LEAVES & ME
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2547
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
31 ธันวาคม 2547
 
All Blogs
 
Whale Rider: เด็กหญิงบนหลังปลาวาฬ


เวลานี้ทุกคนคงทราบผลรางวัลออสก้าร์กันแล้ว และแม้ Whale Rider จะไม่ได้รับรางวัลใด ๆ ติดไม้ติดมือกลับไป แต่เราก็ต้องยอมรับว่า งานประกาศผลรางวัลออสก้าร์ที่ผ่านมาทำให้หนังนิวซีแลนด์โนเนมเรื่องนี้เป็นที่รู้จักของคนจำนวนมาก โดยเฉพาะดาวเด่นดาวน้อย ๆ อย่าง “Keisha Castle-Hughes“ ที่เบียดเข้าชิงดารานำหญิงยอดเยี่ยมชนิดพลิกโผทุกสำนัก และได้กลายเป็นนักแสดงหญิงที่อายุน้อยที่สุดที่เคยเข้าชิงรางวัลในสาขานี้
ก่อนหน้านี้หลายคนคงไม่เคยรู้จักหนังเรื่อง Whale Rider เท่าใดนัก แต่แท้จริงแล้วหนังเรื่องนี้ก็ไม่ได้โนเนมมาจากไหน เพราะนอกจากหนังเรื่องนี้จะกวาดรางวัลในประเทศตนเองจนเกือบหมด Whale Rider ยังกวาดรางวัลขวัญใจมหาชนจากเทศกาลหนังใหญ่ ๆ หลายแห่งไม่ว่าจะที่ Sundance, Toronto San Francisco และ Rotterdam (เรียกว่าเป็นหนังขวัญใจสำหรับพวกคอเทศกาลหนังก็คงได้) แม้ผมเองที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ตั้งแต่เดือนธันวาและยกให้เป็นหนังขวัญใจ (ผม) ประจำปีเรียบร้อยแล้ว แต่ผมก็ยังไม่คิดว่าหนังแบบ Whale Rider จะมีที่ทางบนเวทีออสก้าร์แต่อย่างใด เพราะคู่แข่งในสาขาหนังต่างประเทศแต่ละเรื่องก็หิน ๆ ทั้งนั้น แถมกระแสนักวิจารณ์แต่ละสำนักก็เหมือนจะตัดหนังเรื่องนี้ออกจากสาระบบหนังที่มีโอกาสเข้าชิงออสก้าร์ไปแล้ว การที่ได้เห็นชื่อ “Keisha Castle-Hughes” เข้าชิงในสาขาดารานำหญิงจึงสร้างความประหลาดใจให้กับใครหลายคน (ผมด้วย)
Whale Rider เป็นเรื่องราวของหลานสาวหัวหน้าชนเผ่าเมารีนามว่า “ไพเคีย” เธอเองมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะสืบทอดตำแหน่งหัวหน้าชนเผ่าต่อจากโกโร (ปู่) ของเธอ แต่ปัญหาใหญ่ก็คือ “เธอเป็นผู้หญิง” หนังตลอดทั้งเรื่องจึงเป็นเรื่องราวความพยายามที่จะพิสูจน์คุณค่าในตัวเองของไพเคีย เพื่อจะเอาชนะอคติของปู่ของเธอ
ฟังเรื่องย่อดูแล้วก็เดาได้ไม่ยากว่านี้เป็นหนังแนวสิทธิสตรีจ๋าอีกเรื่องที่ว่าด้วยเรื่องราวของผู้หญิงซึ่งต้องลุกขึ้นมาพิสูจน์ศักยภาพของตนเอง เพื่อเอาชนะอคติของพวกผู้ชายทั้งหลาย เหมือนหนังอย่าง Girlfight หรือ King of marks (ราชาพันหน้า) หนังอย่าง Whale Rider จึงมีละครแสนจะสูตร แบบคุณปู่หัวโบราณที่ถืออำนาจปิตาธิปไตยสุดโต่งอย่างโกโร และเด็กสาวเลือดนักสู้อย่างไพเคีย
หากพิจารณาให้ดีแล้วความปรารถนาของทั้งโกโรและไพเคียแล้ว ก็แทบจะไม่ต่างกันเลย เพราะฝ่ายหนึ่งต้องการหาบุคคลที่เหมาะสมมาเป็นผู้นำคนรุ่นต่อไป ส่วนอีกคนก็ดูจะพร้อมอุทิศตัวเพื่อทำหน้าที่นั้น (คนดูเองก็ดูออกว่าไพเคียเหมาะสมกับตำแหน่งนี้เพียงใด) แต่ปัญหากลับเป็นเรื่องของอคติที่ฝังรากลึกอยู่ในแทบทุกวัฒนธรรมบนโลกนี้ คือ อคติที่ว่าผู้นำต้องเป็นชายเท่านั้น

