I dont care who you are , where you're from , what you did, as long as we are friends forever
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2559
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
8 ตุลาคม 2559
 
All Blogs
 
ถนนสายนี้ มีตะพาบ 164 สูตรลับ



ถนนสายนี้ มีตะพาบ  กม. 134  สูตรลับ


นางเอกชื่อ  สิ  

สิ เพิ่งเรียนจบมหาลัยฯ มาหมาดๆ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ มีโอกาสเริ่มทำงานวันแรกคือวันแม่  12 สิงหาคม  ด้วยความที่(คิดว่าตัวเอง)เก่งภาษาอังกฤษ และเป็นคนมั่นใจ  งานแรกที่ได้คือ  พนักงานโรงแรมส่วนหน้า

จากคนที่ตกภาษาอังกฤษ (กลางภาคมาตลอดทั้ง ม.ปลาย) แต่จับพลัดจับพลูดันเข้าเรียน "อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว"  และได้เพื่อนดีๆ  ช่วยสอนและเกลาภาษาอังกฤษ  (ถือว่าไม่ใช่สูตรลับ  เพราะว่าเลือกคบเพื่อนเป็นสูตรพื้นฐานอยู่แล้ว)  แต่สูตรลับคือ  ความเพียรของตัวเธอเอง  แม้ต้องใช้ทั้งหมด 4 ปีเต็มก็ตาม  แต่ก็ยังไม่ดีเท่าเพื่อนๆ ในกลุ่ม

มาวันนี้  สิได้ทำงานที่มีโอกาสใช้ภาษาอังกฤษ และมีความมั่นใจ  ด้วยความที่อยากช่วยเพื่อนร่วมทีมก็ประกาศไปว่า  "ถ้าพี่ๆ อยากให้สิช่วยคุยภาษาอังกฤษกับลูกค้า  เรียกได้นะคะ"  เนื่องจากสิฝึกงานที่นี่ และสังเกตว่า  ความรู้ความสามารถของเธอเหนือว่ารุ่นพี่แน่ๆ  เมื่อมีโอกาสทำงาน  วันแรกแทนที่จะได้เรียนงาน  เธอจึงมีโอกาสปฎิบัติหน้าที่ทันที  ไม่ต้องสอนงานให้เหนื่อย  เพราะสิรู้งานเบื้องหลังหมดแล้ว  แค่งานเบื้องหน้าเท่านั้นที่เธอไม่มีโอกาสได้ทำเลย  แต่ก็ไม่เกินความสามารถ  (หล่อนคิด)

จากวันที่ 12 สิงหาคม จนกระทั่งเกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของเธอ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม

แม้ว่าเธอจะรู้อยู่เต็มอกว่า นักท่องเที่ยวที่มาจากฝั่งยุโรปนั้นไม่ได้พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่  เธอสังเกตจากการจัดการปัญหาเฉพาะหน้าจากรุ่นพี่  ที่มีทั้งการสื่อสารด้วยร่างกาย  วาดรูป  และแสดงท่าทางนั้นสามารถแก้ปัญหาได้
แต่ในวันนี้  วันที่เกิดเหตุมีการจองห้องเต็มโรงแรม  เนื่องจากใกล้เทศกาลวันหยุดยาว และมีอีเว้นระดับอินเตอร์ฯ  พอสมควร  ทำให้หน้าเคาเตอร์นั้น มีเพียงแค่พนักงานธรรมดา  สิคือหนึ่งในนั้น  ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ช่วยงานอีเว้น  ซึ่งหัวหน้าได้คัดคนเก่งๆ  ฝีมือระดับพระกาฬต้อนรับ และลงทะเบียนห้องพักแก่พวกวีไอพีระดับทะลุโลก
มันคือเรื่องปกติสำหรับพนักงานใหม่ที่เข้ามาทำงานได้เพียง 3 เดือนนิดๆ

ทว่าเหตุการณ์ทุกอย่างควรจะราบรื่นเพราะเคสยากๆ นั้น  หัวหน้าและคนเก่งๆ  เขาหอบไปลงทะเบียนฝั่งอีเว้นกันหมดแล้ว  ที่เคาเตอร์ปกติก็แค่ลูกค้าที่จองและจ่ายเงินมาเรียบร้อยแล้ว  ทุกอย่างทางที่สิรับผิดชอบควรราบรื่น  แค่เชคอินในระบบ และเอาข้อมูลจากผู้พักเท่านั้น

