[Review]:Mesotherapy with Muti Sunction Injector + แนะนำโปรแกรม PRP ฟื้นฟูผิวและผมด้วยเกล็ดเลือด
 
 
 
สวัสดีค่าวันนี้ เราเดินทางกันมาที่ 3A CENTER ศูนย์ดูแลสุขภาพและความงาม โรงพยาบาลจุฬารัตน์9 แอร์พอร์ต กันอีกครั้ง ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกครั้งที่คิดจะแก้ปัญหาผิวหน้า ที่นี่จะเป็นที่แรกๆ ที่ลัลนึกถึงเนื่องจากเป็นรพ. ใกล้บ้านที่เดียวที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวพรรณได้แทบทุกอย่าง




ความกังวลใจของวันนี้ คือ ด้วยอายุที่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเมื่ออายุ 25 ปีขึ้นไป ร่างกายของเราก็ผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง ทำให้ผิวเริ่มมีริ้วรอย รูขุมขนกว้างขึ้น ตอนเด็กร่างกายเรามีคอลลาเจนอยู่เยอะ ไม่มีปัญหาริ้วรอย แต่พอโตขึ้น เริ่มมีปัญหาผิวหน้ามัน เป็นสิวอักเสบ หลุมสิว รูขุมขนกว้างขึ้น ต้องหาครีมสารพัดกว่าจะได้ดีขึ้นสักเล็กน้อย ด้วยปัญหาเหล่านี้เอง ที่ทำให้ทางคุณหมอ แนะนำให้ลัลทำเป็น คอร์สฟื้นฟูผิวหน้าด้วยเกล็ดเลือดเข้มข้น ซึ่งจะเป็นการ ฟื้นฟูผิวหน้าด้วยเกล็ดเลือดตัวเอง ช่วยให้ ผิวของเราสร้างคอลลาเจนฟื้นฟูผิวให้หน้าใส, ฟื้นฟูผิวหน้าใสดูอ่อนกว่าวัย และยังเป็นการช่วยลดหลุมสิวลึกให้ตื้นขึ้นได้อีกด้วยค่ะ








ได้ฟังตามนี้ก็น่าสนใจมาก เพราะเค้าสามารถช่วยแก้ปัญหาที่เป็นต้นเหตุของปัญหาผิวได้ตรงจุด แต่งบประมาณลัลยังไม่ถึง 555 รอเก็บเงินอีกสักนิด ตรงนี้คอร์สนึงจะเท่ากับ ต้องทำ 3ครั้ง มูลค่า 24,000 บาท เลยเลือกเป็นโปรแกรมน้องเล็กลงมาหน่อย นั่นคือ การทำ Mesotherapthy นั่นเองค่ะ 



 

การทำ Mesotheraphy

เมโสหน้าใส หรือ เมโสเทอราปี (Mesotherapy) คือ การฉีดวิตามินต่างๆ เข้าสู่ผิวหน้าเพื่อให้ผิวหน้าสดใส โดยอาจจะเป็นการสะกิดเข็มไปทั่วใบหน้า หรือฉีดเข้าทางใบหน้า ล้วนแล้วแต่เทคนิคของทางแพทย์แต่ละท่าน และความชำนาญของแพทย์ค่ะ สิ่งที่ฉีดเข้าไปจะช่วยบำรุงผิวหน้า รูขุมขนดูกระชับ ลดเลือนริ้วรอย จุดด่างดำและรอยสิวดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด ผิวหน้ามีความสดใสมากยิ่งขึ้นค่ะ

เนื่องจากการฉีดเมโสหน้าใสเป็นที่นิยมกันมาก ทำให้เริ่มมีการมาฉีดเมโสหน้าใสกันมากยิ่งขึ้นและเริ่มมีการซื้อมาฉีดเอง หรือมีผู้รับฉีดที่ไม่ใช่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาทำการฉีดเมโสให้ บอกได้เลยนะคะว่าอันตรายมากเลย การที่เราไม่ได้รับการฉีดเมโสจากแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญโดยตรง อาจจะส่งผลร้ายแรงไปถึงขั้นผิวหนังอักเสบ ใบหน้าฟกช้ำจากการฉีดจากผู้ที่ไม่มีความรู้ประสบการณ์ หรือ ยาที่ได้รับมานั้นไม่มีมาตรฐาน อย. ไม่มีที่มาที่ไปที่ชัดเจน เพราะฉะนั้นอยากสวยเนี่ย ไปที่คลินิกที่มีมาตรฐานและมั่นใจได้จะดีกว่านะคะ



