....ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะคน......
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2553
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
8 พฤศจิกายน 2553
 
All Blogs
 

ปลูกดอกแค..กินแกงส้มดอกแคแก้ไข้หัวลม ช่วงปลายฝนต้นหนาว



แค
ชื่อสามัญ Vegetable Humming Bird , Cork Wood Tree เรียกอีกอย่าง

หนึ่งว่า “แคบ้าน” อีกทั้งยังมีแคฝรั่ง ซึ่งเป็นไม้ดอกไม้ประดับ แคเป็นต้นไม้

โบราณที่อยู่คู่ครัวของทุกท้องถิ่น แต่ละครัวมีวิธีการปรุงอาหารจากส่วนต่างๆ

ของแคแตกต่างกันออกไป แต่อาหารที่รู้จักคุ้นเคยกันอย่างดีทุกครัวเรือน

คือ “แกงส้มดอกแค”

ชื่อวิทยาศาสตร์ของแค คือ Sesbania grandiflora (L.) Pers. วงศ์

PaPilionaceae เป็นต้นไม้พื้นเมืองของ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ประเภทไม้ยืนต้นขนาดกลางสูง 3-10 เมตร โตเร็วทั้งในที่แห้งและชุ่มชื้น มักขึ้นอยู่ตามป่าละเมาะ ตามหัวไร่ปลายนา และในบริเวณบ้าน

ลักษณะทั่วไป

แคเป็นต้นไม้พื้นบ้าน เป็นต้นไม้เนื้ออ่อน ปลูกได้ในทุกพื้นที่ ทั้งดินเหนียวและดินปนทราย นิยมปลูกเป็นรั้วบ้าน คันนา ริมถนน และในบริเวณบ้าน หรือปลูกไว้เพื่อปรับพื้นที่ให้มีปุ๋ย เพราะใบแคที่ผุแล้ว ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ส่วนที่นำมารับประทานได้ มียอดอ่อน ดอกอ่อน ใบอ่อน และฝักอ่อน ออกในช่วงฤดูฝน ส่วนดอกอ่อนจะออกในช่วงฤดูหนาว ดอกแค 100 กรัม หรือ 1 ขีด ให้พลังงานต่อร่างกาย 10 กิโลแคลอรี มีเส้นใยอาหาร แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก แคโรทีน วิตามินเอ วิตามินบีหนึ่ง วิตามินบีสอง และวิตามินซี การรับประทานดอกแคจะทำให้ร่างกายได้เส้นใยอาหาร ดอกแค เมื่อแก่จนกลีบร่วง ก็จะมีฝักอ่อน นำมาทำอาหารได้ เมื่อแก่จะแพร่พันธุ์ด้วยเมล็ด เจริญเติบโตง่าย มีอายุไม่นาน ก็ยืนต้นตาย แพร่พันธุ์ด้วยฝักที่มีเมล็ดแก่จัด การนำดอกแคมาทำอาหารต้องเด็ดเกสรสีเหลืองของดอกแคออกก่อนจะทำให้ไม่มีรสขม แคเป็นต้นไม้ที่แตกกิ่งก้านสาขามาก มีเปลือกลำต้นขรุขระสีเทา ดอกคล้ายดอกถั่ว ยาว 6-10 ซม. มีทั้งดอกสีขาวและสีแดง ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบ กลีบเลี้ยงเป็นรูประฆังหรือถ้วย ผลเป็นฝักแบน

ส่วนของแคที่นำมารับประทานนับได้ตั้งแต่ยอดอ่อน ใบอ่อน รสหวาน มัน มีมากในช่วงฤดูฝน นิยมต้มสุกแล้วราดหัวกะทิ รับประทานเป็นผักจิ้มน้ำพริก เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว แคก็ออกดอกอ่อนที่มีรสหวานออกขมเล็กน้อยให้ลิ้มรสและทำเป็นแกงส้ม แต่ต้องเป็นดอกแคสีขาว เพราะไม่มีเส้นใยมากให้ระคายปากเหมือนดอกสีแดง แกงส้มดอกแคที่อร่อยต้องใส่ปลาช่อน เพราะช่วงที่ดอกแคออกดอกจะเป็นช่วงที่ปลาช่อนมีเนื้อหวานมันเป็นพิเศษ พอถึงช่วงปลายฤดูหนาวก็เริ่มเก็บฝักอ่อนมารับประทานกันอีกครั้ง