ตัวละครที่ผมเห็นว่ามีความซับซ้อนและเป็นศูนย์รวมของปัญหาทั้งหมดก็คือตัวละครอย่าง โกโร โกโรเป็นตัวอย่างของผู้นำรุ่นเก่าที่พยายามประคับประคองรากเหง้าความเป็นชาวเมารีในชุมชนของเขาเอาไว้ งานของเขาเป็นงานที่หนักหนาสาหัสมากเพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า ปัจจุบันนี้วัฒนธรรมดั่งเดิมแทบจะทุกมุมของโลกถูกกระแสความเจริญกลืนหายไปเกือบจะหมดแล้ว โกโรเองก็ยิ่งทุกข์หนักเพราะเขาไม่อาจหาคนที่สมบูรณ์แบบมาสืบทอดตำแหน่งของเขาได้ และความปรารถนาที่เกินพอดีของเขานี่เองที่ทำร้ายทุกคนที่อยู่รอบข้างตัวเขา ตัวอย่างอย่างที่เห็นได้ชัดอย่างเช่น ตอนต้นเรื่องเมื่อลูกชายคนโตของโกโรเพิ่งสูญเสียภรรยาเพราะการคลอด สิ่งแรกที่ Paka เอ่ยขึ้นทันทีที่ถึงโรงพยาบาลก็คือ การถามหาเด็กผู้ชาย นั้นเป็นเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ลูกชายคนโตของโกโร หนีไปอยู่ต่างประเทศ และทิ้งลูกสาว (ไพเคีย) ไว้
ตัวละครที่เป็นหัวใจสำคัญของหนังเรื่องนี้ก็คือ ไพเคีย เด็กสาวตัวเล็ก ๆ ที่มีหัวจิตหัวใจยิ่งใหญ่จนเหลือเชื่อ ไพเคียได้รับการเลี้ยงดูจากโกโรผู้เป็นปู่ ซึ่งเป็นเหตุให้เธอซึมซับจิตวิญญาณความเป็นชาวเมารีไว้เต็มตัว ไพเคียเป็นเด็กกระตือรือร้น กล้าคิด กล้าแสดงออก แต่อีกมุมหนึ่งเธอดูเป็นเด็กธรรมดาที่ต้องการการยอมรับจากคนรอบข้าง โดยเฉพาะการยอมรับจากปู่ของเธอเอง
โกโรเองก็รักและเอ็นดู ไพเคียอย่างมาก แต่เพราะเธอเป็นผู้หญิงทำให้ เขาต้องกันเธอออกจากกิจกรรมทุกอย่างที่ถูกกำหนดไว้สำหรับผู้นำ (ที่เป็นชาย) และเพราะเหตุนี้เอง มันก็ยิ่งเป็นแรงผลักดันให้เธอต้องการพิสูจน์ความสามารถของเธอให้ปู่เห็นยิ่งขึ้นไปอีก โดยเธอลืมนึกไปว่าความพยายามของเธอนั้นจะสร้างปัญหาตามมาเพียงใด ...
เล่ามาเพียงเท่านี้ก็อย่าได้นึกว่ากว่า Whale Rider เป็นหนังเฟมินิสต์ดาด ๆ ที่เป็นเพียงเวทีปะทะกันระหว่างคุณปู่หัวโบราณกับสาวน้อยใจเด็ดเท่านั้น เพราะ Whale Rider มีประเด็นทางสังคมที่หนักอึ้งกว่านั้น โดยเฉพาะคือเรื่องความล่มสลายของวัฒนธรรมชาวเมารี ตัวหนังสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนถึงปัญหาที่ผู้คนต่างอพยพออกจากถิ่นฐานดั่งเดิม ในขณะที่เด็กรุ่นใหม่ก็ไม่เห็นความสำคัญของรักษาขนบธรรมเนียมของคนบรรพบุรุษ (จริง ๆ แล้วก็เป็นปัญหาที่ไม่ต่างกับบ้านเราเลย)
สิ่งที่น่ายกย่องในหนัง Whale Rider ก็คือการนำขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมต่าง ๆ ของชาวเผ่าเมารีมาใส่ไว้ในหนังไว้ได้อย่างลงตัวและไม่ดูเป็นการยัดเยียด ไม่ว่าจะเป็นบทร้องและท่าเต้นของชาวเมารี (ที่ไพเคียร้องอยู่เกือบตลอดทั้งเรื่อง) การทักทายด้วยการเอาจมูกชนกัน ความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องปลาวาฬ เรือพายพื้นบ้านของชาวเผ่าเมารี ศิลปะการต่อสู้โดยใช้พลอง การแลบลิ้นของนักรบเมารี ฯลฯ หนังเรื่องนี้เกือบจะเรียกเป็นคู่มือศิลปวัฒนธรรมเมารีเบื้องต้นก็ว่าได้ เพราะเมื่อเราดูหนังเรื่องนี้อย่างน้อยก็จะทำให้เราเข้าใจวัฒนธรรมของชาวเมารีมากขึ้น แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ รายละเอียดทางวัฒนธรรมเหล่านี้ ล้วนมีหน้าที่ในการดำเนินเรื่องทั้งสิ้น