ประเภทของเมโสจะแบ่งเป็น 3 กลุ่ม หลักๆคือ

 - เน้นหน้าขาว มีส่วนผสมของวิตามินต่าง ๆ เช่น Vitamin A, B,C และ E, Transamin และ Glutatione
 - เน้นหน้าใส จะมีส่วนผสมของคอลลาเจน และ โคเอนไซม์ เป็นหลัก ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ให้ผิวฟูขึ้น กระชับรูขุมขน
 - เน้นลดสิว-แก้ผื่น จะช่วยลดการอักเสบ ขับสารพิษที่สะสมออก ช่วยลดสิว เมโสยี่ห้อที่มีจุดเด่นด้านนี้คือ มาเด้-คอลลาเจน


ข้อดีของเมโสหน้าใส

เป็นการให้สารบำรุงผิวที่เห็นผลได้ไวกว่าการทาครีมบำรุงผิว , ไม่ต้องพักฟื้นรอยแดงสามารถหายไปได้ภายในสามวัน, 
ช่วยรักษาปัญหาของผิวได้อย่างเร่งด่วน เช่น สิว รูขุมขนกว้าง เป็นต้น


เหมาะกับใครบ้าง ?
- คนที่ขี้เกียจทาครีม และต้องการผลที่ไวกว่าการทาครีม 
- คนที่ไม่มีเวลาดูแลตนเอง อดนอน ทำงานหนัก
- คนที่มีปัญหาสิวและผดผื่น หน้าไม่เนียน 


 

ผู้ที่ไม่ควรฉีดเมโส


ความดันโลหิตต่ำ เป็นโรคหัวใจ /เป็นโรคเบาหวานที่ต้องฉีดอินซูลินเป็นประจำ
สตรีมีครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร   / มีประวัติเป็นโรคระบบหลอดเลือดผิดปกติ เช่น เส้นเลือดสมองตีบหรืออุดตัน / โรคมะเร็ง /

 


 
หลังจากที่เราได้ทำการพูดคุย ปรึกษาปัญหากับทางคุณหมอเรียบร้อยแล้ว คุณพยาบาลก็ได้เชิญให้ขึ้นมาที่ บริเวณ ชั้น 2 ตรงห้องทำหัตการของทาง ศูนย์ 3Aฯ บรรยากาศสว่างสไว ค่อนข้างกว้าง มีประตูปิดมิดชิดค่ะ ไม่ต้องกังวลเรื่องความไม่เป็นส่วนตัวเลย ภายในห้องจะมีทั้งหมด 2 เตียงนะคะ ไม่แออัดจนเกินไป พร้อมทั้งมีม่านปิดให้ในกรณีที่มีคนไข้มาทำพร้อมกัน 2 ท่าน ที่ลัลชอบมากๆ คือ ผ้าห่ม จะเปิดใช้ผืนใหม่เสมอ ไม่ได้เป็นระบบผ้าห่มใช้ซ้ำนะคะ เค้าค่อนข้างใส่ใจกับความสะอาดได้ดีทีเดียว
 





 
เริ่มกันด้วย การเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกที่อยู่บนผิวกันก่อนค่ะ โดยการใช้คลีนซิ่งโฟม แล้ว ตามด้วยการลงยาชาบริเวณผิวหน้า ยาชาจะค่อนข้างหนานิดนึงนะคะ ทาทิ้งไว้ให้ออกฤทธิ์กับผิวประมาณ 30-40 นาที






 
เครื่องที่ใช้ทำ Mesotherapy ในวันนี้นั้น คือ เครื่อง Multi Suntion Injector  ซึ่งเป็นเครื่อง ชนิด Automatic Multi Suction Mesotherapy Injector ที่ทำหน้าที่ ในการ ฉีดวิตามินลงสู่ใต้ชั้นผิว ในระดับความลึกของชั้นผิวที่แตกต่างกัน จะมีความแม่นยำมากกว่าการใช้มือฉีดโดยทั่วไป ด้วยการทำงาน 5 หรือ 9 เข็มพร้อมกัน เพื่อเพิ่มผลการรักษาและลดระยะเวลาในการรักษา สามารถควบคุมการส่งยาและของเหลวได้แบบอัตโนมัติตามการตั้งค่า ด้วยวิตามินที่หลากหลายออกไปในแต่ละปัญหาผิว ใช้รักษาบำบัดได้ทั้ง ผิวหน้าและหนังศีรษะค่ะ 