เวลาใกล้ๆ 19.00 น.  จวนจะได้เวลาทานข้าวของสิ  เนื่องจากหมุนเวียนผลัดกันกินข้าว (หลังออฟฟิส  เพราะปลีกตัวไปกินที่โรงอาหารไม่ได้เลย) สิกับรุ่นพี่ยืนกัน 4 คน บ้างก็กำลังทำการเชคอินให้ลูกค้าก่อนหน้า ณ เวลานั้นมีลูกค้ากลุ่มใหม่เข้ามา สิคิดในใจว่า  เสร็จกลุ่มนี้ก็ค่อยไปกินข้าว  ทว่าผู้ชายคนหนึ่งกำลังเดินตรงมาเพื่อเชคอินกับเธอ  ในขณะเดียวกันสิถูกพี่เจี๊ยบร้องขอความช่วยเหลือ  เธอจึงต้องก้าวไปช่วยรุ่นพี่ ส่วนชายคนนั้นก็เชคอินกับรุ่นพี่ของเธอแทน  เนื่องจากพนักงาน (ก็คือยัยสิ) ปลีกตัวไปยืนใกล้ๆ อีกคน

พี่เจี๊ยบอธิบายถึงปัญหา  ลูกค้าที่มีปัญหาชักหงุดหงิดทุบเคาเตอร์ปัง  ตะโกนโหวกเหวก  สิรับฟังปัญหาจากพี่เจี๊ยบแล้วรับหนังสือเดินทางของลูกค้าเจ้านี้มาแทน  ส่วนพี่เจี๊ยบนั้น ....ยืนน้ำตาร่วง  เพราะกลัวลูกค้าคนนี้จะงาบหัวเอา
สิกดหาชื่อลูกค้า  ในคอมพิวเตอร์ไม่สามารถค้นพบการจองห้องได้   เธอพยายามเชคใหม่ แต่ด้วยประสบการณ์ทำงานเพียงแค่   3 เดือนนิดๆ  ไหวพริบ  การแก้ปัญหายังด้อยนัก  แต่ด้วยความมั่นใจในตัวเอง สิบอกลูกค้าตรงๆ ว่า  ไม่มีห้องที่เขาจอง 3 ห้อง 1 สัปดาห์
แน่นอนว่า ลูกค้าที่เดินทางไกลจากซีกโลกหนึ่ง 9 - 10 ชั่วโมง ลงสนามบินแล้วเดินทางมาโรงแรมด้วยอีเว้นนี้อีกต่างหาก  มาเจอพนักงานถึง 2 คน บอกว่าไม่มีห้อง   อารมณ์คนเหนื่อย อยากพักผ่อนคงพุ่งปรี๊ด ความอยากงาบหัวให้หายอารมณ์เสียก็มีมาก  ทำให้เขาทุบเคาเตอร์แล้วตะโกนเสียงดังแข่งกับความวุ่นวายของงานอีเว้นในบริเวณนั้น  ส่วนพี่เจี๊ยบเลื้อยหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้   

แน่นอนว่าไม่มีใครสนใจหรอก  เพราะเสียงทุกอย่างดังหมด   เขาโยนใบเสร็จภาษาท้องถิ่นของเขา  หรือภาษาที่ 3  ที่เราๆ  รู้จักกัน  ทว่าสิไม่รับเพราะการสอนจากหัวหน้านั้น  เคยบอกกล่าวไว้ว่า  อะไรก็ตามที่เราอ่านไม่รู้เรื่องอย่ารับ  มิเช่นนั้นเราอาจจะต้องเป็นเถ้าแก่เนี้ยะจ่ายค่าห้องพักให้ลูกค้าเอง
สิจึงงัดไม่ตายสูตรลับที่หัวหน้าสอนมาคือ  เมื่อลูกค้าอยากได้ห้องก็ต้องให้เขาจ่ายสดไว้ก่อน  รุ่งขึ้นค่อยหาหลักฐานจากแผนกจองห้องพักว่าจ่ายเงินมาแล้วจริงไหม ถ้ามีหลักฐานเราก็คืนเงินเขาไป เพราะแผนกจองห้องปิดออฟฟิสตั้งแต่ 18.00 น.  เธอจึงต้องเอ่ยว่า  "ขอมัดจำ 100 ดอลลาห์ต่อห้อง"

เพียงประโยคสั้นๆ  แค่นั้น  ลูกค้าก็จะงาบหัวเธออีกรอบ  แต่คราวนี้จัดหนักหน่อย  เพราะเพื่อนร่วมทีมของเขาพร้อมจะงาบเธอพร้อมๆ กัน 6 ปาก  เมื่อสูตรลับกลายเป็นเป้าล่อให้เธอโดนโจมตี   ในขณะเดียวกัน  ลูกค้าคนนั้นต้องไปลงทะเบียนฝั่งอีเว้น  เลยชี้หน้าเธอว่า  จะมาอีกรอบ  หาห้องให้ได้นะ  