สรรพคุณทางยา

เปลือกนำมาต้ม คั้นน้ำแก้ท้องร่วง แก้บิด แก้มูกเลือด คุมธาตุ สรรพคุณทางยาของแคคือช่วยแก้ไข้ ลดไข้ นอกจากนี้ยังอุดมด้วยสารอาหารต่างๆ โดยเฉพาะเบต้าแคโรทีนที่ร่างกายสามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ แคจึงช่วยบำรุงสายตาและต้านมะเร็ง อีกทั้งช่วยเสริมสร้างกระดูก เพราะมีแคลเซียมฟอสฟอรัสสูง

ในยอดแคมีสารอาหารมากกว่าดอกแคเสียอีก เพราะยอดแคปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงาน 87 แคลอรี มีเส้นใย 7.8 กรัม แคลเซียม 395 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 40 มิลลิกรัม เหล็ก 4.1 มิลลิกรัม เบต้าแคโรทีน 8,654 ไมโครกรัม วิตามินเอ 1,442 ไมโครกรัม วิตามินบี1 0.28 มิลลิกรัม วิตามินบี2 0.33 มิลลิกรัม ไนอาซีน 2.0 มิลลิกรัม วิตามิซี 19 มิลลิกรัม

ดอกแคปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงาน 33 แคลอรี แคลเซียม 2 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 57 มิลลิกรัม เหล็ก 1.2 มิลลิกรัม เบต้าแคโรทีน 0.51 ไมโครกรัม วิตามินบี1 0.09 มิลลิกรัม วิตามินบี2 0.19 มิลลิกรัม ไนอาซีน 0.5 มิลลิกรัม วิตามินซี 35 มิลลิกรัม

ยอดอ่อนและใบอ่อนของแคขายกำละ 5 บาท เลือกใบสด ไม่ร่วง ดอกแคมักขายเป็นกองๆ ละ 5 บาทเช่นกัน ให้เลือกดอกตูมที่กำลังจะบาน ก่อนนำไปทำอาหารต้องดึงเอาเกสรออกก่อน จะทำให้มีรสขมน้อยลง สำหรับฝักอ่อนค่อนข้างหาซื้อยาก ต้องปลูกต้นแคไว้ที่บ้านเองจึงจะได้รับประทานกัน
การประกอบอาหาร แกงส้มดอกแคปลาดุก ดอกแคสอดไส้ แกงเหลืองปลากระพงดอกแค

เป็นไข้หัวลม กินแกงส้มดอกแค



ปลายฝนต้นหนาว อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย วันก่อนอากาศยังร้อนอบอ้าว เมื่อวานนี้กลับมีฝนตก อ้าวไหงวันนี้มีกลิ่นลมหนาวโชย ๆ ซะงั้น ร่างกาย ปรับตัวไม่ทัน ล้มหมอนนอกฟูก (สมัยนี้ไม่ค่อยจะนอนเสื่อกันแล้ว) หนาวสั่น เหงื่อซก อยู่ใต้ผ้าห่มหนา (เพราะนอนห้องแอร์) อัดยาลดไข้กันเป็นแผงๆ แบบบ่มไข้ให้ อยู่หมัด ไข้สร่างแต่ร่างกายทรุด แหมก็เวลาเป็นเงินเป็นทอง ยุคเศรษฐกิจตกสะเก็ด แบบไม่สบายต้องรีบหาย ยังไงก็พึ่งยาลดไข้แก้หวัดไว้ก่อน

ช่วงปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ ถ้าเป็นไข้ขึ้นมา บ้านนอกเรียกว่า "ไข้หัวลม" เพราะร่างกายเคยชินกับอากาศร้อน เจออากาศหนาวแรก ก็ปรับตัวไม่ทัน คนบ้านนอก รู้กันว่าต้องแก้ด้วย "แกงส้มดอกแค" ตามบ้านไร่ท้องนา ทั่วไปจะมีต้นแคปลูกไว้ เหมือนธรรมชาติจะรู้วาคนต้องการดอกแคไปแก้ไข้หัวลม ต้นแคจะออกดอกให้ใน ช่วงนี้พอดี

สรรพคุณของแกงส้มดอกแค ทางแพทย์แผนไทย ถือเป็นยาแก้ไข้หัวลม ได้เป็นอย่างดี

- น้ำพริกแกงส้ม (ส่วนผสมของ พริกแห้ง หัวหอมแดง และข่า) มีสรรพคุณ ช่วยขับลมในกระเพราะ

- ดอกแค ช่วยช่วยปรับสมดุลในร่างกาย ให้ไข้สร่าง

- มะขามเปียก มีสรรพคุณ ช่วยขับเสมหะ แก้ไอ ลดความร้อน ในร่างกาย
อันโบราณ ภูมิปัญญาไทย เป็นไข้หวัดก็แก้ได้ ด้วยอาหารพื้นบ้านอย่าง แกงส้มดอกแค นี่แหละ



**เดินผ่านต้นรัก

หยุดพักต้นแค

เหนื่อยใจแทบแย่

ทั้งแคร์ทั้งรัก....