 คุณหมอเลือกใช้หัวฉีดแบบ 9 เข็ม ขนาด 1.2






ซึ่งตั้งค่าไว้แบบไม่ลึกมาก ให้หัวเข็มกดลึกลงไปแค่ชั้นผิวระดับ Meso ค่ะ
เน้นวิตามินในส่วนช่วยให้ผิวกระจ่างใส ลดรอยดำและ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน






เริ่มกันเลยค่ะ คุณหมอเค้าจะเริ่มจากส่วนที่มีรอยดำเยอะ อย่างบริเวณกรามและใต้คาง ตอนแรกยังไม่รู้สึก เพราะผิวยังใหม่ 
ทำผ่านไปสัก 2-3 จุด ความเจ็บเริ่มมาค่ะ ฮ่าๆ 





จะรู้สึกว่า หัวเข็มดูดผิวเราอยู่ แล้วปล่อยวิตามินลงบนผิว กลิ่นวิตามินมาเต็มมาก เข้มข้นสุดๆ
ในช่วงที่ปล่อยวิตามินลงไปจะแสบๆผิวหน่อยนึง สักพักจะกลายเป็นความเจ็บปวดที่งดงามค่ะ 555 เพลงพี่ป้างได้มาก ณ จุดๆนี้
และช่วงบริเวณที่ลัลเป็นหลุมสิวจะเจ็บมากเป็นพิเศษ แต่ไม่เป็นไรเพื่อความสวย ลัลยอมทนค่ะ ^^ 






หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้อาจจะสงสัยว่า ทายาชาแล้วทำไมยังเจ็บ ขี้โม้หรือเปล่า ... ลัลอยากจะบอกมากเลยว่า ใช่ค่ะ ! นี่ขนาดมียาชาช่วยแล้วนะ ยังรู้สึกได้ประมาณนี้  555 ไม่ต้องห่วงเลยว่าวิตามินจะซึมลึกลงใต้ชั้นผิวขนาดไหน เพราะไม่ได้รู้สึกเจ็บบริเวณผิวชั้นบนไงล่ะ ^^ 


หลังจากการฉีดโดยใช้เครื่อง Multi Suntion Injector เสร็จแล้ว คุณหมอจะใช้หัวเข็มกดย้ำเบาๆให้ในส่วนของผิวบริเวณที่บอบบาง และเป็นหลุมสิวลึก เพื่อให้ผิวได้รับวิตามินอย่างทั่วถึงค่ะ การทำเมโสนี้ไม่จำกัดช็อตนะคะ
สามารถทำได้ทั่วหน้าในส่วนที่มีปัญหาผิวและต้องการบำรุงเป็นพิเศษ







เลือดก็จะออกประมาณนึง เนื่องจากเราใช้เข็มกดลงไปบนผิวหน้า และน้ำตาที่คลอเบ้า 555

13








เสร็จแล้วคุณพยาบาลก็ทาเป็นบาล์ม สำหรับบำรุงผิว และซับเลือด ออกให้ด้วยค่ะ
ตอนนี้คือไม่รู้สึกเจ็บแล้วไม่รู้ว่าช้ำ หรือมีอาการข้างเคียงใดๆด้วย








สภาพผิวตอนทำเสร็จใหม่ๆ และทำผ่านไปแล้ว 1 ชม.ค่ะ จะสังเกตเห็นว่า ผิวไม่เบิร์น หรือมีสะเก็ดไหม้ใดๆเลย อาจมีรอยแดงบ้างนิดหน่อย  ออกมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ จะไม่ปกติก็เพียงแค่หน้าจะมันๆ จากบาล์มหน่อยเท่านั้น 555 เมือกเชียว
ก็ให้ใส่เเมสก์ ป้องกันฝุ่นออกมาจาก รพ. ค่ะ 