เอ้าได้มีเวลาหายใจแล้ว  สิกวาดสายตาทั่วล็อบบี้ข้างหน้า  "ใครก็ได้ช่วยฉันที  ฉันจะโดนงาบหัวแล้ววว" เสียงร้องขอความช่วยเหลือในใจพร้อมสายตาปะทะเข้ากับร่างสูงที่ยืนหันหลังพิงเคาเตอร์

งานนี้ไม่ลองก็ไม่รู้  แม้จะรู้คำตอบในใจจากไอ้หนุ่มที่ยืนหันหลังว่า ....
ปากพูดไปก่อนละก่อน  แล้วค่อยคิด
"ขอโทษนะ   คุณพูดภาษาอังกฤษได้ไหม"
แม่เจ้า   แม้ลูกจะรู้คำตอบคือ  "ไม่"  แต่ลูกขอเสี่ยงหน่อยเถอะ   
อีกฝ่ายให้คำตอบสั้นๆ  ว่า "ได้สิ"
สิน้ำตาคลอในใจ   เอ้าล่ะเหวยยยย   สวรรค์ส่งคนมาช่วยแล้ว  พูดได้มากน้อย ไม่รู้ไม่สนล่ะ  เขาบอกว่า "ได้"  ก็ต้อง(ช่วย)เราได้
สิอธิบายให้ไอ้หนุ่มฟังไม่กี่ประโยค  เขาก็บอกว่า "รู้แล้วเพราะได้ยินหมด"  โอเค .....  งั้นลุยเลยจ๊ะ  แต่ก่อนลุย เธอก็อธิบายว่า
"เงินมัดจำค่าห้อง  ถ้าพรุ่งนี้เจอบุคกิ้งจะคืนเงินให้นะ  ช่วยบอกเขาหน่อย"
ไอ้หนุ่มพยักหน้าด้วยใบหน้าบึ้งตึง  ไร้รอยยิ้ม  สิไม่ได้สนใจเพราะตอนนี้มันจนตรอกแล้ว
ไอ้หนุ่มไปเรียกเขาคนนั้นมา  พร้อมอธิบายต่อหน้าสิเรื่อง "เงินมัดจำ"  เขาแถมให้ด้วยว่า  "โรงแรมอื่นๆ เขาก็ทำกัน  ไม่ใช่แค่ที่ประเทศนี้นะ"
เมื่อคนชาติเดียวกัน  พูดภาษาเดียวกันอธิบายให้ขนาดนี้  เขาคนนั้นก็เลิกอาการงาบหัวสิ  แล้วยอมรับเงื่อนไขด้วยดี  (หรือเพราะเหนื่อย  อยากนอนเต็มแก่ก็ไม่รู้  รู้แต่ว่าเคสนี้กว่าจะเคลียร์ได้เกือบๆ  สามทุ่ม)

เมื่อปัญหาแก้ไขเสร็จสิ้นแล้ว  ไอ้หนุ่มก็หมดประโยชน์ทันที  สิกล่าวขอบคุณ แล้วไม่ได้สนใจไอ้หนุ่มคนนั้นอีกเลย   แต่ไอ้หนุ่มกลับบอกว่า  "ผมพักห้องเบอร์ 1424 นะ  มีอะไรให้ผมช่วยก็โทรบอกได้เลย"
สิเดินถือเอกสารของเคสงาบหัวนั้น ก่อนบอกว่า "ฉันรู้แล้ว  และคงไม่รบกวนคุณ  ขอบคุณอีกครั้ง"  แล้วเธอก็เปิดประตูบอกรุ่นพี่ข้างในว่า  "หนูหิวข้าวแล้ว  มีเคสต้องเคลียร์ด่วน  พี่ๆ ออกมายืนหน่อยค่าาา....."

งานนี้ไอ้หนุ่มจะงัดสูตรลับอะไรมัดใจเธอ  หรือนิยายเรื่องนี้จะจบแบบ  ต่างคนต่างทำงาน  เพราะฝ่ายหญิงก็ไม่มีทีท่าว่าจะสนใจไอ้หนุ่ม  ทั้งๆ ที่ไอ้หนุ่มก็อ่อยบอกเบอร์ห้องซะขนาดนี้

สรุปแล้วสิเจอบุคกิ้ง  ด้วยเพราะแผนกจองห้องใส่นามสกุลตาจ้องงาบหัว คือ  Sh...  
แต่ในหนังสือเดินทาง   ขึ้นต้นว่า Zh...


จบปิ๊ง ...





Create Date : 08 ตุลาคม 2559
Last Update : 8 ตุลาคม 2559 17:30:58 น. 0 comments
Counter : 198 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

SeaSnow
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




คิดในแง่ดีๆ ดีกว่ามานั่งจำสิ่งที่พลาดไป
Friends' blogs
[Add SeaSnow's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.