ส่วนกลอนนี้ไม่เกี่ยว หลงมาคะ

ขอบคุณ ที่มาของข้อมูลดีๆ คอลัมน์ "หิวหรืออิ่ม ก็ยิ้มพอกัน" หนังสือพิมพ์ มติชนรายวัน

--------------------------------------------------

ปลูกดอกแค..กินแกงส้มดอกแคเก้ไข้หัวลม


แกงส้มดอกแค



สูตรอาหารแกงส้มดอกแค ใส่ปลาช่อน หรือจะใส่กุ้งแทนปลาก็ได้จ๊ะ




เครื่องปรุง

ดอกแค 300 กรัม

ปลาช่อน น้ำหนัก 300 กรัม 1 ตัว

น้ำพริกแกงส้ม 3 ช้อนโต๊ะ

น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลปีบ 2 ช้อนชา

น้ำมะขามเปียก 3-4 ช้อนโต๊ะ

น้ำมะนาว 1 ช้อนชา

น้ำซุป 3-4 ถ้วย

น้ำมันพืชสำหรับทอด

เครื่องแกง

พริกแห้งแกะเมล็ดออกแช่น้ำ 9 เม็ด

หอมแดงซอย 3 ช้อนโต๊ะ

เนิ้อปลาต้ม 50 กรัม

กระเทียมต้ม 1 ช้อนชา

กระเทียมหั่น 1 ช้อนชา

เกลือป่น 1 ช้อนชา

กะปิ 1 ช้อนชา

วิธีการทำ

1. โขลกเครื่องแกงทั้งหมดเข้าด้วยกันให้ละเอียด

2. แกะไส้สีเหลืองของดอกแคออก ล้างน้ำ พักให้สะเด็ดน้ำ

3. ขอดเกล็ดปลา ผ่าท้อง ควักไส้ออก ล้างให้สะอาดหั่นเป็นชิ้น พักไว้

4. นำกระทะตั้งไฟ ใส่น้ำมัน พอร้อนใส่ปลาทอด พอเหลือง ตักขึ้น พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน

5. ใส่น้ำซุปลงในหม้อ ตั้งไฟให้เดือด ใส่น้ำพริกแกงที่โขลก คนให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำมะขามเปียก น้ำปลา ชิมรส ใส่ดอกแค เนื้อปลา ใส่น้ำมะนาวเดือดอีกครั้งปิดไฟ ยกลง ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟ




ดอกแคสอดไส้ สำหรับเด็กๆหัดกินผัก หรือผู้ใหญ่กินกับน้ำพริกปลาทู ก็ได้
เครื่องปรุง
- ดอกแค 25 ดอก
- เนื้อหมูบด 1 ถ้วยตวง
- กุ้งสดปอกเปลือกสับ ½ ถ้วยตวง
- รากผักชีสับ 1 ช้อนชา
- พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
- น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืชสำหรับทอด 1 ถ้วยตวง
- แป้งสาลีหรือแป้งสำเร็จรูป 1 ซอง

วิธีทำ
ล้างดอกแคเด็ดเกสรสีเหลืองออก ผสมหมูบด กุ้งสับ กับรากผักชี พริกไทย ใส่น้ำปลา ผสมให้เข้ากัน นำส่วนผสมใส่ดอกแคให้เต็ม ชุบแป้งทอดจนสุกเหลืองกรอบ จิ้มซอสพริก หรือน้ำบ๊วยเจี่ย


แคแดงหรือแคแสดก็สามารถนำมาประกอบอาหารได้เช่นเดียวกับแคบ้าน

--------------------------------------------------------------------------------

แกงเหลืองปลากะพงดอกแค


เครื่องปรุง
- ปลากะพง ½ ก.ก.
- ดอกแค 25 ดอก
- น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำส้มมะขามเปียก ½ ถ้วยตวง
- น้ำ 3 ถ้วยตวง

