....ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะคน......
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2553
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
19 ธันวาคม 2553
 
All Blogs
 

ต้อนรับปีใหม่นี้ ชาวญี่ปุ่น

あけまして おめでとうございます ( akemashite omedetou gozaimasu )

ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่นี้ ชาวญี่ปุ่นเขาจะได้หยุดกันถึง 3 วันเลยทีเดียวค่ะ ซึ่งคนที่ทำงานนอกบ้านส่วนใหญ่ก็จะรีบสะสางงาน เพื่อกลับไปหาครอบครัวรวมตัวเฉลิมฉลองกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ในแต่ละบ้านจะเตรียมตัวต้อนรับปีใหม่กันตั้งแต่กลางปี โดยเริ่มจากทำความสะอาดบ้านเรือน ชำระล้างทั้งหน้าบ้านและในบ้านให้เรียบร้อย จัดตกแต่งบ้านให้สวยงาม สร้างสีสันต้อนรับปีใหม่ ชาวญี่ปุ่นจะมีของประดับที่มักจะนำมาตกแต่งช่วงปีใหม่นี้ เริ่มตั้งแต่หน้าบ้านจะเป็นของประดับที่จัดตั้งไว้บริเวณประตูบ้านทั้งสองข้าง หรือไม่ก็ข้างใดข้างหนึ่งเรียกกันว่า “คาโดมัทสึ” (かどまつ ) โดยมีลักษณะเป็นแจกันหรือกระถางที่พันด้วยฟางถัก ในนั้นจะประดับตกแต่งด้วยกิ่งไผ่ตัดเฉียงประมาณ 3 ท่อน ช่อดอกบ๊วย กิ่งสน และอื่นๆ ที่มีความหมายเป็นสิริมงคล เชื่อกันว่าการตั้งคาโดมัทสึไว้หน้าบ้าน คือการแสดงความเคารพเทพเจ้าและต้อนรับวิญญาณบรรพบุรุษค่ะ ของประดับนอกบ้านอีกอย่างเรียกว่า “ชิเมคาซาริ” (しめかざり) เป็นความเชื่อของศาสนาชินโต ประกอบด้วยเชือกศักดิ์สิทธิ์ที่ทำมาจากฟางข้าว ตกแต่งด้วยกระดาษ ทำเป็นพู่ห้อย ประดับเพิ่มเติมด้วยใบเฟิร์น ส้ม กุ้งมังกร และอื่นๆ ที่มีความหมายเป็นสิริมงคลอีกเช่นกัน อย่างส้มนั้นจะถือเป็นสัญลักษณ์แทนความสมบูรณ์ แข็งแรง ส่วนกุ้งมังกรก็จะสื่อถึงอายุที่ยืนยาวค่ะ ชิเมคาซารินี้จะมีหลายขนาด ขนาดใหญ่ก็จะแขวนประดับไว้บริเวณคานเหนือประตูนอกบ้าน ส่วนขนาดเล็กๆ ก็อาจจะนำไปประดับตามประตูส่วนต่างๆ ในบ้าน เชื่อกันว่าจะช่วยขจัดสิ่งชั่วร้ายไม่ให้เข้ามาสู่บ้านค่ะ
--------------------------------------------------------------------------------------------
ส่วนภายในบ้านจะมีการประดับตกแต่งมุมในห้องที่เจ้าของบ้านจัดไว้รับแขกที่มาเยี่ยมเยียนอวยพรกันในช่วงปีใหม่ เรียกว่า “โทโคโนะหมะ ” (とこのま) ซึ่งมุมนี้จะถูกยกพื้นให้สูงขึ้น ตกแต่งด้วยภาพแขวน (かけじく) ที่เป็นสัญลักษณ์หรือสัตว์สิริมงคล มี “อิเคบานะ” (いけばな) แจกันหรือถาดดอกไม้ ที่จัดอย่างประณีตสวยงามด้วยศิลปะการจัดดอกไม้แบบญี่ปุ่น มี “คะงะมิโมจิ” (かがみもち) แท่นสำหรับจัดวางขนมโมจิซ้อนกันประมาณ 2 ชั้น ตกแต่งด้วยสาหร่าย ลูกพลับ ส้ม ฯลฯ และยังมีชุดกาและจอกเหล้าโบราณ ที่เรียกว่า “โอโทโสะ” (おとそ) ด้วยค่ะ การจัดตกแต่งบ้านในช่วงปีใหม่นี้มีธรรมเนียมว่าจะต้องจัดให้เสร็จเรียบร้อยก่อนวันที่ 30 ธันวาคม และต้องประดับไว้เช่นนี้จนถึงวันที่ 7 มกราคมค่ะ