วันนี้ลัลเพิ่งทำไปสดๆร้อนๆเลย ยังล้างหน้าไม่ได้ซึ่งคุณหมอบอกว่า ถ้าแบบทนไม่ไหวจริงๆ ก็ให้ใช้น้ำเกลือเช็ดหน้าเบาๆไปก่อน ส่วนพวกครีม บำรุงผิวที่มีสารผลัดเซลล์ผิว หรือแอลกอฮอล์นี่ให้งดสักระยะนึง ไม่งั้นจะทำให้ผิวหน้าเบิร์นเพราะครีมพวกนี้จะทำปฏิกริยารุนแรงกับผิวได้นั่นเองค่ะ 





------------------------------------------ 

ต่อจากนี้เดี๋ยวลัลจะแนะนำ การทำ PRP จากที่ได้เกริ่นไว้ในช่วงต้นบล็อกแล้วว่าน่าสนใจมากๆ
จึงเอาความรู้เล็กๆน้อยๆ มาฝากทุกคนกันด้วยค่ะ





PRP (Platelet-rich plasma) คืออะไร

 คือ การสกัดเอาเกล็ดเลือดส่วนที่เป็นของเหลวหรือน้ำเลือด ( Plasma ) ซึ่งอุดมไปด้วยเกล็ดเลือด  ( Platelet )  มีโปรตีนและเซลล์จากกระแสเลือดเข้มข้น  ใช้ในการรักษา ซ่อมแซมข้อต่อ เนื้อเยื่ออ่อน  เอ็น หรือกล้ามเนื้อ ที่มีอาการบาดเจ็บและอักเสบ เสื่อม เรื้อรัง  รวมไปถึงการบาดเจ็บของระบบโครงสร้างมนุษย์ อาทิ เอ็น กล้ามเนื้อ กระดูก กระดูกอ่อน 
โดยวิธีฉีด PRP  เข้าสู่จุดที่มีการบาดเจ็บ จะช่วยลดอาการบาดเจ็บ กระตุ้นกระบวนการในสมานแผลของร่างกายมนุษย์เร็วขึ้น  และยังช่วยให้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ข้อสำคัญ คือ ไม่อันตรายเนื่องจากเป็นส่วนประกอบจากเลือดของผู้ป่วยเองด้วยค่ะ





PRP กับความงาม

หนึ่งในเทคโนโลยีด้านความงามที่กำลังมาแรงในขณะนี้ คือ การรักษาหรือซ่อมแซมใบหน้าจากเลือดของเราเอง โดยการใช้เลือดฉีดเข้าผิวหน้า เพื่อช่วยฟื้นฟูบำรุงใบหน้า กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ และช่วยให้ผิวที่เสื่อมโทรมดูกระจ่างใสยิ่งขึ้น เราเรียกวิธีการด้านความงามนี้ว่า Platelet Rich Plasma หรือ PRP โดยกระบวนการดังกล่าว จะนำเลือดของตัวเองมาปั่น เพื่อแยกเกล็ดเลือดที่เข้มข้น ซึ่งมี Growth Factor ที่มีคุณสมบัติซ่อมแซมเซลล์ตามธรรมชาติ ทั้งนี้เมื่อเกิดบาดแผล จะทำให้เกิดการแบ่งตัวของเซลล์ และสร้างคอลลาเจนใหม่ PRP จึงเป็นสารน้ำในเลือดที่มีเกล็ดเลือดจำนวนมากกว่า


ก่อนที่จะเสริมความงามด้วยวิธีนี้ แพทย์จะเจาะเลือดคนไข้ออกมาเพียงเล็กน้อย เพื่อนำไปปั่นแยกเม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง และเกล็ดเลือด เลือดชั้นเกล็ดเลือดจะถูกนำมาฉีดเข้าที่ใบหน้าของคนไข้ โดยเน้นที่บริเวณที่มีปัญหาเรื่องริ้วรอย ร่องแก้ม หรือหลุมสิว ทั้งนี้การเสริมความงามด้วยวิธีนี้ ถือว่ามีความปลอดภัยสูง ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ไม่เกิดการต่อต้านจากร่างกาย และไม่เกิดการติดเชื้อจากผู้อื่นมาที่ตัวเรา เนื่องจากเกล็ดเลือดที่นำมาใช้เป็นเลือดของเราเอง



