอสมควรตอนลงรองพื้นและสกินแคร์ต่างๆ เพราะเวลาเราลงบนแก้ม หรือบริเวณใกล้ๆจมูกก็จะแอบมีอาการตึงๆอยู่ค่ะ เราต้องทาด้วยความระมัดระวัง โดยนิ้วนางและนิ้วก้อย






วันไปตัดไหมบังเอิญว่าแผลตรงบริเวณรอยเย็บแห้งไปนิดเลยมีเหมือนสะเก็ดเกาะติดอยู่ เลยทำให้เกิดอาการเจ็บจี๊ดๆนิดนึงตอนตัดไหมค่ะ 
พี่เจ้าหน้าที่แนะนำว่า อาหารที่ควรงด ก็คงต้องงดอยู่ไปสักระยะ (ประมาณ 2 สัปดาห์) คราวนี้ไก่ ไข่ นม ก็งดด้วยค่ะ เพราะมีแผลสดเกิดขึ้นแล้วกลัวจะเกิดแผลคีลอยด์ ขึ้นมาได้ 



ตอนนี้เสริมจมูก ครบ 20 วันแล้วค่ะ แผลเริ่มเข้าที่เข้าทาง แต่ยังมีรอยแผลเป็นเล็กๆตรงบริเวณที่เย็บนิดเดียวค่ะ เวลาเม้มปากก็มีอาการตึงเบาๆอยู่บ้าง แต่โดยรวมคือไม่รู้สึกเจ็บหรืออะไรแล้ว ใช้ชีวิตได้ตามปกติยกเว้น การออกกำลังกายหนักๆ ตอนนี้ที่ลัลทำได้ เช่น พวก สควอช ยกเวทแขน เป็นต้นค่ะ 
ทรงจมูกก็ดูเข้าที่เข้ากับหน้ามากขึ้น ปลื้มมากค่ะ มีคนทักเยอะว่าสวยขึ้น หน้าคมขึ้นและตาโตกลมเลย ชีวิตเปลี่ยนรู้สึกมาจากภายในว่าตัวเองสวยขึ้น 555+ อย่าเพิ่งหมั่นไส้นะเคยเป็นป่าวเวลารู้สึกว่าตัวเองสวยขึ้นมันจะทำอะไรก็มั่นใจไปหมด
และที่ชอบที่สุดคือแต่งหน้าง่ายมาก ไม่ว่าจะถ่ายรูปมุมไหนออกมาก็ไม่ติดขัดเหมือนแต่ก่อนแล้ว 

ขอบคุณความปลอดภัยในการผ่าตัดครั้งนี้ / ขอบคุณตัวเองที่ตัดสินใจทำ / ขอบคุณคุณหมอและจนท.รพ.ทุกคนเลยสำหรับการดูแลและเทคแคร์อย่างดีค่ะ ประทับใจมากจริงๆ













ความเปลี่ยนแปลง









-แวะมาอัพเดทจมูกเพิ่มเติมค่ะ-






สำหรับใครที่อ่านรีวิวมาถึงตรงนี้ แล้วคิดอยากทำจมูกเหมือนลัลบ้าง ลองสอบถามทางรพ. ตามข้อมูลนี้นะคะ

WEBSITE : https://www.chularat-cac.com
3A CENTER ศูนย์ดูแลสุขภาพและความงาม โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต
90/5 หมู่ที่ 13 ถนนกิ่งแก้ว ตำบลราชาเทวะ บางพลี สมุทรปราการ 10540







 


 



Create Date : 25 กุมภาพันธ์ 2562
Last Update : 18 กันยายน 2562 2:22:27 น.
Counter : 1856 Pageviews.

1 comments
  
0
โดย: เสริมจมูก IP: 184.22.152.140 วันที่: 4 เมษายน 2563 เวลา:11:31:45 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Beautyrush98
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



สวัสดีค่ะขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านและทักทายกันนะคะ
ลัลเริ่มเขียน Blog จริงจังตอนปี 59 ส่วนมากจะเป็นรีวิวและสอนแต่งหน้าค่ะ มีท่องเที่ยวบ้างตามโอกาสที่ได้ไป
สีผิวกลางๆ undertone gold/neutral NC30
สภาพผิวผสม - ผิวมันขาดน้ำค่ะ แพ้ง่ายเป็นสิวบ่อย
อยากให้เขียนเนื้อหาเกี่ยวกับอะไรหลังไมค์มาได้นะคะ จะได้เป็นข้อมูลแลกเปลี่ยนความรู้กัน

**************************







New Comments