เครื่องปรุงน้ำพริก

- พริกขี้หนูสวน 20 เม็ด
- พริกขี้หนูแห้ง 10 เม็ด
- หอมหัวแดงหั่น 2 ช้อนโต๊ะ
- กระเทียมหั่น 2 ช้อนโต๊ะ
- ขมิ้นสดหั่น 1 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1 ช้อนชา
- กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
โขลกเครื่องน้ำพริกให้ละเอียด ขอดเกล็ดปลากะพง ขูดหนังให้หมดเมือก หั่นเป็นชิ้น ละลายเครื่องน้ำพริกใส่หม้อ ใส่ดอกแค น้ำส้มมะขามเปียก น้ำปลา น้ำตาล พอน้ำแกงเดือดใส่ปลา พอปลาสุกชิมรส เปรี้ยว เค็ม หวานเล็กน้อย ยกลงได้


--------------------------------------------------------------------------------

ดอกแคชุบแป้งทอด
เครื่องปรุง
- ดอกแคเด็ดเกสรออก 25 ดอก
- เนื้อหมูสับ ½ ถ้วยตวง
- กุ้งนาง ½ ถ้วยตวง
- กระเทียม 5 กลีบ
- พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
- แป้งข้าวจ้าว 1 ช้อนโต๊ะ
- ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
- แป้งโกกิ 1 ถ้วยตวง
- น้ำ ½ ถ้วยตวง
- ซอสมะเขือเทศ 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำส้มสายชู 3 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันสำหรับทอด 2 ถ้วยตวง

วิธีทำ
นำกุ้งที่ปอกเปลือกสับละเอียด หมูสับ คลุกกับกระเทียมสับ พริกไทยป่น ใส่ซีอิ้วขาว แป้งข้าวจ้าว น้ำมันหอย นวดให้เข้ากันเป็นไส้ใส่ในดอกแค นำไปนึ่งพอสุก ผสมแป้งโกกิกับน้ำคนให้ข้น นำน้ำมันใส่กระทะ ตั้งไฟพอร้อน นำดอกแคที่นึ่งสุกมาชุบแป้งลงทอดพอเหลืองตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน จัดใส่จาน ปรุงน้ำปรุงรสโดย นำซอสมะเขือเทศ น้ำส้มสายชู ซีอิ้วขาว น้ำตาลทรายพอเดือด ชิมรสจะมีรสเปรี้ยว เค็ม หวาน ตักขึ้นใส่ถ้วย เวลารับประทาน ตักน้ำปรุงรสราดบนดอกแค


ถ้ามีปลาสลิดทอด กะไข่เจียว ....ขอข้าวเปล่าด่วน....
เมนูแนะนำ ของดอกแค อีกจานละกัน


ยำดอกแค




ยำดอกแค
ส่วนผสม

- ดอกแค 30 - 40 ดอก
- เนื้อหมูสับรวน 50 กรัม
- กุ้งปอกเปลือกลวก 9 ตัว
- หอมแดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ
- พริกขี้หนูบุบ 5 เม็ด
- น้ำปลา 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมะนาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนชา
- เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ทอด 30 กรัม
- ผักชีเด็ดเป็นใบ


วิธีทำ
1. เอาเกสรดอกแคออด ล้างให้สะอาด พักให้น้ำสะเด็ด
2. ลวกดอกแคในน้ำเดือดจัด พอสุกรีบตักขึ้นแช่ในน้ำเย็น แล้วสงขึ้นให้สะเด็ดน้ำ จัด
ใส่จานเตรียมไว้
3. ผสมน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลปี๊บ พริกขี้หนูบุบและหอมแดงซอย ให้เข้ากัน ชิมรส
ตามชอบ ใส่เนื้อหมูสับและกุ้งที่เตรียมไว้ลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักราดลงบนดอก
แคในจานที่เตรียมไว้ โรยด้วยเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ทอดและผักชี จัดเสิร์ฟ

ข้อมูลดีๆจาก
http://variety.teenee.com
http://www.panmai.com




 

Create Date : 08 พฤศจิกายน 2553
2 comments
Last Update : 5 กรกฎาคม 2554 12:05:15 น.
Counter : 3018 Pageviews.

 

วันก่อนลวกดอกแคจิ้มน้ำพริกกะปิ อร่อยมากมายค่ะ เห็นยำดอกแคแล้วน่าหม่ำจังค่ะ

 

โดย: lovelydear 8 พฤศจิกายน 2553 16:29:01 น.  

 

a href="http://glitter.kapook.com/category.php?category_id=103&sid=3d1e1b77cdcd410d7552d0563dab3aa4" target="_blank">คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

 

โดย: ปุ๋ยกะแมงปอ 14 พฤศจิกายน 2553 6:44:25 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


ปุ๋ยกะแมงปอ
Location :
นครราชสีมา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add ปุ๋ยกะแมงปอ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.