--------------------------------------------------------------------------------------------
เมื่อประดับตกแต่งบ้านสร้างบรรยากาศพร้อมทั้งเสริมความสิริมงคลต้อนรับปีใหม่กันแล้ว ก็ถึงเวลาฉลองปีใหม่กันแล้วล่ะค่ะ ส่วนใหญ่ชาวญี่ปุ่นจะฉลองปีใหม่กับครอบครัว อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา และในคืนวันสิ้นปีชาวญี่ปุ่นจะแต่งตัวสวยงาม ด้วยชุดกิโมโนออกไปวัดกันค่ะ โดยเฉพาะวัดชินโตและตามศาลเจ้า เพื่อบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทำบุญ เสี่ยงเซียมซี ขอพรให้ตนเองและครอบครัว ภายในวัดจะจัดงานและมีการแสดงดนตรีอย่างยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะเครื่องสายและกลองโบราณ วัดที่มีชื่อเสียงก็จะยิ่งมีผู้คนแห่กันไปอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะจุดที่ต้องโยนเหรียญอธิษฐานขอพรกันนั้น เรียกได้ว่าไม่ต้องเดินคลื่นมหาชน ก็สามารถพาคุณไปยังจุดหมายได้อย่างอบอุ่น ทางเดินบางเส้นที่มีสี่แยกนั้น ถึงขนาดต้องมีเจ้าหน้าที่มายืนยกป้ายบอกไฟเขียวไฟแดง ให้ทางไหนไป ทางไหนหยุดกันเลยทีเดียวค่ะ และเมื่อสิ้นเสียงการนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ ก็จะพากันสั่นกระดิ่งหรือตีระฆัง 108 ครั้ง ที่ต้องตีระฆังกันเป็นร้อยครั้งนี้ก็เพราะ ตามคำสอนในพุทธศาสนามีการกล่าวไว้ว่า มนุษย์เรามีบาปอยู่ 108 ประการ เมื่อตีระฆังเท่ากับจำนวนบาปนี้จึงถือเป็นการล้างบาปให้ตัวเองต้อนรับปีใหม่ค่ะ
--------------------------------------------------------------------------------------------
ยังมีธรรมเนียมการกินอาหารในเทศกาลนี้ที่น่าสนใจอีกคือ ก่อนเข้าสู่ปีใหม่ในชั่วโมงสุดท้ายของวันนั้น หลายครอบครัวจะนิยมกินโซบะร่วมกันค่ะ การกินโซบะส่งท้ายปีเก่านี้เชื่อกันว่า จะทำให้มีอายุยืนยาวเหมือนความยาวของเส้นโซบะ พอข้ามเข้าสู่ปีใหม่ก็จะต้องดื่มชาหรือสาเกเป็นอย่างแรกของปี บางวัดหลังจากประชาชนตีระฆังแล้ว ก็จะแจกเหล้าสาเกให้ทานกันคนละจอกไปเลย เพราะเชื่อกันว่าเป็นการชำระล้างสิ่งชั่วร้ายและยังช่วยรักษาสุขภาพอีกด้วย ส่วนอาหารแรกที่นิยมกินต้อนรับปีใหม่จะเป็นซุปที่ชื่อว่า “โอโซนิ” (おぞうに) ค่ะ ซุปนี้อาจเป็นซุปใสหรือซุปมิโซะที่ใส่วัตถุดิบหลากหลายอย่าง แต่วัตถุดิบสำคัญที่ต้องมีในซุปนี้คือแป้งโมจิที่ทำมาจากข้าวเหนียวค่ะ อาจทำเป็นแบบกลม แบบสี่เหลี่ยม แตกต่างกันไปตามท้องถิ่นนั้นๆ สาเหตุการกินซุปที่มีแป้งโมจิเหนียวนุ่มนี้ ถือเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ในครอบครัวให้เหนียวแน่นยิ่งๆ ขึ้นไปค่ะ อาหารหลักที่สำคัญอีกอย่างที่จะต้องรับประทานกันในเช้าวันปีใหม่คือ “โอเซจิเรียวริ” (おせち料理) เป็นชุดอาหารที่แม่บ้านจะต้องจัดทำไว้ล่วงหน้า และต้องเตรียมให้เพียงพอสำหรับทาน 3 วัน คือตั้งแต่วันที่ 