เวลาที่ดูหนังเรื่องนี้ เราจะรับรู้ได้ถึงความกลิ่นไอของเสน่ห์แห่งวิถีชีวิตแบบเมารีที่ตลบอบอวลอยู่ในตลอดทั้งเรื่อง เราจะเข้าใจถึงความผูกพันของชนเผ่าเมารีกับปลาวาฬ ที่สำหรับพวกเขาแล้วปลาวาฬเป็นเสมือนสัตว์พาหนะของบรรพบุรุษ มันทำให้ไม่ว่าหนังเอ่ยอ้างถึงปลาวาฬในช่วงใดก็ตาม เราจะสัมผัสได้ถึงความขรืมและความขลังของตำนานบรรพบุรุษของชาวเผ่าเมารี
แม้ผมเองจะไม่เคยรู้เรื่องราวเกี่ยวกับชนเผ่าเมารีมาก่อน แต่ผมเองก็ยังอดภูมิใจแทนพวกเขาไม่ได้
ส่วนประกอบที่สำคัญของหนังเรื่องนี้แต่คนส่วนใหญ่มักจะมองข้ามไป(สงสัยเพราะโดนองค์ประกอบส่วนอื่น ๆ กลบรัศมีก็ไม่รู้??) ก็คือดนตรีประกอบ ซึ่งเป็นผลงานของ Lisa Gerrard หลายคนคงเคยได้ยินมาแล้วว่า “ดนตรีประกอบหนังที่ดีคือดนตรีที่บรรเลงโดยคนฟังไม่ได้ยิน” ผมว่าดนตรีประกอบในหนังเรื่องนี้ทำหน้าที่ปิดทองหลังพระโดยแท้ เพราะหลังจากที่ดูหนังเรื่องนี้รอบสองผมถึงได้สังเกตว่า บรรยายกาศของหนังที่ดูเต็มไปด้วยมนต์ขลังนั้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากดนตรีประกอบ เมื่อมาดูผลงานเรื่องอื่น ๆ ของ Lisa Gerrard ก็ถึงได้รู้ว่าเธอเองก็เคยผ่านงานใหญ่ ๆ มาแล้วทั้ง Tears of the Sun, Unfaithful, Ali , The Insiderหรือ Gladiator
ถ้าหากจะกล่าวถึงความยอดเยี่ยมของหนังเรื่องนี้ ผมก็อยากจะบอกว่า Whale Rider เป็นหนังที่ลงตัว โครงเรื่องของหนังที่ง่ายและหนักแน่น รายละเอียดทุกอย่างในหนังต่างทำหน้าที่เน้นย้ำแนวคิดหลักของเรื่องอย่างถูกจังหวะ ยิ่งเรื่องการแสดงแล้วก็ถือได้ว่า นี้เป็นการแจ้งเกิดอย่างสง่างามของดาราเด็ก (ที่กำลังเป็นสาว) อย่าง Keisha Castle-Hughes ซึ่งตอนนี้ถูกล็อคตัวไปเล่นหนัง Star Wars: Episode III เรียบร้อยแล้ว
ส่วนตัวผู้กำกับอย่าง Niki Caro ซึ่งรับหน้าที่ทั้งดังแปลงบทและนั่งเก้าอี้ผู้กำกับด้วย ผมถือว่าเธอคือคนที่ควรได้รับการยกย่องมากที่สุดคนหนึ่ง ทั้งความยอดเยี่ยมในการดัดแปลงโครงเรื่องที่แสนจะสูตรให้การเป็นหนังที่มีรายละเอียดในแง่ภาษาหนังที่ยอดเยี่ยม และความสามารถในการสื่อสารกับนักแสดงจนสามารถดึงพรสวรรค์ของนักแสดงแต่ละคนในเรื่องออกมาได้เกิน 100%
ตอนที่ผมดูหนังเรื่องนี้ผมออกจะแค้นใจว่าทำไมไม่มีหนังไทยที่สะท้อนวัฒนธรรมความงดงามออกมาเหมือนกับ ที่ Whale Rider ทำได้บ้าง แต่พอผ่านไปไม่กี่เดือนจนผมได้ดู “โหมโรง” ความน้อยอกน้อยใจของผมก็หายเป็นปลิดทิ้ง แม้ผมจะยอมรับว่า “โหมโรง” เราอาจจะยังห่างช่วงกับ Whale Rider อยู่บ้าง... แต่วัฒนธรรมของเราก็งดงามไม่เป็นรองใครแน่นอน!!!