 PRP สามารถฉีดจุดไหนได้บ้าง

จริงๆแล้วพีอาร์พีหรือเลือดสกัดสเต็มเซลล์สามารถฉีดตามส่วนต่างๆของร่างกายได้ โดยเฉพาะในส่วนที่ต้องการการฟื้นฟูเป็นพิเศษ เช่น หากฉีดบริเวณหนังศีรษะ จะทำให้หนังศีรษะและเส้นผมมีความแข็งแรงขึ้น ที่นิยมกันอย่างมาก คือการฉีดบนใบหน้า เพื่อให้ผิวหน้าเด้ง อิ่มน้ำ ผิวหนังกลับมาแข็งแรงเหมือนผิวเด็กที่ยังไม่เคยโดนมลภาวะมาก่อน นอกจากนี้พีอาร์พี PRP มักถูกนำมาฉีดร่วมกับไขมัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์หน้าอิ่มและเปล่งปลั่งมากขึ้น รวมถึงเป็นการเสริมประสิทธิภาพให้ไขมันที่ฉีดเข้าไปอยู่กับใบหน้าของเราได้นานขึ้นด้วย







 

PRP เหมาะกับคนที่มีปัญหาดังต่อไปนี้

- ปัญหาบริเวณที่มีความยืดหยุ่นน้อย เนื่องจาก Collagen และ Elastin ลดลง
- ปัญหาใต้ตาคล้ำ ร่องแก้ม
- ปัญหาเรื่องริ้วรอย ไม่ว่าจะเป็นผิวหน้าในบริเวณหางตา หน้าผาก ลำคอ
- บริเวณที่มีแผลเป็น
- ปัญหา รอยสิว
- ปัญหา ผิวหน้าแห้ง
- ปัญหามีรอยหลุม ลึก บนใบหน้า







ข้อจำกัดในการฉีด PRP

* มะเร็งผิวหนัง รวมถึงมีประวัติเคยเป็น เช่น squamous cell carcinoma, basal cell carcinoma และ melanoma เป็นต้น *
* ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วย chemotherapy และ steroid *
* โรคทางผิวหนังอื่น ๆ *
* ผู้ที่ได้รับ anticoagulation, aspirin หรือ ได้รับ anti-platelet อื่น ๆ *
* ผู้ที่มีความผิดปกติของระบบเลือดและเกร็ดเลือด *
* ผู้ที่มีภาวะติดเชื้อรุนแรง *
* ผู้ที่เป็นโรคตับ *
* ผู้ที่มีโรคทางภูมิคุ้มกันต่อตนเอง (autoimmune) *
* ผู้ที่รับประทานวิตามินอี หรือสารที่ทำให้เลือดไม่แข็งตัว *
 
การทำ PRP นั้น จะทำด้วย เครื่อง Multi Suntion Injector   :ซึ่งเป็นเครื่องเดียวกันเลยกับที่ลัลมาทำเมโส ในวันนี้ค่ะ


สำหรับใครที่สนใจไม่ว่าจะเป็นการทำเมโส หรือ PRP ลัลอยากให้ลองไปปรึกษาได้ที่ 3A CENTER ศูนย์ดูแลสุขภาพและความงาม โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 แอร์พอร์ต ได้ก่อนเลยนะคะ

ปรึกษาฟรีไม่มีค่าบริการ เดี๋ยวลัลจะทิ้งรายละเอียดเพิ่มเติมไว้ให้
สำหรับวันนี้ต้องขอตัวก่อนแล้วนะคะ อย่าลืม save บล็อกนี้ไว้เป็นแนวทางในการตัดสินใจด้วยน้า สวัสดีค่า 

17




 

ช่องทางติดตามข้อมูลข่าวสาร
Web Site : https://www.chularat-cac.com
Facebook : https://www.facebook.com/3acenters
Line@: 3ACENTER






 

 



Create Date : 16 กันยายน 2562
Last Update : 15 ตุลาคม 2562 0:19:11 น.
Counter : 260 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#15



Beautyrush98
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



สวัสดีค่ะขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านและทักทายกันนะคะ
ลัลเริ่มเขียน Blog จริงจังตอนปี 59 ส่วนมากจะเป็นรีวิวและสอนแต่งหน้าค่ะ มีท่องเที่ยวบ้างตามโอกาสที่ได้ไป
สีผิวกลางๆ undertone gold/neutral NC30
สภาพผิวผสม - ผิวมันขาดน้ำค่ะ แพ้ง่ายเป็นสิวบ่อย
อยากให้เขียนเนื้อหาเกี่ยวกับอะไรหลังไมค์มาได้นะคะ จะได้เป็นข้อมูลแลกเปลี่ยนความรู้กัน

**************************







New Comments