1-3 มกราคม เพราะในช่วงนี้แม่บ้านจะไม่ทำงานใดๆ ให้เหนื่อย เป็นการถือเคล็ดอย่างหนึ่งค่ะ ในโอเซจิเรียวริจะประกอบไปด้วย อาหารหลากหลายที่มีความหมายเป็นมงคล ทั้งกุ้ง ปลา ถั่ว ผัก ฯลฯ จัดใส่ลงในภาชนะสวยงาม 3-5 ชั้น ซึ่งบางบ้านที่ประหยัดหน่อยอาจเป็นชุดเล็กๆ พอกินเสริมสิริมงคล ส่วนบ้านไหนที่เป็นครอบครัวใหญ่ก็ฉลองกันอย่างเต็มที่และเต็มโต๊ะ สนนราคาเป็นแสนๆ เยน หรือประมาณ 3 หมื่นบาทกันเลยทีเดียว การกินโอเซจิเรียวริที่ประกอบด้วยอาหารหลากหลาย แถมมีความหมายเป็นสิริมงคลนี้ เชื่อกันว่าจะทำให้บ้านนั้นมีอาหารการกินอุดมสมบูรณ์ไปตลอดปีค่ะ
--------------------------------------------------------------------------------------------
นอกจากการฉลองปีใหม่ที่วัดและธรรมเนียมการกินอาหารต่างๆ แล้ว ยังมีการละเล่นของเด็กๆ ที่นิยมเล่นกันในช่วงปีใหม่นี้ด้วยนะคะ อย่างการเล่นว่าว ทาโกะอากิ ( たこあげ) ที่ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศจีน โดยเชื่อกันว่าว่าวสามารถใช้ติดต่อกับเทพเจ้าเบื้องบนได้ การเล่นว่าวในปีใหม่นี้จึงเป็นเสมือนการขอบคุณเทพเจ้าที่ได้ให้ความกรุณาในปีที่ผ่านมา การละเล่นอีกอย่างคือการเล่น โคมะ (こま) หรือลูกข่าง ซึ่งลูกข่างของชาวญี่ปุ่นถือว่าเป็นของเล่นที่เก่าแก่ มีหลากหลายรูปแบบและสีสันสวยงาม ส่วนใหญ่ทำจากไม้เพื่อให้ได้ความเบา นอกจากลูกข่างจะเป็นของเล่นช่วงปีใหม่แล้ว บางครั้งยังถูกนำมาใช้ในการทำนายโชคอีกด้วยค่ะ ส่วนเด็กผู้หญิงจะนิยมเล่นตีลูกขนไก่หรือที่เรียกว่า ฮาเนะซึคิ ( はねつき) อุปกรณ์ที่ใช้จะเป็นไม้เขียนลายแบบญี่ปุ่นตีลูกโต้กันไปมา บางครั้งอาจตั้งกฎกติกาให้ผู้ชนะสามารถใช้หมึกเขียนหน้าฝ่ายแพ้ได้ อย่างที่เราเห็นกันบ่อยๆ ในการ์ตูนญี่ปุ่นไงคะ
--------------------------------------------------------------------------------------------
ถือว่าธรรมเนียมการฉลองปีใหม่ของชาวญี่ปุ่นมีความน่าสนใจไม่แพ้ชาติใดเลยจริงๆ โดยเฉพาะการที่ชาวญี่ปุ่นยังนิยมแต่งกายด้วยกิโมโน และร่วมออกไปทำบุญขึ้นปีใหม่ที่วัดอย่างแน่นขนัดกันทุกปีนั้น นับเป็นวัฒนธรรมดีๆ ที่น่าชื่นชมจริงๆ ค่ะ
--------------------------------------------------------------------------------------------
“คาโดมัทสึ” (かどまつ)
“คะงะมิโมจิ” (かがみもち)
ซุปโมจิ “โอโซนิ” (おぞうに)
“โอเซจิเรียวริ” แบบประหยัด
“โอเซจิเรียวริ” แบบชุดใหญ่
----------------------------
ขอบคุณ http://www.hamamoto-house.com




 

Create Date : 19 ธันวาคม 2553
0 comments
Last Update : 5 กรกฎาคม 2554 11:55:12 น.
Counter : 962 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


ปุ๋ยกะแมงปอ
Location :
นครราชสีมา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add ปุ๋ยกะแมงปอ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.