Create Date : 31 ธันวาคม 2547
Last Update : 31 ธันวาคม 2547 2:46:17 น. 8 comments
Counter : 3302 Pageviews.

 
ชอบเรื่องนี้มากครับ
เพิ่งดูไปเมื่อสองสามวันก่อนนี่เอง


โดย: Register_AC วันที่: 31 ธันวาคม 2547 เวลา:3:10:06 น.  

 
ดูในโรงมาแล้วเหมือนกัน ผมว่าหนังเค้าทำได้ดีทีเดียวเลยแหละ
http://joblovenuk.bloggang.com/


โดย: จ๊อบ (joblovenuk ) วันที่: 1 2548 เวลา:3:43:38 น.  

 
ชอบมากเลยคะ เป็นหนังที่ดูแล้วทำให้เกิดความรักและชอบเด็กหญิงที่ชื่อไพเคียในเรื่องนี้จริง ๆ เพราะเธอสามารถพิสูทธ์ให้ปู่ของเธอรู้ว่าแม้เธอเป็นเพียงแค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ แต่เธอก็สามารถเป็นผู้สืบทอดได้


โดย: ผู้ที่ชอบเรื่องนี้มัก มาก IP: 61.19.112.34 วันที่: 18 กรกฎาคม 2549 เวลา:9:20:41 น.  

 
ชอบเรื่องนี้มากกกกกกกกกกก
ดูแล้วร้องไห้ทุกรอบ
เยี่ยมไปเลย ไพคี
เธอทำได้
เธอพิสูจน์ตัวเอง และชนะใจปู่เธอ
ได้อย่างสวยงาม


โดย: มาม่าจัง IP: 118.173.55.95 วันที่: 30 พฤษภาคม 2551 เวลา:12:15:31 น.  

 
ชอบมากครับ


โดย: คนขับช้า วันที่: 3 มิถุนายน 2552 เวลา:15:02:00 น.  

 
ดูแล้วเหมือนกันแต่ว่าดูจากTrue visionชอบมากเลย


โดย: Jai Natthanicha IP: 61.19.227.66 วันที่: 15 กันยายน 2552 เวลา:10:53:20 น.  

 
ยังไม่ได้ดูเลย
แต่ถึงขนาดมีคนบอกว่าเหนือกว่า "โหงโรง" หนังที่ได้ชื่อว่าไร้ที่ติ (ไร้จุดบอดในสายตาของนักวิจารณ์ทั้งหลาย) ทั้งโครงเรื่อง การแสดง เพลง ลำดับฉาก และความสมจริงได้นี่ แสดงว่าต้องสุดยอดจริงๆ


โดย: อยากดูจัง IP: 202.28.27.2 วันที่: 28 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:23:39:56 น.  

 
As I site possessor I believe the content matter here is rattling magnificent , appreciate it for your hard work. You should keep it up forever! Good Luck.
Fake Oakleys Sunglasses http://www.mini-systemsinc.com/links.asp


โดย: Fake Oakleys Sunglasses IP: 94.23.252.21 วันที่: 2 สิงหาคม 2557 เวลา:6:46:49 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

trufa
Location :
นครปฐม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add trufa's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.